<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd" xmlns:googleplay="http://www.google.com/schemas/play-podcasts/1.0" version="2.0">
  <channel>
    <title>แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่</title>
    <link>https://www.rti.org.tw/th/CombinedProgramPodcastUrl?id=38</link>
    <description><![CDATA[แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่]]></description>
    <category><![CDATA[ Society & Culture ]]></category>
    <category><![CDATA[ Government ]]></category>
    <language>th_TH</language>
    <copyright>Copyright 2018-2026 Rti - For Personal Use Only</copyright>
    <lastBuildDate>Sat, 03 Oct 2026 09:20:28 +0800</lastBuildDate>
    <ttl>60</ttl>
    <itunes:author>อโศก ศรีจันทร์, อัญชัน ทรงพุทธิ์,Rti</itunes:author>
    <itunes:summary><![CDATA[แรงงานและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่]]></itunes:summary>
    <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
    <itunes:owner>
      <itunes:name>中央廣播電臺 RTI Radio Taiwan International</itunes:name>
      <itunes:email>rtiwebt@rti.org.tw</itunes:email>
    </itunes:owner>
    <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/b911d89c-133d-406b-9e9b-04148c3bcef3.jpg" />
    <itunes:category text="Society &amp; Culture" />
    <itunes:category text="Government" />
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102404</link>
      <description><![CDATA[1. กระทรวงแรงงานไต้หวันเผยสถิติการฝ่าฝืนกฎหมายแรงงานปี 2568 พุ่งเกือบ 5,000 คดี "การจ้างงานผิดกฎหมาย" ครองอันดับหนึ่ง
ท่ามกลางการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุดและภาวะอัตราการเกิดที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ไต้หวันเผชิญกับการหดตัวของประชากรวัยทำงานในทุกภาคอุตสาหกรรม ความต้องการแรงงานที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ขั้นตอนการยื่นขออนุญาตตามระบบมีข้อจำกัด จึงเป็นปัจจัยผลักดันให้การจ้างงานนอกระบบขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด
ภาคการเกษตรขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก เกษตรกรว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานอย่างผิดกฎหมายเพิ่มจำนวนมากตามไปด้วย (ภาพจาก agriharvest.tw)
จากสถิติประจำปี พ.ศ. 2568 พบว่ามีนายจ้างถูกดำเนินคดีฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน และถูกลงโทษปรับรวมทั้งสิ้น 4,884 คดี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 580 คดี โดยในจำนวนดังกล่าว มากกว่า 2,500 คดี เป็นความผิดฐานจ้างงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และการให้ที่พักพิงหรือยินยอมให้แรงงานต่างชาติทำงานอย่างผิดกฎหมาย
ความผิดที่พบมากที่สุด คือ การฝ่าฝืนมาตรา 57 วรรค 1 ได้แก่ การจ้างแรงงานต่างชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือใช้ใบอนุญาตที่หมดอายุแล้ว รวม 1,605 คดี เพิ่มขึ้น 56 คดี โดยมีโทษปรับตั้งแต่ 150,000 ถึง 750,000 เหรียญไต้หวัน และมีการเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว 80 กรณี
อันดับสอง คือ ความผิดตามมาตรา 44 ฐานให้ที่พักพิงหรือยินยอมให้แรงงานต่างชาติทำงานโดยมิชอบด้วยกฎหมาย รวม 928 คดี เพิ่มขึ้น 112 คดี มีโทษปรับในอัตราเดียวกัน และเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว 137 กรณี
อันดับสาม คือ การฝ่าฝืนมาตรา 57 วรรค 3 ฐานสั่งให้แรงงานต่างชาติปฏิบัติงานนอกเหนือขอบเขตที่ได้รับอนุญาต รวม 426 คดี เพิ่มขึ้น 71 คดี มีโทษปรับ 30,000–150,000 เหรียญไต้หวัน และต้องดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้นอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งมีแล้ว 10 กรณี
ภาคการเกษตรขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก เกษตรกรว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานอย่างผิดกฎหมายเพิ่มจำนวนมากตามไปด้วย (ภาพจาก agriharvest.tw)
อันดับสี่ คือ ความผิดตามมาตรา 57 วรรค 4 ฐานโยกย้ายแรงงานต่างชาติไปปฏิบัติงาน ณ สถานที่นอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต รวม 206 คดี เพิ่มขึ้น 83 คดี มีโทษปรับ 30,000–150,000 เหรียญไต้หวัน และเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว 14 กรณี
อันดับที่ห้า คือ ความผิดตามมาตรา 57 วรรค 5 ฐานไม่จัดให้แรงงานต่างชาติเข้ารับการตรวจสุขภาพตามกำหนด หรือไม่รายงานผลการตรวจต่อหน่วยงานสาธารณสุข รวม 115 คดี เพิ่มขึ้น 5 คดี มีโทษปรับ 60,000–300,000 เหรียญไต้หวัน ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่า ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง จำนวนคดีประเภทนี้ได้กลับเข้าสู่ระดับปกติแล้ว ไม่สูงเช่นในช่วงปี พ.ศ. 2564–2565
นอกจากนี้ ยังพบความผิดในลักษณะอื่น ได้แก่ การฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานหรือคำสั่งตามกฎหมายในประเด็นอื่น จำนวน 60 คดี ลดลง 7 คดี มีโทษปรับ 60,000–300,000 เหรียญไต้หวัน และเพิกถอนใบอนุญาต 31 กรณี ความผิดฐานไม่แจ้งหน่วยงานเมื่อแรงงานต่างชาติขาดงานติดต่อกันเกิน 3 วัน หรือเมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้าง จำนวน 37 คดี มีโทษปรับ 30,000–150,000 เหรียญไต้หวัน และความผิดฐานนำชื่อของตนไปใช้เป็นนายจ้างแทนบุคคลอื่น จำนวน 9 คดี ลดลง 12 คดี มีโทษปรับ 150,000–750,000 เหรียญไต้หวัน และเพิกถอนใบอนุญาต 5 กรณี
กระทรวงแรงงานได้ย้ำเตือนนายจ้างว่า การจ้างแรงงานต่างชาติทุกกรณีจะต้องยื่นขอและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารประจำตัวของแรงงานก่อนการจ้างงานทุกครั้ง งดเว้นการจ้างงานนอกระบบหรือให้ที่พักพิงแก่แรงงานผิดกฎหมาย และห้ามมิให้นำชื่อของตนไปใช้เป็นนายจ้างแทนผู้อื่นโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนกฎหมาย จะถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป
2. ชาวไต้หวันแห่ลงชื่อค้านนำเข้าแรงงานอินเดีย ทะลุ 4.1 หมื่นรายใน 7 วัน ถกเดือดระหว่างความปลอดภัยกับการเหยียดเชื้อชาติ
นโยบายการเปิดรับแรงงานต่างชาติจากอินเดียของรัฐบาลไต้หวันกลายเป็นประเด็นร้อนที่จุดกระแสถกเถียงในวงกว้าง ไม่เพียงแต่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Threads เท่านั้น แต่ยังลุกลามไปสู่ JOIN แพลตฟอร์มการมีส่วนร่วมด้านนโยบายสาธารณะ ซึ่งมีประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านแล้วกว่า 41,000 ราย ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลระงับแผนการดังกล่าว โดยให้ความสำคัญกับประเด็นความปลอดภัยสาธารณะและความเสมอภาคทางเพศเป็นอันดับแรก
กระแสต่อต้านปะทุขึ้นหลังจากที่นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ออกมายืนยันว่าแรงงานอินเดียชุดแรกอาจเดินทางมาถึงไต้หวันได้เร็วที่สุดภายในปีนี้ ข้อเสนอในแคมเปญลงชื่อระบุชัดเจนว่า รัฐบาลควรระงับแผนนำเข้าแรงงานอินเดียอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าจะมีการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบที่ครอบคลุมและรัดกุม
ไต้หวันและอินเดียลงนาม MOU เมื่อ 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดช่องทางให้แรงงานอินเดียเข้ามาทำงานในภาคการผลิตและภาคการก่อสร้างของไต้หวัน (ภาพจาก LTN)
เนื้อหาของข้อเสนอดังกล่าวอ้างอิงรายงานข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับคดีล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในอินเดีย ทั้งเหตุการณ์บนรถพยาบาลและคดีล่วงละเมิดที่กระทำต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยชี้ให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุบางรายไม่มีประวัติอาชญากรรมมาก่อน จึงตั้งข้อกังขาว่าการตรวจสอบใบรับรองประวัติอาชญากรรมอาจไม่เพียงพอสำหรับการคัดกรองความเสี่ยง นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของระบบราชการอินเดียและความเข้มงวดในการออกเอกสารราชการ ว่าสอดคล้องกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยของไต้หวันหรือไม่ โดยกลุ่มผู้คัดค้านยืนยันว่าไม่ควรนำความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิง ไปเสี่ยงกับนโยบายที่ยังมีช่องโหว่ในด้านความเท่าเทียมทางเพศ
หลังนายหงเซินฮั่น รมว.....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102404</guid>
      <pubDate>Fri, 17 Apr 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260417_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36017280" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. กระทรวงแรงงานไต้หวันเผยสถิติการฝ่าฝืนกฎหมายแรงงานปี 2568 พุ่งเกือบ 5,000 คดี "การจ้างงานผิดกฎหมาย" ครองอันดับหนึ่ง]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/1988f068-3ac2-41fb-b4f2-e38fd279800a.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>67</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=101844</link>
      <description><![CDATA[1. ไต้หวันอนุมัติเพิ่มโควตาแรงงานต่างชาติภาคเกษตร 20,000 อัตรา พร้อมเงื่อนไขควบคุมการหลบหนีที่สูงถึง 9%
ไต้หวันเดินหน้าแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ หลังกระทรวงเกษตรเสนอขอเพิ่มโควตาแรงงานต่างชาติอีก 20,000 อัตรา เพื่อรองรับความต้องการแรงงานในภาคการผลิตอาหารที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยหากได้รับการอนุมัติครบถ้วน จะทำให้โควตารวมพุ่งสูงถึง 40,000 อัตรา ทว่าคณะกรรมการนโยบายแรงงานข้ามชาติมีมติอนุมัติในระยะแรกเพียง 7,000 อัตรา และกำหนดให้ปลดล็อกโควตาที่เหลือออกเป็น 3 ระยะ โดยผูกโยงกับผลการดำเนินงานด้านการลดอัตราแรงงานหลบหนีเป็นเงื่อนไขสำคัญ
แม้ปัจจุบัน ไต้หวันจะอนุมัตินำเข้าแรงงานต่างชาติภาคเกษตรแล้ว 20,000 คน แต่ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก (ภาพจาก agriharvest.tw)
ข้อมูลสถิติปี 2568 ชี้ว่า อัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติในภาพรวมอยู่ที่ประมาณ 3% แต่ในภาคเกษตรกรรมตัวเลขดังกล่าวพุ่งสูงถึง 9% ซึ่งเป็นระดับที่ภาครัฐมองว่าน่ากังวลอย่างยิ่ง นโยบายเปิดรับแรงงานในคราวนี้จึงมาพร้อมกลไกควบคุมที่เข้มงวด แทนที่จะเปิดกว้างแบบไม่มีเงื่อนไข ในที่ประชุมมีมติอนุมัติโควตาเบื้องต้นเพียง 7,000 อัตรา ส่วนที่เหลืออีก 13,000 อัตรา จะอนุมัติตามผลการลดอัตราการหลบหนี ดังนี้:
ระยะที่ 1: อนุมัติทันที 7,000 อัตรา
ระยะที่ 2: อนุมัติเพิ่ม 7,000 อัตรา (หากลดอัตราหลบหนีต่ำกว่า 8% ภายในปี 2569)
ระยะที่ 3: อนุมัติเพิ่มอีก 6,000 อัตรา (หากลดอัตราหลบหนีต่ำกว่า 6.5% ภายในปี 2570)
ทั้งนี้ หากสามารถควบคุมอัตราการหลบหนีให้ต่ำกว่า 5% ได้ในอนาคต จะพิจารณาแนวทางขยายโควตาเพิ่มเติมในระยะถัดไปอีกครั้ง
ไต้หวันอนุมัติเพิ่มโควตาแรงงานต่างชาติภาคเกษตร 20,000 อัตรา พร้อมเงื่อนไขควบคุมการหลบหนีที่สูงถึง 9% (ภาพจาก NOWnews)
นโยบายนำเข้าแรงงานต่างชาติภาคเกษตรเริ่มทดลองใช้ในปี 2562 ด้วยโควตาเพียง 800 อัตรา ก่อนขยายเป็น 12,000 อัตราในปี 2565 และเพิ่มอีก 8,000 อัตราในเดือนกันยายน 2566 ทำให้โควตารวมปัจจุบันอยู่ที่ 20,000 อัตรา อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรไต้หวันประเมินว่าในระยะยาว ภาคเกษตรอาจขาดแคลนแรงงานสูงถึง 60,000 อัตรา สะท้อนถึงช่องว่างที่ยังต้องการนำเข้าแรงงานต่างชาติมากกว่านี้
แม้ปัจจุบัน ไต้หวันจะอนุมัตินำเข้าแรงงานต่างชาติภาคเกษตรแล้ว 20,000 คน แต่ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก (ภาพจาก agriharvest.tw)
กระทรวงเกษตรให้คำมั่นเร่งดำเนินมาตรการลดการหลบหนีอย่างครอบคลุม ควบคุมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางทั้งฝั่งนายจ้างและแรงงาน ได้แก่
- การเตรียมความพร้อมนายจ้าง ด้วยการให้คำปรึกษาล่วงหน้าก่อนรับแรงงานเข้ามา
- การให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่แรงงาน ทันทีหลังเดินทางเข้าประเทศ
- การติดตามตรวจเยี่ยมแรงงาน อย่างสม่ำเสมอตลอดช่วงการจ้างงาน
- การยกระดับกำกับดูแลบริษัทจัดหางาน ให้มีความโปร่งใสและรับผิดชอบมากขึ้น
- การส่งเสริมระบบการจ้างตรง เพื่อลดภาระหนี้สินของแรงงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการหลบหนี
แม้ปัจจุบัน ไต้หวันจะอนุมัตินำเข้าแรงงานต่างชาติภาคเกษตรแล้ว 20,000 คน แต่ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก (ภาพจาก agriharvest.tw)
นอกเหนือจากการเพิ่มจำนวนโควตา กระทรวงเกษตรยังปรับปรุงเกณฑ์คุณสมบัติให้ครอบคลุมเกษตรกรกลุ่มใหม่ที่สามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ธุรกิจเลี้ยงผึ้ง ผู้ประกอบการที่มีรังผึ้งตั้งแต่ 150 รังขึ้นไป มีสิทธิ์ยื่นขอได้ คาดว่ามีเกษตรกรเข้าข่ายราว 600 ราย รองรับความต้องการแรงงานประมาณ 400 อัตรา
เกษตรอินทรีย์ กำหนดเกณฑ์พื้นที่เพาะปลูกขั้นต่ำ เช่น พืชไร่ต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 5 เฮกตาร์ หรือพืชชนิดอื่น (ยกเว้นข้าวและหญ้าอาหารสัตว์) รวมกันไม่น้อยกว่า 1 เฮกตาร์ คาดสร้างความต้องการแรงงานเพิ่มประมาณ 250 อัตรา
ไต้หวันอนุมัติเพิ่มโควตาแรงงานต่างชาติภาคเกษตร 20,000 อัตรา พร้อมเงื่อนไขควบคุมการหลบหนีที่สูงถึง 9% (ภาพจาก agriharvest.tw)
การเกษตรแบบผสมผสาน อนุญาตให้เกษตรกรที่ปลูกพืชหลายชนิดสามารถนำสัดส่วนพื้นที่เพาะปลูกมารวมคำนวณเพื่อขอสิทธิ์จ้างแรงงานต่างชาติได้ หากเมื่อรวมกันแล้วครบตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด คาดต้องการแรงงานต่างชาติราว 1,600 อัตรา
การปรับลดเกณฑ์พื้นที่ปลูกถั่วลิสง จากเดิม 10 เฮกตาร์ เหลือเพียง 5 เฮกตาร์ ส่งผลให้จำนวนเกษตรกรที่มีสิทธิ์ขยายจาก 28 รายเป็น 117 ราย และคาดจะสร้างความต้องการแรงงานเพิ่มอีกกว่า 50 อัตรา
การปรับปรุงเกณฑ์ทั้งหมดนี้จะรวมอยู่ภายใต้โควตาระยะแรก 7,000 อัตราที่ได้รับการอนุมัติแล้ว
ไต้หวันอนุมัติเพิ่มโควตาแรงงานต่างชาติภาคเกษตร 20,000 อัตรา พร้อมเงื่อนไขควบคุมการหลบหนีที่สูงถึง 9% (ภาพจาก ctee.com.tw)
นอกเหนือจากภาคเกษตร คณะกรรมการฯ ยังอนุมัติให้อุตสาหกรรมพลุและดอกไม้ไฟระดับสูงสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ในสัดส่วน 15% ตามข้อเสนอของกระทรวงเศรษฐการ โดยใช้ระบบโควตา 5 ระดับสำหรับกิจการประเภท 3K และอนุญาตให้จ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้
แนวทางการเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติอย่างมีเงื่อนไขดังกล่าว สะท้อนให้เห็นความพยายามสร้างสมดุลระหว่างความต้องการแรงงานภาคการผลิต กับการบริหารจัดการประชากรแรงงานต่างชาติอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
แม้ปัจจุบัน ไต้หวันจะอนุมัตินำเข้าแรงงานต่างชาติภาคเกษตรแล้ว 20,000 คน แต่ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก (ภาพจาก agriharvest.tw)
2. แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายในเถาหยวนพุ่งเฉียด 12,000 คน ก่อปัญหาสารพัด ตำรวจจงลี่ตรวจเข้มรวบ 112 รายใน 1 สัปดาห์....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=101844</guid>
      <pubDate>Fri, 10 Apr 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260410_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36033600" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ไต้หวันอนุมัติเพิ่มโควตาแรงงานต่างชาติภาคเกษตร 20,000 อัตรา พร้อมเงื่อนไขควบคุมการหลบหนีที่สูงถึง 9%]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/4f90774e-4c86-40a0-9711-03ffba78d9a8.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>66</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=101340</link>
      <description><![CDATA[1. ไต้หวันผ่อนปรนเกณฑ์นำเข้าแม่บ้านต่างชาติ มีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปีเพียง 1 คนก็ยื่นขอได้ หวังลดภาระครอบครัว-กระตุ้นอัตราการเกิด เริ่ม 13 เมษายนนี้
กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศนโยบายใหม่เพื่อรับมือกับความท้าทายของสังคมยุคปัจจุบัน ซึ่งครอบครัวส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับแรงกดดันในการรักษาสมดุลระหว่างชีวิตการทำงาน การดูแลบ้านเรือน และการเลี้ยงดูบุตร โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กป่วยด้วยโรคหายากหรือมีพัฒนาการล่าช้าซึ่งต้องการการดูแลเป็นพิเศษ กระทรวงฯ จึงได้ปรับปรุงเกณฑ์การขออนุญาตจ้างแรงงานต่างชาติในตำแหน่งผู้ช่วยงานบ้านหรือแม่บ้านให้มีความยืดหยุ่นและเข้าถึงได้มากขึ้น โดยคาดว่านโยบายดังกล่าวจะส่งผลให้มีครัวเรือนที่มีสิทธิ์ยื่นคำขอเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1.44 ล้านครัวเรือน
กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศนโยบายใหม่ ผ่อนปรนเกณฑ์นำเข้าแม่บ้านต่างชาติ มีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปีเพียง 1 คนก็ยื่นขอได้ หวังลดภาระครอบครัว (ภาพจากกระทรวงแรงงาน)
มาตรการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสภาบริหารแล้ว โดยกระทรวงแรงงานได้รายงานในที่ประชุมเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ภายใต้หัวข้อ “เพิ่มผู้ช่วย ลดความเหนื่อยล้า-ผ่อนปรนเงื่อนไขการจ้างแม่บ้านต่างชาติ เพื่อช่วยลดภาระครอบครัว” และมีกำหนดเปิดรับคำขออย่างเร็วที่สุดในวันที่ 13 เมษายนนี้
หวงหลิงอวี้ อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงาน ชี้แจงว่า ในปัจจุบันครอบครัวจำนวนมากต้องทำงานล่วงเวลา หรือมีภาระในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งต้องอาศัยกำลังคนในการดูแลมาก กระทรวงฯ จึงปรับเกณฑ์ใหม่ โดยกำหนดให้ครอบครัวที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปีเพียงหนึ่งคน มีสิทธิ์ยื่นขอจ้างผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติได้หนึ่งอัตรา จากเดิมที่กำหนดให้ต้องมีบุตรอายุต่ำกว่า 6 ปีจำนวนสามคน หรือมีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปีอย่างน้อยสี่คน โดยในจำนวนนั้นต้องมีสองคนที่อายุต่ำกว่า 6 ปี เกณฑ์เดิมดังกล่าวจึงไม่สอดคล้องกับบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน
นโยบายดังกล่าวคาดจะส่งผลให้มีครัวเรือนที่มีสิทธิ์ยื่นคำขอเพิ่มขึ้นเป็น 1.44 ล้านครัวเรือน (ภาพจาก nextapple.com)
ทั้งนี้ นอกจากค่าจ้างที่เริ่มต้นที่ 20,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือนแล้ว นายจ้างยังมีหน้าที่ชำระเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อความมั่นคงในการทำงาน ซึ่งเป็นกองทุนที่ผู้นำเข้าแรงงานต่างชาติทุกรายต้องจ่าย เพื่อนำไปใช้ส่งเสริมการจ้างงานภายในประเทศ การพัฒนาทักษะอาชีพ และการบริหารจัดการแรงงานต่างชาติ โดยแบ่งอัตราการจ่ายออกเป็นสองระดับ ดังนี้ :
อัตราปกติ 5,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน สำหรับครอบครัวทั่วไปที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปีหนึ่งคน
อัตราพิเศษ 2,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน สำหรับครอบครัวที่เข้าเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งต่อไปนี้
- มีเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีที่เป็นผู้ป่วยโรคหายาก ผู้พิการ เด็กในกลุ่มเปราะบาง หรือเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีที่มีพัฒนาการเชื่องช้า อย่างน้อย 1 คน
- มีเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีจำนวน 2 คน โดยในนั้นมี 1 คนที่อายุต่ำกว่า 6 ปี
- มีเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป
มาตรการผ่อนปรนเกณฑ์นำเข้าแม่บ้านต่างชาติ มีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปีเพียง 1 คนก็ยื่นขอได้ คาดจะช่วยบรรเทาภาระของครอบครัวของชาวไต้หวันได้ในระดับหนึ่ง (ภาพจาก udn.com)
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการ จะเริ่มเปิดรับคำขอในวันที่ 13 เมษายน 2569 โดยผู้สนใจควรเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ แบบฟอร์มคำขอ สำเนาทะเบียนบ้าน และเอกสารรับรองตามที่กำหนด เพื่อดำเนินขั้นตอนการประกาศรับสมัครงานภายในประเทศเป็นลำดับแรก และเมื่อได้รับหนังสือรับรองว่าไม่สามารถหาผู้ช่วยงานบ้านในประเทศได้แล้ว จึงจะสามารถยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของกระทรวงแรงงานได้ ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955
กระทรวงแรงงานระบุว่า นโยบายดังกล่าวมุ่งเพิ่มทางเลือกให้แก่ครอบครัว นอกเหนือไปจากระบบสนับสนุนที่มีอยู่เดิม ขณะที่โฆษกสภาบริหารแถลงว่า รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมระบบสนับสนุนครอบครัวในด้านการมีบุตร การเลี้ยงดู และการศึกษา เพื่อบรรเทาภาระของประชาชน ในระยะต่อไป กระทรวงแรงงานจะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ เพื่อผลักดันมาตรการเสริมเพิ่มเติม เช่น การลดขั้นตอนการพิจารณาสำหรับครอบครัวที่มีความต้องการพิเศษ และการให้สิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือเป็นลำดับแรก
อย่างไรก็ตาม ภาคประชาสังคมมีมุมมองว่า แม้มาตรการนี้จะช่วยบรรเทาภาระของบางครอบครัวได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่อาจแก้ไขปัญหาวิกฤตอัตราการเกิดต่ำได้อย่างยั่งยืน โดยภายหลังการประกาศนโยบาย ได้เกิดกระแสถกเถียงในกลุ่มผู้ปกครองอย่างกว้างขวาง ฝ่ายที่สนับสนุนอ้างอิงประสบการณ์จากต่างประเทศที่การจ้างผู้ช่วยงานบ้าน ช่วยแบ่งเบาภาระด้านการดูแลบ้านและบุตรได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ฝ่ายที่มีข้อกังวลชี้ให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้าง เงินสมทบกองทุน และค่าบริการจัดหางาน อาจสูงถึงไม่ต่ำกว่า 25,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ซึ่งยังคงเป็นภาระที่ครอบครัวหลายรายต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
2. เผยแรงงานเวียดนามในไต้หวันใช้ช่องทางโอนเงินนอกระบบสูงถึง 20-30% รุนแรงที่สุดในบรรดาแรงงาน 4 ชาติ ขณะที่ชาติอื่นสัดส่วนไม่ถึง 10%
ปัญหาการโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายของแรงงานต่างชาติในไต้หวันกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมคณะกรรมาธิการการคลังของสภานิติบัญญัติ เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา โดยหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวยังคงมีความรุนแรงและจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
นายเผิงจินหลง ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (FSC) ย้ำชัดเจนว่า ธุรกิจรับโอนเงินเป็นกิจการที่อยู่ภายใต้ระบบการออกใบอนุญาตพิเศษ ผู้ที่ดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตจะต้องเผชิญกับบทลงโทษอย่างรุนแรง ในระยะต่อไป ภาครัฐจะดำเนินการตามแนวทางหลักสองประการ ได้แก่ การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปราม....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=101340</guid>
      <pubDate>Fri, 03 Apr 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260403_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36006720" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ไต้หวันผ่อนปรนเกณฑ์นำเข้าแม่บ้านต่างชาติ มีบุตรอายุต่ำกว่า 12 ปีเพียง 1 คนก็ยื่นขอได้ หวังลดภาระครอบครัว-กระตุ้นอัตราการเกิด เริ่ม 13 เมษายนนี้]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/e7a79854-5cdb-4c1d-9a49-eed4321bcacf.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>65</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=100802</link>
      <description><![CDATA[1. นโยบายไม่เก็บค่าหัวคิวใกล้เป็นจริง? สหรัฐฯ เตรียมตรวจสอบประเด็นแรงงานบังคับในหลายประเทศ ไต้หวันเร่งสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) ประกาศเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา นอกจากจะดำเนินการตรวจสอบตามมาตรา 301 ต่อประเทศคู่ค้าหลายแห่งแล้ว ยังมีแผนตรวจสอบประเด็นการนำเข้าสินค้าที่เชื่อมโยงกับการบังคับใช้แรงงานในกว่า 60 ประเทศ
ล่ามของศูนย์ดูแลแรงงานต่างชาติประจำท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน พากลุ่มแรงงานไทยที่เดินทางมาถึงออกมาจากสนามบิน (ภาพจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน)
สำหรับไต้หวัน ซึ่งถูกจับตามองในเรื่องปัญหาแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและภาคประมง ทั้งในแง่ค่าหัวคิวที่สูงลิ่วและสภาพแวดล้อมการทำงานที่ต่ำกว่ามาตรฐาน นายกงหมิงซิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ แถลงเมื่อวันที่ 12 มีนาคมว่า กระทรวงแรงงานได้ออกแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันการบังคับใช้แรงงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกระทรวงเศรษฐการจะประสานงานเพื่อเผยแพร่และสร้างความเข้าใจให้ผู้ประกอบการในไต้หวันนำแนวทางดังกล่าวไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ก่อนหน้านี้ USTR ระบุว่าจะดำเนินการสอบสวนตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าต่อประเทศคู่ค้า 16 แห่ง ในประเด็นกำลังการผลิตที่ล้นตลาด ควบคู่ไปกับการตรวจสอบการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับจากอย่างน้อย 60 ประเทศ
แรงงานต่างชาติพักผ่อนหย่อนใจหน้าศูนย์การค้าอาเซียนสแควร์ นครไทจง (ภาพจาก twreporter.org)
กรณีที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษคือ Giant Manufacturing ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมจักรยานระดับโลก ซึ่งเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ถูกหน่วยงานศุลกากรและพิทักษ์พรมแดนสหรัฐฯ (CBP) สั่งระงับการนำเข้าสินค้า เนื่องจากพบปัญหาการบังคับใช้แรงงาน นับเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับภาคการผลิตของไต้หวัน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ Giant Manufacturing และอีกหลายบริษัทต้องรีบประกาศใช้นโยบายศูนย์ค่าใช้จ่ายสำหรับแรงงานต่างชาติ กล่าวคือ ยกเลิกการเรียกเก็บค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวจากแรงงานทุกรูปแบบ โดยบริษัทเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดทั้งในช่วงก่อนการเดินทางและระหว่างทำงานในไต้หวัน พร้อมทั้งชดเชยย้อนหลังคืนเงินที่แรงงานต่างชาติเคยจ่ายไปแล้วด้วย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาแรงงานบังคับในสถานประกอบการไต้หวันไม่ได้เป็นเพียงกรณีโดดเดี่ยว แต่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึก โดยเฉพาะในกระบวนการนำเข้าแรงงานต่างชาติผ่านบริษัทจัดหางาน ซึ่งมักพบพฤติกรรมที่ขัดต่อมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นการยึดเอกสารประจำตัว หรือการเรียกเก็บค่าหัวคิวในอัตราที่สูงเกินจริง ปัญหาเหล่านี้แพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม ทั้งสิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนโลหะและเครื่องจักรไฟฟ้า ซึ่งล้วนมีความเสี่ยงที่จะถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และประเทศในยุโรป
กลุ่มแรงงานต่างชาติเดินทางถึงไต้หวัน ขณะออกมาจากท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้ประกาศแนวปฏิบัติอ้างอิงสำหรับภาคธุรกิจในการป้องกันการใช้แรงงานบังคับ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถระบุและแยกแยะรูปแบบของการบังคับใช้แรงงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยนำเสนอกรอบการดำเนินงานแบบเป็นขั้นตอนผ่าน 5 มิติหลัก พร้อมเครื่องมือสำคัญ 4 ประการ เพื่อนำพาภาคธุรกิจเริ่มต้นจากการบริหารจัดการภายในองค์กร แล้วขยายไปสู่การกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทาน กระทรวงแรงงานเน้นย้ำด้วยว่า ผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงานสากลจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าระหว่างประเทศ
กงหมิงซินกล่าวเสริมว่า กระทรวงเศรษฐการพร้อมร่วมมือกับกระทรวงแรงงานในการเผยแพร่แนวปฏิบัติดังกล่าว เพื่อให้ผู้ประกอบการในประเทศเข้าใจสถานการณ์และความหมายของแรงงานบังคับอย่างถ่องแท้ พร้อมกันนี้ยังยอมรับว่าประเด็นแรงงานบังคับไม่ใช่ภาระหน้าที่ของกระทรวงแรงงานเพียงฝ่ายเดียว กระทรวงเศรษฐการเองก็มีส่วนรับผิดชอบสำคัญ ทั้งนี้ กลุ่มองค์กรแรงงานได้วิพากษ์วิจารณ์ซ้ำหลายครั้งว่า "แผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน" ซึ่งจัดทำโดยกรมส่งเสริมการลงทุน กระทรวงเศรษฐการ ได้หมดอายุลงตั้งแต่ปลายปี 2567 และแม้จะล่วงเลยมากกว่า 15 เดือนแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในการเสนอฉบับปรับปรุงเวอร์ชัน 2.0 ส่งผลให้การผลักดันมาตรการป้องกันแรงงานบังคับในภาคธุรกิจยังคงขาดรูปธรรม
กลุ่มแรงงานต่างชาติเดินทางถึงไต้หวัน กำลังรอล่ามของศูนย์ดูแลแรงงานต่างชาติมาพาออกจากท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน
เมื่อสหรัฐฯ เริ่มเดินหน้าตรวจสอบอย่างจริงจัง ผู้ประกอบการไต้หวันอาจต้องเผชิญคำสั่งห้ามนำเข้าสินค้าสู่ตลาดอเมริกา ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่ไม่อาจมองข้าม โดยปี 2567 ที่ผ่านมา ไต้หวันส่งออกผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ไปยังสหรัฐฯ มูลค่ารวม 88,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และชิ้นส่วนยานยนต์อีก 3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมกันกว่า 2.7 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน หากห่วงโซ่อุปทานเกิดความสะดุด ย่อมส่งแรงกระเทือนต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง ทางออกที่ตรงไปตรงมาที่สุดในตอนนี้คือการนำนโยบายศูนย์ค่าใช้จ่ายมาใช้อย่างจริงจัง โดยให้นายจ้างเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดแทนแรงงานต่างชาติ ทั้งในขั้นตอนก่อนการเดินทางและระหว่างการทำงานในไต้หวัน
2. สรรพากรไต้หวันแนะแรงงานต่างชาติขอคืนภาษีในรูปแบบเช็ค ก่อนเดินทางกลับประเทศ ช่วยคุ้มครองสิทธิประโยชน์และป้องกันการฟอกเงิน
กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ไต้หวัน ออกมาชี้แจงว่า แรงงานต่างชาติที่มีรายได้จากการทำงานในไต้หวันมีหน้าที่ตามกฎหมายในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ขณะเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีธนาคารของแรงงานต่างชาติถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการรับเงินจากฉ้อโกงหรือการฟอกเงิน โดยเฉพาะในกรณีที่แรงงานต่างชาติเดินทางกลับประเทศหลังครบสัญญาโดยไม่ได้ปิดบัญชีธนาคาร คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (FSC) จึงบังคับใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=100802</guid>
      <pubDate>Fri, 27 Mar 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260327_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36035520" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. นโยบายไม่เก็บค่าหัวคิวใกล้เป็นจริง? สหรัฐฯ เตรียมตรวจสอบประเด็นแรงงานบังคับในหลายประเทศ ไต้หวันเร่งสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/ff3461ad-9380-4d5d-b349-71cea61ae35a.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>64</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=100268</link>
      <description><![CDATA[1. ยอดแรงงานต่างชาติในไต้หวันพุ่งทะลุ 870,000 คน ขณะที่จำนวนแรงงานผิดกฎหมายลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3
กระทรวงแรงงานของไต้หวันเปิดเผยสถิติแรงงานต่างชาติล่าสุด ระบุว่า ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 จำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันรวมทั้งสิ้นได้ทะลุ 870,000 คนแล้ว ในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างชาติใบอนุญาตจ้างงานถูกต้องตามกฎหมายเกือบ 771,000 คน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 4,624 คน
แรงงานต่างชาติในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทะลุ 870,000 คน
ประเด็นที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ จำนวนแรงงานที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุหรือหลบหนีนายจ้างจนกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยในเดือนมกราคมลดเหลือ 99,751 คน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขต่ำกว่า 100,000 คน นับตั้งแต่เดือนกันยายนของปีที่ผ่านมา
ภาคการผลิตและผู้อนุบาลในครัวเรือนฟื้นตัว: ความต้องการแรงงานเพิ่มกว่า 2,000 รายในเดือนเดียว
เมื่อจำแนกตามประเภทอุตสาหกรรม แรงงานในภาคอุตสาหกรรมมีจำนวนรวม 543,106 คน โดยเฉพาะในภาคการผลิต มีจำนวน 484,669 คน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 2,061 คน สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการกำลังคนในภาคการผลิตยังคงอยู่ในระดับสูง ส่วนการลดลงของตัวเลขในเดือนก่อนหน้านั้น คาดว่าเป็นผลจากการปรับโครงสร้างกำลังแรงงานตามรอบปี
แรงงานต่างชาติในไต้หวันพุ่งทะลุ 870,000 คน ขณะที่จำนวนแรงงานผิดกฎหมายลดลงเล็กน้อยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในภาพเป็นกลุ่มแรงงานเวียดนามถูกกฎหมาย
เมื่อพิจารณาในระดับกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีแรงงานเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 855 คน ตามมาด้วยกลุ่มคอมพิวเตอร์และผลิตภัณฑ์ออปติก 515 คน และกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้ารวมถึงอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มละกว่า 250 คน ในขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ส่วนใหญ่มีจำนวนแรงงานทรงตัวหรือปรับลดลงเล็กน้อย ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ความต้องการแรงงานในภาคการผลิตยังคงได้รับแรงหนุนหลักจากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ภาคก่อสร้าง: ภาคเอกชนขยายตัว แม้โครงการรัฐหดตัวลง
ในส่วนของภาคการก่อสร้าง มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา กล่าวคือ โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ภาครัฐมีจำนวนแรงงานลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 เหลือ 19,358 คน ในขณะที่โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ภาคเอกชนมีแรงงาน 4,890 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 3,737 คน และงานก่อสร้างทั่วไปมีแรงงาน 10,070 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,679 คน
ความต้องการแรงงานต่างชาติในไต้หวันยังคงขับเคลื่อนโดยสองแรงหลัก ได้แก่ ภาคเทคโนโลยีขั้นสูงและภาคสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะผู้อนุบาลในครัวเรือน
แม้ตัวเลขแรงงานในโครงการก่อสร้างภาครัฐจะลดลง แต่งบประมาณก่อสร้างภาครัฐในปีนี้กลับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 16.1 การลดลงดังกล่าวจึงไม่ได้สะท้อนว่าความต้องการแรงงานลดลงแต่อย่างใด หากแต่เป็นการเปลี่ยนรูปแบบการนำเข้าแรงงานโดยหันมาใช้โควตาประเภทก่อสร้างทั่วไปแทน รวมถึงการโอนย้ายกำลังคนภายหลังสิ้นสุดโครงการ
สำหรับภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์ มียอดรวม 11,819 คน และคาดว่าจะทะลุ 12,000 คนในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่แรงงานในกลุ่มรีไซเคิลขยะและทรัพยากรขยายตัวอย่างมั่นคงที่ 457 คน
ความต้องการแรงงานต่างชาติในไต้หวันยังคงขับเคลื่อนโดยสองแรงหลัก ได้แก่ ภาคเทคโนโลยีขั้นสูงและภาคสวัสดิการสังคม
จำแนกตามสัญชาติ อินโดนีเซียครองอันดับ 1 ไทยอยู่อันดับ 4
เมื่อจำแนกแรงงานมีใบอนุญาตจ้างงานยังมีผลใช้บังคับหรือแรงงานถูกกฎหมาย โดยหักลบแรงงานต่างชาติส่วนที่หลบหนีตามสัญชาติ พบว่าแรงงานอินโดนีเซียมีจำนวนมากที่สุดถึง 296,346 คน เพิ่มขึ้น 2,760 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ในสายงานผู้อนุบาลในครัวเรือน รองลงมาคือแรงงานเวียดนาม 233,549 คน แรงงานฟิลิปปินส์ 171,991 คน เพิ่มขึ้น 1,739 คน ซึ่งส่วนใหญ่เข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรม ICT และแรงงานไทย 68,949 คน ตามลำดับ
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า โครงสร้างความต้องการแรงงานต่างชาติในไต้หวันยังคงขับเคลื่อนโดยสองแรงหลัก ได้แก่ ภาคเทคโนโลยีขั้นสูงและภาคสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะผู้อนุบาลในครัวเรือน ซึ่งทั้งสองภาคมีแนวโน้มจะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของไต้หวันในระยะยาว
2. เดินเข้ากองไฟ! แรงงานไทยโดนปรับ 150,000 เหรียญ หลังดื่มสุราขี่จักรยานไฟฟ้าเข้าสถานีตำรวจเยี่ยมเพื่อนที่ถูกจับ
นายภาคภูมิ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี แรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานในโรงงานฟอกย้อมแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมจงลี่ ได้ดื่มสุราแล้วขี่จักรยานไฟฟ้าไปเยี่ยมเพื่อนที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในสถานีตำรวจหลูจู๋ นครเถาหยวน เมื่อเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กลิ่นสุราได้ทันที และเฝ้าระวังเขาตลอดเวลา เมื่อเสร็จสิ้นการเยี่ยมเพื่อน นายภาคภูมิได้ขี่จักรยานไฟฟ้ากลับหอพักของโรงงาน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเครื่องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์รอตรวจอยู่ที่หน้าสถานีตำรวจเรียบร้อยแล้ว ผลการตรวจพบว่ามีระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจสูงถึง 0.39 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 0.15 มิลลิกรัมต่อลิตร เขาจึงถูกจับกุมและส่งฟ้องต่อศาล
ศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก 3 เดือน พร้อมค่าปรับ 60,000 เหรียญไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายไต้หวัน โทษจำคุกที่ไม่เกิน 6 เดือนสามารถชำระเงินแทนการจำคุกได้ในอัตรา 1,000–3,000 เหรียญต่อวัน ในกรณีนี้ศาลอนุญาตให้ชำระในอัตราวันละ 1,000 เหรียญ ส่งผลให้ยอดรวมที่ต้องจ่ายทั้งหมดสูงถึง 150,000 เหรียญไต้หวัน
หมายเรียกสำนักงานอัยการเถาหยวน สั่งให้แรงงานไทยรายนี้ไปรายงานตัวและชำระค่าปรับตามคำตัดสินของศาล รวมทั้งสิ้น 150,000 เหรียญ....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=100268</guid>
      <pubDate>Fri, 20 Mar 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260320_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36015360" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ยอดแรงงานต่างชาติในไต้หวันพุ่งทะลุ 870,000 คน ขณะที่จำนวนแรงงานผิดกฎหมายลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/1dd54664-bfff-4b4d-8826-b9df8d769f9e.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>63</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99662</link>
      <description><![CDATA[1. ตลาดโอนเงินแรงงานต่างชาติในไต้หวันโตพุ่ง! ยอดธุรกรรมปี 68 ทะลุ 1.29 แสนล้าน สถิติชี้โอนเฉลี่ยกว่า 1 หมื่นเหรียญต่อครั้ง
คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินไต้หวัน (FSC) เปิดเผยสถิติล่าสุดพบว่า มูลค่าการโอนเงินออกนอกประเทศของแรงงานต่างชาติผ่านแอปพลิเคชันในปี 2568 เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทะลุหลักแสนล้านเหรียญไต้หวัน สะท้อนให้เห็นว่า แรงงานต่างชาติที่หันมาใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลที่ถูกกฎหมายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แรงงานต่างชาติในไต้หวันหันมาใช้บริการโอนเงินผ่านช่องทางดิจิทัลที่ถูกกฎหมายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ภาพจาก ftvnews.com.tw)
FSC รายงานว่า ตลอดปี 2568 มูลค่าการโอนเงินออกต่างประเทศของแรงงานต่างชาติผ่านแอปพลิเคชันมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 129,111.36 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 53.36 ขณะที่จำนวนรายการธุรกรรมพุ่งทะลุ 12.35 ล้านรายการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.18 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ร้านค้าบริการแรงงานต่างชาติหลังสถานีรถไฟเถาหยวน (ภาพจาก chinatimes.com)
เจ้าหน้าที่ FSC ระบุว่า ปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโตทั้งด้านมูลค่าและจำนวนธุรกรรม มาจากการที่ผู้ให้บริการเร่งขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแรงงานต่างชาติมีความคุ้นเคยและเชื่อมั่นในการใช้บริการโอนเงินผ่านแอปที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการรายใหม่สนใจเข้ามาแข่งขันในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง
สื่อประชาสัมพันธ์เตือนภัยการโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน
ปัจจุบัน FSC ให้ใบอนุญาตผู้ให้บริการโอนเงินรายย่อยผ่านแอปสำหรับแรงงานต่างชาติแล้ว 5 ราย ได้แก่ Qpay, Digital Idea, Thaimoney, May God และ Remitech Finance International โดยในจำนวนนี้มีเพียง Qpay และ Thaimoney ที่เปิดให้บริการแก่แรงงานไทยแล้ว ส่วน May God อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการกลุ่มดังกล่าว ทั้งนี้ FSC ระบุว่ายังมีผู้ให้บริการอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างยื่นขอใบอนุญาต เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่แรงงานต่างชาติมากยิ่งขึ้น
สื่อประชาสัมพันธ์เตือนภัยการโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน
ข้อมูล ณ สิ้นปี 2568 มีผู้ใช้งานลงทะเบียนสะสมรวมทั้งสิ้น 998,188 ราย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มจัดเก็บข้อมูล อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าจำนวนแรงงานต่างชาติที่พำนักอยู่จริงในไต้หวัน ซึ่งอยู่ที่ 866,275 คน ตามสถิติของกระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าแรงงานหนึ่งคนอาจลงทะเบียนใช้งานมากกว่าหนึ่งแอปพลิเคชัน คล้ายกับการถือบัตรเครดิตหลายใบในเวลาเดียวกัน
สื่อประชาสัมพันธ์เตือนภัยการโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน
เมื่อคำนวณจากยอดรวม พบว่าในปี 2568 แรงงานต่างชาติมียอดโอนเงินเฉลี่ย 10,447 เหรียญไต้หวันต่อครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่อยู่ที่ 9,413 เหรียญไต้หวัน คิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 11 นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า แนวโน้มสังคมสูงวัยและการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมของไต้หวันจะผลักดันให้จำนวนแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นในอนาคต และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ตลาดโอนเงินกลุ่มนี้ขยายตัวต่อเนื่อง
สื่อประชาสัมพันธ์เตือนภัยการโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน
สำหรับเงื่อนไขการใช้บริการ การโอนเงินผ่านแอปดังกล่าวเป็นการโอนทางเดียวจากไต้หวันไปยังประเทศปลายทางเท่านั้น และมีการกำหนดวงเงินเพื่อรักษาวินัยทางการเงินและป้องกันความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน โดยจำกัดไว้ที่ไม่เกิน 30,000 เหรียญไต้หวันต่อรายการ ไม่เกิน 50,000 เหรียญต่อเดือน และไม่เกิน 500,000 เหรียญต่อปีรวมทุกแอปพลิเคชัน หากต้องการโอนเกินวงเงินรายเดือน แรงงานสามารถใช้บริการของผู้ให้บริการหลายรายร่วมกันได้ แต่ยอดรวมทั้งปียังคงต้องไม่เกินเพดานที่กำหนด
สื่อประชาสัมพันธ์เตือนภัยการโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน
ทั้งนี้ วงเงินข้างต้นใช้บังคับเฉพาะการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทรับโอนเงินรายย่อยสำหรับแรงงานต่างชาติเท่านั้น ไม่ครอบคลุมการโอนเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารซึ่งสามารถทำได้โดยไม่นับรวมยอดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากยอดโอนผ่านเคาน์เตอร์สูงกว่ารายได้ปกติ ธนาคารจะขอหลักฐานแหล่งที่มาของเงิน เช่น เงินชดเชยจากกองทุนประกันแรงงาน โบนัสจากนายจ้าง หรือหลักฐานการทำงานล่วงเวลา เนื่องจากการโอนผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารต้องเป็นไปตามกฎระเบียบธนาคารและกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
2. ไม่เข็ด! ตำรวจบุกตรวจซ้ำโรงงานแปรรูปโลหะกลางหุบเขาอู๋กู่ รวบ 14 ผีน้อยไทย นายจ้างแสบโดนโทษจำคุก-ค่าปรับหลักล้าน
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปแถลงผลปฏิบัติการบุกตรวจค้นโรงงานแปรรูปโลหะในพื้นที่ห่างไกลของเขตอู๋กู่ถึง 2 ครั้ง ในช่วงปีที่ผ่านมา สามารถจับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายได้รวมทั้งสิ้น 21 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวไทยที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว 14 ราย ก่อนส่งเรื่องให้กองแรงงานนครนิวไทเปพิจารณาบทลงโทษตามกฎหมายการจ้างงานต่อไป
ตำรวจบุกตรวจโรงงานแปรรูปโลหะกลางหุบเขาอู๋กู่ถึง 2 ครั้ง จับกุมชาวต่างชาติทำงานผิดกฎหมาย 21 ราย เป็นผีน้อยไทย 14 ราย (ภาพจาก nexapple.com)
ปฏิบัติการครั้งแรก ฝ่าดงเขาตรวจค้นกลางดึก จับได้ 6 ราย
จากการสืบสวนและรับแจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าตรวจค้นโรงงานแห่งนี้เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคมของปีที่ผ่านมา โรงงานตั้งอยู่บนภูเขาที่เข้าถึงยาก มีถนนคดเคี้ยวและสภาพพื้นที่ซับซ้อน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมต้องลงพื้นที่สำรวจเส้นทางในยามค่ำคืนท่ามกลางเสียงสุนัขเห่าหอน เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานอย่างยากลำบาก
เมื่อเข้าถึงโรงงานได้ เจ้าหน้าที่พบแรงงานต่างชาติกำลังทำงานแปรรูปโลหะโดยไม่ทันระวังตัว จึงสามารถบันทึกภาพหลักฐานการทำงานผิดกฎหมายได้อย่างครบถ้วน ผลการปฏิบัติการครั้งแรกจับกุมผู้กระทำผิดได้ 6 ราย เป็นชาวไทยที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวและพำนักเกินกำหนดวีซ่า 5 ราย....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99662</guid>
      <pubDate>Fri, 13 Mar 2026 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260313_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36028800" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ตลาดโอนเงินแรงงานต่างชาติในไต้หวันโตพุ่ง! ยอดธุรกรรมปี 68 ทะลุ 1.29 แสนล้าน สถิติชี้โอนเฉลี่ยกว่า 1 หมื่นเหรียญต่อครั้ง]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/2921e462-213d-4c1c-a97e-49c8f133b5bb.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>62</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99146</link>
      <description><![CDATA[1. สหภาพแรงงาน TaiDoc Technology บุกยื่นหนังสือประท้วงที่ว่าการนิวไทเป จี้รัฐสั่งระงับโควตาแรงงานต่างชาติ แฉปล่อย บจง. เก็บค่าหัวคิวและค่าต่อสัญญาสูงเกินจริง
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สหภาพแรงงานบริษัท TaiDoc Technology Corporation ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์รายใหญ่ของไต้หวัน เดินหน้าชุมนุมหน้าที่ว่าการนครนิวไทเป เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนเรียกร้องให้รัฐบาลนครนิวไทเปดำเนินการตามกฎหมาย ประกอบด้วยการสั่งระงับโควตานำเข้าแรงงานต่างชาติของบริษัท คืนตำแหน่งให้ผู้บริหารสหภาพที่ถูกเลิกจ้างกว่า 30 คนพร้อมจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย เรียกคืนเงินที่ฝ่ายนายจ้างปล่อยบริษัทจัดหางานเรียกเก็บโดยมิชอบ ตลอดจนหยุดกดดันสหภาพและยุติการตั้งกลุ่มตัวแทนฝ่ายนายจ้างเพื่อแทรกแซงองค์กรแรงงาน ทั้งนี้ กองแรงงานนครนิวไทเปได้ส่งเจ้าหน้าที่รับหนังสือและให้คำมั่นว่าจะปกป้องสิทธิแรงงานตามกฎหมายอย่างเต็มที่
สหภาพแรงงานบริษัท TaiDoc Technology Corporation ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์รายใหญ่ของไต้หวัน ยื่นหนังสือประท้วงหน้าที่ว่าการนิวไทเป จี้รัฐสั่งระงับโควตาแรงงานต่างชาติ แฉปล่อย บจง. เก็บค่าต่อสัญญาสูงเกินจริง (ภาพจาก news.nextapple.com)
สหภาพแรงงานเปิดเผยว่า TaiDoc Technology ทำกำไรมหาศาลในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากการจำหน่ายเครื่องวัดออกซิเจนในเลือดและชุดตรวจ ATK แต่กลับนำเข้าแรงงานต่างชาติเพื่อลดต้นทุนการผลิต และปล่อยให้บริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าหัวคิวสูงเกินจริง พร้อมใช้มาตรการบริหารจัดการแรงงานต่างชาติอย่างไม่เป็นธรรมมาโดยตลอด
สหภาพแรงงานซึ่งก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อราวครึ่งปีก่อน มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อกำหนดการบริหารหอพักที่ไร้มนุษยธรรม ยกเลิกเงื่อนไขที่เลือกปฏิบัติต่อแรงงานหญิงตั้งครรภ์ และผลักดันการคุ้มครองสิทธิแรงงานให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมาได้เดินทางไปประท้วงที่กระทรวงแรงงานแล้วถึงสี่ครั้ง และผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ยรวมถึงคำวินิจฉัยด้านการกระทำอันไม่เป็นธรรมทางแรงงานหลายครั้ง จนบริษัทต้องแก้ไขข้อกำหนดบางประการ รวมถึงเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับกรณีการตั้งครรภ์
สหภาพแรงงานบริษัท TaiDoc Technology Corporation ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์รายใหญ่ของไต้หวัน ยื่นหนังสือประท้วงหน้าที่ว่าการนิวไทเป จี้รัฐสั่งระงับโควตาแรงงานต่างชาติ แฉปล่อย บจง. เก็บค่าต่อสัญญาสูงเกินจริง (ภาพจาก news.nextapple.com)
อย่างไรก็ตาม สหภาพระบุว่าฝ่ายนายจ้างกลับทวีความแข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงเลิกจ้างแกนนำสหภาพกว่า 30 คน รวมแรงงานต่างชาติ 7 คนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังชี้นำพนักงานคนอื่นให้แทรกซึมเข้ามาในสหภาพ เปิดเพจสหภาพปลอมเพื่อสร้างความสับสน และพยายามบ่อนทำลายความเป็นอิสระขององค์กรแรงงาน อันถือเป็นการละเมิดกฎหมายสหภาพแรงงานและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ สหภาพยังกล่าวหาว่าฝ่ายบริหารพยายามสร้างความแตกแยกและยุยงให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างแรงงานไต้หวันกับแรงงานต่างชาติ โดยใช้แรงงานต่างชาติกดค่าแรงคนท้องถิ่น และในขณะเดียวกันก็ใช้แรงงานท้องถิ่นเป็นเครื่องมือกดขี่แรงงานต่างชาติ ทั้งที่สหภาพยืนยันชัดเจนว่าพร้อมเปิดรับสมาชิกทุกสัญชาติโดยไม่แบ่งแยก
สหภาพแรงงานบริษัท TaiDoc Technology Corporation ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์รายใหญ่ของไต้หวัน ยื่นหนังสือประท้วงหน้าที่ว่าการนิวไทเป จี้รัฐสั่งระงับโควตาแรงงานต่างชาติ แฉปล่อย บจง. เก็บค่าต่อสัญญาสูงเกินจริง (ภาพจาก news.nextapple.com)
เซียวฮุ่ยหมิ่น หัวหน้าฝ่ายแรงงานสัมพันธ์ กองแรงงานนครนิวไทเป กล่าวขณะรับหนังสือว่า การที่บริษัทเลิกจ้างแกนนำสหภาพทั้งหมดในระหว่างกระบวนการวินิจฉัยการกระทำที่ไม่เป็นธรรมด้านแรงงาน มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นการกระทำผิดกฎหมาย หากตรวจสอบพบว่าเป็นความจริงจะดำเนินการลงโทษอย่างหนัก พร้อมจัดสรรเงินสนับสนุนการดำเนินคดีเพื่อช่วยเหลือแกนนำสหภาพด้วย ส่วนประเด็นการระงับโควตาแรงงานต่างชาตินั้น แม้จะเป็นอำนาจของกระทรวงแรงงาน แต่กองแรงงานนิวไทเปประกาศชัดว่า หาก TaiDoc Technology ยื่นคำขอนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มเติม จะไม่ออกหนังสือรับรองการไม่ละเมิดกฎหมายแรงงานให้ เพื่อแสดงจุดยืนในการปกป้องสิทธิแรงงาน
ด้านบริษัท TaiDoc Technology ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า บริษัทว่าจ้างแรงงานต่างชาติมาเกือบ 20 ปี โดยไม่เคยมีการตักเตือน เลิกจ้าง หรือส่งตัวกลับด้วยเหตุจากการแต่งงานหรือตั้งครรภ์ กรณีที่ถูกกองแรงงานเถาหยวนสั่งปรับนั้นเป็นผลจากข้อมูลเท็จที่สหภาพแรงงานให้ไว้ และบริษัทได้ยื่นอุทธรณ์ตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว
สหภาพแรงงานบริษัท TaiDoc Technology Corporation ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์รายใหญ่ของไต้หวัน ยื่นหนังสือประท้วงหน้าที่ว่าการนิวไทเป จี้รัฐสั่งระงับโควตาแรงงานต่างชาติ แฉปล่อย บจง. เก็บค่าต่อสัญญาสูงเกินจริง (ภาพจาก news.nextapple.com)
บริษัทยังชี้แจงว่าระเบียบหอพักที่บังคับใช้เป็นเพียงข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของที่พักอาศัยส่วนกลาง ไม่มีการบังคับใช้แรงงาน ไม่เคยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการต่อสัญญาจากแรงงานต่างชาติ และไม่เคยแทรกแซงการรวมกลุ่มหรือการประท้วงหยุดงานของแรงงานแต่อย่างใด
ทั้งนี้ TaiDoc Technology Corporation ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอู๋กู่ นครนิวไทเป เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบวงจร ได้แก่ เครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือด เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องวัดอุณหภูมิทางหู/หน้าผาก เครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือด ชุดตรวจแอนติเจนโควิด-19 แบบเร่งด่วน เครื่องพ่นละอองยา เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ เครื่องวิเคราะห์ฮีโมโกลบินเอวันซี และเครื่องวัดสัญญาณชีพหลายพารามิเตอร์ ปัจจุบันมีแรงงานฟิลิปปินส์ทำงานในบริษัทชาติเดียวราว 140 คน ขณะที่มีแรงงานท้องถิ่นร่วม 1,000 คน
2. แรงงานชาวเวียดนามลืมเงินสด 4 ล้านเหรียญบนรถไฟ!....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99146</guid>
      <pubDate>Fri, 06 Mar 2026 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260306_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36023040" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. สหภาพแรงงาน TaiDoc Technology บุกยื่นหนังสือประท้วงที่ว่าการนิวไทเป จี้รัฐสั่งระงับโควตาแรงงานต่างชาติ แฉปล่อย บจง. เก็บค่าหัวคิวและค่าต่อสัญญาสูงเกินจริง]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/d664b58a-ca27-4f1f-993f-fae708e1394c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>61</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98579</link>
      <description><![CDATA[1. เป็นไปได้ไหม? กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศปฏิรูปใหญ่ ตั้งเป้า 3 ปี ยกเลิกค่าหัวคิวแรงงานต่างชาติ
กระทรวงแรงงานไต้หวันเดินหน้าปฏิรูปสิทธิแรงงานครั้งใหญ่ ต่อเนื่องจากการลงนามข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไต้หวันกับสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าขจัดภาระหนี้สินของแรงงานต่างชาติ ผ่านนโยบายค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวเป็นศูนย์ พร้อมห้ามนายจ้างยึดเอกสารประจำตัว และยกระดับเสรีภาพในการจัดตั้งสหภาพแรงงานหรือสิทธิการรวมกลุ่มของแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล
พิธีลงนามข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไต้หวันกับสหรัฐอเมริกา (ภาพจาก knews.com.tw)
นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไต้หวันจัดแถลงข่าว ชี้แจงมาตรการดำเนินงานระยะต่อไปภายหลังการลงนามข้อตกลงดังกล่าวว่า ภาระหนี้สินที่เกิดจากการเรียกเก็บค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวในอัตราที่สูงเกินควรของบริษัทจัดหางาน คือต้นตอสำคัญที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนีออกนอกระบบกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย และสร้างความไม่มั่นคงต่อตลาดแรงงานในภาพรวม กระทรวงจึงกำหนดให้ "การขจัดหนี้สินแรงงานต่างชาติ" เป็นวาระเร่งด่วนของการปฏิรูปครั้งนี้ โดยจะประกาศแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้
นายหงเซินฮั่น (คนที่ 2 จากซ้าย) รมว. แรงงานไต้หวันจัดแถลงข่าวระบุว่า ภาระหนี้สินที่เกิดจากการเรียกเก็บค่าบริการจัดหางานในอัตราที่สูงเกินควร คือต้นตอสำคัญที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนี (ภาพจาก knews.com.tw)
สาระสำคัญของมาตรา 3.9 ในข้อตกลงดังกล่าว ระบุห้ามใช้แรงงานบังคับโดยเด็ดขาด พร้อมปรับมาตรฐานให้สอดคล้องกับหลักสากล และกำหนดเส้นตาย 3 ปี ให้ไต้หวันยกเลิกการเรียกเก็บค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติ ห้ามนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานยึดหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตัวตนของแรงงาน เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเรือประมงนอกชายฝั่ง ตลอดจนผลักดันนโยบาย "0 ค่าบริการจัดหางาน" ให้บรรลุผลภายในกำหนดเวลาดังกล่าว รวมทั้งแก้ไขกฎหมายเพื่อลดเกณฑ์การจัดตั้งสหภาพแรงงานในโรงงานด้วย
นายหงเซินฮั่น (คนที่ 2 จากซ้าย) รมว. แรงงานไต้หวันจัดแถลงข่าวระบุว่า ภาระหนี้สินที่เกิดจากการเรียกเก็บค่าบริการจัดหางานในอัตราที่สูงเกินควร คือต้นตอสำคัญที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนี (ภาพจาก knews.com.tw)
สำหรับแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินของแรงงานต่างชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเสนอกลไกหลัก 3 แนวทางที่จะดำเนินการควบคู่กัน ได้แก่ หนึ่ง ให้นายจ้างเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการจัดหางานทั้งหมดแทนแรงงานต่างชาติ สอง ใช้ระบบจัดส่งโดยรัฐหรือการจ้างตรงแบบรัฐต่อรัฐ และสาม ให้นายจ้างดำเนินการรับสมัครและว่าจ้างเองโดยตรง โดยไม่ผ่านบริษัทจัดหางาน ทั้งนี้ ในระยะ 3 ปีแรก จะใช้แนวทางให้คำปรึกษาและส่งเสริมความเข้าใจเป็นหลัก เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมได้ปรับตัวก่อนการบังคับใช้เต็มรูปแบบ
กลุ่ม NGO และแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วง บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวและต่อสัญญาในอัตราสูง เรียกร้องให้ยกเลิกระบบการจัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน (eventsinfocus.org)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเน้นย้ำว่า ประชาคมโลกให้ความสนใจประเด็น "แรงงานขัดหนี้" หรือการบังคับใช้แรงงานแทนการชำระหนี้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากแรงงานต่างชาติไม่ต้องแบกรับภาระหนี้ก้อนโตตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน อัตราการหลบหนีออกนอกระบบจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ กระทรวงแรงงานจะประกาศ "แนวทางปฏิบัติสำหรับการป้องกันการบังคับใช้แรงงานในสถานประกอบการ" พร้อมเสนอร่างกฎหมายห้ามยึดเอกสารสำคัญของแรงงานเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติ และจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับกระทรวงเศรษฐการ เพื่อให้คำแนะนำแก่ภาคอุตสาหกรรมและสร้างความเข้าใจเรื่องแรงงานบังคับอย่างเป็นระบบ
แรงงานเวียดนามชูป้ายแสดงรายการค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ซึ่งสูง 5,000-7,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน เรียกร้องให้ยกเลิกระบบการจัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน (eventsinfocus.org)
นอกเหนือจากสิทธิแรงงานต่างชาติ ข้อตกลงฉบับนี้ยังครอบคลุมการปรับลดเกณฑ์การจัดตั้งสหภาพแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงภาคการประมง เพื่อป้องกันไม่ให้เงื่อนไขที่เข้มงวดเกินไปกลายเป็นอุปสรรค พร้อมเปิดช่องให้จัดตั้งสหพันธ์แรงงานข้ามพื้นที่ได้ และกำหนดกลไกการลงคะแนนเสียงนัดหยุดงานที่โปร่งใส เพื่อให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มและสร้างอำนาจต่อรองในระดับประเทศได้อย่างแท้จริง
กลุ่ม NGO และแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วง บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวและต่อสัญญาในอัตราสูง เรียกร้องให้ยกเลิกระบบการจัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน (ภาพจาก coolloud.org.tw)
กระทรวงแรงงานระบุว่า การปฏิรูปครั้งนี้จะยึดกรอบข้อตกลงการค้าไต้หวัน-สหรัฐฯ เป็นแนวทางหลัก โดยให้ความสำคัญกับภาคการผลิตและการประมงเป็นลำดับแรก ใช้หลักการเริ่มจากสิ่งที่ทำได้ก่อน แล้วค่อยขยายผลเป็นขั้นตอน เพื่อยกระดับมาตรฐานแรงงานในประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
กลุ่ม NGO และแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วง บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวและต่อสัญญาในอัตราสูง เรียกร้องให้ยกเลิกระบบการจัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน (eventsinfocus.org)
2. บริการด้วยหัวใจ! แรงงานไทยดื่มหนักทำกระเป๋าสตางค์ตกในแท็กซี่ ตำรวจเถาหยวนช่วยตามคืนเงินสดและเอกสารสำคัญครบถ้วน
เหตุการณ์ประทับใจเกิดขึ้นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา เมื่อแรงงานไทยอายุ 30 ปีรายหนึ่ง ดื่มสังสรรค์กับเพื่อนในเขตจงลี่จนเมา ก่อนโดยสารแท็กซี่กลับที่พักในเขตหยางเหมย แต่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เผลอทิ้งกระเป๋าสตางค์ไว้บนรถโดยไม่รู้ตัว ภายในกระเป๋ามีทั้งเงินสด บัตรถิ่นที่อยู่ และเอกสารสำคัญหลายรายการ แรงงานรายนี้จึงรีบขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจโย่วซือ เขตหยางเหมย นครเถาหยวน....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98579</guid>
      <pubDate>Fri, 27 Feb 2026 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260227_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36005760" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. เป็นไปได้ไหม? กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศปฏิรูปใหญ่ ตั้งเป้า 3 ปี ยกเลิกค่าหัวคิวแรงงานต่างชาติ]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/16269611-0ec9-4f6b-9bd0-52ed260967d9.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>60</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98087</link>
      <description><![CDATA[1. เตือนภัยเมาแล้วขับ! แรงงานไทยที่ไทจงขี่จักรยานไฟฟ้าพุ่งชนเสาไฟฟ้า ศีรษะกระแทกรุนแรงหัวใจหยุดเต้น แพทย์เร่งช่วยชีวิต
เมื่อบ่ายวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันแรกของช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน แรงงานไทยรายหนึ่งประสบอุบัติเหตุขณะขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณศีรษะและอยู่ในภาวะหัวใจหยุดเต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน แพทย์ช่วยกู้ชีพเต็มกำลัง ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ขณะที่พนักงานอัยการมีคำสั่งให้ตรวจเลือดเพื่อพิสูจน์ว่ามีการดื่มสุราขณะขับขี่หรือไม่
สถานที่เกิดเหตุแรงงานไทยขี่จักรยานไฟฟ้าพุ่งชนเสาไฟฟ้า ศีรษะกระแทกรุนแรงหัวใจหยุดเต้น (ภาพจากสถานีตำรวจไทจง)
โฆษกสถานีตำรวจฟงหยวนแถลงว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเกิดเหตุอุบัติเหตุทางถนนบริเวณถนนฉางผิงตอนที่ 5 ในเขตเสินกัง นครไทจง เจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปยังที่เกิดเหตุโดยทันที พบนายอรุณ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี แรงงานไทยซึ่งทำงานอยู่ในนครไทจง ขี่รถจักรยานไฟฟ้าไปตามถนนโดยไม่มีการเฉี่ยวชนกับยานพาหนะคันอื่น แต่เกิดเสียหลักด้วยสาเหตุที่ยังไม่ทราบแน่ชัด ก่อนพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าริมทางอย่างแรง
สถานที่เกิดเหตุแรงงานไทยขี่จักรยานไฟฟ้าพุ่งชนเสาไฟฟ้า ศีรษะกระแทกรุนแรงหัวใจหยุดเต้น (ภาพจากสถานีตำรวจไทจง)
เจ้าหน้าที่กู้ชีพตรวจสอบพบว่าผู้บาดเจ็บไม่มีสัญญาณชีพ อยู่ในภาวะหัวใจหยุดเต้น และมีบาดแผลรุนแรงบริเวณศีรษะ หน่วยกู้ภัยนครไทจงได้นำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาฉุกเฉินโยทันที อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัส สัญญาณชีพจึงยังไม่คงที่และอยู่ในภาวะวิกฤต ตำรวจระบุว่าได้รายงานต่อพนักงานอัยการเพื่อขออนุญาตเก็บตัวอย่างเลือดตรวจพิสูจน์ว่า ขณะเกิดเหตุมีการดื่มสุราหรือไม่ สำหรับสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ กำลังดำเนินการวิเคราะห์และสรุปผลต่อไป
สถานที่เกิดเหตุแรงงานไทยขี่จักรยานไฟฟ้าพุ่งชนเสาไฟฟ้า ศีรษะกระแทกรุนแรงหัวใจหยุดเต้น (ภาพจากสถานีตำรวจไทจง)
โฆษกสถานีตำรวจฟงหยวนได้เตือนให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการขับขี่ในขณะที่ร่างกายอ่อนเพลียหรือภายหลังดื่มสุรา เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้โดยง่าย
2. แรงงานเวียดนามในเถาหยวนจุดพลุริมถนนใกล้บ้านเรือน เกือบพุ่งชนรถที่สัญจรผ่านไปมา ชาวบ้านเดือดร้อนแจ้งตำรวจ
ในช่วงกลางดึกของเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สร้างความไม่พอใจแก่ชาวไต้หวันในหลายพื้นที่ ทั้งในตัวเมืองเถาหยวนและที่เขตต้าหยวน เมื่อกลุ่มแรงงานเวียดนามรวมตัวจุดพลุและดอกไม้ไฟ พร้อมขว้างลงกลางถนนในลักษณะที่เป็นอันตราย ส่งเสียงดังสนั่นรบกวนความสงบของชุมชนโดยรอบ จนชาวบ้านต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าระงับเหตุและสั่งให้สลายการชุมนุม
กลุ่มแรงงานเวียดนามจุดพลุและดอกไม้ไฟ ขว้างลงกลางถนน ส่งเสียงดังสนั่นรบกวนความสงบของชุมชนโดยรอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุและสั่งให้สลายการชุมนุม (ภาพจาก @Threads-lion8511010)
เมื่อเวลาประมาณ 00.00 น. ของวันที่ 17 ก.พ. ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีนหรือวันตรุษจีน บริเวณถนนและย่านที่พักอาศัยหลังสถานีรถไฟเถาหยวน มีกลุ่มแรงงานเวียดนามจำนวนหนึ่งรวมตัวจุดดอกไม้ไฟและประทัด เสียงดังสนั่นสร้างความรำคาญแก่ประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ผู้พบเห็นเหตุการณ์ยังระบุว่า มีแรงงานบางรายจุดพลุแล้วขว้างลงกลางถนนทันทีเกือบพุ่งชนยานพาหนะที่สัญจรผ่านไปมา ก่อให้เกิดความเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง
กลุ่มแรงงานเวียดนามจุดพลุและดอกไม้ไฟ ขว้างลงกลางถนน ส่งเสียงดังสนั่นรบกวนความสงบของชุมชนโดยรอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุและสั่งให้สลายการชุมนุม (ภาพจาก @Threads-lion8511010)
สถานีตำรวจต้าซู่ชี้แจงว่า แม้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นคืนส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่วันขึ้นปีใหม่ แต่บริเวณถนนเหยียนผิงด้านหลังสถานีรถไฟกลับมีเสียงประทัดดังต่อเนื่องจากการเฉลิมฉลองของแรงงานต่างชาติ เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะก่อให้เกิดเหตุเพลิงไหม้และปัญหามลพิษทางเสียง จึงประสานกำลังกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าระงับเหตุ พร้อมแจ้งเตือนห้ามกระทำการใดที่รบกวนความสงบเรียบร้อย และสั่งให้กลุ่มแรงงานต่างชาติแยกย้ายออกจากพื้นที่
ชาวบ้านแจ้งความกลุ่มแรงงานเวียดนามจุดพลุและประทัดกลางดึกรบกวนความสงบบริเวณชุมชนในเขตต้าหยวน (ภาพจากคลิปที่ชาวบ้านถ่าย)
ในขณะเดียวกัน ชาวเน็ตไต้หวันรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความในแพลตฟอร์ม Threads ระบุว่า ระหว่างเดินทางไปรับแฟนสาวด้านหลังสถานีรถไฟ ได้พบเห็นกลุ่มแรงงานดังกล่าวไม่ได้วางดอกไม้ไฟกับพื้นอย่างปลอดภัย แต่จุดแล้วขว้างออกไปทันที ทำให้รู้สึกหวาดเสียวและเป็นห่วงว่ารถของตนอาจได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ยังมีผู้แสดงความเห็นว่า ภายหลังจุดพลุเสร็จสิ้น พื้นที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยเศษซาก แม้จะมีการเก็บกวาดบางส่วน แต่ยังคงสภาพไม่เรียบร้อย
แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายรายหนึ่งมีอาการเมาและจุดพลุกับพวกในเขตต้าหยวน เห็นตำรวจสร่างเมาวิ่งหนี ถูกจับกลับไปยังสถานีตำรวจ (ภาพจากคลิปที่ชาวบ้านถ่าย)
นอกจากนี้ เมื่อเวลา 23.50 น. ของคืนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ สถานีตำรวจต้าหยวนได้รับแจ้งเหตุมีการจุดดอกไม้ไฟรบกวนความสงบบริเวณชุมชนในเขตต้าหยวน เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบพบกลุ่มแรงงานเวียดนามรวมตัวจุดดอกไม้ไฟ ระหว่างการตรวจสอบ ชายรายหนึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ไม่สามารถแสดงเอกสารประจำตัว และพยายามหลบหนี จึงถูกควบคุมตัวกลับไปยังสถานีตำรวจ ภายหลังการตรวจสอบ พบว่าเป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย จึงดำเนินการส่งต่อไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครเถาหยวนเพื่อดำเนินการกฎหมายต่อไป....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98087</guid>
      <pubDate>Fri, 20 Feb 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260220_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36010560" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. เตือนภัยเมาแล้วขับ! แรงงานไทยที่ไทจงขี่จักรยานไฟฟ้าพุ่งชนเสาไฟฟ้า ศีรษะกระแทกรุนแรงหัวใจหยุดเต้น แพทย์เร่งช่วยชีวิต]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/e8d44902-93d5-4ea3-861d-5e3b9419cace.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>59</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97631</link>
      <description><![CDATA[1. เทศกาลตรุษจีนหยุดยาว 9 วันเริ่มขึ้นแล้ว ปีนี้เป็นต้นไปมีการเพิ่ม “วันจ่าย” เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เตือนนายจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
เทศกาลตรุษจีน 2569 ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ ถึงเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดที่นายจ้างต้องให้ลูกจ้างหยุดงานตามกฎหมาย เมื่อรวมวันเสาร์และวันอาทิตย์ หยุดยาวรวม 9 วัน
ตลาดตรุษจีนตี๋ฮั่วเจียในกรุงไทเป เปิดเมื่อ 31 ม.ค. ถึง 15 ก.พ. 2026 ชาวไต้หวันจำนวนมากไปจับจ่ายซื้อสินค้ารับตรุษจีนอย่างคึกคัก (ภาพจาก ftvnews.com.tw)
กองแรงงาน กรุงไทเปแจ้งให้สถานประกอบการและนายจ้างทุกแห่งทราบว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป ได้มีการเพิ่ม“วันจ่าย (小年夜 เสี่ยวเหนียนเย่)” ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์เพิ่มเป็นครั้งแรก โดยสลับไปหยุดชดเชยในวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ นายจ้างจึงต้องปรับปรุงระเบียบการบริหารแรงงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดดังกล่าว และหลีกเลี่ยงการใช้หลักปฏิบัติเดิมซึ่งอาจก่อให้เกิดข้อพิพาทด้านแรงงานได้
2. เทศกาลตรุษจีนปีนี้หยุดยาว 9 วัน หากทำงานล่วงเวลาคิดค่าจ้างอย่างไร?
ในช่วงระหว่างเทศกาลตรุษจีน หากลูกจ้างต้องเข้าทำงาน นายจ้างจะจ่ายค่าจ้างอย่างไร? กระทรวงแรงงานให้คำตอบว่า ช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน หากนายจ้างต้องการให้ลูกจ้างเข้าทำงาน จะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน การจ่ายค่าจ้างต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด กล่าวคือทำงานล่วงเวลาหรือโอทีในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มขึ้น 1 วัน แต่หากตรงกับวันหยุดพักประจำสัปดาห์ ต้องจ่ายค่าจ้างใน 2 ชั่วโมงแรก 1.34 เท่าและชั่วโมงที่ 4-8 จ่ายค่าจ้างทำงานล่วงเวลา 1.67 เท่าของค่าจ้างปกติตามลำดับ
กรณีที่สถานประกอบการใด มีวันหยุดพักประจำสัปดาห์เหมือนกับระบบราชการ วันที่ 16-20 กุมภาพันธ์รวม 5 วัน เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันที่ 14 และ 21 กุมภาพันธ์เป็นวันหยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์ สามารถทำงานล่วงเวลาหรือโอทีได้ ส่วนวันอาทิตย์ที่ 15 และ 22 กุมภาพันธ์เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ที่ทำโอทีไม่ได้ ยกเว้นมีเหตุฉุกเฉินหรือภัยธรรมชาติ
ตามกฎหมายกำหนด ในวันหยุดนักขัตฤกษ์หรือวันหยุดราชการ นายจ้างมีหน้าที่ให้ลูกจ้างหยุดงาน 1 วัน พร้อมจ่ายค่าจ้างตามปกติ หากนายจ้างมีความจำเป็นต้องให้ลูกจ้างมาปฏิบัติงานในช่วง 16-20 กุมภาพันธ์ จะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็นการล่วงหน้า และกรณีที่ให้ทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมง นายจ้างต้องจ่ายค่าโอทีเพิ่มอย่างน้อยเท่ากับค่าจ้าง 1 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด หรืออาจตกลงให้มีการชดเชยวันหยุดในวันทำงานอื่นแทนได้
ช่วงตรุษจีน ผู้คนในไต้หวันนิยมแขวนหรือติดกระดาษแดงที่เขียนคำมงคล (ภาพจาก ftvnews.com.tw)
ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ค่าจ้างขั้นต่ำได้ปรับเพิ่มเป็น 29,500 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ส่วนลูกจ้างชาวไต้หวันที่ทำงานเป็นรายชั่วโมง ปรับเพิ่มเป็น 196 เหรียญไต้หวันต่อชั่วโมง หากนายจ้างให้แรงงานต่างชาติที่รับค่าจ้างขั้นต่ำทำงานในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องจ่ายค่าโอทีเพิ่มขึ้นอีก 1 วัน (ไม่เกิน 8 ชั่วโมง) หรือ 984 เหรียญไต้หวัน ส่วนการทำงานในวันพักผ่อนประจำสัปดาห์ ได้แก่ 14 และ 21 กุมภาพันธ์ จ่ายค่าจ้างใน 2 ชั่วโมงแรก 1.34 เท่าและชั่วโมงที่ 4-8 จ่ายค่าจ้างทำงานล่วงเวลา 1.67 เท่าของค่าจ้างปกติ หรือรวม 8 ชั่วโมง 1,588 เหรียญไต้หวัน สำหรับวันหยุดประจำสัปดาห์ ได้แก่ 15 และ 22 กุมภาพันธ์ เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ที่ทำโอทีไม่ได้ ยกเว้นมีเหตุฉุกเฉินหรือภัยธรรมชาติ
สำนักงานมาตรฐานแรงงานและความเสมอภาคในการทำงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า การทำงานในวันหยุดช่วงเทศกาลตรุษจีนดูเหมือนซับซ้อน แต่หากยึดหลักแบ่งวันหยุดเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดประจำสัปดาห์ จะทำให้คิดง่ายขึ้น และกฎหมายอนุญาตให้สถานประกอบการสามารถจัดวันทำงานและวันหยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์กันเองได้ ภายใต้หลักการแรงงานต้องได้รับวันหยุดงาน 2 วัน ทุก ๆ ระยะเวลา 7 วัน ในจำนวนนี้ เป็นวันหยุด 1 วัน วันพักผ่อน 1 วัน ดังนั้น วันหยุดประจำสัปดาห์จึงอาจไม่ตรงกับวันเสาร์และวันอาทิตย์ตามระบบราชการได้ เพื่อลดกรณีพิพาทจากการทำงานล่วงเวลา นายจ้างจึงควรหารือและได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน ทั้งนี้ หากนายจ้างฝ่าฝืนกฎหมาย ลูกจ้างสามารถร้องเรียนต่อกองแรงงานท้องที่หรือสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955
3. อัยการสั่งฟ้องแรงงานไทยที่เจียอี้ คดีรับจ้างเซ็นรับพัสดุซองกาแฟยัดไส้เฮโรอีนบริสุทธิ์เกือบ 100 กิโลกรัม
นายสมหมาย (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี แรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันรับพัสดุที่มีการลักลอบซุกซ่อนเฮโรอีนในซองกาแฟ น้ำหนักสุทธิ 96 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบความผิดปกติและจับกุมตัวได้ แรงงานไทยรายนี้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ล่าสุดอัยการสำนักงานอัยการเจียอี้ได้สรุปสำนวนและมีคำสั่งฟ้องในข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายป้องกันและปราบปรามอันตรายจากยาเสพติดแล้ว
ตามสำนวนฟ้องของสำนักงานอัยการเจียอี้ระบุว่า ผู้ต้องหาเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ต่อมามีบุคคลชาวไทยคนหนึ่งชื่อเล่นว่า “หลาน” ติดต่อมา โดยทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้หลานเป็นผู้จัดส่งยาเสพติดเฮโรอีนจากประเทศไทยเข้ามาในไต้หวัน โดยบรรจุในซองกาแฟอำพรางเป็นพัสดุอาหาร ส่วนแรงงานไทยผู้ต้องหารายนี้จะทำหน้าที่รับพัสดุในไต้หวัน แล้วส่งต่อให้บุคคลที่ไม่ทราบชื่อตามคำสั่งของนายหลาน พร้อมรับค่าตอบแทน
แรงงานหญิงไทยทำงานที่เจียอี้ ถูกจับขณะเซ็นชื่อรับพัสดุจากไทยที่บรรจุกระเป๋าถือจำนวนมาก กระเป๋าแต่ละใบมีชั้นในยัดซองเฮโรอีนบริสุทธิ์น้ำหนักรวม 12.5 กก.
อัยการเจียอี้ระบุว่า นายหลานได้นำผงเฮโรอีนบริสุทธิ์ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 จำนวน 2 ถุง น้ำหนักสุทธิ 96 กิโลกรัม ซุกซ่อนไว้ภายในกล่องพัสดุที่บรรจุซองกาแฟ และจัดส่งมายังที่พักของแรงงานไทยในเมืองเจียอี้ พัสดุดังกล่าวเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวนเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรตรวจพบความผิดปกติจากการสแกนด้วยเครื่องเอกซเรย์....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97631</guid>
      <pubDate>Fri, 13 Feb 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260213_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36036480" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. เทศกาลตรุษจีนหยุดยาว 9 วันเริ่มขึ้นแล้ว ปีนี้เป็นต้นไปมีการเพิ่ม “วันจ่าย” เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เตือนนายจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมาย]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/7d0e99c2-5060-44c9-901c-456bc56f8d5d.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>58</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97085</link>
      <description><![CDATA[1. ปี 68 สายด่วน 1955 ให้บริการร้องทุกข์กว่า 1.9 แสนสาย ช่วยทวงคืนค่าจ้างค้างจ่ายกว่า 3,000 ราย แรงงานเวียดนามใช้บริการมากสุด 35.7% แรงงานไทย 3.6%
กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานเปิดเผยผลการดำเนินงานของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ในปี 2568 ที่ผ่านมาว่า ให้บริการทางโทรศัพท์ไปแล้ว 194,185 สาย เทียบกับ 202,747 สายของปี 2567 ลดลงประมาณ 4.3% ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่หรือ 87% เป็นโทรศัพท์สอบถามข้อมูลและขอคำปรึกษา ซึ่งส่วนใหญ่สอบถามปัญหาการย้ายงาน การให้บริการของล่าม ตามด้วยปัญหาในสัญญาจ้าง อาทิ ค่าที่พักอาหาร การยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศเป็นต้น และแรงงานเวียดนามโทรศัพท์ใช้บริการมากที่สุด แรงงานไทยใช้บริการน้อยที่สุด ส่วนคนไต้หวันใช้บริการแจ้งข้อมูลแรงงานผิดกฎหมายเป็นส่วนใหญ่
สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 เป็นสื่อกลางช่วยแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมงและตลอดปีโดยไม่เว้นวันหยุด
กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานแถลงว่า ขั้นตอนการให้บริการของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 หลังจากได้รับเรื่องร้องทุกข์แล้ว จะส่งให้กองแรงงานท้องที่ผ่านระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้กองแรงงานท้องที่ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาภายในเวลากำหนด นอกจากนี้ ยังประสานกับหน่วยงาน NGO จัดหาบ้านพักฉุกเฉินหรือนำส่งรักษาพยาบาล สำหรับแรงงานที่ได้รับความเดือดร้อนหรือถูกทำร้ายร่างกาย โดยมีล่ามคอยเป็นเพื่อนช่วยแปลภาษาและแก้ไขข้อพิพาทด้วย ทั้งนี้ สายด่วนคุ้มครองแรงงาน ให้บริการทั้งแรงงานต่างชาติ แรงงานท้องถิ่น นายจ้างและบริษัทจัดหางาน โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา มีคนท้องถิ่นโทรศัพท์ใช้บริการประมาณ 31% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสแรงงานผิดกฎหมายและการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย ประมาณ 6.6% เป็นการสอบถามข้อระเบียบในการว่าจ้าง ชั่วโมงการทำงานและการบริหารแรงงานต่างชาติจากนายจ้างและบริษัทจัดหางาน
สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษาจำนวน 45 คน คอยให้บริการรับโทรศัพท์จากแรงงานต่างชาติตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุด
กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่า สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ให้บริการที่หลากหลายตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากทางโทรศัพท์แล้ว ยังให้บริการสอบถามข้อมูล ให้คำปรึกษา รับเรื่องร้องทุกข์หรือขอความช่วยเหลือผ่านข้อความของกลุ่ม Line@ 1955 แบบเรียลไทม์เป็นภาษาจีน ภาษาไทย เวียดนาม อังกฤษและอินโดนีเซีย
บรรยากาศภายในห้องทำงานของสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955
กรมพัฒนากำลังแรงงานเปิดเผยข้อมูลพบว่า ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ให้บริการทางโทรศัพท์ไปแล้ว 194,185 สาย ในจำนวนนี้เป็นโทรศัพท์สอบถามข้อมูลและขอรับคำปรึกษา 169,162 สายหรือประมาณ 87.11% ของโทรศัพท์ที่ใช้บริการทั้งหมด ในส่วนของการร้องทุกข์ทั่วไปจำนวน 23,979 สาย โทรศัพท์ขอรับความช่วยเหลือฉุกเฉิน 1,044 สาย ส่งให้กองแรงงานท้องที่ดำเนินการต่อโดยผ่านระบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบเรียลไทม์ ช่วยแรงงานต่างชาติโอนย้ายนายจ้างได้สำเร็จ 2,541 ราย ทวงคืนค่าจ้างค้างจ่ายและเงินสิทธิประโยชน์อื่น ๆ 3,035 คดี
การทำงานของเจ้าหน้าที่ไทยสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955
จากการวิเคราะห์ช่วงเวลาที่แรงงานต่างชาติโทรศัพท์ขอรับคำปรึกษาหรือร้องเรียนต่อสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มากที่สุด หรือ 51.1% โทรศัพท์ในช่วงนอกเวลาทำงาน ซึ่งรวมวันหยุดและกลางคืน สำหรับชาติที่โทรศัพท์ใช้บริการมากสุดได้แก่ เวียดนาม 35.7% ตามด้วยแรงงานอินโดนีเซีย 20.3% ฟิลิปปินส์ 9% ส่วนแรงงานไทยใช้บริการเพียง 3.6% นอกจากแรงงานต่างชาติแล้ว สายด่วน 1955 ยังเปิดให้แรงงานท้องถิ่นใช้บริการด้วย มีชาวไต้หวันโทรศัพท์ใช้บริการ 31% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสแรงงานผิดกฎหมายและการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย ส่วนนายจ้างและบริษัทจัดหางาน ที่โทรศัพท์สอบถามกฎระเบียบ ข้อบังคับด้านการบริหารแรงงานต่างชาติมี 6.6% แสดงว่า การให้บริการแบบไม่มีวันหยุดตลอด 24 ชั่วโมง สอดคล้องกับความต้องการของแรงงานต่างชาติและผู้ใช้บริการชาวไต้หวัน
คณะเจ้าหน้าที่จากกระทรวงแรงงานของไทยเดินทางมาดูงานที่สายด่วน 1955
กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 นอกจากเป็นสื่อกลางช่วยแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้างแล้ว ยังมีบริการด้านต่าง ๆ อาทิ การรักษาพยาบาล การติดต่อกับหน่วยงานราชการ ปัญหาการทำงานและการใช้ชีวิตในไต้หวัน รวมทั้งเป็นล่ามเคลื่อนที่ทางโทรศัพท์ได้ด้วย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญ 5 ภาษาคอยให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมงและตลอดปีโดยไม่เว้นวันหยุด จากเดิมที่ให้บริการเฉพาะแรงงานต่างชาติ ต่อมาเพิ่มบริการนายจ้าง บริษัทจัดหางาน และแรงงานท้องถิ่นด้วย แต่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ยังคงเป็นแรงงานต่างชาติ
2. รายงานชี้แรงงานต่างชาติสอบใบขับขี่เพิ่ม 1.5 เท่าในรอบ 5 ปี อุบัติเหตุพุ่งตาม ปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บกว่า 13,000 ราย ผู้เชี่ยวชาญเตือนขาดความรู้กฎหมาย ไม่คุ้นสภาพถนน เสนออุดหนุนอบรมขับขี่และคุ้มครองประกัน
นับตั้งแต่มีการผ่อนคลายเกณฑ์การสอบใบอนุญาตขับขี่สำหรับแรงงานต่างชาติในไต้หวัน ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าสอบเพิ่มขึ้นกว่า 1.5 เท่าในรอบ 5 ปี ขณะที่สถิติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรในกลุ่มชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมมากกว่า 13,000 ราย ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ระบบการสอบใบขับขี่ของไต้หวัน "สอบง่าย แต่ใช้งานจริงยาก" แรงงานต่างชาติไม่คุ้นเคยกฎหมายและสภาพถนน กลายเป็นความเสี่ยงแฝง จึงเสนอให้นายจ้างสนับสนุนการอบรมขับขี่อย่างเป็นทางการ และบังคับใช้การประกันภัยอย่างจริงจัง เพื่อลดความสูญเสีย
ไต้หวันเปิดให้แรงงานต่างชาติสอบใบอนุญาตขับขี่ตั้งแต่ปี พ.ศ.....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97085</guid>
      <pubDate>Fri, 06 Feb 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260206_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36010560" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ปี 68 สายด่วน 1955 ให้บริการร้องทุกข์กว่า 1.9 แสนสาย ช่วยทวงคืนค่าจ้างค้างจ่ายกว่า 3,000 ราย แรงงานเวียดนามใช้บริการมากสุด 35.7% แรงงานไทย 3.6%]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/5a6e19d1-1c58-4757-b527-4779b65bf0c9.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>57</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96524</link>
      <description><![CDATA[1. อุบัติเหตุจากการทำงานยังคงสูง! ปี 2568 ทั่วไต้หวันมีจำนวน 251 ราย ตกจากที่สูงคร่าชีวิต 70 ราย ภาคการก่อสร้างหนักสุด กระทรวงแรงงานงัดแผนลดอุบัติภัยเร่งด่วน
กระทรวงแรงงานไต้หวันเปิดเผยสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงในการทำงานของทุกภาคอุตสาหกรรมประจำปี 2568 โดยระบุว่า ยอดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากการทำงานรวมทั้งสิ้น 251 ราย เทียบกับปี 2567 ที่มี 287 ราย ลดลง 36 ราย ขณะที่ภาคการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรง 105 ราย คิดเป็นร้อยละ 42 ของทั้งหมด และลดลงจากปีก่อนหน้า 40 ราย อย่างไรก็ตาม ในจำนวนดังกล่าว มากถึง 70 ราย หรือคิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 67 เสียชีวิตจากการตกจากที่สูง
ในปี 2568 ภาคการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรง 105 ราย คิดเป็น 42% ของทั้งหมด ในจำนวนนี้มากถึง 70 ราย หรือ 67% เสียชีวิตจากการตกจากที่สูง (knews.com.tw)
จางอี้ปิน ผู้อำนวยการกองวางแผนบูรณาการ กรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัย กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในไซต์งานก่อสร้างลดลง 40 ราย มาจากการชะลอตัวของโครงการก่อสร้างในช่วงปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัญหาการเร่งรัดงานก่อสร้างอย่างไม่เหมาะสมลดลง ควบคู่กับการที่กระทรวงแรงงานเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบด้านแรงงานในงานก่อสร้าง โดยมุ่งเน้นอันตรายความเสี่ยงสูง เช่น การตกจากที่สูงและอัคคีภัย พร้อมทั้งดำเนินมาตรการกำกับดูแลและให้คำแนะนำอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม อัตราการเสียชีวิตจากการตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างยังคงอยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 67 หรือ 70 ราย และอุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างของภาคเอกชนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70
ในปี 2568 ภาคการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรง 105 ราย คิดเป็น 42% ของทั้งหมด ในจำนวนนี้มากถึง 70 ราย หรือ 67% เสียชีวิตจากการตกจากที่สูง (knews.com.tw)
สำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิต จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7 ราย รวมเป็น 63 ราย คิดเป็นร้อยละ 25 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด จางอี้ปินระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมภายในประเทศ ทั้งในด้านทรัพยากรในการป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานและความรู้ด้านการบริหารจัดการความปลอดภัย
ในปี 2568 ภาคการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรง 105 ราย คิดเป็น 42% ของทั้งหมด ในจำนวนนี้มากถึง 70 ราย หรือ 67% เสียชีวิตจากการตกจากที่สูง (knews.com.tw)
เมื่อพิจารณาจำแนกตามพื้นที่พบว่า ปี 2568 ที่ผ่านมา นครไทจงมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงในการทำงาน 36 ราย สูงสุดในไต้หวัน คาดว่าเป็นผลจากการมีโครงการก่อสร้างของภาคเอกชนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวลดลงจากปีก่อน 4 ราย รองลงมาคือ นครนิวไทเปและนครเถาหยวน ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 32 รายเท่ากัน เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า นครนิวไทเปลดลง 8 ราย นครเถาหยวนลดลง 2 ราย ส่วนนครเกาสงจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงมากที่สุด 17 ราย ในทางตรงกันข้าม กรุงไทเปมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 8 ราย มากที่สุดในบรรดาทุกพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่ายังมีช่องว่างในการยกระดับการส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานของรัฐบาลท้องถิ่นแต่ละแห่ง
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 หรือเทอร์มินอล 3 ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (knews.com.tw)
การวิเคราะห์ประเภทของสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุพบว่า ภาคการก่อสร้างยังคงเผชิญความเสี่ยงหลักจากอุบัติเหตุการตกจากที่สูง โดยในปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตมากถึง 70 ราย คิดเป็นร้อยละ 67 ของผู้เสียชีวิตในภาคการก่อสร้างทั้งหมด แม้จะลดลงจากปีก่อน 12 ราย แต่สัดส่วนอุบัติเหตุในโครงการของภาคเอกชนยังคงสูงกว่าร้อยละ 70 ซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งเสริมความเข้มแข็งต่อไป ส่วนภาคอุตสาหกรรมการผลิต ประเภทอุบัติเหตุที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุดคือการตกจากที่สูงเช่นกัน จำนวน 27 ราย รองลงมาคือการถูกหนีบหรือถูกดึงเข้าเครื่องจักร 10 ราย และอุบัติเหตุจากการถูกชน
กระทรวงแรงงานนอกจากแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแล้ว ยังเสนอแผนปฏิบัติการเสริมสร้างการลดอุบัติเหตุในสถานที่ทำงานควบคู่กันไปด้วย (ภาพจาก knews.com.tw)
กรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยชี้แจงว่า สถิติที่ประกาศเป็นข้อมูลจากกรณีที่หน่วยงานตรวจแรงงานได้รับแจ้งเหตุแล้วส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและจัดทำรายงาน โดยบางกรณียังอยู่ระหว่างการผ่าชันสูตรของอัยการ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นอุบัติเหตุจากการทำงานหรือไม่ จึงยังไม่ถูกรวมอยู่ในสถิติ
กระทรวงแรงงานย้ำว่า นอกจากการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแล้ว ยังได้เสนอแผนปฏิบัติการเสริมสร้างการลดอุบัติเหตุในสถานที่ทำงานควบคู่กัน โดยในภาคการก่อสร้าง จะบูรณาการร่วมกับสำนักงานบริหารที่ดินและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย นำประเด็นความปลอดภัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบและสุ่มตรวจงานก่อสร้าง รวมถึงเสริมสร้างการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทางผ่านเจ้าของโครงการ และขยายการเปิดเผยข้อมูลอุบัติเหตุร้ายแรงต่อสาธารณชน ส่วนภาคอุตสาหกรรมการผลิต จะใช้แนวทางร่วมมือกับสมาคมและองค์กรวิชาชีพในการเข้าไปให้คำปรึกษาในสถานประกอบการ โดยมุ่งเน้นวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและขนาดเล็ก สนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และพัฒนาเครื่องมือประเมินความเสี่ยงในรูปแบบออนไลน์
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้เผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านศูนย์เผยแพร่ข้อมูลอุบัติเหตุร้ายแรงและการกระทำผิดกฎหมายด้านความปลอดภัยในการทำงานแล้ว และจะปรับปรุงข้อมูลเป็นรายไตรมาสอย่างสม่ำเสมอ เพื่ออาศัยการตรวจสอบจากสังคมและการระดมทรัพยากร สู่การสร้างระบบคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงานที่รัดกุมและครอบคลุมยิ่งขึ้น
2.....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96524</guid>
      <pubDate>Fri, 30 Jan 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260130_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36030720" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. อุบัติเหตุจากการทำงานยังคงสูง! ปี 2568 ทั่วไต้หวันมีจำนวน 251 ราย ตกจากที่สูงคร่าชีวิต 70 ราย ภาคการก่อสร้างหนักสุด กระทรวงแรงงานงัดแผนลดอุบัติภัยเร่งด่วน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/373f138a-82f2-4dcb-b31b-111708cc1ead.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>56</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95988</link>
      <description><![CDATA[1. ไต้หวันสั่งคุมเข้ม! สกัดปัญหานักศึกษาต่างชาติ “ฝึกงานแฝงแรงงานเถื่อน” ย้ำค่าตอบแทนต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ
เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา กระทรวงเศรษฐการได้แก้ไขและประกาศใช้ “ระเบียบการขอรับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนและมาฝึกงานในไต้หวัน” ป้องกันปัญหาการนำนักศึกษาต่างชาติมาใช้เป็นแรงงานราคาถูก พร้อมกำชับว่าหากมีการทำงานจริง ค่าตอบแทนรวมต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด หากหน่วยงานฝึกงานฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว กระทรวงเศรษฐการมีอำนาจเพิกถอนหรือยกเลิกหนังสืออนุมัติการฝึกงาน และจะไม่พิจารณาอนุมัติคำขอให้นักศึกษาต่างชาติเข้ามาฝึกงานอีกเป็นระยะเวลา 6 เดือน
วิทยาลัยอาชีวศึกษาที่เกาสง Chung Shan Industrial & Commercial School : CSIC มีนักศึกษาจากเวียดนาม อินโดนีเซียจำนวนมาก (ภาพจาก twreporter.org)
จากปัญหาอัตราการเกิดต่ำและสังคมผู้สูงอายุที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก จึงเปิดให้นักศึกษาต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อเติมเต็มช่องว่างด้านแรงงาน ภายใต้ชื่อการฝึกงาน แต่พบว่านักศึกษาเหล่านี้ มักไม่ได้รับความคุ้มครองด้านประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพ อีกทั้งค่าตอบแทนยังต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย ไม่เพียงแต่ภาคการผลิตเท่านั้น แม้แต่ภาคบริการ เช่น ธุรกิจอาหารและที่พัก รวมถึงธุรกิจเสริมสวย ต่างมีการว่าจ้างนักศึกษาต่างชาติเข้าทำงาน ส่งผลให้ปรากฏปัญหาใช้การฝึกงานบังหน้า ที่แท้จริงแล้วคือการใช้แรงงานค่าแรงถูกอย่างต่อเนื่อง
ไต้หวันคุมเข้ม! สกัดปัญหานักศึกษาต่างชาติถูกใช้เป็นแรงงานราคาถูก ย้ำค่าตอบแทนต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ (ภาพจาก ctee.com.tw)
เพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของนักศึกษาต่างชาติดังกล่าว ควบคู่กับการตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม กระทรวงเศรษฐการไต้หวันจึงได้แก้ไขและประกาศใช้ระเบียบการขอรับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนและมาฝึกงานในไต้หวัน โดยมีการปรับปรุงสาระสำคัญ 5 ประเด็นหลักดังนี้ :
- คุณสมบัติ : ต้องเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง เรียนมาแล้วอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษาก่อนเดินทางเข้ามาในไต้หวัน อายุต้องสอดคล้องกับระดับการศึกษา สาขาที่เรียนต้องสัมพันธ์กับลักษณะการฝึกงาน และต้องมีทักษะภาษาจีนหรืออังกฤษในระดับพื้นฐาน เพื่อให้การฝึกงานเกิดผลอย่างแท้จริง
นักศึกษาจากประเทศอาเซียน ขณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (ภาพจาก twreporter.org)
- ค่าตอบแทน : ในกรณีที่มีการปฏิบัติงานหรือใช้แรงงานนอกเหนือจากการฝึกอบรมวิชาการ ยอดรวมของเงินอุดหนุนและเบี้ยเลี้ยงรายเดือนต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศของกระทรวงแรงงาน
- ชั่วโมงการทำงาน : จำกัดเวลาฝึกงานไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ห้ามทำงานในช่วงเวลา 22.00 น. ถึง 06.00 น. ของวันถัดไป เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากตัวนักศึกษา
- การประกันภัยภาคบังคับ : หน่วยงานที่รับฝึกงานต้องจัดทำประกันภัยที่เหมาะสมให้แก่นักศึกษา ซึ่งรวมถึงประกันอุบัติเหตุกลุ่มหรือประกันอุบัติเหตุจากการทำงาน
- กลไกการตรวจสอบ : กระทรวงเศรษฐการจะร่วมกับกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สุ่มตรวจสถานประกอบการ หากหน่วยงานฝึกงานฝ่าฝืนข้อกำหนด จะถูกเพิกถอนการอนุมัติการรับฝึกงานทันที และสั่งระงับสิทธิ์การขอรับนักศึกษาต่างชาติเข้าฝึกงานเป็นเวลา 6 เดือน
ไต้หวันคุมเข้ม! ป้องกันปัญหานักศึกษาต่างชาติถูกใช้เป็นแรงงานราคาถูก ย้ำค่าตอบแทนต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ (ภาพจาก udn.com)
กระทรวงเศรษฐการระบุเพิ่มเติมว่า การแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมของปีนี้เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ได้มีการปรับปรุงแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยสถานประกอบการและนิติบุคคลสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครฉบับปรับปรุงใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการพิจารณาและอนุมัติการลงทุน เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
2. 9 เดือนแรกปี 68 ชาวต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาชญากรรมถูกจับ 8,293 คน เวียดนามอันดับหนึ่ง 4,000 คน ตามด้วยไทยร่วม 1,000 คน คดีฉ้อโกงมากสุด 3,013 คน เมาแล้วขับ 1,869 คน
สำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไต้หวันเปิดเผยสถิติชาวต่างชาติฝ่าฝืนกฎหมายและก่อคดีอาชญากรรม ช่วงระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน 2568 พบว่า มีชาวต่างชาติก่อคดีอาชญากรรมถูกจับ 8,293 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 95.37 หรือ 7,909 คนเป็นผู้ต้องหาชาวเอเชีย โดยเฉพาะผู้ที่มีสถานะเป็นแรงงานต่างชาติ คดีอาชญากรรมที่ก่อมากที่สุด ได้แก่คดีฉ้อโกง 3,013 คน คิดเป็นอัตราส่วน 36.33% อันดับ 2 เป็นคดีก่ออันตรายต่อสาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเมาแล้วขับ 1,869 คน หรือ 22.54% ตามด้วยคดีลักทรัพย์ 762 คน คิดเป็นอัตราส่วน 9.16% อันดับ 4 คดียาเสพติด 669 คน ครองสัดส่วน 8.07% อันดับ 5 คดีทำร้ายร่างกาย 392 คน ครองสัดส่วน 4.37%
สำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทยไต้หวันแถลงว่า 9 เดือนแรกของปี 2568 ชาวต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาชญากรรม และถูกจับดำเนินคดี มีทั้งสิ้น 8,293 คน ส่วนใหญ่หรือ 7,909 คน อัตราส่วน 95.37% เป็นชาวเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในจำนวนนี้ ชาวเวียดนามก่อคดีมากที่สุด ถูกจับ 3,991 คน คิดเป็นอัตราส่วน 48.12% ตามด้วยอินโดนีเซีย 1,009 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วน 12.18% ส่วนชาวไทยมาเป็นอันดับ 3 ด้วยจำนวนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม 1,004 คน ครองสัดส่วน 12.11% อันดับ 4 ได้แก่ชาวฟิลิปปินส์ ก่อคดีและถูกจับ 708 คน ครองสัดส่วน 8.54% ส่วนชาวต่างชาติจากภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ยุโรปอเมริกาและแอฟริกา แต่ภูมิภาคตรวจพบผู้ต้องหา 192 คน คิดเป็นอัตราส่วน 2.32%....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95988</guid>
      <pubDate>Fri, 23 Jan 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260123_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36003840" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ไต้หวันสั่งคุมเข้ม! สกัดปัญหานักศึกษาต่างชาติ “ฝึกงานแฝงแรงงานเถื่อน” ย้ำค่าตอบแทนต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/39e30447-6c21-42f5-ab23-f984851e97c0.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>55</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95356</link>
      <description><![CDATA[1. แก๊งคอลเซ็นเตอร์รับซื้อบัญชีม้าจากแรงงานต่างชาติถูกกฎหมาย ใช้วิธีชักชวนคนบ้านเดียวกัน อ้างหาเงินก้อนสุดท้ายก่อนกลับบ้าน พบแรงงานอินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์รุนแรงที่สุด
สถานีตำรวจไทเปแถลงว่า คดีฉ้อโกงยังไม่มีแนวโน้มลดลง ขบวนการมิจฉาชีพได้ปรับเปลี่ยนเป้าหมายการรับซื้อบัญชีม้า จากเดิมที่มุ่งเน้นแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย มาเป็นแรงงานต่างชาติที่มีสถานะถูกกฎหมายและกำลังจะเดินทางกลับประเทศ โดยใช้กลยุทธ์ "เพื่อนร่วมชาติชวนเพื่อนร่วมชาติ" ชักชวนให้ "หารายได้ก้อนสุดท้ายก่อนเดินทางกลับประเทศ" แลกกับการขายบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มพร้อมรหัสผ่านให้แก๊งมิจฉาชีพนำไปใช้ฟอกเงิน ก่อนรีบเดินทางออกนอกไต้หวันเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดทางกฎหมาย
เตือนอย่าเชื่อสื่อโซเชียลรับซื้อบัญชีและบัตร ATM ระวังติดคุก ในภาพเป็นเฟซบุ๊กรับซื้อบัตร ATM อย่างโจ๋งครึ่ม (ภาพจากเฟซบุ๊ก)
โฆษกสถานีตำรวจไทเประบุว่า จากสถิติการตรวจยึดบัญชีม้าของชาวต่างชาติในปี 2568 พบว่า บัญชีม้าที่เป็นการยินยอมขายโดยสมัครใจของแรงงานต่างชาติถูกกฎหมายมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 75 อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ เมื่อเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกเฉลี่ย 50 ราย จะมีผู้มาพบพนักงานสอบสวนเพียง 1 รายเท่านั้น ส่วนที่เหลือเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว
จากสถิติการตรวจยึดบัญชีม้าของชาวต่างชาติในปี 2568 พบบัญชีม้าที่เป็นการยินยอมขายโดยสมัครใจของแรงงานต่างชาติถูกกฎหมายมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 75
ข้อมูลสถิติช่วงเดือนมกราคมถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ระบุว่า ในบรรดาบัญชีม้าของชาวต่างชาติที่ถูกตรวจพบ เป็นแรงงานต่างชาติถูกกฎหมายถึง 66 ราย แรงงานหลบหนีที่กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายมีเพียง 2 ราย และชาวต่างชาติทั่วไป 20 ราย โดยแรงงานถูกกฎหมายที่เกี่ยวข้องมากที่สุดเป็นสัญชาติอินโดนีเซีย 22 ราย รองลงมาคือเวียดนาม 21 ราย และฟิลิปปินส์ 18 ราย สะท้อนให้เห็นว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ล็อกเป้าหมายไปที่แรงงานต่างชาติถูกกฎหมาย ซึ่งมีจำนวนมากและอยู่ในระบบการบริหารจัดการที่ค่อนข้างโปร่งใส
เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามการฉ้อโกงเปิดเผยว่า ระหว่างการชักชวนซื้อบัญชีม้า สมาชิกขบวนการมักใช้วิธีล้างสมอง โดยบอกแรงงานว่า "กว่าตำรวจหรืออัยการจะเรียกสอบ คุณก็หมดสัญญาทำงานและออกนอกประเทศไปแล้ว กฎหมายไต้หวันเอาผิดคุณไม่ได้" เพื่อจูงใจให้แรงงานตัดสินใจขายบัญชีก่อนเดินทางกลับประเทศ
เจ้าหน้าที่ประเมินอย่างไม่เป็นทางการว่า ในคดีบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างชาติ เมื่อออกหนังสือแจ้งให้มาพบพนักงานสอบสวน โดยเฉลี่ย 50 คดี จะมีแรงงานมาปรากฏตัวเพียง 1 ราย และเมื่อถึงขั้นตอนนัดพิจารณาคดีหรือมีคำพิพากษา แรงงานรายนั้นมักเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ในทางปฏิบัติ แรงงานเหล่านี้แทบไม่เดินทางกลับมาไต้หวันอีก ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้
ตำรวจเตือนว่า แรงงานต่างชาติจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่า การขายบัญชีเป็นเพียงการหารายได้เสริม แต่ในความเป็นจริงเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงและฝ่าฝืนกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อีกทั้งหากถูกจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศก่อนออกเดินทาง จะถูกดำเนินคดี ถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน และถูกบังคับให้ออกนอกประเทศหลังพ้นโทษ
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีของแรงงานต่างชาติถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรม หน่วยงานด้านการเงิน อัยการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดตั้งคณะทำงานข้ามหน่วยงาน เพื่อติดตามและเฝ้าระวังบัญชีของแรงงานที่ขาดการติดต่อหรือกำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ หากพบความเคลื่อนไหวของเงินที่ผิดปกติ จะดำเนินการอายัดบัญชีทันที พร้อมแจ้งให้ตำรวจและอัยการทราบ นอกจากนี้ หากแรงงานเดินทางออกนอกประเทศ บัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC หมดอายุ หรือไม่มีเงินเดือนเข้าบัญชีนานกว่า 2 เดือน ระบบจะระงับธุรกรรมโดยอัตโนมัติทันที
ตำรวจลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างชาติในโรงงานต่าง ๆ ในเมืองจางฮั่ว ทราบถึงผลร้ายของการขายบัญชีม้า (ภาพจากสถานีตำรวจจางฮั่ว)
2. ระทึก! แรงงานเวียดนามตุนประทัด–ดอกไม้ไฟกว่า 50 กก. ไลฟ์สดผ่านโซเชียลขายช่วงปีใหม่ ถูกจับโทษปรับสูงสุด 300,000
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงนครเถาหยวนร่วมกับตำรวจ เข้าจับกุมแรงงานเวียดนามรายหนึ่ง หลังลักลอบจำหน่ายประทัดและดอกไม้ไฟผ่านการไลฟ์สดบนสื่อสังคมออนไลน์ช่วงเทศกาลปลายปี ตรวจค้นห้องพักถึงกับผงะพบวัตถุระเบิดจำนวนมากเสมือนคลังดินปืนน้ำหนักรวมกว่า 50 กิโลกรัม เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการจัดการประทัดและดอกไม้ไฟ มีโทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญไต้หวัน
แรงงานเวียดนามตุนประทัด–ดอกไม้ไฟกว่า 50 กก. ไลฟ์สดผ่านโซเชียลขายช่วงปีใหม่ ถูกจับโทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญ (ภาพจากกองดับเพลิงนครเถาหยวน)
กองดับเพลิงนครเถาหยวนแถลงว่า นายตรัน อายุ 26 ปี แรงงานชายชาวเวียดนามที่หลบหนีนายจ้างมีสถานะเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งเช่าห้องพักอาคารชุดในเขตกุยซาน นครเถาหยวน ได้อาศัยช่วงเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ และตรุษจีน ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กและติ๊กต็อกเพื่อโฆษณาขายประทัดและดอกไม้ไฟหลากหลายชนิด พลเมืองดีพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวจึงบันทึกภาพหน้าจอและแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบ ตำรวจเขตกุยซานร่วมกับกองดับเพลิงนครเถาหยวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานและวางแผนล่อซื้อผ่านทางออนไลน์ นัดหมายส่งมอบสินค้า กระทั่งคืนวันที่ 3 เวลา 22.00 น. ผู้ต้องหาปรากฏตัวเพื่อนัดส่งมอบสินค้า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบว่าผู้ต้องหามีสถานะเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวไปตรวจค้นที่พักเพื่อสืบหาที่มาของสินค้า
แรงงานเวียดนามตุนประทัด–ดอกไม้ไฟกว่า 50 กก. ไลฟ์สดผ่านโซเชียลขายช่วงปีใหม่ ถูกจับโทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญ (ภาพจากกองดับเพลิงนครเถาหยวน)....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95356</guid>
      <pubDate>Fri, 16 Jan 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260116_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36016320" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. แก๊งคอลเซ็นเตอร์รับซื้อบัญชีม้าจากแรงงานต่างชาติถูกกฎหมาย ใช้วิธีชักชวนคนบ้านเดียวกัน อ้างหาเงินก้อนสุดท้ายก่อนกลับบ้าน พบแรงงานอินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์รุนแรงที่สุด]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/7ff7be6b-05a9-45ee-bba9-ae239c91506a.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>54</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94811</link>
      <description><![CDATA[1. ลงดาบ! ปรับ บจง. 12 ล้าน ฐานเก็บค่าต่อสัญญาจากแรงงานต่างชาติ โดนแล้ว 10 ราย กระทรวงแรงงานย้ำ แม้คืนเงินแล้วก็ไม่พ้นผิด
กระทรวงแรงงานไต้หวันเดินหน้ากวาดล้างบริษัทจัดหางานที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด ผลการตรวจสอบในปี 2568 พบบริษัทจัดหางาน 10 แห่งมีความผิดฐานเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากแรงงานต่างชาติเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยมีบริษัทจัดหางานที่เถาหยวนรายหนึ่งถูกสั่งปรับเป็นเงินสูงถึง 12 ล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งถือเป็นจำนวนค่าปรับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าจะคืนค่าใช้จ่ายที่เก็บให้แก่คนงานไปแล้วก็ตาม
กระทรวงแรงงานระบุว่า คดีดังกล่าวมีบริษัทจัดหางานแห่งหนึ่งถูกองค์กรภาคประชาชนร้องเรียนว่า อาศัยโอกาสที่แรงงานต่างชาติทำงานครบสัญญาและนายจ้างยื่นขอต่ออายุการจ้างงาน เรียกเก็บค่าต่อสัญญาหรือค่าซื้อตำแหน่งงานจากแรงงาน 20 คน รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านเหรียญไต้หวัน แม้หลังจากที่แรงงานโวยวายและร้องเรียนต่อหน่วยงานเอ็นจีโอ บริษัทจัดหางานดังกล่าวจะรีบคืนเงินให้แก่แรงงานและนายจ้างได้เลิกใช้บริการของบริษัทจัดหางานดังกล่าวแล้วก็ตาม กระทรวงแรงงานสั่งการให้กองแรงงานท้องถิ่นตรวจสอบ พบมีพฤติกรรมผิดกฎหมายจริง จึงดำเนินการปรับเงินกว่า 12 ล้านเหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ยังสั่งพักใบอนุญาตประกอบกิจการไม่เกิน 1 ปี
ซูอวี้กั๋ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า คดีนี้ถือเป็นคดีละเมิดกฎหมายร้ายแรงที่พบได้ยากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีแรงงานได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และมีหลักฐานทางการเงินรวมถึงพยานหลักฐานอื่นๆ ชัดเจน จึงมีการกำหนดอัตราค่าปรับในระดับสูงเป็นพิเศษ และย้ำว่า แม้บริษัทจัดหางานรายดังกล่าวจะคืนเงินให้แก่แรงงานแล้ว ก็ไม่สามารถนำมาเป็นเหตุผลในการยกเว้นโทษปรับและสั่งพักใบอนุญาตจัดหางานได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้สังคมมุ่งโจมตีบริษัทใดเป็นการเฉพาะ กระทรวงแรงงานจึงไม่เปิดเผยชื่อบริษัทดังกล่าว แต่ย้ำว่า คดีนี้เป็นตัวอย่างเตือนบริษัทจัดหางานทุกรายว่า หากพบการกระทำผิดจริง จะถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยการคืนเงินให้แรงงานไม่ถือเป็นเหตุยกเว้นความผิด
แรงงานอินโดนีเซียในไต้หวันรวมตัวประท้วงหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญากว่า 1 ล้านเหรียญ กลุ่ม NGO จี้รัฐจัดการเด็ดขาด (ภาพจาก udn.com)
ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการแรงงานข้ามชาติเตือนว่า กระทรวงแรงงานมีจุดยืนไม่ทนต่อพฤติกรรมเรียกเก็บค่าใช้จ่ายโดยมิชอบจากแรงงานต่างชาติในช่วงต่อสัญญา เปลี่ยนนายจ้างหรือยกระดับสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ทั้งนี้ ผลการลงโทษจะถูกบันทึกไว้ในระบบข้อมูลการประเมินและอนุญาตบริษัทจัดหางาน ซึ่งจะส่งผลต่อผลการประเมินประจำปีของบริษัทนั้นๆ
สำหรับภาพรวมการตรวจสอบในปี 2568 ทางการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทจัดหางานแล้วกว่า 2,000 ครั้ง โดยบริษัทที่ได้รับการประเมินระดับ C จะถูกตรวจอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง ส่วนบริษัทที่ได้รับผลการประเมินระดับ A อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ขณะที่บริษัทที่มีประวัติถูกร้องเรียนหรือเคยกระทำผิด จะถูกจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงและเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ ทั้งนี้ ในปี 2568 ได้ดำเนินการตรวจสอบไม่น้อยกว่า 2,500 ครั้ง
แรงงานอินโดนีเซียในไต้หวันรวมตัวประท้วงหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าต่อสัญญากว่า 1 ล้านเหรียญ กลุ่ม NGO จี้รัฐจัดการเด็ดขาด (ภาพจาก udn.com)
ซูอวี้กั๋วย้ำเตือนว่า กฎหมายปัจจุบันกำหนดรายการค่าใช้จ่ายที่บริษัทจัดหางานสามารถเรียกเก็บได้อย่างชัดเจน กรณีแรงงานครบสัญญาและเปลี่ยนนายจ้าง บริษัทจัดหางานสามารถเรียกเก็บจากแรงงานได้เฉพาะค่าบริการรายเดือนเท่านั้น ห้ามเรียกเก็บค่าลงทะเบียนหรือค่าซื้อตำแหน่งงาน ขณะที่การเรียกเก็บจากนายจ้างสามารถทำได้เฉพาะค่าลงทะเบียน ค่าบริการจัดหางาน โดยต้องไม่เกินอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด หากแรงงานต่างชาติพบการเรียกเก็บค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถโทรแจ้งสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ซึ่งให้บริการหลายภาษา โดยหน่วยงานท้องถิ่นจะดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ กระทรวงแรงงานจะเดินหน้าขยายบริการศูนย์จ้างตรง เพิ่มศักยภาพการสื่อสารสองภาษา และพิจารณาขยายจุดให้บริการ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่แรงงานจะถูกเอาเปรียบ
ซูอวี้กั๋วกล่าวเรียกร้องให้นายจ้างร่วมรับผิดชอบในการกำกับดูแลบริษัทจัดหางานด้วย โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการเรียกเก็บเงินโดยมิชอบ โดยเฉพาะในช่วงที่แรงงานยื่นขอสัญญาใหม่ เปลี่ยนนายจ้างหรือโอนย้ายงาน พร้อมเตือนบริษัทจัดหางานว่า หากฝ่าฝืนกฎหมาย จะถูกปรับในอัตรา 10–20 เท่าของจำนวนเงินที่เรียกเก็บเกินจริง รวมถึงโทษพักใบอนุญาตจัดหางานไม่เกิน 1 ปี และไม่สามารถอ้างการคืนเงินเพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษได้
กฎระเบียบในการเก็บค่าบริการดูแลรายเดือนของบริษัทจัดหางาน ต้องปฏิบัติตามหลักการ 3 รายการ ได้แก่ จะต้องลงนามสัญญากับแรงงานต่างชาติที่รับบริการเป็นลายลักษณ์อักษร ต้องให้บริการจริงและห้ามเก็บค่าบริการล่วงหน้า นอกจากนั้นยังห้ามนายจ้างช่วยบริษัทจัดหางานหักค่าบริการรายเดือนจากค่าจ้าง นายจ้างใดฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 300,000 เหรียญไต้หวัน
2. ไต้หวันปรับขึ้นเกณฑ์ค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือยื่นใหม่ 2,000 เหรียญ ภาคการผลิตเริ่มต้น 35,000 มีผลสำหรับผู้ยื่นขอรายใหม่ เริ่ม 1 ม.ค. 2569
กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศปรับขึ้นเกณฑ์ค่าจ้างขั้นต่ำของแรงงานกึ่งฝีมือ ซึ่งปัจจุบันถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มแรงงานฝีมือ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยนายจ้างภาคการผลิตและก่อสร้างที่ยื่นขอว่าจ้างแรงงานต่างชาติทั่วไปที่มีประสบการณ์ ทำงานในไต้หวันครบ 6 ปีขึ้นไปเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่า 35,000 เหรียญไต้หวัน ขณะที่แรงงานภาคสวัสดิการสังคม ได้แก่แรงงานกึ่งฝีมือที่ทำงานผู้อนุบาลในครัวเรือนจะได้รับขั้นต่ำ 26,000 เหรียญ มาตรการดังกล่าวใช้เฉพาะคำขอใหม่เท่านั้น....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94811</guid>
      <pubDate>Fri, 09 Jan 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260109_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36028800" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ลงดาบ! ปรับ บจง. 12 ล้าน ฐานเก็บค่าต่อสัญญาจากแรงงานต่างชาติ โดนแล้ว 10 ราย กระทรวงแรงงานย้ำ แม้คืนเงินแล้วก็ไม่พ้นผิด]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/cd6e6a6e-086d-4e39-ab55-12ee846423b2.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>53</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94257</link>
      <description><![CDATA[1. ตำรวจเหมียวลี่เดินหน้าโครงการปิดบัญชีก่อนกลับประเทศ ปราบปรามบัญชีม้าได้ผลชัดเจน พ่อเมืองเหมียวลี่แนะควบคุมบัญชีแรงงานต่างชาติจากต้นทาง
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 สถานีตำรวจเหมียวลี่จัดงานแถลงผลสำเร็จโครงการ “ปิดบัญชีก่อนกลับประเทศ” สำหรับแรงงานต่างชาติที่ครบกำหนดสัญญาการทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีธนาคารตกเป็นเครื่องมือฟอกเงินของขบวนการฉ้อโกง จากสถิติในช่วงครึ่งปีหลัง พบว่าแรงงานต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับคดีบัญชีม้า ลดลงจาก 44 คนในช่วงครึ่งปีแรก เหลือเพียง 10 คน สะท้อนผลสำเร็จที่คดีฉ้อโกงผ่านบัญชีม้าลดลงอย่างชัดเจนของมาตรการดังกล่าว พร้อมทั้งเชิญนักศึกษาต่างชาติผู้ตกเป็นเหยื่อการฉ้อโกงมาเล่าประสบการณ์ และได้ร่วมลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับมหาวิทยาลัย 2 แห่ง ภายใต้ข้อตกลง "ความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับตำรวจ" เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในทรัพย์สินของนักศึกษาต่างชาติ
เหมียวลี่เดินหน้าโครงการปิดบัญชีก่อนกลับประเทศ ควบคุมบัญชีแรงงานต่างชาติจากต้นทาง ปราบปรามบัญชีม้าได้ผลชัดเจน (ภาพจาก miaoli.gov.tw)
โครงการปิดบัญชีก่อนกลับประเทศ เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 โดยสถานีตำรวจเหมียวลี่ร่วมมือกับกองแรงงานและพัฒนาเยาวชนเมืองเหมียวลี่ จัดทำโครงการเฉพาะเจาะจงสำหรับแรงงานต่างชาติที่ครบกำหนดสัญญาจ้างงาน เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีธนาคารของพวกเขาถูกกลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงิน สถิติล่าสุดชี้ให้เห็นถึงผลสำเร็จอันโดดเด่น กล่าวคือ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 (มกราคม–พฤษภาคม) มีแรงงานต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับคดีบัญชีม้าจำนวน 44 ราย แต่หลังจากโครงการเริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายน จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ช่วงระยะเวลา 6 เดือน จำนวนดังกล่าวลดลงอย่างมากเหลือเพียง 10 ราย โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายน 2568 ไม่มีรายงานคดีใดๆ เลย อีกทั้งยังไม่มีกรณีแรงงานต่างชาติที่เดินทางกลับประเทศหลังครบสัญญาขายบัญชีให้แก่กลุ่มมิจฉาชีพ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมาตรการปราบปรามการฉ้อโกงอย่างแม่นยำ
ตำรวจฝ่ายกิจการต่างด้าวของเมืองเหมียวลี่ วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากการขายบัญชีธนาคารของแรงงานต่างชาติ (ภาพจาก miaoli.gov.tw)
รายงานจากกองกิจการต่างประเทศของสำนักงานตำรวจระบุว่า สถิติของสำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ชี้ให้เห็นว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คดีที่ชาวต่างชาตินำบัญชีธนาคารไปขายหรือให้ใช้เป็นเครื่องมือของขบวนการฉ้อโกงนั้น มากกว่าร้อยละ 70 เป็นแรงงานต่างชาติถูกกฎหมาย ขณะที่แรงงานหลบหนีหรือแรงงานผิดกฎหมายและนักศึกษาต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ 20 จากข้อมูลดังกล่าว ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ตำรวจจึงร่วมกับกองแรงงานและการพัฒนาเยาวชน ดำเนินโครงการปิดบัญชีก่อนกลับประเทศในสถานประกอบการที่จ้างแรงงานต่างชาติจำนวนมาก โดยกำหนดให้แรงงานต้องปิดบัญชีธนาคารเมื่อครบกำหนดสัญญาก่อนเดินทางกลับประเทศ ภายใต้แนวคิด 3E ได้แก่ การให้ความรู้แก่แรงงาน (Education) การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย (Engagement) และการบังคับใช้กฎหมายเชิงสืบสวนต้นทางอย่างเด็ดขาด (Enforcement) พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศในไต้หวัน โรงงานในพื้นที่ และบริษัทจัดหางาน
นายจงตงจิ่น ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ (ซ้าย) มอบโล่ขอบคุณแก่ Everlight Electronics บริษัทที่ว่าจ้างแรงงานไทยจำนวนมากและช่วยแรงงานปิดบัญชีธนาคารทุกราย ก่อนการเดินทางกลับประเทศ (ภาพจาก miaoli.gov.tw)
นายจงตงจิ่น ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ กล่าวภายหลังรับฟังรายงานและคำให้การของผู้เสียหาย แสดงความขอบคุณสำนักงานตำรวจ กองแรงงานและการพัฒนาเยาวชน สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนทุกฝ่ายที่ร่วมแรงร่วมใจจนเกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่า “การต่อต้านการฉ้อโกงเป็นความรับผิดชอบของทุกคน” หากปล่อยให้ขบวนการฉ้อโกงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ความเสียหายของประชาชนจะยิ่งรุนแรงขึ้น และเนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพใช้กลวิธีหลากหลาย ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อซ้ำได้ ดังนั้น นอกจากการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ประชาชนต้องช่วยกันเตือนภัยซึ่งกันและกัน ขณะที่ภาครัฐส่วนกลางควรพิจารณาเพิ่มเงินรางวัลในการจับกุมขบวนการฉ้อโกง เพื่อเสริมขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่ ดำเนินมาตรการหลายด้านควบคู่กันเพื่ออุดช่องโหว่ ไม่เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพแฝงตัว
สื่อประชาสัมพันธ์เรื่องผลของการขายหรือให้คนอื่นยืมใช้บัญชีธนาคาร จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่กล่าวเพิ่มเติมว่า หากรัฐบาลกลางสามารถประสานงานกับคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงิน ควบคุมบัญชีธนาคารของแรงงานต่างชาติอย่างแม่นยำ โดยกำหนดให้บัญชีสิ้นสุดผลบังคับใช้ทันทีเมื่อแรงงานครบสัญญาการทำงาน เพียงมีคำสั่งจากส่วนกลางก็สามารถบังคับใช้ได้ทั่วประเทศ ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก และจะสามารถปิดล้อม แยกทำลายขบวนการฉ้อโกงได้อย่างครอบคลุม ถือเป็นการแก้ปัญหาจากรากฐานอย่างแท้จริง
สื่อประชาสัมพันธ์เรื่องผลของการขายหรือให้คนอื่นยืมใช้บัญชีธนาคาร จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
ทั้งนี้ ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาตรา 22 กำหนดว่า ผู้ใดมอบหรือให้ผู้อื่นใช้บัญชีการเงินโดยไม่มีเหตุอันสมควร หากมีพฤติการณ์ร่วมหรือรับผลประโยชน์ การมอบบัญชีตั้งแต่สามบัญชีขึ้นไป หรือกระทำผิดซ้ำภายในห้าปีหลังถูกตำรวจตักเตือน จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ สถานีตำรวจจึงขอเตือน อย่าให้บัญชีธนาคารของตนแก่ผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว
สื่อประชาสัมพันธ์เรื่องผลของการขายหรือให้คนอื่นยืมใช้บัญชีธนาคาร จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
2. รู้หรือไม่?....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94257</guid>
      <pubDate>Fri, 02 Jan 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260102_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36021120" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ตำรวจเหมียวลี่เดินหน้าโครงการปิดบัญชีก่อนกลับประเทศ ปราบปรามบัญชีม้าได้ผลชัดเจน พ่อเมืองเหมียวลี่แนะควบคุมบัญชีแรงงานต่างชาติจากต้นทาง]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/3fb01f89-8237-494d-8042-6f1b8d0675d9.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>52</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93695</link>
      <description><![CDATA[1. มาถูกทาง? องค์กรตัวแทนนายจ้างเสนอรัฐบาลพิจารณาขึ้นทะเบียนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายกลับเข้าสู่ระบบ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน
สมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวันเปิดเผยว่า ปัญหาการขาดแคลนแรงงานนับวันรุนแรงขึ้น แม้รัฐบาลจะเปิดให้ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่พักสามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้แล้ว แต่ภาคอุตสาหกรรมประเภท 3K ซึ่งหมายถึงงานหนัก สกปรก และอันตราย เช่น การกำจัดขยะ การรีไซเคิล และงานที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ยังมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการพิจารณาเพิ่มเติม ขณะที่แรงงานต่างชาติหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายมีจำนวนร่วม 95,000 คน เมื่อไม่สามารถแก้ปัญหาการหลบหนีได้ ควรพิจารณาเปิดให้พวกเขาเข้ารายงานตัวและลงทะเบียนเข้าสู่แรงงานในระบบ กลายเป็นแรงงานถูกกฎหมาย แก้ปัญหาได้ทั้งเรื่องการหลบหนีและภาวะขาดแคลนแรงงานได้
สมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนภาคธุรกิจลอุตสาหกรรมจัดการประชุมประจำปีเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา (ภาพจากสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน)
นายสวี่ ซูโป๋ ประธานสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนภาคธุรกิจลอุตสาหกรรมกล่าวเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า ปัญหา แรงงานต่างชาติหลบหนี ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของตลาดแรงงานนอกระบบในปัจจุบัน โดยเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีจั๋ว หรงไท่ แห่งสภาบริหาร กำลังพิจารณาแนวทางในการส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้ามามอบตัว และเปิดโอกาสให้กลับเข้าสู่ระบบแรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานภายในประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังเห็นว่า ควรทบทวนบทลงโทษทางอาญาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในปัจจุบันยังถือว่ามีความเข้มงวดไม่เพียงพอ
นายสวี่ ซูโป๋ (ยืน) ประธานสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน คนนั่งด้านซ้ายคือ นายจั๋วหรงไท่ นายกรัฐมนตรี (ภาพจากสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน)
สมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวันจัดการประชุมเวทีเสวนานายกรัฐมนตรีกับผู้นำภาคธุรกิจ ปี 2568 โดยมีตัวแทนภาคอุตสาหกรรมเข้าร่วมสะท้อนปัญหาอย่างคึกคัก หลังเสร็จสิ้นการประชุม นายสวี่ซูโป๋ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ชี้แจงประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการขาดแคลนแรงงานและนโยบายการนำเข้าแรงงานต่างชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เขากล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่พักให้การยอมรับแผนพัฒนากำลังแรงงานต่างชาติของรัฐบาล ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการเพิ่มค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นทุก 2,000 เหรียญไต้หวัน จึงจะได้รับโควตาจ้างแรงงานต่างชาติ 1 ตำแหน่ง อนุญาตในโควตาไม่เกิน 10% ของแรงงานท้องถิ่น โดยมองว่านโยบายดังกล่าวเป็นแนวทางที่เหมาะสม เนื่องจากการดำเนินนโยบายควรค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรเปิดกว้างในคราวเดียวมากเกินไป ที่สำคัญ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับความต้องการของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม และได้กำชับให้ทุกกระทรวงบูรณาการการทำงาน โดยพิจารณานโยบายจากมุมมองของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหลัก
แรงงานต่างชาติหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายมีร่วม 95,000 คน ตามชนบทและบนเขา จะเห็นแรงงานผิดกฎหมายทำงานภาคการเกษตรจำนวนมาก (ภาพจาก Rti)
แม้ว่าภาคการผลิตและธุรกิจที่พักบางส่วนจะได้รับอนุญาตให้เพิ่มการจ้างแรงงานต่างชาติภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดแล้ว แต่นายสวี่ระบุว่า อุตสาหกรรม 3K ยังถูกกันออกจากมาตรการดังกล่าว เช่น งานกำจัดขยะ การรีไซเคิล ถังเก็บสารปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมพลาสติก อย่างไรก็ตาม กระทรวงสิ่งแวดล้อมให้คำมั่นว่าจะเร่งสรุปแนวทางในระยะเวลาอันสั้น เพื่อบรรจุอุตสาหกรรม 3K โดยเฉพาะภาคธุรกิจกำจัดขยะ ให้สามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้ เพิ่มโอกาสในการจ้างงานและบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงาน
สมาคมฯ เสนอแนวคิดอภัยโทษแก่แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยให้เข้ารายงานตัวลงทะเบียนกลับเข้าสู่แรงงานในระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในภาพตำรวจบุกจับแรงงานผิดกฎหมายในไซต์งานก่อสร้างที่เถาหยวน
แนวคิดอภัยโทษแก่แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยให้เข้ารายงานตัวลงทะเบียนกลับเข้าสู่แรงงานในระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้น ทางสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวันเคยนำเสนอไปแล้วเมื่อปี 2567 และกระทรวงแรงงานได้จัดประชุมหารือความเป็นไปได้กับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในที่ประชุมต่างแสดงความเห็นคัดค้าน ชี้อาจส่งเสริมการกระทำผิดและขาดความเป็นธรรม อาจก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง บ่อนทำลายหลักความเป็นธรรมในระบบแรงงาน และเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณสนับสนุนพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ถือเป็นการเสียดสีและไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย บริษัทจัดหางาน รวมถึงแรงงานต่างชาติที่อยู่ในระบบอย่างถูกต้อง ทั้งยังขาดความสมเหตุสมผลและความเป็นธรรม ไม่มีบทลงโทษใด ๆ และเป็นการยกเว้นความรับผิดโดยสิ้นเชิง ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีในอนาคต
ตำรวจเถาหยวนตรวจค้นตามโรงงานและไซต์งานก่อสร้าง วันเดียวจับนายจ้าง 3 ราย แรงงานผิดกฎหมาย 44 ราย นักท่องเที่ยวที่ทำงานผิดกฎหมาย 10 รายและแรงงานถูกกฎหมายทำงานหารายได้เสริมในวันหยุด 3 ราย (ภาพจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง)
2. แรงงานไทยค้าเฮโรอีน 11 กก. มูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญ แบ่งบรรจุเตรียมส่งลูกค้าในห้องเช่าเขตปาเต๋อ ตำรวจรวบได้ 1 อีก 1 ไหวทันหลบหนีออกนอกประเทศ
ตำรวจนครเถาหยวนจับกุมคดียาเสพติดรายใหญ่ที่พบได้ยากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังบุกตรวจค้นห้องพักให้เช่าแห่งหนึ่งในเขตปาเต๋อ นครเถาหยวน พบเฮโรอีนซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 น้ำหนักรวมกว่า 11 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญไต้หวัน ผู้ต้องหาซึ่งเป็นแรงงานไทยถูกอัยการฟ้องดำเนินคดีแล้ว ขณะที่ตำรวจเร่งขยายผลติดตามแหล่งที่มาของยาเสพติดต่อไป....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93695</guid>
      <pubDate>Fri, 26 Dec 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251226_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36028800" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. มาถูกทาง? องค์กรตัวแทนนายจ้างเสนอรัฐบาลพิจารณาขึ้นทะเบียนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายกลับเข้าสู่ระบบ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/dba1098d-f6dd-4cd1-9df6-8c6f09078211.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>51</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93160</link>
      <description><![CDATA[1. เป็นไปได้ไหม? หยุดงานสัปดาห์ละ 3 วัน กระทรวงแรงงานขอขยายเวลาศึกษารอบด้าน ก่อนจะตอบกลับข้อเสนอภายใน 7 ก.พ. 69
กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศขยายเวลาการตอบข้อเสนอจากประชาชนบนแพลตฟอร์มร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะ (JOIN) ซึ่งเสนอให้ “ผลักดันระบบทำงานสัปดาห์ละ 4 วันและหยุด 3 วัน หลังข้อเสนอดังกล่าวได้รับการสนับสนุนเกิน 5,000 รายชื่อและผ่านเกณฑ์การยื่นเรื่องตามระเบียบ โดยกระทรวงแรงงานระบุเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ว่าจะขยายกำหนดการตอบกลับไปถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเปิดรับความเห็นจากทุกภาคส่วนและพิจารณานโยบายอย่างรอบด้าน
ถนนคนเดินย่านซีเหมินติงในกรุงไทเป (ภาพจาก businesstoday.com.tw)
ตามขั้นตอนของแพลตฟอร์ม JOIN หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องตอบข้อเสนอภายใน 2 เดือน แต่ตามข้อกำหนดในแนวปฏิบัติการมีส่วนร่วมด้านนโยบายสาธารณะ หากไม่สามารถตอบได้ภายในกำหนด มีสิทธิ์ขยายเวลาได้ไม่เกิน 2 เดือน กระทรวงแรงงานจึงใช้สิทธิ์ตามกฎเพื่อเลื่อนการตอบข้อเสนอครั้งนี้ โดยชี้ว่าประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับแผนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม สิทธิแรงงาน และผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในหลายด้าน จำเป็นต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบ
มนุษย์เงินเดือนไต้หวันให้ความสำคัญกับวันหยุด แต่ส่วนใหญ่เห็นว่า เป็นไปได้ยากที่จะหยุดงานสัปดาห์ละ 3 วัน (ภาพจาก CNA)
กระทรวงแรงงานเผยว่า ได้เชิญหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละสาขาอุตสาหกรรมเข้าร่วมประชุมหารือ เพื่อรวบรวมความคิดเห็นต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าต้องการนำข้อมูลและมุมมองจากทุกภาคส่วนมาประเมินอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนจะจัดทำคำตอบอย่างเป็นทางการบนแพลตฟอร์ม
ด้านสังคมออนไลน์อย่าง PTT มีการถกเถียงอย่างกว้างขวางในประเด็นนี้ โดยผู้ใช้บางรายตั้งข้อสังเกตว่า หากไต้หวันเปลี่ยนไปใช้ระบบหยุดสัปดาห์ละ 3 วัน อาจต้องแลกกับการยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่าง ๆ เช่น เทศกาลตรุษจีน เช็งเม้ง หรือเทศกาลไหว้พระจันทร์ พร้อมตั้งคำถามว่าพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ยินดีต่อการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้หรือไม่?
มนุษย์เงินเดือนไต้หวันให้ความสำคัญกับวันหยุด แต่ส่วนใหญ่เห็นว่า เป็นไปได้ยากที่จะหยุดงานสัปดาห์ละ 3 วัน (ภาพจาก udn.com)
ชาวเน็ตรายหนึ่งยกตัวอย่างประวัติการปรับระบบวันหยุดในช่วงทศวรรษ 1990 ซึ่งไต้หวันค่อย ๆ ปรับจาก หยุด 1.5 วันต่อสัปดาห์เป็นหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยทดลองให้หยุดสัปดาห์เว้นสัปดาห์ ก่อนจะขยายเป็นมาตรฐานทั่วไป และยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ 7 วันในเวลาต่อมา กระบวนการดังกล่าวใช้เวลาราวสิบปี เขาจึงประเมินว่าโอกาสที่ไต้หวันจะนำระบบหยุด 3 วันต่อสัปดาห์มาใช้จริงในเร็ววันมีโอกาสค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะในภาคเอกชนและบริการซึ่งหลายบริษัทแม้แต่วันหยุด 8 วันต่อเดือนก็ยังทำไม่ได้
ประเด็นทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน เคยถูกเสนอมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2566 ภายใต้หัวข้อทำให้ไต้หวันเป็นประเทศแรกในเอเชียที่หยุดงานสัปดาห์ละ 3 วัน และได้รับการสนับสนุน 5,736 รายชื่อ แต่ถูกสำนักงานบริหารข้าราชการพลเรือน สภาบริหารปฏิเสธโดยให้เหตุผล 3 ประการ ได้แก่ :
ชาวเน็ตสนับสนุนหยุดงานสัปดาห์ละ 3 วัน แต่ผวาอาจต้องแลกกับการยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ภาพจาก news.housefun.com.tw)
1. ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประชาชน ระบบเศรษฐกิจ การคมนาคม การเงิน ตลาดหุ้นและสิทธิการศึกษา มีผลกระทบในวงกว้าง
2. ยังไม่มีประเทศใดใช้ระบบหยุด 3 วันอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ มีเพียงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไอซ์แลนด์ และบางพื้นที่ในสหราชอาณาจักรที่ทดลองใช้ ทำให้ขาดข้อมูลอ้างอิงที่เพียงพอ
3. หน่วยงานรัฐมีภารกิจด้านบริการสาธารณะ ไม่ควรเร่งดำเนินการก่อนที่กฎหมายมีความพร้อมในทุกด้าน ประกอบไปด้วย เงื่อนไขด้านการบริหาร อุตสาหกรรม การศึกษา และมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ
ในครั้งนั้น กระทรวงแรงงานก็ชี้เช่นกันว่า การหยุดสัปดาห์ละ 3 วัน จำเป็นต้องปรับแก้กฎหมายจำนวนมาก และอาจส่งผลกระทบต่อแรงงาน นายจ้าง เศรษฐกิจโดยรวม การแพทย์ การดูแลผู้สูงอายุ ความปลอดภัยสาธารณะ กลาโหม และสิทธิของนักเรียน จึงต้องอาศัยมาตรการรองรับอย่างรอบคอบและความเห็นพ้องจากสังคมในระดับสูงก่อนพิจารณาต่อไป
เว็บไซต์ join.gov.tw เปิดให้ประชาชนทุกคนเสนอความเห็นด้านนโยบายสาธารณะ แต่ละสัปดาห์มีข้อเสนอนับร้อยประเด็น
ทั้งนี้ JOIN คือแพลตฟอร์มที่เปิดให้มีส่วนร่วมด้านนโยบายสาธารณะ เป็นเว็บไซต์ที่จัดตั้งโดยคณะกรรมการพัฒนาประเทศเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 โดยอ้างอิงรูปแบบจากเว็บไซต์ We the People ของทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา เปิดให้พลเมืองไต้หวันและชาวต่างชาติที่ถือบัตรถิ่นที่อยู่สามารถลงทะเบียน ยื่นข้อเสนอ และร่วมลงชื่อสนับสนุนนโยบายต่าง ๆ หากข้อเสนอได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่า 5,000 รายชื่อภายใน 60 วัน หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องตอบกลับภายในกรอบเวลาเดียวกันตามที่กฎหมายกำหนด
2. หนุ่มอินโดฯ ทำงานผิดกฎหมาย หวั่นถูกส่งกลับประเทศ ใช้ถุงพลาสติกคลุมตัวซ่อนในโกดังแช่แข็ง -6℃ กว่า 30 นาที หนาวสั่นเกือบเสียชีวิต
เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่เกาสง ตรวจสอบโรงงานแปรรูปอาหารแช่แข็งแห่งหนึ่งในเขตเฉียนเจิ้น นครเกาสง วันเดียวตรวจพบแรงงานผิดกฎหมาย 17 ราย ในจำนวนนี้มี 1 รายที่หลบเข้าไปซ่อนตัวในคลังสินค้าแช่แข็งอุณหภูมิ -6℃ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงกว่าจะทราบเบาะแสจากเพื่อนร่วมชาติ ก่อนเปิดห้องแช่แข็งช่วยเหลือหนุ่มอินโดนีเซียรายดังกล่าวซึ่งกำลังหนาวสั่นจนตัวแข็งอยู่ในภาวะอันตรายเกือบเสียชีวิตออกมาได้
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบโรงงานแปรรูปอาหารแช่แข็งแห่งหนึ่งในเขตเฉียนเจิ้น นครเกาสง วันเดียวตรวจพบแรงงานผิดกฎหมาย 17 ราย....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93160</guid>
      <pubDate>Fri, 19 Dec 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251219_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36028800" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. เป็นไปได้ไหม? หยุดงานสัปดาห์ละ 3 วัน กระทรวงแรงงานขอขยายเวลาศึกษารอบด้าน ก่อนจะตอบกลับข้อเสนอภายใน 7 ก.พ. 69]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/0d6b28e6-af33-4a1d-bdfc-18b39eddf640.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>50</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92678</link>
      <description><![CDATA[1. สมาคมอุตสาหกรรมไต้หวันเสนอเพิ่มผู้ประกอบการที่รับภาระค่าใช้จ่ายแทนแรงงานต่างชาติเป็นเกณฑ์ ESG จูงใจธุรกิจปฏิบัติตามมาตรฐานสากล
สมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน องค์กรที่เป็นตัวแทนภาคธุรกิจ จัดประชุมเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา เสนอให้นำผู้ประกอบการที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายแทนลูกจ้าง โดยแรงงานต่างชาติไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เข้าสู่ตัวชี้วัด ESG เพื่อเป็นแรงจูงใจให้บริษัทต่าง ๆ ปฏิบัติตามมาตรฐานการนำเข้าแรงงานต่างชาติอย่างเป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนคลายการจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ลดขั้นตอนเอกสาร และเพิ่มความยืดหยุ่นสำหรับธุรกิจโรงแรมที่กำลังขาดแคลนแรงงาน
นายจั๋วหรงไท่ นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมของสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าไต้หวัน (ภาพจาก fwnews.com.tw)
ในที่ประชุมชี้แจงว่า ปัจจุบันหลายบริษัทในไต้หวันสมัครใจเข้าร่วมความร่วมมือพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Business Alliance: RBA) ซึ่งช่วยรับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อนแรงงานเดินทางถึง เช่น ค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิว ค่าตรวจสุขภาพ ค่าธรรมเนียมขอวีซ่าและค่าโดยสารเครื่องบิน สมาคมอุตสาหกรรมและการค้าเห็นว่า ตัวชี้วัดด้าน ESG จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านธรรมาภิบาลแก่บริษัทต่าง ๆ และหากรัฐบาลเปิดเผยข้อมูลบริษัทที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายแทนแรงงานและนำเข้าสู่เกณฑ์การประเมินธรรมาภิบาลของบริษัท จะถือเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ผลักดันให้ภาคธุรกิจร่วมปฏิบัติ
ล่ามกระทรวงแรงงานประจำท่าอากาศยานเถาหยวนพาแรงงานต่างชาติที่เดินทางถึงไต้หวันออกมาจากสนามบิน (ภาพจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน)
กระทรวงแรงงานระบุว่า แนวคิดการรับสมัครแรงงานอย่างเป็นธรรมและการกำหนดให้เป็นศูนย์ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางมาทำงานของแรงงานต่างชาติ เป็นแนวโน้มสากล ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงการใช้แรงงานบังคับ กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศแนวทางปฏิบัติป้องกันการใช้แรงงานบังคับสำหรับสถานประกอบการ ภายในสิ้นเดือนมกราคม 2569 เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถประเมินและป้องกันความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังพิจารณาเพิ่มเกณฑ์ด้านการว่าจ้างแรงงานอย่างเป็นธรรมในรางวัลการพัฒนาทรัพยากรบุคคลแห่งชาติ ส่วนการบรรจุประเด็นดังกล่าวในตัวชี้วัด ESG จะมีการหารือร่วมกับคณะกรรมการกำกับดูแลตลาดการเงิน (FSC) ต่อไป
ล่ามกระทรวงแรงงานประจำท่าอากาศยานเถาหยวนพาแรงงานต่างชาติที่เดินทางถึงไต้หวันออกมาจากสนามบิน (ภาพจาก chinatimes.com)
ตามหลักเกณฑ์การประเมิน ESG ปี 2569 ที่ตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันเผยแพร่ในเดือนตุลาคม พบว่า ตัวชี้วัดด้านสังคม (S) ทั้ง 23 รายการ มี 7 รายการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับลูกจ้าง เช่น สวัสดิการ ระบบเกษียณอายุ ค่าตอบแทน ความปลอดภัย ความหลากหลายทางสถานที่ทำงาน แผนพัฒนาทักษะ การสำรวจความคิดเห็นพนักงาน และอัตราการลาออก ทั้งนี้ ESG ย่อมาจาก Environmental, Social, and Governance (สิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล) เป็นแนวคิดที่ใช้ในการประเมินและวัดผลการดำเนินงานขององค์กรในมิติของความยั่งยืน โดยไม่ได้เน้นเพียงแค่ผลกำไรทางการเงินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนร่วมในวงกว้างอีกด้วย
ล่ามกระทรวงแรงงานประจำท่าอากาศยานเถาหยวนพาแรงงานต่างชาติที่เดินทางถึงไต้หวันออกมาจากสนามบิน (ภาพจาก ctwant.com)
ในส่วนของการตรวจสอบประจำเกี่ยวกับสัดส่วนโควตาของแรงงานต่างชาติ ที่ส่งผลให้หลายบริษัทต้องจ้างแรงงานท้องถิ่นเพิ่มเติม ยกเลิกสัญญาและย้ายแรงงานต่างชาติไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับโควตาที่กระทรวงแรงงานกำหนด สมาคมอุตสาหกรรมฯ จึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลลดขั้นตอนด้านเอกสารที่ซ้ำซ้อนและปรับวิธีคิดค่าธรรมเนียมตามระบบขั้นบันไดเพื่อลดภาระนายจ้าง ด้านกระทรวงแรงงานชี้แจงว่า ระบบดังกล่าวมีใช้อยู่แล้ว และแนะให้นายจ้างวางแผนกำลังคนอย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการจ้างเกินโควตา พร้อมย้ำว่าระบบอนุมัติออนไลน์สามารถพิจารณาเสร็จภายใน 7 วัน หากไม่พบบันทึกการฝ่าฝืนกฎระเบียบ
แรงงานต่างชาติเดินทางถึงไต้หวันขณะออกมาจากสนามบินเถาหยวน
สำหรับการบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมโรงแรม สมาคมอุตสาหกรรมฯ เสนอ 3 มาตรการ ได้แก่ ทดลองเปิดทางจ้างแรงงานต่างชาติ ลดขั้นตอนการว่าจ้างนักศึกษาต่างชาติเข้าทำงานหลังเรียนจบ และเพิ่มชั่วโมงฝึกงานต่อสัปดาห์
แรงงานต่างชาติในไซต์งานก่อสร้าง
กระทรวงคมนาคม กล่าวถึงแรงงานกึ่งฝีมือที่อนุญาตให้ธุรกิจโรงแรมนำเข้าได้ คาดว่าจะเริ่มเปิดรับการยื่นขอในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยเริ่มจากฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรก และจะขยายไปยังประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ทั้งนี้ หากนายจ้างเพิ่มค่าจ้าง 2,000 เหรียญให้ลูกจ้างท้องถิ่น 1 คน จะสามารถจ้างแรงงานกึ่งฝีมือได้ 1 คน โดยไม่เกิน 10% ของจำนวนพนักงานท้องถิ่นทั้งหมดในบริษัท
2. เริ่ม 1 ม.ค. 2569! การลาป่วยหักเบี้ยขยันตามสัดส่วน ห้ามหักเต็มเดือน ห้ามปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 1 ล้านเหรียญ
จากกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบินอีวีเอแอร์ (EVA Air) ล้มป่วยระหว่างปฏิบัติหน้าที่และเสียชีวิตหลังบินกลับถึงไต้หวัน ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงปัญหาการทำงานล่วงเวลาเกินกำหนดและการไม่อนุญาตให้ลูกจ้างลาหยุดของสายการบินดังกล่าว เกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันออกระเบียบใหม่ คุ้มครองสิทธิแรงงานด้านการลาป่วยและการหักจ่ายเงินรางวัล โดยกำหนดชัดเจนว่า นายจ้างไม่สามารถหักเงินเบี้ยขยันเต็มเดือนหรือหักเกินกว่าอัตราส่วนที่เหมาะสม และห้ามปฏิบัติต่อแรงงานอย่างไม่เป็นธรรมเพียงเพราะมีการลาป่วย ทั้งนี้ กฎใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปีหน้า เพื่อลดปัญหาแรงงานไม่กล้าลาป่วย แม้สภาพร่างกายไม่พร้อมทำงาน....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92678</guid>
      <pubDate>Fri, 12 Dec 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251212_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36011520" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. สมาคมอุตสาหกรรมไต้หวันเสนอเพิ่มผู้ประกอบการที่รับภาระค่าใช้จ่ายแทนแรงงานต่างชาติเป็นเกณฑ์ ESG จูงใจธุรกิจปฏิบัติตามมาตรฐานสากล]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/fb4efd57-45de-4b88-a17a-2099e13f7f27.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>49</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92177</link>
      <description><![CDATA[1. หอการค้ายุโรปในไต้หวันเสนอให้ยกเลิกเก็บค่าหัวคิวแรงงานต่างชาติ เตือนหากไม่ปฏิรูปอาจถูกยุโรปคว่ำบาตรตามรอยสหรัฐ
สมาคมหอการค้าสหภาพยุโรปในไต้หวัน (European Chamber of Commerce Taiwan – ECCT) ออกคำแนะนำประจำปี 2569 พร้อมเตือนแรงว่า ไต้หวันควรเดินหน้าสู่ระบบศูนย์ค่าใช้จ่ายสำหรับแรงงานต่างชาติ เพื่อยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชน และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงถูกสหรัฐหรือยุโรปใช้มาตรการทางการค้าเล่นงาน หลังกรณีบริษัท Giant Group ถูกสหรัฐสั่งระงับนำเข้าสินค้าด้วยข้อหาละเมิดแรงงานบังคับ
เดินทางมาทำงานไต้หวัน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เริ่มมีนายจ้างรับผิดชอบแทนแรงงานมากขึ้น
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ศุลกากรและป้องกันพรมแดนสหรัฐ (CBP) ออกคำสั่งชะลอการนำเข้าสินค้าจักรยานและชิ้นส่วนที่ผลิตโดย Giant ถือเป็นครั้งแรกที่สินค้าจากผู้ผลิตในไต้หวันถูกสหรัฐกีดกันด้วยเหตุผลด้านสิทธิมนุษยชน CBP ระบุว่า จากการสอบสวนตามนิยามขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) พบสัญญาณของการบังคับใช้แรงงาน ตามเกณฑ์ของ CBP ถึง 5 ข้อ เหตุการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมจักรยานของไต้หวัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่หลายบริษัทประกาศรับผิดชอบค่าใช้จ่ายแทนแรงงานต่างชาติทั้งหมด หลังจากช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทขนาดใหญ่ที่ส่งสินค้าไปยังตลาดสหรัฐฯ และยุโรป ทยอยใช้ระบบ RBA นำเข้าแรงงานต่างชาติโดยนายจ้างออกค่าใช้จ่ายแทนทั้งหมด แต่ยังถือเป็นส่วนน้อย หากเทียบกับจำนวนผู้ประกอบการทั่วไต้หวันที่นำเข้าแรงงานต่างชาติ
แรงงานฟิลิปปินส์ในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ (ภาพจาก twreporter.org-Reuter/Erik de Castro)
ECCT ย้ำหนักแน่น : ไต้หวันต้องเลิกค่าหัวคิวแรงงานต่างชาติ ไม่เช่นนั้นยุโรปอาจตามรอยสหรัฐ
ในรายงานข้อเสนอของ ECCT ระบุชัดว่า ไต้หวันควรยกเลิกค่าใช้จ่ายและห้ามบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติ พร้อมเสริมระบบคุ้มครองแรงงานให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อป้องกันกรณีสินค้าถูกระงับนำเข้าหรือถูกคว่ำบาตรจากประเทศสำคัญทั้งสหรัฐและยุโรป
Howard Shiu ประธานคณะกรรมการด้านทรัพยากรบุคคลของ ECCT กล่าวระหว่างการนำเสนอว่า ช่วง 4–5 ปีที่ผ่านมา ECCT เรียกร้องประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง แต่เป็นประเด็นอ่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์จำนวนมหาศาล จึงไม่ค่อยได้รับแรงผลักดันจากนโยบายภายในประเทศ จนกระทั่งกรณี Giant ถูกสหรัฐสั่งระงับนำเข้าสินค้า ทำให้ปัญหาถูกผลักกลับสู่เวทีสาธารณะอีกครั้ง
แรงงานต่างชาติที่ศูนย์การค้าอาเซียนสแควร์ นครไทจง (ภาพจาก cw.com.tw)
แรงงานต้องจ่ายค่าหัวคิว 2 แสนเหรียญก่อนการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน กลายเป็นภาระหนี้ที่ผลักให้แรงงานหลบหนี
ประธานคณะกรรมการด้านทรัพยากรบุคคลของ ECCT ผู้นี้เปิดเผยว่า แรงงานต่างชาติในไต้หวันจำนวนมากมาจากเวียดนาม อินโดนีเซีย ไทยและฟิลิปปินส์ ต้องจ่ายค่าดำเนินการและค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวให้แก่บริษัทจัดหางานในประเทศต้นทางสูงถึง 200,000 เหรียญไต้หวัน ก่อนเดินทางเข้ามาทำงาน และยังมีค่าธรรมเนียมจิปาถะหลากหลายรายการหลังเดินทางถึงไต้หวันแล้ว ภาระหนี้ก้อนนี้ทำให้แรงงานจำนวนมากตกอยู่ในสภาพถูกโซ่ตรวนจากหนี้ล่ามไว้จนแทบหายใจไม่ออก และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาการหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้เป็นประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่นานาชาติจับตามอง เขาย้ำว่า กรณี Giant แม้เป็นครั้งแรก แต่ไม่ใช่กรณีเดียว เนื่องจากอุตสาหกรรมไต้หวันจำนวนมากพึ่งพาแรงงานต่างชาติ หากรัฐบาลสหรัฐต้องการดำเนินมาตรการเพิ่มเติม อาจมีบริษัทอื่นถูกเล่นงานตามมา อีกทั้งสหภาพยุโรปมีแนวโน้มเดินตามมาตรการของสหรัฐ ทำให้ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มขึ้น
แรงงานต่างชาติที่ศูนย์การค้าอาเซียนสแควร์ นครไทจง (ภาพจาก cw.com.tw)
เตือนชัดเจน : หากไม่ปฏิรูป อาจกลายเป็นปัญหาระดับทั้งอุตสาหกรรม
Howard Shiu ระบุว่า หากยุโรปออกมาตรการตามรอยสหรัฐ จะไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นปัญหาเฉพาะบริษัทอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของทั้งภาคอุตสาหกรรมไต้หวัน ซึ่งจะส่งผลรุนแรงต่อการส่งออกและภาพลักษณ์ของประเทศ เขาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าปฏิรูป เช่น ในการจ้างแรงงานต่างชาติ ให้นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และเร่งอัปเดตแผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนและธุรกิจไต้หวัน 2.0 (NAP 2.0) เพื่อยกระดับมาตรฐานตามข้อเรียกร้องของนานาชาติ พร้อมชี้ว่าประเด็นนี้กำลังเปลี่ยนจากแรงกดดันภายนอกสู่ความจำเป็นที่บริษัทไต้หวันต้องปรับตัวด้วยตนเอง
สำหรับอุตสาหกรรมดั้งเดิมและผู้ประกอบการขนาดเล็กอาจไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายแทนแรงงานใด้ แต่สามารถควบคุมไม่ให้ บจง. เก็บค่าใช้จ่ายสูง (ภาพจาก LTN)
2. ชาวต่างชาติอยู่อย่างผิดกฎหมายทะลุ 1.5 แสนคน เพิ่ม 40% ในรอบ 3 ปี หวั่นแรงงานหลบหนีตกเป็นเครื่องมือแก๊งมิจฉาชีพ
ศูนย์งบประมาณสภานิติบัญญัติไต้หวันเปิดเผยรายงานล่าสุด ชี้จำนวนชาวต่างชาติที่พำนักในไต้หวันโดยผิดกฎหมาย ทั้งกรณีอยู่เกินกำหนดและแรงงานต่างชาติหลบหนี ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2568 เพิ่มสูงเกิน 150,000 คน ตัวเลขรวมเพิ่มขึ้นกว่า 40% ภายในเวลาไม่ถึง 3 ปี สร้างความกังวลว่า แรงงานหลบหนีจำนวนมากอาจตกเป็นเครื่องมือของแก๊งคอลเซนเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งกำลังระบาดหนักในไต้หวัน
ยอดแรงงานหลบหนีครองสัดส่วนสูงสุด เกินครึ่งของผู้กระทำผิดทั้งหมด
ข้อมูลในรายงานระบุว่า แรงงานต่างชาติที่หลบหนีจากนายจ้างยังคงเป็นกลุ่มหลักของผู้กระทำผิด โดยเฉลี่ยคิดเป็น 62% ในปีนี้ แม้จะลดลงจากระดับสูงสุดกว่า 74% ในช่วง 5 ปีก่อน แต่ยังเป็นกลุ่มที่พบการละเมิดกฎหมายมากที่สุด ขณะเดียวกัน จำนวนชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่า เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากประมาณ 20,000 คนในปี 2564 พุ่งขึ้นเป็น 55,000 คนในเดือนกรกฎาคม 2568 เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า
เมื่อ 25 พ.ย.....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92177</guid>
      <pubDate>Fri, 05 Dec 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251205_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36019200" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. หอการค้ายุโรปในไต้หวันเสนอให้ยกเลิกเก็บค่าหัวคิวแรงงานต่างชาติ เตือนหากไม่ปฏิรูปอาจถูกยุโรปคว่ำบาตรตามรอยสหรัฐ]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/9990dad0-6226-482c-9f06-6891e300bfed.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>48</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91601</link>
      <description><![CDATA[1. NGO จัดเวทีเรียกร้องยกเลิกข้อจำกัดอายุงานแรงงานต่างชาติไม่เกิน 12 ปี เตรียมเคลื่อนไหวใหญ่เดือนธันวาคมนี้
เพื่อปูทางสู่การชุมนุมใหญ่ในวันที่ 7 ธันวาคม องค์กรด้านสิทธิแรงงานต่างชาติในไต้หวันร่วมกันจัดเสวนา "ยกเลิกข้อบังคับอายุงาน 12/14 ปีของแรงงานต่างชาติ" มุ่งสร้างความเข้าใจในปัญหามาตรการแรงงานกึ่งฝีมือให้แก่สังคม ผลักดันให้ประเด็นสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานต่างชาติได้รับความสนใจจากนโยบายรัฐมากยิ่งขึ้น องค์กรผู้จัดย้ำว่า การยกเลิกเพดานการทำงานสูงสุด 12/14 ปี ซึ่งเป็นระบบที่ผลักให้แรงงานตกอยู่ในความเสี่ยงของการถูกบังคับใช้แรงงาน คือรูปแบบของความเคารพต่อแรงงานทุกกลุ่มที่อยู่บนแผ่นดินไต้หวันอย่างแท้จริง
NGO เตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ในวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568 เรียกร้องรัฐยกเลิกข้อจำกัดอายุงานแรงงานต่างชาติไม่เกิน 12/14 ปี (ภาพจาก FB : TIWA)
Ribut ตัวแทนจากสหภาพแรงงานผู้อนุบาล SBIPT แถลงว่า ผู้ช่วยงานบ้านและผู้อนุบาลต่างชาติยังคงถูกกันออกจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ทำให้ไม่มีสิทธิรับค่าทำงานล่วงเวลา ไม่มีวันหยุด หรือวันลาพักผ่อน อีกทั้งยังถูกคาดหวังให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งดูแลผู้สูงอายุพร้อมกับงานบ้านทุกประเภท งานจึงถูกขยายขอบเขตไม่สิ้นสุดโดยไร้กลไกกำกับดูแล ส่งผลให้การใช้ความรุนแรง การคุกคามทางเพศ การเลิกจ้างโดยพลการ ไปจนถึงการถูกเลื่อนการเข้ารับการรักษาพยาบาล เกิดขึ้นเป็นประจำ
กลุ่ม NGO ชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติ (ภาพจาก FB : SBIPT)
ด้าน Ignas ตัวแทนสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมการผลิต (SEBIMA) ชี้ว่า แรงงานจำนวนมากที่ทำงานในไต้หวันมาแล้ว 6–12 ปี ต่างตั้งหลักแหล่ง มีเครือข่ายทางสังคมและความเป็นอยู่มั่นคง แต่ต้องถูกบังคับกลับประเทศ ทำให้หลายคนไม่สามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตเดิมได้อีก เขายกตัวอย่างแรงงานในโรงงานที่มีทักษะชำนาญ ทำงานมานาน แต่เมื่อสอบถามนายจ้างเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่มีเหตุผล เพื่อรักษาสิทธิอยู่ต่อในไต้หวัน บางรายถึงขั้นยอมไม่ขอขึ้นเงินเดือน หรือยอมรับค่าจ้างที่ลดลง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าโครงสร้างปัจจุบัน ผลักแรงงานให้ลดค่าตัวเอง เพื่อแลกโอกาสการดำรงชีวิต
กลุ่ม NGO ชุมนุมประท้วงกระทรวงแรงงานปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากแรงงานต่างชาติหลากหลายรายการ แม้แต่แรงงานกึ่งฝีมือก็ไม่เว้น (ภาพจาก CNA)
นางสาวหยางหย่าเหวิน นักวิจัยด้านกฎหมายของ Academia Sinica ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยแห่งชาติของไต้หวัน ตั้งข้อสังเกตว่า ระบบแรงงานต่างชาติของไต้หวันถูกออกแบบขึ้นในยุคอำนาจนิยม ก่อนสังคมจะเข้าสู่ประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ เป้าประสงค์ตั้งต้นจึงไม่ใช่การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เช่น ข้อกำหนดห้ามเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ หรือทำหน้าที่เพียงแรงงานเสริม ไม่แข่งขันกับแรงงานท้องถิ่น ขณะที่หลักการพื้นฐานของกฎหมายแรงงานเดิมคือ การใช้สัญญาแบบไม่มีกำหนดระยะเวลาเป็นหลัก และใช้สัญญาระยะสั้นเฉพาะกรณีจำเป็น แต่กลับกลายเป็นว่าแรงงานต่างชาติทั้งหมด ถูกกำหนดให้ใช้สัญญาระยะกำหนดเวลาโดยปริยาย และยังผูกสถานะการพำนักไว้กับนายจ้าง ทำให้การลาออกอย่างเสรีแทบเป็นไปไม่ได้
กลุ่ม NGO ชุมนุมประท้วงกระทรวงแรงงานปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากแรงงานต่างชาติหลากหลายรายการ แม้แต่แรงงานกึ่งฝีมือก็ไม่เว้น (ภาพจาก CNA)
Eni Lestari ประธานสหพันธ์แรงงานข้ามชาติสากล (IMA) ระบุว่า ปี 2568 จำนวนผู้ย้ายถิ่นข้ามชาติทั่วโลกแตะ 304 ล้านคน เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นผลจากความเหลื่อมล้ำ สงคราม และวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ซ้อนทับกัน และภายใต้ตรรกะของเสรีนิยมใหม่ ระบบแรงงานถูกกำหนดให้มุ่งความคุ้มค่าสูงสุด โดยมองมนุษย์เป็นเพียง “อะไหล่แรงงานที่เปลี่ยนแทนได้ตลอดเวลา” ในความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและอินโดนีเซีย แรงงานยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน ตั้งแต่วีซ่า ตั๋วเครื่องบิน ใบอนุญาต การฝึกอบรม ไปจนถึงค่าบริการนายหน้าในทุกครั้งที่เดินทางกลับมาทำงาน
กลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติ (ภาพจาก Rti)
เฉิน ซู่เซียง นักวิจัยจากสมาคมแรงงานต่างชาติไต้หวัน (TIWA) วิเคราะห์ว่า ไต้หวันอยู่ในตำแหน่งผู้รับผลประโยชน์จากแรงงานข้ามชาติอย่างมาก โดยไม่ต้องรับผิดชอบต้นทุนการเลี้ยงดู การศึกษา และการพัฒนาทักษะของแรงงานตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งล้วนเป็นภาระของรัฐบาลและครอบครัวในอินโดนีเซีย แต่สามารถใช้แรงงานที่ “พร้อมทำงาน” ได้ทันที เมื่อเวลาผ่านไป 12–14 ปี ร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพ ไต้หวันก็สามารถส่งแรงงานกลับประเทศได้โดยไม่ต้องรับภาระด้านสวัสดิการระยะยาว เธอย้ำว่าเพดานอายุงานคือหัวใจสำคัญของปัญหาเชิงโครงสร้าง ดังนั้นขบวนการแรงงานจึงมุ่งเรียกร้องให้ “ยกเลิกข้อจำกัดอายุงานอย่างถาวร”
2. หญิงไทยถือฟรีวีซ่าเข้าไต้หวันหวังหางานรายได้ดี สุดท้ายทนค่าจ้างต่ำ-สภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ไม่ไหวเข้ามอบตัว นำไปสู่การจับกุมผีน้อยอีก 39 ราย
หญิงไทยรายหนึ่งเดินทางเข้าไต้หวันด้วยวีซ่าท่องเที่ยว แต่แท้จริงลักลอบทำงานผิดกฎหมาย ได้ตัดสินใจเข้ามอบตัวต่อตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเป เนื่องจากไม่สามารถทนต่อการถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ ค่าจ้างต่ำ และสภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ได้อีกต่อไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเปิดปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายนายหน้าเถื่อนข้ามชาติที่ล่อแรงงานไทยเดินทางเข้าไต้หวันด้วยวีซ่าท่องเที่ยว โดยพบว่าเครือข่ายนายหน้าเถื่อนแก๊งนี้มีทั้งในไทยและในไต้หวันร่วมกันดำเนินการ เก็บค่าหัวคิวสูงสุดกว่า 35,000 เหรียญไต้หวันต่อคน จากนั้นส่งไปทำงานเกษตรอย่างผิดกฎหมาย ตำรวจช่วยเหลือผีน้อยไทยออกมาได้ 39 คน....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91601</guid>
      <pubDate>Fri, 28 Nov 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251128_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36027840" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. NGO จัดเวทีเรียกร้องยกเลิกข้อจำกัดอายุงานแรงงานต่างชาติไม่เกิน 12 ปี เตรียมเคลื่อนไหวใหญ่เดือนธันวาคมนี้]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/6fdeba34-7ff1-49d2-a32a-a96116448bcd.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>47</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91028</link>
      <description><![CDATA[1. ไต้หวันเตรียมจัดหาทนายความช่วยลูกจ้างไกล่เกลี่ยค่าชดใช้กรณีอุบัติเหตุจากการทำงาน รวมแรงงานต่างชาติด้วย เริ่มดำเนินการปี 2569
กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศเตรียมเปิดตัวโครงการช่วยเหลือด้านสิทธิตามกฎหมายแก่ลูกจ้างและครอบครัวผู้ประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน เริ่มเดือนมกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างครบวงจรแก่ลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในที่ทำงาน โดยไม่จำกัดฐานะทางการเงินของผู้ขอรับความช่วยเหลือ ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนเจรจาไกล่เกลี่ยไปจนถึงการดำเนินคดี สำหรับแรงงานต่างชาติ นอกจากบริการข้างต้นแล้ว ยังจะมีบริการล่ามตลอดกระบวนการโดยไม่จำกัดเวลา เพื่อให้สามารถสื่อสารและใช้สิทธิตามกฎหมายได้อย่างเท่าเทียม
โลโก้หรือเครื่องหมายราชการของกระทรวงแรงงานไต้หวัน (ภาพจาก CNA)
ค่าไกล่เกลี่ยกรณีเสียชีวิตจากการทำงาน ร้อยละ 30 ต่ำกว่า 3 ล้านเหรียญไต้หวัน
นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานชี้แจงว่า ลูกจ้างที่ประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน มักต้องเผชิญทั้งความเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงความกังวลด้านเศรษฐกิจและสิทธิทางกฎหมาย การขาดข้อมูล ความรู้ทางกฎหมาย และข้อจำกัดด้านการเงิน ทำให้ลูกจ้างและครอบครัวตกอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบในการเจรจาหรือไกล่เกลี่ยกับนายจ้าง ส่งผลให้นอกจากสิทธิที่พึงมีตามกฎหมายแล้ว กรณีเจรจาค่าชดเชยจากการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตจากการทำงาน มากถึงร้อยละ 30 มีมูลค่าต่ำกว่า 3 ล้านเหรียญไต้หวัน ทั้งยังสะท้อนว่านายจ้างบางรายยังขาดความตระหนักในความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยในการทำงาน ขณะที่แรงงานต่างชาติจำนวนมากยังติดขัดเรื่องภาษาและความเข้าใจกฎหมาย จนไม่สามารถเรียกร้องสิทธิได้อย่างเหมาะสม
นายหงเซินฮั่น รมว. กระทรวงแรงงานไต้หวันชี้แจงโครงการช่วยลูกจ้างและครอบครัวไกล่เกลี่ยค่าชดใช้กรณีอุบัติเหตุจากการทำงาน (ภาพจาก CNA)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานผู้นี้ ยกตัวอย่างกรณีแรงงานชายชาวไต้หวันรายหนึ่งที่เสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว หลังพลัดตกจากโครงสร้างเหล็กที่ไม่มีระบบความปลอดภัย ครอบครัวไม่ทราบสาเหตุของอุบัติเหตุและไม่รู้วิธีเจรจากับนายจ้าง เนื่องจากภรรยาเป็นชาวต่างชาติ ทำให้การสื่อสารและการต่อรองเป็นไปอย่างยากลำบาก อีกกรณีหนึ่งคือแรงงานชายที่กลายเป็นอัมพาตจากอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถเครน แต่ได้รับค่าชดเชยเป็นค่าใช้จ่ายทางการแพทย์จากนายจ้างเพียง 1 ล้านเหรียญไต้หวัน
กระทรวงแรงงานเตรียมทนายความและล่ามดูแลครบทุกขั้นตอน
นายหลินอวี้ถัง (林毓堂) อธิบดีกรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยระบุว่า โครงการนี้จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 โดยจะให้การสนับสนุนทางกฎหมายอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์เบื้องต้นของสาเหตุอุบัติเหตุ การให้คำปรึกษาทางกฎหมายโดยทนายความมืออาชีพ การร่วมเจรจาไกล่เกลี่ย ตลอดจนการสนับสนุนทางคดี เพื่อให้ลูกจ้างและครอบครัวได้รับค่าชดเชยและความเป็นธรรมตามสมควร ทั้งนี้ โครงการจะครอบคลุมเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในสถานที่ทำงาน ไม่รวมอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางไป-กลับจากที่ทำงาน
นายหงเซินฮั่น (กลาง) รมว. กระทรวงแรงงานไต้หวันชี้แจงโครงการช่วยลูกจ้างและครอบครัวไกล่เกลี่ยค่าชดใช้กรณีอุบัติเหตุจากการทำงาน (ภาพจาก CNA)
นอกจากนี้ ยังจะมีการจัดทำแบบวิเคราะห์เบื้องต้นของอุบัติเหตุจากการทำงาน เพื่อช่วยให้ลูกจ้างหรือครอบครัวเข้าใจสาเหตุของอุบัติเหตุได้อย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลาในการเข้าถึงข้อมูลและเสริมความแข็งแกร่งของหลักฐาน ขณะเดียวกันจะมีบริการล่ามให้แก่แรงงานต่างชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเข้าร่วมกระบวนการแก้ไขข้อพิพาทและใช้สิทธิตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ จากข้อมูลของกองทุนประกันภัยแรงงานพบว่า ปี 2567 ที่ผ่านมา ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติประมาณ 1,500 รายที่ยื่นขอรับสิทธิชดเชยหรือผลประโยชน์จากกองทุนประกันภัยแรงงานในกรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพจากอุบัติเหตุในที่ทำงาน
ยกเว้นการตรวจสอบฐานะทางการเงิน และช่วยวางหลักประกันในคดี
นายหวังโฮ่วเหว่ย (王厚偉) อธิบดีกรมแรงงานสัมพันธ์ กระทรวงแรงงานกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการใหม่นี้ได้ขยายขอบเขตความช่วยเหลือทางคดีให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยลูกจ้างที่บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตจากการทำงาน รวมถึงครอบครัว จะได้รับการยกเว้นการตรวจสอบฐานะทางการเงินเพื่อให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางคดีได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังจะครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในกระบวนการคดีอาญา และมีการช่วยเหลือในการวางเงินประกันกรณีขอศาลสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินชั่วคราวของนายจ้างอีกด้วย ทั้งนี้ โครงการนี้จะจัดให้มีทนายความให้คำปรึกษาและร่วมเจรจาไกล่เกลี่ยตั้งแต่เริ่มเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้ลูกจ้างได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยเร็ว ลดความเสี่ยงจากการยอมรับข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรม และยังมีแผนจะขยายความช่วยเหลือทางกฎหมายให้ครอบคลุมกระบวนการอนุญาโตตุลาการแรงงาน เพื่อให้ข้อพิพาทจากอุบัติเหตุในที่ทำงานสามารถยุติได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น
โครงการใหม่ข้างต้น สะท้อนความตั้งใจของกระทรวงแรงงานไต้หวันที่จะยกระดับการคุ้มครองแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานต่างชาติและครอบครัวผู้เสียหาย ให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม ปลอดจากข้อจำกัดทางภาษาและการเงิน พร้อมกระตุ้นให้นายจ้างตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในสถานที่ทำงานมากยิ่งขึ้น
2. กระทรวงแรงงานเตือนนายจ้าง ต้องทำประกันภัยอุบัติเหตุจากการทำงานให้ลูกจ้างในวันแรกที่เริ่มงาน ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 20,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป
จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันในไต้หวันมีกิจการหรือสถานประกอบการที่อยู่ในขอบเขตการบังคับใช้ประกันภัยอุบัติเหตุจากการทำงาน ประมาณ 858,000 แห่ง กระทรวงแรงงานเตือนให้นายจ้างทุกแห่ง ต้องดำเนินการจัดทำประกันภัยดังกล่าวให้กับลูกจ้างตั้งแต่วันแรกที่ลูกจ้างเริ่มปฏิบัติงาน....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91028</guid>
      <pubDate>Fri, 21 Nov 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251121_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36018240" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ไต้หวันเตรียมจัดหาทนายความช่วยลูกจ้างไกล่เกลี่ยค่าชดใช้กรณีอุบัติเหตุจากการทำงาน รวมแรงงานต่างชาติด้วย เริ่มดำเนินการปี 2569]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/34a6530c-725f-4695-b417-9f42a9220ea2.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>46</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=89942</link>
      <description><![CDATA[1. ถึงคิวอุตสาหกรรมสิ่งทอ! ถูกองค์กรต่างประเทศกล่าวหาว่าปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวสูงถึง 6,000 USD. สภาตรวจสอบไต้หวันเปิดการสอบสวน
หลังจากจักรยานแบรนด์ดังของไต้หวันถูกสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าผู้ประกอบการปล่อยปละละเลยให้บริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าหัวคิวที่แพง จนถึงขั้นแบนสินค้า เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา สองกรรมการสภาตรวจสอบของไต้หวัน ได้แก่ จี้ฮุ่ยหรง และ หวังโย่วหลิง ได้เสนอให้เปิดการสอบสวนกรณีแรงงานต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอของไต้หวัน ถูกองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนจากสหรัฐอเมริกาที่ชื่อว่า องค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ (Transparentem) ซึ่งดำเนินการสำรวจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้และนำรายงานการตรวจสอบออกเผยแพร่ระบุว่า มีการละเมิดสิทธิแรงงานและการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว
องค์กรต่างประเทศกล่าวหานายจ้างในอุตสาหกรรมสิ่งทอปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติสูงถึง 6,000 USD. (ภาพจาก LTN)
รายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศในหัวข้อ “การถอดเส้นใยแห่งความจริง : ปัญหาการแสวงหาประโยชน์แรงงานต่างชาติในอุตสาหกรรมสิ่งทอไต้หวัน” ได้อ้างอิงข้อมูลจากการสัมภาษณ์แรงงานต่างชาติกว่า 90 คน ซึ่งทำงานในบริษัทสิ่งทอและซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้องในไต้หวัน ประกอบด้วยแรงงานเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย
องค์กรต่างประเทศกล่าวหานายจ้างในอุตสาหกรรมสิ่งทอปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติสูงถึง 6,000 USD. (ภาพจาก LTN)
แรงงานที่ให้สัมภาษณ์เผยว่า เพื่อให้ได้มาทำงานในไต้หวัน พวกเขาต้องจ่ายค่าบริการจัดหางานให้นายหน้าหรือบริษัทจัดหางานเป็นจำนวนสูงถึง 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงติดอันดับต้น ๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่นำเข้าแรงงานต่างชาติ รายงานยังพบหลักฐานหลายกรณีที่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิตามหลักขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) รวมถึงพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการบังคับใช้แรงงาน ตามนิยามของ ILO ซึ่งการเข้าข่ายเพียงหนึ่งในเกณฑ์ก็ถือว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการบังคับใช้แรงงาน
องค์กรต่างประเทศกล่าวหานายจ้างในอุตสาหกรรมสิ่งทอปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวจากแรงงานต่างชาติสูงถึง 6,000 USD. (ภาพจาก peoplemedia.tw)
องค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศระบุเพิ่มเติมในรายงานสำรวจว่า ภายหลังรายงานฉบับนี้เผยแพร่ ได้มีผู้ซื้อสินค้าหลายรายจากต่างประเทศออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไต้หวันเร่งปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของแรงงานต่างชาติ โดยในเดือนกันยายน 2567 บริษัทแบรนด์เสื้อผ้ากว่า 50 แห่ง ได้ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้รัฐบาลไต้หวันดำเนินการปฏิรูปกฎหมายและนโยบายด้านแรงงาน จดหมายดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยสมาคมผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าแห่งอเมริกา (AAFA) และสมาคมแรงงานยุติธรรม (FLA) ซึ่งในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 32 แบรนด์ที่อาจมีความเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานกับบริษัทที่อยู่ในรายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ
นครเถาหยวนเป็นแหล่งอุตสาหกรรมสิ่งทอที่สำคัญของไต้หวัน (ภาพจาก ctee.com.tw)
นอกจากนี้ ในเดือนเดียวกัน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนกว่า 20 คน และองค์กรภาคประชาสังคมทั้งในและต่างประเทศ ยังได้ร่วมกันออกข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไต้หวัน เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการเช่นเดียวกัน โดยเน้นให้คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของแรงงานต่างชาติและสร้างระบบการจ้างงานที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น
จี้ฮุ่ยหรง และหวังโย่วหลิง 2 กรรมการสภาตรวจสอบระบุว่า จากรายงานดังกล่าวพบว่า ผู้ประกอบการสิ่งทอบางรายอาจมีพฤติกรรมละเมิดกฎหมายมาตรฐานแรงงาน และกฎหมายการจ้างงานของไต้หวัน จึงเห็นควรให้มีการตรวจสอบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสืบสวนถึงสาเหตุรากเหง้าของปัญหานี้แล้วหรือไม่ รวมทั้งกำหนดมาตรการกำกับดูแลอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีการบังคับใช้แรงงาน และการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานอีก
นครเถาหยวนเป็นแหล่งอุตสาหกรรมสิ่งทอที่สำคัญของไต้หวัน (ภาพจาก smiletaiwan.cw.com.tw)
ทั้งสองกรรมการยังย้ำว่า เรื่องนี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานของแรงงานต่างชาติในอุตสาหกรรมสิ่งทอเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ระหว่างประเทศของไต้หวัน จึงจำเป็นต้องมีการสอบสวนอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยืนยันว่า ไต้หวันยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานแรงงานสากลอย่างแท้จริง
2. รมว. แรงงานไต้หวันชี้ ลูกจ้างลาป่วยไม่ควรถูกหักเบี้ยขยัน เตรียมออกมาตรการคุ้มครองสิทธิแรงงาน ไม่ให้ลูกจ้างลาป่วยอาจถูกปรับสูงสุด 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน
จากกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบินอีวีเอแอร์ (EVA Air) ล้มป่วยระหว่างปฏิบัติหน้าที่และเสียชีวิตหลังบินกลับถึงไต้หวัน ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วจารณ์ถึงปัญหาการทำงานล่วงเวลาเกินกำหนดและการไม่อนุญาตให้ลูกจ้างลาหยุดของสายการบินดังกล่าว โดยเฉพาะในปีนี้เพียงปีเดียว บริษัทถูกปรับรวมเกือบ 3 ล้านเหรียญไต้หวัน สมาชิกสภานิติบัญญัติหลายรายวิจารณ์ว่า บริษัทเพิกเฉยต่อกฎหมายแรงงานอย่างสิ้นเชิง
ต่อประเด็นนี้ นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไต้หวัน กล่าวระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของสภานิติบัญญัติว่า การที่นายจ้างตัดเบี้ยขยันของลูกจ้างเพียงเพราะลาป่วย เป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล และไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่ากระทรวงแรงงานจะออกมาตรการคุ้มครองสิทธิของแรงงาน
นายหงเซินฮั่น รมว. กระทรวงแรงงาน (ภาพจาก udn.com)
ปัจจุบัน แรงงานในไต้หวันลาหยุดงานยังมีการหักเบี้ยขยัน ยกเว้นการลาประเภทต่อไปนี้ ได้แก่ลาแต่งงาน ลาจัดพิธีศพ ลาป่วยจากการทำงาน ลาไปปฏิบัติหน้าที่ และลาป่วยจากการแท้งบุตร ที่นายจ้างไม่สามารถหักเบี้ยขยันได้ ส่วนการลาป่วยทั่วไปหรือลากิจส่วนตัว นายจ้างยังคงมีสิทธิ์หักเบี้ยขยันทั้งหมดได้ตามกฎหมาย....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=89942</guid>
      <pubDate>Fri, 07 Nov 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251107_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36007680" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ถึงคิวอุตสาหกรรมสิ่งทอ! ถูกองค์กรต่างประเทศกล่าวหาว่าปล่อยให้ บจง. เรียกเก็บค่าหัวคิวสูงถึง 6,000 USD. สภาตรวจสอบไต้หวันเปิดการสอบสวน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/27a31385-34cd-4686-b061-628dc7490e45.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>45</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=89347</link>
      <description><![CDATA[1. ข่าวดี! ไต้หวันประกาศบังคับนายจ้างจ่ายเงินสมทบกองทุนบำนาญให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานกับตนครบ 10 ปี เริ่มเมษายนปีหน้า ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 3 แสนเหรียญไต้หวัน
กระทรวงแรงงานไต้หวันออกประกาศใหม่ กำหนดให้แรงงานต่างชาติทำงานในสถานประกอบการรายเดียวกันครบ 10 ปี นายจ้างต้องเริ่มจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนบำนาญให้แรงงาน โดยคิดตามสัดส่วนของเงินเดือนรวมในแต่ละเดือน ขั้นต่ำอยู่ที่ 590 เหรียญไต้หวันต่อคนต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป นายจ้างรายใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกปรับสูงสุดถึง 300,000 เหรียญไต้หวัน
แรงงานต่างชาติทั่วไปทำงานกับนายจ้างรายเดียวกันครบ 10 ปี นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนบำนาญ เริ่มมีผล 1 เมษายน 2569
ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานต่างชาติในไต้หวันกว่า 850,000 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานไร้ฝีมือหรือแรงงานต่างชาติทั่วไป ที่อยู่ภายใต้ระบบบำนาญแบบเก่า ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานเคยมีหนังสือแจ้งนายจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนบำนาญรายเดือนให้แรงงานกลุ่มนี้ เนื่องจากในอดีตแรงงานต่างชาติได้รับอนุญาตให้ทำงานในไต้หวันไม่เกิน 6 ปี จึงไม่อาจเข้าเงื่อนไขการเกษียณตามกฎหมายได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติในไต้หวันขยายออกไปสูงสุดถึง 12 ปี และในกรณีที่ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ก็สามารถทำงานได้โดยไม่จำกัดเวลา ส่งผลให้แรงงานบางส่วนเริ่มเข้าเกณฑ์รับบำนาญตามเงื่อนไขทำงานครบ 10 ปีและมีอายุ 60 ปีขึ้นไป กระทรวงแรงงานจึงออก หนังสือชี้แจงตีความกฎหมายใหม่ เพื่อบังคับให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบกองทุนบำนาญแก่แรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 10 ปีในสถานประกอบการเดียวกัน
แรงงานต่างชาติทั่วไปทำงานกับนายจ้างรายเดียวกันครบ 10 ปี นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนบำนาญ เริ่มมีผล 1 เมษายน 2569
จากสถิติของกระทรวงแรงงานพบว่า ขณะนี้มีแรงงานต่างชาติที่มีอายุงานเกิน 10 ปีอยู่ราว 18,156 คน ทำงานอยู่ใน 7,339 บริษัททั่วประเทศ นายจ้างเหล่านี้ต้องเริ่มเปิดบัญชีกองทุนบำนาญและจ่ายเงินสมทบตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้าเป็นต้นไป
นายหวงเหว่ยเฉิน อธิบดีกรมสวัสดิการแรงงานและบำนาญ กระทรวงแรงงานชี้แจงว่า ในอดีตแรงงานต่างชาติถูกมองว่าเป็นแรงงานเสริมชั่วคราว และมีระยะเวลาการทำงานจำกัดเพียง 6 ปี จึงไม่ได้ถูกนับรวมในการคำนวณเงินสะสมกองทุนบำนาญ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป แรงงานต่างชาติที่ทำงานต่อเนื่องในไต้หวันเกิน 10 ปี มีโอกาสเข้าเงื่อนไขตามระบบเกษียณ จึงจำเป็นต้องปรับนโยบายให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เขาระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีบริษัทในไต้หวันกว่า 7,300 แห่งที่จ้างแรงงานต่างชาติและมีอายุงานเกิน 10 ปี แต่ไม่ใช่ทุกแห่งที่มีบัญชีเงินบำนาญแบบเก่า กระทรวงแรงงานจึงจะใช้เวลาประชาสัมพันธ์และให้ระยะเวลาเตรียมความพร้อม 6 เดือน ก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้จริงในวันที่ 1 เมษายน 2569 พร้อมประสานงานกับรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อช่วยเหลือนายจ้างในการเปิดบัญชีและเริ่มจ่ายเงินสมทบดังกล่าว
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้าถาน เขตกวนอิน นครเถาหยวน
นอกจากนี้ อธิบดีกรมสวัสดิการแรงงานและบำนาญยังกล่าวว่า หากแรงงานต่างชาติเปลี่ยนสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ จะต้องได้รับเงินสมทบกองทุนบำนาญตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ ส่วนแรงงานต่างชาติมีทักษะฝีมือระดับมืออาชีพที่ได้รับบัตรทองการทำงานหรือทำงานในสายอาชีพเฉพาะทางนั้น ได้รับความคุ้มครองตามระบบบำนาญแบบใหม่อยู่แล้ว
แรงงานต่างชาติทั่วไปทำงานกับนายจ้างรายเดียวกันครบ 10 ปี นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนบำนาญ เริ่มมีผล 1 เมษายน 2569
ด้านนายเหออวี่ กรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมไต้หวันให้ความเห็นว่า โดยทั่วไปแรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือและทำงานดีเป็นที่พึงพอใจของนายจ้าง บริษัทก็มักยินดีให้ทำงานต่อเนื่องและสนับสนุนการขออยู่ถาวร พร้อมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและนโยบายคนเข้าเมือง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มแรงงานระยะยาว
มาตรการใหม่นี้นับเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มหลักประกันทางสังคมแก่แรงงานต่างชาติในไต้หวัน ซึ่งจะช่วยให้แรงงานที่ทำงานระยะยาวได้รับสิทธิประโยชน์ด้านบำนาญเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่นอีก 1 รายการ นอกจากที่ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพอยู่แล้ว สะท้อนถึงการพัฒนานโยบายแรงงานของไต้หวันที่มุ่งสู่ความเท่าเทียมและยั่งยืนมากขึ้น
แรงงานต่างชาติทั่วไปทำงานกับนายจ้างรายเดียวกันครบ 10 ปี นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนบำนาญ เริ่มมีผล 1 เมษายน 2569
ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ผู้ใช้แรงงานที่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายฉบับนี้ นอกจากได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยแรงงานแล้ว ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญที่นายจ้างเป็นผู้จ่ายเงินสมทบตามสัดส่วนกำหนดเข้ากองทุนบำนาญด้วย แต่สำหรับแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและก่อสร้าง ยกเว้นแรงงานกึ่งฝีมือและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ เมื่ออายุถึงเกณฑ์ มีสิทธิ์รับเงินบำเหน็จชราภาพอย่างเดียว ไม่สามารถรับเงินบำนาญได้ สภาตรวจสอบจึงเริ่มการตรวจสอบและท้วงติงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานรับจะปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอ จึงเป็นที่มาของประกาศดังกล่าว
2. ไต้หวันอนุญาตจ้างแรงงานกึ่งฝีมือได้ทุกคน ไม่จำกัด 25% ไฟเขียวจ้างแรงงานต่างชาติในธุรกิจโรงแรม แต่ต้องขึ้นเงินเดือนพนักงานท้องถิ่นก่อนจ้าง เริ่มมีผลต้นปีหน้า
สภาบริหารไต้หวันได้มีมติเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา เห็นชอบ “แผนยกระดับกำลังแรงงานต่างชาติ” ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญในการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยเปิดทางให้ภาคการท่องเที่ยวและโรงแรมสามารถจ้างแรงงานต่างชาติกึ่งฝีมือได้เป็นครั้งแรก ค่าจ้างเริ่มต้นที่ 32,000 เหรียญ แต่ต้องแลกมากับการปรับขึ้นค่าจ้างให้แรงงานไต้หวันก่อน ขณะเดียวกันอนุญาตให้นายจ้างว่าจ้างแรงงานต่างชาติของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้เต็ม 100% จากเดิมที่จำกัดไม่เกิน 25% หรือ 10 คน....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=89347</guid>
      <pubDate>Fri, 31 Oct 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251031_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36001920" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ข่าวดี! ไต้หวันประกาศบังคับนายจ้างจ่ายเงินสมทบกองทุนบำนาญให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานกับตนครบ 10 ปี เริ่มเมษายนปีหน้า ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 3 แสนเหรียญไต้หวัน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/177c445d-cf46-4d56-b393-6cf59d1df9fa.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>44</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88832</link>
      <description><![CDATA[1. ไต้หวันรั้งเทียร์ 1 ป้องกันค้ามนุษย์ดีเยี่ยมติดต่อกันเป็นปีที่ 16 ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของ กต. สหรัฐฯ ประจำปี 2568
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2568 ระบุว่า ผลการประเมินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ทั่วโลกประจำปี 2568 ไต้หวันยังคงได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน "ระดับ 1" ยกย่องไต้หวันที่ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ในการป้องกันและคุ้มครองเหยื่อค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ หรือเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เป็นเวลาติดต่อกันเป็นปีที่ 16 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสำเร็จในการดำเนินนโยบายด้านการป้องกันการค้ามนุษย์ของรัฐบาลไต้หวันที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
หลิวซื่อฟาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไต้หวันชี้แจงว่า ไต้หวันได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2567 ได้มีการแก้ไขกฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างครอบคลุม รวมถึงดำเนินโครงการด้านประมงและสิทธิมนุษยชน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
นอกจากนี้ ในรายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ปีนี้ ได้เสนอแนวทางและคำแนะนำจำนวน 11 ประการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการรับมือกับปัญหาการค้ามนุษย์ในไต้หวัน ซึ่งในจำนวนนี้มีการเสนอให้อนุญาตแรงงานต่างชาติเปลี่ยนนายจ้างระหว่างสัญญาได้โดยเสรี รวมถึงการขยายหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จากกรมประมงในการตรวจสอบแรงงานในเรือประมงระยะไกล การเสริมสร้างความรู้และการรับรู้กลุ่มบุคคลเปราะบาง เช่น นักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาศึกษาในไต้หวัน ให้ได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ขั้นพื้นฐานด้านแรงงาน รวมถึงการป้องกันการยึดเอกสารเดินทางอย่างพาสปอร์ตของแรงงานต่างชาติเป็นต้น และการเพิ่มความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในระดับนโยบายและการปฏิบัติงาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือและดำเนินการเจาะจงในแต่ละสถานการณ์
สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
สำหรับแนวทางและคำแนะนำดังกล่าว ได้ถูกรวมอยู่ใน "แผนปฏิบัติการต่อต้านการแสวงหาผลประโยชน์และการป้องกันการละเมิดสิทธิ" ของปี 2568-2569 ซึ่งรัฐบาลไต้หวันได้ดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเต็มที่
สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไต้หวันกล่าวย้ำว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ยังให้ความสนใจและติดตามข้อมูลด้านสิทธิแรงงานของแรงงานต่างชาติอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานในภาคการประมง ภาคสวัสดิการสังคมโดยเฉพาะผู้อนุบาลในครัวเรือน และนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งรัฐบาลไต้หวันให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างเร่งด่วน ผ่านความร่วมมือในกรอบ "คณะกรรมการประสานงานด้านการป้องกันและการกำจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ" ของสภาบริหาร เพื่อประเมินและทบทวนแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการบูรณาการทรัพยากรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการปราบปรามการค้ามนุษย์และคุ้มครองสิทธิ์ของผู้เสียหายอย่างเต็มที่ในทุกมิติ
สื่อประชาสัมพันธ์การสกัดกั้นค้ามนุษย์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน
รายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ (TIP Report) เป็นรายงานประจำปีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ฯ จัดทำขึ้นตามกฎหมายสหรัฐฯ เพื่อเสนอต่อรัฐสภา เกี่ยวกับสถานการณ์ค้ามนุษย์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยจัดอันดับประเทศต่าง ๆ ออกเป็น 3 ระดับชั้น (Tier) ตามลักษณะของการตอบสนองต่อการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ คือ
ระดับ 1 (Tier 1) หมายถึงประเทศที่มีการคุ้มครอง ป้องกันเหยื่อการค้ามนุษย์ และปฏิบัติตามกฎหมายตามมาตรฐานสากล ระดับชั้นที่ 2 (Tier 2) หมายถึง ประเทศที่ถูกจับตามอง และประเทศในระดับ 3 กลุ่มนี้เสี่ยงถูกสหรัฐตัดความช่วยเหลือและการสนับสนุนให้ได้รับทุนจากธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
2. เมื่อค่าจ้างขั้นต่ำแซงหน้าค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือผู้อนุบาลในองค์กร นักวิชาการจี้รัฐทบทวนสัดส่วนค่าจ้างขั้นต่ำและค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ
ไต้หวันประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2569 เป็นเดือนละ 29,500 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 3.18% จากเดิม ซึ่งตัวเลขใหม่นี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในโครงสร้างค่าจ้างแรงงาน เพราะสูงกว่าค่าจ้างพื้นฐานของแรงงานกึ่งฝีมือในสถานดูแลผู้ป่วยที่กำหนดไว้เพียง 29,000 เหรียญไต้หวันเล็กน้อย สถานการณ์ดังกล่าวส่งสัญญาณว่า ถึงเวลาทบทวนโครงสร้างค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือและจัดทำสูตรอัตราส่วนระหว่างค่าจ้างขั้นต่ำกับค่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมืออย่างเป็นระบบ
ภาพประกอบเป็นแรงงานกึ่งฝีมือชาวฟิลิปปินส์ที่โรงงานในจางฮั่ว (ภาพจาก newstaiwan.net)
ข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นเดือนกันยายนระบุว่า ไต้หวันอนุมัติการยกระดับจากแรงงานทั่วไปเป็นแรงงานกึ่งฝีมือทั้งสิ้น 55,696 คน โดยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นแรงงานในภาคสวัสดิการสังคม เช่น แรงงานกึ่งฝีมือที่ทำหน้าที่อนุบาลดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ 33,413 คน ขณะที่แรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิตมีจำนวน 22,283 คน
ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงแรงงาน แรงงานต่างชาติที่จะยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ต้องผ่านคุณสมบัติด้านใบรับรองวิชาชีพ การฝึกอบรม หรือหลักสูตรภาคปฏิบัติที่กำหนดไว้ในแต่ละสาขา สำหรับภาคสวัสดิการสังคมยังต้องผ่านการอบรมต่อเนื่อง หรือหลักสูตรเสริม รวมถึงแสดงความสามารถด้านการสื่อสารทางภาษาด้วย
นายวีรพันธ์ เสนาะพิน แรงงานไทยจากนครปฐม ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ (ภาพจากศูนย์จัดหางานหูเหว่ย เมืองหยุนหลิน)....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88832</guid>
      <pubDate>Fri, 24 Oct 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251024_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36030720" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ไต้หวันรั้งเทียร์ 1 ป้องกันค้ามนุษย์ดีเยี่ยมติดต่อกันเป็นปีที่ 16 ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของ กต. สหรัฐฯ ประจำปี 2568]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/870b2de8-27bd-4295-89db-10b7ec2f8b05.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>43</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88269</link>
      <description><![CDATA[1. ข่าวดีของแรงงานไทย! Merida ประกาศนำเข้าแรงงานต่างชาติไม่ต้องจ่ายค่าใด ๆ และคืนค่าหัวคิวย้อนหลัง Giant เอาด้วยหลังถูกสหรัฐฯ แบนสินค้าฐานบังคับใช้แรงงาน
ภายหลังจากที่บริษัท Giant Group ผู้ผลิตจักรยานรายใหญ่ของโลกถูกสำนักงานศุลกากรและป้องกันพรมแดนสหรัฐฯ (CBP) ออกคำสั่งระงับการนำเข้าสินค้าจากโรงงานในไต้หวันเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า พบสัญญาณของการบังคับใช้แรงงาน ตามเกณฑ์ของ CBP ถึง 5 ข้อ ในขณะที่ Giant ยืนยันว่า ได้ดำเนินนโยบายไม่เก็บค่าใช้จ่ายทุกอย่างรวมค่าหัวคิวในการเดินทางมาทำงานที่โรงงาน โดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของแรงงานต่างชาติทั้งหมด ตั้งแต่ต้นปี 2568 และประกาศให้นโยบายนี้ครอบคลุมไปยังแรงงานต่างชาติที่ยังทำงานอยู่ในปัจจุบัน เหตุการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมจักรยานของไต้หวัน
Merida จักรยานและอีไบค์ระดับไฮเอนด์อีกหนึ่งแบรนด์ของไต้หวันในงานแสดงสินค้าที่ไทเป (ภาพจาก Taiwan Panorama)
ล่าสุด Merida Industry Co., Ltd. อีกหนึ่งผู้ผลิตจักรยานและอีไบค์ระดับไฮเอนด์แบรนด์ดังของไต้หวัน ได้ออกแถลงข่าวประกาศอย่างเป็นทางการว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป บริษัทจะยกเลิกการเรียกเก็บค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวของบริษัทจัดหางาน รวมถึงค่าบริการทั้งหมดจากแรงงานต่างชาติ โดยบริษัทจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางและระหว่างทำงานในไต้หวันแทนแรงงาน และจะจัดทำแผนการชดเชยย้อนหลัง เพื่อคืนเงินค่าใช้จ่ายที่แรงงานต่างชาติของตนเคยจ่ายไปแล้วภายในวันที่ 25 ตุลาคม 2568 นี้
Merida ระบุในแถลงการณ์ว่า การยึดมั่นในจริยธรรมทางธุรกิจและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน คือค่านิยมหลักของเรา โดยยืนยันว่าบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของไต้หวันอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันก็รับรู้ถึงช่องว่างระหว่างกฎหมายภายในประเทศกับมาตรฐานและความคาดหวังของสังคมระหว่างประเทศ Merida ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานของบริษัทสอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานและสิทธิมนุษยชนสากล
Michael Tseng ประธาน Merida Industry Co., Ltd. (ภาพจาก udn.com)
นโยบายศูนย์ค่าใช้จ่ายสำหรับแรงงานต่างชาติของ Merida จะมีผลครอบคลุมทั้งแรงงานต่างชาติที่เพิ่งเข้าทำงานและแรงงานที่ทำงานอยู่เดิม โดยแรงงานต่างชาติไม่ต้องจ่ายค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิว ค่าบริการรายเดือน หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ให้แก่บริษัทจัดหางานอีกต่อไป ทั้งหมดนี้จะเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่บริษัทรับผิดชอบโดยตรง
ในส่วนของกรณี Giant ที่ถูก CBP ระงับนำเข้าสินค้า ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทผู้ผลิตของไต้หวันถูกสหรัฐฯ ระบุว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบบังคับแรงงาน โดยเฉพาะทำงานล่วงเวลามากผิดปกติ เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานไต้หวันให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า กระทรวงแรงงานได้เริ่มจัดทำแนวทางป้องกันการบังคับใช้แรงงาน เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถประเมินและลดความเสี่ยง พร้อมย้ำว่า แรงงานบังคับคือความเสี่ยงทางธุรกิจที่ไม่อาจมองข้ามได้
โรงงานผลิตจักรยาน Merida ตั้งอยู่ที่ตำบลต้าชุน เมืองจางฮั่ว (ภาพจาก ctee.com.tw)
ด้านสมาคมแรงงานระหว่างประเทศ (TIWA) องค์กรเอ็นจีโอของไต้หวันกล่าวว่า ปัญหาการบังคับใช้แรงงานที่เกิดขึ้นในกรณีของ Giant ไม่ใช่เรื่องเฉพาะตัว แต่สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบแรงงานต่างชาติในไต้หวัน ซึ่งแรงงานต้องกู้หนี้จำนวนมากเพื่อจ่ายค่าหัวคิวแก่บริษัทจัดหางานก่อนการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน และยังต้องจ่ายค่าบริการดูแลรายเดือนหลังจากมาถึงแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติในระบบนี้ แต่หน่วยภาครัฐกลับเพิกเฉยต่อปัญหา พร้อมชี้ว่าระบบแรงงานต่างชาติในปัจจุบันทำให้แรงงานต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความเสี่ยงสูงอย่างต่อเนื่อง
Merida จักรยานและอีไบค์ระดับไฮเอนด์อีกหนึ่งแบรนด์ของไต้หวันในงานแสดงสินค้าที่ไทเป (ภาพจาก chinatimes.com)
การประกาศนโยบายครั้งนี้ Merida พยายามส่งสัญญาณต่อสังคมโลกว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนและความเป็นธรรมในการจ้างแรงงานต่างชาติให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งอาจเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมจักรยานไต้หวันที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติในเวลานี้
Merida Industry Co., Ltd เจ้าของรถจักรยานอีกหนึ่งแบรนด์ชั้นนำของโลกสัญชาติไต้หวัน โรงงานตั้งอยู่ที่ตำบลต้าชุน เมืองจางฮั่ว ว่าจ้างแรงงานไทยชาติเดียวมาตลอด ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่ประมาณ 200 คน เมื่อบริษัทประกาศนโยบายศูนย์ค่าใช้จ่ายสำหรับแรงงานต่างชาติและจะชดเชยย้อนหลัง เพื่อคืนเงินค่าใช้จ่ายที่แรงงานไทยเคยจ่ายไปแล้วภายในวันที่ 25 ตุลาคม 2568 นี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับแรงงานไทยที่อนาคตจะได้เดินทางมาทำงานกับบริษัทมาตรฐานโลกโดยไม่ต้องเสียค่าหัวคิวและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกต่อไป
Merida จักรยานและอีไบค์ระดับไฮเอนด์อีกหนึ่งแบรนด์ของไต้หวันในงานแสดงสินค้าที่ไทเป (ภาพจาก CNA)
ส่วน Giant ที่ว่าจ้างแรงงานไทยประมาณ 400 คน เริ่มใช้นโยบายศูนย์ค่าใช้จ่ายมาตั้งแต่ต้นปี 2568 และประกาศครอบคลุมไปยังแรงงานต่างชาติที่ยังทำงานอยู่ในปัจจุบัน นั่นหมายความว่า แรงงานไทยที่ยังทำงานอยู่กับ Giant บริษัทจะจ่ายคืนค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไปแล้วแก่แรงงานไทยทุกคน
2. สองนักท่องเที่ยวไทยชื่นชมตำรวจไต้หวัน ปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง เป็นมิตรและไม่เลือกเชื้อชาติ ช่วยตามหาโทรศัพท์ซึ่งเจ้าของเผลอทิ้งลงถังขยะจนพบ
กลายเป็นเหตุการณ์ซึ้งใจในโลกออนไลน์ของไต้หวัน เมื่อคู่รักชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวแบบอิสระในกรุงไทเป เผลอทิ้งโทรศัพท์มือถือของตนลงถังขยะพร้อมกับแก้วเครื่องดื่มโดยไม่รู้ตัว แต่ด้วยความพยายามช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟฟ้าไทเป ที่พยายามติดตามทุกเบาะแส สุดท้ายสามารถตามหาโทรศัพท์คืนได้จากกองขยะรวม สร้างความประทับใจแก่ทั้งนักท่องเที่ยวและชาวไต้หวันที่รับรู้เรื่องราว....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88269</guid>
      <pubDate>Fri, 17 Oct 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251017_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36008640" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ข่าวดีของแรงงานไทย! Merida ประกาศนำเข้าแรงงานต่างชาติไม่ต้องจ่ายค่าใด ๆ และคืนค่าหัวคิวย้อนหลัง Giant เอาด้วยหลังถูกสหรัฐฯ แบนสินค้าฐานบังคับใช้แรงงาน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/906ea5a7-f328-483e-ac14-3d41d114233c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>42</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87770</link>
      <description><![CDATA[1. สหรัฐฯ แบนสินค้าจาก Giant ยักษ์ใหญ่จักรยานไต้หวัน ปมบังคับใช้แรงงาน นักวิชาการเตือน หากไม่เร่งแก้ปัญหาการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างเป็นธรรม เสี่ยงกระทบทุกบริษัทส่งออก
สหรัฐอเมริกาออกมาตรการระงับการนำเข้าสินค้าจากบริษัท Giant Group ผู้ผลิตจักรยานรายใหญ่ของโลกสัญชาติไต้หวัน ภายหลังสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) สรุปผลการสอบสวนว่าบริษัทมีพฤติกรรมเข้าข่ายบังคับใช้แรงงาน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการอุตสาหกรรมส่งออกของไต้หวันอย่างมาก และอาจกลายเป็นสัญญาณเตือนแก่ผู้ประกอบการทุกรายที่ต้องพึ่งพาตลาดโลก
Giant ยักษ์ใหญ่จักรยานไต้หวัน หันกลับมาว่าจ้างแรงงานไทยอีกครั้ง โดยใช้นโยบายแรงงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ปัจจุบันนำเข้าแรงงานไทยแล้ว 400 คน จากการว่าจ้างแรงงานต่างชาติทั้งหมด 500 คน (ภาพจากเว็บ Giant Group)
รายงานระบุว่า CBP พบพฤติกรรมละเมิดตามเกณฑ์ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) อาทิ ปล่อยให้บริษัทจัดหางานต้นทางเรียกรับค่าบริการหรือค่าหัวคิวที่แพง สภาพแวดล้อมในที่พักย่ำแย่และบังคับให้ทำงานล่วงเวลาเกินควร ฯลฯ เนื่องจากไต้หวันและสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างเจรจาการค้าและภาษีศุลกากร การที่วอชิงตันชี้เป้าไปยัง Giant โดยตรง ย่อมสะท้อนท่าทีว่าฝ่ายสหรัฐฯ มองว่าบริษัทได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยวิธีการเอาเปรียบแรงงาน
Giant ยักษ์ใหญ่จักรยานไต้หวัน หันกลับมาว่าจ้างแรงงานไทยอีกครั้ง โดยใช้นโยบายแรงงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ปัจจุบันนำเข้าแรงงานไทยแล้ว 400 คน จากการว่าจ้างแรงงานต่างชาติทั้งหมด 500 คน (ภาพจากเว็บ Giant Group)
ต่อปัญหาข้างต้น ศาสตราจารย์ซิน ปิ่งหลง จากสถาบันการพัฒนาระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยไต้หวัน วิเคราะห์ว่า ประเด็นหลักที่สหรัฐฯ เน้นคือ การนำเข้าและจ้างแรงงานต่างชาติอย่างเป็นธรรม และเมื่อประเด็นนี้ถูกนำมาเชื่อมโยงกับการค้า เป็นสัญญาณเตือนว่า ผู้ส่งออกทุกรายของไต้หวันจะละเลยไม่ได้เด็ดขาด เขาเตือนว่า หากไม่เร่งดำเนินมาตรการ เช่น การทำให้แรงงานต่างชาติเดินทางเข้ามาทำงาน โดยไม่ต้องเสียค่าหัวคิวและใช้จ่ายต่าง ๆ ตามมาตรฐานสากลหรือระบบ RBA บริษัทส่งออกจะเผชิญความเสี่ยงจากมาตรการลงโทษเหมือนกรณี Giant
Giant ยักษ์ใหญ่จักรยานไต้หวัน หันกลับมาว่าจ้างแรงงานไทยอีกครั้ง โดยใช้นโยบายแรงงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ปัจจุบันนำเข้าแรงงานไทยแล้ว 400 คน จากการว่าจ้างแรงงานต่างชาติทั้งหมด 500 คน (ภาพจากเว็บ Giant Group)
นักวิชาการชี้ว่า บริษัทในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยเฉพาะผู้ผลิตให้กับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ เช่น Apple ถูกกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานหลักจรรยาบรรณแห่งพันธมิตรธุรกิจผู้มีความรับผิดชอบ (Responsible Business Alliance) เรียกย่อว่ามาตรฐาน RBA ซึ่งครอบคลุมสิทธิแรงงาน ความปลอดภัย สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และจริยธรรม โดยบริษัทแม่ยังมักส่งทีมงานมาตรวจสอบโรงงานผู้ผลิตเป็นระยะ ระบบนี้ บริษัทในไต้หวันขนาดใหญ่หลายแห่งเริ่มนำมาใช้แล้ว อย่างไรก็ตาม หากบังคับใช้อย่างจริงจัง การจ้างแรงงานต่างชาติแบบนายจ้างจ่ายค่าหัวคิวและค่าใช้จ่ายทุกอย่าง จะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นราวปีละ 100,000 เหรียญไต้หวันต่อแรงงานต่างชาติหนึ่งคน ซึ่งอาจเป็นภาระหนักต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก
นักวิชาการเตือน หากไม่เร่งแก้ปัญหาการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างเป็นธรรม เสี่ยงกระทบทุกบริษัทส่งออก (ภาพจาก An Rong Xu for The New York Times)
ด้านศาสตราจารย์ อู๋ต้าเริ่น จากภาควิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย NCU ให้ความเห็นว่า กรณี Giant ถือเป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญ เพราะที่ผ่านมาไต้หวันไม่ค่อยถูกจับตาในด้านการละเมิดสิทธิแรงงาน แต่การที่ CBP ลงมือแบนบริษัทไต้หวันอย่างเป็นทางการ ย่อมหมายถึงว่าสหรัฐฯ เริ่มหันมาโฟกัสประเด็นนี้ หากมีบริษัทอื่น ๆ ถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ไม่ว่าจะอุตสาหกรรมดั้งเดิมหรือไฮเทค ล้วนหลีกเลี่ยงไม่พ้นในเรื่องแรงกดดัน
Giant ยักษ์ใหญ่จักรยานไต้หวัน ถูกสหรัฐฯ แบนสินค้า จาก ปมบังคับใช้แรงงาน (ภาพจากเว็บ Giant Group)
ด้าน ศาสตราจารย์ ชิวต๋าเซิง กรรมการบริหารสมาคมการค้าอุตสาหกรรมเอเชียแปซิฟิกอธิบายว่า กรณีนี้สะท้อนปรากฏการณ์การคุ้มครองรูปแบบใหม่ที่นานาชาติใช้กัน คือการกีดกันการค้าโดยใช้เงื่อนไขด้านแรงงาน (Blue Protectionism) และ การกีดกันการค้าโดยใช้เงื่อนไขด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ Green Protectionism ประเทศที่เน้นการผลิตเพื่อการส่งออก เช่น ไต้หวันย่อมได้รับผลกระทบโดยตรง เขาเปรียบเทียบว่า ที่ผ่านมาสินค้าจากมณฑลซินเจียงของจีนแผ่นดินใหญ่ มาเลเซีย และไทย ต่างเคยถูกสหรัฐฯ สั่งระงับนำเข้าสินค้า ด้วยข้อกล่าวหาลักษณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ้าย ถุงมือยาง หรือผลิตภัณฑ์ประมง
อาคารสำนักงานใหญ่ของ Giant Group ที่นครไทจง (ภาพจากเว็บ Giant Group)
กรณี Giant ถูกแบน ไม่เพียงกระทบต่อบริษัทเพียงรายเดียว แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า “มาตรฐานแรงงาน” ได้ถูกยกระดับขึ้นเป็นเงื่อนไขการค้าในระดับโลก ผู้ประกอบการไต้หวันทุกรายที่พึ่งพาการส่งออก โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ จำเป็นต้องปรับตัวอย่างจริงจัง มิฉะนั้นอาจต้องเผชิญบทลงโทษที่รุนแรงยิ่งกว่าในอนาคต
อาคารสำนักงานใหญ่ของ Giant Group ที่นครไทจง (ภาพจากเว็บ Giant Group)
เท่าที่ทราบ ปัจจุบัน Giant Group เจ้าของ Giant แบรนด์จักรยานระดับโลก มีฐานผลิตอยู่นครไทจง ว่าจ้างแรงงานต่างชาติประมาณ 500 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยประมาณ 400 คนและเวียดนามเหลืออีก 100 คน เดิมว่าจ้างแรงงานไทยทั้งหมด ต่อมาเนื่องจากแรงงานที่ประสงค์เดินทางมาทำงานในไต้หวันลดน้อยลง จึงหันไปนำเข้าแรงงานเวียดนาม แต่บริษัทเห็นว่า แรงงานไทยขยันและให้ความร่วมมือมากกว่า ประกอบกับปัจจุบันแรงงานไทยต้องการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันมากขึ้น ดังนั้นช่วง 2-3 ปีมานี้ บริษัทเริ่มเปลี่ยนมานำเข้าแรงงานไทยใหม่อีกครั้ง....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87770</guid>
      <pubDate>Fri, 10 Oct 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251010_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36029760" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. สหรัฐฯ แบนสินค้าจาก Giant ยักษ์ใหญ่จักรยานไต้หวัน ปมบังคับใช้แรงงาน นักวิชาการเตือน หากไม่เร่งแก้ปัญหาการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างเป็นธรรม เสี่ยงกระทบทุกบริษัทส่งออก]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/c37eee46-d6e6-4ca3-aa5b-0b4ec32a6cab.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>41</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87192</link>
      <description><![CDATA[1. ไต้หวันลดค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่ชาวต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายและเข้ามอบตัวก่อนถูกจับ แต่ต้องเดินทางตามกำหนดเวลา เริ่ม 1 ต.ค. เป็นต้นไป
กระทรวงมหาดไทยไต้หวันได้ออกประกาศแก้ไขร่างข้อบังคับว่าด้วย “มาตรการพิจารณาเหตุพิเศษและการลดหย่อนโทษปรับ ตามมาตรา 74-1 ของกฎหมายคนเข้าเมือง” สาระสำคัญของการแก้ไขคือ การเพิ่มเหตุพิเศษให้แก่ชาวต่างชาติหรือชาวไต้หวันที่ไม่มีทะเบียนบ้านซึ่งอยู่เกินกำหนดวีซ่าหรือบัตรถิ่นที่อยู่ (ARC) หมดอายุ เข้ามอบตัวต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบ และแสดงความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจ พร้อมยอมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ชำระค่าปรับและเดินทางกลับประเทศตามกำหนดเวลา จะได้รับสิทธิลดโทษปรับลงครึ่งหนึ่ง ทั้งนี้ การแก้ไขร่างข้อบังคับดังกล่าว ผ่านช่วงประกาศให้สาธารณชนแสดงความเห็นไปแล้วเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา และประกาศมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นไป
ภาพบรรยากาศชาวต่างชาติเดินทางเข้าไต้หวันที่ท่าอากาศยานนานาชาติเถหยวน (ภาพจาก udn.com)
กฎหมายปัจจุบันและเหตุผลการแก้ไข
ตามกฎหมายคนเข้าเมือง มาตรา 74-1 วรรคสอง กำหนดว่า ชาวต่างชาติหรือชาวไต้หวันที่ไม่มีทะเบียนบ้าน หากอยู่เกินกำหนดพำนัก จะถูกปรับตั้งแต่ 10,000 – 50,000 เหรียญไต้หวัน แต่ก็มีข้อยกเว้น หากมีเหตุพิเศษที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้วเห็นสมควร สามารถลดหย่อนโทษได้
ปัจจุบัน ข้อบังคับดังกล่าวกำหนดเหตุพิเศษไว้แล้ว 6 ประการ ที่สามารถลดโทษปรับลงครึ่งหนึ่ง เช่น ต้องดูแลบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ช่วยเหลือครอบครัวที่อยู่ในสถานการณ์พิเศษ มีความพิการหรือเจ็บป่วย รวมถึงกรณีตั้งครรภ์และการคลอดบุตร เป็นต้น
แรงงานไทยที่เดินทางกลับประเทศ ช่วงสถานการณ์โควิดกำลังระบาดเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว
ร่างแก้ไขล่าสุดจึงเสนอให้เพิ่มเหตุพิเศษข้อที่ 7 คือ การที่ผู้พำนักเกินกำหนดเข้ามอบตัวก่อนถูกตรวจพบ และยินยอมดำเนินการเดินทางออกนอกประเทศด้วยตนเอง โดยรวมถึงการเตรียมค่าใช้จ่ายในการซื้อตั๋วเครื่องบิน การขอเอกสารเดินทางกลับประเทศ การซื้อตั๋วตามกำหนด และการชำระค่าปรับตามเวลาที่กำหนด เริ่มมีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป
แม้จะเข้ามอบตัวและแสดงความตั้งใจจะเดินทางกลับ แต่หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในภายหลัง เช่น ไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนด ไม่ดำเนินการขอเอกสารเดินทาง หรือไม่ออกนอกประเทศภายในเวลากำหนด สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีสิทธิยกเลิกการลดหย่อนโทษและเรียกเก็บค่าปรับส่วนที่เหลือเต็มจำนวน
แรงงานไทยที่เดินทางกลับประเทศ ช่วงสถานการณ์โควิดกำลังระบาดเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว
กระทรวงมหาดไทยระบุว่า การแก้ไขครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนดออกมามอบตัวด้วยความสมัครใจ แทนที่จะรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจจับ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคนเข้าเมือง ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของประเทศ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการเสริมสร้างประสิทธิภาพทางการปกครอง
สื่อประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เรื่องไต้หวันลดค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่ชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนดวีซ่าและเข้ามอบตัวก่อนถูกจับ แต่ต้องเดินทางตามกำหนดเวลา เริ่ม 1 ต.ค. เป็นต้นไป
บทลงโทษในกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับปัจจุบัน ชาวต่างชาติที่อยู่เลยกำหนดวีซ่า แรงงานต่างชาติที่ปล่อยให้บัตร ARC หมดอายุ หรือที่หลบหนีนายจ้างถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานและบัตรถิ่นที่อยู่ จะต้องเสียอัตราค่าปรับตามกำหนดเวลาที่หลบหนีหรืออยู่เลยกำหนดดังนี้ :
- ไม่เกิน 10 วัน เสียค่าปรับ 10,000 เหรียญไต้หวัน
- 11 วันขึ้นไป ไม่เกิน 30 วัน เสียค่าปรับ 20,000 เหรียญไต้หวัน
- 31 วันขึ้นไป ไม่เกิน 60 วัน เสียค่าปรับ 30,000 เหรียญไต้หวัน
- 61 วันขึ้นไป ไม่เกิน 90 วัน เสียค่าปรับ 40,000 เหรียญไต้หวัน
- 91 วันขึ้นไป เสียค่าปรับ 50,000 เหรียญไต้หวัน
นอกจากเสียค่าปรับเพิ่มขึ้นแล้ว ยังจำกัดสิทธิ์ห้ามเดินทางเข้าไต้หวันเป็นเวลา 7 ปี
2. แรงงานต่างชาติหลบหนีในไต้หวันพุ่งแตะแสน เวียดนามหนีเพิ่มสูงสุด ฟิลิปปินส์น้อยสุด แรงงานหลบหนีก่ออาชญากรรมเพิ่มตาม
จากข้อมูลสถิติที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยไต้หวันเปิดเผยล่าสุด พบว่า ณ สิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จำนวนแรงงานต่างชาติที่หลบหนีและกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายมีทั้งหมด 94,213 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 6,637 คน ขณะที่กระทรวงแรงงานรายงานตัวเลขแรงงานที่นายจ้างแจ้งหลบหนีและยังไม่ได้เดินทางออกจากไต้หวันอยู่ที่ 99,695 คน โดยตัวเลขทั้งสองแตกต่างกันเล็กน้อย เนื่องจากเกณฑ์การนับไม่เหมือนกัน ข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะตัดตัวเลขแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ถูกจับกุมรอการส่งกลับอยู่ในสถานกักกันออกไปแล้ว
เกือบแตะ 100,000 คน เวียดนามยังคงแชมป์หลบหนีสูงสุด
หากไม่นับแรงงานที่ถูกจับกุมหรือส่งกลับ ตัวเลขแรงงานต่างชาติที่หลบหนีในไต้หวันและยังไม่ถูกตรวจพบ มีจำนวนเกือบแตะ 1 แสนคน เมื่อจำแนกตามสัญชาติพบว่า แรงงานเวียดนามมีจำนวนสูงสุด 60,325 คน เพิ่มขึ้นราว 5,000 คนจากปีก่อน ขณะที่แรงงานอินโดนีเซียหลบหนีราว 29,256 คน เพิ่มขึ้นเกือบ 2,000 คน ส่วนแรงงานฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ไม่ถึง 40 คน มีทั้งหมด 2,742 คนและแรงงานไทยเพิ่มขึ้นราว 100 คนเศษ หลบหนีทั้งหมด 1,889 คน
จับ 54 แรงงานเวียดนามทำงานผิดกฎหมายในโรงงานรีไซเคิล
เมื่อเทียบกับจำนวนแรงงานแต่ละชาติในไต้หวัน พบว่า สัดส่วนแรงงานเวียดนามที่หลบหนีอยู่ที่ 20.7% หรือทุก 5 คนจะหลบหนี 1 คน อินโดนีเซีย 9.2% ฟิลิปปินส์คงที่ ส่วนไทยอยู่ที่ 2.6% อย่างไรก็ตาม หากดูอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนแรงงานในปีที่ผ่านมา พบว่าการนำเข้าแรงงานฟิลิปปินส์มีการเติบโตมากที่สุด ขณะที่อัตราการหลบหนีต่ำสุด....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87192</guid>
      <pubDate>Fri, 03 Oct 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251003_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36020160" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ไต้หวันลดค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่ชาวต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายและเข้ามอบตัวก่อนถูกจับ แต่ต้องเดินทางตามกำหนดเวลา เริ่ม 1 ต.ค. เป็นต้นไป]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/00972128-dc27-496f-b2da-f91bb46c04e2.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>40</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86617</link>
      <description><![CDATA[1. ผู้นำไต้หวันเสนอผ่อนปรนเกณฑ์จ้างผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติ เปิดทางแรงงานสตรีเข้าสู่ตลาด กระทรวงแรงงานเผยอยู่ระหว่างการพิจารณา
วิกฤตเด็กเกิดน้อยและปัญหาสังคมสูงวัยที่ทวีความรุนแรงในไต้หวัน กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ด้านความมั่นคงของรัฐบาล ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ของไต้หวันสาธารณรัฐจีนเสนอแนวทางแก้ปัญหานี้ ด้วยการผ่อนปรนเกณฑ์การจ้างผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติ โดยระบุว่า ไม่จำเป็นต้องมีบุตร 2 คนขึ้นไปจึงจะอนุญาตให้จ้างได้เหมือนที่ผ่านมา ควรอนุญาตให้ครอบครัวที่มีบุตรเพียงคนเดียวก็สามารถยื่นขอได้ และควรขยายเกณฑ์อายุบุตรจากเดิมไม่เกิน 6 ปี เป็นไม่เกิน 12 ปี เพื่อช่วยให้ครอบครัวโดยเฉพาะสตรีสามารถออกไปทำงานนอกบ้านได้มากขึ้น
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ เสนอแนวทางแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ด้วยการผ่อนปรนเกณฑ์การจ้างผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติ เปิดโอกาสสตรีเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น (ภาพจาก CNA)
กระทรวงแรงงานตอบรับข้อเสนอเบื้องต้นว่า การช่วยลดภาระดูแลบุตรของครอบครัวถือเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล และนโยบายเกี่ยวกับผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติยังอยู่ระหว่างการวิจัยและประเมินผล โดยจะรับฟังความคิดเห็นจากสังคมอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ
สถิติจากกระทรวงแรงงาน ณ เดือนกรกฎาคม 2568 มีผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติทำงานอยู่ในไต้หวันจำนวน 2,000 คน ในจำนวนนี้มาจากอินโดนีเซีย 1,456 คน ฟิลิปปินส์ 502 คน เวียดนาม 37 คน ผู้ช่วยงานบ้านชาวไทย 5 คน สำหรับต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างแตกต่างกันไป หากเป็นครอบครัวชาวไต้หวัน นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนคุ้มครองการทำงานของแรงงานท้องถิ่น 5,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือนต่อคน ขณะที่ชาวต่างชาติที่พำนักในไต้หวันต้องจ่ายสูงถึง 10,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนเงินเดือนของผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติตกอยู่ที่ 20,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป ทั้งนี้ ตำแหน่งผู้ช่วยงานบ้านหรืออาชีพแม่บ้าน ไม่อยู่ในความคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงานเช่นเดียวกับผู้อนุบาลในครัวเรือน
สตรีไต้หวันจำนวนมากหลังคลอดบุตร จำเป็นต้องลาออกจากงานเพื่อเลี้ยงลูก (ภาพจาก thenewslens.com)
ไล่ชิงเต๋อเปิดเผยแนวคิดนี้ผ่านการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Liberty Times สื่อสิ่งพิมพ์ของไต้หวัน โดยเปรียบเทียบการสานต่อจากรัฐบาลชุดก่อน เช่น โครงการเด็กอายุ 0-6 ปี รัฐร่วมดูแล ของอดีตประธานาธิบดีไช่อิงเหวินที่ถูกยกระดับสู่เวอร์ชัน 2.0 รวมถึงนโยบายการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว 2.0 ที่รัฐบาลปัจจุบันพัฒนาเป็น 3.0 ครอบคลุมทั้งการดูแลผู้สูงอายุและเด็กเล็ก
ตามกฎหมายปัจจุบัน ครอบครัวที่จะยื่นขอว่าจ้างผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติ ต้องมีคุณสมบัติและเงื่อนไขที่คิดเป็นคะแนนสะสมรวม 16 คะแนน เช่น มีบุตรอายุต่ำกว่า 6 ปี มีญาติสายเลือดตรงอายุเกิน 75 ปีขึ้นไป หรือมีบุตรหลายคนอายุไม่เกิน 12 ปีเป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ได้รับการถกเถียงเป็นอย่างมากในสภานิติบัญญัติมาโดยตลอด ฝ่ายที่สนับสนุนเห็นว่า จะช่วยเพิ่มอัตราการจ้างงานสตรี และเป็นแนวทางที่เร็วที่สุดในการแก้ปัญหาอัตราการเกิดตกต่ำ ขณะที่ฝ่ายคัดค้านกังวลว่าจะกระทบต่ออาชีพพี่เลี้ยงเด็กและพนักงานดูแลผู้สูงอายุในประเทศ องค์กรสิทธิสตรีและแรงงาน อย่างมูลนิธิ Awakening Foundation องค์กรที่ต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีของไต้หวัน และสมาพันธ์แรงงานไต้หวัน องค์กร NGO ที่เรียกร้องสิทธิแรงงาน ร่วมกันออกแถลงการณ์คัดค้าน โดยให้เหตุผลว่าการผ่อนปรนเกณฑ์จะเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวรายได้สูงเท่านั้น สร้างความเหลื่อมล้ำ และอาจทำให้ระบบบริการดูแลเด็กที่รัฐลงทุนพัฒนามา ถดถอยกลับสู่รูปแบบพึ่งพาครอบครัวและกลไกตลาดมากเกินไป
ขณะที่ตัวแทนบริษัทจัดหางานมองว่า การเปิดกว้างผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติคือมาตรการที่รวดเร็วและตรงจุดที่สุดในการรับมือกับวิกฤตเด็กเกิดน้อย ซึ่งถูกมองว่าเป็น “วิกฤตความมั่นคงแห่งชาติ” ของไต้หวัน
ข้อเสนอของประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อในการผ่อนปรนเกณฑ์จ้างผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติดังกล่าว สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการหาทางออกต่อปัญหาสังคมสูงวัยและอัตราการเกิดที่ลดต่ำลง ขณะที่กระทรวงแรงงานยังคงอยู่ระหว่างการศึกษาและประเมินผล ท่ามกลางเสียงสนับสนุนและคัดค้านที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมแรงงานสตรีและการคุ้มครองสิทธิแรงงานในประเทศ
2. ไต้หวันปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนเป็น 29,500 เหรียญ ปรับขึ้น 3.18% รายชั่วโมง 196 เหรียญ แรงงานได้รับอานิสงส์ 2 ล้านคน มีผล 1 ม.ค. 69
เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานเรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อพิจารณาการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปีใหม่ หลังถกเครียดเป็นเวลากว่า 4 ชั่วโมง ที่ประชุมมีมติปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนเป็น 29,500 เหรียญ หรือเพิ่มขึ้น 910 เหรียญ ปรับขึ้นในอัตราส่วน 3.18% ส่วนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงสำหรับแรงงานท้องถิ่นที่ทำงานเป็นรายชั่วโมง ชั่วโมงละ 196 เหรียญ ปรับขึ้น 6 เหรียญ คาดจะมีแรงงาน (รวมแรงงานต่างชาติ) ได้รับอานิสงส์ประมาณ 2,000,000 คน จะประกาศอย่างเป็นทางการหลังจากผ่านการรับรองของสภาบริหารแล้ว โดยมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
การปรับขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 นับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลไช่อิงเหวินเข้ารับตำแหน่ง และต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อในปัจจุบัน ตัวเลขแสดงให้เห็นว่าใน ในรอบ 9 ปีที่ผ่านมาค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนในไต้หวันขยับขึ้นจาก 20,009 เหรียญเป็น 28,590 เหรียญ เพิ่มขึ้นกว่า 70% ส่วน ค่าจ้างรายชั่วโมงปรับจาก 120 เหรียญเป็น 190 เหรียญ หรือเพิ่มขึ้นมากถึง 63.15% ก่อนจะมีมติครั้งล่าสุดปรับขึ้นอีก 3.18% ในปีใหม่ 2569
ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานมองว่า การปรับขึ้นดังกล่าวแม้จะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของแรงงาน แต่จะเป็นโจทย์ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ที่ต้องรับต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐบาลยืนยันว่า....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86617</guid>
      <pubDate>Fri, 26 Sep 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250926_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36001920" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ผู้นำไต้หวันเสนอผ่อนปรนเกณฑ์จ้างผู้ช่วยงานบ้านต่างชาติ เปิดทางแรงงานสตรีเข้าสู่ตลาด กระทรวงแรงงานเผยอยู่ระหว่างการพิจารณา]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/17eaf54b-6e60-45a2-bc4c-c643bb34ca7c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>39</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86114</link>
      <description><![CDATA[1. สภาอุตสาหกรรมไต้หวันจี้รัฐขยายระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน กระทรวงแรงงานยันต้องคุ้มครองแรงงานท้องถิ่น กันฉุดค่าจ้างต่ำ
แม้การส่งออกจะเผชิญปัญหาหลายด้าน แต่ผู้ประกอบการไต้หวันยังคงประสบปัญหารุนแรงจากภาวะขาดแคลนแรงงาน เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา สภาอุตสาหกรรมไต้หวันได้เผยแพร่ "สมุดปกขาวปี 2568" ภายใต้หัวข้อ "ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจโลกบนฐานรากไต้หวันในบริบทใหม่" ซึ่งได้ยกประเด็นและข้อเสนอแนะ 9 ด้าน โดยในส่วนของนโยบายแรงงานต่างชาติ สภาฯ เสนอ 5 ข้อหลัก ได้แก่ :
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสถานีซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าที่เขตถูเฉิง นครนิวไทเป (ภาพจาก Rti)
1. ผ่อนคลายข้อจำกัดสาขาและประเภทอุตสาหกรรมที่จ้างแรงงานต่างชาติ เพื่อบรรเทาวิกฤตแรงงานขาดแคลน
2. เพิ่มอัตราส่วนโควตาการอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติ พร้อมลดภาระเงินสมทบกองทุนคุ้มครองการทำงานของแรงงานท้องถิ่นที่นายจ้างต้องชำระ
3. ขยายระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติในไต้หวัน จากปัจจุบันที่กฎหมายกำหนดไม่เกิน 12 ปีสำหรับภาคการผลิตและ 14 ปีสำหรับภาคสวัสดิการสังคม พร้อมหาแหล่งที่มาของแรงงานต่างชาติประเทศใหม่
4. เปิดให้แรงงานต่างชาติทำงานแบบจ้างเหมาบริการเช่นในภาคการเกษตรมาใช้ในภาคการก่อสร้าง เพื่อแก้ปัญหาขาดแรงงาน
5. รัฐบาลควรเจรจาโดยตรงกับประเทศผู้ส่งออกแรงงาน เพื่อลดภาระค่าบริการจัดหางานที่แรงงานต่างชาติต้องแบกรับตั้งแต่ต้นทาง
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างอาคารของการเคหะ นครนิวไทเป (ภาพจาก Rti)
จากการสำรวจล่าสุดของสภาอุตสาหกรรม ปัญหาแรงงานขาดแคลนขึ้นอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร โลหะ วัสดุก่อสร้าง และการก่อสร้าง ซึ่งความต้องการแรงงานถือว่ารุนแรงที่สุด
นายจันเจิ้งเถียน รองประธานสภาอุตสาหกรรมไต้หวันกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “หากไม่มีแรงงาน โรงงานก็เดินเครื่องไม่ได้ นี่คือความจริงที่อุตสาหกรรมดั้งเดิมกำลังเผชิญ” เขาอธิบายว่า วิกฤตเด็กเกิดน้อยทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ต้องการทำงานในโรงงาน โดยเฉพาะตำแหน่งที่ใช้แรงงานหนัก เช่น แบกหามหรือกะกลางคืน เขากล่าวว่า “ลูกหลานในครอบครัวไม่ยอมไปทำงานโรงงานอีกแล้ว หากไม่มีแรงงานต่างชาติ โรงงานอยู่ไม่ได้จริง ๆ”
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้าง
รองประธานสภาอุตสาหกรรมไต้หวันผู้นี้กล่าวอีกว่า ปัจจุบันแรงงานต่างชาติจำนวนมากถูกจำกัดทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่เป็นงานหนัก สกปรก และอันตราย หรือที่เรียกว่ากิจการ 3K รวมถึงบางอุตสาหกรรมการผลิตเท่านั้น แต่ความต้องการแรงงานจริงมีมากกว่านั้น จึงควรเปิดให้ภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมเข้าถึงแรงงานต่างชาติได้มากขึ้น เพื่อรักษากำลังการผลิต นอกจากนี้ ภาระของการชำระเงินสมทบเข้ากองทุนคุ้มครองการทำงานของแรงงานท้องถิ่นที่นายจ้างต้องจ่ายรายเดือนถือว่าหนักและขาดความโปร่งใส เสมือนเพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน จึงควรปรับลดเพื่อไม่ให้บั่นทอนศักยภาพในการแข่งขัน
แรงงานไทยในโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในเขตหยางเหมย นครเถาหยวน (ภาพจาก Rti)
ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง ได้แก่การที่แรงงานต่างชาติจำนวนมาก ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญงานในโรงงาน กลับต้องเดินทางกลับประเทศเมื่อครบกำหนดระยะเวลาทำงาน 12 ปี แล้วให้นายจ้างนำเข้าแรงงานคนใหม่มาฝึกฝนต่อไป ทำให้การสูญเสียแรงงานที่มีทักษะฝีมือ และอาจก่อให้เกิดปัญหาการหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย สภาฯ จึงเสนอให้ขยายเวลาทำงาน รวมถึงจัดให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อรักษาแรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือไว้ในระบบ
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้าง
สำหรับภาคก่อสร้าง สภาฯ เสนอให้นำระบบจ้างเหมาบริการในภาคการเกษตรมาใช้ เพื่อให้มีการจัดสรรแรงงานข้ามไซต์งานตามความจำเป็น ลดปัญหาขาดแคลนเฉพาะหน้า ขณะเดียวกัน แรงงานต่างชาติจำนวนมากยังต้องเผชิญภาระค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวที่บริษัทจัดหางานเรียกเก็บตั้งแต่ก่อนการเดินทาง ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สูงจนบางคนทำงานทั้งปียังไม่พอชำระหนี้ สภาฯ จึงเสนอให้รัฐบาลเจรจากับประเทศผู้ส่งออกแรงงานโดยตรง เพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบ
แรงงานไทยเป็นกำลังแรงงานกลุ่มหลักในไซต์งานก่อสร้างของไต้หวัน
ต่อข้อเสนอข้างต้น กระทรวงแรงงานออกแถลงการณ์ตอบรับว่า การแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานจะยึดหลัก “คุ้มครองการจ้างงานของแรงงานในประเทศก่อน” และ “ป้องกันการกดค่าจ้างต่ำ” เป็นสำคัญ โดยระบุว่า การปรับนโยบายแรงงานต่างชาติทุกครั้งจะอยู่บนหลักการนี้ กระทรวงแรงงานยังกล่าวด้วยว่า จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเมินความต้องการแรงงานและทักษะของแต่ละอุตสาหกรรม ควบคู่กับการส่งเสริมให้แรงงานในประเทศเข้าสู่ภาคการผลิต เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิแรงงานท้องถิ่นและการตอบสนองต่อความต้องการแรงงานของอุตสาหกรรม
2. ทลายแก๊งแรงงานเวียดนามจับมือมาเฟียไต้หวัน รับซื้อบัญชีม้าจากเพื่อนร่วมชาติไว้ฟอกเงิน เปิดเว็บชอปหลอกเหยื่อ ยึดทรัพย์กว่า 12 ล้าน จับ 15 คน
ขบวนการมิจฉาชีพมีการจับมือกันหลายฝ่ายและใช้เทคนิคกลโกงที่นับวันมีความซับซ้อนแนบเนียนมากขึ้น กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม สำนักงานตำรวจไต้หวันเปิดเผยว่า ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งมีแรงงานเวียดนามเป็นแกนนำ ได้ร่วมมือกับแก๊งมาเฟียในเถาหยวน สร้างเครือข่ายฉ้อโกงและฟอกเงินครบวงจร โดยมีทั้งการรับซื้อบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มของแรงงานเวียดนามทั่วไต้หวัน ส่งต่อให้แก๊งมาเฟียท้องถิ่นอย่างหงเหรินฮุ่ย ใช้ในการหลอกลวง เมื่อเหยื่อหลงกล แรงงานเวียดนามกลุ่มที่รับผิดชอบกดเงินจากตู้เอทีเอ็มจะออกปฏิบัติการและนำเงินที่หลอกลวงได้ไปผ่าน “ห้องฟอกเงิน” ของแก๊งพระอาทิตย์
ตำรวจบุกจับแก๊งแรงงานเวียดนามจับมือมาเฟียไต้หวัน รับซื้อบัญชีม้าจากเพื่อนร่วมชาติไว้ฟอกเงิน โดยเปิดเว็บชอปปลอมหลอกเหยื่อ (ภาพจาก กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม)....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86114</guid>
      <pubDate>Fri, 19 Sep 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250919_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36010560" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. สภาอุตสาหกรรมไต้หวันจี้รัฐขยายระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน กระทรวงแรงงานยันต้องคุ้มครองแรงงานท้องถิ่น กันฉุดค่าจ้างต่ำ]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/730f21ef-7036-4396-b704-f534043282a2.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>38</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85535</link>
      <description><![CDATA[1. ยอดโอนเงินกลับประเทศของแรงงานต่างชาติพุ่ง ครึ่งปีแรกแตะ 63,000 ล้านเหรียญไต้หวัน คาดทั้งปีสูงกว่าปีก่อน
คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (FSC) ของไต้หวันเปิดเผยสถิติว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน 2568 มูลค่าธุรกรรมการโอนเงินกลับประเทศแบบรายย่อยหรือแบบผ่านแอปพลเคชันของแรงงานต่างชาติในครึ่งปีแรกปีนี้ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 60,274 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
6 เดือนแรกปีนี้ แรงงานต่างชาติโอนเงินกลับบ้านผ่านแอปของผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต มีมูลค่ารวม 60,274 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 49%
FSC ระบุว่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 มีบริษัทโอนเงินที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการโอนเงินต่างประเทศสำหรับแรงงานต่างชาติทั้งหมด 5 ราย จำนวนลูกค้ารวมประมาณ 870,000 ราย โดยคาดว่ามูลค่าการโอนเงินของแรงงานต่างชาติตลอดทั้งปีนี้จะสูงกว่า 84,189 ล้านเหรียญไต้หวันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการที่บริษัทต่าง ๆ ขยายบริการอย่างต่อเนื่อง และแรงงานต่างชาติมีความคุ้นเคยกับวิธีการโอนเงินรูปแบบนี้มากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณธุรกรรมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
6 เดือนแรกปีนี้ แรงงานต่างชาติโอนเงินกลับบ้านผ่านแอปของผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต มีมูลค่ารวม 60,274 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 49%
ข้อมูลสถิติของ FSC ชี้ว่า ครึ่งปีแรกของปี 2568 มูลค่าธุรกรรมโอนเงินต่างประเทศรายย่อยของแรงงานต่างชาติรวม 60,274 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับปีก่อน โฆษก FSC ระบุว่า ในปี 2567 ยอดรวมทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 84,200 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ปีนี้เพียงครึ่งปีแรกก็เกือบแตะ 60,300 ล้านเหรียญแล้ว คาดว่าตลอดทั้งปีจะสูงกว่าปีที่แล้ว ปัจจัยสำคัญคือการขยายธุรกิจของบริษัทโอนเงินและการที่แรงงานต่างชาติคุ้นเคยกับโอนเงินผ่านแอปมากขึ้น โดยปัจจุบัน FSC อนุญาตผู้ให้บริการโอนเงินแบบรายย่อยผ่านแอปสำหรับแรงงานต่างชาติแล้ว 5 ราย ได้แก่ Qpay, Digital Idea, Thaimoney, May God และ Remitech Finance International โดยในจำนวนนี้มีเพียง Qpay และ Thaimoney ที่เปิดให้บริการโอนเงินผ่านแอปแก่แรงงานไทย ส่วน May God อยู่ระหว่างเตรียมการให้บริการแรงงานไทย และเพื่อให้แรงงานต่างชาติมีโอกาสเลือกใช้บริการมากขึ้น FSC ระบุว่า ยังมีผู้ให้บริการอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างยื่นขอ
แรงงานไทยในโรงงานเย็บผ้าที่นิคมอุตสาหกรรมกุยซาน นครเถาหยวน (ภาพจาก Rti)
ทั้งนี้ FSC ได้ประกาศและบังคับใช้ข้อกำหนดการจัดการธุรกรรมโอนเงินต่างประเทศแบบรายย่อยสำหรับแรงงานต่างชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ทำให้แรงงานต่างชาติสามารถใช้บริการบริษัทโอนเงินที่ได้รับอนุญาตเพื่อส่งรายได้จากการทำงานในไต้หวันกลับประเทศบ้านเกิดได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย แทนการโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายที่มีความเสี่ยงสูง
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
นางสาวเซี่ยงสูเหวิน หัวหน้าฝ่ายระบบชำระเงินและธุรกรรมหลักทรัพย์ของ FSC อธิบายว่า บริษัทที่ได้รับอนุญาตสามารถใช้แอปตรวจสอบบัตรถิ่นที่อยู่หรือบัตร ARC ของแรงงานต่างชาติได้โดยไม่ต้องให้ลูกค้าไปที่เคาน์เตอร์ธนาคาร โดยแรงงานต่างชาติสามารถทำรายการโอนเงินผ่านแอปของผู้ให้บริการ เมื่อไปจ่ายเงินที่ร้านสะดวกซื้อแล้ว ระบบจะโอนเงินกลับประเทศได้โดยตรงทันทีผ่านธนาคารคู่ค้าในประเทศปลายทาง ทำให้การโอนเงินรวดเร็วไม่ต้องรอเหมือนการโอนเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสถานีซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าที่ถูเฉิง นครนิวไทเป
อย่างไรก็ตาม การโอนเงินผ่านแอปดังกล่าวจะเป็นแบบทางเดียวเท่านั้น คือจากไต้หวันไปยังประเทศปลายทาง และมีการจำกัดจำนวนเงิน โดยกำหนดให้แต่ละรายการไม่เกิน 30,000 เหรียญไต้หวัน จำกัดเดือนละไม่เกิน 50,000 เหรียญ หากแรงงานต้องการโอนเกินจำนวนดังกล่าว จะต้องใช้บริการผ่านแอปของหลายบริษัท แต่รวมทั้งปีไม่เกิน 500,000 เหรียญ
FSC ระบุว่า ปัจจุบันไต้หวันมีแรงงานต่างชาติประมาณ 830,000 คน โดยมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000–30,000 เหรียญ หากทุกคนโอนเงินกลับบ้านเดือนละ 10,000 เหรียญ จะรวมเป็นเงินถึง 8,300 ล้านต่อเดือน หรือมากกว่า 85,000 ล้านเหรียญต่อปี
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสะพานตั้นเจียง (ภาพจาก Kung Sing Engineering Corporation)
อย่างไรก็ตาม ยอดจำนวนเงินที่อนุญาตให้โอนกลับประเทศข้างต้น จำกัดเฉพาะบริษัทรับโอนเงินแบบรายย่อยสำหรับแรงงานต่างชาติที่โอนผ่านแอปเท่านั้น ไม่รวมการไปโอนเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ซึ่งสามารถโอนได้เช่นกันและไม่นับรวมยอดจำนวนเงินที่อนุญาตให้โอนกลับประเทศผ่านแอปพลิเคชัน เพียงแต่ว่าการโอนในจำนวนที่มากกว่ารายได้ ธนาคารจะให้แสดงหลักฐานแหล่งที่มาของเงิน เช่นเงินชดเชยจากกองทุนประกันภัยแรงงาน เงินโบนัสจากนายจ้างหรือหลักฐานแสดงการทำโอทีในเดือนนั้น ๆ เนื่องจากการไปโอนเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ต้องเป็นไปตามกฎระเบียบธนาคารและกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
2. แรงงานไทยซดเบียร์ 3 ขวด เมาแล้วขี่รถจักรยานไฟฟ้าพาเพื่อนชนรถเก๋ง ศาลไต้หวันสั่งจำคุก 3 เดือน ปรับอีก 10,000 เหรียญ อนุญาตให้อยู่ทำงานต่อ
เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นเหมียวลี่ มีคำพิพากษาลงโทษนายไพศาล (นามสมมติ) แรงงานไทย จำคุก 3 เดือน และปรับเป็นเงิน 10,000 เหรียญไต้หวัน หลังจากถูกจับกุมในคดีเมาแล้วขับเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยศาลให้สิทธิจำเลยสามารถชำระค่าปรับแทนโทษจำคุกหรือทำงานบริการสังคมแทนการจำคุกได้ในอัตราค่าปรับ 1,000 เหรียญต่อ 1 วัน รวมทั้งหมดต้องจ่าย 100,000 เหรียญ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 9 ธันวาคมปีที่แล้ว นายไพศาล ซึ่งเป็นแรงงานไทยทำงานอยู่ที่เมืองเหมียวลี่ ได้ดื่มเบียร์จำนวน 3 ขวดในห้องพักตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85535</guid>
      <pubDate>Fri, 12 Sep 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250912_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36022080" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ยอดโอนเงินกลับประเทศของแรงงานต่างชาติพุ่ง ครึ่งปีแรกแตะ 63,000 ล้านเหรียญไต้หวัน คาดทั้งปีสูงกว่าปีก่อน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/a3334d85-a677-476e-9a64-b1a50c65c0cb.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>37</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85000</link>
      <description><![CDATA[1. ไต้หวันเล็งพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำติดต่อกันเป็นครั้งที่ 10 ในสัปดาห์สุดท้ายเดือนกันยายน กลุ่มแรงงานหวังปรับขึ้นไม่ต่ำกว่า 4%
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม-ต้นเดือนกันยายน การถกเถียงในประเด็นปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปีใหม่ของไต้หวันเริ่มคึกคักมากขึ้น กระทรวงแรงงานมีกำหนดจัดการประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน เพื่อหารือการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2569 ตามดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ขยายตัวต่อเนื่องตลอดปีนี้ รวมถึงอ้างอิงตัวชี้วัดสำคัญ 10 รายการที่เกี่ยวข้อง กลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานคาดหวังว่า ตามแนวทางการเจรจาที่ผ่านมาค่าจ้างขั้นต่ำปีหน้าควรปรับขึ้นไม่น้อยกว่า 4% เพื่อให้ค่าจ้างรายเดือนใกล้ระดับ 30,000 เหรียญไต้หวัน และค่าจ้างรายชั่วโมงขยับขึ้นแตะ 198 เหรียญไต้หวัน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้าง (ภาพจาก mimd.com.tw)
อย่างไรก็ดี นักวิชาการกังวลว่า หากค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นตามที่กลุ่มแรงงานเรียกร้องเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน แต่ค่าจ้างของแรงงานกลุ่มอื่นที่ไม่ได้รับการปรับตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่ขยับตาม อาจส่งผลให้แรงงานจำนวนมากมีรายได้ใกล้เคียงกับค่าจ้างขั้นต่ำมากขึ้น และทำให้กลุ่มแรงงานชายขอบ เพิ่มจำนวนขึ้น
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้าง (ภาพจาก LTN)
กลุ่มสหภาพแรงงานระบุว่า หากยึดตามแนวทางที่มีมาโดยตลอด คือสะท้อนดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI เต็มจำนวน และหลักการเมื่อเศรษฐกิจเติบโตควรแบ่งปันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยตัวเลขคาดการณ์ CPI ทั้งปี 2568 อยู่ที่ 2.21% และ GDP ขยายตัว 4.45% อัตราการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำควรอยู่ที่ 4.435% ซึ่งจะส่งผลให้ค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนปรับเป็น 29,858 เหรียญ และรายชั่วโมงเป็น 198 เหรียญไต้หวัน แต่หากพิจารณาปัจจัยด้านภาษีศุลกากร กลุ่มสหภาพแรงงานเห็นว่าควรปรับขึ้นไม่น้อยกว่า 4% ซึ่งจะทำให้ค่าจ้างรายเดือนอยู่ที่ 29,734 เหรียญ เพิ่มขึ้น 1,144 เหรียญ ส่วนค่าจ้างรายชั่วโมงเมื่อปัดเศษก็ยังคงแตะระดับ 198 เหรียญไต้หวัน
ไต้หวันเตรียมพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในสัปดาห์สุดท้ายเดือนกันยายนนี้
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติและการบัญชี สภาบริหารระบุว่า ในปี 2567 ค่าจ้างรวมทั้งปีเฉลี่ยต่อเดือนของลูกจ้างอยู่ที่ 60,984 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 4.39% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่หากตัดค่าล่วงเวลา โบนัสสิ้นปี และรายได้ไม่ประจำออก ค่าจ้างประจำเฉลี่ยอยู่ที่ 46,450 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 2.77% ขณะที่ค่าจ้างประจำกึ่งกลางหรือค่าจ้างมัธยฐานอยู่ที่ 37,274 เหรียญ เพิ่มขึ้น 3.29%
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าเถาหยวนสายสีเขียว (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้าเถาหยวน)
กลุ่มสหภาพแรงงานชี้ว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมไฮเทคทำให้ความเหลื่อมล้ำระหว่างแรงงานรายได้สูงและรายได้ต่ำถ่างกว้างมากขึ้น โดยแรงงานเกือบ 70% มีค่าจ้างประจำต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้งในปี 2566 ไต้หวันติดอันดับ 6 ของโลกด้านชั่วโมงการทำงานยาวนาน สะท้อนความจริงที่แรงงานจำนวนมากต้องพึ่งพาการทำงานล่วงเวลาเพื่อเพิ่มรายได้ ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนว่าผู้ใช้แรงงานในไต้หวันยังคงได้รับค่าจ้างต่ำ
ไต้หวันเตรียมพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในสัปดาห์สุดท้ายเดือนกันยายนนี้
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปีนี้แตกต่างจากปีก่อน ปีนี้มีปัจจัยใหม่คือ ภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะกระทบหนักต่อภาคการผลิตที่อยู่ด่านหน้า ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่โดดเด่น ศาสตราจารย์ซินปิ่งหลง แห่งสถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำยอมรับว่า ดัชนี CPI ที่ใช้เป็นฐานคำนวณถือเป็นตัวชี้วัดล่าช้า แต่ผลกระทบจากภาษีเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สุดท้ายขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างนายจ้างและลูกจ้างว่าจะหาข้อสรุปอย่างไร
แรงงานไทยในโรงงานฟอกย้อมและตกแต่งสำเร็จ
แม้แรงกดดันจากภาษีศุลกากรใกล้เข้ามา แต่ด้วยแรงหนุนจากโอกาสทางธุรกิจของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้สำนักงานสถิติและการบัญชี ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2568 ขึ้นเป็น 4.45% เมื่อรวมกับ CPI ที่ 2.21% ทำให้กลุ่มสหภาพแรงงานยืนยันว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปีใหม่ ต้องปรับขึ้นอย่างน้อย 4% จึงถือว่าเหมาะสม
แรงงานไทยในโรงงานผลิตหม้อน้ำอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้า 20% บวกกับภาษีที่เก็บดั้งเดิมหรือที่เรียกกันว่า ภาษี “20+N” ของสหรัฐฯ เริ่มชัดเจน โดยจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมที่ประกาศมาตรการลดเวลาทำงานหรือให้พนักงานหยุดงานโดยไม่รับค่าจ้างเพิ่มขึ้น ในการประชุมร่วมเมื่อเดือนกรกฎาคม ตัวแทนนายจ้างได้เรียกร้องให้รัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบจากภาษีศุลกากร ค่าเงินเหรียญไต้หวันที่แข็งค่าขึ้น และมาตรการภาษีคาร์บอนของสหภาพยุโรป พร้อมเสนอให้รัฐพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่องค์กรและแรงงานที่ได้รับผลกระทบ
แรงงานฟิลิปปินส์ในโรงงานผลิตแผงวงจรพิมพ์
นายไต้กั๋วหรง ประธานสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมไต้หวันโต้แย้งว่า การใช้เหตุผลเรื่องภาษีเพื่อลดอัตราการปรับขึ้นนั้นเกินความจริง เพราะผลกระทบจากภาษีไม่ได้รุนแรงเท่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อทั้งประเทศ ขณะที่ภาษีมีผลเพียงบางอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ หากนายจ้างจะอ้างผลกระทบ ควรนำข้อมูลจริงมาแสดงว่ามีอุตสาหกรรมใดได้รับผลกระทบในระดับใด ไม่ใช่การกล่าวอ้างแบบกว้าง ๆ
ไต้หวันเตรียมพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในสัปดาห์สุดท้ายเดือนกันยายนนี้
เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า ในช่วงโควิด-19 แม้จะเผชิญผลกระทบหนัก คณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำก็ยังตัดสินใจปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำควบคู่ไปกับมาตรการอุดหนุนจากกระทรวงเศรษฐการที่ให้ความช่วยเหลือธุรกิจที่รายได้ลดลงเกิน 10% ดังนั้น สำหรับผลกระทบจากภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ก็อาจพิจารณาใช้มาตรการช่วยเหลือในลักษณะเดียวกันได้
2.....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85000</guid>
      <pubDate>Fri, 05 Sep 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250905_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36012480" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ไต้หวันเล็งพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำติดต่อกันเป็นครั้งที่ 10 ในสัปดาห์สุดท้ายเดือนกันยายน กลุ่มแรงงานหวังปรับขึ้นไม่ต่ำกว่า 4%]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/46bc4dbd-815a-423b-b6a9-783914d23d61.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>36</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84431</link>
      <description><![CDATA[1. ป้องกันบริษัทจัดหางานกีดกันสิทธิแรงงานต่างชาติในการเข้าร่วมสหภาพแรงงาน กลุ่ม NGO เรียกร้องตีความกฎหมายสหภาพแรงงานให้ บจง. เป็นผู้แทนนายจ้าง
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมเถาหยวน สมาคมแรงงานนานาชาติไต้หวัน และองค์กรภาคประชาสังคมอีกหลายแห่ง ได้เข้ายื่นเรื่องต่อกระทรวงแรงงาน เรียกร้องให้ปรับแก้กฎหมายสหภาพแรงงาน โดยให้นับรวมบริษัทจัดหางานอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายสหภาพแรงงานมาตรา 35 ระบุว่าเป็น “นายจ้างหรือผู้แทนนายจ้างผู้มีอำนาจในการบริหารจัดการ” เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทจัดหางานเข้ามาแทรกแซงหรือขัดขวางแรงงานต่างชาติในการเข้าร่วมสหภาพแรงงาน กระทรวงแรงงานชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยการกระทำอันไม่เป็นธรรมด้านแรงงาน หากพบว่ามีการละเมิดจริง จะดำเนินการตามกฎหมายสหภาพแรงงานมาตรา 45 โดยมีโทษปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 500,000 เหรียญไต้หวัน พร้อมเปิดเผยรายชื่อบริษัทจัดหางานผู้กระทำผิดต่อสาธารณะ
กลุ่มสหภาพแรงงานและ NGO เรียกร้องหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ขอให้ตีความกฎหมายสหภาพแรงงาน ป้องกัน บจง. กีดกันแรงงานต่างชาติเข้าร่วมสหภาพแรงงาน (ภาพจาก watchmedia01.com)
รายงานระบุว่า โรงงานขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในนครเถาหยวนมีแรงงานต่างชาติกว่า 200 คน ส่วนใหญ่มาจากฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย และใช้บริการบริษัทจัดหางาน 3 ราย สหภาพแรงงานของบริษัทเปิดรับแรงงานต่างชาติเข้าเป็นสมาชิกตามกฎหมาย แต่หลังจากมีแรงงานต่างชาติกว่า 30 คนยื่นใบสมัคร กลับถูกบริษัทจัดหางานเข้ามาแทรกแซงและขัดขวาง
กลุ่มสหภาพแรงงานและ NGO เรียกร้องหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ขอให้ตีความกฎหมายสหภาพแรงงาน ป้องกัน บจง. กีดกันแรงงานต่างชาติเข้าร่วมสหภาพแรงงาน (ภาพจาก udn.com)
นายซุนอวี่เชียน เลขาธิการสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมเถาหยวนเปิดเผยว่า หลังจากแรงงานต่างชาติดังกล่าวสมัครเข้าร่วมสหภาพไม่นาน บริษัทจัดหางานร่วมกับนายจ้างได้จัดประชุมอธิบาย โดยบอกกับแรงงานว่า พวกเขามีบริษัทจัดหางานดูแลอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมสหภาพแรงงานและจ่ายค่าบำรุง ต่อมาสหภาพแรงงานได้รับใบลาออกจากสมาชิกจำนวนมาก โดยในเอกสารยังมีข้อความเหมือนกันเกือบทุกคนว่า “มีบริษัทจัดหางานดูแลแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน”
สหภาพลูกเรือประมงเมืองอี๋หลาน เป็นสหภาพแรงงานแห่งแรกของแรงงานต่างชาติ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2556 สมาชิกส่วนใหญ่เป็นลูกเรือประมงอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ (ภาพจาก verymulan.com)
ซุนอวี่เฉียน เห็นว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายสหภาพแรงงานมาตรา 35 ที่ห้ามนายจ้างเลือกปฏิบัติหรือให้การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อสมาชิกสหภาพ แต่ปัญหาคือ ปัจจุบันรัฐบาลยังไม่ยอมรับว่าบริษัทจัดหางานเป็น “ผู้แทนนายจ้าง” ตามกฎหมาย เขากล่าวเสริมว่า สัญญามาตรฐานระหว่างนายจ้างและบริษัทจัดหางานกำหนดชัดว่า บริษัทจัดหางานต้องรับผิดชอบด้านการจัดการ ดูแลระเบียบการทำงานและชีวิตประจำวันของแรงงานต่างชาติ แสดงให้เห็นว่าบริษัทจัดหางานมีอำนาจและความรับผิดชอบเชิงปฏิบัติจริง
สหภาพลูกเรือประมงเมืองอี๋หลาน เป็นสหภาพแรงงานแห่งแรกของแรงงานต่างชาติ ตั้งเมื่อปี 2556 สมาชิกส่วนใหญ่เป็นลูกเรือประมงอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ (ภาพจาก coolloud.org.tw)
ด้านอู๋จิ้งหรู ตัวแทนสมาคมแรงงานนานาชาติไต้หวันระบุว่า บริษัทจัดหางานมักมีบทบาทสำคัญทั้งในการบริหารชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติ การกำหนดโทษทางวินัย รวมถึงการต่อสัญญาหรือเลิกจ้างแรงงาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสิทธิแรงงานในการรวมตัวจัดตั้งสหภาพ และเนื่องจากข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น ทำสัญญาจ้างครั้งละ 3 ปี และข้อกำหนดที่แรงงานต่างชาติไม่สามารถเปลี่ยนนายจ้างได้โดยเสรี ทำให้บริษัทจัดหางานมีอำนาจกดดันแรงงานมากกว่านายจ้างเสียอีก ส่งผลให้แรงงานต่างชาติจำนวนมากหวาดกลัวและไม่กล้าเข้าร่วมสหภาพแรงงาน
สหภาพผู้อนุบาลในครัวเรือนเถาหยวน ตั้งขึ้นเมื่อปี 2560 เป็นสหภาพแรงงานแห่งที่สองของแรงงานต่างชาติในไต้หวัน (ภาพจาก mpark.news)
ดังนั้น กลุ่มแรงงานและ NGO จึงเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย โดยกำหนดให้บริษัทจัดหางานเข้าข่ายเป็น “ผู้แทนนายจ้าง” ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายสหภาพแรงงานมาตรา 35 เพื่อสะท้อนสถานการณ์จริงและคุ้มครองสิทธิของแรงงานต่างชาติอย่างแท้จริง
สหภาพผู้อนุบาลในครัวเรือนเถาหยวน ตั้งขึ้นเมื่อปี 2560 เป็นสหภาพแรงงานแห่งที่สองของแรงงานต่างชาติในไต้หวัน (ภาพจาก mpark.news)
ต่อปัญหาดังกล่าว กระทรวงแรงงานยืนยันว่า ตามกฎหมายแล้วไม่มีผู้ใดสามารถขัดขวางหรือกีดกันแรงงานไม่ให้จัดตั้งหรือเข้าร่วมสหภาพแรงงานได้ สำหรับกรณีที่บริษัทจัดหางานถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงสิทธิแรงงานนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการวินิจฉัย หากผลการพิจารณาชี้ชัดว่ามีการละเมิดจริง จะดำเนินการปรับโทษตามกฎหมาย และเปิดเผยข้อมูลบริษัทจัดหางานผู้กระทำผิดต่อสาธารณะเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ชัดเจนในสังคม
2. ทุลักทุเล! 10 สาวไทยลักลอบทำงานนั่งดริงก์กับแขกร้านคาราโอเกะในเถาหยวน วิ่งหนีตำรวจชุลมุนเต็มถนน แต่ไม่รอดถูกจับกุมทั้งหมด
เมื่อคืนวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุชุลมุนกลางถนนใจกลางเมืองเถาหยวน สาวไทยในชุดวาบหวิวใส่รองเท้าส้นสูง วิ่งหนีสุดชีวิตออกจากร้าน หลังตำรวจจากสถานีตำรวจอู่หลิงเข้าตรวจสอบโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ขณะนั้นผู้ประกอบการร้านคาราโอเกะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นเข้า รีบสั่งให้พนักงานหญิงในร้านหนีออกจากร้านทันที หญิงสาวชาวไทยนุ่งน้อยห่มน้อยกรูกันออกมาจากร้านและวิ่งหนีเต็มถนนอย่างโกลาหล ยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่ที่กำลังตรวจโรงแรมเห็นผิดปกติและหันมาปิดล้อมจับกุม
10 หญิงไทยลักลอบทำงานนั่งดริงก์กับแขกร้านคาราโอเกะในเถาหยวน วิ่งหนีตำรวจชุลมุนเต็มถนน สุดท้ายถูกจับกุมทั้งหมด (ภาพจากคลิปของสถานีตำรวจเถาหยวน)....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84431</guid>
      <pubDate>Fri, 29 Aug 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250829_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36031680" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ป้องกันบริษัทจัดหางานกีดกันสิทธิแรงงานต่างชาติในการเข้าร่วมสหภาพแรงงาน กลุ่ม NGO เรียกร้องตีความกฎหมายสหภาพแรงงานให้ บจง. เป็นผู้แทนนายจ้าง]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/ca919ed3-cedc-41d5-8045-6784366d9f32.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>35</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83899</link>
      <description><![CDATA[1. ผลสำรวจพบ แรงงานต่างชาติในไต้หวันตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพเพิ่มมากขึ้น เกือบ 1 ใน 3 เคยถูกนายหน้าเถื่อนหลอก แต่มีเพียง 13.7% แจ้งความ
ชาวต่างชาติในไต้หวัน ซึ่งรวมแรงงานต่างชาติ ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ นักศึกษาและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ประมาณการว่ามีกว่า 1.4 ล้านคน ในจำนวนนี้ มีส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนน้อยและมักจะเป็นแรงงานต่างชาติที่กลายเป็นเครื่องมือของแก๊งมิจฉาชีพ ด้วยการขายบัญชีธนาคาร บัตร ATM และซิมโทรศัพท์ แต่มีจำนวนมากที่ตกเป็นผู้เสียหายของแก๊งมิจฉาชีพ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา สมาคมพี่น้องชาวอาเซียนในไต้หวัน (South East Asian Sisters Association Taiwan) เผยแพร่รายงานสำรวจฉบับแรกเรื่อง ความเสี่ยงจากการฉ้อโกงเชิงโครงสร้างต่อผู้ย้ายถิ่นและแรงงานต่างชาติในไต้หวัน พบว่ากลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติต้องเผชิญความเสี่ยงถูกฉ้อโกงจากช่องโหว่ของนโยบายรัฐ ประมาณ 30% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยถูกหลอกจากนายหน้าจัดหางาน ขณะที่มีเพียง 13.7% ของผู้เสียหายที่เลือกแจ้งความกับตำรวจ สะท้อนให้เห็นข้อจำกัดของกลไกและช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียน ทั้งในด้านภาษาและความไว้วางใจ
สมาคมพี่น้องชาวอาเซียนในไต้หวัน จัดแถลงข่าวเผยแพร่รายงานสำรวจฉบับแรกเรื่อง ความเสี่ยงจากการฉ้อโกงเชิงโครงสร้างต่อผู้ย้ายถิ่นและแรงงานต่างชาติในไต้หวัน (ภาพจากสมาคมพี่น้องชาวอาเซียนในไต้หวัน)
โจวฮุ่ยอิ๋ง เลขาธิการสมาคมฯ ระบุว่า แม้รัฐบาลจะรายงานสถิติการฉ้อโกงรายวันสูงกว่า 500 คดี และความเสียหายคิดเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญไต้หวัน แต่ข้อมูลเหล่านี้ กลับไม่ได้รวมความเสียหายของแรงงานต่างชาติ การสำรวจพบว่า 28% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยตกเป็นเหยื่อถูกนายหน้าหลอกลวง เช่น มีผู้แอบอ้างเป็นนายหน้ามาเก็บค่าย้ายงาน 30,000–50,000 เหรียญไต้หวัน อ้างว่าจะช่วยจัดหางานที่ได้รับค่าจ้างสูงขึ้น หรือช่วยจัดทำเอกสารการย้ายงานและประวัติการสมัครงาน แต่เมื่อไปถึงสถานที่ทำงานจริง กลับพบว่าไม่มีข้อมูลการจ้างงานอยู่ในระบบ
สำรวจพบ กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติต้องเผชิญความเสี่ยงถูกฉ้อโกงจากช่องโหว่ของนโยบายรัฐ 28% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยตกเป็นเหยื่อถูกนายหน้าหลอกลวง (ภาพจากสมาคมพี่น้องชาวอาเซียนในไต้หวัน)
การหลอกลวงลักษณะนี้ มักใช้ข้ออ้างเรื่อง “การเปลี่ยนนายจ้าง” “การจัดทำเอกสารถูกกฎหมาย” หรือ “การหางานค่าจ้างสูง” ล่อให้แรงงานต่างชาติจ่ายเงิน แต่สุดท้ายอาจต้องไปทำงานผิดกฎหมายในตลาดแรงงานเถื่อน หรือไม่มีงานทำเลย
แรงงานต่างชาติมักจะถูกหลอกเรื่องการเปลี่ยนนายจ้าง การจัดทำเอกสารถูกกฎหมายหรือการหางานค่าจ้างสูง ล่อให้แรงงานต่างชาติจ่ายเงิน สุดท้ายไปทำงานผิดกฎหมายหรือไม่มีงานทำเลย
นอกจากนี้ ยังพบรูปแบบการฉ้อโกงอื่น ๆ เช่น 32.5% ถูกหลอกโดยแอบอ้างชื่อญาติหรือเพื่อนสนิท 18.1% ถูกหลอกรักออนไลน์ 17.3% สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคลจากการสมัครรับของรางวัลหรือกิจกรรมส่งเสริมการขาย และ 11.9% เคยถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงจากการให้ยืมใช้หรือขายบัญชีธนาคาร
แรงงานต่างชาติมักจะถูกหลอกเรื่องการเปลี่ยนนายจ้าง การจัดทำเอกสารถูกกฎหมายหรือการหางานค่าจ้างสูง ล่อให้แรงงานต่างชาติจ่ายเงิน สุดท้ายไปทำงานผิดกฎหมายหรือไม่มีงานทำเลย
เมื่อถามว่า ทำไมมิจฉาชีพจึงได้รับความไว้วางใจจากเหยื่อ 28.5% ตอบว่าเคยถูกหลอกโดยแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐหรือบริษัทชื่อดัง และ 20.9% ระบุว่าเคยเห็นมิจฉาชีพใช้เอกสารหรือบัตรประจำตัวที่ปลอมแปลงได้อย่างแนบเนียน
แรงงานต่างชาติมักจะถูกหลอกเรื่องการเปลี่ยนนายจ้าง การจัดทำเอกสารถูกกฎหมายหรือการหางานค่าจ้างสูง ล่อให้แรงงานต่างชาติจ่ายเงิน สุดท้ายไปทำงานผิดกฎหมายหรือไม่มีงานทำเลย
การสำรวจยังพบว่า ผู้เสียหายส่วนใหญ่หรือ 33% จะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือคนชาติเดียวกันก่อน รองลงมาหรือ 23% ติดต่อหน่วยงานแรงงาน เช่น กองแรงงาน สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 หรือหน่วยงานเกี่ยวกับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ และ 16.86% พยายามแก้ปัญหาด้วยตนเองหรือปล่อยผ่าน มีเพียง 13.7% เท่านั้นที่เลือกแจ้งความกับตำรวจ สาเหตุหนึ่งมาจากความไม่พร้อมด้านภาษา ความเข้าใจในวัฒนธรรม และความไว้วางใจต่อหน่วยงานรัฐ
สำรวจพบ 32.5% ถูกหลอกโดยแอบอ้างชื่อญาติหรือเพื่อนสนิท 18.1% ถูกหลอกรักออนไลน์ 17.3% สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคลจากการสมัครรับของรางวัลหรือกิจกรรมส่งเสริมการขาย และ 11.9% เคยถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงจากการให้ยืมใช้หรือขายบัญชีธนาคาร
สมาคมพี่น้องชาวอาเซียนในไต้หวันกล่าวว่า หากรัฐบาลยังคงละเลย ไม่ได้รวมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และแรงงานต่างชาติอยู่ในระบบและสถิติการปราบปรามการฉ้อโกง เหยื่อเหล่านี้จะไม่ใช่เพียงกรณีเฉพาะ แต่จะกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ระบบปล่อยปละละเลย
สื่อประชาสัมพันธ์เตือนให้ระวังถูกหลอกให้รับรางวัลจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน
สมาคมพี่น้องชาวอาเซียนในไต้หวันเสริมว่า ช่องทางแจ้งความและร้องเรียนยังเป็นภาษาจีนทั้งหมด ทำให้แรงงานต่างชาติเข้าถึงได้ยาก แม้จะเคยเรียกร้องให้รัฐบาลสำรวจสถานการณ์การฉ้อโกงในกลุ่มแรงงานต่างชาติโดยเฉพาะ แต่ข้อมูลในแดชบอร์ดปราบการฉ้อโกงของรัฐยังเน้นที่การหลอกลงทุนหรือชอปปิงออนไลน์ ซึ่งต่างจากผลสำรวจครั้งนี้อย่างมาก และอาจทำให้การจัดทำนโยบายในประเด็นนี้เกิดความคลาดเคลื่อน
สื่อประชาสัมพันธ์เตือนให้ระวังอย่าขายหรือให้คนอื่นนำบัญชีธนาคารไปใช้ จากสำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทย
ด้านอู๋จิ้งหรู นักวิจัยสมาคมแรงงานนานาชาติไต้หวัน (TIWA) วิจารณ์ว่า แรงงานต่างชาติไม่สามารถเปลี่ยนนายจ้างได้อย่างเสรี ขณะที่ศูนย์จ้างตรงของรัฐก็ขาดประสิทธิภาพด้านการจับคู่ ทำให้โอกาสงานถูกผูกขาดโดยนายหน้าและบริษัทจัดหางาน เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงถูกหลอก อีกทั้งรัฐบาลยังขาดความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมือกลโกงรูปแบบใหม่....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83899</guid>
      <pubDate>Fri, 22 Aug 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250822_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36020160" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ผลสำรวจพบ แรงงานต่างชาติในไต้หวันตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพเพิ่มมากขึ้น เกือบ 1 ใน 3 เคยถูกนายหน้าเถื่อนหลอก แต่มีเพียง 13.7% แจ้งความ]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/85a53115-33e7-4ee6-b2fd-74ebec6ba747.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>34</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83340</link>
      <description><![CDATA[1. มาตรการรับมือผลกระทบภาษีทรัมป์ กระทรวงแรงงานขยายเวลาย้ายงานของแรงงานต่างชาติจาก 60 วันเป็น 120 วัน
จากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวันในอัตรา 20% สร้างความกังวลว่า จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดั้งเดิมของไต้หวันและสิทธิการจ้างงานของแรงงานในประเทศ กระทรวงแรงงานจึงได้ประกาศผ่อนปรนระยะเวลาการเปลี่ยนนายจ้างของแรงงานต่างชาติ จากเดิมที่ต้องเปลี่ยนภายใน 60 วันขยายเป็น 120 วัน
ที่ทำการศูนย์บริการจ้างและย้ายงาน กรมพัฒนากำลังแรงงาน สาขาเถาหยวน
กระทรวงแรงงานประกาศเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ปรับหลักเกณฑ์การเปลี่ยนนายจ้างของแรงงานต่างชาติ โดยระบุว่า สถานประกอบการที่ประสบปัญหาจากผลกระทบนโยบายภาษีการนำเข้าของสหรัฐฯ และได้รับการอนุมัติเป็นกรณีพิเศษจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แรงงานต่างชาติสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้ภายในระยะเวลา 120 วัน โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการขอขยายเวลาย้ายงานอีก
หลังจากย้ายงานสำเร็จ นายจ้าง ผู้อนุบาลอินโดนีเซียและล่าม ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก ณ ศูนย์บริการจ้างและย้ายงาน กรมพัฒนากำลังแรงงาน สาขาภาคกลาง
ตามกฎระเบียบเดิม แรงงานต่างชาติที่ต้องการเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนนายจ้าง จะมีเวลาสูงสุด 60 วัน ยกเว้นกรณีพิเศษ เช่น ถูกเลิกจ้างหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ จึงจะสามารถขอขยายเวลาได้อีก 60 วัน รวมเป็น 120 วัน แต่ตามกฎเกณฑ์ใหม่ หากเกิดเหตุการณ์ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีการเลิกจ้างแรงงานจำนวนมาก แรงงานต่างชาติจะได้รับสิทธินี้ทันที
แรงงานต่างชาติที่ย้ายงานสำเร็จแบ่งปันประสบการณ์ในการย้ายงาน ณ ศูนย์บริการจ้างและย้ายงาน กรมพัฒนากำลังแรงงาน สาขาภาคกลาง
นายซูอวี้กั๋ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ผลกระทบรุนแรงจากเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ เช่น ภาวะภาษีในอัตราสูง มักทำให้นายจ้างลดจำนวนแรงงานทั้งในและต่างชาติลง ดังนั้นเพื่อเพิ่มโอกาสให้แรงงานต่างชาติสามารถหางานใหม่ จึงมีการขยายเวลาการหานายจ้างใหม่ให้ยาวนานขึ้น หากสถานประกอบการเลิกจ้างแรงงานจำนวนมากจากเหตุผลข้างต้น แรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะโอนย้ายนายจ้าง ก็จะเข้าข่ายได้รับอนุญาตขยายระยะเวลาหานายจ้างใหม่เป็น 120 วันได้โดยอัตโนมัติ
ศูนย์บริการจ้างและย้ายงาน กรมพัฒนากำลังแรงงาน สาขาภาคกลางในเมืองจางฮั่ว
ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติผู้นี้ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันหากแรงงานต่างชาติถูกเลิกจ้างหรือสถานประกอบการปิดกิจการ จะมีระยะเวลาในการหางานหรือนายจ้างใหม่ 60 วัน และสามารถยื่นขอขยายได้อีก 60 วัน หากภายใน 120 วันไม่สามารถหางานใหม่ได้ แรงงานต่างชาติผู้นั้นก็จำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง
ทั้งนี้ ตามคำแนะนำของคณะกรรมการด้านกฎหมาย ได้มีการเพิ่มเติมในหลักเกณฑ์ว่า หากเกิดเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจหรือสังคม หรือมีเหตุพิเศษอื่น ๆ และได้รับการอนุมัติเป็นกรณีพิเศษจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ แรงงานต่างชาติสามารถขยายระยะเวลาเปลี่ยนนายจ้างให้เป็น 120 วันโดยอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการจ้างงานใหม่มากขึ้น
2. ภาษีทรัมป์ ทำภาคอุตสาหกรรมไต้หวันป่วน บริษัทจัดหางานกว่า 70% ชะลอการนำเข้าแรงงานต่างชาติ หวั่นกระทบการดำเนินธุรกิจ
นโยบายภาษีศุลกากรแบบเท่าเทียมที่สหรัฐฯ บังคับใช้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการวางแผนของภาคอุตสาหกรรม แต่ยังสะเทือนถึงการจัดส่งแรงงานต่างชาติของธุรกิจจัดหางานด้วย โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สำนักข่าวแรงงานต่างชาติได้ทำการสำรวจบริษัทจัดหางานทั่วไต้หวัน พบว่า 60% ของบริษัทจัดหางานได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้ และกว่า 70% ระบุว่า ได้รับคำร้องจากลูกค้าหรือนายจ้าง ให้ชะลอการนำเข้าแรงงานต่างชาติ สะท้อนให้เห็นว่าความเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ได้เริ่มส่งผลกระทบแบบลูกโซ่ต่อกลยุทธ์การบริหารงานและการวางแผนกำลังคนในทุกภาคส่วน
ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เริ่มส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไต้หวัน บจง. กว่า 70% มีแผนชะลอนำเข้าแรงงานต่างชาติ หวั่นกระทบการดำเนินธุรกิจ (ภาพจาก chinatimes.com)
ผลสำรวจระบุว่า 59.3% ของบริษัทจัดหางานได้รับผลกระทบจากนโยบายเก็บภาษีของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ขณะที่ 29.6% ไม่ได้รับผลกระทบ และอีก 11.1% ยังไม่แน่ใจ แสดงให้เห็นว่านโยบายเก็บภาษีจากประเทศผู้ส่งออกของประธานาธิบดีทรัมป์ได้สร้างแรงกระเพื่อมต่อแรงงานในระดับหนึ่ง โดยบริษัทจัดหางานสูงถึง 70.4% ระบุว่า ลูกค้าของตน ซึ่งก็คือนายจ้างโรงงานต่าง ๆ ได้ตัดสินใจชะลอการนำเข้าแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตและกลุ่มอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการส่งออก ซึ่งเริ่มพิจารณาปรับลดขนาดแรงงานในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่ 25.9% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า ยังไม่ได้รับคำขอให้ชะลอการนำเข้าแรงงานแต่อย่างใด
ท่าเรือเกาสง (ภาพจากการท่าเรืองเกาสง)
เมื่อถามถึงโอกาสที่นโยบายภาษีของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจจัดหางานหรือไม่ อย่างไร พบว่า 51.9% ของผู้ตอบแบบสอบถามประเมินว่า มีโอกาสสูงมากที่จะได้รับผลกระทบ อีก 25.9% เห็นว่ามีความเป็นไปได้ ส่วนที่เหลืออีก 22.2% มองว่า มีโอกาสน้อยหรือไม่มีเลย แสดงให้เห็นว่าภาคธุรกิจจัดหางานตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อห่วงโซ่อุปทานแรงงานโดยรวม
ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคอุตสาหกรรมไต้หวัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดั้งเดิม....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83340</guid>
      <pubDate>Fri, 15 Aug 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250815_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36026880" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. มาตรการรับมือผลกระทบภาษีทรัมป์ กระทรวงแรงงานขยายเวลาย้ายงานของแรงงานต่างชาติจาก 60 วันเป็น 120 วัน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/0304da45-85e5-481d-9ba6-586e2ebb1f37.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>33</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82779</link>
      <description><![CDATA[1 ส.ค. เป็นต้นไป ผู้สูงอายุครบ 80 ปี จ้างผู้อนุบาลต่างชาติไม่ต้องผ่านการประเมิน เริ่มปรากฏผู้อนุบาลดูแลผู้ป่วยหนักขอขึ้นค่าจ้าง กระทรวงแรงงานงัด 6 มาตรการลดผลกระทบ
นโยบายใหม่ที่อนุญาตให้ผู้มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไปสามารถจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้โดยไม่ต้องผ่านการประเมินตามระบบ Barthel Index เริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้เป็นต้น กระทรวงแรงงานคาดการณ์ว่า ความต้องการแรงงานผู้อนุบาลต่างชาติจะเพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 คน ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้อนุบาลต่างชาติที่มีอยู่แล้วในไต้หวันประมาณ 210,000 คน เลือกงานเบา ไม่เอางานหนัก ไม่ต้องการดูแลผู้ป่วยอาการหนัก อย่างผู้ป่วยที่พิการ ผู้ป่วยโรคหายาก หรือผู้ป่วยสมองเสื่อม ฯลฯ กลุ่มครอบครัวผู้ป่วยหนักออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดตั้งกลไกคุ้มครองสิทธิ และระบบจัดลำดับการจ้างผู้อนุบาลต่างชาติ เพื่อให้ทรัพยากรการดูแลได้รับการจัดสรรอย่างเป็นธรรม
1 ส.ค. เป็นต้นไป ผู้สูงอายุครบ 80 ปี จ้างผู้อนุบาลต่างชาติไม่ต้องแนบแบบประเมินจากโรงพยาบาล (ภาพจาก tw.nextapple.com)
สภานิติบัญญัติได้แก้ไขกฎหมายการจ้างงานมาตรา 46 โดยเพิ่มบทบัญญัติว่า หากผู้ว่าจ้างต้องการจ้างแรงงานต่างชาติเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีอายุระหว่าง 70-79 ปีที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 2 ขึ้นไป สามารถจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้โดยไม่ต้องแนบแบบประเมิน Barthel Index ของคณะแพทย์จากสถานพยาบาล
1 ส.ค. เป็นต้นไป ผู้สูงอายุครบ 80 ปี จ้างผู้อนุบาลต่างชาติไม่ต้องแนบแบบประเมินจากโรงพยาบาล (ภาพจาก ctee.com.tw)
เฉินจิ่งหนิง เลขาธิการสมาคม Taiwan association of family caregivers เปิดเผยว่า ปัจจุบันไต้หวันมีครอบครัวผู้ป่วยอาการหนักประมาณ 200,000 ครัวเรือนที่จ้างผู้อนุบาลต่างชาติ โดยส่วนใหญ่อยู่ใน 6 นครใหญ่ หลังจากระบบใหม่มีผลบังคับใช้ จะมีผู้สูงอายุที่ไม่ได้อยู่ในภาวะทุพพลภาพหรือภาวะสมองเสื่อม ที่มีคุณสมบัติในการจ้างผู้อนุบาลต่างชาติเพิ่มขึ้นอีก 530,000 คน คาดว่าจะมีผู้ยื่นจ้างจริงประมาณ 100,000 คน ซึ่งจะส่งผลให้ผู้อนุบาลต่างชาติหลีกเลี่ยงงานดูแลผู้ป่วยหนักหรือผู้พิการรุนแรง เพื่อหางานที่ดูแลผู้สูงอายุที่แข็งแรงหรือป่วยในอาการเบา และถือโอกาสโก่งค่าจ้าง ทำให้ผู้ว่าจ้างต้องเสนอค่าจ้างสูงขึ้นเพื่อรักษาคนงานไว้ ส่งผลให้สังคมไต้หวันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแย่งชิงผู้อนุบาล
1 ส.ค. เป็นต้นไป ผู้สูงอายุครบ 80 ปี จ้างผู้อนุบาลต่างชาติไม่ต้องแนบแบบประเมินจากโรงพยาบาล (ภาพจาก tw.nextapple.com)
หงอวี๋ไต้ รองประธานมูลนิธิโรคหายาก เปิดเผยผลสำรวจภายในล่าสุดขององค์กร พบว่าร้อยละ 40 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติดูแลผู้ป่วยในครอบครัวระบุว่า ผู้อนุบาลของตนได้ขอขึ้นเงินเดือนแล้ว ขณะที่ร้อยละ 23 มีแนวโน้มจะเปลี่ยนนายจ้างเมื่อครบสัญญา เพื่อไปทำงานดูแลผู้สูงอายุที่แข็งแรงหรือเป็นผู้ป่วยอาการเบา และร้อยละ 21 มีข่าวว่าบริษัทจัดหางานกำลังส่งเสริมให้ผู้สูงอายุที่สุขภาพแข็งแรงจ้างผู้อนุบาลต่างชาติ สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ บริษัทจัดหางานอาจฉวยโอกาสจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ เรียกเก็บค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวและค่าบริการเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นภาระทางเศรษฐกิจที่หนักอึ้งสำหรับครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่มีผู้ป่วยอาการหนัก
สส. พรรคก๊กมินตั๋งแสดงความดีใจหลังญัตติอนุญาตให้ผู้มีอายุครบ 80 ปีขึ้นไป จ้างแรงงานต่างชาติได้โดยไม่ต้องแนบแบบประเมินผ่านสภา (ภาพจาก CNA)
หลินเยวี่ยฉิน สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) เรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการบังคับใช้ระบบใหม่ดังกล่าว หรือหากยังยืนยันจะเดินหน้าต่อไป ก็ควรมีการจัดระบบการจ้างแรงงานต่างชาติแบบมีลำดับชั้น รวมถึงยกเลิกการใช้แบบประเมิน Barthel Index แล้วหันมาใช้ระบบประเมินความต้องการบริการดูแลระยะยาว (CMS) แทน เพื่อให้ครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงบริการดูแลที่เหมาะสมได้ง่ายยิ่งขึ้น
แม้จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ ไม่ต้องขอแบบประเมินสุขภาพสำหรับการขอว่าจ้างผู้อนุบาล แต่ส่งผลให้ผู้อนุบาลต่างชาติ เลือกนายจ้างที่จ่ายค่าจ้างสูงกว่า งานเบากว่า
ต่อเสียงเรียกร้องข้างต้น กระทรวงแรงงานจัดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา ประกาศ 6 มาตรการรองรับใหม่ หวังลดผลกระทบต่อกำลังผู้อนุบาล นายเฉินซื่อชาง รองอธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงานแถลงว่า ปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีและเข้าเกณฑ์ระบบใหม่ทั่วประเทศประมาณ 530,000 คน และมีผู้ที่มีอายุระหว่าง 70–79 ปีที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 2 ขึ้นไปอีกประมาณ 120,000 คน ขณะที่จำนวนครอบครัวที่มีผู้ป่วยระดับปานกลางถึงรุนแรงซึ่งจ้างผู้อนุบาลต่างชาติอยู่แล้ว มีประมาณ 197,000 ครัวเรือน เมื่อระบบใหม่เริ่มใช้จริง ย่อมจะเกิดปรากฏการณ์ในตลาด เช่น "ใครให้เงินเดือนสูงกว่า งานสบายกว่า ก็จะดึงดูดแรงงานได้มากกว่า" และในช่วงที่ผ่านมา ครอบครัวที่มีผู้ป่วยรุนแรงได้ร้องเรียนว่า ผู้อนุบาลต่างชาติของตนอยู่ดี ๆ ก็ขอขึ้นเงินเดือนเพิ่ม แม้จะเพิ่งปรับขึ้นไปเมื่อมีการต่อสัญญาแล้วก็ตาม หรือบางรายถึงขั้นแสดงความประสงค์ขอย้ายไปดูแลครอบครัวที่มีภาระน้อยกว่า นอกจากนี้ยังปรากฏบริษัทจัดหางานบางแห่งเริ่มลงโฆษณาว่า "อายุ 80 ปี ไม่ต้องประเมิน สามารถยื่นขอจ้างผู้ดูแลชาวต่างชาติได้ทันที" แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการแย่งตัวแรงงานที่เริ่มปรากฏชัด
กระทรวงแรงงานจัดแถลงข่าวเมื่อ 29 ก.ค. 68 ประกาศ 6 มาตรการรองรับ หวังลดผลกระทบต่อกำลังแรงงานดูแล (ภาพจาก tw.nextapple.com)
เพื่อลดผลกระทบต่อครอบครัวที่ต้องดูแลผู้ป่วยหนัก นายซูอวี้กั๋ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานข้างชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน ได้ชี้แจง 6 มาตรการรองรับดังนี้ :
1. แยกกลุ่มตามระดับความรุนแรง ให้กลุ่มผู้ป่วยหนักมีสิทธิก่อน ยื่นคำร้องจ้างผู้อนุบาลต่อศูนย์บริการดูแลระยะยาวในพื้นที่แบบยื่นเรื่องด้วยตนเอง โดยจะแนะนให้จ้างผู้อนุบาลไต้หวันเป็นลำดับแรก พร้อมลดขั้นตอนและระยะเวลาการว่าจ้างผู้อนุบาลภายในประเทศ จากเดิม 7 วัน เหลือเพียง 1 วัน
2.....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82779</guid>
      <pubDate>Fri, 08 Aug 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250808_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36002880" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1 ส.ค. เป็นต้นไป ผู้สูงอายุครบ 80 ปี จ้างผู้อนุบาลต่างชาติไม่ต้องผ่านการประเมิน เริ่มปรากฏผู้อนุบาลดูแลผู้ป่วยหนักขอขึ้นค่าจ้าง กระทรวงแรงงานงัด 6 มาตรการลดผลกระทบ]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/50edbb52-a173-4233-8c54-3d3839816605.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>32</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82203</link>
      <description><![CDATA[1. CNN แฉเรือประมงไต้หวันละเมิดสิทธิลูกเรือต่างชาติ กรมประมงไต้หวันยืนยันได้เข้าดูแลลูกเรือประมงที่รายงาน
อุตสาหกรรมประมงของไต้หวันพึ่งพาแรงงานต่างชาติมาโดยตลอด แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ รายงานของสำนักข่าว CNN ระบุว่า ลูกเรือประมงถูกทารุณและได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม บาดเจ็บและบางรายถึงขั้นเสียชีวิต ต่อกรณีดังกล่าว กรมประมงไต้หวันชี้แจงว่า ได้ให้ความห่วงใยต่อแรงงานผู้เสียหายทุกราย และย้ำว่ารัฐบาลเริ่มดำเนินแผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชนในอุตสาหกรรมประมงแล้ว พร้อมจะร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือลูกเรือประมงที่ประสบปัญหาอย่างต่อเนื่อง
CNN แฉเรือประมงไต้หวันละเมิดสิทธิลูกเรือต่างชาติ กรมประมงไต้หวันยืนยันได้เข้าดูแลลูกเรือประมงที่รายงาน
CNN รายงานว่า Silwanus Tangkotta แรงงานชาวอินโดนีเซียบนเรือประมงของไต้หวัน เมื่อปี 2567 ระหว่างปฏิบัติงานในทะเล นิ้วกลางและนิ้วนางถูกประตูเรือหนีบจนกระดูกแตก แต่ไต้ก๋งเรือประมงกลับปฏิเสธนำเรือกลับฝั่งเพื่อให้เขาไปรักษาตัว อ้างเหตุผลว่ายังจับปลาได้ไม่เพียงพอ ลูกเรืออินโดนีเซียรายนี้จึงต้องทนความเจ็บปวดนานกว่าหนึ่งเดือน ใช้เพียงเทปพันแผล และใช้ไม้จิ้มฟันเขี่ยเศษกระดูกที่โผล่ออกมาเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
CNN แฉเรือประมงไต้หวันละเมิดสิทธิลูกเรือต่างชาติ กรมประมงไต้หวันยืนยันได้เข้าดูแลลูกเรือประมงที่รายงาน (ภาพจาก PTS)
Silwanus ยังเล่าด้วยว่า เขาต้องทำงานในมหาสมุทรแปซิฟิกนานถึง 4 เดือน เนื่องจากขาดแคลนแรงงาน จึงต้องทำงานวันละ 18 ชั่วโมง พักผ่อนเพียงเล็กน้อย และยังเผชิญปัญหาขาดแคลนอาหาร บนเรือไม่มีอินเทอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากภายนอกได้ทันที
CNN แฉเรือประมงไต้หวันละเมิดสิทธิลูกเรือต่างชาติ กรมประมงไต้หวันยืนยันได้เข้าดูแลลูกเรือประมงที่รายงาน (ภาพจาก PTS)
ต่อกรณีนี้ กรมประมง กระทรวงเกษตรไต้หวันชี้แจงเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ไต้ก๋งเรือได้ทำแผลให้แรงงานอินโดนีเซียรายนี้ทันที และให้ยารักษาอาการอักเสบและบรรเทาปวด รวมถึงให้หยุดพักผ่อน และได้แจ้งเรื่องมายังกรมประมงแล้ว หลังจากแพทย์ประจำฝั่งประเมินเห็นว่า อาการไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต จึงให้เรือในเครือไปรับตัว Silwanus กลับเข้าฝั่งเพื่อทำการรักษา
ลูกเรือประมงอินโดนีเซียกลุ่มหนึ่ง ประท้วงนายจ้างค้างค่าจ้าง 15 เดือน (ภาพจาก LTN)
นายหลินติ่งหรง รองอธิบดีกรมประมงกล่าวว่า ในกรณีลูกเรือประมงได้รับอุบัติเหตุหรือเกิดเหตุอื่นใด กรมประมงยืนยันว่าจะตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบว่ามีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมต่อแรงงาน จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างแน่นอน ทั้งนี้ กรมประมงยืนยันว่า ได้แสดงความห่วงใยต่อผู้เสียหายรายนี้แล้ว ส่วนบริษัทประกันประเมินว่า อาการไม่เข้าข่ายทุพพลภาพ จึงไม่จ่ายค่าสินไหม ทั้งนี้ องค์กร NGO ที่ติดตามปัญหาลูกเรือประมงชี้ว่า อุตสาหกรรมประมงไกลฝั่งมีความเสี่ยงสูง กรณีแรงงานบาดเจ็บเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
ลูกเรือประมงเป็นตำแหน่งงานที่หนักและน่าเบื่อหน่าย เนื่องจากต้องเคว้งคว้างกลางทะเลหลายเดือน (ภาพจาก PTS)
หลี่ลี่หัว เลขาธิการสหภาพแรงงานประมงอี๋หลานกล่าวว่า ควรจัดตั้งช่องทางขอความช่วยเหลือหรือเยียวยาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพกว่านี้ รัฐควรสนับสนุน NGO ให้มีช่องทางดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือแรงงานต่อไป
CNN แฉเรือประมงไต้หวันละเมิดสิทธิลูกเรือต่างชาติ กรมประมงไต้หวันยืนยันได้เข้าดูแลลูกเรือประมงที่รายงาน (ภาพจาก chinatimes.com)
ด้านกลุ่มองค์กร NGO มองว่า นายจ้างมักคำนึงถึงต้นทุนมากกว่าสิทธิแรงงาน แต่สมาคมอุตสาหกรรมประมงไต้หวันออกแถลงการณ์คัดค้านรายงานที่เหมารวมให้เห็นว่า เป็นการกดขี่แรงงานอย่างเป็นระบบ เพราะสร้างภาพลบต่ออุตสาหกรรม พร้อมยืนยันจะใช้กรณีนี้เป็นบทเรียนในการปรับปรุง และยกระดับความเป็นธรรมแก่ลูกเรือประมงต่อไป
ลูกเรือที่ทำงานบนเรือประมงของไต้หวันมีจำนวน 9,115 คน ในจำนวนนี้ มาจากอินโดนีเซียครองมากที่สุด ครองสัดส่วน 81% หรือ 7,382 คน
ข้อมูลล่าสุดของกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2568 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวัน 837,846 คน ทำงานในตำแหน่งลูกเรือประมง 9,115 คน ลูกเรืออินโดนีเซียครองสัดส่วน 81% หรือ 7,382 คน ตามด้วยลูกเรือประมงจาก ฟิลิปปินส์ 939 คน เวียดนาม 785 คน แรงงานไทยที่ทำงานในตำแหน่งลูกเรือประมงก็มี 9 คน แต่ไม่ได้ออกทะเล ทำงานอยู่บนฝั่ง
2. คดีถึงที่สุด! ศาลฎีกาไต้หวันตัดสินจำคุกชายไต้หวันเมาขับชนคนงานไทยตายแล้วหนี 8 ปี 6 เดือน หลังยอมจ่ายค่าชดใช้ทายาท 3 ล้านเหรียญ
คดีที่นายสงเค่อเหิง ชายชาวไต้หวันอายุ 64 ปี เมาแล้วขับรถชนนายพงษ์พิทักษ์ อายุ 33 ปี แรงงานไทยจากจังหวัดขอนแก่นกระเด็นเป็นเหตุให้เสียชีวิต ขณะยืนคุยกับเพื่อนริมถนนหลังเลิกงานเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2566 เวลา 21.50 น. หลังเกิดเหตุไม่จอดรถช่วยเหลือผู้ถูกชนแต่หลบหนีกลับบ้าน ตำรวจใช้เวลา 2 ชั่วโมงตามสืบพบและจับกุมตัวได้ที่บ้าน เมื่อวัดระดับแอลกอฮอล์หลังเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมงแล้วสูงถึง 0.48 มิลลิกรัมต่อลิตร แม้ว่านายสงจะประนีประนอมกับทายาทผู้ตายและชดใช้ค่าเสียหายไปแล้ว 3 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ในคำให้การช่วงแรก เขาปฏิเสธโดยอ้างว่าไม่รู้ว่าขับรถชนคน จนในที่สุดจึงยอมรับสารภาพ ศาลชั้นต้นเถาหยวนใช้ระบบลูกขุนร่วมกับผู้พิพากษาตัดสินจำคุก 8 ปี 6 เดือน นายสงยื่นอุทธรณ์อ้างว่า ตนเข้าข่ายมอบตัว และขอความเมตตาจากศาลเพื่อขอให้ลดโทษ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับฟัง เห็นควรยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ล่าสุดศาลฎีกาตัดสินคดีถึงที่สุด ยืนตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้น เป็นอันว่าต้องติดคุก 8 ปี 6 เดือนแน่นอนแล้ว
ภาพประกอบเป็นสถานที่เกิดเหตุ ข้างโรงงานสายไฟและเคเบิลที่เขตซินอู นครเถาหยวน (ภาพจากสถานีตำรวจซินอู)....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82203</guid>
      <pubDate>Fri, 01 Aug 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250801_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36009600" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. CNN แฉเรือประมงไต้หวันละเมิดสิทธิลูกเรือต่างชาติ กรมประมงไต้หวันยืนยันได้เข้าดูแลลูกเรือประมงที่รายงาน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/afbccef0-0f03-47ab-b503-f1a1f6a2bd4c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>31</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81600</link>
      <description><![CDATA[1. ศาลตัดสินจำคุกนายจ้างใจโหดพร้อมภรรยา 10 เดือนและ 8 เดือน คดีนำแรงงานไทยผิดกฎหมายป่วยหนักไปทิ้งข้างทางจนเสียชีวิต หลังชดใช้ทายาท 1 แสน
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ที่ฟาร์มปศุสัตว์ในเมืองซินจู๋ นายเว่ย อายุ 48 ปี ชายชาวไต้หวันเจ้าของฟาร์มพบว่า นายพัฒนา (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี แรงงานไทยผิดกฎหมายที่ตนว่าจ้าง ซึ่งป่วยเป็นโรคตับแข็งเป็นลมหมดสติในที่ทำงาน ด้วยความกลัวจะถูกจับเนื่องจากการจ้างแรงงานต่างชาติทำงานอย่างผิดกฎหมาย แทนที่จะรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล แต่จ้างแท็กซี่ขนแรงงานไทยที่ป่วยหนักรายนี้ไปทิ้งข้างถนนในชนบท โดยสั่งนายวิษณุ (นามสมมุติ) แรงงานไทยผิดกฎหมายอีกรายช่วยกันขน จากนั้นให้โชเฟอร์แสร้งทำเป็นพลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งความว่า พบคนหมดสติอยู่ข้างทาง ตำรวจรุดไปที่เกิดเหตุนำคนป่วยส่งรักษาที่โรงพยาบาล เนื่องจากส่งรักษาช้า เป็นเหตุให้แรงงานไทยรายนี้เสียชีวิตใน 2 วันต่อมา ตำรวจสงสัยมีความไม่ชอบมาพากล จึงมีการตรวจสอบ พบนายเว่ยนั่นแหละเป็นนายจ้างและนำผู้ป่วยไปทิ้งในที่เปลี่ยว แม้นายเว่ยจะปฏิเสธเสียงแข็ง หลังจากที่อัยการและตำรวจทำการสืบสวนหลักฐานต่าง ๆ อย่างละเอียดแล้ว เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ สั่งฟ้องนายเว่ยพร้อมภรรยาที่รู้เห็นเหตุการณ์ โชเฟอร์แท็กซี่และนายวิษณุ ข้อหาละทิ้งผู้ป่วยโดยผิดกฎหมาย ขอให้ศาลสั่งจำคุกคนละ 1 ปี
อาคารที่ทำการของศาลท้องถิ่นเถาหยวน (ภาพจาก tyd.judicial.gov.tw)
หลังจากศาลพิจารณาคดี เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตัดสินจำคุกนายเว่ย 10 เดือน ภรรยานายเว่ย 8 เดือน ข้อหาละทิ้งผู้ป่วยโดยผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากหลังเกิดเหตุจำเลยทั้งสองเป็นฝ่ายติดต่อและได้ชดใช้เงินจำนวน 100,000 เหรียญไต้หวันให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ศาลอนุญาตให้จำเลยรอลงอาญา 2 ปี ส่วนนายวิษณุ แรงงานไทยผิดกฎหมายที่ช่วยขนย้าย จำคุก 8 เดือน พ้นโทษแล้วให้ส่งกลับประเทศ สำหรับคนขับแท็กซี่ แม้มีส่วนขนย้ายตามคำสั่งของนายเว่ยไปยังจุดเกิดเหตุ แต่เนื่องจากเป็นผู้แจ้งเหตุผ่านสายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉิน 119 และอยู่รอจนรถพยาบาลมาถึง อีกทั้งช่วยประสานกับเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา ศาลเห็นว่าไม่มีเจตนาละทิ้ง จึงยกฟ้องไม่ลงโทษ
จุดที่ขนแรงงานไทยป่วยหนักไปทิ้งข้างทาง อยู่ห่างไกลจากชุมชนและไม่ค่อยมีคนผ่านไปมา (ภาพจากสำนักงานอัยการเถาหยวน)
ในคำพิพากษาระบุว่า ผลการสอบสวนหลังตำรวจได้รับแจ้งเหตุรุดไปที่เกิดเหตุบริเวณถนนในชนบทที่ตำบลชิงผู่ เมืองซินจู๋ เขตแดนติดต่อกับเขตต้าหยวน นครเถาหยวน เมื่อไปถึง พบแรงงานไทยคนดังกล่าวนอนหมดสติและมีน้ำลายฟูมปาก จึงรีบนำตัวส่งรักษาฉุกเฉินที่โรงพยาบาลฉางเกิง สาขาหลินโข่ว เนื่องจากอาการหนักและส่งรักษาช้า หลังจากแพทย์พยายามกู้ชีวิตอยู่ 2 วัน แรงงานไทยรายนี้ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล เนื่องจากผู้เสียชีวิตหมดสติในพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรไปมา ตำรวจสงสัยผู้เสียชีวิตไปนอนหมดสติข้างถนนในที่เปลี่ยวได้อย่างไร ได้แจ้งอัยการชันสูตรศพ อัยการพร้อมด้วยนิติเวชทำการผ่าศพพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต พบผู้ตายได้รับบาดเจ็บบริเวณด้านหลังศีรษะ ทำให้มีภาวะเลือดออกในสมองและสมองบวม รวมถึงมีเลือดออกที่ก้านสมอง ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและเสียชีวิตจากอาการสมองบวมและปอดอักเสบ นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ตายป่วยเป็นโรคตับแข็ง ซึ่งทำให้อาการทรุดหนักและเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิต ผลการผ่าพิสูจน์ศพพบว่า ผู้ตายเคยทำงานที่ฟาร์มปศุสัตว์ใกล้บริเวณที่พบร่าง และนายวิษณุ แรงงานไทยผิดกฎหมายอีกรายที่เป็นเพื่อนร่วมงานของผู้ตายหายตัวไปหลังเกิดเหตุ อัยการจึงสั่งการให้ตำรวจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุญาตใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในการสืบสวน จนสามารถติดตามตัวนายวิษณุที่หลบหนีและควบคุมตัวมาสอบปากคำ
จุดที่ขนแรงงานไทยป่วยหนักไปทิ้งข้างทาง อยู่ห่างไกลจากชุมชนและไม่ค่อยมีคนผ่านไปมา (ภาพจากสำนักงานอัยการเถาหยวน)
จากการสอบปากคำ นายวิษณุให้การว่า นายพัฒนา แรงงานชาติเดียวกันป่วยเป็นโรคตับแข็งเป็นลมหมดสติในที่ทำงาน จึงแจ้งนายจ้าง แต่นายจ้างและภรรยาไม่ได้เรียกรถพยาบาลส่งผู้ป่วยไปรักษา กลับเปลี่ยนเสื้อผู้ป่วย เพื่อไม่ให้คนดูออกว่าเป็นลูกจ้างที่ทำงานในฟาร์มของตน จากนั้นจ้างแท็กซี่ที่รู้จักขนแรงงานไทยที่ป่วยหนักรายนี้ไปทิ้งข้างถนนในชนบท โดยสั่งให้ตนช่วยกันขน หลังจากขนผู้ป่วยไปทิ้งข้างถนนและให้โชเฟอร์โทรศัพท์แจ้งความในเวลา 40 นาทีต่อมาแล้ว นายเว่ยกลับไปที่ฟาร์มเผาทำลายเสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ และหลักฐานอื่น ๆ ของแรงงานไทย เพื่อปิดบังการกระทำผิดของตน อัยการระบุในสำนวนฟ้องว่า การกระทำของนายเว่ย ที่ตัดสินใจไม่ช่วยเหลือส่งผู้ป่วยอาการหนักไปรักษาที่โรงพยาบาล เพียงเพราะกลัวความผิดจากการจ้างแรงงานผิดกฎหมาย กลับนำไปทิ้งข้างถนนในพื้นที่ห่างไกล โดยแสร้งทำเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์ โทรแจ้งตำรวจ นอกจากนี้ เมื่อตำรวจและอัยการเริ่มสงสัยและสืบสวนคดี ผู้ต้องหากลับไม่ยอมให้การที่เป็นประโยชน์ และยังเผาทำลายข้าวของของผู้เสียชีวิตเพื่อทำลายหลักฐาน พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการบิดเบือนค่านิยมและความไม่เห็นคุณค่าต่อชีวิตผู้อื่น อีกทั้งยังพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อเจ้าหน้าที่ พูดแก้ตัวและหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ จึงขอให้ศาลพิจารณาโทษจำคุกผู้ต้องหาทั้ง 4 คนละ 1 ปี
นายเว่ย (วงกลมสีแดง) เจ้าของฟาร์มใจดำขนแรงงานไทยที่ป่วยหนักไปทิ้งข้างถนนเป็นเหตุส่งรักษาช้าจนเสียชีวิต (ภาพจาก CTS)
2. ตำรวจเถาหยวนทลายผับจัดปาร์ตี้ยาผิดซ้ำซาก! คนคุมเป็นชาวเวียดนาม เครื่องดื่มผสมยาเสพติดมอมเมาเพื่อนร่วมชาติ ขึ้นป้ายห้ามคนไต้หวันเข้า
เนื่องจากมีนิคมอุตสาหกรรมมากมาย นครเถาหยวนจึงมีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่มากที่สุดในไต้หวัน กล่าวคือมีจำนวนถึง 129,000 คน ครองสัดส่วน 15% ของยอดจำนวนแรงงานต่างชาติ 837,000 คน ปัญหาแรงงานต่างชาติหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยาเสพติดจึงรุนแรงกว่าพื้นที่อื่น ผับ บาร์และสถานบันเทิงที่ให้บริการแรงงานต่างชาติจึงพบเห็นได้โดยทั่วไป....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81600</guid>
      <pubDate>Fri, 25 Jul 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250725_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36031680" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ศาลตัดสินจำคุกนายจ้างใจโหดพร้อมภรรยา 10 เดือนและ 8 เดือน คดีนำแรงงานไทยผิดกฎหมายป่วยหนักไปทิ้งข้างทางจนเสียชีวิต หลังชดใช้ทายาท 1 แสน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/db46d2aa-923e-430a-b325-6cdf41cd9e91.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>30</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81033</link>
      <description><![CDATA[1. ไต้หวันอนุมัติแผนดึงดูดนักธุรกิจไต้หวันกลับมาลงทุนที่บ้านเกิดฉบับใหม่! จ่ายค่าจ้างแรงงานไต้หวัน 38,000 ขึ้นไป ให้สิทธิ์นำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มถึง 45%
เพื่อดึงดูดนักธุรกิจไต้หวันกลับมาลงทุนที่บ้านเกิด กระทรวงเศรษฐกิจได้ผลักดัน "แผนต้อนรับนักธุรกิจไต้หวันกลับมาลงทุนที่บ้านเกิด" ตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว และเมื่อวัน 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาบริหารได้อนุมัติการขยายเวลาของแผนดึงดูดนักธุรกิจไต้หวันกลับมาลงทุนที่บ้านเกิดออกไปจนถึงปี 2570 พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์ โดยเฉพาะในส่วนของการนำเข้าแรงงานต่างชาติ หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างพนักงานชาวไต้หวันถึง 36,300 เหรียญไต้หวัน จะสามารถเพิ่มสัดส่วนนำเข้าแรงงานต่างชาติได้อีก 10% จากโควตาเดิมที่ได้รับอยู่แล้วตามการจัดสรรโควตาในอุตสาหกรรมที่ต้องทำงานหนัก สกปรกและอันตราย หรือที่เรียกว่ากิจการ 3K ซึ่งจัดสรรโควตาออกเป็น 5 ระดับ ตามประเภทกิจการ และระบบซื้อโควตาเพิ่มหรือที่เรียกว่าระบบ Extra หากผู้ประกอบการจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างชาวไต้หวันถึง 38,200 เหรียญไต้หวัน จะให้สิทธิ์นำเข้าแรงงานต่างชาติจากเดิมสูงสุด 40% เป็น 45% ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับค่าจ้างแรงงานท้องถิ่น ยังเป็นการทำลายเพดานโควตาการนำเข้าแรงงานต่างชาติเดิมที่ 40% กระทรวงแรงงานประเมินว่า มาตรการนี้ จะสามารถเพิ่มโควตาแรงงานต่างชาติได้อีก 2,800 คน อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานย้ำว่า มาตรการนี้ใช้เฉพาะกับ แผนการลงทุนของนักธุรกิจไต้หวันที่กลับมาลงทุนที่บ้านเกิดเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าจะมีการผ่อนคลายนโยบายแรงงานต่างชาติโดยรวม
ที่ประชุมสภาบริหารได้อนุมัติการขยายเวลาของแผนดึงดูดนักธุรกิจไต้หวันกลับมาลงทุนที่บ้าน จ่ายค่าจ้างแรงงานไต้หวัน 38,000 ขึ้นไป ให้สิทธิ์นำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มถึง 45% (ภาพจากสภาบริหาร)
ตามมาตรการเดิมกำหนดว่า หากผู้ประกอบการจ้างพนักงานในประเทศโดยจ่ายค่าจ้าง 30,300 เหรียญไต้หวันขึ้นไป จะได้รับสิทธิ์ในการนำเข้าแรงงานต่างชาติล่วงหน้าและได้รับการยกเว้นตรวจสอบเป็นเวลา 1 ปี และสามารถเพิ่มสัดส่วนโควตาอีก 10% ตามระบบซื้อโควตาเพิ่มหรือระบบ EXTRA ส่วนแผนการลงทุนฉบับใหม่ระบุว่า หากจ่ายค่าจ้างแรงงานท้องถิ่นใหม่ถึง 36,300 เหรียญไต้หวัน จะมีสิทธิ์เพิ่มสัดส่วนโควตาการนำเข้าแรงงานต่างชาติได้อีก 10% และหากจ่ายค่าจ้างแรงงานไต้หวัน 38,200 เหรียญไต้หวันขึ้นไป มีสิทธิ์นำเข้าแรงงานต่างชาติโดยการทำลายเพดานสูงสุดที่ 40% เป็น 45%
นักธุรกิจไต้หวันกลับมาลงทุนที่บ้าน หากจ่ายค่าจ้างแรงงานไต้หวัน 38,000 ขึ้นไป ให้โควตานำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มถึง 45%
กระทรวงแรงงานจัดสรรโควตาการนำเข้าแรงงานต่างชาติแก่สถานประกอบการในไต้หวัน โดยแบ่งประเภทอุตสาหกรรม นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติสอดคล้องกับที่รัฐบาลกำหนด กล่าวคือจะต้องเป็นกิจการที่เป็นงานหนัก สกปรกและมีอันตราย หรือที่เรียกกันว่ากิจการ 3K แล้ว โดยแบ่งโควตาออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ร้อยละ10, 15,20,25และร้อยละ 35 ของยอดจำนวนแรงงานท้องถิ่นที่ว่าจ้าง ตามแต่ประเภทกิจการ หากเป็นกิจการที่เป็นงานหนัก สกปรกและอันตรายมากกว่า จะได้รับโควตานำเข้าแรงงานต่างชาติมากขึ้นตามลำดับ แต่สัดส่วนการนำเข้าแรงงานต่างชาติดังกล่าว ไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ประกอบการ รัฐบาลจึงหาวิธีการที่จะดึงดูดให้ผู้ประกอบการเพิ่มการลงทุนมากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน แต่ขณะเดียวกันก็สามารถป้องกันการว่าจ้างแรงงานต่างชาติเพียงเพื่อประหยัดต้นทุนด้านแรงงานเท่านั้น กระทรวงแรงงานไต้หวัน จึงประกาศมาตรการให้นายจ้างที่มีคุณสมบัติ สามารถจ่ายเงินซื้อโควตาแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นต่างหาก 5% 10% และ 15% จากโควตาเดิมที่ได้รับอยู่แล้ว โดยนายจ้างต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่น ซึ่งโควตาปกติ แต่ละเดือนต้องจ่ายคนละ 2,000 เหรียญต่อการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 คนอยู่แล้ว หากต้องการซื้อโควตาเพิ่ม 5% ต้องจ่ายเพิ่ม 3,000 เหรียญต่อคนต่อเดือน 10% จ่ายเพิ่ม 5000 เหรียญต่อคนต่อเดือน หากต้องการโควตาเพิ่มขึ้น 15% ก็ต้องจ่ายเพิ่ม 7,000 เหรียญไต้หวันต่อคนต่อเดือน หรือเท่ากับต้องจากเงินเข้ากองทุนฯ คนละ 9,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ตามแผนการดึงดูดการลงทุนฉบับใหม่ หากสอดคล้องกับเงื่อนไขกำหนด นายจ้างจะได้รับสิทธิ์นำเข้าแรงงานต่างชาติในโควตาสูงขึ้น ขณะเดียวกันนายจ้างที่ได้รับโควตาเพิ่มจาก 30% เป็น 40% หรือจาก 40% เป็น 45% นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนความมั่นคงในการทำงานสูงถึงเดือนละ 11,000 เหรียญไต้หวันต่อการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 1 คน
แรงงานฟิลิปปินส์ในโรงงานผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
นายซูอวี้กั๋ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่า ปัจจุบันมีโรงงานในภาคการผลิตที่ยื่นขอใช้แรงงานต่างชาติประมาณ 45,000 แห่ง มีผู้ยื่นขอเข้าร่วมแผนส่งเสริมนักธุรกิจไต้หวันกลับมาลงทุนที่บ้านเกิดทั้งหมด 335 ราย กระทรวงแรงงานได้ช่วยเหลือในการรับสมัครพนักงานชาวไต้หวันเพิ่มขึ้น 4,900 คน และอนุมัตินำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มในโควตาพิเศษ 5,700 คน
นายซูอวี้กั๋ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติ กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน (ภาพจาก CNA)
2. กระทรวงแรงงานเล็งผ่อนปรนโควตาการจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ คาดจำนวนจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว ณ 31 พ.ค. อนุมัติแล้ว 48,160 คน เป็นแรงงานไทย 3,564 คน
เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องจากผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม มีรายงานว่ากระทรวงแรงงานไต้หวันกำลังพิจารณาผ่อนปรนเพดานโควตาแรงงานกึ่งฝีมือให้สูงขึ้น จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 25% ของโควตาแรงงานต่างชาติทั้งหมด แต่ยังคงข้อกำหนดให้แรงงานต่างชาติทั่วไป แรงงานกึ่งฝีมือและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติรวมกันต้องไม่เกิน 50% ของพนักงานท้องถิ่นในสถานประกอบการ ซึ่งมาตรการนี้....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81033</guid>
      <pubDate>Fri, 18 Jul 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250718_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36026880" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ไต้หวันอนุมัติแผนดึงดูดนักธุรกิจไต้หวันกลับมาลงทุนที่บ้านเกิดฉบับใหม่! จ่ายค่าจ้างแรงงานไต้หวัน 38,000 ขึ้นไป ให้สิทธิ์นำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มถึง 45%]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/658adb8f-1344-4ea8-a6fc-d1f2c4d2c67d.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>29</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80486</link>
      <description><![CDATA[1. ส.ส. ไต้หวันชี้ ระบบการจ้างแรงงานกึ่งฝีมือปัญหาเยอะ เรียกร้องยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาทำงานในไต้หวันและทำให้ระบบโปร่งใส
ก่อนหน้านี้ มีกลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติ ซึ่งกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 กำหนดว่า แรงงานต่างชาติทำงานในไต้หวันได้รวมสะสมแล้วห้ามเกิน 12 ปีสำหรับแรงงานภาคการผลิต และ 14 ปี สำหรับแรงงานภาคสวัสดิการสังคม นอกจากนี้ ยังเรียกร้องปรับปรุงระบบแรงงานกึ่งฝีมือให้สามารถอยู่ทำงานระยะยาวได้อย่างแท้จริง สมาชิกสภานิติบัญญัติ ได้นำข้อเรียกร้องดังกล่าวตั้งกระทู้มาถามในที่ประชุมสภาฯ พร้อมระบุว่า หากรัฐบาลต้องการสร้างระบบบำนาญอย่างยั่งยืน ก็ควรเห็นความสำคัญของแรงงานต่างชาติที่มีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจของไต้หวันด้วย ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ขณะนี้กำลังวางแผนเพิ่มจุดบริการการจ้างตรง และผสานเข้ากับศูนย์จัดหางานรัฐ เพื่อเสริมบทบาทและความรับผิดชอบของภาครัฐในกระบวนการจ้างงานแรงงานต่างชาติมากขึ้น
กลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติ (ภาพจาก FB : SBIPT)
เฉินเจาจือ (陳昭姿) สมาชิกสภานิติบัญญัติสังกัดพรรค TPP ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน กล่าวในที่ประชุมคณะกรรมาธิการแรงงาน สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของสภานิติบัญญัติ เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า กลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนแรงงานต่างชาติ อย่าง สหภาพแรงงานผู้ดูแลคนสูงอายุแห่งไต้หวัน (SBIPT) ได้รวมตัวกันที่หน้ากระทรวงแรงงาน ยื่นข้อเรียกร้องว่า กฎหมายการจ้างงานที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2535 ยังคงมีข้อกำหนดที่ไม่เป็นธรรม เช่น การจำกัดระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติรวมสะสมแล้วไม่เกิน 12 ปี แม้ว่าผู้อนุบาลจะสามารถขยายได้ถึง 14 ปีหากเข้าเงื่อนไข แต่ก็ยังคงมีข้อจำกัดอยู่ดี
เฉินเจาจือ (陳昭姿) สมาชิกสภานิติบัญญัติสังกัดพรรค TPP (Cr: udn.com)
แม้กระทรวงแรงงานจะเปิดตัวโครงการแรงงานกึ่งฝีมือ เพื่อให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานดีมีทักษะ สามารถอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ แต่เนื่องจากการจัดสรรโควตาและการพิจารณาอยู่ในมือของนายจ้าง รวมถึงมีเงื่อนไขที่เปิดช่องให้บริษัทจัดหางานแสวงหาผลประโยชน์ได้ ทำให้แรงงานต่างชาติที่ต้องการอยู่ต่อในไต้หวันต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้น เช่น บางคนต้องยอมเซ็นสัญญาจ้างงานที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ยอมรับค่าจ้างต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด มีจำนวนมากที่นายจ้างต้องการจะยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ต้องลาออกเดินทางกลับบ้านอย่างน้อย 3 เดือน จากนั้นค่อยเสียค่าหัวคิวรอบใหม่ เพื่อกลับเข้ามาทำงานต่อในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือ หรือในกรณีของผู้อนุบาลที่เข้าถึงข้อมูลได้น้อย ก็ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่อ้างจัดการเอกสารการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ โดยหลอกให้เสียเงินหลายหมื่น เพื่อขอใบรับรองที่ความจริงแล้ว สามารถขอได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย
กลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติ (ภาพจาก FB : SBIPT)
นอกจากนี้ นายจ้างจำนวนไม่น้อยที่ประสงค์จะจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ แต่บริษัทจัดหางานไม่ให้ความร่วมมืออย่างกระตือรือร้น เนื่องจากกฎหมายไม่อนุญาตให้บริษัทจัดหางานเก็บค่าบริการรายเดือนได้ อนุญาตให้เก็บค่าบริการเป็นรายปีได้เพียงปีละ 2,000 เหรียญ ดังนั้น แรงงานต่างชาติจำนวนหนึ่งที่ทำงานครบสัญญา ต้องเดินทางกลับประเทศ เพราะบริษัทจัดหางานในไต้หวันไม่ให้ความร่วมมือในการทำเรื่อง เนื่องจากไม่ได้ผลประโยชน์จากการเก็บค่าบริการรายเดือน และระบบการจ้างงานในปัจจุบัน ยังมีขั้นตอนทางธุรการที่ซับซ้อนและไม่เปิดโอกาสให้แรงงานมีส่วนร่วม ทำให้แรงงานกลายเป็นผู้เสียประโยชน์
กลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติ (ภาพจาก FB : SBIPT)
ส.ส. ผู้นี้เสนอข้อเรียกร้องแทนแรงงาน 3 ข้อ ได้แก่ :
1) ยกเลิกการจำกัดระยะเวลาการทำงาน 12 ปีของแรงงานต่างชาติ
2) ปรับปรุงระบบการจ้างแรงงานกึ่งฝีมือให้โปร่งใสและเป็นธรรมยิ่งขึ้น
3) ยกเลิกระบบการจัดส่งแรงงานต่างชาติผ่านบริษัทจัดหางาน เปลี่ยนเป็นระบบการจัดส่งโดยรัฐหรือจ้างตรง พร้อมระบุว่า ปัจจุบันภาระในการดูแลผู้ป่วยหรือคนสูงอายุของหลายครอบครัวเพิ่มขึ้น แต่ระบบยังไม่สามารถให้การสนับสนุนเพียงพอ ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานกับนายจ้างตึงเครียด หากรัฐบาลต้องการเห็นระบบเกษียณอายุที่ยั่งยืนและครอบคลุม ก็ควรให้ความสำคัญกับแรงงานต่างชาติที่มีบทบาทในระบบเศรษฐกิจและสังคมของไต้หวันด้วย
กลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติ (ภาพจาก Rti)
ด้านนายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ระบบที่เกี่ยวข้องยังต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยกระทรวงแรงงานจะดำเนินการปรับปรุงในหลายด้าน เช่น ให้การคุ้มครองสิทธิของแรงงานต่างชาติและแรงงานกึ่งฝีมืออย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เสริมสร้างบทบาทของรัฐบาลในกระบวนการจ้างงานแรงงานต่างชาติ เพื่อให้แรงงานและนายจ้างไม่จำเป็นต้องผ่านการจัดส่งของบริษัทจัดหางานเสมอไป ต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มแรงงาน กระทรวงแรงงานชี้ว่า ตั้งแต่ปี 2565 ได้ผลักดันโครงการกึ่งฝีมือ เพื่อส่งเสริมแรงงานต่างชาติที่ทำงานดีและมีทักษะสามารถอยู่ทำงานระยะยาว ณ สิ้นเดือนเมษายนปีนี้ มีแรงงานต่างชาติได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้วกว่า 46,000 คน กระทรวงแรงงานจะมีการทบทวนอย่างต่อเนื่อง และค่อย ๆ เสริมสร้างบทบาทของรัฐบาลและปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นมิตรและยั่งยืนมากขึ้น และหากนายจ้างฝ่าฝืนสัญญาหรือจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าในสัญญา....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80486</guid>
      <pubDate>Fri, 11 Jul 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250711_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36028800" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ส.ส. ไต้หวันชี้ ระบบการจ้างแรงงานกึ่งฝีมือปัญหาเยอะ เรียกร้องยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาทำงานในไต้หวันและทำให้ระบบโปร่งใส]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/c4f8368a-4c90-45ee-8d10-66fcd3508621.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>28</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79888</link>
      <description><![CDATA[1. สภาตรวจสอบจี้ทบทวนให้แรงงานต่างชาติกว่า 500,000 คน มีสิทธิ์รับเงินบำนาญเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น กระทรวงแรงงานรับพิจารณา
ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ผู้ใช้แรงงานที่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายฉบับนี้ นอกจากได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันภัยแรงงานแล้ว ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญที่นายจ้างเป็นผู้จ่ายเงินสมทบตามสัดส่วนกำหนดเข้ากองทุนประกันภัยแรงงานด้วย แต่สำหรับแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและก่อสร้าง ยกเว้นแรงงานกึ่งฝีมือและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ เมื่ออายุถึงเกณฑ์ มีสิทธิ์รับเงินบำเหน็จชราภาพอย่างเดียว ไม่สามารถรับเงินบำนาญได้ ประเด็นนี้กลายเป็นที่มาของการตรวจสอบ
แรงงานไทยในโรงงานทำล้อแม็กแห่งหนึ่งทางภาคเหนือของไต้หวัน
กฎหมายบำเหน็จบำนาญแรงงานระบบใหม่ มีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2548 ระบบใหม่มีข้อแตกต่างจากระบบเก่าคือ สามารถสะสมและนำติดตัวไปได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนงานหรือนายจ้างเลิกกิจการก็ไม่มีผลกระทบ แต่รายงานการตรวจสอบเรื่องเงินบำนาญของแรงงานต่างของสมาชิกสภาตรวจสอบพบว่า แรงงานต่างชาติทั่วไปที่ทำงานในโรงงานและไซต์งานก่อสร้างในไต้หวันมากกว่า 500,000 คน แม้จะทำงานในไต้หวันมานานหลายปี แต่ไม่มีสิทธิ์รับเงินบำนาญทั้งระบบเก่าและระบบใหม่ ซึ่งไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงขอให้กระทรวงแรงงานทบทวนนโยบายใหม่ ทางกระทรวงแรงงานตอบรับว่า ระบบใหม่ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ใช้แรงงานสัญชาติไต้หวันเท่านั้น แรงงานกึ่งฝีมือและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ มีสิทธิ์รับเช่นกัน หากได้รับถิ่นที่อยู่ถาวร เฉพาะในส่วนของแรงงานต่างชาติทั่วไปที่มีปัญหา อย่างไรก็ตามรับจะพิจารณาระบบเงินบำนาญของแรงงานต่างชาติต่อไป แต่ทางด้านองค์กรตัวแทนของกลุ่มนายจ้าง ได้แก่สมาคมนายจ้างผู้ดูแลคนพิการในไต้หวัน ได้แสดงความกังวลว่า สมาชิกสภาตรวจสอบให้ความสำคัญกับแรงงานต่างชาติมากเกินไปหรือเปล่า?
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา หวังเหม่ยอวี้ และ หวังโย่วหลิง 2 สมาชิกสภาตรวจสอบจัดแถลงข่าวระบุว่า กฎหมายบำเหน็จบำนาญแรงงานระบบใหม่ ยังไม่ครอบคลุมถึงแรงงานต่างชาติ แรงงานกึ่งฝีมือและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติที่ยังไม่ได้หรือไม่สามารถขอถิ่นที่อยู่ถาวรหรือยังไม่ได้รับบัตร APRC ส่งผลให้แรงงานชาวต่างชาติกลุ่มนี้ไม่สามารถเข้าถึงระบบสะสมเงินบำนาญได้ โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติภาคการผลิตที่ทำงานในโรงงานหรือไซต์งานก่อสร้างกว่า 500,000 คนที่ถูกตัดสิทธิ์ใช้ระบบบำนาญแบบเก่า ส่วนแรงงานกึ่งฝีมือทั้งหมดและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติบางส่วน แม้จะมีสิทธิ์เข้าถึงเงินบำนาญระบบเก่า แต่หากมีการเปลี่ยนนายจ้างหรือยกเลิกสัญญา ไม่ได้ทำงานกับนายจ้างรายเดิมจนเกษียณ ก็แทบไม่มีโอกาสจะได้รับเงินบำนาญระบบเก่าตามกฎเกณฑ์ นโยบายนี้ ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าแรงงานต่างชาติจะไม่อยู่ทำงานในไต้หวันจนเกษียณอายุ ไม่สะท้อนความเป็นจริงของแรงงานต่างชาติที่ทำงานระยะยาวในไต้หวัน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านแรงงาน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน
สมาชิกสภาตรวจสอบ ยังเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานทบทวนคำสั่งกระทรวงฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2549 ยกเว้นให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินสำรองเข้ากองทุนบำเหน็จ/บำนาญแรงงาน เพื่อใช้เป็นเงินบำนาญของแรงงานต่างชาติ โดยกล่าวว่า คำสั่งฉบับนี้ อาจเกินขอบเขตอำนาจและขัดต่อหลักความชัดเจนของกฎหมาย พร้อมเสนอให้พิจารณาจัดให้กองทุนบำนาญแรงงานระบบใหม่ให้ครอบคลุมแรงงานต่างชาติ แรงงานกึ่งฝีมือและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ รวมถึงผู้อนุบาลหรือผู้ใช้แรงงานในครัวเรือ แม้ยังไม่ได้ถิ่นที่อยู่ถาวร โดยเสนอให้หารือร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติ เพื่อประเมินอย่างรอบด้าน ภายใต้แนวนโยบายการพัฒนาประเทศโดยรวมในทุกมิติ
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
รายงานตรวจสอบยังระบุว่า คำสั่งกระทรวงแรงงานดังกล่าว ถูกใช้มานานกว่า 18 ปี ปัจจุบันแรงงานต่างชาติสามารถทำงานในไต้หวันได้ยาวนานถึง 12 ปี และหากเปลี่ยนสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ก็สามารถทำงานต่อไปโดยไม่จำกัดเวลา ซึ่งหมายความว่าพวกเขามีโอกาสเข้าสู่ระบบเกษียณได้แล้ว และกฎหมายมาตรฐานแรงงานในปัจจุบัน ไม่ได้แยกแรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างชาติออกจากกัน รวมถึงในด้านเงินบำนาญ สมาชิกสภาตรวจสอบยังชี้ว่า การที่กระทรวงแรงงานยกเว้นให้นายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนบำนาญ แม้จะช่วยลดต้นทุนแรงงานได้ แต่เป็นการลดการคุ้มครองด้านเงินบำนาญลง อาจขัดต่อหลักการใช้อำนาจตามกฎหมายแม่บท อีกทั้งอนุสัญญาระหว่างประเทศฉบับต่าง ๆ ก็ส่งเสริมให้ขจัดการเลือกปฏิบัติในเรื่องงานและอาชีพ ต้องให้การคุ้มครองผู้ใช้แรงงานทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเชื้อชาติ เพศ หรือศาสนา และควรให้สิทธิอย่างเสมอภาคแก่แรงงานต่างชาติ ปัจจุบันระบบเงินบำนาญของแรงงานยังเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของไต้หวันในนโยบายการย้ายถิ่นฐานและการดึงดูดบุคลากรต่างชาติ
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
ด้านกระทรวงแรงงานตอบว่า แรงงานที่อยู่ภายใต้กฎหมายมาตรฐานแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานชาวไต้หวันหรือต่างชาติ ล้วนมีสิทธิในระบบเงินบำนาญตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานและกฎหมายกองทุนบำเหน็จบำนาญแรงงาน และระบบบำนาญแบบใหม่ เริ่มทยอยครอบคลุมแรงงานต่างชาติที่แต่งงานกับคนไต้หวัน หรือที่เรียกกันว่าผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ได้รับอนุญาตให้พำนักและทำงานในประเทศ รวมถึงชาวต่างชาติที่ได้รับถิ่นที่อยู่ถาวร อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานให้คำมั่นว่า จะพิจารณาระบบเงินบำนาญของแรงงานอย่างต่อเนื่อง โดยอิงจากรายงานของสภาตรวจสอบ พร้อมประสานกับคณะกรรมการพัฒนาแห่งชาติในด้านนี้....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79888</guid>
      <pubDate>Fri, 04 Jul 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250704_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36030720" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. สภาตรวจสอบจี้ทบทวนให้แรงงานต่างชาติกว่า 500,000 คน มีสิทธิ์รับเงินบำนาญเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น กระทรวงแรงงานรับพิจารณา]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/9a33c449-657d-47f1-9c8b-e1f120944168.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>27</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79312</link>
      <description><![CDATA[1. ผู้อนุบาลในครัวเรือนชุมนุมหน้ากระทรวงแรงงาน เรียกร้องสิทธิในการเข้าร่วมกองทุนประกันภัยแรงงาน ก. แรงงานตอบ จะเร่งรณรงค์ให้เข้าร่วมประกัน และพิจารณาแก้กฎหมายอย่างรอบคอบ
จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานพบว่า ปัจจุบันในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติที่ทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือนดูแลผู้สูงอายุและคนป่วยประมาณ 200,000 คน แต่ผู้อนุบาลกลุ่มนี้ ยังไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน โดยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันก่อนวันลูกจ้างทำงานบ้านสากล 1 วัน กลุ่มแรงงานต่างชาติที่ทำงานเป็นผู้อนุบาลในบ้านได้รวมตัวกันที่หน้าอาคารที่ทำการกระทรวงแรงงาน ยื่นคำร้องขอให้ไต้หวันปฏิบัติตามอนุสัญญาองค์การแรงงานสากล (ILO) ฉบับที่ 189 บังคับให้ผู้ใช้แรงงานในครัวเรือนต้องได้รับการคุ้มครองจากระบบประกันภัยแรงงาน ไม่ควรถูกกีดกันอยู่นอกระบบอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ผู้อนุบาลต่างชาติชุมนุมหน้ากระทรวงแรงงาน เรียกร้องสิทธในการเข้าร่วมกองทุนประกันภัยแรงงาน (ภาพจาก CNA)
ประเด็นนี้ กระทรวงแรงงานตอบว่า ตามกฎระเบียบประกันภัยแรงงานในปัจจุบัน ผู้อนุบาลในครัวเรือนสามารถเข้าร่วมกองทุนประกันภัยแรงงานได้โดยความร่วมมือจากนายจ้าง ซึ่งกระทรวงจะเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น ส่วนการบังคับให้เข้าร่วมประกันจะต้องมีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายประกันภัยแรงงาน และรับฟังความคิดเห็นจากทั้งฝ่ายนายจ้างและแรงงานอย่างรอบคอบ
ผู้อนุบาลต่างชาติชุมนุมหน้ากระทรวงแรงงาน เรียกร้องสิทธในการเข้าร่วมกองทุนประกันภัยแรงงาน (ภาพจาก CNA)
ตามข้อกำหนดปัจจุบัน บังคับให้ผู้อนุบาลในครัวเรือนต้องเข้าร่วมประกันภัยอุบัติเหตุจากการทำงาน แต่การเข้าร่วมกองทุนประกันภัยแรงงานไม่ได้ใช้วิธีบังคับ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของนายจ้าง กลุ่มแรงงานซึ่งประกอบไปด้วย NGO และสหภาพแรงงานผู้ใช้แรงงานในครัวเรือนหลายกลุ่มได้ชุมนุมที่หน้ากระทรวงแรงงานพร้อมตะโกนว่า พวกเราต้องการเข้าร่วมประกันภัยแรงงาน ! โดยเน้นย้ำว่า ผู้อนุบาลในครัวเรือนถูกกันออกจากระบบประกันภัย หากเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือทุพพลภาพ จะไม่มีเงินสนับสนุน และยังไม่มีเงินบำเหน็จรองรับในยามชราภาพ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลบังคับให้นายจ้างต้องเอาประกันภัยแรงงานให้กับพวกตนเช่นเดียวกับผู้อนุบาลในองค์กรและแรงงานในภาคการผลิต
ผู้อนุบาลต่างชาติชุมนุมหน้ากระทรวงแรงงาน เรียกร้องสิทธในการเข้าร่วมกองทุนประกันภัยแรงงาน (ภาพจาก CNA)
สหภาพผู้อนุบาลในครัวเรือนเถาหยวน สหภาพแรงงานผู้ดูแลคนสูงอายุแห่งไต้หวันและแนวร่วมกลุ่ม NGO ได้จัดแถลงข่าวหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน ชี้ให้เห็นว่าแรงงานกลุ่มนี้ มีจำนวนมากกว่า 200,000 คน แต่ถูกกีดกันอยู่นอกระบบประกันภัยแรงงาน โดยอ้างเหตุผลว่า นายจ้างมีลูกจ้างไม่ถึง 5 คน แม้ว่านายจ้างจะสามารถสมัครใจให้เข้าร่วมประกันได้ แต่ในทางปฏิบัติ นายจ้างเกือบทั้งหมดไม่เอาประกันให้แก่ลูกจ้างเพื่อประหยัดเบี้ยประกัน ส่งผลให้ผู้ใช้แรงงานกลุ่มนี้ ถูกกีดกันอย่างเป็นระบบ
ผู้อนุบาลต่างชาติชุมนุมหน้ากระทรวงแรงงาน เรียกร้องสิทธในการเข้าร่วมกองทุนประกันภัยแรงงาน (ภาพจาก CNA)
Marni ตัวแทนจากสหภาพแรงงานผู้ดูแลคนสูงอายุแห่งไต้หวันกล่าวว่า ผู้อนุบาลในครัวเรือนถูกบังคับให้เข้าร่วมเฉพาะประกันอุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งครอบคลุมเพียงค่ารักษาพยาบาลและเงินช่วยเหลือจากการบาดเจ็บหรือพิการ แต่ไม่เพียงพอต่อความเสี่ยงและความต้องการในชีวิตจริง เธอยกตัวอย่าง เพื่อนร่วมชาติคนหนึ่ง ทำงานเป็นผู้อนุบาลในครัวเรือนเช่นกัน ป่วยเป็นเนื้องอกในมดลูก แต่เนื่องจากไม่มีประกันภัยแรงงาน ทำให้ไม่มีรายได้เลยในช่วงที่เจ็บป่วยและพักฟื้น โดยผู้อนุบาลในครัวเรือนจะไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างลาป่วยหรือเงินชดเชยจากประกันภัยแรงงานเช่นเดียวกับผู้อนุบาลในองค์กร
ผู้อนุบาลงานหนัก เงินน้อย ต้องดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง เครียดและมีแรงกดดันสูง (ภาพจาก udn.com)
เธอตั้งคำถามว่า เพียงเพราะสถานที่ทำงานอยู่ในบ้าน จึงไม่ถือว่าเป็นแรงงานจริง ๆ หรือ? ผู้อนุบาลในครัวเรือนไม่สามารถป่วย ตั้งครรภ์ คลอดลูก หรือแก่เฒ่าได้เลยหรือ? เธอย้ำว่า ผู้อนุบาลในครัวเรือนต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง มีภาระงานหนัก มีความกดดันและความรับผิดชอบสูง แต่กลับไม่ได้รับการคุ้มครองที่ควรจะได้ เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง
ผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวัน ส่วนใหญ่มาจากอินโดนีเซีย (ภาพจาก udn.com)
Carol ตัวแทนจากสหภาพผู้อนุบาลในครัวเรือนเถาหยวนกล่าวว่า แรงงานกลุ่มนี้ดูแลชีวิตผู้อื่น แต่เมื่อป่วย บาดเจ็บ หรือแก่เฒ่า ใครจะดูแลพวกเขา? พวกเขาไม่ได้เรียกร้องสิทธิพิเศษใด ๆ เพียงแค่ต้องการได้รับการปฏิบัติอย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียม ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกับแรงงานอื่น ๆ ในไต้หวัน และอนุสัญญาองค์การแรงงานสากลฉบับที่ 189 ก็ระบุอย่างชัดเจนว่า ผู้ใช้แรงงานที่ทำงานอนุบาลดูแลในครัวเรือน ควรได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันสังคมไม่ด้อยไปกว่าแรงงานกลุ่มอื่น ประกันภัยแรงงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบประกันสังคม คือหลักประกันในการดำรงชีวิต จึงขอให้รัฐบาลบรรจุพวกเขาเข้าสู่ระบบนี้ด้วย
กลุ่ม NGO ชุมนุมประท้วงที่สถานีรถไฟไทเปในลักษณะแฟลชม็อบ แบกหุ่นยนต์สีเหลือง สัญลักษณ์แทนผู้อนุบาลในครัวเรือนว่า ทำงานหนักอย่างไม่มีวันหยุดเหมือนเช่นหุ่นยนต์ เมื่อวันลูกจ้างทำงานบ้านสากล 2566 (ภาพจาก CNA)
ด้านนายซูอวี้กั๋ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานข้ามชาติของกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจุบัน ผู้อนุบาลในครัวเรือนสามารถเข้าร่วมประกันภัยแรงงานได้โดยความตกลงร่วมกันกับนายจ้าง ซึ่งจะช่วยเพิ่มการคุ้มครองในกรณีที่แรงงานบาดเจ็บ ล้มป่วย หรือเสียชีวิตนอกงาน โดยในอนาคต กระทรวงแรงงานจะรณรงค์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ขณะแรงงานเข้าประเทศ การตรวจสอบการจ้างงานของนายจ้าง สื่อสังคมออนไลน์และกิจกรรมให้ข้อมูล เพื่อกระตุ้นให้นายจ้างและแรงงานตกลงร่วมกันในการเข้าร่วมประกัน....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79312</guid>
      <pubDate>Fri, 27 Jun 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250627_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36002880" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ผู้อนุบาลในครัวเรือนชุมนุมหน้ากระทรวงแรงงาน เรียกร้องสิทธิในการเข้าร่วมกองทุนประกันภัยแรงงาน ก. แรงงานตอบ จะเร่งรณรงค์ให้เข้าร่วมประกัน และพิจารณาแก้กฎหมายอย่างรอบคอบ]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/2b1e8f73-7117-4b73-a9f3-7ddfe7cdccea.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>26</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78764</link>
      <description><![CDATA[1. ข่าวดี! ค่าจ้างขั้นต่ำ 2569 คาดจะปรับขึ้น 3% เป็น 29,450 เหรียญไต้หวัน รู้ผลประมาณต้นเดือนกันยายน
ช่วงต้นเดือนกันยายนของทุกปี จะมีการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อพิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปีต่อไป สำหรับปีใหม่ 2569 ตามเกณฑ์ในกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ จะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้ง เป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน โดยกระทรวงแรงงานคาดว่าจะจัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เพื่อกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับปี 2569
ในปีใหม่ 2569 คาดจะมีปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10 ติดต่อกัน แรงงานต่างชาติดีใจ แต่มีแรงงานชาวไต้หวันบางส่วนบ่นว่า ไม่ได้รับประโยชน์ แต่ต้องแบกรับราคาสินค้าแพงขึ้น (ภาพจาก chinatimes.com)
ตามกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ ในปี 2569 ค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนจะอยู่ที่ 29,450 เหรียญไต้หวันหรือปรับขึ้น 3% และรายชั่วโมงจะอยู่ที่ 196 เหรียญ เพิ่มจากปัจจุบันเป็นจำนวน 860 เหรียญ และ 6 เหรียญตามลำดับ โดยอัตราการปรับขึ้นนี้อ้างอิงจากดัชนีหลายตัว โดยเฉพาะ CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค) และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งสำนักงานสถิติและบัญชีกลางของไต้หวันคาดว่า CPI ปีนี้จะอยู่ที่ 1.88% แม้ว่าจะต่ำกว่าระดับเตือนภัย แต่หลายฝ่ายเชื่อว่ายังควรสะท้อนเต็มจำนวนในการปรับค่าจ้าง ส่วนอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจคาดการณ์อยู่ที่ 3.1% แต่ครึ่งปีหลังอาจชะลอลงเหลือเพียง 1% ดังนั้น อัตราการปรับค่าจ้างขั้นต่ำจึงคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3% และคณะกรรมการพิจารณาจะประชุมตัดสินใจขั้นสุดท้ายในเดือนกันยายน
แรงงานไทยใน CLC โรงงานผลิตสกรูนอตไถหนาน (ภาพจาก CLC)
เมื่อข่าวการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเผยแพร่ออกไป PTT และ Dcard สองเว็บบอร์ดสนทนาขนาดใหญ่ของไต้หวันมีการถกเถียงในประเด็นนี้อย่างร้อนแรง แม้จะเป็นข่าวดี แต่หนุ่มสาวชาวไต้หวันหลายคนกลับมองในแง่ร้าย มีคนวิจารณ์ว่า เงินเดือนเพิ่ม 3% แต่ราคาสินค้าขึ้น 30% ราคาบ้านขึ้น 300% บ้างก็กล่าวว่า เงินเดือนเพิ่มแค่ 860 แต่ข้าวกล่องขึ้น 10 เหรียญก็กินหมดแล้ว และตำหนิว่า นี่มันจนกันทั้งประเทศ บางคนตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรม เช่น คนที่ไม่ได้ค่าจ้างขั้นต่ำ เสมือนถูกลดเงินเดือนทางอ้อมอีกแล้ว และผู้ได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ ส่วนแรงงานท้องถิ่นต้องรับผลจากการที่ค่าครองชีพปรับเพิ่มตามไปด้วย
เนื่องจากค่าจ้างส่วนใหญ่อิงกับค่าจ้างขั้นต่ำ ดังนั้น แรงงานต่างชาติเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมากที่สุด
ในขณะที่บางคนมองในแง่ดีว่า ยังไงก็ดีกว่าไม่ขึ้นไม่ใช่เหรอ? หรือ บ่นว่าเงินเดือนต่ำกันทุกวัน ตอนนี้รัฐบาลปรับแล้วก็ยังด่าอีก? บางคนยังชี้ว่า ไต้หวันค่าแรงล้าหลังมานานแล้ว ถึงเวลาต้องเริ่มทยอยตามให้ทันบ้าง แม้จะมีความคิดเห็นที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงเน้นไปที่ความกังวลเกี่ยวกับราคาสินค้าและค่าครองชีพ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นคงของผู้คนต่ออำนาจซื้อจริงในชีวิตประจำวัน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้า
ไต้หวันผ่านกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ เมื่อปลายปี 2566 กำหนดชัดเจนว่า ค่าจ้างที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน ห้ามต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ได้แก่ การจัดตั้งองค์ประกอบคณะพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำ ประกอบด้วยตัวแทนจากฝ่ายต่าง ๆ จำนวน 21 คน ได้แก่ รมว. กระทรวงแรงงานเป็นประธานโดยตำแหน่ง ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง 7 คน ฝ่ายลูกจ้าง 7 คน ผู้แทนจากกระทรวงเศรษฐการ 1 คน ผู้แทนจากสภานิติบัญญัติ 1 คน นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ 4 คน กำหนดให้จัดการประชุมพิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทุกไตรมาสที่ 3 ของปี เพื่อพิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปีถัดไป โดยยึดดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI เป็นหลัก เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานมีรายได้ตามการปรับขึ้นของราคาสินค้า ขณะเดียวกันให้พิจารณาประกอบดัชนีทางเศรษฐกิจอีก 9 รายการ อาทิ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เป็นต้น
คนงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสะพานตั้นเจียง (ภาพจาก บ. Kung Sing Engineering Corporation)
กระทรวงแรงงานกล่าวว่า การพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละปี ใช้ระบบฉันทามติเป็นเกณฑ์ แต่หากไม่สามารถตกลงกันได้ จะใช้ระบบเสียงข้างมาก และนายจ้างหรือผู้ประกอบการจะต้องจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษปรับ 20,000-1,000,000 เหรียญไต้หวัน หน่วยงานท้องถิ่นที่กำกับดูแลมีอำนาจปรับสูงสุด 1,500,000 เหรียญ โดยพิจารณาจากขนาดสถานประกอบการ จำนวนผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบและความรุนแรงในการกระทำผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมทั้งประกาศรายชื่อสถานประกอบการที่กระทำผิดกฎหมายเพื่อประจานให้สาธารณชนได้รับทราบโดยทั่วกัน
แรงงานฟิลิปปินส์ในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์
การมีกฎหมายและบทลงโทษที่ชัดเจน จะทำให้สถานประกอบการหรือนายจ้างปฏิบัติตามหรือจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ น่าจะเป็นผลดีต่อผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติที่ส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างอิงตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
2. ตะลึง! นักท่องเที่ยวสามีภรรยาชาวฟิลิปปินส์แอบทำงานเป็นหมอฟันเถื่อน เจ้าหน้าที่บุกค้นเจอคนไข้ชาติเดียวกันรอคิวรับบริการกว่า 20 คน
นายคาลูบ และนางมิเชล สามีภรรยาชาวฟิลิปปินส์เดินทางมาไต้หวันด้วยวีซ่าท่องเที่ยว แต่อยู่เลยกำหนดและลักลอบเปิดคลินิกทันตกรรมให้บริการทำฟันแก่แรงงานต่างชาติในพื้นที่เถาหยวน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชาติเดียวกันอย่างผิดกฎหมาย เพื่อแสวงหาผลกำไรอย่างไม่ชอบธรรม หลานสาว 2 คนก็ถูกจับข้อหาร่วมเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือการประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยมิชอบ สำนักงานอัยการเถาหยวนร่วมกับกองอนามัย ตำรวจ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจู่โจมและบุกค้นสถานที่ ถึงกับผงะ เพราะมีผู้ป่วยกว่า 20 คนรอเข้าคิวรับบริการทำฟัน เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายดำเนินคดี ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78764</guid>
      <pubDate>Fri, 20 Jun 2025 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250620_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36020160" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ข่าวดี! ค่าจ้างขั้นต่ำ 2569 คาดจะปรับขึ้น 3% เป็น 29,450 เหรียญไต้หวัน รู้ผลประมาณต้นเดือนกันยายน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/f42719a4-bad9-45e7-967f-0d86afbccd48.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>25</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78194</link>
      <description><![CDATA[1. ปี 67 แรงงานต่างชาติหลบหนีเพิ่มใหม่ 25,773 คน ลดลง 5,783 คนจากปีก่อนหน้า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองชี้ สถานการณ์ดีขึ้น แต่ สส. ชี้ ค่าปรับแพง ส่งผลต่อการมอบตัวและกระบวนการส่งกลับประเทศล่าช้า
จากสถิติของกระทรวงแรงงาน จนถึงสิ้นเดือนเมษายนปีนี้ ไต้หวันมีแรงงานต่างชาติรวมมากกว่า 830,000 คน แต่ในจำนวนนี้ มีการหลบหนีจากนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบสูงถึง 98,735 คน ตัวเลขแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ยังอยู่ในระดับสูงจนทำให้สังคมเกิดความกังวล และคณะกรรมาธิการกิจการภายในของสภานิติบัญญัติมีมติระงับงบประมาณบางส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในประเด็นนี้
แรงงานต่างชาติหลบหนีจากนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ ยังคงสูงถึง 98,735 คน (ภาพจาก udn.com)
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยระบุในรายงานต่อสภานิติบัญญัติว่า จำนวนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายในปี 2567 มีแนวโน้มลดลง และแม้จะมีการเพิ่มโทษค่าปรับผู้พำนักอย่างผิดกฎหมาย แต่ก็มีมาตรการเชิงผ่อนปรนควบคู่ โดยเมื่อปีที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติที่ยื่นขอลดหย่อนหรือยกเว้นค่าปรับเกินกว่า 1,000 คน
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งในไถหนาน จับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายได้ 26 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานเวียดนาม (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไถหนาน)
ยอดจำนวนชาวต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากแรงงานผิดกฎหมายแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวจากประเทศอาเซียนที่อยู่เลยกำหนดและหางานทำอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งมีประมาณ 30-40% ของแรงงานต่างชาติหลบหนี สส. จึงเสนอให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหามาตรการรับมือและเพิ่มการตรวจสอบแหล่งหลบซ่อนทำงาน
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไถหนาน ตรวจพบแรงงานผิดกฎหมายทำงานเกษตรจำนวน 15 คน พร้อมจับนายจ้างและหน้าหน้าเถื่อน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไถหนาน)
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอชี้ว่า ภายหลังการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการเข้าเมืองและเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 เป็นต้นมา โดยเพิ่มค่าปรับสำหรับผู้พำนักเกินกำหนดระหว่าง 10,000-50,000 เหรียญไต้หวัน ส่งผลให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายไม่กล้าไปรายงานตัวหรือเข้ามอบตัวเพื่อเดินทางกลับประเทศ เนื่องจากไม่สามารถชำระค่าปรับที่แพงได้ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อัตราการเข้ามอบตัวลดลง กระทบต่อความมั่นคงของสังคม นอกจากนี้ สถานกักกันไม่สามารถรองรับจำนวนชาวต่างชาติผิดกฎหมายที่ถูกจับ ทำให้สถานกักกันทุกแห่งเต็มเกือบตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการส่งกลับและการตรวจจับ นอกจากนี้ เนื่องจากชาวต่างชาติและแรงงานผิดกฎหมายที่ถูกจับ ส่วนใหญ่ไม่สามารถจ่ายค่าปรับหรือค่าตั๋วเครื่องบินได้ ทำให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองต้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อความมั่นคงในการทำงานภายใต้ความดูแลของกระทรวงแรงงานในการสำรองเงินไว้ก่อน สภานิติบัญญัติจึงขอให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จัดทำนโยบายและแผนปรับปรุงเป็นรายงานพิเศษ จึงจะอนุมัติให้ใช้งบประมาณที่ถูกระงับไว้ได้
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจู่โจมตรวจสอบโรงเชือดและชำแหละไก่ในเขตว่านหัว กลางกรุงไทเป จับ 22 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย (ภาพจาก CNA)
ด้านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรายงานว่า ได้ร่วมมือกับกระทรวงแรงงานและหน่วยงานความมั่นคง เพิ่มการตรวจจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยมีการตรวจสอบต้นทางและปราบปรามเครือข่ายนายหน้าเถื่อน และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการตรวจจับนายจ้างผิดกฎหมายเฉลี่ยปีละ 2,350 ราย ในส่วนของนายหน้าเถื่อนจับกุมปีละประมาณ 400 ราย
ตำรวจขึ้นไปตรวจดูเพดานห้อง ซึ่งแรงงานต่างชาติมักจะใช้เป็นที่หลบหนีการจับกุม (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังชี้ว่า การแก้ปัญหาแรงงานผิดกฎหมายจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำมาตรการป้องกัน เช่น การตรวจสอบความปลอดภัยที่พัก และสวัสดิการของแรงงาน โดยสำนักงานฯ จะใช้ประสบการณ์ภาคสนามเสนอนโยบายให้กระทรวงแรงงานเพื่อเพิ่มการควบคุมตั้งแต่ต้นทาง จากความพยายาม ทั้งการควบคุมตั้งแต่ต้นทางและการตรวจจับปลายทาง ทำให้ปี 2567 มีแรงงานต่างชาติหลบหนีและกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายเพิ่มใหม่ 25,773 คน ลดลง 5,783 คนจากปีก่อนที่มีจำนวน 31,556 คน แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น
ตำรวจนิวไทเป จับนายหน้าจัดหางานพร้อมผู้อนุบาลทำงานอย่างผิดกฎหมายจำนวน 11 คน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
ในส่วนของการยื่นขอลดหย่อนค่าปรับสำหรับชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยในไต้หวันอย่างผิดกฎหมาย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกล่าวว่า แม้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองได้เพิ่มค่าปรับจากเดิม 5 เท่า แต่สำนักงานฯ ก็มีมาตรการผ่อนปรน เช่น การเพิ่มมาตรฐานการยกเว้นโทษตามมาตรา 74-1 ของกฎหมายเข้าเมือง เพื่อสนับสนุนให้ผู้พำนักอย่างผิดกฎหมายเข้ารายงานตัวและเปิดเผยข้อมูลนายจ้างผิดกฎหมายหรือผู้ให้การช่วยเหลือเบื้องหลัง มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 จนถึงเดือนมีนาคมปีนี้ มีชาวต่างชาติที่พำนักเอย่างผิดกฎหมายจำนวน 1,029 คน ยื่นขอลดหย่อนหรือยกเว้นค่าปรับ
2. ไต้หวันเปิดโครงการฝึกงานเกษตรกรเยาวชนต่างประเทศ 6 ปีผ่านการฝึกแล้ว 525 ราย ส่วนใหญ่จากฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย
เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีการเกษตรและความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงเกษตรของไต้หวันได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือโครงการฝึกงานเกษตรกรรุ่นใหม่ในไต้หวันกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เป็นต้น โดยให้เกษตรกรรุ่นใหม่จากต่างประเทศได้เรียนรู้เทคโนโลยีและการบริหารจัดการเกษตรกรรมของไต้หวัน ผ่านการฝึกงานในฟาร์มเป็นเวลา 1 ถึง 2 ปี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการเกษตรระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78194</guid>
      <pubDate>Fri, 13 Jun 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250613_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36022080" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ปี 67 แรงงานต่างชาติหลบหนีเพิ่มใหม่ 25,773 คน ลดลง 5,783 คนจากปีก่อนหน้า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองชี้ สถานการณ์ดีขึ้น แต่ สส. ชี้ ค่าปรับแพง ส่งผลต่อการมอบตัวและกระบวนการส่งกลับประเทศล่าช้า]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/67f41175-ccbf-4ea1-8678-5b46f68d7d53.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>24</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77655</link>
      <description><![CDATA[1. นายกฯ ไฟเขียวกู้วิกฤตท่องเที่ยว กระทรวงแรงงานเล็งประกาศเงื่อนไขการนำเข้าแรงงานต่างชาติของธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ ครึ่งหลังปีนี้
นายจั๋วหรงไท่ นายกรัฐมนตรีของไต้หวันกล่าวในพิธีเปิดงานมหกรรมการท่องเที่ยวนานาชาติไทเป 2025 เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ว่า เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น รัฐบาลมีหน้าที่หลัก 3 ประการ นอกจากการสร้างเครือข่ายคมนาคมขนส่งที่สมบูรณ์แบบ ภายใต้หลักการให้แรงงานท้องถิ่นมีสิทธิ์และโอกาสก่อนจะมีการนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้น และการปรับปรุงขั้นตอนการเข้าออกเมืองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายจั๋วหรงไท่ นายกรัฐมนตรีของไต้หวัน (ภาพจาก ctee.com.tw)
ต่อคำพูดของนายกรัฐมนตรีข้างต้น ซึ่งทำให้วงการภาคการท่องเที่ยวตีความว่า รัฐบาลจะเปิดให้ภาคการท่องเที่ยวสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ กระทรวงแรงงานแถลงว่า มีการสำรวจภาวะขาดแคลนแรงงานในแต่ละภาคอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงานได้มีนโยบายเปิดรับแรงงานต่างชาติและเพิ่มค่าจ้างให้แรงงานท้องถิ่นอยู่แล้ว ทั้งหมดเป็นการพิจารณาเชิงระบบ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่อุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งเท่านั้น
ธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศเงื่อนไขเปิดให้นำเข้าแรงงานครึ่งหลังปีนี้ (ภาพจาก chinatimes.com)
นายกรัฐมนตรีไต้หวันผู้นี้กล่าวว่า ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีขณะจัดทำงบประมาณปีถัดไป ต้องบรรจุแนวคิดการขยายอุปสงค์ภายในประเทศ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ โดยรัฐบาลมีหน้าที่หลัก 3 ข้อในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้แก่ :
1. สร้างระบบคมนาคมขนส่งที่ดีและมีประสิทธิภาพ เพราะหากไม่มีการคมนาคมที่ดี ก็ยากจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาเที่ยวไต้หวัน
2. ตอบสนองความต้องการแรงงานของภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลจะผลักดันนโยบายใหม่ในการนำเข้าแรงงานต่างชาติ ภายใต้หลักการให้แรงงานในประเทศมีสิทธิ์และโอกาสก่อน จะมีการนำเข้าแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศและธุรกิจการท่องเที่ยว ส่งผลให้คุณภาพการท่องเที่ยวภายในประเทศดีขึ้น
3. ปรับปรุงขั้นตอนการเข้าออกเมืองให้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้สึกว่าไต้หวันเป็นจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศเงื่อนไขเปิดให้นำเข้าแรงงานครึ่งหลังปีนี้ (ภาพจาก udn.com)
นายโจวหย่งฮุย อธิบดีกรมส่งเสริมการท่องเที่ยวกล่าวว่า ธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานมานาน โดยเฉพาะงานจัดและทำความสะอาดห้องพัก ผู้ประกอบการเรียกร้องเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติมาโดยตลอด ขณะนี้ได้บรรลุข้อตกลงและเงื่อนไขกับกระทรวงแรงงานเรียบร้อยแล้ว และได้รับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรี จึงคาดว่ากระทรวงแรงงานจะประกาศมาตรการและเงื่อนไขในการนำเข้าแรงงานต่างชาติสำหรับธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
ธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศเงื่อนไขเปิดให้นำเข้าแรงงานครึ่งหลังปีนี้ (ภาพจาก PNN)
หลังจากซบเซาอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 ธุรกิจการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ต้องประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวต่างเรียกร้องขอให้เปิดนำเข้าแรงงานต่างชาติ แม้แต่ สส. ทั้งหลายก็เสนอให้รัฐบาลควรเปิดให้ภาคบริการนำเข้าแรงงานต่างชาติได้อย่างมีเงื่อนไข ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานชี้แจงว่า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการส่งออก ใบสั่งซื้อสินค้าของภาคการผลิตลดน้อยลง ความต้องการด้านแรงงานลดลงตามไปด้วย ภาคบริการแม้จะเรียกร้องมาตลอดว่าขาดแคลนแรงงาน แต่การปรับขึ้นค่าจ้างและแก้ไขสวัสดิการพนักงานของผู้ประกอบการกลับไม่เด่นชัด ดังนั้น นโยบายของกระทรวงแรงงานในปัจจุบันคือ ลดส่วนต่างความต้องการระหว่างนายจ้างและลูกจ้างให้น้อยลง หรือทำอย่างไรให้นายจ้างยอมปรับขึ้นค่าจ้างและปรับปรุงสวัสดิการของลูกจ้างท้องถิ่นก่อน
ธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศเงื่อนไขเปิดให้นำเข้าแรงงานครึ่งหลังปีนี้ (ภาพจาก LTN)
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติเดินทางมาทำงานใน 10 ประเภทกิจการ ได้แก่ ลูกเรือประมงทะเล ผู้อนุบาลองค์กร ผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้าน ภาคการผลิต จ้างเหมาบริการภาคการผลิต ก่อสร้าง ชำแหละเนื้อสัตว์ งานเกษตรและงานจ้างเหมาบริการภาคการเกษตร สำหรับงานภาคบริการ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ หรือกิจการด้านการท่องเที่ยวอื่น ๆ รวมทั้งพนักงานนวด ไต้หวันยังไม่อนุญาตเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ
ธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก กระทรวงแรงงานเตรียมประกาศเงื่อนไขเปิดให้นำเข้าแรงงานครึ่งหลังปีนี้ (ภาพจาก gb30life.com)
2. แรงงานกึ่งฝีมือเงื่อนไขเยอะ เรียกร้องยกเลิกจำกัดระยะเวลาทำงาน 12/14 ปีของแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานชี้ มีการทบทวนอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนแรงงานต่างชาติชุมนุมประท้วงหน้ากระทรวงแรงงานในกรุงไทเป เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติ ซึ่งกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 กำหนดว่า แรงงานต่างชาติทำงานในไต้หวันได้รวมสะสมแล้วห้ามเกิน 12 ปีสำหรับแรงงานภาคการผลิตและ 14 ปี สำหรับแรงงานภาคสวัสดิการสังคม ต่อการเคลื่อนไหวดังกล่าว กระทรวงแรงงานแสดงจุดยืนว่า พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และจะดำเนินการพิจารณาทบทวนอย่างต่อเนื่องในประเด็นระบบการจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ และการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77655</guid>
      <pubDate>Fri, 06 Jun 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250606_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36033600" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. นายกฯ ไฟเขียวกู้วิกฤตท่องเที่ยว กระทรวงแรงงานเล็งประกาศเงื่อนไขการนำเข้าแรงงานต่างชาติของธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ ครึ่งหลังปีนี้]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/3b8f579d-4ef1-4492-9b55-244dcafb781c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>23</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77252</link>
      <description><![CDATA[1. เตือน! ปี 67 ไต้หวันจับผู้ลักลอบนำเข้ายาลดความอ้วนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสารต้องห้าม 38 คน แรงงานไทยมากสุด 21 คน ไต้หวัน 7 เวียดนาม 5
แม้จะมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ประเด็นการนำเข้าอาหารเสริม ยาและผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีส่วนผสมของสารไซบูทรามีน ซึ่งไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 แต่ยังมีการตรวจพบเป็นประจำ จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจไต้หวันพบว่า ปี 2567 ตรวจพบชาวต่างชาติจากประเทศไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียเกี่ยวข้องในคดีลักลอบนำเข้ายา กาแฟและผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีส่วนผสมไซบูทรามีนโดยการส่งผ่านทางพัสดุระหว่างประเทศ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจึงได้ส่งหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์ หวังลดความเสี่ยงที่ชาวต่างชาติจะละเมิดและถูกลงโทษตามกฎหมาย
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเตือนแรงงานไทยหลีกเลี่ยงนำเข้ายาและผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก เพราะอาจมีส่วนผสมของสารเสพติด (ภาพจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแถลงว่า ไซบูทรามีน (Sibutramine) เป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 ซึ่งเดิมใช้รักษาโรคอ้วน โดยออกฤทธิ์ผ่านระบบประสาทส่วนกลาง เพิ่มสารนอร์เอพิเนฟรินและเซโรโทนินในสมองเพื่อช่วยลดความอยากอาหาร อย่างไรก็ตาม ยาดังกล่าวมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรง เช่นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต อย่างความวิตกกังวลและซึมเศร้า สำนักงานตำรวจจึงรณรงค์ประชาสัมพันธ์หลีกเลี่ยงการนำเข้า แต่ก็ยังตรวจพบจำนวมากและเป็นประจำ
1 ในแรงงานไทยที่ไทจงถูกจับข้อหานำเข้ายาลดความอ้วนที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 4
จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจพบว่า ปี 2567 กรมศุลกากรตรวจพบการลักลอบนำเข้าไซบูทรามีนผ่านทางพัสดุไปรษณีย์และพัสดุระหว่างประเทศจำนวน 36 คดี และส่งต่อให้ตำรวจดำเนินคดี พัสดุดังกล่าวส่วนใหญ่ส่งมาจากประเทศไทย จำนวน 25 คดี ที่เหลือจากเวียดนาม 5 คดี มาเลเซีย 2 คดีและจากกัมพูชา ฮ่องกง ฟิลิปปินส์และมองโกเลียประเทศละ 1 คดี จับผู้ต้องหาที่รับพัสดุรวม 38 คน ในจำนวนนี้ ผู้ต้องหาคนไทยถูกจับมากที่สุด 21 คน รองลงมาคือชาวไต้หวัน 7 คน เวียดนาม 4 คน ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ประเทศละ 2 คน ชาวกัมพูชาและมองโกเลียประเทศละ 1 คน โดยในจำนวนนี้กว่า 80% เป็นแรงงานต่างชาติหรือผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ คาดว่าเกิดจากความไม่รู้กฎหมายของไต้หวัน
1 ในแรงงานไทยที่ไทจงถูกจับข้อหานำเข้ายาลดความอ้วนที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 4
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางระบุว่า ไซบูทรามีนในหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย จัดให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 และมักพบผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก ขณะที่ไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 4 ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ สำหรับชื่อผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ที่ตรวจยึดได้ ได้แก่ อาหารเสริมลดน้ำหนักโอซี (OZY), กาแฟลดน้ำหนักลี่โซ่ว (Lishou 麗瘦), อาหารเสริมลดน้ำหนักมะระสลิม (MARA SLIM), Honey Q Level Up, COZY S, น้ำสับปะรดดีท็อกซ์ผสมเสาวรสช่วยลดน้ำหนักรูบิสเอสดีท็อกซ์ (RubisS Detox), ITCHA XS, Maya Rm, MAX HEALTH, SERA, MATAINE เป็นต้น
ตำรวจจัดแสดงอาหารเสริมลดน้ำหนักส่งมาจากไทย เวียดนามทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ถูกตรวจพบมีส่วนผสมสารเสพติดจำพวกไซบูทรามีน (ภาพจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกล่าวเตือนว่า ไต้หวันประกาศให้ไซบูทรามีนเป็นยาเสพติดประเภทที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2564 หากสั่งซื้อสินค้าทางเว็บไซต์ต่างประเทศ หรือให้ญาติมิตรส่งผลิตภัณฑ์ที่มีไซบูทรามีนมาไต้หวัน อาจเข้าข่ายละเมิดมาตรา 4 วรรค 4 ของกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ หากถูกตัดสินว่ามีความผิด จะต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 12 ปี และปรับไม่เกิน 5 ล้านเหรียญไต้หวัน ชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำงานหรือตั้งรกรากในไต้หวันจึงควรระมัดระวังและต้องเคารพกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิด เพราะนอกจากมีความเสี่ยงสูงที่จะติดคุกแล้ว ยังคุกคามสุขภาพตัวเองด้วย
ตำรวจจัดแสดงอาหารเสริมลดน้ำหนักส่งมาจากไทย เวียดนามทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ถูกตรวจพบมีส่วนผสมสารเสพติดจำพวกไซบูทรามีน (ภาพจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)
แม้ว่าการลดน้ำหนักนั้น สามารถทำได้หลายวิธี แต่การรับประทานอาหารเสริมลดน้ำหนัก ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่มากที่สุด เพราะวิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมีเวลาที่จะไปออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหาร ทำให้ต้องใช้ตัวช่วยอย่างอาหารเสริมลดน้ำหนัก หรือกาแฟลดความอ้วน ซึ่งมักมีส่วนผสมของสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ถ้าเราโชคร้ายอาจเจอกับอาหารเสริมลดน้ำหนักหรือกาแฟลดความอ้วนที่ใส่สารต้องห้ามอย่างไซบูทรามีน จึงต้องระวัง ทางที่ดีหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักด้วยวิธีกินยาหรือกาแฟลดความอ้วน ได้ทั้งปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ
แรงงานไทยสั่งกาแฟลดน้ำหนักยี่ห้อนี้จากไทย 146 ซอง ถูกตรวจพบมีส่วนผสมสารไซบูทรามีน (ภาพจาก LTN)
2. ตาแหลม! ตำรวจหนานโถวรวบ 2 ผีน้อยไทยสูบบุหรี่ยาเคหน้าร้านสะดวกซื้อหน้าตาเฉย
เหตุการณ์จับ 2 ชายไทยสูบหรี่ผสมยาเสพติดเคตามีนคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งบนถนนเฟินเฉ่า ตำบลเฉ่าถุน เมืองหนานโถว ตำรวจสายตรวจจากโรงพักซินกวง 2 นาย ขณะตรวจลาดตระเวนเพื่อเซ็นชื่อในจุดตรวจหรือตู้แดง เหลือบไปเห็นชายชาวต่างชาติ 2 คน มือถือกระป๋องเบียร์กำลังสูบบุหรี่อยู่ที่ลานจอดรถหน้าร้าน เนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกของบุหรี่แตกต่างจากบุหรี่ทั่วไป คล้ายกับบุหรี่แบบมวนเองและมีกลิ่นที่แตกต่างจากบุหรี่ปกติ จึงเข้าไปตรวจสอบ พบว่าชายทั้ง 2 เป็นคนไทย....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77252</guid>
      <pubDate>Fri, 30 May 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/30/20250530_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. เตือน! ปี 67 ไต้หวันจับผู้ลักลอบนำเข้ายาลดความอ้วนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสารต้องห้าม 38 คน แรงงานไทยมากสุด 21 คน ไต้หวัน 7 เวียดนาม 5]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/30/3a66d61901103afc53695114693ab0ce.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>22</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77289</link>
      <description><![CDATA[1. 3 ปีมีแรงงาน 907 รายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการทำงาน 302 รายพลัดตกในไซต์งานก่อสร้าง เถาหยวนหนักสุด มีแรงงานต่างชาติ 7% ทำงานในภาคการก่อสร้าง แต่เสียชีวิต 13%
ตามสถิติของกระทรวงแรงงานพบว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทั่วไต้หวันมีผู้ใช้แรงงานเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการทำงานรวม 907 ราย เฉพาะภาคการก่อสร้างมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงถึง 302 ราย และที่เถาหยวนหนักสุด มีแรงงานต่างชาติทำงานในภาคการก่อสร้างในสัดส่วนเพียง 7% ของทั้งหมด แต่เสียชีวิตสูงถึง 13%
อัตราการเกิดอุบัติเหตุในไซต์งานก่อสร้างค่อนข้างสูง กลุ่มเสี่ยงคือแรงงานต่างชาติ ในภาพต่อม่อในไซต์งานก่อสร้างรางรถไฟฟ้าสายซานเสีย-อิงเกอถล่ม เมื่อปลายปี 2564 แรงงานไทยเสียชีวิต 1 ราย ไต้หวัน 2 ราย
เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของสภานิติบัญญัติ เชิญกระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเศรษฐการ รายงานประเด็นการป้องกันอุบัติเหตุในที่ทำงาน และการตกจากที่สูงในโรงงานหรือไซต์งานก่อสร้าง ก่อนถึงวันแรงงาน 1 พฤษภาคม
ในที่ประชุม สมาชิกสภานิติบัญญัติหลายคนแสดงความห่วงใยต่อปัญหาอุบัติเหตุตกจากที่สูงในไซต์งานก่อสร้าง นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ปีที่แล้วได้จัดทำแผนพัฒนาและลดความเสี่ยงจากการพลัดตกในภาคการก่อสร้าง โดยมีมาตรการตรวจสอบ ลงโทษ และสั่งหยุดงานที่เข้มงวดมากขึ้น จากสถิติในปี 2567 จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุพลัดตกจากที่สูงในไซต์งานก่อสร้างลดลงเหลือ 83 ราย ลดลง 17 รายหรือลดลง 17% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 3 ปีก่อนหน้านี้
อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในไต้หวันอยู่ที่ 60–70% ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 40% เกาหลีใต้ 50% สิงคโปร์ต่ำกว่า 30%
หลินสูเฟิน สมาชิกสภานิติบัญญัติ พรรค DPP ชี้ว่า แผนการลดการตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในปีที่แล้วเป็นเพียงคำขวัญ เพราะในจำนวนผู้เสียชีวิต 83 ราย มีถึง 71 รายหรือเกือบ 90% ที่ไม่ได้รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงาน รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานตอบว่า สาเหตุเกิดจากแรงงานไม่ค่อยสนใจสมัครเข้าร่วมการฝึกอบรม จึงต้องสร้างแรงจูงใจ บังคับให้นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างตามปกติระหว่างเข้ารับการอบรม ด้านผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัยเสริมว่า การฝึกอบรมมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบเรียนในห้องและเรียนทางออนไลน์ เมื่อผ่านการทดสอบ จะได้รับใบรับรองผ่านการอบรมหรือบัตรด้านความปลอดภัยในการทำงานในรูปดิจิทัล
อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในไต้หวันอยู่ที่ 60–70% ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 40% เกาหลีใต้ 50% สิงคโปร์ต่ำกว่า 30%
ด้านหวังอวี้หมิ่น สมาชิกสภานิติบัญญัติสังกัดพรรค KMT ตั้งกระทู้ถามว่า ทำไมอัตราการตายในภาคก่อสร้างของไต้หวันไม่ลดแถมยังเพิ่มขึ้น สส. ผู้นี้กล่าวว่า อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในไต้หวันอยู่ที่ 60–70% ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 40% เกาหลีใต้ 50% และสิงคโปร์ต่ำกว่า 30% แสดงว่าไต้หวันยังล้มเหลวในการแก้ไขปรับปรุงสถานการณ์ พร้อมถามถึงบทบาทของรัฐบาล โดยเฉพาะในส่วนของแรงงานต่างชาติ มีจำนวนเท่าใดที่ได้บัตรความปลอดภัยในการทำงาน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในนครเถาหยวน
หงเซินฮั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ปีที่แล้วเป้าหมายลดอุบัติเหตุจากการตกในไซต์งานก่อสร้างยังไม่บรรลุผล กระทรวงแรงงานมีการทบทวน และได้อ้างอิงแนวทางของสิงคโปร์ ปรับปรุงกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัยครั้งใหญ่ ให้เจ้าของโครงการต้องร่วมรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และบริหารจัดการวัฒนธรรมในไซต์งานก่อสร้าง โดยเฉพาะปัญหาการรับเหมาช่วงหลายชั้นที่ทำให้การจัดการความรับผิดชอบไม่ชัดเจน ผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัยตอบว่า ขณะนี้มีผู้ผ่านการอบรมและได้รับใบรับรองหรือบัตรความปลอดภัยในการทำงานในภาคก่อสร้างแล้วกว่า 200,000 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างชาติประมาณ 28,000 คน จากยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในภาคการก่อสร้างกว่า 40,000 คน กระทรวงแรงงานจะเร่งเพิ่มการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เพื่อให้แรงงานต่างชาติได้รับบัตรความปลอดภัยดังกล่าวมากขึ้น
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (ภาพจาก news.owlting.com)
หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้ประชุมหารือเกี่ยวกับร่างแก้ไขกฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัย โดยเสนอ 4 ประเด็นหลัก คือ ป้องกันอุบัติเหตุจากต้นทาง จัดการระบบรับเหมาช่วง ป้องกันการกลั่นแกล้งในที่ทำงานและเพิ่มเพดานค่าปรับสูงขึ้น นายซูจวิ้นปิน รองผู้ว่าการนครเถาหยวนกล่าวในที่ประชุมว่า แรงงานต่างชาติมีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็น 2 เท่าของแรงงานท้องถิ่น และแรงงานใหม่ที่ทำงานไม่ถึง 1 ปี คิดเป็นครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตทั้งหมด จึงเสนอให้แก้กฎหมายเน้นความรับผิดชอบด้านการฝึกอบรมของนายจ้าง และเพิ่มงบประมาณในการป้องกันความเสี่ยง โดยใช้เทคโนโลยีและการฝึกอบรมเข้าช่วย
อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกจากที่สูงในภาคการก่อสร้างในไต้หวันอยู่ที่ 60–70% ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 40% เกาหลีใต้ 50% สิงคโปร์ต่ำกว่า 30%
รองผู้ว่าการนครเถาหยวนผู้นี้ยังกล่าวว่า ในเถาหยวนมีกรณีเสียชีวิตจากการทำงาน 71 รายในรอบ 2 ปี 39 รายเป็นแรงงานที่ทำงานไม่ถึง 1 ปี ซึ่งมีอัตราส่วนเกินครึ่งหนึ่ง และในจำนวนนี้ 8 รายทำงาน 1–3 ปี รวมกันคิดเป็น 2 ใน 3 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด แสดงว่าแรงงานใหม่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากขาดการฝึกอบรมและอุปกรณ์สำหรับการป้องกัน ขณะที่ไซต์งานก่อสร้างยังคงเป็นสถานที่เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตมากที่สุด โดยเฉพาะจากการพลัดตกจากที่สูง คิดเป็นเกือบ 60% ของผู้เสียชีวิตในไซต์งานก่อสร้าง....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77289</guid>
      <pubDate>Fri, 23 May 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/23/20250523_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36034560" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. 3 ปีมีแรงงาน 907 รายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการทำงาน 302 รายพลัดตกในไซต์งานก่อสร้าง เถาหยวนหนักสุด มีแรงงานต่างชาติ 7% ทำงานในภาคการก่อสร้าง แต่เสียชีวิต 13%]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/23/23cfaeb7e784bd31526caa7db1fe9f3d.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>21</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77326</link>
      <description><![CDATA[1. แรงงานไต้หวันกว่า 5,000 คน เดินขบวนในวันแรงงาน 1 พ.ค. เรียกร้องลดชั่วโมงทำงาน มุ่งสู่หยุดสัปดาห์ละ 3 วัน ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปีใหม่ 32,000 เหรียญ
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม วันแรงงานแห่งชาติและเป็นวันแรงงานสากล กลุ่มผู้ใช้แรงงานในไต้หวันได้จัดกิจกรรมการเดินขบวนวันแรงงาน 1 พฤษภาคม โดยมีแรงงานกว่า 5,000 คนออกมาเดินขบวนภายใต้คำขวัญ “ต่อต้านการกลั่นแกล้ง คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้แรงงาน” ประท้วงสภาพแวดล้อมในที่ทำงานของไต้หวันยังคงมีการกลั่นแกล้งรังแกทุกรูปแบบ ค่าจ้างต่ำ และการทำงานล่วงเวลาหรือโอทีอย่างหนัก พร้อมทั้งยื่นข้อเรียกร้อง 7 ประการต่อรัฐบาล รวมถึงการลดชั่วโมงทำงาน เพิ่มวันหยุดนักขัตฤกษ์ คุ้มครองแรงงานในวัยเกษียณ นอกจากนี้ยังมีการแสดงละคร สื่อความหมายประชดประชันเจ้าหน้าที่รัฐ ลืมหรือเพิกเฉยต่อคำมั่นที่จะปฏิรูปสิทธิแรงงานที่เคยเสนอไว้ก่อนหน้า
กลุ่มแรงงานไต้หวันกว่า 5,000 คน ชุมนุมหน้าทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเปเมื่อวันแรงงาน 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชูป้ายคำขวัญให้รัฐใส่ใจปัญหาและสิทธิของแรงงาน อย่ามัวแต่รักษาอำนาจทางการเมือง (Cr : peoplenews.tw)
การเดินขบวนครั้งนี้ จัดขึ้นโดย “แนวร่วมการเคลื่อนไหว 1 พฤษภาคม” ซึ่งประกอบด้วยสหภาพแรงงานและองค์กร NGO หลายสิบแห่ง ขบวนเคลื่อนจากถนนข่ายต๋าเก๋อลาน หน้าทำเนียบประธานาธิบดี ไปตามถนนสายต่าง ๆ ในกรุงไทเป แล้วกลับมาชุมนุมกันหน้าทำเนียบประธานาธิบดีอีกครั้ง
สหพันธ์แรงงานไต้หวัน ประกอบด้วยสหภาพแรงงานหลายสิบแห่ง เดินขบวนในกรุงไทเปเรียกร้องสิทธิ์เมื่อวันแรงงาน 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา (Cr : peoplenews.tw)
นายไต้กั๋วหรง ประธานสหพันธ์แรงงาน แกนนำการเคลื่อนไหวเดินขบวนครั้งนี้กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า ผู้ใช้แรงงานไม่พอใจที่รัฐบาลเพิกเฉยต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงาน สนใจแต่การครองอำนาจทางการเมืองของตน ประท้วงต่อนโยบายที่ไม่เป็นธรรม พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลตระหนักถึงความทุกข์ยากของผู้ใช้แรงงาน และตอบสนองเสียงเรียกร้องด้วยการปฏิบัติทันที เขากล่าวว่า ปัจจุบันไต้หวันต้องเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้และการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม ทำให้คนรุ่นใหม่ยิ่งทำงานยิ่งจน แรงงานต้องพึ่งพาการทำงานล่วงเวลาหรือทำโอทีมากขึ้นเพื่อให้มีรายได้เพียงพอเลี้ยงครอบครัว และเมื่อเกษียณก็อาจตกอยู่ในภาวะยากจนอีกครั้ง
สหพันธ์แรงงานไต้หวัน ประกอบด้วยสหภาพแรงงานหลายสิบแห่ง เดินขบวนในกรุงไทเปเรียกร้องสิทธิ์เมื่อวันแรงงาน 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา (Cr : taisounds.com)
สำหรับการเคลื่อนไหวเดินขบวนครั้งนี้ กลุ่มผู้ใช้แรงงานกล่าวเรียกร้องขอให้รัฐบาลเร่งปรับปรุงแก้ไขและปฏิบัติใน 7 ข้อดังนี้ :
1️⃣ ต่อต้านการบูลลี่หรือการกลั่นแกล้งรังแกในสถานที่ทำงาน รัฐบาลต้องขจัดปัญหาและให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงาน
2️⃣ ลดชั่วโมงทำงาน คืนวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ถูกตัดทอนไป เพิ่มวันลาพักพิเศษประจำปี และต้องปฏิบัติให้เป็นจริง
3️⃣ ต่อต้านความยากจนในวัยสูงอายุ ต้องมีหลักประกันหลังการเกษียณมากกว่าในปัจจุบัน
4️⃣ เพิ่มค่าจ้างให้ทันกับภาวะเงินเฟ้อ
5️⃣ ต่อต้านการเลือกปฏิบัติ คุ้มครองสิทธิทางกฎหมายของผู้ใช้แรงงาน และเสริมสร้างช่องทางการเจรจาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง
6️⃣ เพิ่มบุคลากรในภาคสาธารณสุข การศึกษาก่อนวัยเรียน และคุ้มครองสิทธิแรงงานและวิชาชีพ
7️⃣ ผลักดันการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม โดยแรงงานต้องมีส่วนร่วม
สหพันธ์แรงงานไต้หวัน ประกอบด้วยสหภาพแรงงานหลายสิบแห่ง เดินขบวนในกรุงไทเปเรียกร้องสิทธิ์เมื่อวันแรงงาน 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา (Cr : peoplenews.tw)
ประธานสหพันธ์แรงงาน แกนนำการเคลื่อนไหวเดินขบวนครั้งนี้กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากข้อเรียกร้องข้างต้นแล้ว ปีนี้กลุ่มแรงงานยังเสนอให้เพิ่มวันลาพักพิเศษประจำปี และทยอยมุ่งสู่การหยุดงาน 3 วันต่อสัปดาห์ รวมถึงเรียกร้องให้เพิ่มอัตราเบี้ยกองทุนประกันภัยแรงงานจากปัจจุบันที่ยังมีเพดานอยู่ที่ 45,800 เหรียญมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ยกเลิกเงินบำเหน็จชราภาพและเกษียณที่จำกัดเพดานไม่เกิน 45 เดือนของระบบเก่า และยกเลิกค่าให้ออกจากงานที่จำกัดเพดาน 6 เดือนตามระบบใหม่ นอกจากนี้ ไต้หวันยังคงมีค่าจ้างที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนในปีใหม่ ไม่ควรต่ำกว่า 32,000 เหรียญไต้หวัน และรายชั่วโมงไม่น้อยกว่า 210 เหรียญไต้หวัน
สหพันธ์แรงงานไต้หวัน ประกอบด้วยสหภาพแรงงานหลายสิบแห่ง เดินขบวนในกรุงไทเปเรียกร้องสิทธิแรงงานท้องถิ่นและต่างชาติเมื่อวันแรงงาน 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา (Cr : civilmedia.tw)
2. สภานิติบัญญัติไต้หวันผ่านกฎหมายเพิ่มวันหยุดนักขัตฤกษ์ 4 วัน วันแรงงานหยุดงานทั่วประเทศ มีผลทันที ครึ่งหลังปีนี้จะได้หยุดเพิ่ม 3 วัน
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติผ่านกฎหมายว่าด้วยวันรำลึกและวันหยุดฉบับของพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) และพรรคประชาชนไต้หวัน (TPP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน เพิ่มวันหยุดนักขัตฤกษ์ 4 วัน ได้แก่ วันครู วันกอบกู้ไต้หวันจากการปกครองของญี่ปุ่น วันรัฐธรรมนูญ วันจ่ายหรือวันก่อนวันสิ้นปีก่อนถึงตรุษจีน ขณะเดียวกันประกาศให้วันแรงงานเป็นวันหยุดสำหรับทั่วประเทศ จากเดิมที่หยุดเฉพาะผู้ใช้แรงงาน และให้มีผลทันที ดังนั้นครึ่งหลังปีนี้ ทั่วไต้หวันจะได้หยุดเพิ่มอีก 3 วัน
เดิมในไต้หวันมีวันหยุดนักขัตฤกษ์ 19 วัน แต่มีการตัดลดหรือยกเลิกไป 7 วันเหลือ 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ส่งผลให้ปี 2567 ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันมียอดจำนวนชั่วโมงการทำงานสูงถึง 2,020 ชั่วโมง มากเป็นอันดับ 6 จาก 39 ประเทศสำคัญทั่วโลกและเป็นอันสองของทวีปเอเชีย รองจากสิงคโปร์ ชั่วโมงการทำงานของผู้ใช้แรงงานในไต้หวันมากกว่าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อย่างมาก และมีวันหยุดนักขัตฤกษ์น้อยกว่า จึงมีเสียเรียกร้องให้คืนวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ถูกตัดออกไปมาโดยตลอดและเสียงดังมากขึ้นต่อเนื่อง พรรคก๊กมินตั๋งและพรรคประชาชนไต้หวัน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านจับมือผลักดัน “คืนวันหยุดให้ประชาชน” ในที่สุด....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77326</guid>
      <pubDate>Fri, 16 May 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/16/20250516_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36018240" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. แรงงานไต้หวันกว่า 5,000 คน เดินขบวนในวันแรงงาน 1 พ.ค. เรียกร้องลดชั่วโมงทำงาน มุ่งสู่หยุดสัปดาห์ละ 3 วัน ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปีใหม่ 32,000 เหรียญ]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/15/b5366c39b236a8b823bc398a69f516b4.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>20</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77361</link>
      <description><![CDATA[1. ผู้นำไต้หวันขอบคุณแรงงานต่างชาติทุกคน ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไต้หวัน รับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต่อเนื่องและดูแลสิทธิประโยชน์ต่อไป
1 พฤษภาคมเป็นวันแรงงานแห่งชาติและวันแรงงานสากล กระทรวงแรงงานไต้หวันคัดเลือกผู้ใช้แรงงานจากทุกวงการในไต้หวัน จำนวน 61 เป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศประจำปี 2568 ในจำนวนนี้ ประกอบด้วยแรงงานต่างชาติ 10 คน เป็นแรงงานเวียดนาม 3 คน อินโดนีเซีย 3 คน ฟิลิปปินส์ 2 คนและแรงงานไทย 2 คน โดยเชิญครอบครัวของแรงงานต่างชาติดีเด่นทั้ง 10 คนเดินทางมาร่วมพิธีมอบโล่เกียรติคุณและท่องเที่ยวไต้หวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ กระทรวงแรงงานรับผิดชอบค่าเดินทางและห้องพักและอาหารทั้งหมด พิธีมอบประกาศนียบัตรและโล่เกียรติคุณจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา จากนั้นช่วงเช้าวันที่ 30 เมษายน นายหงเซินฮั่น รมว. กระทรวงแรงงานพาแรงงานดีเด่นทั้ง 61 คน เข้าพบประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อที่ทำเนียบประธานาธิบดี
ประธานาธิบดีไล่ชิงกล่าวขณะให้การต้อนรับการเข้าของแรงงานดีเด่นระดับประเทศ เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ขอบคุณแรงงานต่างชาติทุกคน ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไต้หวัน (ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดี)
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ขณะให้การต้อนรับแรงงานดีเด่นระดับประเทศประจำปี 2568 และครอบครัวแรงงานต่างชาติดีเด่นทั้ง 10 ราย ได้กล่าวแสดงความชื่นชมที่แรงงานดีเด่นทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ในสายงานของตน ทำให้ไต้หวันก้าวหน้าอย่างมั่นคงทั้งด้านเศรษฐกิจ นวัตกรรมเทคโนโลยี และสวัสดิการสังคม พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะผลักดันนโยบายต่าง ๆ เพื่อยกระดับสิทธิประโยชน์ของแรงงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำติดต่อกันเป็นปีที่ 9 และการสนับสนุนพัฒนาอุตสาหกรรม ทำให้ตลาดแรงงานมั่นคง ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ เพื่อให้ไต้หวันก้าวหน้า มั่งคั่ง มีความสุขและกลมเกลียวยิ่งขึ้น
ประธานาธิบดีไล่ชิงกล่าวขณะให้การต้อนรับการเข้าของแรงงานดีเด่นระดับประเทศ เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ขอบคุณแรงงานต่างชาติทุกคน ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไต้หวัน (ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดี)
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้แสดงความยินดีต่อแรงงานที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศซึ่งรวมทั้งแรงงานต่างชาติดีเด่นทั้ง 10 คน ที่สามารถผ่านกระบวนการคัดเลือกอันเข้มข้นมาได้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย และแสดงให้เห็นถึงผลงานที่โดดเด่นในการทำงานของทุกคน โดยปีนี้มีแรงงานจากหลากหลายอาชีพได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัย วิศวกร พยาบาล บุรุษไปรษณีย์ ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ แรงงานต่างชาติ รวมถึงผู้นำและเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน ทุกคนล้วนแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความคิดสร้างสรรค์ในสายงานของตน เสริมสร้างพลังให้กับไต้หวัน
เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 แรงงานดีเด่นระดับประเทศ 61 คน รวมครอบครัวแรงงานต่างชาติดีเด่นทั้ง 10 ราย เข้าพบประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป (ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดี)
นอกจากนี้ ประธานาธิบดียังกล่าวขอบคุณแรงงานต่างชาติที่ได้รับรางวัลและที่ทำงานอยู่ในไต้หวันทุกคน ที่ทุ่มเททำงานในภาคการผลิตและภาคสวัสดิการสังคมของไต้หวันมาอย่างยาวนาน มีส่วนสำคัญในการพัฒนาได้อย่างมั่นคงในด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคมของไต้หวัน จนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
สภาบริหารและกระทรวงแรงงานไต้หวัน จัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณแด่แรงงานดีเด่นระดับประเทศประจำปี 2568 (ภาพจากกระทรวงแรงงาน)
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อกล่าวอีกว่า ปีที่แล้ว ไต้หวันมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจถึง 4.59% สูงที่สุดในบรรดา 4 เสือแห่งเอเชีย และสูงกว่าญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และประเทศหลักในสหภาพยุโรป อีกทั้งยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก และ GDP ของไต้หวันเพิ่มจาก 17.5 ล้านล้านเหรียญไต้หวันในปี 2559 เพิ่มขึ้นเป็น 25.4 ล้านล้านเหรียญไต้หวันในปี 2567 ทำให้ไต้หวันกลายเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับที่ 21 ของโลก ความสำเร็จเหล่านี้ล้วนเกิดจากผู้ใช้แรงงานในไต้หวันและแรงงานต่างชาติทุกคน
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อถ่ายภาพกับนายพสิษฐ์ ครุทจันทร์ (ซ้าย) แรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศ 2568 และครอบครัว (ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดี)
สำหรับแรงงานไทยที่ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศในปีนี้ เป็นแรงงานไทยและมีสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือของบริษัทฟอร์โมซา เฮฟวี่ อินดัสทรี ที่นิคมอุตสาหกรรมม่ายเหลี่ยวทั้งคู่ จัดเป็นแรงงานไทยรายที่ 3 และที่ 4 ของบริษัทฟอร์โมซา เฮฟวี่ อินดัสทรี ที่ได้รับเกียรติคุณนี้ โดยแรงงานไทยที่สร้างชื่อเสียงทั้งสองรายได้แก่ นายขวัญใจ ผันพักตร์ อายุ 49 ปี มาจากจังหวัดสุโขทัย และนายพสิษฐ์ ครุทจันทร์ อายุ 51 ปี จากพิษณุโลก
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อถ่ายภาพกับนายขวัญใจ ผันพักตร์ (ซ้าย) แรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศ 2568 และครอบครัว (ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดี)
2. ตะลึง! แรงงานเวียดนามลืมเงินสด 4 ล้านเหรียญไว้บนรถไฟ นายจ้างตกใจชี้เงินเดือนแค่ 3 หมื่นเศษ ตำรวจตรวจสอบที่มาโยงฟอกเงินหรือโอนเงินใต้ดินหรือไม่ หากไม่มีสิ่งผิดกฎหมายจะคืนให้
เมื่อค่ำวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีผู้โดยสารลืมถุงใส่เงินสด 4,000,000 เหรียญไต้หวันบนรถไฟที่วิ่งระหว่างเมือง ขบวนที่ 3258 ของการรถไฟไต้หวัน (TRA) จากการตรวจสอบพบว่า เจ้าของเงินเป็นแรงงานเวียดนาม เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในสังคมของไต้หวันทันที แรงงานเวียดนามรายนี้ลืมถุงเงินสดก้อนมหาศาลดังกล่าวไว้บนรถไฟขณะเดินทางจากเจียอี้ไปยังนครไถหนาน เมื่อรู้ตัวว่าลืมถุงใส่เงินรีบกลับไปที่เคาน์เตอร์บริการของสถานีรถไฟไถหนานเพื่อขอความช่วยเหลือ หลังได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่การรถไฟรีบแจ้งหัวหน้าขบวนให้ช่วยค้นหา และพบถุงสีดำตามที่แรงงานเวียดนามบอกบริเวณด้านท้ายของตู้โดยสารที่ 2 ภายในเต็มไปด้วยธนบัตรเก่าที่ใช้หนังยางรัดไว้เป็นมัด ๆ จำนวน 8 มัด....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77361</guid>
      <pubDate>Fri, 09 May 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/09/20250509_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36016320" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ผู้นำไต้หวันขอบคุณแรงงานต่างชาติทุกคน ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไต้หวัน รับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต่อเนื่องและดูแลสิทธิประโยชน์ต่อไป]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/09/deba1df3f4522eac8bc6f66ab3a7ce63.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>19</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71919</link>
      <description><![CDATA[1. กระทรวงแรงงานไต้หวันจับมืออินโดนีเซีย ขยายการนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและผู้อนุบาลในองค์กรแบบจ้างตรงจากอินโดนีเซียมากขึ้น
เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการจ้างตรงในรูปแบบรัฐต่อรัฐ กระทรวงแรงงานไต้หวันได้ผลักดันความร่วมมือกับประเทศผู้ส่งออกแรงงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประชุมทวิภาคี ล่าสุดบรรลุข้อตกลงกับกระทรวงแรงงานอินโดนีเซีย ขยายประเภทของแรงงานอินโดนีเซียที่สามารถจ้างตรงได้ จากเดิมที่มีเพียงภาคการผลิตและผู้อนุบาลในครัวเรือน ขยายไปเป็นภาคการเกษตร รวมถึงเกษตรจ้างเหมาบริการ และผู้อนุบาลในองค์กร สามารถใช้บริการจากศูนย์บริการจ้างตรง ในสังกัดกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน ช่วยนายจ้างคัดเลือกแรงงานจากอินโดนีเซียได้โดยตรง ไม่ผ่านการจัดส่งของบริษัทจัดหางาน สะดวกรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของนายจ้างและตัวแรงงานต่างชาติ
ศูนย์จ้างตรง (DHSC) กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน เร่งผลักดันและขยายการนำเข้าแรงงานต่างชาติผ่านระบบจ้างตรง ช่วยนายจ้างและแรงงานลดภาระค่าใช้จ่าย (ภาพจากเว็บ DHSC)
กระทรวงแรงงานระบุว่า การสนับสนุนให้นายจ้างจ้างแรงงานต่างชาติโดยตรง ช่วยนายจ้างและแรงงานลดภาระค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวจากบริษัทจัดหางาน เป็นนโยบายที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2551 ได้ก่อตั้งศูนย์จ้างตรงขึ้น เพื่อให้บริการด้านคำปรึกษา โดยมีบริการล่ามสองภาษา และเจ้าหน้าที่ประจำติดตามดูแลเรื่องการนำเข้าเป็นรายกรณี เมื่อปี 2559 ได้ร่วมมือกับประเทศผู้ส่งออกแรงงานทั้ง 4 ประเทศ เพื่อจัดส่งแรงงานภาคการผลิตและผู้อนุบาลในครัวเรือนให้แก่นายจ้างไต้หวัน และช่วงปลายปี 2567 ได้ขยายความร่วมมือกับอินโดนีเซียครอบคลุมถึงผู้อนุบาลในองค์กรและแรงงานภาคเกษตร
กระทรวงแรงงานประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างนำเข้าแรงงาต่างชาติผ่านระบบจ้างตรง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทั้งของนายจ้างและแรงงานได้ (ภาพจาก LTN)
กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ระบบจ้างตรงไม่ผ่านการจัดส่งของบริษัทจัดหางาน จะดำเนินการผ่านศูนย์จ้างตรง นายจ้างที่มีความประสงค์จะจ้างแรงงานต่างชาติผ่านระบบนี้ สามารถยื่นความต้องการต่อศูนย์จ้างตรง เมื่อได้รับคำร้องแล้ว ศูนย์จ้างตรงจะประสานไปยังสำนักงานแรงงานของประเทศผู้ส่งออกให้ช่วยคัดเลือกแรงงานตามคุณสมบัติที่นายจ้างต้องการ ในจำนวนที่มากกว่าความต้องการ 3-5 เท่า เพื่อให้นายจ้างได้คัดเลือกผ่านการดูจากใบสมัครซึ่งมีข้อมูลของแรงงาน สัมภาษณ์ผ่านวิดีโอคอล หรือเดินทางไปสัมภาษณ์ด้วยตนเองที่ประเทศต้นทาง จากนั้นศูนย์จ้างตรงและประเทศต้นทางจะดำเนินการให้แรงงานต่างชาติเดินทางเข้าไต้หวันเพื่อเริ่มทำงาน กระบวนการนี้ จะช่วยให้นายจ้างสามารถหาคนงานได้รวดเร็วตามเวลาที่กำหนด ประหยัดค่าบริการบริษัทจัดหางานทั้งในและต่างประเทศ และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างกับแรงงาน เกิดผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย
กลุ่มแรงงานไทยชุดแรกที่เดินทางมาทำงานภาคการเกษตรที่เขตเหม่ยหนง นครเกาสง (ภาพจาก newsmarket.com.tw)
กระทรวงแรงงานกล่าวอีกว่า เพื่อช่วยเหลือนายจ้างในการคัดเลือกแรงงานและบริหารจัดการแรงงานหลังเข้าทำงานที่ไต้หวันแล้ว ศูนย์จ้างตรงมีเจ้าหน้าที่ที่สามารถให้คำปรึกษาได้หลายภาษา เช่น ภาษาเวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย และอังกฤษ พร้อมให้บริการดูแลและช่วยแจ้งเตือนนายจ้างต้องดำเนินการตามกฎระเบียบและติดตามการทำเอกสารสำคัญต่าง ๆ เช่น การแจ้งเดินทางเข้าประเทศ เตือนให้พาแรงงานไปตรวจสุขภาพ ทำบัตรถิ่นที่อยู่ ทำใบอนุญาตทำงาน รวมถึงแจ้งเตือนเรื่องการต่อสัญญาเมื่อใกล้ครบกำหนด เพื่อให้นายจ้างสามารถบริหารแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่พลาดขั้นตอนสำคัญ
ไต้หวันขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตรอย่างหนัก (ภาพจาก agriharvest.tw)
นายจ้างที่สนใจ สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของศูนย์จ้างตรง เพื่อค้นหาข้อมูลและบริการเกี่ยวกับการบริหารแรงงานหลังจากแรงงานต่างชาติเดินทางเข้าสู่ไต้หวันแล้ว ได้ที่ : https://dhsc.wda.gov.tw
ฟาร์มปศุสัตว์และฟาร์มโคนมขาดแคลนแรงงานอย่างหนักเช่นกัน (ภาพจาก newsmarket.com.tw)
นอกจากอินโดนีเซียแล้ว กระทรวงแรงงานยังมีแผนเจรจากับประเทศผู้ส่งออกแรงงานรายอื่น ๆ ผ่านการประชุมระดับทวิภาคีอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายประเภทแรงงานที่สามารถจ้างตรงได้ หากนายจ้างมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการต่าง ๆ ของศูนย์จ้างตรง สามารถเข้าเว็บไซต์ข้างต้น หรือโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 02-66130811 (มีบริการภาษาจีน, อังกฤษ, เวียดนาม, ไทย, อินโดนีเซีย) หรือสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 จะมีเจ้าหน้าที่ให้บริการโดยตรง
2. สาวไทยขนกัญชา 11 กก. เข้าไต้หวันด้วยค่าจ้าง 35,000 บาทถูกรวบคาสนามบิน ตำรวจแกะรอยตามจับชายไต้หวันผู้บงการได้แล้ว
ตำรวจท่าอากาศยานและศุลกากรประจำอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 ท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน ได้ตรวจพบความผิดปกติในกระเป๋าเดินทางที่โหลดใต้ท้องเครื่องของผู้โดยสารหญิงไทยรายหนึ่ง ซึ่งเดินทางเข้าประเทศไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว ได้รับการยกเว้นวีซ่า เมื่อเปิดกระเป๋าตรวจสอบพบว่ามีกัญชา ซึ่งในไต้หวันจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 ซุกซ่อนอยู่จำนวน 6 ห่อ น้ำหนักร่วม 11 กิโลกรัม มูลค่าตลาดโดยประมาณ 27 ล้านเหรียญไต้หวัน นอกจากจับกุมหญิงไทยรายนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้รายงานให้อัยการดำเนินการสืบสวน จนสามารถติดตามจับกุมนายซู ชายไต้หวันได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตว่านหัว กรุงไทเป หลังจากพยายามเปลี่ยนโรงแรมหลายแห่ง เพื่อป้องกันการตรวจจับของตำรวจ นายซูให้การสารภาพว่า ติดต่อผ่านนายหน้าชาวไทยจ้างหญิงไทยลักลอบขนยาเข้าไต้หวันในราคาค่าจ้าง 35,000 บาท หลังสอบสวน ตำรวจควบคุมตัวดำเนินคดีทันที
นางสาววนิดา (นามสมมุติ) หญิงไทยวัย 30 ปี ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารใน กทม. รับจ้างขนกัญชาร่วม 11 กก. เข้าไต้หวันถูกจับ (ภาพจากตำรวจท่าอากาศยานเถาหยวน)....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71919</guid>
      <pubDate>Fri, 02 May 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/02/20250502_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36024000" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. กระทรวงแรงงานไต้หวันจับมืออินโดนีเซีย ขยายการนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและผู้อนุบาลในองค์กรแบบจ้างตรงจากอินโดนีเซียมากขึ้น]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/02/f910906b21e492c894cfbbd72e999a5d.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>18</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71956</link>
      <description><![CDATA[1. ผ่านไปร่วม 3 ปี ไต้หวันอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 35,810 คน เป็นผู้อนุบาล 56% ภาคการผลิต 15,731 คน เป็นแรงงานไทย 3,006 คน
กระทรวงแรงงานไต้หวันผลักดันโครงการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือและได้รับค่าจ้างตามกำหนด สามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือและอยู่ทำงานในไต้หวันได้ต่อไป หรือเรียกสั้น ๆ ว่าโครงการแรงงานกึ่งฝีมือ เพื่อแก้ภาวะขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะระดับช่างเทคนิค มาตั้งแต่ 30 เมษายน 2565 เวลาผ่านไปแล้วร่วม 3 ปี ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 กระทรวงแรงงานไต้หวันอนุมัติให้นายจ้างว่าจ้างแรงงานทั้ง 4 ชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 35,810 คน ในจำนวนนี้ 56.07% เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคสวัสดิการสังคม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้อนุบาลในครัวเรือน ภาคการผลิต 15,731 คน คิดเป็นอัตราส่วน 43.93%
นายวีรพันธ์ เสนาะพิน แรงงานไทยจากนครปฐม ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ (ภาพจากศูนย์จัดหางานหูเหว่ย เมืองหยุนหลิน)
เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกแก่นายจ้างที่ประสงค์จะว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ เริ่มจากปี 2567 เป็นต้นมา กรมพัฒนากำลังแรงงาน ใช้มาตรการเชิงรุกในการส่งเสริมให้นายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ โดยโทรศัพท์สอบถามนายจ้างที่มีแรงงานต่างชาติ ซึ่งสอดคล้องกับคุณสมบัติในการยกระดับแรงงานกึ่งฝีมือ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอุปสรรคและอำนวยความสะดวกในการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ผลปรากฏว่า นายจ้างมีความกระตือรือร้นในการยื่นขอยกระดับแรงงานต่างชาติของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือมากขึ้น ทำให้ยอดจำนวนแรงงานกึ่งฝีมือที่อนุมัติแล้วเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด โดยตั้งเป้าอนุมัติไม่ต่ำกว่าปีละ 20,000 คน
ในภาพเป็นแรงงานกึ่งฝีมือชาวฟิลิปปินส์ที่โรงงานในจางฮั่ว (ภาพจาก newstaiwan.net)
กระทรวงแรงงานกล่าวว่า คุณสมบัติของแรงงานกึ่งฝีมือ มี 4 รายการ ได้แก่ ทำงานในไต้หวันติดต่อกันครบ 6 ปีขึ้นไป หรือทำงานไม่ต่อเนื่องแต่มีอายุงานรวมสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไป หรือแรงงานเก่าที่เคยทำงานในไต้หวันครบ 11 ปี 6 เดือนและเดินทางกลับประเทศแล้ว รวมถึงนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาในไต้หวันระดับอนุปริญญาขึ้นไป หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างตามกำหนดและมีทักษะฝีมือตามเกณฑ์ นายจ้างสามารถยื่นขอว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ โดยทำสัญญาครั้งละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดสามารถต่อสัญญาใหม่ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะเวลาการทำงาน 12 /14 ปี เหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไป จะได้รับเงินบำเหน็จและเงินบำนาญเหมือนแรงงานท้องถิ่น เมื่ออยู่ทำงานในไต้หวันครบ 5 ปี ยังมีสิทธิ์ยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวร ในส่วนผลดีของนายจ้าง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ไม่ต้องชำระเงินเข้ากองทุนความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่นเหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไปที่นายจ้างต้องจ่ายเดือนละ 2,000-3,000 เหรียญต่อคน นอกจากนี้ นายจ้างยังสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติคนใหม่มาทดแทนโควตาแรงงานต่างชาติทั่วไปที่ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว ช่วยให้นายจ้างมีความยืดหยุ่นในการว่าจ้างแรงงานมากขึ้น
ศูนย์บริการจ้างงานของกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน (ภาพจากศูนย์จัดหางานหูเหว่ย เมืองหยุนหลิน)
ข้อมูลของศูนย์บริการการจ้างงานชาวต่างชาติ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 กระทรวงแรงงานอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 35,810 คน เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต 15,731 คน คิดเป็น 43.93% ของทั้งหมด แบ่งเป็นตำแหน่งงานต่อไปนี้ :
1. โรงงานอุตสาหกรรม 14,955 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนาม 5,507 คน ตามด้วยแรงงานฟิลิปปินส์ 4,144 คน แรงงานไทยในโรงงานได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 2,976 คน ขณะที่อินโดนีเซียได้รับการอนุมัติ 2,326 คน
2. ลูกเรือประมงได้รับการอนุมัติแล้ว 645 คน เป็นลูกเรืออินโดนีเซีย 512 คน ฟิลิปปินส์ 115 คน เวียดนาม 14 คนและแรงงานไทย 4 คน
3. ภาคการเกษตรอนุมัติแล้ว 62 คน เป็นแรงงานอินโดนีเซีย 25 คน เวียดนาม 22 คน ฟิลิปปินส์ 11 คนและแรงงานไทยไทย 4 คน
4. โรงเชือดและชำแหละเนื้อสัตว์ 27 คน เป็นแรงงานเวียดนาม 16 คน อินโดนีเซีย 9 คนและฟิลิปปินส์ 2 คน
5. ภาคการก่อสร้างอนุมัติแล้ว 38 คน เป็นคนงานไทย 22 คน เวียดนาม 9 คน อินโดนีเซีย 7 คน
6. งานจ้างเหมาบริการภาคการเกษตรเป็นแรงงานเวียดนามทั้งหมด 4 คน
ด้านภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล ได้รับการอนุมัติมากที่สุด 20,079 คน คิดเป็น 56.07% แบ่งเป็นผู้อนุบาลในครัวเรือน 19,328 คน เป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย 14,980 คน ฟิลิปปินส์ 2,955 คน เวียดนาม 1,327 คนและผู้อนุบาลไทย 66 คน ส่วนผู้อนุบาลในองค์กร ได้รับอนุมัติแล้ว 751 คน เป็นผู้อนุบาลเวียดนาม 406 คน อินโดนีเซีย 235 คน ฟิลิปปินส์ 108 คนและแรงงานไทย 2 คน
ผู้อนุบาลในครัวเรือนได้รับอนุมัติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือมากที่สุด 19,328 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย 14,980 คน
เนื่องจากค่าจ้างขั้นต่ำในไต้หวันปรับสูงขึ้นทุกปี โดยในปีนี้ปรับเป็น 28,590 เหรียญ ใกล้ค่าจ้างประจำของแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิตที่เริ่มต้น 33,000 เหรียญเข้าไปทุกที รวมถึงกระทรวงแรงงานมีการส่งเสริม ลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกมากขึ้น อาทิ ลดระยะเวลาในการประกาศรับสมัครแรงงานในประเทศ เพื่อให้นายจ้างได้ใบรับรอง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญประกอบการยื่นขอ และจัดตั้งศูนย์บริการแรงงานกึ่งฝีมือ ฯลฯ จึงคาดว่า ยอดจำนวนแรงงานกึ่งฝีมือจะเพิ่มรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม
2. สลด! แรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายถูกซากเหล็กทับเสียชีวิตอนาถ หลังนั่งร้านซ่อมผนังภายนอกอาคารโรงพยาบาลไถต้าในไทเปถล่ม
ช่วงเช้าวันที่ 21 เมษายน 2568 เกิดอุบัติเหตุนั่งร้านพังถล่มระหว่างการปรับปรุงและเปลี่ยนผนังภายนอกและภายในอาคารโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยไต้หวันหรือไถต้าในกรุงไทเป ซึ่งมีความสูง 10 ชั้น ผู้รับเหมาแจ้งว่า มีแรงงานถูกทับอยู่ใต้โครงเหล็ก 1 คน หน่วยกู้ภัยเร่งค้นหาจนถึงรุ่งเช้าเวลา 03.00 น.....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71956</guid>
      <pubDate>Fri, 25 Apr 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/25/20250425_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36000960" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ผ่านไปร่วม 3 ปี ไต้หวันอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 35,810 คน เป็นผู้อนุบาล 56% ภาคการผลิต 15,731 คน เป็นแรงงานไทย 3,006 คน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/25/46d1c09062c410b48fe1c7c0776e4743.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>17</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71995</link>
      <description><![CDATA[1. น่าชื่นชม! 2 แรงงานไทยจากหยุนหลิน คว้ารางวัลแรงงานดีเด่นระดับประเทศของกระทรวงแรงงานไต้หวัน
1 พ.ค. เป็นวันแรงงานแห่งชาติของไต้หวันและเป็นวันแรงงานสากล ก่อนถึงวันสำคัญของผู้ใช้แรงงานวันนี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันจะจัดประกวดแรงงานดีเด่นระดับประเทศเป็นประจำทุกปี โดยให้กองแรงงานท้องที่ สหภาพแรงงาน สมาคมผู้ประกอบการและองค์กร NGO เป็นผู้คัดเลือกในเบื้องต้นและส่งเข้าประกวด เมื่อกระทรวงแรงงานได้รับรายชื่อและข้อมูลของผู้เข้าประกวดแล้ว จะส่งให้คณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนกระทรวงแรงงานและนักวิชาการเป็นผู้ประเมินและพิจารณาคัดเลือกแรงงานดีเด่นต่อไป ที่ผ่านมา แรงงานดีเด่นระดับประเทศ จะเป็นแรงงานท้องถิ่นจากภาคอุตสาหกรรมการผลิต บริการและธุรกิจต่างๆ จำนวน 51 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับวันและเดือนของวันแรงงานแห่งชาติ นับแต่ปี 2564 เป็นต้นมา มีการเพิ่มโควตาแรงงานต่างชาติจำนวน 5 คน เป็นแรงงานต่างชาติจากภาคการผลิต 3 คน และภาคสวัสดิการสังคม 2 คน ในปี 2567 เพิ่มเป็น 10 คน มาจากภาคการผลิต 6 คนและภาคสวัสดิการสังคม 4 คน ปี 2568 มีการคัดเลือกแรงงานต่างชาติจำนวน 10 เช่นกัน เป็นแรงงานเวียดนาม 3 คน อินโดนีเซีย 3 คน ฟิลิปปินส์ 2 คนและไทย 2 คน
ก่อนถึง 1 พ.ค. วันแรงงานแห่งชาติ กระทรวงแรงงานไต้หวันจะจัดประกวดแรงงานดีเด่นระดับประเทศเป็นประจำทุกปี ในภาพเป็นการถ่ายภาพหมู่หลังพิธีมอบโล่เกียรคุณแรงงานดีเด่นระดับประเทศ 2567 (ภาพจากกระทรวงแรงงาน)
สำหรับแรงงานไทยที่ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นในปีนี้ เป็นแรงงานไทยของบริษัทฟอร์โมซา เฮฟวี่ อินดัสทรี ที่นิคมอุตสาหกรรมม่ายเหลี่ยวทั้งคู่ และถือเป็นแรงงานไทยรายที่ 3 และที่ 4 ของบริษัทฟอร์โมซา เฮฟวี่ อินดัสทรี ได้แก่ :
1. นายขวัญใจ ผันพักตร์ อายุ 49 ปี มาจากจังหวัดสุโขทัย เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเป็นเวลามากกว่า 10 ปีแล้ว ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2564 เดินทางทำงานที่ไต้หวัน ผ่านระบบรัฐจัดส่ง กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานเป็นผู้จัดส่งโดยตรงไม่ผ่านบริษัทจัดหางานกับนายจ้าง บริษัทฟอร์โมซา เฮฟวี่ อินดัสทรี ที่นิคมอุตสาหกรรมม่ายเหลี่ยว เมืองหยุนหลิน ซึ่งเป็นโรงงานผลิตหม้อน้ำและเครื่องจักรขนาดใหญ่ป้อนโรงงานในนิคม ยังผลิตกังหันลมสำหรับผลิตไฟฟ้า มีช่างเชื่อมและช่องประกอบโลหะที่เป็นแรงงานไทยกว่า 200 คน เนื่องจากเป็นคนตั้งใจทำงานและใฝ่รู้ ระหว่างที่ทำงาน ได้พัฒนาฝีมือจากช่างเชื่อมทั่วไปเป็นช่างเชื่อมมืออาชีพ สามารถเชื่อมงานได้ทุกชนิดอย่างมีคุณภาพและสอบผ่านมาตรฐานงานเชื่อมสากลได้รับใบรับรองจาก ISO นายจ้างได้ยกระดับให้เป็นแรงงานกึ่งฝีมือ นายขวัญใจกล่าวถึงหลักการทำงานของตนว่า ทำงานเต็มความสามารถ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบ ปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดครั้งเดียวจบตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
นายขวัญใจ ผันพักตร์ อายุ 49 ปี จากจังหวัดสุโขทัย แรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศ 2568 เคยได้รับเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นเมืองหยุนหลินประจำปี 2567 (ภาพจาก ฟอร์โมซา เฮฟวี่ อินดัสทรี)
2. นายพสิษฐ์ ครุทจันทร์ อายุ 51 ปี จากพิษณุโลก เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเป็นเวลากว่า 12 ปี โดยการจัดส่งของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานเช่นกัน ทำงานกับนายจ้าง บริษัทฟอร์โมซา เฮฟวี่ อินดัสทรี สำนักงานใหญ่ที่เกาสง เป็นพนักงานประกอบโลหะและขับรถยก ในระหว่างปฏิบัติงาน ได้เข้าร่วมการฝึกอบรมวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง และสอบผ่านมาตรฐานฝีมือแรงงานของไต้หวันสาขาทักษะการขับรถยก นอกจากนี้ยังให้ความช่วยเหลือด้านการฝึกอบรมวิชาชีพ สนับสนุนกิจกรรมในชุมชน รวมถึงเคยมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือด้านการป้องกันโรคไข้เลือดออกและการส่งเสริมอนามัยสิ่งแวดล้อม จนได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นประจำปี 2567 ของนครเกาสง ต่อมาเมื่อปลายเดือนมีนาคมได้ย้ายไปอยู่ที่โรงงานของบริษัทฟอร์โมซา เฮฟวี่ อินดัสทรี ในนิคมอุตสาหกรรมม่ายเหลียว และก่อนย้ายก็ได้รับการคัดเลือกจากกองแรงงาน นครเกาสงส่งเข้าประกวด จนได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงแรงงานให้เป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศประจำปี 2568 ร่วมกับแรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างชาติอีก 60 คน
นายพสิษฐ์ ครุทจันทร์ อายุ 51 ปี จากพิษณุโลก แรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศ 2568 เคยได้รับเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นนครเกาสงประจำปี 2567 (ภาพจาก ฟอร์โมซา เฮฟวี่ อินดัสทรี)
พิธีมอบโล่เกียรติคุณแรงงานดีเด่นระดับประเทศปีนี้ จัดขึ้นในวันที่ 29 เมษายนนี้ ที่โรงแรม Shangri-La's Far Eastern Plaza Hotel ในกรุงไทเป ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่น นอกจากรับมอบประกาศนียบัตร โล่เกียรติคุณ และได้เงินรางวัล 10,000 เหรียญแล้ว หลังเสร็จพิธี จะได้เข้าพบประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อในวันที่ 30 เมษายนนี้ เวลา 10:00-10:30 น. และกระทรวงแรงงานยังได้ให้แรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศทุกคนเซอร์ไพรส์ ด้วยการเชิญภรรยาและบุตรจากประเทศไทย 2-3 คนมาท่องเที่ยวไต้หวันและร่วมพิธีเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางตลอดจนอาหารที่พักรวมถึงการท่องเที่ยวในไต้หวันทั้งหมด กระทรวงแรงงานเป็นผู้รับผิดชอบทุกรายการ
ขอปรบมือชื่นชม แรงงานไทยที่ทำงานดี ได้รับความไว้วางใจและได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศ เป็นการสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ให้กับแรงงานไทยโดยรวม
2. ตำรวจหนานโถวปฏิบัติการกวาดล้างพื้นที่บนภูเขา จับกุม 22 แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย
ที่เมืองหนานโถว เนื่องจากมีภูเขาสูง มักมีเพิงพักจำนวนมากที่ถูกใช้เป็นสถานที่ผลิตปืนเถื่อน ผลิตยาเสพติด รวมทั้งเป็นที่หลบซ่อนตัวของแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างทำงานเกษตรอย่างผิดกฎหมาย และมีจำนวนมากที่กลายเป็นแก๊งมอดไม้ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า สถานีตำรวจตำบลซิ่นอี้ในเมืองหนานโถว เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 155 นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางป่าและเพิงพักบนภูเขากว่า 100 แห่ง....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71995</guid>
      <pubDate>Fri, 18 Apr 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/18/20250418_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36033600" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. น่าชื่นชม! 2 แรงงานไทยจากหยุนหลิน คว้ารางวัลแรงงานดีเด่นระดับประเทศของกระทรวงแรงงานไต้หวัน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/18/f70091f7e368c90bae67d5195a099e1f.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>16</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72031</link>
      <description><![CDATA[1. เตือน! ห้ามจ้างแรงงานผิดกฎหมาย ส่งเสริมให้ประชาชนแจ้งเบาะแส ตั้งรางวัลนำจับ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จ่ายเงินรางวัลแล้วกว่า 36.5 ล้านเหรียญ
การจ้างแรงงานในไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตหรือผู้ใช้แรงงานในครัวเรือน ต้องได้รับอนุญาตซึ่งมีเงื่อนไขและข้อจำกัด ส่งผลให้นายจ้างจำนวนหนึ่ง ซึ่งต้องการใช้แรงงานอย่างเร่งด่วน มักจะว่าจ้างชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ส่งผลให้แรงงานต่างชาติหลบหนีมากขึ้นต่อเนื่อง เพื่อจะแก้ปัญหาดังกล่าว นอกจากเพิ่มการประสัมพันธ์แล้ว กระทรวงแรงงานยังส่งเสริมให้มีการแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสนายจ้างที่ว่าจ้างชาวต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย นายหน้าจัดหางานเถื่อนและแรงงานต่างชาติหลบหนี รวมถึงชาวต่างชาติที่ถือฟรีวีซ่าแต่อยู่ทำงานอย่างผิดกฎหมาย ด้วยการตั้งรางวัลนำจับ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการยื่นขอรับรางวัลนำจับแล้ว 3,678 คดี และจ่ายเงินรางวัลรวมกว่า 36.5 ล้านเหรียญ
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่งในไถหนาน จับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายได้ 26 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานเวียดนาม (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไถหนาน)
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนช่วยกันรายงานการกระทำผิดกฎหมาย กรมพัฒนากำลังแรงงาน ในสังกัดของกระทรวงแรงงานได้จัดตั้งสายด่วนแจ้งเบาะแสแบบโทรฟรีหมายเลข 0800-000-978 พร้อมทั้งกำหนด หลักเกณฑ์การจ่ายรางวัลสำหรับผู้รายงานการละเมิดกฎหมายด้านการจ้างงาน ผู้ใดแจ้งเบาะแสซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้ จะมอบเงินรางวัลตามจำนวนผู้ถูกจับกุมและลักษณะของคดี
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจู่โจมตรวจสอบโรงเชือดและชำแหละไก่ในเขตว่านหัว กลางกรุงไทเป จับ 22 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย (ภาพจาก CNA)
จากข้อมูลพบว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีคดีที่ได้รับรางวัลรวม 3,678 คดี จ่ายเงินรางวัลนำจับรวมกว่า 36.5 ล้านเหรียญ สามารถจับกุมแรงงานต่างชาติที่ทำงานผิดกฎหมายได้ 8,193 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยวแต่อยู่ทำงานอย่างผิดกฎหมายจำนวน 5,574 คน ส่วนนายจ้างที่จ้างแรงงานผิดกฎหมายและชาวต่างชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตถูกจับกุม 2,673 คน และนายหน้าจัดหางานผิดกฎหมาย 95 คน
จับนายหน้าเถือน นายจ้างและแรงงานผิดกฎหมายกลางสวนที่เมืองไถหนานจำนวน 15 คน (ภาพจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไถหนาน)
กระทรวงแรงงานระบุว่า การจัดตั้งเงินรางวัลแจ้งเบาะแส มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการจ้างงานผิดกฎหมาย ทั้งแรงงานต่างชาติที่หลบหนีนายจ้างและชาวต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยวอยู่ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยรางวัลจะแบ่งตามประเภทของผู้ถูกจับกุม ได้แก่ นายจ้างผิดกฎหมาย นายหน้าหรือบริษัทจัดหางงานผิดกฎหมาย และแรงงานต่างชาติที่ทำงานผิดกฎหมาย
สำหรับการจ้างแรงงานผิดกฎหมายหรือชาวต่างชาติเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต :
- ผู้แจ้งเบาะแสและนำไปสู่การจับกุมได้ 1 คน ได้รับรางวัล 10,000 เหรียญ
- 2-4 คน ได้รับ 20,000 เหรียญ
- 5-7 คน ได้รับ 50,000 เหรียญ
- 8-10 คน ได้รับ 60,000 เหรียญ
- 11 คนขึ้นไป ได้รับ 70,000 เหรียญ
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับแรงงานผิดกฎหมายลักลอบทำงานตามไซต์งานก่อสร้างในนครเถาหยวน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเถาหยวน)
ส่วนนายหน้าเถื่อนหรือบริษัทจัดหางานผิดกฎหมาย :
- จับกุมได้ 1 คน ได้รับรางวัล 20,000 เหรียญ
- 2-4 คน ได้รับ 50,000 เหรียญ
- 5 คนขึ้นไป ได้รับ 70,000 เหรียญ
ตำรวจหนานโถวจับแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายตั้งแก๊งลักลอบตัดไม้สงวน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหนานโถว)
สำหรับการแจ้งเบาะแสแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายหรือชาวต่างชาติที่ลักลอบทำงาน :
- จับกุมได้ 1-3 คน ได้รับ 5,000 เหรียญ
- 4-6 คน ได้รับ 10,000 เหรียญ
- 7-9 คน ได้รับ 15,000 เหรียญ
- 10 คนขึ้นไป ได้รับ 20,000 เหรียญ
ตามป่าและภูเขาทางภาคกลางมีแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายจำนวนมากลักลอบทำงานเกษตรและเก็บใบชา (ภาพจาก udn.com)
กระทรวงแรงงานเตือนให้นายจ้างต้องจ้างแรงงานต่างชาติอย่างถูกกฎหมาย เนื่องจากไต้หวันใช้ระบบห้ามชาวต่างชาติทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต การจ้างแรงงานต่างชาติเข้าทำงานจะต้องขออนุญาตและได้รับการอนุมัติจากกระทรวงแรงงานก่อน แนะนายจ้างที่มีความจำเป็นต้องจ้างงานด่วน ควรปฏิบัติตาม 3 ขั้นตอน คือ ตรวจสอบ ตรวจเช็กและสอบถาม
โดยก่อนจ้างงาน นายจ้างต้อง :
1. ตรวจสอบเอกสารสำคัญ เช่น ใบอนุญาตทำงานและบัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC
2. ตรวจเช็กว่าเอกสารตรงกับตัวบุคคลหรือไม่
3. สอบถามสถานะว่าเป็นผู้ต้องถิ่นฐานใหม่หรือชาวต่างชาติที่แต่งงานกับชาวไต้หวัน หรือเป็นผู้ติดตาม นักศึกษาต่างชาติ หรือแรงงานต่างชาติ
ส่วนนายจ้างใช้บริการบริษัทจัดหางาน ต้องตรวจสอบว่า เป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตและมีการจดทะเบียนอย่างถูกกฎหมายหรือไม่
กระทรวงแรงงานย้ำว่า หากนายจ้างคำนึงถึงเฉพาะปัญหาขาดแคลนแรงงานเฉพาะหน้าและละเลยขั้นตอนข้างต้น นำไปสู่การจ้างชาวต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย อาจต้องเสียค่าปรับสูงสุดถึง 750,000 เหรียญไต้หวัน
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทุกท้องที่ตรวจสอบแรงงานผิดกฎหมายตามหอพัก สถานที่ทำงานและไซต์งานก่อสร้างต่าง ๆ อย่างเข้มข้น (ภาพจาก kingtop.com.tw)
2. สาวเวียดนามที่ไทจงโอนเงินผ่านช่องทางผิดกฎหมายโดนปล้น 630,000 โชคดีที่แจ้งความตำรวจจับแก๊งหลอกโอนเงินเวียดนามตามเงินคืนมาได้ใน 5 ชั่วโมง
นางสาวโด๋ อายุ 33 ปี แรงงานหญิงชาวเวียดนาม ทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในนครไทจง ต้องการจะโอนเงินจำนวน 630,000 เหรียญที่อุตส่าห์อดออมมานานกลับบ้าน และเพื่อจะประหยัดค่าธรรมเนียมการโอนและได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดี เห็นโฆษณาในโซเชียลค่าโอนถูก เรตดี ถึงบ้านไว จึงตัดสินใจใช้บริการ หลังนำเงินสดไปส่งตามนัด คนให้บริการซึ่งเป็นหนุ่มสาวชาวเวียดนามคู่หนึ่ง เมื่อรับเงินไปแล้ว....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72031</guid>
      <pubDate>Fri, 11 Apr 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/11/20250411_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36031680" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. เตือน! ห้ามจ้างแรงงานผิดกฎหมาย ส่งเสริมให้ประชาชนแจ้งเบาะแส ตั้งรางวัลนำจับ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จ่ายเงินรางวัลแล้วกว่า 36.5 ล้านเหรียญ]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/11/e30ca8aa86e9813272ebab1ac25bdaf0.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>15</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72067</link>
      <description><![CDATA[1. เสียงเรียกร้องคืนวันหยุดนักขัตฤกษ์ 7 วันให้แก่ผู้ใช้แรงงานดังต่อเนื่อง รมว. กระทรวงแรงงานระบุ สามารถหารือในเชิงบวกและมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มขึ้น
เสียงเรียกร้องให้คืนวันหยุดนักขัตฤกษ์ 7 วันแก่ผู้ใช้แรงงาน กลายเป็นประเด็นร้อนที่มีการถกกันอย่างมากในสังคมไต้หวัน หลังจากมีการทำโพลสำรวจพบว่า ชาวไต้หวัน 56.7% สนับสนุนให้เพิ่มวันหยุดนักขัตฤกษ์แก่ผู้ใช้แรงงาน รมว. กระทรวงแรงงานยอมรับในสภานิติบัญญัติอย่างเป็นทางการว่า เรื่องนี้สามารถหารือกันได้ในเชิงบวกและมีโอกาสที่จะปรับเพิ่ม ส่วนจะกลายเป็นจริงเมื่อไหร่และเพิ่มขึ้นกี่วันต้องมีการหารือกันต่อไป
นายหง เซินฮั่น รัฐนนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (ภาพจาก taisounds.com)
เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติ ซึ่งเป็นรัฐสภาของไต้หวันได้เชิญนายหง เซินฮั่น รมว. กระทรวงแรงงาน รายงานการปฏิบัติภารกิจด้านแรงงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติพรรคฝ่ายค้าน ตั้งกระทู้ถามและแสดงจุดยืนว่า ยอดชั่วโมงทำงานต่อปีของผู้ใช้แรงงานในไต้หวันเมื่อปี 2567 อยู่ที่ 2,030 ชั่วโมง สูงที่สุดอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ อดีตประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เคยให้คำมั่นสัญญาจะปรับนโยบายแรงงาน 6 ประการ ขณะชนะการเลือกตั้งเข้ารับตำแหน่ง 1 ในนโยบายจำนวนนี้ ได้แก่การลดชั่วโมงทำงานต่อปีของผู้ใช้แรงงานในไต้หวันลง แต่ไม่สามารถทำได้ตามสัญญา และนายหง เซินฮั่นเอง ขณะเป็น สส. พรรครัฐบาลก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็น รมว. กระทรวงแรงงาน เคยเสนอว่า ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันทำงานหนักและนานเกินไป ควรลดชั่วโมงการทำงานลงและเพิ่มวันหยุดมากขึ้น สส. พรรคฝ่ายค้านซักถามว่า เมื่อดำรงตำแหน่งเป็น รมว. กระทรวงแรงงานแล้ว จุดยืนเป็นอย่างไร เปลี่ยนไปจากเดิมแล้วหรือไม่?
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสะพานตั้นเจียง (ภาพจาก udn.com)
นายหง เซินฮั่น รมว. กระทรวงแรงงานกล่าวว่า แม้เรื่องวันหยุดจะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ตนในฐานะผู้ดูแลกระทรวงแรงงานเห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่จะหารือในเรื่องนี้ ทั้งในแง่ของสภาวะทางเศรษฐกิจ การปฏิบัติของภาครัฐ โดยเฉพาะความต้องการของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งกระทรวงแรงงานจะให้ความสำคัญต่อการพักผ่อนเต็มที่ของผู้ใช้แรงงาน ดังนั้น ประเด็นนี้จึงมีความเป็นไปได้ที่จะหารือกันในเชิงบวกและมีโอกาสจะเพิ่มวันหยุดนักขัตฤกษ์ได้
แรงงานไทยในโรงงานเย็บผ้าแห่งหนึ่งในนครเถาหยวน
จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ในบรรดาประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือ OECD ซึ่งมีทั้งหมด 39 ประเทศและพื้นที่ ไต้หวันมีชั่วโมงทำงานสูงเป็นอันดับ 2 จาก 39 ประเทศ OECD เป็นรองเพียงสิงคโปร์ และเมื่อเปรียบเทียบจำนวนวันหยุดนักขัตฤกษ์ของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านแล้วจะพบว่า ญี่ปุ่นมีวันหยุดนักขัตฤกษ์ 16 วัน เกาหลีใต้มี 15 วัน ขณะที่ไต้หวัน มีเพียง 12 วัน เนื่องจากถูกรัฐบาลตัดทอนไป 7 วัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
มูลนิธิวิจัยนโยบายแห่งชาติ (National Policy Foundation) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยนโยบายหรือคลังสมองของพรรคก๊กมินตั๋ง ประกาศผลสำรวจความคิดเห็นพบว่า 56.7% ของชาวไต้หวันที่รับการสำรวจสนับสนุนให้คืนวันหยุดนักขัตฤกษ์ 7 วันที่ถูกยกเลิกไป ยังมีประชาชนมากกว่า 60% สนับสนุนให้วันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. เป็นวันหยุดสำหรับทั่วประเทศ จากที่ปัจจุบันเป็นวันหยุดเฉพาะผู้ใช้แรงงาน หน่วยงานรัฐไม่หยุดในวันนี้
นายเกา ซือป๋อ หัวหน้ากลุ่มกฎหมายของมูลนิธิวิจัยนโยบายแห่งชาติมองว่า ปัจจุบันวันหยุดนักขัตฤกษ์ในไต้หวันยังไม่ได้ถูกกำหนดอย่างชัดเจนในกฎหมาย เป็นเพียงคำสั่งทางการบริหารเท่านั้น การพิจารณาว่าควรกำหนดวันใดเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ควรพิจารณาจากสองปัจจัยหลักได้แก่ ความสำคัญของวันหยุดนั้น ๆ และความเชื่อมโยงกับสังคม ยกตัวอย่างเช่น วันแรงงานแห่งชาติ หากให้เฉพาะผู้ใช้แรงงานหยุดงาน แต่ข้าราชการและครูไม่ได้หยุด อาจทำให้เกิดปัญหาอย่างอื่นตามมา เช่นเดียวกับวันครู หากให้หยุดเฉพาะครู อาจกระทบต่อสิทธิของนักเรียน ส่วนวันรัฐธรรมนูญและวันกอบกู้เอกราชไต้หวันจากการเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น เป็นวันที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ การฟื้นฟูให้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ จึงมีความจำเป็น
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
ด้านนายอู๋ตงเลี่ยง ประธานสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าของไต้หวันกล่าวว่า ในประเด็นนี้ มุมมองของผู้ประกอบการไม่คัดค้าน แต่อย่าหยุดมากเกินจนเลยเถิด ขณะนี้ ยังไม่สามารถคำนวณได้ว่า การหยุดงานทั่วประเทศ 1 วันจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการมากน้อยเพียงใด แต่เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตอย่างแน่นอน ในจุดยืนของผู้ประกอบการเห็นว่า ควรให้แรงงานได้รับวันพักผ่อนที่เหมาะสม แต่อย่าเลยเถิด ต้องคำนึงถึงศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งอื่น ๆ
ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันมีโอกาสได้วันหยุดเพิ่มขึ้น
เดิมในไต้หวันกำหนดวันหยุดนักขัตฤกษ์ 19 วัน แต่มีการตัดลดหรือยกเลิกไป 7 วันเหลือ 12 วันตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 สำหรับวันหยุดนักขัตฤกษ์ถูกตัดออกไปทั้ง 7 วัน ได้แก่ :
1. วันถัดจากวันรำลึกการสถาปนาประเทศ (วันถัดจากวันขึ้นปีใหม่) 2 มกราคม
2. วันรำลึกวีรชนที่พลีชีพเพื่อชาติ หรือวันเยาวชน 29 มีนาคม
3. วันครู 28 กันยายน
4. วันกอบกู้ไต้หวันจากการปกครองของญี่ปุ่น 25 ตุลาคม
5. วันเกิดอดีตประธานาธิบดีเจียงไคเชก 31 ตุลาคม
6. วันเกิด ดร. ซุนยัตเซ็น บิดาประชาชาติจีน 12 พฤศจิกายน
7. วันรัฐธรรมนูญ 25 ธันวาคม
2. นายจ้างไต้หวันขับรถแบคโฮทุบรถตำรวจ ตม. เละเป็นเศษเหล็ก ขัดขวางการเข้าจับกุมผีน้อยไทยเพื่อให้หลบหนี ต้องเข้าคุก 1 ปี 2 เดือน....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72067</guid>
      <pubDate>Fri, 04 Apr 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/04/20250404_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36020160" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. เสียงเรียกร้องคืนวันหยุดนักขัตฤกษ์ 7 วันให้แก่ผู้ใช้แรงงานดังต่อเนื่อง รมว. กระทรวงแรงงานระบุ สามารถหารือในเชิงบวกและมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มขึ้น]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/04/909568046115d0b53562650cba6fc16e.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>14</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72104</link>
      <description><![CDATA[1. แก้ปัญหาที่ต้นทาง? กระทรวงแรงงานเตรียมหารือให้ บจง. ต่างประเทศรับผิดชอบค่าส่งกลับประเทศ หากแรงงานที่จัดส่งหลบหนีใน 90 วันแรก
ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ พุ่งสูงเกิน 90,000 คนแล้ว เพื่อที่ควบคุมปัญหาตั้งแต่ต้นทางและลดจำนวนแรงงานต่างชาติที่หลบหนี ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา กระทรวงแรงงานไต้หวันได้ให้บริษัทจัดหางานที่จัดส่งร่วมรับผิดชอบด้วย นอกจากเพิ่มการตรวจสอบแรงงานต่างชาติที่บริษัทจัดหางานต่างประเทศจัดส่งในทุก 3 เดือน หากพบมีอัตราส่วนหรือจำนวนคนหลบหนีในเดือนแรกเกินกว่ามาตรฐานกำหนด ครั้งแรกจะถูกลงโทษห้ามจัดส่งแรงงานต่างชาติชั่วคราวด้วยการระงับบริษัทจัดหางานต่างประเทศนั้น ๆ ยื่นขอวีซ่าให้แก่แรงงานที่ตนจัดส่งเป็นเวลา 7 วัน หากตรวจพบครั้งที่ 2 เป็นต้นไป เพิ่มขึ้นอีกครั้งละ 7 วัน นานสุดไม่เกิน 28 วัน จากเดิมที่ตรวจสอบทุก 2 ปี
ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ พุ่งสูงเกิน 90,000 คน เป็นปัญหาที่สร้างความปวดหัวแก่รัฐบาล (ภาพจากสำนักงานตรวจเข้าเมือง)
นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับให้บริษัทจัดหางานเวียดนาม ต้องรับผิดชอบค่าตั๋วเครื่องบินส่งกลับของแรงงานที่ตนจัดส่งและหลบหนีภายใน 90 วันนับแต่วันที่เดินทางถึงไต้หวัน ตามข้อตกลงในที่ประชุมด้านแรงงานระหว่างไต้หวันและเวียดนาม และเตรียมขยายมาตรการนี้ไปยังประเทศผู้ส่งออกอีก 3 ประเทศ ผ่านการประชุมทวิภาคี โดยในปี 2568 ไต้หวันจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้านแรงงานกับฟิลิปปินส์และไทย ส่วนเวียดนามและอินโดนีเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมที่ประเทศของตนเอง
ก. แรงงานมีนโยบายให้ บจง. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งแรงงานผิดกฎหมายกลับประเทศ ในภาพเป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายในเถาหยวน ถูกจับรอการส่งไปยังสถานกักกัน (ภาพจากสสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เถาหยวน)
จากสถิติของกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นปี 2567 มีบริษัทจัดหางานต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตจัดส่งแรงงานต่างชาติให้นายจ้างไต้หวัน มีจำนวนทั้งสิ้น 573 ราย เพิ่มขึ้น 18 รายจาก 555 รายในปี 2567 โดยแบ่งเป็นบริษัทจัดหางานจากอินโดนีเซีย 242 รายเวียดนาม 147 ราย ฟิลิปปินส์ 113 ราย ไทย 70 รายและมาเลเซีย 1 ราย
กระทรวงแรงงานเตรียมหารือให้ บจง. ต่างประเทศรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่งกลับประเทศ หากแรงงานที่จัดส่งหลบหนีใน 90 วันแรก (ภาพจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
2. คนงานไทยเมาขี่จักรยานไฟฟ้าชนเพื่อนร่วมชาติตาย ตัวเองเจ็บหนัก หลังชดใช้ค่าเสียหายทายาทผู้ตายและเลิกดื่มเด็ดขาด ศาลจางฮั่วตัดสินจำคุก 1 ปี 10 เดือน แต่ให้รอลงอาญา 5 ปีและไม่เพิกถอนใบอนุญาตทำงาน
ปัญหาเมาแล้วขับ เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้แรงงานไทยในไต้หวันบาดเจ็บ เสียชีวิต ถูกลงโทษจำคุกหรือเสียค่าปรับแพง และถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ห้ามเดินทางมาทำงานในไต้หวันตลอดไป แม้จะเกิดเหตุมากมายและมีการประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง ในแต่ละปียังมีแรงงานไทยถูกจับเมาแล้วขับมากกว่า 100 รายขึ้นไป
เมาแล้วขับสร้างความหายนะทั้งต่อตนและคนอื่น แรงงานไทยรายหนึ่งเมาขับซิ่งรถจักรยานไฟฟ้าจากไทจงไปจางฮั่ว ระหว่างทางชนเสาไฟฟ้าข้างทางเสียชีวิต ในภาพเป็นสถานที่และสภาพรถจักรยานไฟฟ้าคันที่เกิดเหตุ
ที่เมืองจางฮั่ว มีแรงงานไทยรายหนึ่ง ดื่มสุราแล้วขี่รถจักรยานไฟฟ้าชนจักรยานไฟฟ้าของคนงานไทยด้วยกันอีกคัน บาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ ต่อมาแรงงานไทยที่ถูกชน ซึ่งไม่ได้ดื่มสุราแต่เนื่องจากไม่ได้สวมหมวกกันน็อกหัวฟาดพื้นเสียชีวิตในโรงพยาบาล หลังนายจ้างช่วยเหลือสำรองจ่ายค่าชดใช้ยอมความกับทายาทผู้ตาย และตัวเองก็ตัดสินใจเลิกดื่มสุราเด็ดขาด ศาลจางฮั่วใช้ระบบคณะลูกขุนร่วมกับผู้พิพากษาจากศาลโดยมีล่ามช่วยแปลภาษาทั้งสองฝ่าย ย่นระยะเวลาในการพิจารณาคดีเหลือเพียง 1 วันครึ่ง ตัดสินจำคุกแรงงานไทยรายนี้ 1 ปี 10 เดือน แต่ให้รอลงอาญา 5 ปี ระหว่างนี้ห้ามทำผิดซ้ำ และให้อยู่ทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวและชดใช้หนี้ต่อไป ไม่ต้องถูกส่งกลับประเทศ
แรงงานไทยขี่จักรยานไฟฟ้าชนแรงงานชาติเดียวกันที่เตรียมเลี้ยวโดยไม่เปิดสัญญาไฟ ในภาพเป็นสถานที่เกิดเหตุใกล้นิคมอุตาหกรรมจางปิน เมืองจางฮั่ว (ภาพจาก LTN)
คดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 3 ก.พ. 2566 เวลาประมาณ 20.00 น. นายอดุลย์ อายุ 43 ปี แรงงานไทยจากจังหวัดชัยภูมิ หลังไปหาเพื่อนและร่วมดื่มสุรากันที่นิคมอุตสาหกรรมจางปินในเมืองจางฮั่ว ขณะขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับหอพักที่ตำบลลู่กั่ง ชนกับรถจักรยานไฟฟ้าอีกคันที่ขี่โดยนายมนตรี อายุ 45 ปี แรงงานไทยจากสกลนคร ทำงานอยู่ในลู่กั่งเช่นกันแต่คนละโรงงานและไม่รู้จักกัน นายมนตรีกำลังจะเลี้ยวและไม่ได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ทำให้รถทั้งสองคันเกิดการชนกันเสียงดังเสียหลักล้ม นายอดุลย์และนายมนตรีได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ นายมนตรีที่ถูกชนเนื่องจากหัวฟาดถนนและไม่ได้สวมหมวกกันน็อก หลังแพทย์พยายามกู้ชีพอยู่ 1 สัปดาห์ เสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนนายอดุลย์พบมีระดับแอลกอฮอล์สูงถึง 0.38 มิลลิกรัมต่อลิตร ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องรับการผ่าตัดใบหน้า
อาคารที่ทำการศาลท้องถิ่นจางฮั่ว
หลังจากรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว ตำรวจจึงจะสอบปากคำนายอดุลย์และดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี จากการตรวจสอบ ขณะเกิดเหตุ นายอดุลย์อยู่ในอาการเมาแต่ยังฝืนขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า โดยไม่สังเกตรถที่อยู่ด้านหน้า ส่วนผู้ตายคือนายมนตรีเตรียมเลี้ยวซ้ายแต่ไม่เปิดไฟเลี้ยว จึงทำให้เกิดการชนกันขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ นายอดุลย์รับสารภาพว่าตนเมาแล้วขับและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้เจรจายอมความและจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายแก่ทายาทจำนวน 200,000 เหรียญ ซึ่งนายจ้างช่วยสำรองจ่ายไปก่อน แล้วค่อยทำงานชดใช้หนี้โดยหักจากค่าจ้างในแต่ละเดือน นอกจากนี้นายจ้างและบริษัทจัดหางานช่วยเหลือยื่นคำร้องต่อมูลนิธิช่วยเหลือด้านกฎหมาย จัดหาทนายช่วยแก้ต่างโดยไม่ต้องหาค่าใช้จ่าย เพื่อผ่อนโทษจากหนักให้เป็นเบา ในคำให้การนายอดุลย์กล่าวว่า....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72104</guid>
      <pubDate>Fri, 28 Mar 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/28/20250328_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36026880" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. แก้ปัญหาที่ต้นทาง? กระทรวงแรงงานเตรียมหารือให้ บจง. ต่างประเทศรับผิดชอบค่าส่งกลับประเทศ หากแรงงานที่จัดส่งหลบหนีใน 90 วันแรก]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/28/824e340bd6e4c3d30318fc5554d7bb43.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>13</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72141</link>
      <description><![CDATA[1. ไต้หวันเตรียมอนุมัติให้สถานพยาบาลว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือตำแหน่งผู้ช่วยพยาบาล เงินเดือนประจำเริ่มต้นที่ 34,000 เหรียญ
วิกฤตพยาบาลขาดแคลนเป็นปัญหาเรื้อรังมานานหลายปีแล้ว โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์โควิด-19 มาถึงปัจจุบันภาวะขาดแคลนดังกล่าวหนักกว่าเดิม เนื่องจากพยาบาลต้องทำงานหนัก ส่งผลให้ลาออกเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว สภาบริหารเห็นด้วยกับข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ อนุญาตให้สถานพยาบาลว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติและนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาในไต้หวันระดับอนุปริญญาขึ้นไป เข้าทำงานเป็นแรงงานกึ่งฝีมือตำแหน่งผู้ช่วยพยาบาล ทำหน้าที่ช่วยดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น เช่น การดูแลทำความสะอาด อาบน้ำ ป้อนอาหาร ฯลฯ เงินเดือนประจำเริ่มต้นที่ 34,000 เหรียญ เตรียมประกาศรายละเอียดในเร็ว ๆ นี้
ไต้หวันประสบวิกฤตพยาบาลขาดแคลนมานานหลายปีแล้ว สถานการณ์นับวันจะรุนแรงขึ้น (ภาพจาก chinatimes.com)
ก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเคยเสนอต่อกระทรวงแรงงานตำแหน่งแรงงานกึ่งฝีมือที่ทำหน้าที่ช่วยดูแลผู้ป่วยเบื้องต้นมาแล้ว แต่เงินเดือนประจำเริ่มต้นที่ 29,000 เหรียญ ตามเงินเดือนของแรงงานกึ่งฝีมือตำแหน่งผู้อนุบาลในองค์กร ถูกวิจารณ์ว่าต่ำเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อการปรับค่าจ้างของพยาบาลวิชาชีพได้ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการจึงเสนอเงินเดือนประจำสูงขึ้นเป็น 34,000 เหรียญ ผู้อนุบาลต่างชาติที่มีคุณสมบัติ ได้แก่ทำงานในไต้หวันติดต่อกันครบ 6 ปี มีทักษะการดูแลผู้ป่วยและมีพื้นฐานการสื่อสารด้านภาษา รวมถึงนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาในไต้หวันระดับอนุปริญญาขึ้นไป อนุญาตให้สถานพยาบาลว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือตำแหน่งผู้ช่วยพยาบาลได้ โดยจ่ายเงินเดือนประจำเริ่มต้นที่ 34,000 เหรียญ คาดจะช่วยบรรเทาภาวะพยาบาลขาดแคลนลงได้บ้าง ทั้งนี้ กระทรวงแรงงาน เตรียมประกาศรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เช่น คุณสมบัติของนายจ้างและผู้ช่วยพยาบาลรวมถึงหน้าที่อย่างชัดเจนในเร็ว ๆ นี้
นักศึกษาต่างชาติที่จบด้านพยาบาล สามารถเข้าทำงานในสถานพยาบาลได้ แต่ยังมีจำนวนน้อนมาก ในภาพเป็นนักศึกษาต่างชาติจบใหม่ฝึกงานก่อนเข้าทำงานผู้ช่วยพยาบาลที่ รพ. ฉือจี้ ฮัวเหลียน (ภาพจาก tcnews.com)
ด้านสมาคมนายจ้างคนพิการกล่าววิจารณ์ว่า การที่อนุญาตให้ผู้อนุบาลยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือตำแหน่งผู้ช่วยพยาบาล น่าจะมาจากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการประสบความล้มเหลวในการรับสมัครผู้ช่วยพยาบาลจากนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาในไต้หวันระดับอนุปริญญา จึงปรับค่าจ้างสูงขึ้นและหันมาอนุญาตให้ผู้อนุบาลต่างชาติสามารถทำงานในตำแหน่งนี้ได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแรงจูงใจในการทำงานของทั้งผู้อนุบาลทั่วไปและที่เป็นแรงงานกึ่งฝีมืออยู่แล้ว จนถึงขั้นไม่ตั้งใจทำงานหรืออาจลางานไปรับการอบรมเสริมทักษะหรือเรียนภาษา เพื่อทำงานเป็นตำแหน่งผู้ช่วยพยาบาลที่มีค่าจ้างสูงกว่า นอกจากนี้ อาจเกิดการแย่งชิงผู้อนุบาลระหว่างสถานพยาบาลกับนายจ้างและศูนย์ฟื้นฟูดูแลผู้ป่วยก็ได้
ผู้อนุบาลต่างชาติที่ทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี สามารถทำงานเป็นแรงงานกึ่งฝีมือตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือนหรือในองค์กร และยังมีสิทธิ์ทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลได้ (ภาพจาก chinatimes.com)
ส่วนสหภาพพยาบาลไต้หวันคัดค้านนโยบายดังกล่าวโดยวิจารณ์ว่า แทนที่จะแก้ปัญหาสวัสดิการ สภาพแวดล้อมในการทำงาน กำหนดสัดส่วนพยาบาลต่อผู้ป่วยที่แน่นอน ตลอดจนปรับปรุงค่าจ้างให้เหมาะสมมากขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้พยาบาลท้อแท้และลาออกจำนวนมาก แต่กลับแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ด้วยการให้แรงงานต่างชาติยกระดับมาเป็นผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาพยาบาลขาดแคลนได้ แต่กลับจะสร้างปัญหาใหม่ เสมือนเอาท์ซอร์สงานพยาบาลให้บุคคลนอกโรงพยาบาลไปทำ
สังคมไต้หวันขาดผู้อนุบาลต่างชาติไม่ได้
นอกจากเตรียมประกาศอนุญาตให้สถานพยาบาลว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือตำแหน่งผู้ช่วยพยาบาลแล้ว ยังจะสนองความต้องการของผู้ประกอบการอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน ด้วยการอนุญาตว่าจ้างนักศึกษาต่างชาติทำงานเป็นแรงงานกึ่งฝีมือตำแหน่งต่าง ๆ เช่น พนักงานคลังสินค้า เงินเดือนประจำเริ่มต้นที่ 39,000 เหรียญ พนักงานขับรถบรรทุก 43,000 เหรียญ พนักงานติดตามรถ 43,000 เหรียญ พนักงานขับรถโดยสารประจำทางภายในเมือง 50,000 เหรียญ พนักงานดูแลความปลอดภัยรถโดยสารประจำทางภายในเมือง 50,000 เหรียญ ฯลฯ
สังคมไต้หวันขาดผู้อนุบาลต่างชาติไม่ได้
ไต้หวันประสบภาวะโครงสร้างประชากรที่แปรเปลี่ยนไป เด็กเกิดใหม่ลดลง คนสูงอายุเพิ่มขึ้น ประชากรวัยทำงานอายุ 16-64 ปี ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่มีอุปสรรคในการแก้กฎหมายการจ้างงานขยายระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติจากปัจจุบันที่จำกัด 12 ปีสำหรับแรงงานภาคการผลิตและ 14 ปีสำหรับแรงงานในภาคสวัสดิการสังคม กระทรวงแรงงานจึงผลักดันโครงการยกระดับแรงงานต่างชาติที่ทำงานดี มีทักษะและอยู่ทำงานในไต้หวันติดต่อกันครบ 6 ปีขึ้นไป หรือทำงานไม่ต่อเนื่องแต่มีอายุงานสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไป หากนายจ้างจ่ายเงินเดือนประจำ (รวมเบี้ยขยัน เบี้ยเลี้ยง ค่าเข้ากะ เงินรางวัลที่ได้รับเป็นประจำ ยกเว้นค่าโอที) ไม่ต่ำกว่า 33,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน หรือรายได้รวมตลอดทั้งปี (รวมโอทีและเงินโบนัส) ไม่ต่ำกว่า 500,000 เหรียญไต้หวัน ด้านผู้อนุบาล หากทำงานในองค์กร ต้องมีเงินเดือนประจำไม่ต่ำกว่า 29,000 เหรียญต่อเดือน แต่หากเป็นผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่ต่ำกว่า 24,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน หรือแรงงานภาคการผลิต หากได้รับเงินเดือนประจำเกิน 35,000 เหรียญขึ้นไป ผู้อนุบาลในครัวเรือนได้รับค่าจ้างประจำไม่ต่ำกว่า 26,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ผู้อนุบาลในองค์กรได้รับค่าจ้าง 31,000 เหรียญต่อเดือน ไม่ต้องแสดงหลักฐานด้านทักษะฝีมือใด ๆ สามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ สำหรับนักศึกษาระดับอนุปริญญาขึ้นไป จ้างใหม่เงินเดือนประจำไม่ต่ำกว่า 30,000 เหรียญไต้หวัน กรณีต่อสัญญาใหม่ต้องไม่ต่ำกว่า 33,000....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72141</guid>
      <pubDate>Fri, 21 Mar 2025 00:02:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/03/21/03c9516d34c9b314b9e947226e61076b.mp3" type="audio/mpeg" length="36024960" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ไต้หวันเตรียมอนุมัติให้สถานพยาบาลว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือตำแหน่งผู้ช่วยพยาบาล เงินเดือนประจำเริ่มต้นที่ 34,000 เหรียญ]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/21/16831c6488f8da17f5e885773866b505.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>12</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72177</link>
      <description><![CDATA[1. ผลสำรวจชี้ 57% สนับสนุนการคืนวันหยุดนักขัตฤกษ์ 7 วันให้แก่ผู้ใช้แรงงาน พรรคฝ่านค้านผลักดันร่างกฎหมายลดชั่วโมงทำงานเป็นวาระเร่งด่วน
สภานิติบัญญัติ ซึ่งเป็นรัฐสภาของไต้หวันเปิดประชุมสมัยใหม่เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา มูลนิธิวิจัยนโยบายแห่งชาติ (National Policy Foundation) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยนโยบายหรือคลังสมองของพรรคก๊กมินตั๋ง ประกาศผลสำรวจความคิดเห็นพบว่า 56.7% ของชาวไต้หวันที่รับการสำรวจสนับสนุนให้คืนวันหยุดนักขัตฤกษ์ 7 วันที่ถูกยกเลิกไป ยังมีประชาชนมากกว่า 60% สนับสนุนให้วันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. เป็นวันหยุดสำหรับทั่วประเทศ และเสนอให้กำหนดวันครู วันกอบกู้เอกราชไต้หวันและวันรัฐธรรมนูญเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์
ปี 2567 ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันมีชั่วโมงทำงานเฉลี่ย 2,019.6 ชั่วโมงต่อปี สูงเป็นอันดับ 2 ในเอเชียรองจากสิงคโปร์ สูงกว่าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ (ภาพจาก news.pts.org.tw)
สมาชิกสภานิติบัญญัติสังกัดพรรคก๊กมินตั่ง กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับสิทธิการลาของผู้ใช้แรงงาน และได้บรรจุญัตติการคืนวันหยุดนักขัตฤกษ์เป็นร่างกฎหมายเร่งด่วน เพื่อให้สภาฯ เร่งพิจารณาโดยเร็ว
ผลการสำรวจดังกล่าวพบว่า ประเด็นคำถามเห็นด้วยหรือไม่กับการคืนวันหยุด 7 วันที่ถูกยกเลิกไป ผู้ตอบแบบสอบถาม 56.7% สนับสนุนอย่างมาก หรือค่อนข้างสนับสนุน ขณะที่ 19.3% ตอบว่าไม่ค่อยสนับสนุน หรือไม่สนับสนุนเลย 24% ไม่แสดงความคิดเห็น ในจำนวนนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามในพื้นที่ไทเปและจีหลง มีอัตราการสนับสนุนสูงสุดที่ 60.8% ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามในเถาหยวน ซินจู๋ และเหมียวลี่มีอัตราการสนับสนุนที่ 60.5% หากแบ่งตามช่วงอายุ กลุ่มที่สนับสนุนสูงสุดคือ กลุ่มอายุ 30-39 ปี มีอัตราการสนับสนุน 69.7% และกลุ่มอายุ 40-49 ปี มีอัตราการสนับสนุน 72.3%
แรงงานฟิลิปปินส์ในโรงงานผลิตแผงวงจรไฟฟ้าหรือ PCB Zภาพจาก twreporter.org)
ทั้งนี้ นายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั่งกล่าวว่า ในบรรดาประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือ OECD ซึ่งมีทั้งหมด 39 ประเทศและพื้นที่ ไต้หวันมีชั่วโมงทำงานสูงเป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ และเมื่อเปรียบเทียบจำนวนวันหยุดนักขัตฤกษ์ของประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านจะพบว่า ญี่ปุ่นมีวันหยุดนักขัตฤกษ์ 16 วัน เกาหลีใต้มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ 15 วัน ขณะที่ไต้หวันมีวันหยุดนักขัตฤกษ์เพียง 12 วัน ดังนั้น ในการประชุมสภานิติบัญญัติสมัยใหม่ พรรคก๊กมินตั่งจะให้ความสำคัญกับปัญหาชั่วโมงทำงานที่ยาวนาน และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ไม่เพียงพอของผู้ใช้แรงงาน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้าง
ด้านนายหลัว จื้อเฉียง ส.ส. พรรคก๊กมินตั๋งกล่าวว่า ชั่วโมงทำงานของผู้ใช้แรงงานในไต้หวันมากที่สุดเป็นอันดับสอง รองเพียงสิงคโปร์เท่านั้น และจากผลสำรวจพบว่า มีอัตราการสนับสนุนการคืนวันหยุดมากกว่า 50% ในทุกช่วงอายุ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังเสียงของประชาชน และอย่าปล่อยให้แรงงานต้องทำงานหนักเกินไป ตามสถิติของกระทรวงแรงงานในปี 2567 ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันมีชั่วโมงทำงานเฉลี่ย 2,019.6 ชั่วโมงต่อปี สูงเป็นอันดับ 2 ในเอเชียรองจากสิงคโปร์ และเป็นอันดับ 5 จาก 39 ประเทศ OECD โดยสูงกว่าทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
นายเกา ซือป๋อ หัวหน้ากลุ่มกฎหมายและระบบราชการของมูลนิธิวิจัยนโยบายแห่งชาติ มองว่า ปัจจุบันวันหยุดนักขัตฤกษ์ในไต้หวันยังไม่ได้ถูกกำหนดในกฎหมายอย่างชัดเจน แต่ถูกกำหนดผ่านคำสั่งทางการบริหารเท่านั้น การพิจารณาว่าควรกำหนดวันใดเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ควรพิจารณาจากสองปัจจัยหลักได้แก่ ความสำคัญของวันหยุดนั้น ๆ และความเชื่อมโยงกับสังคม ยกตัวอย่างเช่น วันแรงงานแห่งชาติ หากให้เฉพาะผู้ใช้แรงงานหยุดงาน แต่ข้าราชการและครูไม่ได้หยุด อาจทำให้เกิดปัญหาอย่างอื่นตามมา เช่นเดียวกับวันครู หากให้หยุดเฉพาะครู อาจกระทบต่อสิทธิของนักเรียน ส่วนวันรัฐธรรมนูญและวันกอบกู้เอกราชไต้หวันจากการเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น เป็นวันที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ การฟื้นฟูให้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ จึงมีความจำเป็น
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้าถาน นครเถาหยวน
ด้านนายอู๋ตงเลี่ยง ประธานสมาคมอุตสาหกรรมและการค้าของไต้หวันกล่าวว่า ในประเด็นนี้ มุมมองของผู้ประกอบการไม่คัดค้าน แต่อย่าหยุดมากเกินจนเลยเถิด ขณะนี้ ยังไม่สามารถคำนวณได้ว่า การหยุดงานทั่วประเทศ 1 วันจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการมากน้อยเพียงใด แต่เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตอย่างแน่นอน ในจุดยืนของผู้ประกอบการเห็นว่า ควรให้แรงงานได้รับวันพักผ่อนที่เหมาะสม แต่อย่าเลยเถิด ต้องคำนึงถึงศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งอื่น ๆ
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
2. เตือนนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ต้องสมทบเงิน 2-15% ของค่าจ้างเข้ากองทุนบำนาญให้แก่ลูกจ้าง เมื่ออายุถึงเกณฑ์แรงงานกึ่งฝีมือมีสิทธิ์รับทั้งเงินบำเหน็จและบำนาญแบบเป็นก้อน
ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันมีเงินเลี้ยงชีพยามเกษียณ 2 รายการ ได้แก่เงินบำเหน็จชราภาพและเงินบำนาญ เงินบำเหน็จชราภาพนั้น มาจากการเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน ซึ่งต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยแรงงานในอัตราส่วน 12.5% ในจำนวนนี้มี 1% เป็นประกันการว่างงานสำหรับแรงงานท้องถิ่น แรงงานต่างชาติไม่มีประกันการว่างงาน ดังนั้น อัตราเบี้ยประกันสำหรับแรงงานต่างชาติคือ 11.5% หรือ 3,288 เหรียญ ในจำนวนนี้ นายจ้างรับผิดชอบ 70% แรงงานรับผิดชอบ 20% รัฐบาลจ่ายสมทบให้ 10% เมื่ออายุถึงเกณฑ์สามารถขอรับเงินบำเหน็จชราภาพได้ โดยคิดคำนวณจากอายุสมาชิกกองทุนฯ 15 ปีแรกจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพปีละ 1 เดือนของค่าจ้างเฉลี่ยที่แจ้งเอาประกันใน 60 เดือนสุดท้าย ปีที่ 16 ขึ้นไปจ่ายให้ปีละ 2 เดือน รวมสูงสุดไม่เกิน 45 เดือน สวัสดิการนี้ แรงงานต่างชาติที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ มีสิทธิ์ขอรับได้เช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72177</guid>
      <pubDate>Fri, 14 Mar 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/14/20250314_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36039360" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ผลสำรวจชี้ 57% สนับสนุนการคืนวันหยุดนักขัตฤกษ์ 7 วันให้แก่ผู้ใช้แรงงาน พรรคฝ่านค้านผลักดันร่างกฎหมายลดชั่วโมงทำงานเป็นวาระเร่งด่วน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/14/15953525f9f893fcdf09860ca5fa4052.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>11</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72213</link>
      <description><![CDATA[1. ปี 67 ไต้หวันอนุมัติเงินบำเหน็จชราภาพแก่อดีตแรงงานต่างชาติ 1.3 หมื่นราย มากเป็น 2 เท่าของปี 65 เป็นเงินกว่า 700 ล้านเหรียญ ผู้ยื่นขอ 95% เป็นแรงงานไทย
สิ้นปี 2567 ที่ผ่านมา ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันมากกว่า 820,000 คน ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตและผู้อนุบาลในองค์กรที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานมากกว่า 500,000 คน และเนื่องจากไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปีแล้ว แรงงานต่างชาติในยุคแรก ๆ มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่อายุถึงเกณฑ์ขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ เฉพาะปี 2567 มีชาวต่างชาติยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพและได้รับอนุมัติแล้วจำนวน 13,143 ราย มูลค่าที่อนุมัติกว่า 700 ล้านเหรียญ 96% มีสิทธิ์รับเงินบำเหน็จชราภาพแบบก้อนเดียวครั้งเดียว เฉลี่ยรายละ 52,689 เหรียญ เทียบกับปี 2566 ที่มี 12,565 ราย และมากกว่าปี 2565 ที่มี 6,125 รายกว่าเท่าตัว ในจำนวนนี้ประมาณ 95% ของผู้ยื่นขอเป็นแรงงานไทย
ที่ทำการสำนักงานใหญ่กรมประกันภัยแรงงาน กระทรวงแรงงาน ในกรุงไทเป
กองทุนประกันภัยแรงงานกล่าวว่า ชาวต่างชาติที่มีสิทธิ์เข้าเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน ได้แก่ แรงงานต่างชาติทั่วไปที่ทำงานในภาคการผลิต ก่อสร้างและเกษตร แรงงานกึ่งฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติและผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ทำงาน ยกเว้นตำแหน่งผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้าน ชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันเหล่านี้ จะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงานเช่นเดียวกับแรงงานท้องถิ่น ดังนั้น หากเคยเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน เมื่อมีอายุครบตามเกณฑ์กำหนดหรือ 60 ปีขึ้นไป สำหรับผู้มีสิทธิ์ยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพที่เกิดก่อนหรือเกิดในปี พ.ศ. 2500 และผู้ที่เกิดปี พ.ศ. 2501 จะต้องมีอายุครบ 61 ปีขึ้นไป ผู้เกิดปี พ.ศ. 2502 ต้องมีอายุครบ 62 ปี ผู้เกิดในปี พ.ศ. 2503 จะต้องมีอายุครบ 63 ปี ผู้ที่เกิดในปี พ.ศ. 2504 จะต้องมีอายุครบ 64 ปี ส่วนผู้ที่เกิดในปี พ.ศ. 2505 และหลังจากนั้น จะต้องมีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป มีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ ที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพแล้วประมาณ 50,000 ราย ส่วนใหญ่มีอายุการเข้ากองทุนประกันภัยแรงงานไม่ถึง 15 ปี และเนื่องจากได้รับความช่วยเหลือจากกระทรวงแรงงานของไทย ดังนั้น ชาติที่ยื่นขอมากที่สุด หรือประมาณ 95% เป็นแรงงานไทย
ภายในที่ทำการสำนักงานใหญ่กรมประกันภัยแรงงาน กระทรวงแรงงาน ในกรุงไทเป
กองทุนประกันภัยแรงงานเปิดเผยสถิติในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่า ปี พ.ศ. 2564 มีชาวต่างชาติที่มีสิทธิ์ยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพและได้รับอนุมัติแล้ว 3,197 ราย ปี พ.ศ. 2565 มี 6,125 ราย และปี พ.ศ. 2566 มี 12,565 ราย ปี 2567 ยื่นขอ 13,143 ราย จากข้อมูลพบว่า ในจำนวนผู้ยื่นขอในปี 2567 จำนวน 13,143 รายนั้น มี 96% เนื่องจากอายุการเข้ากองทุนฯ ไม่ครบ 15 ปี จึงรับเงินบำเหน็จเป็นก้อนครั้งเดียว เฉลี่ยรายละ 52,689 เหรียญ อีก 432 รายเนื่องจากอายุการเข้ากองทุนครบ 15 ปี มีสิทธิ์ขอรับเงินบำเหน็จชราภาพเป็นรายเดือน รวมเงินบำเหน็จชราภาพที่อนุมัติในปี 2567 มูลค่ากว่า 700 ล้านเหรียญ
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว นครเถาหยวน
สาเหตุที่แรงงานไทยเป็นผู้ยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพมากที่สุด กองทุนประกันภัยแรงงานกล่าวว่า สืบเนื่องมาจากแรงงานไทยเป็นชาติแรกที่ได้รับอนุญาตเดินทางมาทำงานในไต้หวัน ตั้งแต่เปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติได้เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2532 และอายุโดยเฉลี่ยของแรงงานไทยมากกว่าชาติอื่น ส่วนแรงงานอีก 3 ชาติ ได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ เวียดนามและอินโดนีเซีย อายุโดยเฉลี่ยจะน้อยกว่า ส่วนใหญ่ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะยื่นขอ ประกอบกับในบรรดาแรงงานทั้ง 4 ชาติ มีเพียงสำนักงานแรงงานไทยแห่งเดียวที่ให้บริการแรงงานไทยยื่นขอรับเงินสวัสดิการนี้ โดยจัดทำเอกสารและขั้นตอนในการยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยได้รับรู้ รวมถึงกระทรวงแรงงานไทยได้สั่งการให้สำนักงานแรงงานจังหวัดทุกจังหวัดและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือแรงงานไทย โดยไม่คิดค่าบริการใด ๆ ขณะที่สำนักงานแรงงานอีก 3 ประเทศ ยังไม่ได้ลงมือทำในเรื่องนี้ ทำให้แรงงานชาติอื่นแม้ว่าจะมีอายุถึงเกณฑ์ยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพแล้ว แต่ยังไม่ทราบและไม่สามารถยื่นขอรับเงินบำเหน็จชราภาพดังกล่าวได้
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว นครเถาหยวน
กองทุนประกันภัยแรงงานกล่าวว่า อัตราเงินบำเหน็จชราภาพ จะได้รับตามอายุงานซึ่งสามารถรวมสะสมได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นนายจ้างรายเดียวกันหรือทำงานติดต่อกัน โดยผู้มีสิทธิ์ที่มีอายุงานไม่เกิน 15 ปี อายุงาน 1 ปีจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ 1 เดือนของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันโดยเฉลี่ยใน 60 เดือนสุดท้ายของการทำงาน เช่นแรงงานไทยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน 3 ครั้ง รวม 9 ปี จะได้ 9 เดือนของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันในขณะนั้น โดยเป็นค่าเฉลี่ยของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันใน 60 เดือน ส่วนที่ไม่ครบปี จะได้รับตามสัดส่วน หากอายุงานสะสมเกิน 15 ปี ปีที่ 16 เป็นต้นไป จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพปีละ 2 เดือน
2. ปี 67 สายด่วน 1955 ให้บริการร้องทุกข์กว่า 2 แสนสาย ช่วยแรงงานต่างชาติทวงคืนค่าจ้างค้างจ่ายกว่า 93.5 ล้านเหรียญ แรงงานเวียดนามร้องเรียนมากสุด 35.7% แรงงานไทยใช้บริการ 3.5%
กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานออกแถลงการณ์กล่าวว่า ตลอดปี 2567 สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ให้บริการทางโทรศัพท์ไปแล้ว 202,747 สาย เทียบกับ 250,870 สายของปี 2566 ลดลงประมาณ 20% ในจำนวนนี้ ประมาณ 90% เป็นโทรศัพท์สอบถามข้อมูลและขอคำปรึกษา ซึ่งส่วนใหญ่สอบถามปัญหาการย้ายงาน การให้บริการของล่าม ตามด้วยปัญหาในสัญญาจ้าง อาทิ ค่าที่พักอาหาร การยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศเป็นต้น....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72213</guid>
      <pubDate>Fri, 07 Mar 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/07/20250307_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36016320" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ปี 67 ไต้หวันอนุมัติเงินบำเหน็จชราภาพแก่อดีตแรงงานต่างชาติ 1.3 หมื่นราย มากเป็น 2 เท่าของปี 65 เป็นเงินกว่า 700 ล้านเหรียญ ผู้ยื่นขอ 95% เป็นแรงงานไทย]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/07/e3597db3788d3a46b6f8829939948f06.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>10</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72248</link>
      <description><![CDATA[1. ปี 67 กองทุนฯ อนุมัติแรงงานต่างชาติขอรับเงินสงเคราะห์ญาติสายเลือดตรงเสียชีวิต 10,090 ราย มูลค่า 810 ล้านเหรียญ และมีแรงงานต่างชาติเสียชีวิต 675 ราย อนุมัติเงินทดแทนแก่ทายาท 117 ล้านเหรียญไต้หวัน
ข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ณ สิ้นปี 2567 มียอดจำนวนแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ในไต้หวันกว่า 820,000 คน ในจำนวนนี้ทำงานอยู่ในภาคการผลิตและเข้าเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานกว่า 530,000 คน กองทุนประกันภัยแรงงานของไต้หวันเปิดเผยข้อมูล ปี 2567 มีแรงงานต่างชาติที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ เสียชีวิตจากสาเหตุต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 675 ราย ในจำนวนนี้ เป็นแรงงานไทยประมาณ 100 ราย และทายาทของแรงงานที่เสียชีวิตได้รับเงินทดแทนเป็นก้อนครั้งเดียวเนื่องจากเข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ เป็นครั้งแรกก่อน 1 ม.ค. 2552 จำนวน 243 ราย จำนวนเงินทดแทนที่อนุมัติไปแล้ว 68,496,470 เหรียญไต้หวัน ส่วนทายาทที่ได้รับเงินทดแทนเป็นรายเดือน เนื่องจากเข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ ครั้งแรกหลัง 1 ม.ค. 2552 จำนวน 432 ราย อนุมัติเงินทดแทนเป็นรายเดือน 48,530,672 เหรียญไต้หวัน
กองทุนประกันภัยแรงงานกล่าวว่า การอนุมัติเงินทดแทนดังกล่าว กองทุนฯ จะโอนเงินทดแทนเข้าบัญชีธนาคารของทายาทผู้มีสิทธิ์รับผลประโยชน์ตามในหนังสือมอบอำนาจโดยตรง ไม่ผ่านนายจ้างหรือบริษัทจัดหางานใด ๆ โดยจะหักค่าธรรมเนียมในการโอนเงินจากธนาคาร 300 เหรียญไต้หวันต่อการโอนในแต่ละครั้ง
กองทุนประกันภัยแรงงานกล่าวว่า ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันภัยแรงงานของไต้หวันมาตรา 63 กำหนดว่า สมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงานไม่ว่าจะเป็นแรงงานท้องถิ่นหรือแรงงานต่างชาติ หากเข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ ครั้งแรกก่อนวันที่ 1 มกราคม 2552 เมื่อโชคร้ายเสียชีวิต ทายาทสามารถขอรับเงินทดแทนเป็นก้อนครั้งเดียวได้ แต่หากเข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ ครั้งแรกหลังวันที่ 1 มกราคม 2552 ทายาทจะไม่สามารถเลือกเงินทดแทนเป็นก้อนครั้งเดียวได้ ต้องยื่นขอรับเงินทดแทนเป็นรายเดือนเท่านั้น
นอกจากเงินทดแทนกรณีเสียชีวิตแล้ว แรงงานต่างชาติที่เป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน ยังมีสิทธิ์รับเงินสวัสดิการอื่น ๆ เหมือนกับแรงงานท้องถิ่นทุกประการ เช่น มีสิทธิ์ขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนประกันภัยแรงงานกรณีที่ญาติสายเลือดตรงเสียชีวิต ตามข้อกำหนดการประกันภัยแรงงานมาตราที่ 62 หากบิดาหรือมารดาหรือคู่สมรสเสียชีวิตระหว่างที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ สามารถยื่นขอรับเงินสงเคราะห์ได้ในอัตรา 3 เท่าของวงเงินที่แจ้งเอาประกัน ซึ่งแรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ นายจ้างจะช่วยเอาประกันในวงเงินเท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำ นอกจากนี้บุตรเสียชีวิตก็สามารถยื่นขอเงินสงเคราะห์ได้เช่นกัน หากเป็นบุตรอายุมากกว่า 12 ปีเสียชีวิต ยื่นขอเงินสงเคราะห์ได้ 2.5 เท่าของวงเงินที่แจ้งเอาประกัน กรณีที่บุตรต่ำกว่า 12 ปีเสียชีวิต ยื่นขอเงินสงเคราะห์ได้ 1.5 เท่าของวงเงินที่แจ้งเอาประกัน
กองทุนประกันภัยแรงงานกล่าวว่า ปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา มีแรงงานต่างชาติยื่นขอเงินสงเคราะห์กรณีญาติสายเลือดตรงเสียชีวิตและได้รับอนุมัติแล้ว 10,090 ราย ยอดเงินสงเคราะห์ที่อนุมัติ 910,949,463 เหรียญไต้หวัน เฉลี่ยได้รับเงินสงเคราะห์รายละ 90,000 เหรียญเศษ
2. แรงงานไทยที่ไถหนานแอบปลูกกัญชาไว้ 3 ต้น อ้างใช้เป็นเครื่องปรุงอาหาร ศาลตัดสินจำคุก 1 ปี 4 เดือน รอลงอาญา 2 ปี เสียค่าปรับ 60,000 เหรียญ
เตือนแรงงานไทยระวัง! แม้ว่าประเทศไทยจะปลดกัญชาออกจากบัญชีรายชื่อยาเสพติดตั้งแต่ปี 2565 แต่ในไต้หวัน ยังจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 กลุ่มเดียวกับแอมเฟตามีน ยาบ้าและยาไอซ์ มีโทษจำคุกและต้องเสียค่าปรับที่แพง
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นไถหนาน ตัดสินจำคุกแรงงานไทยรายหนึ่งแอบปลูกต้นกัญชาไว้ในหอพัก 3 ต้น อ้างใช้เป็นเครื่องปรุง เนื่องจากมีจำนวนไม่มากและศาลเชื่อในคำให้การของจำเลย ตัดสินจำคุก 1 ปี 4 เดือน แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี โดยต้องจ่ายค่าปรับ 60,000 เหรียญเข้าคลัง
อาคารที่ทำการศาลท้องถิ่นไถหนาน (ภาพจาก tw.nextapple.com)
คำพิพากษาของศาลระบุว่า นายไชยมงคล จำเลยซึ่งเป็นแรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานในโรงงานที่นครไถหนาน ปลูกกัญชาไว้บนดาดฟ้าของหอพักจำนวน 3 ต้น จากนั้นย้ายไปซ่อนในตู้เสื้อผ้า เพื่อนในโรงงานแจ้งความ ตำรวจไปตรวจค้นพบกัญชาสดความสูงประมาณ 70 ซม. 3 ต้น น้ำหนัก 250 กรัม ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าในห้องพัก เริ่มแรกนายไชยมงคลให้การปฏิเสธปลูกกัญชาและปฏิเสธเป็นเจ้าของ หลังอัยการสั่งฟ้องข้อหาปลูกกัญชาซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 มีโทษจำคุก 5 ปีขึ้นไปและปรับไม่เกิน 5 ล้านเหรียญไต้หวัน นายไชยมงคลจึงรู้ตัวว่าตนอาจติดคุกจริง กลับคำให้การต่อศาล รับสารภาพว่าเป็นเจ้าของกัญชาทั้ง 3 ต้นจริง โดยได้รับเมล็ดกัญชาจากนายชินวัฒน์ เพื่อนแรงงานไทยที่ทำงานครบสัญญาเดินทางกลับประเทศไทยไปแล้ว ตั้งแต่ต้นปี 2566 และนำมาปลูกในกระถางบนดาดฟ้าของหอพักตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 จนถึงเดือนกันยายนปีเดียวกัน ต้นกัญชาโตและงอกงามขึ้น ถูกเพื่อนคนไต้หวันเห็นเข้า ตนกลัวจะเป็นปัญหาจึงแอบย้ายไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า เพื่อนแจ้งความ ตำรวจมาตรวจพบกัญชาทั้ง 3 ต้นในตู้เก็บเสื้อผ้า จำเลยให้การต่อศาลยืนยันว่า ที่ตนปลูกกัญชา มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวคือใช้เป็นเครื่องปรุงรสอาหาร แม้จะให้การปฏิเสธในชั้นสืบสวน และรับสารภาพในชั้นศาล ศาลพิจารณาจากฐานะทางครอบครัว การศึกษาและประวัติของจำเลย ซึ่งไม่เคยทำผิดกฎหมายไต้หวันมาก่อน อีกทั้งต้นกัญชาที่ปลูกมีจำนวนไม่มาก ไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือปลูกและผลิตที่เป็นมืออาชีพ ลงความเห็นว่า น่าจะเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์มากกว่าที่จะปลูกเพื่อเสพหรือจำหน่าย จึงตัดสินลงโทษในสถานเบา จำคุก 1 ปี 4 เดือน แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี ในระหว่างนี้หากทำผิดซ้ำจะถูกลงโทษหนักทั้งโทษเก่าและโทษใหม่ และนับตั้งแต่วันตัดสินเป็นต้นไปภายในเวลา 1 ปี จำเลยต้องจ่ายค่าปรับเข้าคลังเป็นเงินจำนวน 60,000 เหรียญไต้หวัน....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72248</guid>
      <pubDate>Fri, 28 Feb 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/28/20250228_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36026880" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ปี 67 กองทุนฯ อนุมัติแรงงานต่างชาติขอรับเงินสงเคราะห์ญาติสายเลือดตรงเสียชีวิต 10,090 ราย มูลค่า 810 ล้านเหรียญ และมีแรงงานต่างชาติเสียชีวิต 675 ราย อนุมัติเงินทดแทนแก่ทายาท 117 ล้านเหรียญไต้หวัน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/27/96782a2c4524f4c7b07008a56b58a3eb.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>9</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72283</link>
      <description><![CDATA[1. กระทรวงแรงงานอนุญาตให้ธุรกิจรีไซเคิลขยะ 600 ราย นำเข้าแรงงานต่างชาติได้ในอัตราส่วน 20% ของแรงงานท้องถิ่น คาดเพิ่มแรงงานต่างชาติใหม่ 1,000 คน
ธุรกิจรับซื้อและจัดการขยะหรือที่เรียกกันว่าธุรกิจรีไซเคิล แม้จะมีลักษณะเป็นงานหนัก สกปรกและอันตราย หรือที่เรียกธุรกิจ 3K แต่เนื่องจากไม่มีใบจดทะเบียนโรงงานเหมือนธุรกิจภาคการผลิตอื่น ๆ ส่งผลให้ไม่สามารถยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ กระทรวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมดำเนินการสำรวจทั่วไต้หวันมีธุรกิจรีไซเคิล 600 แห่ง ต้องการว่าจ้างแรงงานต่างชาติประมาณ 1,000 คน และได้หารือกับกระทรวงแรงงาน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจรีไซเคิลที่กำลังประสบกับภาวะขาดแคลนแรงงานสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ เช่นเดียวกับธุรกิจอื่น ๆ ในที่ประชุม กระทรวงแรงงานอนุญาตให้ธุรกิจรีไซเคิลสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ในอัตราส่วน 20% ของแรงงานท้องถิ่นที่ว่าจ้าง
ธุรกิจรีไซเคิล แม้จะมีลักษณะเป็นงานหนัก สกปรกและอันตราย แต่เนื่องจากไม่มีใบจดทะเบียนโรงงานเหมือนธุรกิจภาคการผลิตอื่น ๆ ส่งผลให้ที่ผ่านมาไม่สามารถยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ (ภาพจาก money.udn.com)
ที่ประชุมมีมติให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีใบจดทะเบียนโรงงาน ต้องมีใบรับรองเป็นธุรกิจรีไซเคิลจากกระทรวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ว่าเป็นจริง สามารถยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ในอัตราส่วน 20% ของแรงงานท้องถิ่นที่ว่าจ้าง จากที่ผู้ประกอบการต้องการให้ปรับอัตราส่วนสูงขึ้นเป็น 25% เนื่องจากเกรงว่า ธุรกิจรีไซเคิลไม่ค่อยมีแรงงานท้องถิ่นต้องการทำ เช่นมีพนักงานท้องถิ่น 1-2 คน อาจไม่มีสิทธิ์นำเข้าแรงงานต่างชาติได้ และต้องการให้กระทรวงแรงงานอนุญาตให้ว่าจ้างนักศึกษาต่างชาติเป็นพนักงานขับรถรีไซเคิลได้ด้วย กระทรวงแรงงานยืนยันว่า ตามกฎระเบียบในปัจจุบัน โควตาการนำเข้าแรงงานต่างชาติ คำนวณจากจำนวนแรงงานท้องถิ่นที่ว่าจ้างโดยเฉลี่ยในปีของก่อนการยื่นขอ 2 เดือน และอนุญาตให้ปัดเลขทศนิยมได้ (1x20%=0.2) พูดง่าย ๆ คือแม้มีการว่าจ้างแรงงานท้องถิ่นเพียง 1 คน ก็สามารถยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้แล้ว 1 คน ส่วนการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือจากนักศึกษาที่จบการศึกษาในไต้หวันระดับอนุปริญญาขึ้นไปมาเป็นพนักงานขับรถลำเลียงขยะนั้น ให้เป็นไปตามกฎระเบียบในการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือของนักศึกษาที่จบจากสถาบันการศึกษาในไต้หวันระดับอนุปริญญาขึ้นไป กล่าวคือต้องจ่ายค่าจ้างประจำในการว่าจ้างครั้งแรก 30,000 เหรียญ หากเป็นการต่อสัญญาต้องจ่ายค่าจ้าง 33,000 เหรียญไต้หวัน อย่างไรก็ตาม สำหรับพนักงานขับรถรีไซเคิล ยังไม่ได้จัดอยู่ในขอบข่ายการว่าจ้างของแรงงานกึ่งฝีมือ ประเด็นนี้จะต้องหารือกับกระทรวงต้นสังกัดต่อไป
กระทรวงแรงงานไต้หวันอนุญาตให้ธุรกิจรีไซเคิลนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ คาดเร็วสุดตั้งแต่เมษายน 68 นี้เป็นต้นไป (ภาพประกอบจาก CNA)
กระทรวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกล่าวว่า จากการสำรวจเบื้องต้น มีธุรกิจรีไซเคิลที่มีคุณสมบัติประมาณ 600 ราย สามารถยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติได้จำนวน 1,000 คน คาดว่าจะยื่นขอได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 หรือเริ่มจากเมษายนของปีนี้เป็นต้นไป
กระทรวงแรงงานไต้หวันอนุญาตให้ธุรกิจรีไซเคิลนำเข้าแรงงานต่างชาติได้ คาดเร็วสุดตั้งแต่เมษายน 68 นี้เป็นต้นไป (ภาพประกอบจาก news.pts.org.tw)
2. รวบหนุ่มไทยที่หยุนหลิน สร้างคลังแสงในบ้าน ผลิตและดัดแปลงปืน ตรวจพบดินปืนและอาวุธปืนเพียบ
หนุ่มไทยรายหนึ่งอายุ 35 ปี สนใจและเรียนรู้วิธีดัดแปลงปืนมาตั้งแต่เด็ก เดินทางมาตั้งรกรากที่เมืองหยุนหลินในฐานะผู้ติดตามภรรยาชาวไต้หวัน แต่สร้างคลังแสงอาวุธส่วนตัวหลังบ้าน ตำรวจรับแจ้งจู่โจมจับกุมตัวได้พร้อมอาวุธต่าง ๆ มากมาย
รวบหนุ่มไทยที่มาแต่งงานกับภรรยาชาวไต้หวันตั้งรกรากอยู่ที่เมืองหยุนหลิน ผลิตและดัดแปลงปืนในบ้าน ตรวจพบดินปืนและอาวุธปืนเพียบ (ภาพจาก tw.nextapple.com)
ตำรวจไซเบอร์ไต้หวันตรวจพบชายรายหนึ่ง มีบ้านอยู่ที่ตำบลหลินเน่ย เมืองหยุนหลิน มักจะซื้อลำกล้องปืนและอุปกรณ์เครื่องมือในการผลิตและดัดแปลงปืนผ่านทางออนไลน์เป็นประจำ จึงมีการแจ้งข้อมูลให้ตำรวจท้องที่ทราบ ดำเนินการตรวจสอบจนทราบว่า มีการผลิตและดัดแปลงปืนจริง ก่อนเทศกาลตรุษจีน ตำรวจจู่โจมบ้านของชายรายนี้ จับกุมตัวและยึดของกลางเป็นอาวุธปืนที่ดัดแปลงและวัสดุมากมาp ประกอบด้วยปืนยาว 2 กระบอก ปืนอัดลมสั้น 1 กระบอก ปืนฉมวก 2 กระบอก ลำกล้องปืนขนาด 9 มม. 2 กระบอก ขนาด 11 มม. 2 กระบอก ด้ามปืนหรือพานท้าย 3 ด้าม ลูกปืนเหล็กขนาด 11 มม. 1 ตลับ ลูกปืนตะกั่ว 1 กล่อง อุปกรณ์และเครื่องมือในการผลิตและดัดแปลงปืนจำนวนหนึ่ง และที่ทำให้ตำรวจตกใจคือ ยังมีดินปืนปริมาณมาก ซึ่งง่ายต่อการระเบิด หากได้รับแสงแดดสาดส่องและมีอุณหภูมิสูง เป็นอันตรายต่อบริเวณใกล้เคียง
รวบหนุ่มไทยที่มาแต่งงานกับภรรยาชาวไต้หวันตั้งรกรากอยู่ที่เมืองหยุนหลิน ผลิตและดัดแปลงปืนในบ้าน ตรวจพบดินปืนและอาวุธปืนเพียบ (ภาพจาก tw.nextapple.com)
ตำรวจพบว่า ชายรายนี้ แซ่จาง อายุ 35 ปี สัญชาติไทย เดินทางมาอยู่กับภรรยาในฐานะผู้ติดตาม มีบัตร ARC อย่างถูกกฎหมาย แต่ยังไม่ได้โอนสัญชาติเป็นพลเมืองไต้หวัน ปกติทำงานในโรงงานผลิตภัณฑ์โลหะใกล้บ้าน ยามว่างมักจะสะพายปืนที่ดัดแปลงไปล่าสัตว์ในป่าใกล้บ้าน ตำรวจตรวจพบในตู้เย็นมีเศษอาหารเป็นเนื้อหมูป่าหลงเหลืออยู่
ของกลางที่ตำรวจยึดได้ (ภาพจาก tw.nextapple.com)
ชายไทยรายนี้ให้การสารภาพกับตำรวจว่า ตนเรียนรู้วิธีดัดแปลงปืนตั้งแต่อยู่ที่บ้านในประเทศไทย เมื่อมาอยู่ไต้หวัน ได้เรียนรู้ด้วยตัวเองต่อผ่านทางเว็บและสื่อโซเชียล และสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือผลิตอาวุธปืนต่อ และสารภาพว่าการกระทำของตนดังกล่าวเป็นพฤติกรรมผิดกฎหมาย หลังถูกจับ รู้สึกเสียใจต่อการกระทำของตนและยินดีให้ความร่วมมือในการสอบสวนคดีอย่างเต็มที่ ส่วนภรรยาชาวไต้หวันกล่าวว่า ไม่ทราบสามีชาวไทยของตนดัดแปลงอาวุธปืน ตำรวจเห็นว่า....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72283</guid>
      <pubDate>Fri, 21 Feb 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/21/20250221_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36039360" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. กระทรวงแรงงานอนุญาตให้ธุรกิจรีไซเคิลขยะ 600 ราย นำเข้าแรงงานต่างชาติได้ในอัตราส่วน 20% ของแรงงานท้องถิ่น คาดเพิ่มแรงงานต่างชาติใหม่ 1,000 คน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/21/07e2545ca901c7c4ea6adfd969ffc8eb.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>8</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72318</link>
      <description><![CDATA[1. จับสาวเวียดนามยึดอาชีพหมอเถื่อนหากินกับเพื่อนร่วมชาติ โชว์ประกาศนียบัตรอ้างจบวิชาแพทย์หลายประเทศ ที่แท้เป็นเพียงหลักฐานลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์
ตำรวจไซเบอร์ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตงตรวจพบแรงงานหญิงเวียดนามรายหนึ่ง อาศัยหน้าตาดีและสมัครเรียนด้านศัลยกรรมทางออนไลน์ โชว์ใบรับรองหลายใบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญจบวิชาแพทย์จากหลายประเทศ เช่าห้องพักในตัวเมืองผิงตงเปิดคลินิกศัลยกรรมโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม โฆษณาทางสื่อออนไลน์ทำศัลยกรรมมาตรฐานในราคาถูก มีภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังทำ ดึงดูดคนบ้านเดียวกันไปใช้บริการจำนวนมาก ตำรวจติดตามตรวจสอบจนมีหลักฐานชัดเจน พร้อมด้วยกองอนามัยผิงตง จู่โจมคลินิกเถื่อนดังกล่าว ภายในห้องทำเหมือนคลินิกศัลยกรรมถูกกฎหมายทั่วไป มีเครื่องมือ เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ครบครัน ตำรวจจับกุมหญิงเวียดนามรายนี้ พร้อมยึดเครื่องมือและอุปกรณ์กว่า 300 รายการ มูลค่าหลายแสนเหรียญ ส่งดำเนินคดีข้อหา ฉ้อโกงและฝ่าฝืนกฎหมายวิชาชีพเวชกรรม
จับแรงงานหญิงเวียดนามผันตัวเป็นศัลยแพทย์เถื่อน อวดใบรับรองสถาบันแพทย์หลายประเทศ ที่แท้เป็นเพียงหลักฐานลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์ (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตง)
โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตงแถลงว่า แรงงานหญิงเวียดนามที่มีชื่อเล่นภาษาจีนว่าเสี่ยวฮุ่ยรายนี้ เดินทางมาทำงานในไต้หวันตำแหน่งผู้อนุบาลตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว แต่ทำงานอยู่ได้ไม่นานหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เคยหางานทำในโรงงานหลายแห่ง ระหว่างนี้ เสี่ยวฮุ่ยสังเกตเห็นสาว ๆ ในไต้หวันนิยมทำศัลยกรรมเสริมสวย หญิงชาติเดียวกันก็นิยมเช่นกัน แต่การใช้บริการคลินิกเสริมสวยอย่างถูกกฎหมายของไต้หวัน ราคาแพงมาก จึงลงทุนศึกษาด้วยตนเองผ่านทางยูทูปและเว็บต่าง ๆ ลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์จากเว็บในเวียดนาม เกาหลีและสหรัฐอเมริกา เมื่อลงทะเบียนจ่ายค่าสมัครเรียนแล้ว จะมีใบรับรองการฝึกอบรม เสี่ยวฮุ่ยซึ่งมีหน้าตาคล้ายเชียร์ลีดเดอร์ชื่อดังของไต้หวันคนหนึ่ง เริ่มเช่าห้องพักในอะพาร์ตเมนต์เปิดคลินิกเสริมสวยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยพิมพ์ใบรับรองจากการลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์ติดในบอร์ดของคลินิก ทำโล่ชนะการประกวดศัลยกรรมปลอมตั้งโชว์มากมาย และถ่ายภาพตนเองในชุดกาวน์ศัลยแพทย์ เป็นเครื่องยืนยันว่าตนจบวิชาศัลยกรรมจากสหรัฐอเมริกา เกาหลีและเวียดนาม เพิ่มความน่าเชื่อถือแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ ประกอบกับโฆษณาค่าบริการถูก เช่นผ่าตัดกรีดตาสองชั้นในราคาครั้งละ 6,000 เหรียญ ทำลักยิ้ม 2,500 เหรียญ ร้อยไหมเสริมจมูกโด่ง 2,500 เหรียญ ฉีดสารไฮยาลูโรนิคเอซิดและฉีดโบท็อกซ์ในราคาถูกสุด ๆ ฯลฯ แถมมีใบรับรองและโล่ปลอมจากประเทศต่าง ๆ ตั้งเรียงราย ทำให้ลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงชาติเดียวกันเชื่อและบอกกันปากต่อปาก กิจการดี มีลูกค้ามาใช้บริการเป็นประจำ จากสมุดบัญชีที่ยึดได้ ยืนยันได้ว่า มีผู้เสียหายที่มาใช้บริการแล้วอย่างน้อย 30 ราย จากการประสานกับลูกค้าเหล่านี้ ทราบว่ามีหลายรายที่ปรากฏอาการอักเสบ
จับแรงงานหญิงเวียดนามผันตัวเป็นศัลยแพทย์เถื่อน อวดใบรับรองสถาบันแพทย์หลายประเทศ ที่แท้เป็นเพียงหลักฐานลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์ (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตง)
โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตงกล่าวว่า หญิงเวียดนามรายนี้ นำเอาใบแสดงการลงทะเบียนเรียนทางออนไลน์จากเว็บไซต์ต่าง ๆ มาอ้างเป็นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากรัฐบาล เป็นการแหกตาลูกค้า และฝ่าฝืนกฎหมายวิชาชีพเวชกรรม ทั้งนี้ การทำศัลยกรรม จะต้องดำเนินการโดยศัลยแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศัลยกรรมเท่านั้น หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 300,000-1,500,000 เหรียญไต้หวัน
จับแรงงานหญิงเวียดนามผันตัวเป็นศัลยแพทย์เถื่อน อวดใบรับรองสถาบันแพทย์หลายประเทศและโล่ปลอมประกวดศัลยกรรมหลายเวที ที่แท้เป็นเพียงหลักฐานลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์ (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผิงตง)
2. รวบหนุ่มไทยรับจ้างขนเฮโรอีนตราสิงโตเหยียบลูกโลก 30 แท่ง น้ำหนักกว่า 11 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน โทษหนักถึงประหารชีวิต
ชายไทยอายุ 47 ปีรายหนึ่ง ถือฟรีวีซ่าเดินทางเข้าไต้หวันในฐานะนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวนตรวจพบกระเป๋าสัมภาระมีปัญหา หลังจากรับกระเป๋าจากสายพานแล้ว ขณะผ่านด่านศุลกากร พร้อมด้วยตำรวจท่าอากาศยานสั่งให้เปิดกระเป๋าสัมภาระออกมาดู พบแท่งเฮโรอีนซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 ยี่ห้อตราสิงโตเหยียบลูกโลกถูกห่อด้วยผ้าฝ้ายไทย จำนวน 30 แท่ง น้ำหนักรวม 11.133 กิโลกรัม ราคาในตลาดมืดกว่า 1 ร้อยล้านเหรียญไต้หวัน ชายไทยรายนี้ให้การสารภาพต่อตำรวจว่า เนื่องจากตนติดยาเสพติด ต้องการค่าใช้จ่ายในการซื้อยาค่อนข้างสูง จึงรับจ้างขนเฮโรอีนเข้าไต้หวันด้วยค่าตอบแทน 1 ล้านบาท ตำรวจยึดของกลางทั้งหมดและควบคุมตัวส่งให้สำนักงานอัยการเถาหยวนดำเนินคดี ข้อหาขนส่ง ลำเลียงยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ซึ่งมีโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต กรณีจำคุกตลอดชีวิต ยังต้องปรับเงิน 30 ล้านเหรียญ
จับชายไทยอายุ 47 ปี ลักลอบขนเฮโรอีนตราสิงโตเหยียบลูกโลกจำนวน 30 แท่ง น้ำหนัก 11.133 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน
กองบัญชาการตำรวจท่าอากาศยานแถลงว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567 ชายไทยอายุ 47 ปี ลักลอบขนเฮโรอีนจำนวน 30 แท่ง น้ำหนัก 11.133 กิโลกรัมเข้าไต้หวัน หลังถูกจับกุม ชายไทยรายนี้รับสารภาพว่า ตนได้รับการติดต่อทาบทามจากแก๊งค้ายาเสพติดข้ามประเทศ ให้ขนเฮโรอีนเข้าไต้หวัน หากสามารถส่งถึงมือผู้รับของ จะจ่ายค่าจ้าง 1 ล้านเหรียญเป็นค่าตอบแทน เนื่องจากตนติดยาเสพติด ต้องการเงินจำนวนมากเพื่อซื้อหายามาเสพ รายจ่ายค่อนข้างสูง เมื่อมีการจ่ายค่าจ้างสูง รวมทั้งจัดแจงเรื่องค่าตัวเครื่องบินไป-กลับและสำรองที่พักให้เรียบร้อยทุกอย่าง จึงตอบตกลง แต่ไม่นึกว่าจะโชคร้ายถูกจับตั้งแต่ยังไม่ออกจากสนามบิน....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72318</guid>
      <pubDate>Fri, 14 Feb 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/14/20250214_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36024960" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. จับสาวเวียดนามยึดอาชีพหมอเถื่อนหากินกับเพื่อนร่วมชาติ โชว์ประกาศนียบัตรอ้างจบวิชาแพทย์หลายประเทศ ที่แท้เป็นเพียงหลักฐานลงทะเบียนสมัครเรียนทางออนไลน์]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/14/0c78b1cdc235fd30f74190180b5e3345.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>7</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64878</link>
      <description><![CDATA[1. สิ้นปี 2567 ไต้หวันอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 32,512 คน 56.14% เป็นผู้อนุบาล แรงงานไทยภาคการผลิตได้รับอนุมัติแล้ว 2,856 จากทั้งหมด 14,258 คน
เพื่อที่จะแก้ไขภาวะขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะระดับช่างเทคนิค กระทรวงแรงงานไต้หวันผลักดันโครงการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือและได้รับค่าจ้างตามกำหนด สามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือและอยู่ทำงานในไต้หวันได้ต่อไป หรือเรียกสั้น ๆ ว่าโครงการแรงงานกึ่งฝีมือ มาตั้งแต่ 30 เมษายน 2565 จนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2567 กระทรวงแรงงานไต้หวันอนุมัติให้นายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 32,512 คน ในจำนวนนี้ 56.14% เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคสวัสดิการสังคม ส่วนที่เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต 14,258 คน คิดเป็น 43.85%
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
เริ่มจากปี 2567 เป็นต้นมา กรมพัฒนากำลังแรงงาน ใช้มาตรการเชิงรุกในการส่งเสริมให้นายจ้างว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ โดยโทรศัพท์สอบถามนายจ้างที่มีแรงงานต่างชาติ ซึ่งสอดคล้องกับคุณสมบัติในการยกระดับแรงงานกึ่งฝีมือ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอุปสรรคและอำนวยความสะดวกในการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ผลปรากฏว่า นายจ้างมีความกระตือรือร้นในการยื่นขอยกระดับแรงงานต่างชาติของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือมากขึ้น
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
สำหรับคุณสมบัติของแรงงานกึ่งฝีมือ มี 4 เงื่อนไข ได้แก่ ทำงานในไต้หวันติดต่อกันครบ 6 ปีขึ้นไป หรือทำงานไม่ต่อเนื่องแต่มีอายุงานรวมสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไป หรือแรงงานเก่าที่เคยทำงานในไต้หวันครบ 11 ปี 6 เดือนและเดินทางกลับประเทศแล้ว รวมถึงนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาในไต้หวันระดับอนุปริญญาขึ้นไป หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างตามกำหนดและมีทักษะฝีมือตามเกณฑ์ นายจ้างสามารถยื่นขอว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ โดยทำสัญญาครั้งละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดสามารถต่อสัญญาใหม่ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะเวลาการทำงาน 12 /14 ปี เหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไป จะได้รับเงินบำเหน็จและเงินบำนาญเหมือนแรงงานท้องถิ่น เมื่ออยู่ทำงานในไต้หวันครบ 5 ปี ยังมีสิทธิ์ยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวร ในส่วนผลดีของนายจ้าง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ไม่ต้องชำระเงินเข้ากองทุนความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่นเหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไปที่นายจ้างต้องจ่ายเดือนละ 2,000-3,000 เหรียญต่อคน นอกจากนี้ นายจ้างยังสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติคนใหม่มาทดแทนโควตาแรงงานต่างชาติทั่วไปที่ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว ช่วยให้นายจ้างมีความยืดหยุ่นในการว่าจ้างแรงงานมากขึ้น
แรงงานในภาคการผลิต หากได้รับค่าจ้างประจำเกิน 35,000 เหรียญขึ้นไป สามารถยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือโดยไม่ต้องแสดงหลักฐานด้านทักษะฝีมือใด ๆ
ข้อมูลของศูนย์บริการการจ้างงานชาวต่างชาติ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567 กระทรวงแรงงานอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 32,512 คน แบ่งเป็นตำแหน่งงานต่อไปนี้ :
1. โรงงานอุตสาหกรรม 13,562 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนาม 4,963 คน ตามด้วยแรงงานฟิลิปปินส์ 3,672 คน แรงงานไทยได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ 2,836 คน และอินโดนีเซีย 2,064 คน
2. ลูกเรือประมงได้รับการอนุมัติแล้ว 596 คน เป็นลูกเรืออินโดนีเซีย 468 คน ฟิลิปปินส์ 111 คน เวียดนาม 13 คนและไทย 4 คน
3. ภาคการเกษตรอนุมัติแล้ว 44 คน เป็นแรงงานเวียดนาม 18 คน อินโดนีเซีย 17 คน ฟิลิปปินส์ 6 คนและไทย 3 คน
4. โรงเชือดและชำแหละเนื้อสัตว์ 24 คน เป็นแรงงานเวียดนาม 14 คน อินโดนีเซีย 8 คนและฟิลิปปินส์ 2 คน
5. ภาคการก่อสร้างอนุมัติแล้ว 28 คน เป็นคนงานไทย 17 คน อินโดนีเซีย 6 คน เวียดนาม 5 คน
6. งานจ้างเหมาบริการภาคการเกษตรเป็นแรงงานเวียดนามทั้งหมด 4 คน
แรงงานไทยที่ไทจงรับการอบรมและสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานประเภารถยก
ด้านภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล ได้รับการอนุมัติมากที่สุด 18,254 คน คิดเป็น 56.14% แบ่งเป็นผู้อนุบาลในครัวเรือน 17,566 คน เป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย 13,590 คน ฟิลิปปินส์ 2,712 คน เวียดนาม 1,197 คนและผู้อนุบาลไทย 67 คน ส่วนผู้อนุบาลในองค์กร ได้รับอนุมัติ 688 คน เป็นผู้อนุบาลเวียดนาม 370 คน อินโดนีเซีย 215 คน ฟิลิปปินส์ 101 คนและแรงงานไทย 2 คน
เนื่องจากค่าจ้างขั้นต่ำในไต้หวันปรับสูงขึ้นทุกปี โดยในปีใหม่นี้ปรับเป็น 28,590 เหรียญ ใกล้ค่าจ้างประจำของแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิตที่เริ่มต้น 33,000 เหรียญเข้าไปทุกที รวมถึงกระทรวงแรงงานมีการส่งเสริม ลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกมากขึ้น อาทิ ลดระยะเวลาในการประกาศรับสมัครแรงงานในประเทศ เพื่อให้นายจ้างได้ใบรับรอง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญประกอบการยื่นขอ และจัดตั้งศูนย์บริการแรงงานกึ่งฝีมือ ฯลฯ จึงคาดว่า ยอดจำนวนแรงงานกึ่งฝีมือจะเพิ่มรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม
สื่อประชาสัมพันธ์จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน
อย่างไรก็ตาม กลุ่ม NGO เคยแสดงความเห็นก่อนหน้านี้ขัดกับจุดยืนของกระทรวงแรงงานว่า โครงการแรงงานกึ่งฝีมือมีเงื่อนไขและอุปสรรคมากมาย ไม่จูงใจนายจ้างยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือและเป็นเหตุให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือต้องเดินทางไปทำงานประเทศอื่น ทำให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมืออยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย จะเห็นได้ว่า แรงงานกึ่งฝีมือที่ได้รับอนุมัติ กว่าครึ่งหรือส่วนใหญ่เป็นภาคสวัสดิการสังคม ตำแหน่งผู้อนุบาล ส่วนแรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิตมีจำนวนไม่มาก ช่วยแก้ภาวะขาดแคลนแรงงานของผู้ประกอบการได้น้อย เพราะมีเงื่อนไขและข้อจำกัดหลายประการ ทำให้นายจ้างจำนวนมากไม่สนใจจะยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ เมื่อครบสัญญาก็เปลี่ยนไปนำเข้าแรงงานต่างชาติคนใหม่มาแทน....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64878</guid>
      <pubDate>Fri, 07 Feb 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/07/20250207_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36019200" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. สิ้นปี 2567 ไต้หวันอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 32,512 คน 56.14% เป็นผู้อนุบาล แรงงานไทยภาคการผลิตได้รับอนุมัติแล้ว 2,856 จากทั้งหมด 14,258 คน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/07/18e9f806b9ad73c584f6e1863cc8d6f6.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>6</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64916</link>
      <description><![CDATA[1. ทลายแก๊งนายหน้าเถื่อน จัดส่ง 11 ผู้อนุบาลผิดกฎหมายไปดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล เก็บค่าหัวคิวคนละ 800 เหรียญต่อวัน
แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องกว่า 90,000 คนแล้ว ในจำนวนนี้ ผู้อนุบาลหลบหนีกว่า 30,000 คน หรือ 1 ใน 3 ของแรงงานต่างชาติหลบหนีทั้งหมด และมากเป็นอันดับ 2 รองจากแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ มักเป็นแหล่งหลบหนีไปทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาลดูแลคนป่วยอย่างผิดกฎหมายแหล่งใหญ่ ที่นิวไทเป ขณะที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจตราความเรียบร้อยในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พบผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายหนึ่ง กำลังดูแลผู้ป่วยโดยส่ออาการพิรุธ จากการตรวจสอบพบเป็นแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมาย โดยบริษัทที่จ้างเหมาบริการดูแลคนป่วยในโรงพยาบาล ทำหน้าที่เป็นนายหน้าเถื่อน จัดหา 11 ผู้อนุบาลชาติเดียวกันไปดูแลคนป่วย โดยเก็บค่าบริการจัดหางานเป็นรายวันคนละ 800 เหรียญ คาดมีรายได้จากการจัดเก็บค่าหัวคิวไม่ต่ำกว่า 3,000,000 เหรียญไต้หวันต่อปี ตำรวจจับกุมผู้อนุบาลผิดกฎหมายกลุ่มนี้พร้อมผู้บริหารระดับหัวหน้าและผู้จัดการของบริษัทจัดหางานที่เป็นนายหน้าเถื่อนรายนี้ ส่งดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน
ตำรวจนิวไทเป ตรวจเข้มตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เนื่องจากเป็นที่หลบซ่อนทำงานของแรงงานผิดกฎหมาย (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเป แถลงเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า ขณะที่จัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจตราความเรียบร้อยในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่นครนิวไทเป พบผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายหนึ่งกำลังดูแลผู้ป่วย ตำรวจเห็นผู้อนุบาลรายนี้มีอาการพิรุธเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเข้าไปสอบถามและขอดูบัตร ARC พบเป็นแรงงานหลบหนีนายจ้าง จากการขยายผลการตรวจสอบพบมีบริษัทจ้างเหมาบริการจัดหาผู้อนุบาลมาดูแลคนป่วยของโรงพยาบาล ร่วมมือกับนายหน้าจัดหางาน แอบจัดให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ไม่มีทักษะในการดูแลผู้ป่วยปะปนเข้าทำงาน โดยที่ผู้ป่วยและนายจ้างไม่รู้ว่าเป็นแรงงานผิดกฎหมาย นอกจากจับกุมผู้อนุบาลรายนี้และผู้บริหารระดับหัวหน้าและผู้จัดการของบริษัทจ้างเหมาบริการดังกล่าวแล้ว ยังตามไปจับกุมผู้อนุบาลอินโดนีเซียผิดกฎหมายอีก 10 คน ที่หอพักหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านร้างในป่าของเขตพื้นที่ตั้นสุ่ยในนครนิวไทเป ตำรวจลงโทษปรับผู้อนุบาลผิดกฎหมายเหล่านี้ ตามระยะเวลาที่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จากนั้นเตรียมส่งกลับประเทศ ส่วนผู้บริหารบริษัทจ้างเหมาบริการที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าเถื่อน ถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน ซึ่งมีโทษปรับ 500,000 เหรียญไต้หวันและมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
ผู้อนุบาลอินโดนีเซียถูกจับในหอพัก หลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนิวไทเปตรวจเข้มตามโรงพยาบาลต่าง ๆ จับ 11 ผู้อนุบาลอินโดนีเซียฐานทำงานอย่างผิดกฎหมาย (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
โรงพยาบาลและศูนย์ดูแลและฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุ เนื่องจากต้องจ้างผู้อนุบาลดูแลคนป่วย หากเป็นผู้อนุบาลในไต้หวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากจีนแผ่นดินใหญ่ที่มาแต่งงานตั้งรกรากในไต้หวันและผ่านการฝึกอบรมทักษะการดูแลผู้ป่วยมีประกาศนียบัตร อัตราค่าจ้างจะอยู่ที่วันละ 2,600-3,500 เหรียญต่อวัน ขณะที่ผู้อนุบาลผิดกฎหมายค่าจ้างจะอยู่ที่วันละ 1,600-2,000 เหรียญ ทำให้สถานที่ดูแลและฟื้นฟูผู้ป่วยและผู้สูงอายุ กลายเป็นสถานที่หลบซ่อนทำงานอย่างผิดกฎหมายแหล่งใหญ่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจึงมีการตรวจตราสถานที่เหล่านี้อย่างเข้มข้น
ตำรวจนิวไทเป จับนายหน้าจัดหางานพร้อมผู้อนุบาลทำงานอย่างผิดกฎหมายจำนวน 11 คน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
2. อุทาหรณ์คนใจร้อน! แรงงานไทยที่เหมียวลี่แทงเพื่อนเสียชีวิตเพราะอารมณ์ชั่ววูบ นอกจากชดใช้ค่าเสียหายแก่ทายาทแล้ว ยังเจอคุก 10.5 ปี
เหตุการณ์ที่แรงงานไทยฆ่ากันเองคดีนี้เกิดขึ้นที่เมืองเหมียวลี่ แรงงานไทยในโรงงานเดียวกันไม่พอใจถูกต่อว่าคุยโทรศัพท์เสียงดัง ใช้มีดแทงเพื่อนจนเสียชีวิต แม้จะให้ญาติพี่น้องของตนประนีประนอมกับทายาทผู้ตายแล้ว ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษจากเดิมที่ศาลท้องถิ่นตัดสินจำคุก 9 ปี 6 เดือนเป็น 10 ปี 6 เดือน
อาคารที่ทำการศาลชั้นสูงหรือศาลอุทธรณ์ สาขาไทจง
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ศาลชั้นสูงสาขาไทจง ตัดสินคดีที่แรงงานไทยแทงเพื่อนชาติเดียวกันเสียชีวิต ในหนังสือพิพากษาระบุว่า นายอภิสิทธิ์ อายุ 49 ปี แรงงานไทยจากจังหวัดขอนแก่น เดินทางมาทำงานที่โรงงานผลิตท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กที่ตำบลถงหลัว เมืองเหมียวลี่ ขณะเกิดเหตุเมื่อค่ำวันที่ 8 ธันวาคม 2566 เวลาประมาณ 20.00 น. เศษ กำลังพูดคุยทางโทรศัพท์อยู่ในห้องนอนชั้นสองของหอพัก ผู้ตายได้แก่นายวิชินร์ แรงงานไทยอายุเท่ากัน เดินทางมาจากจังหวัดอุดรธานี กำลังนั่งดื่มสุรากับเพื่อน ๆ ที่ชั้นหนึ่ง ผู้ตายรู้สึกรำคาญที่นายอภิสิทธิ์คุยมือถือเสียงดังทำลายบรรยากาศในการดื่มสุราของตนกับเพื่อน จึงเดินทางขึ้นไปที่ชั้นสองต่อว่า ทั้งสองเกิดการทะเลาะกันขึ้น นายอภิสิทธิ์บันดาลโทสะ คว้ามีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 15 ซม. แทงไปที่ใบหน้า อก ท้องและเอวถึง 11 แผล ในจำนวนนี้ มี 3 แผลที่แทงทะลุตับ กระเพาะและม้าม ทำให้นายวิชินร์บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตใน 2 วันถัดมา หลังถูกเพื่อนแรงงานไทยคนอื่นที่ได้ยินเสียงโอดครวญวิ่งขึ้นไปชั้นสองและแจ้งนายจ้างนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล
สุรา เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้แรงงานไทยทะเลาะวิวาทจนถึงขั้นฆ่าแทงกัน ในภาพเป็นขวดเหล้าที่เก็บกวาดจากหอพักแรงงานไทยแห่งหนึ่งในเถาหยวน
หลังเกิดเหตุนายจ้างแจ้งความ ตำรวจมาถึงสถานที่เกิดเหตุถามว่าใครเป็นคนแทง นายอภิสิทธิ์ ซึ่งนั่งตะลึงกับการกระทำของตนบนเตียงยกมือสารภาพว่าตนเป็นคนแทง เข้าข่ายมอบตัวมีเหตุบรรเทาโทษ และหลังเกิดเหตุ แรงงานไทยรายนี้ ได้มอบหมายให้ญาติพี่น้องที่บ้านเจรจาชดใช้ค่าเสียหายแก่ทายาทผู้ตายและยอมความกันได้ ศาลท้องถิ่นเหมียวลี่ตัดสินจำคุกจำเลย 9 ปี 6 เดือน จากคดีฆ่าคน มีโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตและจำคุก 10 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับว่าฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64916</guid>
      <pubDate>Fri, 31 Jan 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/31/20250131_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36000960" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ทลายแก๊งนายหน้าเถื่อน จัดส่ง 11 ผู้อนุบาลผิดกฎหมายไปดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล เก็บค่าหัวคิวคนละ 800 เหรียญต่อวัน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/31/8cbc5c45ba6d12a6e85376c0128d60f8.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>5</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ 24 มกราคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64952</link>
      <description><![CDATA[1. แรงงานต่างชาติหลบหนีพุ่งทะลุ 90,000 ส.ส. เปิดคลิปโชว์สาวเวียดนามครบสัญญาถูกส่งกลับบ้าน ใช้เวลา 11 วินาทีเปลี่ยนชุดหลบหนีออกจากสนามบินกลับมาใหม่
แรงงานต่างชาติหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายพุ่งไม่หยุด ส.ส. พรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านจัดแถลงข่าววิจารณ์หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องบกพร่องในหน้าที่ ปล่อยปละละเลยและไม่มีมาตรการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ จนสถานการณ์บานปลายและไม่สามารถควบคุมได้ ยังยกตัวอย่างโดยเปิดคลิปโชว์แรงงานหญิงเวียดนามรายหนึ่ง ทำงานครบสัญญาต้องเดินทางกลับบ้านเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 บริษัทจัดหางานส่งถึงท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน ช่วยเช็กอิน ตรวจกระเป๋าสัมภาระและส่งเข้าด่านตรวจเรียบร้อยแล้ว แต่สามารถใช้เวลาเพียง 11 วินาที เปลี่ยนชุดเสื้อผ้าหลบหนีออกมาจากด่านตรวจหายตัวไปจากสนามบิน การที่แรงงานเข้าสู่ด่านตรวจความปลอดภัยแล้ว ยังสามารถหลบออกมานอกเขตควบคุมได้ สันนิษฐานว่า น่าจะมีขบวนการนายหน้าเถื่อนคอยสอนและบงการอยู่เบื้องหลัง
3 ส.ส. พรรคก๊กมินตั๋ง จัดแถลงข่าวปัญหาการหลบหนีของแรงงานต่างชาต พร้อมเปิดคลิปโชว์แรงงานหญิงเวียดนาม ถูกส่งเข้าไปในสนามบินเถาหยวนแล้ว ใช้เวลาเพียง 11 วินาทีเปลี่ยนชุดหลบเข้าไต้หวันใหม่
นางสาวหวางอวี้หมิ่น ส.ส. พรรคก๊กมินตั๋ง จัดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมากล่าวว่า ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกจับกุม เมื่อเดือนมกราคม 2564 ยังมีเพียง 48,545 คน เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 90,269 คนเมื่อสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2567 แต่ไม่เห็นหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องหามาตรการป้องกันแต่อย่างใด เฉพาะที่หลบหนีจากสนามบินก็เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี จากเมื่อปี 2564 หลบหนีจากสนามบิน 64 คน เพิ่มเป็น 87 คนในปี 2567 ช่วงเวลา 4 ปี มีแรงงานต่างชาติที่ครบสัญญาเดินทางกลับบ้าน แต่หลบหนีออกจากสนามบินสูงกว่า 200 คน สนามบินกลายเป็นสถานที่หลบหนีของแรงงานต่างชาติแหล่งใหญ่ และตัวเลขข้างต้นเป็นเพียงสถิติของทางการ ตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านี้ สันนิษฐานมีขบวนการนอกกฎหมายบงการอยู่เบื้องหลังและถามว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เคยสงสัยและตรวจสอบเรื่องนี้กันบ้างไหม?
แรงงานหญิงเวียดนาม ถูกส่งเข้าไปในเขตตรวจความปลอดภัยสนามบินเถาหยวนแล้ว ใช้เวลาเพียง 11 วินาทีเปลี่ยนชุดหลบออกมาเข้าไต้หวันใหม่
ส.ส. พรรคฝ่ายค้านกล่าวอีกว่า ตัวเลขแรงงานต่างชาติหลบหนีพุ่งขึ้นต่อเนื่อง มาจากความบกพร่องของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องที่ขาดนโยบายและไม่มีมาตรการป้องกัน กลายเป็นปัญหาสังคมและไม่เป็นธรรมสำหรับนายจ้างและบริษัทจัดหางาน พลอยเดือดร้อนและถูกลงโทษด้วย กล่าวคือนายจ้างไม่สามารถยื่นขอว่าจ้างแรงงานต่างชาติรายใหม่ได้ทันที กรณีที่เป็นนายจ้างภาคการผลิตต้องรออย่างน้อย 3 เดือน นายจ้างผู้อนุบาลต้องรออย่างน้อย 1 เดือน จึงจะยื่นขอคนใหม่มาทดแทนได้ ส่วนบริษัทจัดหางาน เมื่อส่งแรงงานต่างชาติเข้าไปยังเขตตรวจความปลอดภัยแล้ว ซึ่งบุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าไปสอดส่องดูแลได้ แต่บริษัทจัดหางานก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย หากจำนวนแรงงานที่นำเข้ามีอัตราส่วนหลบหนีเกินกำหนด จะถูกลงโทษเช่นกัน
แรงงานหญิงเวียดนาม ถูกส่งเข้าไปในเขตตรวจความปลอดภัยสนามบินเถาหยวนแล้ว ใช้เวลาเพียง 11 วินาทีเปลี่ยนชุดหลบออกมาเข้าไต้หวันใหม่ (ภาพจาก CTS)
ต่อข้อครหาของ ส.ส. ข้างต้น กระทรวงแรงงานตอบว่า บริษัทจัดหางานที่ได้รับมอบหมายจากนายจ้างให้ส่งแรงงานต่างชาติที่ต้องเดินทางกลับประเทศไปยังสนามบิน ต้องส่งเข้าประตูด่านตรวจความปลอดภัยแล้วจึงจะกลับได้ กรณีที่แรงงานต่างชาติถูกส่งกลับเพราะผิดระเบียบกฎหมายหรือมีข้อพิพาทถูกนายจ้างยกเลิกสัญญา เดินทางกลับโดยไม่สมัครใจ หากเคลือบแคลงว่าอาจเกิดการหลบหนีในสนามบิน สามารถขอให้ตำรวจท่าอากาศยานช่วยสอดส่องดูแลได้ ต่อตัวเลขแรงงานต่างชาติหลบหนีที่เพิ่มสูงขึ้น กระทรวงแรงงานกล่าวว่า หลังจากสถานการณ์โควิด-19 บรรเทาลง อัตราการหลบหนีของแรงงานต่างชาติลดลงติดต่อกัน 2 ปีแล้ว จากเมื่อปี 2565 อัตราการหลบหนี 5.96% ลดลงเป็น 4.20% ในปี 2566 และ 2.91% เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันการหลบหนีของแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานมิได้นิ่งเฉย ได้ดำเนินมาตรการหลายอย่างพร้อมกัน เช่น เพิ่มช่องทางในการร้องทุกข์ของแรงงานต่างชาติกรณีที่ได้รับการกดดันหรือความไม่เป็นธรรมจากนายจ้างและบริษัทจัดหางาน เพิ่มการประชาสัมพันธ์ผลเสียและความเสี่ยงจากการหลบหนีให้แรงงานต่างชาติได้รู้โดยผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างศูนย์บริการเบ็ดเสร็จหรือการอบรมที่ท่าอากาศยานเมื่อแรงงานต่างชาติเดินทางมาถึง มีการปรับปรุงสวัสดิการและเงินค่าจ้างของแรงงานต่างชาติและเพิ่มการลงโทษบริษัทจัดหางานทั้งในไต้หวันและบริษัทจัดหางานประเทศต้นทาง นอกจากนี้ ยังมีการประชุมหารือในระดับกระทรวงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา ด้านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก็ตอบว่า มีการเสนอมาตรการแก้ปัญหาและร่วมหารือกับกระทรวงแรงงานเพื่อลดอัตราส่วนการหลบหนีของแรงงานต่างชาติเป็นประจำ
สนามบินกลายเป็นสถานที่หลบหนีของแรงงานต่างชาติ? แรงงานต่างชาติหลบหนีจากสนามบิน ปี 2564-2567 มีแรงงานต่างชาติที่ครบสัญญาเดินทางกลับบ้าน แต่หลบหนีออกจากสนามบินสูงกว่า 200 คน
จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยพบว่า ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2567 ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบเพิ่มเป็น 90,269 คน จากยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน 817,228 คน ในจำนวนนี้ แรงงานเวียดนามหลบหนีมากที่สุด 57,423 คน ครองสัดส่วน 63.61% ของแรงงานหลบหนีทั้งหมด ตามด้วยแรงงานอินโดนีเซียหลบหนี 28,283 คน อันดับ 3 ได้แก่ฟิลิปปินส์ 2,731 คน ส่วนแรงงานไทยหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64952</guid>
      <pubDate>Fri, 24 Jan 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/24/20250124_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36018240" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ 24 มกราคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ 24 มกราคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. แรงงานต่างชาติหลบหนีพุ่งทะลุ 90,000 ส.ส. เปิดคลิปโชว์สาวเวียดนามครบสัญญาถูกส่งกลับบ้าน ใช้เวลา 11 วินาทีเปลี่ยนชุดหลบหนีออกจากสนามบินกลับมาใหม่]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/24/80c5a4a5e5ec96152f7e4c3f58e1a4ce.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>4</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64989</link>
      <description><![CDATA[1. ผลสำรวจค่าจ้างเฉลี่ยแรงงานต่างชาติปี 67 ภาคการผลิต 3.3 หมื่น/เดือน ผู้อนุบาล 2.4 หมื่น นายจ้างหนักใจเรื่องการสื่อสารและท่าทีการทำงานไม่ดีมากที่สุด
จากสถิติ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันมีจำนวน 817,228 คน แบ่งเป็นภาคการผลิต 568,548 คน ภาคสวัสดิการสังคม 248,680 คน เพื่อให้ทราบถึงสภาพการทำงาน รายได้และปัญหาอุปสรรคที่เกิดกับนายจ้างและแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานไต้หวันได้จัดทำการสำรวจสภาพการทำงานและการบริหารแรงงานต่างชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ ปรับปรุงแก้ไขต่อไป ล่าสุด กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศผลการสำรวจในปี 2567 พบว่า แรงงานต่างชาติในภาคการผลิต มีค่าจ้างประจำเฉลี่ยเดือนละ 33,000 เหรียญไต้หวัน เทียบกับปี 2566 เพิ่มขึ้นประมาณ 2,000 เหรียญต่อเดือน ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่เป็นค่าจ้างประจำ ประกอบด้วยเงินโบนัส เงินเพิ่มตามเทศกาลและเงินรางวัลจากการทำงาน ตลอดปีเฉลี่ย 15,000 เหรียญ ในส่วนของผู้อนุบาลต่างชาติในครัวเรือน มีรายได้โดยเฉลี่ยเดือนละ 24,000 เหรียญไต้หวันเพิ่มขึ้น 2,000 เหรียญ
เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานประจำสนามบินเถาหยวน พาแรงงานไทยออกมาจากด่านตรวจคนเข้าเมือง (ภาพจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน)
รายงานการสำรวจสภาพการทำงานและการบริหารแรงงานต่างชาติฉบับล่าสุด ซึ่งทำการสำรวจเมื่อเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2567 มีนายจ้างที่ให้ความร่วมมือตอบแบบสำรวจ 8,554 ชุด เป็นนายจ้างภาคการผลิต 4,538 ชุด นายจ้างผู้อนุบาลในครัวเรือน 4,016 ชุด รายงานการสำรวจพบว่า ปัญหาที่ทำให้นายจ้างไม่สบายใจมากที่สุด ยังคงเป็นการสื่อสารไม่เข้าใจ ตามมาด้วยท่าทีในการทำงานไม่ดีและไม่ตั้งใจทำงาน
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าในไทเป
ผลการสำรวจด้านเงินค่าจ้างปรากฏว่า ค่าจ้างประจำของแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต เฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 29,000 เหรียญไต้หวัน เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 เพิ่มขึ้นประมาณ 5.3% หรือเพิ่มขึ้น 1,500 เหรียญ สาเหตุหลักที่เพิ่มขึ้นมาจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนค่าโอทีเฉลี่ยประมาณ 5,000 เหรียญไต้หวัน รวมค่าจ้างประจำและค่าโอที เฉลี่ยอยู่ที่ 33,000 เหรียญ เทียบกับปี 2566 เพิ่มขึ้น 2,000 นอกจากนี้ ยังมีรายได้ที่ไม่ใช่เป็นค่าจ้างประจำอีกปีละประมาณ 15,000 เหรียญ ด้านเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติภาคการผลิตในเดือนที่สำรวจคือมิถุนายน 179.1 ชั่วโมง ลดลงกว่าปีก่อน 13.3 ชั่วโมง ในจำนวนนี้ เป็นชั่วโมงทำงานปกติ 152.2 ชั่วโมง ลดลงกว่าปีก่อน 15.2 ชั่วโมง ส่วนชั่วโมงทำงานล่วงเวลาหรือโอทีเฉลี่ยเดือนละ 26.9 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 1.9 ชั่วโมง
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างสะพานจินเหมิน (ภาพจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจินเหมิน)
สำหรับผู้อนุบาลในครัวเรือน ซึ่งไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายมาตรฐานแรงงาน ได้รับค่าจ้างเฉลี่ย 24,000 เหรียญ ในจำนวนนี้เป็นค่าจ้างประจำเฉลี่ย 21,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 1,000 เหรียญ หรือเพิ่มขึ้นในอัตราส่วน 5.3% ค่าทำงานล่วงเวลาหรือโอที 3,000 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 1,000 เหรียญ ผู้อนุบาล 57% มีวันหยุดประจำทุกเดือน ส่วนใหญ่หรือ 36% ได้รับวันหยุดเดือนละ 1 วัน 13% มีวันหยุดเดือนละ 2-3 วัน ทั้งนี้ ตามสัญญาจ้าง ผู้อนุบาลมีวันหยุดสัปดาห์ละ 1 วัน ผลการสำรวจพบว่า กรณีที่ไม่ได้หยุดพักผ่อน นายจ้างมีการจ่ายค่าโอทีให้ทั้งหมด สำหรับชั่วโมงทำงานในแต่ละวันของผู้อนุบาลในครัวเรือนเฉลี่ยยังคงสูงถึง 10.3 ชั่วโมง
ค่าจ้างเฉลี่ยของผู้อนุบาลในครัวเรือนปี 2567 เพิ่มเป็น 24,000 เหรียญต่อเดือน
ด้านปัญหาและอุปสรรคของนายจ้างในการบริหารแรงงานต่างชาติ นายจ้างภาคการผลิต ประสบปัญหา 39.7% ในจำนวนนี้ร้อยละ 27.6 บอกว่าการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน เป็นปัญหาหนักอกมากที่สุด รองลงมาเป็นปัญหาไม่ให้ความร่วมมือ 14.2% ตามด้วยท่าทีการทำงานที่ไม่ดีหรือไม่มีวินัยในการทำงาน ทำงานโดยไม่ตั้งใจและหลบหนี แต่ละปัญหาครองสัดส่วนกว่าร้อยละ 10 ส่วนนายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลประสบปัญหาร้อยละ 34.7% ในจำนวนนี้ ปัญหาที่สร้างความหนักใจมากที่สุดได้แก่ สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง 23.8% มัวแต่พูดคุยทางโทรศัพท์ เล่นมือถือ 9.9% และท่าทีการทำงานที่ไม่ดี 8.6% ไม่ให้ความร่วมมือในการทำงาน 8%
ค่าจ้างเฉลี่ยของผู้อนุบาลในครัวเรือนปี 2567 เพิ่มเป็น 24,000 เหรียญต่อเดือน
2. จับ 5 แรงงานเวียดนามรับจ๊อบเสริม รับพัสดุจากไทยหลายล็อต ซุกยาไว้ในกระป๋องลำไยอบแห้งแบรนด์ดังน้ำหนักร่วม 6 กก.
นอกจากจ้างคนไทยปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวขนยาเสพติดหรือช่วยรับพัสดุแล้ว แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติยังพุ่งเป้าไปยังแรงงานเวียดนามในไต้หวัน ว่าจ้างเป็นผู้รับพัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติดจากประเทศไทย ปี 2567 ที่ผ่านมา ถูกตรวจพบและจับกุมไปแล้วหลายครั้ง ล่าสุด จับแรงงานเวียดนาม 5 ราย รับจ้างเป็นคนรับพัสดุจากประเทศไทยซึ่งซุกกัญชาไว้ในกระป๋องลำไยอบแห้งหลายครั้ง 1 ในผู้ต้องหายังแอบปลูกกัญชา 26 ต้นในป่าที่เมืองจางฮั่ว
จับ 5 แรงงานเวียดนามนำเข้ากัญชาจากไทยผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ ซุกในลำไยอบแห้งกระป๋องยี่ห้อดังของไทย (ภาพจากกองบัญชาการตำรวจท่าอากาศยาน)
กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมจัดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2568 ระบุว่า แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ อาศัยประเทศไทยปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษเมื่อกลางปี 2565 ส่งผลให้มีการปลูก บริโภคกัญชาในประเทศไทยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ในไต้หวันยังคงจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ระดับเดียวกับยาไอซ์และแอมเฟตามีน ความแตกต่างทางด้านกฎหมายข้างต้น ส่งผลให้แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติสบช่องลักลอบส่งยาเสพติดเข้าไต้หวันอย่างต่อเนื่อง โดยว่าจ้างแรงงานเวียดนามเป็นผู้รับพัสดุที่ซุกซ่อนกัญชาไว้ภายในซึ่งส่งมาจากประเทศไทย
ของกลางที่ยึดได้ (ภาพจากกองบัญชาการตำรวจท่าอากาศยาน)....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64989</guid>
      <pubDate>Fri, 17 Jan 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/17/20250117_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36009600" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. ผลสำรวจค่าจ้างเฉลี่ยแรงงานต่างชาติปี 67 ภาคการผลิต 3.3 หมื่น/เดือน ผู้อนุบาล 2.4 หมื่น นายจ้างหนักใจเรื่องการสื่อสารและท่าทีการทำงานไม่ดีมากที่สุด]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/17/62890ab5810b8cc76a1feba1efa0e6b1.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>3</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65024</link>
      <description><![CDATA[1. สภานิติบัญญัติไต้หวันผ่านกฎหมายอนุญาตให้ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป ยื่นขอว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้โดยไม่ต้องผ่านการประเมินจากแพทย์
สภานิติบัญญัติของไต้หวันผ่านกฎหมายอนุญาตให้ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป ไม่ต้องผ่านการประเมินความจำเป็นและไม่ต้องแนบใบรับรองสุขภาพจากแพทย์อีกต่อไป สามารถยื่นขอว่าจ้างแรงงานต่างชาติได้โดยตรง ต่อปัญหานี้ กระทรวงแรงงานแสดงความเสียใจและชี้ว่า จะส่งผลกระทบครอบครัวที่มีผู้ป่วยอาการหนัก ผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางหลอดยาง ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้ยากยิ่งขึ้น เพราะผู้อนุบาลจะเลือกไปทำงานสบาย ๆ กับนายจ้างที่มีสุขภาพแข็งแรงกว่า
สส. พรรคฝ่ายค้านแสดงความยินดีที่สภาฯ ผ่านกฎหมายอนุญาตให้ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป ยื่นขอว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้โดยไม่ต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ (ภาพจาก ctwant.com)
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติไต้หวันผ่านร่างกฎหมายการจ้างงาน ฉบับแก้ไขมาตรา 46 ยกเลิกข้อจำกัดในการว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติมาดูแลผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป และผู้สูงอายุ 70-79 ปีแต่ป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะที่ 2 ไม่ต้องผ่านการประเมินความจำเป็นจากคณะแพทย์และไม่ต้องแนบใบรับรองเป็นผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้จากดัชนีบาร์เธลเอดีแอล ไม่ว่าผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้น สุขภาพจะยังแข็งแรงหรือไม่ สามารถยื่นขอว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้โดยตรง ต่อสภาฯ ผ่านกฎหมายฉบับนี้ กระทรวงแรงงานกล่าวแสดงความเสียใจ เพราะจะส่งผลกระทบ 3 ข้อด้วยกัน ได้แก่ 1. แหล่งที่มาของผู้อนุบาลต่างชาติมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ 2. ครอบครัวที่มีผู้ป่วยอาการหนักหรือผู้ป่วยติดเตียงและมีฐานะยากจน จะยิ่งหาผู้อนุบาลได้ยากขึ้น 3. คุณภาพในการดูแลผู้ป่วยอาการหนักของผู้อนุบาลจะลดลง เพราะส่วนใหญ่อยากทำงานสบาย ต้องการไปทำงานกับนายจ้างที่แข็งแรงกว่า
ไต้หวันเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด ความต้องการผู้อนุบาลต่างชาติเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายหงเซินฮั่น รมว. กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2567 มีผู้อนุบาลต่างชาติทำงานอยู่ในไต้หวันจำนวน 227,000 คน ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นในสัดส่วนปีละประมาณ 10,000 คน เมื่อกฎหมายอนุญาตให้ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะมีสุขภาพแข็งแรงหรือไม่ สามารถว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้ จะทำให้ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรงซึ่งมีประมาณ 530,000 คน จากผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไปในไต้หวันทั้งหมด 910,000 คน สามารถว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้ หากคิดคำนวณจากอัตราส่วนประมาณ 30% ของผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไปและมีสุขภาพแข็งแรงมีแนวโน้มยื่นขอว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติ จะทำให้ความต้องการผู้อนุบาลจากปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นปีละ 10,000 คน พุ่งสูงเป็น 160,000 คน ทำให้แหล่งที่มาของผู้อนุบาลต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันหายากอยู่แล้ว ประกอบกับมีคู่แข่งจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ต้องการนำเข้าจำนวนมากเช่นกัน จะยิ่งทำให้นายจ้างไต้หวันประสบกับภาวะหาแหล่งที่มาของผู้อนุบาลต่างชาติยากยิ่งขึ้น
ผู้อนุบาลต่างชาติในไต้หวัน ส่วนใหญ่มาจากอินโดนีเซีย (ภาพจาก udn.com)
ทางด้านนายจ้างกลับมีความเห็นตรงกันข้าม จางเหิงเยี่ยน นายกสมาคมครอบครัวคนพิการและนายจ้างผู้อนุบาลนานาชาติกล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดี เพราะที่ผ่านมา การจะว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติมีข้อจำกัดมากมาย เพราะมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ยังไม่ถึงระดับคะแนนในดัชนีบาร์เธลเอดีแอลตามที่กระทรวงแรงงานกำหนด ไม่สามารถจะว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้ ลูกหลานซึ่งต้องทำงานบางรายต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลผู้ป่วย แต่ส่วนใหญ่ยังต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงต้องส่งผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยไปอยู่ยังศูนย์ฟื้นฟูและดูแลผู้ป่วยระยะยาว เมื่ออนุญาตให้ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องแนบใบรับรองการประเมินจากแพทย์ตามข้อกำหนดเดิม ลูกหลานสามารถทำงานต่อไปได้ โดยว่าจ้างผู้อนุบาลมาดูแลแทน นายกสมาคมครอบครัวคนพิการและนายจ้างผู้อนุบาลนานาชาติกล่าวเน้นว่า การที่สภานิติบัญญัติผ่านกฎหมายการจ้างงานฉบับแก้ไขดังกล่าว เป็นเพียงยกเลิกข้อกำหนดที่เข้มงวดเกินไป เป็นทางเลือกสำหรับการดูแลผู้สูงอายุของครอบครัวต่าง ๆ ซึ่งนายจ้างจะพิจารณาตามความจำเป็นของตนอยู่แล้ว เพราะต้องจ่ายค่าจ้าง ไม่ใช่ให้ใช้ฟรี ๆ ส่วนที่กล่าวว่า อาจทำให้ผู้อนุบาลไม่อยากจะดูแลผู้ป่วยอาการหนักอีกต่อไป เสนอว่า กระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ สามารถพิจารณาให้เงินสนับสนุนแก่ครอบครัวที่มีผู้ป่วยอาการหนักและมีฐานะยากจน เพื่อให้จ่ายค่าจ้างผู้อนุบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วยอาการหนักมากขึ้น ดึงดูดพวกเขาให้อยู่ทำงานต่อไป
เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ กระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับผู้อนุบาลอินโดนีเซียขณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน (ภาพจากกรมพัฒนากำลังแรงงาน)
ไม่เพียงแต่กลุ่มนายจ้างที่เห็นด้วย วงการแพทย์ก็เห็นด้วยกับการผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน นายแพทย์ซูอี้ฟง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดและโรคระบบการหายใจกล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรจะผลักภาระให้แพทย์ต้องมาเป็นผู้ประเมินความจำเป็นของผู้สูงอายุในการว่าจ้างผู้อนุบาลอีกต่อไป เพราะนั่นไม่ใช่หน้าที่ตามปกติของแพทย์ แก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างแพทย์และนายจ้างจากความต้องการให้ออกใบรับรองได้ ขณะที่ชาวเน็ตส่วนใหญ่โพสต์ข้อความสนับสนุนว่า ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้น หากมีความจำเป็นและมีเงินจ้างผู้อนุบาลต่างชาติ รัฐบาลไม่ควรเข้าไปแทรกแซงหรือตั้งเงื่อนไขจำกัดมากมาย
2. ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันทำงานปีละ 2,020 ชม. มากสุดอันดับ 6 ของโลก มากกว่าญี่ปุ่น เกาหลีใต้ กลุ่มแรงงานเรียกร้องคืนวันหยุด 7 วัน จากปีละ 12 วันเป็น 19 วัน พรรคฝ่ายค้านเล็งแก้กฎหมายตามคำเรียกร้อง
จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานพบว่า ปี 2567 ที่ผ่านมา ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันมียอดจำนวนชั่วในการทำงานสูงถึง 2,020 ชั่วโมง มากกว่า 15 ชั่วโมงเมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มี 2,005 ชั่วโมง ถูกจัดมากเป็นอันดับ 6 ของประเทศสำคัญทั่วโลก 39 ประเทศ และเป็นอันสองของทวีปเอเชีย รองจากสิงคโปร์....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65024</guid>
      <pubDate>Fri, 10 Jan 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/10/20250110_2230_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36027840" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. สภานิติบัญญัติไต้หวันผ่านกฎหมายอนุญาตให้ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป ยื่นขอว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้โดยไม่ต้องผ่านการประเมินจากแพทย์]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/10/a44df6db02400443bde57f0fe02a3703.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>2</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65061</link>
      <description><![CDATA[1. กระหึ่มอีกครั้ง! กลุ่มนายจ้างและ NGO เรียกร้องยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาทำงานในไต้หวันไม่เกิน 12 ปี แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เป็นวันผู้อพยพย้ายถิ่นฐานสากล (International Migrants Day) กลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานและ NGO ไปชุมนุมประท้วงหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน เรียกร้องหยุดโครงการนำร่องผู้ดูแลและเป็นเพื่อนกับผู้ป่วยแบบหลากหลายบริการ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติย้ายงานได้อย่างเสรี รัฐบาลจัดช่องทางหางานให้ผู้ต้องการย้ายงานและยกเลิกข้อห้ามแรงงานต่างชาติทำงานในไต้หวันรวมสะสมได้ไม่เกิน 12 ปี ด้านกระทรวงแรงงานได้ตอบข้อเรียกร้องในแต่ละข้อ ในส่วนของข้อเรียกร้องยกเลิกข้อห้ามระยะการทำงานในไต้หวันได้ไม่เกิน 12 ปี กระทรวงแรงงานตอบว่า ปัจจุบันมีโครงการแรงงานกึ่งฝีมือเข้ามาแทนที่ แต่กลุ่ม NGO แย้งว่า โครงการแรงงานกึ่งฝีมือมีเงื่อนไขและอุปสรรคมากมาย ไม่จูงใจนายจ้างยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือและเป็นเหตุให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือเดินทางไปทำงานประเทศอื่น
กลุ่ม NGO ไปชุมนุมประท้วงหน้าที่ทำการกระทรวงแรงงาน เรียกร้องหยุดโครงการนำร่องผู้ดูแลและเป็นเพื่อนกับผู้ป่วยแบบหลากหลายบริการ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติย้ายงานได้อย่างเสรีและเรียกร้องยกเลิกข้อห้ามทำงานในไต้หวันเกิน 12 ปี (ภาพจาก CNA)
กลุ่ม NGO กล่าวว่า นายหงเซินฮั่น รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนใหม่ ขณะที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ เคยแสดงจุดยืนสนับสนุนข้อเรียกร้องที่กล่าวมาทั้งหมด และรับว่าจะให้ความช่วยเหลือด้วยการประสานและผลักดันหน่วยงานรัฐบาลที่รับผิดชอบให้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องประเด็นต่าง ๆ จึงเรียกร้องต้องรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ อย่าเปลี่ยนตำแหน่งอุดมการณ์ก็เปลี่ยนตามไปด้วย และจากการรายงานและตอบกระทู้ถามในสภานิติบัญญัติก่อนหน้าที่ในประเด็นเจ้าหน้าที่บริหารของกระทรวงแรงงานบูลลี่ผู้ใต้บังคับบัญชา จนถึงคดีอดีต รมว. กระทรวงแรงงานต้องสงสัยทุจริตและใช้เงินกองทุนคุ้มครองการทำงานของแรงงานผิดวัตถุประสงค์ ดูเหมือนจะตอบในลักษณะบ่ายเบี่ยงแบบน้ำไม่ให้ขุ่น บัวไม่ให้ช้ำ บทบาทที่เคยให้การสนับสนุนประเด็นด้านแรงงานลดน้อยลง
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
กลุ่ม NGO เรียกร้อง 4 ข้อดังนี้ :
1. ประกาศรายชื่อกรรมการควบคุมดูแลกองทุนคุ้มครองแรงงานและรายจ่ายที่อนุมัติแต่ละรายการเป็นประจำ เพื่อป้องกันการใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้น ในส่วนนี้ รมว. กระทรวงแรงงานตอบว่า มีการประกาศรายชื่อและรายการรับและรายการจ่ายอย่างละเอียดในเว็บกระทรวงแรงงานอยู่แล้ว
2. หยุดโครงการนำร่องผู้ดูแลและเป็นเพื่อนกับผู้ป่วยแบบหลากหลายบริการ เรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการจัดประชุมหารือข้ามกระทรวง เนื่องจากมีข้อบกพร่องหลายอย่างที่รัฐไม่ได้คำนึงถึง กลายเป็นโครงการที่เป็นคำขวัญ เช่นจะเปิดให้หน่วยงานการกุศลนำเข้าแรงงานต่างชาติเพื่อจัดส่งไปทำงานดูแลผู้ป่วยระยะสั้นหรือแบบรายชั่วโมง ไม่สามารถแก้ปัญหาความต้องการของครอบครัวผู้ป่วยได้ และยังทำให้แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในโครงการดังกล่าวไม่มีหลักประกันในสิทธิประโยชน์
กลุ่ม NGO เรียกร้องให้หยุดโครงการนำร่องผู้ดูแลและเป็นเพื่อนกับผู้ป่วยแบบหลากหลายบริการ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการควรจัดประชุมหารือข้ามกระทรวงเกี่ยวกับข้อบกพร่องของโครงการนี้
3. รัฐบาลควรเปิดมีการย้ายนายจ้างได้อย่างเสรี จัดหาช่องทางในการสมัครงานกับนายจ้างที่ต้องการจะว่าจ้างโดยไม่ผ่านบริษัทจัดหางาน สามารถแก้ปัญหาการหลบหนีของแรงงานต่างชาติได้ส่วนหนึ่ง เนื่องจากทุกวันนี้ หากแรงงานต่างชาติไม่สามารถทำงานกับนายจ้างรายเดิมไม่ว่าจะมีแรงกดดันหรือได้รับการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องและสมควร หรือผู้อนุบาลที่ผู้ถูกดูแลเสียชีวิตลง จำเป็นต้องย้ายงาน ต้องจ่ายเงินค่าย้ายงานหรือค่าซื้อตำแหน่งงานให้แก่บริษัทจัดหางาน และนี่เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้แรงงานต่างชาติหลบหนี และศูนย์จัดหางานของรัฐมีส่วนช่วยให้แรงงานต่างชาติหานายจ้างได้เองน้อยมาก ส่วนใหญ่ยังต้องผ่านช่องทางของบริษัทจัดหางานอยู่ดี
กลุ่ม NGO และแรงงานต่างชาติเคยเรียกร้องขอย้ายงานได้โดยเสรี ในภาพเป็นการชุมนุมประท้วงเมื่อ 16 ม.ค. 2565
4. ยกเลิกข้อห้ามในกฎหมายการจ้างงาน ซึ่งกำหนดให้แรงงานต่างชาติงานในไต้หวันรวมสะสม ไม่เกิน 12 ปีสำหรับแรงงานในภาคการผลิตและ 14 ปีสำหรับแรงงานในภาคสวัสดิการสังคม ในประเด็นนี้ มีผู้ประกอบการเรียกร้องมาตลอดว่า ทำไมต้องบังคับให้แรงงานต่างชาติที่ทำงานกับตนซึ่งผ่านการฝึกฝน มีความชำนาญในหน้าที่การงาน รู้กฎระเบียบและคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมการทำงานของไต้หวัน ไม่สามารถอยู่ทำงานต่อไปได้ โดยให้นำเข้าแรงงานคนใหม่มาทดแทนเพื่อฝึกฝนต่อไป ไม่เพียงแต่จะเพิ่มต้นทุนด้านแรงงานเท่านั้น ยังส่งผลให้แรงงานที่มีทักษะเหล่านี้ต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศคู่แข่งอื่น ๆ ต่อไป เท่ากับว่า ไต้หวันเป็นแหล่งฝึกแรงงานต่างชาติให้ประเทศอื่น ในส่วนมุมมองของกลุ่ม NGO เห็นว่า ชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แรงงานกึ่งฝีมือและแรงงานต่างชาติทั่วไป ควรจะได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน ทำไมชาวต่างชาติที่ทำงานในตำแหน่งอื่น ๆ สามารถอยู่ทำงานในไต้หวันได้อย่างไม่จำกัด ขณะที่แรงงานต่างชาติทั่วไปถูกกีดกันและจำกัดระยะเวลาทำงาน จึงเสนอว่า แทนที่จะขยายระยะเวลาการทำงานครั้งละ 3 ปี ควรจะยกเลิกไปเลยเหมือนกับแรงงานในสถานะอื่น ๆ ไม่เพียงแต่สนองและตอบโจทย์ของผู้ประกอบการ ยังช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและแหล่งที่มาของแรงงานต่างชาติลดน้อยลง นอกจากนี้ ยังจะลดปัญหาการหลบหนีของแรงงานต่างชาติได้ด้วย
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้าถาน เขตกวนอิน นครเถาหยวน....]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65061</guid>
      <pubDate>Fri, 03 Jan 2025 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/thrti/files/202609/20250103_0030_0545_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36040320" />
      <itunes:title>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[1. กระหึ่มอีกครั้ง! กลุ่มนายจ้างและ NGO เรียกร้องยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาทำงานในไต้หวันไม่เกิน 12 ปี แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/03/ad7f52f1ef94e98cb992e81348223cc3.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>1</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
  </channel>
</rss>