เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ (賴清德) ได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสถาบันบรูกกิงส์(Brookings Institution) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองชื่อดังของสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีได้กล่าวขอบคุณสถาบันบรูกกิงส์ที่ให้ความสนใจและติดตามประเด็นเกี่ยวกับไต้หวันมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า บทวิเคราะห์เชิงลึกจากงานวิจัยของสถาบันแห่งนี้ ถือเป็นสะพานสำคัญที่ช่วยส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อระบุว่า ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 250 ปีการก่อตั้งสหรัฐอเมริกา และครบรอบ 30 ปีการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันโดยตรง นอกจากทั้งสองฝ่ายจะร่วมรำลึกถึงพัฒนาการด้านประชาธิปไตย เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนในปีเดียวกันแล้ว ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไต้หวันกับสหรัฐฯ ยังได้จัดประชุมการเจรจาหุ้นส่วนเพื่อความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจระหว่างไต้หวัน – สหรัฐฯ ครั้งที่ 6 (Taiwan-US Economic Prosperity Partnership Dialogue, EPPD) สำเร็จและร่วมลงนามในปฏิญญายุคทองแห่งเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจระหว่างไต้หวัน-สหรัฐฯ ซึ่งช่วยวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูง
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อกล่าวว่า รัฐบาลไต้หวันกำลังกำลังส่งเสริมให้ภาคธุรกิจทุกแขนงนำ AI มาใช้งาน เพื่อผลักดันไต้หวันสู่การเป็นเกาะแห่งปัญญาประดิษฐ์ พร้อมทั้งเร่งพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้แก่ โฟโตนิกส์ซิลิคอน (Silicon Photonics) เทคโนโลยีควอนตัม และหุ่นยนต์ ขณะเดียวกัน ไต้หวันยังตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการพัฒนาอุตสาหกรรมโดรนของเอเชียผ่านการลงทุนและการจัดทำงบประมาณพิเศษด้านกลาโหมเพื่อจัดซื้ออากาศยานไร้คนขับ และสร้างระบบรับมือด้านการป้องกันและโจมตีด้วยโดรน

ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อเน้นย้ำว่า ไต้หวันซึ่งตั้งอยู่แนวหน้าของประชาธิปไตยโลก มีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการปกป้องอธิปไตยของประเทศและรักษาวิถีชีวิตที่ยึดมั่นในประชาธิปไตยและเสรีภาพ พร้อมยืนยันว่าจะเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันตนเอง และดำเนินมาตรการอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค รวมถึงรักษาสถานภาพปัจจุบันในช่องแคบไต้หวัน