• หน้าหลัก
  • ข่าวเกี่ยวข้อง
  • ภาพบรรยากาศ
  • ผลการนับคะแนน
  • ประวัติผู้ได้รับเลือกตั้ง
หน้าหลัก
 
แนะนำการเลือกตั้ง

การเลือกตั้งถือเป็นรูปแบบสำคัญที่สุดของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหมายความว่า หากไม่มีการเลือกตั้งก็จะไม่ใช่ประชาธิปไตย ต้องให้สิทธิในการเลือกผู้ที่จะมา บริหารประเทศแก่ประชาชน สำหรับในไต้หวันมีประวัติเกี่ยวกับการเลือกตั้งมานานตั้งแต่ยุคที่ญี่ปุ่นปกครองไต้หวันในปี พ.ศ. 2478 และปี พ.ศ.2482 เป็นการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ต่อมาเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงไม่มีการเลือกตั้งอีก กระทั่งปี 2488 ไต้หวันก็ก้าวสู่ยุคของ “สาธารณรัฐจีน” จัดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนท้องถิ่นขึ้นในปีถัดมา มีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในขณะนั้นถึง 2.4 ล้านคน แล้วให้ผู้แทนท้องถิ่นเหล่านี้ไปเลือกสมาชิกสภาจังหวัด แล้วสมาชิกสภาจังหวัดเหล่านี้ก็ไปเลือกสมาชิกสภามณฑลไต้หวันจำนวน 30 คน กล่าวได้ว่า ประชาธิไตยในไต้หวันเริ่มเบ่งบานมาตั้งแต่ยุคนั้นกระทั่งปัจจุบันได้พัฒนารูปแบบมาเป็นการเลือกตั้งในสองระดับคือ ระดับส่วนกลาง ได้แก่การเลือกตั้งประธานาธิบดี และสมาชิกสภานิติบัญญัติ ส่วนอีกระดับหนึ่งคือระดับส่วนท้องถิ่น ได้แก่การเลือกตั้ง 5 ผู้ว่าการนคร (กรุงไทเป นครนิวไทเป นครไถจง นครไถหนาน และนครเกาสง) ผู้ว่าจังหวัดต่างๆ ตลอดจนสมาชิกของสภานครและสภาจังหวัด รวมไปถึงการเลือกตั้งกำนันผู้ใหญ่บ้าน และผู้แทนในท้องถิ่นด้วย สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันโดยตรงเริ่มมีครั้งแรกในปี 2539 อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และมีสิทธิอยู่ในตำแหน่งได้ติดต่อกันไม่เกิน 2 วาระหรือ 8 ปี

ดอกไม้แห่งประชาธิปไตยเบ่งบานอีกครั้งในไต้หวัน
ไต้หวันมีกำหนดจัดการเลือกตั้งส่วนกลางคือการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติพร้อมกันในวันเสาร์ที่ 14 ม.ค. 2555 ซึ่งเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างพรรคก๊กมินตั๋ง (國民黨) มีประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว (馬英九) อาสาลงสนามขอเป็นผู้นำไต้หวันต่อเป็นสมัยที่ 2 ขับเคี่ยวกับนางสาวไช่ อิงเหวิน (蔡英文) หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือพรรคดีพีพี (民進黨)พรรคฝ่ายค้าน และมีบุคคลที่ 3 ลงแทรกด้วยคือนายซ่ง ฉู่อวี๋(宋楚瑜)หัวหน้าพรรคพีเอฟพี(親民黨)

ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
ผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีไต้หวันได้จะต้องเป็นผู้มีสำมะโนประชากรในไต้หวันอย่างน้อย 15 ปี และพำนักอาศัยในไต้หวันอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป อายุ 40 ปีบริบูรณ์ ยกเว้นบุคคลที่เป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงหรือมาเก๊า จะเป็นบุคคลที่ห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง หากเป็นบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมือง จะต้องเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้านี้ (เลือกตั้งประธานาธิบดีหรือสมาชิกสภานิติบัญญัติ) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ของคะแนนเสียงทั้งหมด หากลงสมัครในนามผู้สมัครอิสระหรือเสนอชื่อโดยพรรคการเมืองที่ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น จะต้องลงทะเบียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งกลาง เพื่อรวบรายชื่อผู้สนับสนุนให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 1.5 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติครั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งในคราวนี้จะต้องมีจำนวนอย่างน้อย 258,000 รายชื่อ โดยจะต้องชำระเงินค้ำประกัน 1 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หากรวบรวมรายชื่อได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ต้องการ หรือประมาณ 130,000 รายชื่อ เงินค้ำประกันดังกล่าวก็จะถูกยึดเข้าคลังหลวง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการลงสมัครรับเลือกตั้งโดยไม่คำนึงถึงฐานคะแนนเสียงของตนเอง ซึ่งจะทำให้มีผู้สมัครรับเลือกตั้งจำนวนมาก สิ้นเปลืองทรัพยากรที่ต้องใช้ในการนี้

วิธีการเลือกตั้ง
สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ ส.ส. ไต้หวันในวันเดียวกัน จะมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เช่นเดียวกับของเมืองไทย คือบัตรสำหรับเลือกบุคคล กับบัตรสำหรับเลือกพรรคการเมือง ทั้งนี้ จะมีการเลือกตั้งส.ส. ทั้งหมด 113 ที่นั่ง แบ่งเป็น แบบแบ่งเขต จำนวน 73 ที่นั่ง เขตเดียวเบอร์เดียว แบบระบบปาร์ตี้ลิสต์และจากชาวจีนโพ้นทะเล จำนวน 34 ที่นั่ง และอีก 6 ที่นั่งจากชนพื้นเมือง โดยพรรคการเมืองที่จะมีส่วนได้รับจัดสรรที่นั่งส่วนนี้จะต้องได้รับคะแนนเสียงอย่างน้อยร้อยละ 5 ของผู้ใช้สิทธิทั้งหมด

 
ข่าวเกี่ยวข้อง
more
ภาพบรรยากาศ
more
ผลการนับคะแนน
▍อัตราส่วนคะแนนเสียงที่ได้รับ
★ ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี
  ไช่ อิงเหวิน และ ซู เจียเฉวียน
  หม่า อิงจิ่ว และ อู๋ ตุนอี้
  ซ่ง ฉู่อวี๋ และ หลินรุ่ยสง
more