เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ (賴清德) แห่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสถาบันการแพทย์และตัวแทนอุตสาหกรรมชีวการแพทย์ที่ได้รับรางวัลคุณภาพด้านเทคโนโลยีชีวภาพและการดูแลทางการแพทย์แห่งชาติ (National Biotechnology and Medicine Care Quality Award) ครั้งที่ 28 โดยประธานาธิบดีระบุว่า เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงทางยาของไต้หวัน ได้มอบหมายให้สภาบริหารวางแผนโครงการเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างเสริมความมั่นคงด้านยาแห่งชาติ ระยะเวลา 4 ปี โดยคาดว่าจะทุ่มงบประมาณรวม 24,000 ล้านเหรียญไต้หวัน โครงการดังกล่าวมุ่งเน้น 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ผลิตและใช้ในประเทศ การควบคุมและกำกับดูแลแบบอัจฉริยะ และร่วมเป็นพันธมิตรกับนานาชาติ เพื่อสร้างแนวป้องกันด้านอุปทานยาของไต้หวันอย่างครอบคลุม โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ระดับล้านล้านเหรียญ และทำให้ไต้หวันกลายเป็นพันธมิตรที่ขาดไม่ได้ในห่วงโซ่อุปทานชีวการแพทย์ระดับโลก
ประธานาธิบดีไล่ฯ กล่าวว่า ในฐานะประธานาธิบดีคนแรกของไต้หวันที่เดิมมีอาชีพแพทย์ หนึ่งในภารกิจที่สำคัญคือการผลักดันนโยบายไต้หวันสุขภาพดี และการจะบรรลุวิสัยทัศน์นี้ จำเป็นต้องพึ่งพา 3 เสาหลัก ได้แก่ สร้างระบบประกันสุขภาพและระบบการแพทย์ที่สมบูรณ์และเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมเพื่อยกระดับคุณภาพบริการ และการทุ่มเทสร้างอุตสาหกรรมชีวการแพทย์ให้กลายเป็นป้อมปราการพิทักษ์ชาติ
ในส่วนของการสร้างความมั่นคงทางการเงินของระบบประกันสุขภาพ ประธานาธิบดีไล่ชี้ว่า งบประมาณรวมของระบบประกันสุขภาพได้เพิ่มขึ้นจาก 875,500 ล้านเหรียญไต้หวันในปี 2567 เป็น 928,600 ล้านเหรียญไต้หวันในปี 2568 และในปีนี้พุ่งสูงถึง 988,300 ล้านเหรียญไต้หวัน เมื่อรวมกับงบประมาณที่รัฐบาลสมทบเพิ่มอีก 19,900 ล้านเหรียญ ส่งผลให้ยอดงบประมาณรวมในปีนี้แตะระดับ 1 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 6.5% และเป็นระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์