ทำเนียบประธานาธิบดีสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ออกแถลงข่าว ระบุว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 8 กันยายน ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจาก “กลุ่มสมาชิกรัฐสภาเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน” ณ ทำเนียบประธานาธิบดี ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ กล่าวว่า กลุ่มสมาชิกรัฐสภาเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และยังดำเนินงานมาไม่ถึง 3 เดือน ได้แสดงออกถึงความห่วงใยและการสนับสนุนต่อสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันอย่างแข็งขัน ผ่านการเดินทางเยือนไต้หวันอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง ผู้นำไต้หวันเชื่อว่า การก่อตั้งกลุ่มดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสนใจของรัฐสภาญี่ปุ่นที่มีต่อสถานการณ์ในช่องแคบไต้หวัน และยังมีส่วนช่วยในการแสวงหากลยุทธ์ที่ดีที่สุดเพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพื่อสานต่อวิสัยทัศน์ “อินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง” ของอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นชินโซ อาเบะ
ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ระบุว่า ท่ามกลางภัยคุกคามจากจีนในรูปแบบต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งปฏิบัติการทางทหาร การก่อกวนพื้นที่สีเทา รวมถึงปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร ส่งผลให้สถานการณ์ในช่องแคบไต้หวัน ทะเลจีนตะวันออก และทะเลจีนใต้ทวีความตึงเครียด และบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ไต้หวัน ญี่ปุ่น และประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก จำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้านการป้องกันประเทศอย่างต่อเนื่อง และร่วมกันเสริมสร้างขีดความสามารถในการยับยั้งภัยคุกคาม จึงจะสามารถปกป้องประชาธิปไตย สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองที่มีร่วมกัน
ประธานาธิบดีไล่ฯ ย้ำว่า ปีนี้งบประมาณด้านกลาโหมของไต้หวันคิดเป็น 3% ของ GDP ขณะที่งบประมาณในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเกิน 3% ของ GDP และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไต้หวันจะเดินหน้าส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านกลาโหมอย่างเต็มที่ พร้อมคาดหวังว่าในอนาคต ไต้หวันและญี่ปุ่นจะกระชับความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การประมวลผลควอนตัม โดรน และหุ่นยนต์ เพิ่มมากขึ้น