นิตยสาร Fortune ของสหรัฐฯ รายงาน Fortune Global 500 ประจำปี 2026 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม โดยพบว่ากระแสการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ผลักดันรายได้ของบริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างโดดเด่น ส่งผลให้หลายบริษัทในเอเชียขยับอันดับขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะ บริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ที่สามารถก้าวเข้าสู่ 100 อันดับแรกของโลกได้เป็นครั้งแรก
รายงานระบุว่า TSMC ผู้ผลิตชิปให้กับลูกค้ารายใหญ่ เช่น Apple และ Nvidia ขยับขึ้นถึง 44 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 82 ของโลก ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทสามารถติดอันดับ 100 บริษัทที่มีรายได้สูงสุดของโลก สะท้อนความต้องการชิปประมวลผลขั้นสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI
ขณะเดียวกัน Tencent บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน ก็ขยับขึ้น 19 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 97 และติดกลุ่ม 100 อันดับแรกเป็นครั้งแรกเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของแพลตฟอร์มดิจิทัลและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวันยังมีผลงานโดดเด่น โดย Wistron ขยับขึ้นถึง 298 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 198 นับเป็นบริษัทที่มีอันดับพุ่งสูงที่สุดในรายชื่อ Fortune Global 500 ปีนี้ สะท้อนการเติบโตของธุรกิจที่ได้รับแรงหนุนจากความต้องการเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์สำหรับ AI
นอกจาก TSMC และ Wistron แล้ว ยังมีบริษัทไต้หวันอีกหลายแห่งที่ติดอันดับ Fortune Global 500 ได้แก่ Foxconn (Hon Hai Precision Industry), Quanta Computer, Pegatron และ WT Microelectronics
การจัดอันดับ Fortune Global 500 ถือเป็นหนึ่งในดัชนีสำคัญที่ใช้วัดขนาดและศักยภาพของบริษัททั่วโลก โดยอ้างอิงจากรายได้ของบริษัทในแต่ละปี ซึ่งผลการจัดอันดับปี 2026 สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรม AI และห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เปลี่ยนโฉมภูมิทัศน์ของธุรกิจโลกและเพิ่มบทบาทของบริษัทเทคโนโลยีในเอเชียอย่างชัดเจน.