<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd" xmlns:googleplay="http://www.google.com/schemas/play-podcasts/1.0" version="2.0">
  <channel>
    <title>ไลฟ์สไตล์</title>
    <link>https://www.rti.org.tw/th/CombinedProgramPodcastUrl?id=39</link>
    <description><![CDATA[<p>ไลฟ์สไตล์</p>]]></description>
    <category><![CDATA[ Society & Culture ]]></category>
    <category><![CDATA[ Government ]]></category>
    <language>th_TH</language>
    <copyright>Copyright 2018-2026 Rti - For Personal Use Only</copyright>
    <itunes:author>อัญชัน ทรงพุทธิ์, แสงชัย กิตติภูมิวงศ์, รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ, ยุ้ย มนภรณ์,Rti</itunes:author>
    <itunes:summary><![CDATA[<p>ไลฟ์สไตล์</p>]]></itunes:summary>
    <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
    <itunes:owner>
      <itunes:name>中央廣播電臺 RTI Radio Taiwan International</itunes:name>
      <itunes:email>rtiwebt@rti.org.tw</itunes:email>
    </itunes:owner>
    <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/355ed992-1db8-4965-9eb9-24371b53439b.jpg" />
    <itunes:category text="Society &amp; Culture" />
    <itunes:category text="Government" />
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 28 เม.ย.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=103193</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ข้าวถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญอันดับหนึ่งของไต้หวัน ด้วยภูมิประเทศที่เอื้อต่อการเพาะปลูก ทำให้ไม่ว่าจะเหนือหรือใต้ก็พบเห็นทุ่งนาเขียวขจีได้ทั่วไป ในบรรดาสายพันธุ์ข้าว &ldquo;เกาสง 147&rdquo; นับเป็นพันธุ์ที่มีพื้นที่ปลูกมากเป็นอันดับสอง รองจาก &ldquo;ไถหนาน 11&rdquo; หลังได้รับการตั้งชื่อในปี 2010 ข้าวพันธุ์นี้ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว และครองเวทีการแข่งขันข้าวที่จัดโดยกองการเกษตรและอาหารมาตั้งแต่ปี 2013 โดยคว้าเหรียญรางวัลรวมกว่า 59 เหรียญ รวมถึงเหรียญทองถึง 25 ครั้ง จนถึงขั้นที่กติกาการแข่งขันต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับความโดดเด่นของมัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ความสำเร็จไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศ เพราะ &ldquo;เกาสง 147&rdquo; ยังคว้าเหรียญทองจากการประกวดคุณภาพข้าวในญี่ปุ่นถึงสองครั้ง สะท้อนศักยภาพระดับสากล จุดเด่นสำคัญคือกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่พอดี ไม่ฉุนเกินไป ทำให้เข้ากับรสนิยมผู้บริโภคหลากหลาย ด้วยชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้น พื้นที่เพาะปลูกจึงขยายตัวต่อเนื่อง และยังถูกนำไปแปรรูปเป็นแป้งข้าว ใช้ทำขนมปังและเค้ก ยกระดับบทบาทจากข้าวสู่วัตถุดิบคุณภาพบนโต๊ะอาหาร</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เบื้องหลังความสำเร็จของการปรับปรุงพันธุ์ข้าวไต้หวัน คือระบบการทำงานที่ทั้ง &ldquo;แข่งขันและร่วมมือ&rdquo; นักวิจัยจากทั่วประเทศต่างพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน กลายเป็นต้นแบบของการปรับปรุงพันธุ์พืช ที่ไม่เพียงสร้างสายพันธุ์ที่ดี แต่ยังสะท้อนพลังของความร่วมมือในระดับประเทศอีกด้วย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;จุดเริ่มต้นของ &ldquo;เกาสง 147&rdquo; ย้อนกลับไปที่ข้าวพันธุ์ &ldquo;เกาสง 139&rdquo; ซึ่งเป็นผลงานของนักปรับปรุงพันธุ์รุ่นก่อน ข้าวพันธุ์นี้โดดเด่นด้านรสชาติ ถูกใจผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น และยังคงเป็นพันธุ์หลักในพื้นที่ฟู่หลี่ (ฮัวเหลียน) และฉือซั่ง&ndash;กวนซาน (ไถตง) มาจนถึงปัจจุบัน แม้จะอร่อย แต่มีข้อด้อยคือมีลักษณะท้องขาว (腹白) มาก ทำให้รูปลักษณ์ไม่สวยงาม จนถูกขนานนามว่า &ldquo;สาวงามขี้เหร่&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำหรับ&ldquo;เกาสง 139&rdquo; ซึ่งตั้งชื่อในปี 1975 ใช้ระยะเวลาเพาะปลูกค่อนข้างนาน ถ้าปลูกทางด้านฝั่งตะวันตกต้องใช้ราว 135 วัน ส่วนฝั่งตะวันออกอาจยาวถึง 150 วัน จึงไม่เหมาะกับระบบเพาะปลูกในพื้นที่เกาสง&ndash;ผิงตงที่ต้องการความต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการนำไปพัฒนาในพื้นที่ภาคตะวันออกแทน และประสบความสำเร็จอย่างมาก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">จากความตั้งใจจะปรับ &ldquo;สาวงามขี้เหร่&rdquo; ให้กลายเป็น &ldquo;สาวงามตัวจริง&rdquo; จึงนำพันธุ์ เกาสง 139 ไปผสมกับข้าวญี่ปุ่นพันธุ์โคชิฮิคาริ จนได้เป็น &ldquo;เกาสง 145&rdquo; ที่ทั้งอร่อยและมีรูปลักษณ์สวยงาม ลดสัดส่วนท้องขาวลงอย่างชัดเจน และมีคุณภาพการบริโภคสูง จนมักติดอันดับ &ldquo;10 ข้าวคุณภาพยอดเยี่ยม&rdquo; อย่างสม่ำเสมอ พร้อมแข่งขันเคียงข้างกับ &ldquo;ไถหนง 71&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อย่างไรก็ตาม แม้ &ldquo;เกาสง 145&rdquo; จะมีคุณภาพดี แต่ก็มีข้อจำกัด หากปลูกในฤดูแรกเร็วเกินไปหรือใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาเมล็ดร่วงง่าย ระหว่างเก็บเกี่ยว เคยมีกรณีที่เกษตรกรปลูกเร็วเกินไปจนผลผลิตลดลงกว่าครึ่ง เมล็ดข้าวร่วงเต็มแปลง สร้างความเสียหายและความไม่พอใจอย่างมาก และเพื่อแก้ปัญหานี้ และในช่วงที่กระแส &ldquo;ข้าวหอม&rdquo; กำลังมาแรง ทีมวิจัยจึงพัฒนาเพิ่มเติม โดยใช้ &ldquo;เกาสง 145&rdquo; เป็นแม่พันธุ์ และ &ldquo;ไถหนง 74&rdquo; ซึ่งมีกลิ่นหอมเป็นพ่อพันธุ์ ใช้เวลาคัดเลือกและปรับปรุงเกือบ 8 ปี จนได้ &ldquo;เกาสง 147&rdquo; ที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายเผือก ซึ่งการเลือกพ่อ&ndash;แม่พันธุ์มีหลักการสำคัญ คือ ลักษณะส่วนใหญ่ของข้าวจะถ่ายทอดผ่านนิวเคลียส จึงคงลักษณะของแม่พันธุ์ไว้ และเลือกพ่อพันธุ์ที่มีคุณลักษณะเด่นเข้ามาเสริม โดยเฉพาะความหอมจากไถหนง 74</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ปัจจุบัน &ldquo;เกาสง 147&rdquo; ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง แม้ในช่วงพัฒนาสายพันธุ์จะไม่คาดว่าจะได้รับความสำเร็จเช่นนี้ สิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือ &ldquo;คุณภาพการบริโภค&rdquo; ซึ่งข้าวพันธุ์นี้โดดเด่นอย่างชัดเจน แม้ลักษณะในแปลงปลูกจะไม่ได้สะดุดตา ผลผลิตไม่สูงมาก และต้นค่อนข้างสูงจนเสี่ยงล้ม แต่ก็มีความแข็งแรง ทนทานต่อสภาพแวดล้อม โดยจุดเด่นสำคัญของเกาสง 147 คือความสมดุลระหว่างผลผลิตและคุณภาพ เมื่อนำมาหุง ข้าวจะนุ่ม เหนียว หอม เคี้ยวเพลิน และมีความเงาใสจากชั้นแป้งที่ช่วยกักเก็บความชื้นได้ดี แม้จะหอมไม่แรงเท่าข้าวพันธุ์อื่น เช่น &ldquo;ไถเกิง 4&rdquo; แต่ความหอมอ่อน ๆ แบบพอดี กลับเป็นจุดเด่นที่ทำให้กินได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกเลี่ยน และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ได้รับความนิยมในระยะยาว</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=103193</guid>
      <pubDate>Tue, 28 Apr 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260428_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36037440" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 28 เม.ย.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 28 เม.ย.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ข้าวถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญอันดับหนึ่งของไต้หวัน ด้วยภูมิประเทศที่เอื้อต่อการเพาะปลูก ทำให้ไม่ว่าจะเหนือหรือใต้ก็พบเห็นทุ่งนาเขียวขจีได้ทั่วไป ในบรรดาสายพันธุ์ข้าว &ldquo;เกาสง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;">147&rdquo; </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">นับเป็นพันธุ์ที่มีพื้นที่ปลูกมากเป็นอันดับสอง รองจาก &ldquo;ไถหนาน </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;">11&rdquo; </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">หลังได้รับการตั้งชื่อในปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;">2010 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">ข้าวพันธุ์นี้ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว และครองเวทีการแข่งขันข้าวที่จัดโดยกองการเกษตรและอาหารมาตั้งแต่ปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;">2013 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">โดยคว้าเหรียญรางวัลรวมกว่า </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;">59 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">เหรียญ รวมถึงเหรียญทองถึง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;">25 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">ครั้ง จนถึงขั้นที่กติกาการแข่งขันต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับความโดดเด่นของมัน</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/184ea011-e5a5-4736-9de1-e6b7645afe44.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>273</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 28 เม.ย.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=103192</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ชาวไต้หวันรักสัตว์เลี้ยง ให้ความสำคัญสุขภาพ ดูแลด้วยอุปกรณ์ไฮเทค</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา &ldquo;สัตว์เลี้ยง&rdquo; ได้กลายเป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัวชาวไต้หวันอย่างชัดเจน ท่ามกลางสังคมที่อัตราการเกิดลดลง ผู้คนจำนวนมากหันมาเลี้ยงสัตว์เพื่อเติมเต็มความผูกพันทางอารมณ์ ส่งผลให้ &ldquo;เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง&rdquo; เติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันไต้หวันมีสัตว์เลี้ยงมากกว่า 3 ล้านตัว และยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เช่น ร้านอาหาร อุปกรณ์ และบริการต่าง ๆ ขยายตัวทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ที่มีครอบครัวรุ่นใหม่อาศัยอยู่จำนวนมาก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัจจัยสำคัญมาจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป คนโสดและครอบครัวขนาดเล็กเพิ่มขึ้น ทำให้สัตว์เลี้ยงกลายเป็น &ldquo;เพื่อนร่วมชีวิต&rdquo; เจ้าของจึงยินดีใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์ ทั้งด้านอาหารคุณภาพสูง การดูแลความสะอาด และบริการทางการแพทย์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หนึ่งในแนวโน้มเด่นคือการให้ความสำคัญกับ &ldquo;สุขภาพสัตว์เลี้ยง&rdquo; เจ้าของเริ่มใส่ใจการตรวจสุขภาพประจำปี การฉีดวัคซีน และการป้องกันโรค โดยเฉพาะสัตว์สูงวัยที่ต้องการการดูแลเฉพาะทาง เช่น การเอกซเรย์หรืออัลตราซาวด์ แนวคิดด้านโภชนาการแม่นยำและเวชศาสตร์เชิงป้องกันก็ได้รับความนิยม ทำให้ตลาดอาหารพัฒนาไปสู่สูตรเฉพาะสำหรับแต่ละช่วงวัยและโรค</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ เช่น ปลอกคอติดตามสุขภาพ ช่วยวัดการเคลื่อนไหว การนอน และสัญญาณชีพแบบเรียลไทม์ ทำให้เจ้าของสามารถดูแลสัตว์ได้ใกล้ชิดและลดความเสี่ยงของโรค</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; แม้อุตสาหกรรมนี้ยังเผชิญความท้าทายด้านกฎระเบียบและความปลอดภัยสินค้า แต่แนวโน้มโดยรวมยังเติบโตต่อเนื่อง โดย &ldquo;การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง&rdquo; และเทคโนโลยี จะเป็นหัวใจสำคัญที่ผลักดันตลาดให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=103192</guid>
      <pubDate>Tue, 28 Apr 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260428_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36005760" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 28 เม.ย.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 28 เม.ย.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #e67e23;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ชาวไต้หวันรักสัตว์เลี้ยง ให้ความสำคัญสุขภาพ ดูแลด้วยอุปกรณ์ไฮเทค</span></b></span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/d3d5e3e0-308a-425a-8c2a-8a6fccd4ea53.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>272</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 27 เม.ย. 69 : อาหารเป็นพิษและวิธีป้องกัน]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102690</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สารานุกรมสุขภาพ 27 เม.ย. 69 : อาหารเป็นพิษและวิธีป้องกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อช่วงหยุดยาวเทศกาลเช็งเม้งที่ผ่านมาเกิดเหตุอาหารเป็นพิษที่ร้านขายปอเปี๊ยะสดในตลาดเจิ้งอี้ นครเกาสง ทำให้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษามากถึง 157 คน ! สำนักงานสาธารณสุข นครเกาสง ตรวจพบเชื้อซัลโมเนลลา&nbsp;(Salmonella) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยจากอาหาร เป็นต้นเหตุสำคัญ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เกี่ยวกับเหตุอาหารเป็นพิษจากปอเปี๊ยะสดครั้งนี้ นายแพทย์หยางเจิ้นชาง (楊振昌) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาของไต้หวันระบุว่า ไข่ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของปอเปี๊ยะสดไต้หวัน หากเป็นไข่ที่ขายแบบเป็นลังซึ่งไม่ได้ผ่านการคัดล้างและการปรุงอาหารที่ให้ความร้อนไม่เพียงพอ เป็นแหล่งปนเปื้อนซัลโมเนลลาที่พบบ่อย หลังติดเชื้อจะมีอาการปวดท้อง มีไข้ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ต้องระวังความเสี่ยงของภาวะเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ซัลโมเนลลาคืออะไร? </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">จากข้อมูลของสำนักงานอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ สาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) ระบุว่า เชื้อซัลโมเนลลาพบได้ทั่วไปในสัตว์ สาเหตุของอาหารเป็นพิษมักมาจากการบริโภคเนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์ปีก ไข่สด ผลิตภัณฑ์นม ปลาแปรรูปที่ปนเปื้อนหรือแม้แต่ถั่วกวนและผลิตภัณฑ์จากถั่วที่มีโปรตีนสูง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;">&nbsp;เมื่อถึงช่วงเทศกาลเช็งเม้ง ในไต้หวันมีธรรมเนียมการกิน &ldquo;ปอเปี๊ยะสด&nbsp;(潤餅) &nbsp; ดังนั้นในวันเช็งเม้งร้านขายปอเปี๊ยะสดจะขายดีมาก ทำให้อาจละเลยเรื่องสุขอนามัย นำไปสู่เหตุของอาหารเป็นพิษที่เกาสงในครั้งนี้ (ภาพจาก watchinese.com)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เชื้อซัลโมเนลลาไม่ทนความร้อน โดยสามารถทำลายได้ที่อุณหภูมิ 60&deg;C นาน 20 นาที แต่ยังคงเป็นสาเหตุสำคัญของอาหารเป็นพิษทั่วโลก ตัวอย่างเช่น ในปี พ.ศ. 2561 เกิดเหตุอาหารเป็นพิษครั้งรุนแรงในสหภาพยุโรปสาเหตุหลักมาจากเชื้อซัลโมเนลลาซึ่งปนเปื้อนมากับไข่และผลิตภัณฑ์จากไข่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นายแพทย์หยางเจิ้นชาง ผู้อำนวยการแผนกเวชศาสตร์อาชีวอนามัยและพิษวิทยาคลินิก โรงพยาบาลทหารผ่านศึกไทเป (Taipei Veterans General Hospital ) &nbsp;กล่าวว่าปกติไข่ที่ผ่านการคัดล้างจะมีความเสี่ยงต่ำกว่า ส่วนไข่ที่ขายเป็นลังซึ่งไม่ผ่านการคัดล้างมีโอกาสปนเปื้อนมากกว่า หากล้างไม่สะอาดหรือปรุงไม่สุก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่มีการจำหน่ายจำนวนมาก หากมีการปนเปื้อนก็อาจทำให้เกิดการระบาดเป็นวงกว้าง โดยหลังรับเชื้อประมาณ 4&ndash;48 ชั่วโมงจะเริ่มมีอาการท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีไข้และภาวะขาดน้ำ การรักษาเน้นการดูแลตามอาการ แต่ในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อาจรุนแรงถึงขั้นเชื้อเข้ากระแสเลือดต้องใช้ยาปฏิชีวนะ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">วิธีป้องกันที่สำคัญคือ อย่าวางอาหารที่อุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง ยิ่งช่วงนี้อากาศร้อนแล้ว อาหารต้องปรุงให้สุกทั่วถึงและไม่ควรวางไว้ที่อุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาหารบูดเน่าอันเนื่องมาจากแบคทีเรียตัวร้ายเพิ่มจำนวนได้ง่าย ซึ่งบางครั้งอาจยังไม่ทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยนทำให้ผู้บริโภครับประทานโดยไม่รู้ตัวซึ่งนำไปสู่เหตุด้านความปลอดภัยอาหาร</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;">เหตุอาหารเป็นพิษที่ร้านขายปอเปี๊ยะสดในตลาดเจิ้งอี้ นครเกาสง ทำให้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษามากถึง 157 คน ! สำนักงานสาธารณสุขเกาสง ตรวจพบเชื้อซัลโมเนลลา&nbsp;(Salmonella) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ (ภาพจาก ctee.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาหารเป็นพิษในหน้าร้อน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ท้องเสียเฉียบพลันและอาหารเป็นพิษ เป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยมากในช่วงหน้าร้อน เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและไวรัสในอาหาร หากกินอาหารที่ปนเปื้อนหรือเก็บรักษาไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดอาการถ่ายเหลว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และบางรายอาจมีไข้หรือภาวะขาดน้ำได้ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว หากดูแลไม่ถูกต้อง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ สามารถสังเกตอาการตนเอง หากมีอาการ 1-2 ข้อ ให้สงสัยว่าเป็นโรคอาหารเป็นพิษชนิดรุนแรง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●อาเจียนรุนแรง หรือถ่ายมากผิดปกติ (มากกว่า 8-10 ครั้งต่อวัน)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●มีไข้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ซึม ไม่มีแรง อ่อนเพลีย มือเท้าเย็น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ปัสสาวะสีเข้ม ปัสสาวะน้อย หรือไม่ปัสสาวะเกิน 6 ชั่วโมง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●หากเป็นเด็กเล็ก อาจมีอาการปากแห้ง ตาโหล ร้องให้แบบไม่มีน้ำตา</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาหารเป็นพิษหรือบางครั้งเรียกว่าท้องเสียเฉียบพลันคือภาวะที่มีอาการถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน และเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือสารพิษจากเชื้อโรค มักมีอาการร่วม เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีไข้ โดยอาการมักเป็นในระยะสั้น ไม่เกิน 14 วัน แต่หากดูแลไม่เหมาะสม อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว จนเกิดภาวะขาดน้ำและภาวะแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาหารเป็นพิษแตกต่างจากท้องเสียทั่วไปอย่างไร</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาหารเป็นพิษมักเกิดขึ้นรวดเร็วหลังกินอาหารปนเปื้อน อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมกับถ่ายเหลว ในขณะที่ท้องเสียทั่วไปอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส การเปลี่ยนอาหาร หรือความเครียด และอาการมักไม่รุนแรงเท่าอาหารเป็นพิษ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทำไมหน้าร้อนถึงเสี่ยงท้องเสียและอาหารเป็นพิษ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หน้าร้อนเป็นช่วงที่อุณหภูมิสูง เชื้อแบคทีเรียสามารถเพิ่มจำนวนในอาหารได้รวดเร็ว โดยเฉพาะอาหารปรุงสุกที่วางทิ้งไว้ อาหารทะเล อาหารดิบ หรืออาหารริมทาง หากเก็บรักษาไม่เหมาะสม เชื้อโรคอาจเพิ่มจำนวนจนทำให้เกิดการปนเปื้อน นอกจากนี้ คนมักดื่มน้ำแข็งหรือเครื่องดื่มเย็นที่ไม่สะอาด และกินอาหารนอกบ้านบ่อย จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สาเหตุอาหารเป็นพิษที่พบบ่อย ได้แก่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●กินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย เช่น ซัลโมเนลลา&nbsp;(Salmonella)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิสูง ทำให้อาหารบูดเสียเร็ว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●กินอาหารค้างคืนหรืออาหารที่เก็บรักษาไม่เหมาะสม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●กินอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น อาหารทะเล</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ดื่มน้ำหรือใช้น้ำแข็งที่ไม่สะอาด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●การปรุงอาหารหรือกินอาหารโดยไม่ล้างมือให้สะอาด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ใช้ภาชนะหรืออุปกรณ์ครัวที่ปนเปื้อนเชื้อโรค</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เช่น กินอาหารนอกบ้านหรืออาหารริมทางบ่อยขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการของท้องเสียเฉียบพลันและอาหารเป็นพิษ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ปวดท้อง ปวดบิดท้อง หรือแน่นท้อง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●คลื่นไส้ อาเจียน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●มีไข้หรือรู้สึกร้อนในร่างกาย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ถ่ายเป็นมูกหรือมีเลือดปนในบางราย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ปากแห้ง คอแห้ง กระหายน้ำมาก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●กลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากท้องเสียเฉียบพลันมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากร่างกายปรับตัวต่อการสูญเสียน้ำได้ไม่ดี หากเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรง อาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;">อาการสำคัญของอาหารเป็นพิษคือ ถ่ายเหลว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และบางรายอาจมีไข้หรือภาวะขาดน้ำ (ภาพจาก health.businessweekly.com.tw/)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อมีอาการท้องเสีย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือแร่ เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสีย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭จิบน้ำบ่อย ๆ ครั้งละน้อย หากมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดการสูญเสียพลังงานของร่างกาย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭กินอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก กล้วย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭หลีกเลี่ยงอาหารมัน เผ็ด อาหารดิบ และอาหารรสจัด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ กาแฟ และน้ำอัดลม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭รักษาความสะอาด ล้างมือก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭หลีกเลี่ยงการใช้ยาหยุดถ่ายโดยไม่ปรึกษาแพทย์</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">วิธีป้องกันอาหารเป็นพิษในหน้าร้อน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารค้างคืน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ โดยเฉพาะอาหารทะเล</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุก หลีกเลี่ยงน้ำแข็งที่ไม่สะอาด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭เก็บอาหารในตู้เย็นและภาชนะที่ปิดมิดชิด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭แยกอาหารดิบและอาหารสุกออกจากกันอย่างชัดเจน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭เลือกร้านอาหารที่สะอาด มีสุขอนามัยที่ดี</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭หลีกเลี่ยงการทิ้งอาหารไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ล้างผักและผลไม้ให้สะอาดก่อนกิน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;ท้องเสียเฉียบพลันและอาหารเป็นพิษในหน้าร้อน เป็นปัญหาสุขภาพที่ป้องกันได้ด้วยการเลือกกินอาหารอย่างระมัดระวัง รักษาความสะอาด และสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย หากดูแลตัวเองตั้งแต่เริ่มมีอาการ และรู้ว่าเมื่อใดควรพบแพทย์ จะช่วยลดความรุนแรงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้อย่างปลอดภัย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่มาข้อมูล</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.health.gvm.com.tw</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2. kcmh.chulalongkornhospital.go.th</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3. rama.mahidol.ac.th</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102690</guid>
      <pubDate>Mon, 27 Apr 2026 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260427_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36017280" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 27 เม.ย. 69 : อาหารเป็นพิษและวิธีป้องกัน</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 27 เม.ย. 69 : อาหารเป็นพิษและวิธีป้องกัน</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">สารานุกรมสุขภาพ 27 เม.ย. 69 </span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">: </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">อาหารเป็นพิษและวิธีป้องกัน</span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';"><o:p></o:p></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/7886cdd8-6ad4-4123-ba57-91d5f69e9a0a.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>271</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 21 เม.ย.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102432</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ที่ตำบลผูหลี่ เมืองหนานโถว กัวเอินฉี(郭恩綺) และจางซือก่วง(章思廣) อดีตผู้ทำงานด้านอาหารในฟาร์มสมุนไพร ตัดสินใจกลับบ้านในปี 2002 เพื่อฟื้นสวนกุหลาบที่ถูกทิ้งร้างของครอบครัว โดยยึดแนวทาง &ldquo;ไม่ใช้สารกำจัดศัตรูพืช ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี&rdquo; และด้วยคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญสายสโลว์ฟู้ด สวีโจ้ง(徐仲) ทำให้กุหลาบของพวกเขาก้าวเข้าสู่วงการเบเกอรี่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2010 เมื่ออู๋เป่าชุน(吳寶春) คว้าแชมป์โลกจากขนมปัง &ldquo;ลิ้นจี่กุหลาบ&rdquo; โดยใช้กุหลาบจากแบรนด์ &ldquo;เหมยไคซื่อตู้&rdquo; (LOHAS EDIBLE ROSE) ของทั้งคู่ ส่งให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ต่อมาในปี 2021 แยมกุหลาบจากสวนของพวกเขาคว้า 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง จากเวทีแยมส้มระดับโลก ตอกย้ำให้ &ldquo;กุหลาบปลอดสารพิษ&rdquo; ก้าวสู่เวทีสากล และผลักดัน LOHAS ROSE ให้เป็นแบรนด์ตัวแทนกุหลาบกินได้ของไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ด้วยพื้นฐานที่กัวเอินฉีถนัดขนมหวานตะวันตก และจางซือกว่างเชี่ยวชาญอาหารจีน ประสบการณ์จากฟาร์มสมุนไพรในหนานโถวจึงกลายเป็นรากฐานสำคัญ เดิมสวนกุหลาบของครอบครัวปลูกแบบทั่วไปและเคยถูกทิ้งร้าง แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความฝัน เมื่อทั้งคู่ตั้งใจเปิดร้านอาหารที่ใช้ดอกไม้กินได้เป็นวัตถุดิบ ทว่าตลาดกลับแทบไม่มีกุหลาบปลอดสารที่ปลอดภัยต่อการบริโภค พวกเขาจึงเลือกเริ่มจากต้นทาง ลงมือพัฒนาสวนของตนเอง และก้าวสู่เส้นทางกุหลาบปลอดสารอย่างจริงจัง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แม้แรงจูงใจจะเรียบง่าย แต่เส้นทางกลับไม่ง่ายเลย ทั้งคู่ไม่มีพื้นฐานเกษตร ต้องเรียนรู้จากอินเทอร์เน็ตและผู้รู้รอบตัว ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากครอบครัวและสังคมที่มองว่าเป็นทางเลือกที่เสี่ยงและเหนื่อยล้า แต่พวกเขาไม่ถอย กลับยิ่งมุ่งมั่นพิสูจน์ตัวเอง เริ่มต้นจากสวนรกร้างที่เต็มไปด้วยวัชพืช ค่อย ๆ ฟื้นฟูทีละก้าว จนกลายเป็นจุดตั้งต้นของเรื่องราว &ldquo;กุหลาบกินได้&rdquo; ในวันนี้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมื่อการปลูกกุหลาบเริ่มนิ่ง ทั้งคู่จึงทบทวนทิศทางใหม่ หลังตั้งแบรนด์ &ldquo;เหมยไคซื่อตู้&rdquo; (LOHAS EDIBLE ROSE) &nbsp;ในปี 2008 ความฝันเปิดร้านอาหารถูกพักไว้ เพื่อทุ่มเทให้สวนอย่างเต็มที่ ก่อนหันมาโฟกัสการแปรรูป โดยเฉพาะ &ldquo;แยมกุหลาบ&rdquo; ที่แม้ดูเรียบง่าย แต่ผ่านการทดลองนับไม่ถ้วน ซึ่งสูตรมีเพียงกุหลาบ น้ำตาล มะนาว และน้ำ แต่ว่าแก่นอยู่ที่รายละเอียด เช่น จังหวะเติมน้ำมะนาวซึ่งมีผลต่อสีและรส จากเดิมที่สีคล้ำ ทั้งคู่ทดลองซ้ำจนค้นพบวิธีเติมเป็นช่วง ๆ เพื่อควบคุมออกซิเดชัน ทำให้ได้แยมสีสดและรสใกล้กลีบดอกจริง โดยไม่ต้องเปลี่ยนส่วนผสม สะท้อนมาตรฐานที่พิถีพิถัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อย่างไรก็ตาม ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สุดเกิดขึ้นในปี 2018 เมื่อกัวเอินฉีป่วยเป็นมะเร็งและต้องพักรักษาตัวถึง 2 ปี ไม่สามารถทำสวนได้ เธอจึงกลับมาอยู่กับครัว ทดลองทำแยมอีกครั้ง พร้อมตั้งคำถามว่าตนยังทำอะไรได้บ้าง ท้ายที่สุด เธอตัดสินใจลงแข่งขันแยมส้มระดับโลก เพื่อพิสูจน์คำที่เคยให้ไว้กับตัวเองและคู่ชีวิต และในการลงแข่งครั้งแรก เธอก็คว้า 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง จากแยมกุหลาบผสมส้ม พาผลิตภัณฑ์กุหลาบแปรรูปของไต้หวันก้าวสู่เวทีโลก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">คว้า 1 เหรียญทอง 8 เหรียญเงิน 16 เหรียญทองแดง จากเวทีประกวดแยมส้มอังกฤษ ปี 2026<br></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102432</guid>
      <pubDate>Tue, 21 Apr 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260421_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36004800" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 21 เม.ย.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 21 เม.ย.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ที่ตำบลผูหลี่ เมืองหนานโถว กัวเอินฉี(</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">郭恩綺</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">)</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> และจางซือก่วง(</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">章思廣</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">)</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> อดีตผู้ทำงานด้านอาหารในฟาร์มสมุนไพร ตัดสินใจกลับบ้านในปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2002 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เพื่อฟื้นสวนกุหลาบที่ถูกทิ้งร้างของครอบครัว โดยยึดแนวทาง &ldquo;ไม่ใช้สารกำจัดศัตรูพืช ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี&rdquo; และด้วยคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญสายสโลว์ฟู้ด สวีโจ้ง(</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">徐仲</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">)</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> ทำให้กุหลาบของพวกเขาก้าวเข้าสู่วงการเบเกอรี่</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/6f219b37-0d67-4b63-b778-f3caa2f10188.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>270</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 21 เม.ย.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102430</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไต้หวันพัฒนาเทคโนโลยีแช่แข็งกะหล่ำปลีด้วยไนโตรเจนเหลว ช่วยคงความกรอบแม้ผ่านการละลายน้ำแข็ง เปิดโอกาสใหม่ทั้งตลาดอาหารพร้อมรับประทานและการส่งออกผักสด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โดยทั่วไป การแช่แข็งแบบดั้งเดิมใช้เวลานาน ทำให้น้ำในเซลล์ผักกลายเป็นผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ทำลายโครงสร้างเซลล์ ส่งผลให้ผักช้ำ สูญเสียน้ำ และเนื้อสัมผัสนิ่มเละหลังละลาย แต่เทคโนโลยีไนโตรเจนเหลวสามารถลดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว ยับยั้งการเกิดผลึกน้ำแข็ง จึงช่วยรักษาความกรอบ สีสัน และคุณค่าทางโภชนาการของกะหล่ำปลีได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยบริหารจัดการอุปทาน ลดความผันผวนของราคาในแต่ละฤดูกาล</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัย กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการแปรรูป โดยสนับสนุนบริษัท SHANG SHUEAN FOOD พัฒนาผลิตภัณฑ์ &ldquo;กะหล่ำปลีแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว&rdquo; ได้สำเร็จ นอกจากช่วยแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดในฤดูหนาวแล้ว ยังเพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภคที่สามารถนำไปอุ่นและรับประทานได้ทันที โดยยังคงรสชาติและความสดกรอบใกล้เคียงผักปรุงใหม่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นักวิจัยระบุว่า เทคโนโลยีนี้สามารถดึงความร้อนออกจากแกนกลางผักได้เร็วกว่าเดิม 3&ndash;300 เท่า ลดความเสียหายของเยื่อหุ้มเซลล์ และยังคงสารสำคัญ เช่น โพลีฟีนอลและฟลาโวนอยด์ กระบวนการผลิตยังควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อยู่ระหว่างเจรจาจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงได้รับความสนใจจากผู้นำเข้าในสหรัฐฯ และแคนาดา สะท้อนศักยภาพของผักแช่แข็งในตลาดโลก ในอนาคต ไต้หวันมีแผนขยายเทคโนโลยีนี้ไปยังผักชนิดอื่น เพื่อเพิ่มมูลค่า แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด และเสริมความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าระหว่างประเทศ</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102430</guid>
      <pubDate>Tue, 21 Apr 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260421_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36021120" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 21 เม.ย.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 21 เม.ย.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ไต้หวันพัฒนาเทคโนโลยีแช่แข็งกะหล่ำปลีด้วยไนโตรเจนเหลว ช่วยคงความกรอบแม้ผ่านการละลายน้ำแข็ง เปิดโอกาสใหม่ทั้งตลาดอาหารพร้อมรับประทานและการส่งออกผักสด</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/33dbe502-8bdd-470c-96c3-6cff064c9b51.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>269</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 20 เม.ย. 69 :  1.โรคตับแข็ง ภัยเงียบที่ร้ายกว่าที่คิด 2.ไต้หวันพัฒนา“ระบบช่วยผ่าตัด” ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บต่ออวัยวะ]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102163</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคตับแข็ง ภัยเงียบที่ร้ายกว่าที่คิด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ตับเป็นอวัยวะสำคัญที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น ขจัดสารพิษออกจากเลือด สร้างภูมิคุ้มกันบางอย่างขึ้นมาเพื่อต่อสู้โรคติดเชื้อ ตลอดจนกำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ ออกจากเลือด นอกจากนี้ยังทำหน้าที่สร้างโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบในการทำให้เลือดแข็งตัว ตลอดจนสร้างน้ำดี ซึ่งทำหน้าที่ในการดูดซึมไขมันและวิตามินชนิดละลายในน้ำมัน อย่างไรก็ตาม โรคร้ายที่เกิดกับอวัยวะชนิดนี้มีหลายโรคด้วยกัน และ "ตับแข็ง" ที่คร่าชีวิตประชากรทั่วโลกกว่า 25,000 คนต่อปี โดยอาการเมื่อก้าวเข้าสู่โรคตับแข็ง ตับอยู่ในสภาวะที่เกิดแผลเป็นขึ้นหลังจากที่มีการอักเสบหรืออันตรายต่อตับ และเมื่อเนื้อตับส่วนที่ดีถูกทำลายลงจากการอักเสบหรือสาเหตุอื่น ๆ เนื้อตับที่เหลือจะล้อมรอบ และทดแทนด้วยเนื้อเยื่อประเภทพังผืด ส่งผลให้เลือดที่ไหลผ่านตับถูกอุดกั้น ไหลไม่สะดวก และสมรรถภาพการทำงานลดลง อาการที่จะเกิดกับผู้ป่วยจึงอาจแบ่งได้เป็น อาการที่เกิดจากการทำงานของตับลดลงเช่น มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หากอาการมากขึ้นจะมีการสร้างโปรตีนลดลงทำให้เท้าบวม มีน้ำในช่องท้องเกิดท้องมาน อาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองเป็นดีซ่านได้ นอกจากนั้นอาจมีอาการจากผังผืดดึงรั้งในตับทำให้การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ เกิดเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารอาจมาด้วยอาเจียนเป็นเลือด ในรายที่เป็นมากอาจซึม หรือในระยะยาวอาจเกิดมะเร็งตับได้&nbsp; </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคตับเรื้อรัง (เช่น ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับ) ถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อสุขภาพของประชาชน ในไต้หวันมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับประมาณ 5,000&ndash;7,000 คนต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากตับแข็งและตับอักเสบเรื้อรังประมาณ 5,000 คนต่อปี ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มะเร็งตับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งติดอันดับ 1&ndash;2 มาโดยตลอด ดังนั้น โรคตับจึงถือได้ว่าเป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดในไต้หวัน ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงควรทำความเข้าใจและหาวิธีป้องกันเพื่อรักษาสุขภาพของเราและคนในครอบครัว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;">ตับเป็นอวัยวะสำคัญที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น ขจัดสารพิษออกจากเลือดอ อย่างไรก็ตาม โรคร้ายที่เกิดกับอวัยวะชนิดนี้มีหลายโรคด้วยกัน และ "ตับแข็ง" ที่คร่าชีวิตประชากรทั่วโลกกว่า 25,000 คนต่อปี (ภาพจาก&nbsp;helloyishi.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคตับแข็ง คืออะไร&nbsp;?</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคตับแข็ง (Cirrhosis) คือ ภาวะที่เนื้อตับปกติถูกทำลายลงอย่างช้า ๆ จากการอักเสบเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน เมื่อเซลล์ตับถูกทำลาย ร่างกายจะพยายามซ่อมแซมตัวเองโดยการสร้างเนื้อเยื่อพังผืดขึ้นมาแทนที่ พังผืดเหล่านี้ขัดขวางการไหลเวียนของเลือดในตับและทำให้โครงสร้างของตับผิดเพี้ยนไป เมื่อพังผืดสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื้อตับจะแข็งและขรุขระ ส่งผลให้ตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ตั้งแต่การผลิตโปรตีน การกรองสารพิษ ไปจนถึงการสร้างสารที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงต่าง ๆ ตามมา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคตับแข็ง เกิดจากอะไรได้บ้าง ?</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แม้ว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและเป็นเวลานานจะเป็นสาเหตุหลักที่คนส่วนใหญ่รู้จัก แต่โรคตับแข็งยังเกิดได้จากอีกหลายปัจจัย การทำความเข้าใจสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สาเหตุของโรคตับแข็ง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ดื่มสุราติดต่อกันเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี เพราะแอลกอฮอล์ในสุราจะทำให้เกิดความผิดปกติของการใช้โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตในตับ ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ และเรื้อรังจนเป็นตับแข็ง ไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีเป็นสาเหตุสำคัญอันดับต้น ๆ ของโรคตับแข็งทั่วโลก เชื้อไวรัสเหล่านี้จะอาศัยอยู่ในตับและก่อให้เกิดการอักเสบอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคตับคั่งไขมันที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (NAFLD) ภาวะนี้มักพบในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน เป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือมีไขมันในเลือดสูง เมื่อไขมันสะสมในตับมากเกินไปจะนำไปสู่การอักเสบและกลายเป็นตับแข็งได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สาเหตุอื่น ๆ ที่อาจพบได้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคทางพันธุกรรม บางโรคทำให้เกิดการสะสมของสารบางอย่างในตับมากผิดปกติ เช่น ภาวะธาตุเหล็กเกิน (Hemochromatosis) หรือภาวะทองแดงคั่งในร่างกาย (Wilson&rsquo;s disease) </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคของท่อน้ำดี การอุดตันหรือการอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำดี เช่น โรคท่อน้ำดีตีบตันแต่กำเนิด อาจทำให้น้ำดีคั่งและสร้างความเสียหายแก่เซลล์ตับ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ในบางกรณี ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอาจทำงานผิดปกติและหันมาทำลายเซลล์ตับของตัวเอง ก่อให้เกิดโรคตับอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune hepatitis)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การได้รับยาหรือสารพิษบางชนิด การใช้ยาบางชนิดเป็นเวลานานหรือการสัมผัสกับสารเคมีที่เป็นพิษอาจเป็นอันตรายต่อตับได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าเป็นโรคตับแข็ง ?</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในระยะแรกเริ่มของโรคตับแข็ง ผู้ป่วยอาจจะยังไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่ากำลังป่วยอยู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อโรคดำเนินไปมากขึ้นและตับทำงานได้น้อยลง จะเริ่มมีสัญญาณเตือนต่าง ๆ ปรากฏขึ้น ซึ่งควรสังเกตและรีบไปพบแพทย์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">ภาพแสดงการดำเนินของโรคตับแข็งและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายผู้ป่วย (ภาพจาก chgcancercenter.com)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการเริ่มต้นที่อาจพบได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●อ่อนเพลีย รู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่มีแรง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●มีอาการคลื่นไส้ หรือไม่สบายท้อง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●อาการเมื่อโรคดำเนินไปมากขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) เกิดจากการที่ตับไม่สามารถกำจัดสารบิลิรูบิน (สารสีเหลืองในเลือด) ออกจากร่างกายได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ท้องมานและขาบวม เมื่อตับทำงานผิดปกติ ทำให้การสร้างโปรตีนอัลบูมินลดลงและเกิดความดันในหลอดเลือดดำของตับสูงขึ้น ส่งผลให้มีของเหลวรั่วออกมาสะสมในช่องท้องและส่วนล่างของร่างกาย เช่น ขา เท้า หรือข้อเท้า</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ผิวหนังมีปัญหา อาจมีอาการคันตามตัว เกิดจ้ำเลือดหรือรอยช้ำได้ง่ายกว่าปกติ และอาจพบฝ่ามือแดงขึ้นผิดปกติ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●อาการทางสมอง เมื่อตับไม่สามารถกำจัดสารพิษออกจากเลือดได้ สารพิษเหล่านี้จะถูกส่งไปยังสมอง ทำให้เกิดอาการสับสน มึนงง ซึมลง หรือพูดจาไม่ชัดเจน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●เลือดออกง่าย ตับมีหน้าที่สร้างโปรตีนที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด เมื่อตับแข็งจึงอาจทำให้มีเลือดออกในทางเดินอาหาร หรือเลือดกำเดาไหลง่าย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">วิธีป้องกันตัวเองจากโรคตับแข็ง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;โรคตับแข็งเป็นโรคที่น่ากลัว แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●หลีกเลี่ยงหรือหยุดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ นี่คือวิธีป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●กินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลือกกินผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนไขมันต่ำ เช่น ปลาหรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เพื่อช่วยบำรุงตับ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ควบคุมน้ำหนักตัว รักษาน้ำหนักและดัชนีมวลกายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อลดความเสี่ยงของโรคตับคั่งไขมัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและควบคุมน้ำหนักได้ดี</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●การป้องกันปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ สามารถทำได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี หลีกเลี่ยงการใช้ของมีคมหรือเข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น และการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยโดยใช้ถุงยางอนามัย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยาทุกชนิดที่ใช้อยู่ ทั้งยาที่แพทย์สั่งและยาที่ซื้อเอง เพื่อหลีกเลี่ยงยาที่อาจมีผลเสียต่อตับ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจการทำงานของตับเป็นประจำจะช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และได้รับการรักษาที่เหมาะสมก่อนที่โรคจะลุกลาม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคตับแข็ง ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสาเหตุอีกหลากหลายที่สามารถนำไปสู่ภาวะนี้ได้ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และวิธีป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การดูแลสุขภาพโดยรวม การกินอาหารที่ดี การควบคุมน้ำหนัก และการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องตับของคุณให้แข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไปอีกนาน หากคุณมีอาการที่น่าสงสัยหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและคำแนะนำที่ถูกต้อง เพราะการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยชะลอการดำเนินของโรคและลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ข้อควรปฏิบัติเมื่อท่านเป็นโรคตับแข็ง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เลี่ยงปัจจัยต้นเหตุดังกล่าวแล้วและควรรับประทานอาหารประเภทโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม โดยหากยังไม่มีภาวะตับวายสามารถรับประทานโปรตีนได้ในปริมาณปกติ ในรายที่ตับเสื่อมมากๆ การรับประทานโปรตีนมากเกินไปก็จะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ทางที่ดีที่สุดควรรับประทานโปรตีนจากพืช เช่น นมถั่วเหลือง เป็นต้น ควรรับประทานอาหารบ่อยมื้อขึ้นเพื่อทำให้ร่างกายได้รับอาหารเพียงพอ รับประทานที่สะอาด หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สุกโดยเฉพาะอาหารทะเล หลีกเลี่ยงอาหารที่ชื้นเช่น ถั่วปน พริกป่น อันเป็นแหล่งของสารอะฟลาท็อกซิน ซึ่งส่งเสริมการเกิดมะเร็งตับ หากบวมควรจำกัดเกลือและของเค็ม ออกกำลังกายได้ตามสมควร ปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อสุขภาพและพลานามัยที่สมบูรณ์&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.ไต้หวันพัฒนา&ldquo;ระบบช่วยผ่าตัด&rdquo;ที่สามารถระบุรอยโรคแบบเรียลไทม์ ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บต่ออวัยวะโดยรอบ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University of Science and Technology : NTUST) ร่วมกับแพทย์จากโรงพยาบาลทหารสามเหล่าทัพ (Tri-Service General Hospital)&nbsp; ได้นำเทคโนโลยี AI และการจดจำภาพแบบเรียลไทม์ มาพัฒนาระบบช่วยผ่าตัดทางนรีเวชด้วย AI โดยผลงานนี้ได้รับรางวัล &ldquo;รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 22&rdquo; สาขางานวิจัยและสตาร์ทอัพ และได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้บริษัทเอกชนเพื่อนำไปพัฒนาเชิงพาณิชย์และใช้ในทางคลินิกแล้ว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย NTUSTพัฒนา&ldquo;ระบบช่วยผ่าตัด&rdquo;ที่สามารถระบุรอยโรคแบบเรียลไทม์ ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บต่ออวัยวะ ได้รับรางวัล &ldquo;รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 22&rdquo; และได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้บริษัทเอกชนเพื่อนำไปพัฒนาเชิงพาณิชย์และใช้ในทางคลินิกแล้ว (ภาพจาก NTUST)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวันเปิดเผยว่า ปัจจุบันการผ่าตัดแบบแผลเล็กด้วยหุ่นยนต์ดา วินชี (Da Vinci) ถูกนำมาใช้ในด้านนรีเวชมากขึ้น แม้ว่าความแม่นยำของการผ่าตัดจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ก็ทำให้แพทย์ต้องตัดสินใจจุดสำคัญภายในเวลาที่จำกัดมากขึ้นเช่นกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถแยกแยะอวัยวะและวินิจฉัยรอยโรคได้อย่างแม่นยำ ศาสตราจารย์กัวจิ้งหมิง จากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน ได้นำทีมวิจัยร่วมกับนายแพทย์หวังอวี้ฉี จากแผนกสูติ-นรีเวชของโรงพยาบาลทหารสามเหล่าทัพ พัฒนา &ldquo;ระบบช่วยตัดสินใจทางคลินิกด้วย AI สำหรับการผ่าตัดนรีเวช&rdquo; ซึ่งใช้ AI และการจดจำภาพแบบเรียลไทม์ช่วยในการผ่าตัดแบบแผลเล็ก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ศ.กัวจิ้งหมิงกล่าวว่า แม้การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ดา วินชี จะมีข้อดีด้านภาพความละเอียดสูงและความแม่นยำ แต่ยังมีข้อจำกัด เช่น ไม่มีการรับรู้สัมผัส (haptic feedback) และการแยกแยะอวัยวะยังต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์เป็นหลัก ซึ่งอาจมีความเสี่ยงสำหรับแพทย์รุ่นใหม่หรือการผ่าตัดที่ซับซ้อน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทีมวิจัยได้รวบรวมภาพการผ่าตัดนรีเวชด้วยระบบดา วินชี ให้แพทย์ทำการระบุข้อมูล จากนั้นนำไปฝึกและปรับปรุงโมเดล deep learning โดยใช้เทคนิค &ldquo;การแบ่งส่วนภาพเชิงความหมาย (semantic segmentation)&rdquo; เพื่อพัฒนาระบบ &ldquo;การแยกภาพอวัยวะ&rdquo; ที่สามารถระบุอวัยวะแบบเรียลไทม์ระหว่างการผ่าตัด และแสดงผลเป็นสี เช่น มดลูก รังไข่ ท่อนำไข่ และเนื้องอก เพื่อช่วยให้แพทย์เห็นขอบเขตของอวัยวะและรอยโรคได้ชัดเจน ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บต่ออวัยวะ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ศ.กัวจิ้งหมิงยังระบุว่า เทคโนโลยีนี้ไม่ได้มีเป้าหมายมาแทนที่แพทย์ แต่เป็น&nbsp;&ldquo;ดวงตาที่สอง&rdquo; ที่จะช่วยเตือนและให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ในระหว่างการผ่าตัด อีกทั้งเทคโนโลยีหลักของระบบยังสามารถนำไปปรับใช้กับการผ่าตัดประเภทอื่นได้ หากมีข้อมูลภาพทางการแพทย์ที่เพียงพอและมีคุณภาพ เช่น การผ่าตัดผ่านกล้อง ศัลยกรรมทั่วไป และการผ่าตัดแบบแผลเล็กในอนาคต</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่มาข้อมูล</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp; liver.org.tw</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp; rama.mahidol.ac.th</p>
<p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp; ntust.edu.tw</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102163</guid>
      <pubDate>Mon, 20 Apr 2026 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260420_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36018240" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 20 เม.ย. 69 :  1.โรคตับแข็ง ภัยเงียบที่ร้ายกว่าที่คิด 2.ไต้หวันพัฒนา“ระบบช่วยผ่าตัด” ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บต่ออวัยวะ</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 20 เม.ย. 69 :  1.โรคตับแข็ง ภัยเงียบที่ร้ายกว่าที่คิด 2.ไต้หวันพัฒนา“ระบบช่วยผ่าตัด” ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บต่ออวัยวะ</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><b><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">โรคตับแข็ง ภัยเงียบที่ร้ายกว่าที่คิด</span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/bf4e53f4-2ecf-49fa-b1d2-02338c1a63cc.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>268</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102542</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นผลสำรวจเกี่ยวกับ 10 แบรนด์แก้วหรือกระบอกน้ำเก็บความร้อนความเย็นที่คนไต้หวันนิยมใช้มากที่สุดในช่วงปีที่ผ่าน (ตอนที่ 1) ในยุคที่คนไต้หวันหันมาใส่ใจการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และการดูแลสุขภาพมากขึ้น ของใช้เล็กๆ อย่างแก้วหรือกระบอกน้ำเก็บความร้อนความเย็นจึงเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น เพราะแก้วหรือกระบอกน้ำที่ดีไม่เพียงช่วยเก็บอุณหภูมิ แต่ยังช่วยเติมพลังให้กับวันธรรมดาจากดื่มเครื่องดื่มประเภทต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกแก้วหรือกระบอกน้ำเก็บความร้อนความเย็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งความจุที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ประสิทธิภาพการเก็บอุณหภูมิ และดีไซน์ที่ใช้งานสะดวก วัสดุภายในต้องปลอดภัย ทนทาน และไม่ส่งผลต่อรสชาติของเครื่องดื่ม รวมถึงน้ำหนักกับการจับถือก็เป็นรายละเอียดสำคัญที่ส่งผลต่อประสบการณ์ใช้งานด้วย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 7 Oolab 良杯製所</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 8 WOKY 沃廚</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าในไต้หวัน มีประชาชนกว่า 70&ndash;80% ที่มีแก้วหรือกระบอกน้ำเก็บความร้อนความเย็นพกพาเป็นของตนเอง และราว 60% ใช้งานเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละหลายครั้ง สะท้อนกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น แก้วหรือกระบอกน้ำเก็บความร้อนความเย็นจึงไม่ใช่แค่ของใช้ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตยุคใหม่ที่ใส่ใจทั้งความสะดวกและโลกใบนี้</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 9 Corelle Brands 康寧餐具</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 10 CookPower 鍋寶</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102542</guid>
      <pubDate>Sun, 19 Apr 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260419_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นผลสำรวจเกี่ยวกับ 10 แบรนด์แก้วหรือกระบอกน้ำเก็บความร้อนความเย็นที่คนไต้หวันนิยมใช้มากที่สุดในช่วงปีที่ผ่าน (ตอนที่ 1) ในยุคที่คนไต้หวันหันมาใส่ใจการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และการดูแลสุขภาพมากขึ้น ของใช้เล็กๆ อย่างแก้วหรือกระบอกน้ำเก็บความร้อนความเย็นจึงเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น เพราะแก้วหรือกระบอกน้ำที่ดีไม่เพียงช่วยเก็บอุณหภูมิ แต่ยังช่วยเติมพลังให้กับวันธรรมดาจากดื่มเครื่องดื่มประเภทต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกแก้วหรือกระบอกน้ำเก็บความร้อนความเย็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งความจุที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ประสิทธิภาพการเก็บอุณหภูมิ และดีไซน์ที่ใช้งานสะดวก วัสดุภายในต้องปลอดภัย ทนทาน และไม่ส่งผลต่อรสชาติของเครื่องดื่ม รวมถึงน้ำหนักกับการจับถือก็เป็นรายละเอียดสำคัญที่ส่งผลต่อประสบการณ์ใช้งานด้วย</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/7a560b5f-9523-4001-b68d-a455953f5ad6.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>267</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 14 เม.ย.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102138</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เพื่อยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการแปรรูปฝักวานิลลาที่ปลูกในไต้หวัน สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตเถาหยวนภายใต้การดูแลของกระทรวงเกษตร ได้ทุ่มเทพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนประสบความสำเร็จในการคิดค้น 2 เทคโนโลยีสิทธิบัตร ได้แก่ &ldquo;อุปกรณ์ล้างฝักวานิลลา&rdquo; และ &ldquo;เครื่องลวกหยุดเอนไซม์พร้อมกระบวนการหลายขั้นตอน&rdquo; ทำให้ปริมาณวานิลลินซึ่งเป็นสารให้กลิ่นหลักเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2.0%&ndash;3.5% สูงกว่าวิธีดั้งเดิมราว 30% และสามารถควบคุมอัตราความเสียหายของฝักให้ต่ำกว่า 1% ช่วยให้อุตสาหกรรมผลิตฝักวานิลลามีคุณภาพสูงได้อย่างสม่ำเสมอ และผลักดันพืชเครื่องเทศในประเทศสู่การพัฒนาเชิงมูลค่าสูง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ซือสีปิน (施錫彬)รองผู้อำนวยการสถานีฯ กล่าวว่า ฝักวานิลลาเป็นเครื่องเทศธรรมชาติที่ได้จากฝักของกล้วยไม้สกุล Vanilla&nbsp; หลังผ่านกระบวนการแปรรูป จะให้กลิ่นหอมที่นุ่มลึกและมีมิติ จึงได้รับการขนานนามว่า &ldquo;ราชินีแห่งเครื่องเทศ&rdquo; และถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์น้ำหอม อีกทั้งกระแสความต้องการวัตถุดิบธรรมชาติทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น รวมถึงราคาฝักวานิลลาในตลาดที่อยู่ในระดับสูง ทำให้วานิลลากลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อย่างไรก็ตาม ฝักวานิลลาที่เพิ่งเก็บเกี่ยวจะยังเป็นผลสีเขียวและแทบไม่มีกลิ่นหอม เนื่องจากสารให้กลิ่นยังอยู่ในรูปสารตั้งต้น จำเป็นต้องผ่านกระบวนการแปรรูปเพื่อให้เอนไซม์ทำปฏิกิริยาสร้างสารหอม เช่น วานิลลิน กระบวนการหลักประกอบด้วย การลวกหยุดเอนไซม์ การหมัก การอบแห้ง และการบ่ม ซึ่งทุกขั้นตอนต้องควบคุมอย่างแม่นยำ จึงจะได้กลิ่นวานิลลาที่ตลาดคุ้นเคย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การแปรรูปแบบดั้งเดิมมักพึ่งพาประสบการณ์ของคนทำและสภาพอากาศ เช่น การล้างฝักด้วยมือต้องใช้เวลาและเสียเวลามาก อีกทั้งยังควบคุมความสะอาดได้ยาก รวมถึงการลวกด้วยน้ำร้อนที่มักให้ความร้อนไม่สม่ำเสมอ ทำให้ผิวฝักไหม้หรือคุณภาพไม่คงที่ ส่งผลต่อกลิ่นหอมและมูลค่าของสินค้า ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงเพิ่มความเสี่ยงในการผลิต แต่ยังเป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในระดับขนาดใหญ่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตเถาหยวนได้นำผลงานวิจัยที่สั่งสมมาหลายปีมาต่อยอด จนพัฒนาเป็นเทคโนโลยีสิทธิบัตร 2 รายการสำเร็จ ได้แก่ ประการแรก &ldquo;อุปกรณ์ล้างฝักวานิลลา&rdquo; ที่ใช้ลูกกลิ้งและแปรงขนนุ่ม ร่วมกับระบบฉีดน้ำหลายจุด ช่วยพลิกฝักอย่างนุ่มนวลไปพร้อมกับขจัดดินและสิ่งสกปรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ความเร็วในการทำความสะอาดเพิ่มขึ้นราว 5 เท่าเมื่อเทียบกับการล้างด้วยมือ ทั้งยังช่วยประหยัดแรงงานและลดความเสี่ยงที่ฝักจะเสียหาย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญคือ &ldquo;เครื่องลวกหยุดเอนไซม์และกระบวนการหลายขั้นตอน&rdquo; ซึ่งออกแบบเป็นถังน้ำ 3 ระดับ ค่อย ๆ เพิ่มอุณหภูมิจากประมาณ 40&deg;C ไปถึง 65&deg;C เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนฉับพลันที่อาจทำให้ผิวฝักไหม้ พร้อมทั้งช่วยให้ความร้อนกระจายอย่างสม่ำเสมอทั้งภายในและภายนอก นอกจากนี้ยังมีการนำระบบควบคุมสภาพแวดล้อมมาใช้ในขั้นตอนการหมักและอบแห้ง เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยผลการทดลองพบว่า เมื่อใช้เครื่องจักรและกระบวนการแปรรูปที่เป็นมาตรฐานดังกล่าว ปริมาณวานิลลินซึ่งเป็นสารให้กลิ่นหลักสามารถเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2.0%&ndash;3.5% สูงกว่าวิธีดั้งเดิมราว 30% ขณะเดียวกัน อัตราการสูญเสียของฝักสามารถควบคุมให้ต่ำกว่า 1% ส่งผลให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ ทั้งรูปลักษณ์และรสชาติสอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102138</guid>
      <pubDate>Tue, 14 Apr 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260414_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36012480" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 14 เม.ย.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 14 เม.ย.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เพื่อยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการแปรรูปฝักวานิลลาที่ปลูกในไต้หวัน สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตเถาหยวนภายใต้การดูแลของกระทรวงเกษตร ได้ทุ่มเทพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนประสบความสำเร็จในการคิดค้น </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เทคโนโลยีสิทธิบัตร ได้แก่ &ldquo;อุปกรณ์ล้างฝักวานิลลา&rdquo; และ &ldquo;เครื่องลวกหยุดเอนไซม์พร้อมกระบวนการหลายขั้นตอน&rdquo; ทำให้ปริมาณวานิลลินซึ่งเป็นสารให้กลิ่นหลักเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2.0%&ndash;3.5% </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">สูงกว่าวิธีดั้งเดิมราว </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">30% </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">และสามารถควบคุมอัตราความเสียหายของฝักให้ต่ำกว่า </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">1% </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ช่วยให้อุตสาหกรรมผลิตฝักวานิลลามีคุณภาพสูงได้อย่างสม่ำเสมอ และผลักดันพืชเครื่องเทศในประเทศสู่การพัฒนาเชิงมูลค่าสูง</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/736d4955-b01f-4186-bae4-91a263e737d2.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>266</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 14 เม.ย.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102137</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ไต้หวันสู่ยุค &ldquo;ศูนย์ประมวลผลในอวกาศ&rdquo; ทดสอบ GPGPU สำเร็จ ส่งคิวบ์แซต 3 ดวงสู่วงโคจร</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2026 ไต้หวันสร้างก้าวสำคัญด้านอวกาศ โดย Taiwan Space Agency (TASA) ประกาศความสำเร็จในการทดสอบหน่วยประมวลผล GPGPU บนดาวเทียม พร้อมส่งคิวบ์แซตขนาด 8U จำนวน 3 ดวงขึ้นสู่วงโคจร และสามารถติดต่อกับสถานีภาคพื้นได้อย่างรวดเร็ว สะท้อนศักยภาพเทคโนโลยีอวกาศที่พัฒนาเองในประเทศ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ความสำเร็จนี้ต่อยอดจากดาวเทียม &ldquo;Black Kite-1&rdquo; ซึ่งพัฒนา GPGPU ร่วมกับ Rapidtek Technologies Inc. โดยออกแบบให้ทนรังสีและระบายความร้อนได้ดี ทำให้ GPU ทำงานในสภาพอวกาศได้จริง ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนบทบาทดาวเทียมจากเครื่องรับส่งข้อมูล ไปสู่ &ldquo;ศูนย์ประมวลผลในวงโคจร&rdquo; ที่วิเคราะห์ข้อมูลได้ทันที</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">โครงการใช้แนวคิด &ldquo;กลุ่มดาวดาวเทียม&rdquo; (constellation) ปล่อยดาวเทียมหลายดวงเป็นระยะ เพื่อทดสอบ ปรับปรุง และสะสมข้อมูลจากการใช้งานจริง ช่วยเพิ่มความถี่ในการสำรวจพื้นที่เดิม และทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีมีความยืดหยุ่น รวดเร็ว และต่อยอดได้ต่อเนื่อง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ภารกิจล่าสุดปล่อย &ldquo;Zhongque-2&rdquo;, &ldquo;Black Kite-2&rdquo; และ &ldquo;Albatross-2&rdquo; เมื่อวันที่ 30 มีนาคม จากสหรัฐฯ ด้วยจรวดของ SpaceX ภายใต้ภารกิจ Transporter-16 โดย &ldquo;Black Kite-2&rdquo; เน้นสื่อสาร IoT ทั้งย่าน Ku และ LoRa พร้อมประมวลผลภาพแบบเรียลไทม์ ลดภาระการส่งข้อมูลกลับโลก ขณะที่ &ldquo;Zhongque-2&rdquo; รองรับบรอดแบนด์ย่าน Ka และ &ldquo;Albatross-2&rdquo; ใช้สำรวจมหาสมุทรเพื่อประเมินทรัพยากรประมง</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ คิวบ์แซต &ldquo;PARUS-6U1&rdquo; จาก National Taipei University of Technology ก็ร่วมภารกิจและสื่อสารได้สำเร็จ ตอกย้ำศักยภาพเทคโนโลยีที่พัฒนาในประเทศ โดย TASA ชี้ว่า คิวบ์แซตมีจุดเด่นด้านขนาดเล็ก ต้นทุนต่ำ และพัฒนาเร็ว ช่วยเปิดทางให้สตาร์ทอัพและภาคเอกชนเข้าสู่อุตสาหกรรมอวกาศ และผลักดันไต้หวันสู่การแข่งขันในตลาดอวกาศเชิงพาณิชย์ระดับโลกอย่างเต็มตัว</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102137</guid>
      <pubDate>Tue, 14 Apr 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260414_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36031680" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 14 เม.ย.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 14 เม.ย.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;"><span style="color: #ba372a;"><strong><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ไต้หวันสู่ยุค &ldquo;ศูนย์ประมวลผลในอวกาศ&rdquo; ทดสอบ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">GPGPU </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">สำเร็จ ส่งคิวบ์แซต </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">3 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ดวงสู่วงโคจร</span></strong></span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/51e497e3-d7bd-479b-85fb-4e07912bf18e.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>265</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 13 เม.ย. 69  : การเจ็บป่วยจากอากาศร้อน]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=101493</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเจ็บป่วยที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศร้อน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หน้าร้อน ไม่ได้มีเพียงแสงแดดที่ต้องระวัง ยังมีโรคและภัยสุขภาพที่มากับอากาศร้อนที่ต้องระมัดระวัง สัปดาห์ที่แล้วได้แนะนำโรคไข้เลือดออกและโรคมือเท้าปากไปแล้ว สัปดาห์นี้จะแนะนำการเจ็บป่วยที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศร้อน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อากาศร้อนจัด ส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะตัวร้อนเกิน (Hyperthermia) จากการที่ร่างกายได้รับความร้อนสูงเกินไป และไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ทัน จนทำให้เกิดโรคหรืออาการเจ็บป่วยจากความร้อนซึ่งอาจเป็น อาการเจ็บป่วยระดับเล็กน้อย เช่น ปวดศีรษะ ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย หรือผื่นแดงบนผิวหนัง ระดับรุนแรง เช่น อาการของโรคโรคฮีทสโตรก (โรคลมแดด) ที่ทำให้ระบบประสาทส่วนกลางถูกทำลาย สมองได้รับความเสียหาย อวัยวะภายในหยุดทำงาน และอาจทำให้เสียชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อากาศร้อนจัด เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความกดอากาศสูง ที่ทำให้โลกไม่สามารถระบายความร้อนที่ได้รับจากรังสีดวงอาทิตย์ออกไปได้ตามปกติ ทำให้อุณภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดคลื่นความร้อน (Heat wave) และทำให้อากาศร้อนจัดหรือร้อนอบอ้าว นอกจากนี้ ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการกระทำของมนุษย์ เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล การตัดไม้ทำลายป่า ยิ่งส่งผลให้เกิดการกักเก็บความร้อน และทำให้เกิดภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อสภาพอากาศโลก ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น เกิดคลื่นความร้อนบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หากลองมองย้อนกลับไป หลายคนโชคดีที่ไม่ต้องออกแดดตลอดทั้งวัน สาวออฟฟิศได้นั่งทำงานในห้องแอร์ที่สามารถเนรมิตความเย็นเท่าไหร่ก็ได้&nbsp; แต่คนอาชีพอื่น ๆ ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ต่อสู้กับแสงแดดและหยาดเหงื่อที่โทรมกายทุกวัน อาทิ คนกวาดขยะ ผู้ใช้แรงงาน&nbsp; นอกจากความร้อนและความเหนื่อยที่ต้องต่อสู้แล้ว พวกเขาอาจไม่รู้เลยว่า มีความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บที่กำลังคืบคลานมาเยือนตอนไหนก็ไม่สามารถรู้ได้&nbsp; รู้ตัวอีกที อาจลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางแสงไฟของห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลก็เป็นได้ ในวันนี้จะแนะนำโรคที่มาจากการอยู่กลางแดดนานๆ ในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าวว่ามีอะไรบ้าง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;">ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือนักกีฬาที่ออกกำลังกายท่ามกลางแสงแดดจัดจ้า ควรหมั่นจิบน้ำบ่อยๆ หลีกเลี่ยงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มรสหวาน (ภาพจาก udn.com)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคหรืออาการเจ็บป่วยจากความร้อน เกิดจากเมื่อเผชิญกับอากาศร้อนจัดร่างกายจะพยายามรักษาอุณหภูมิให้คงที่ หรือการที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวต่อความร้อนได้ โดยจะแสดงออกซึ่งอาการตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงระดับรุนแรง แตกต่างกันตามสุขภาพและสภาพแวดล้อมรอบตัวของแต่ละบุคคล </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กลุ่มเสี่ยงโรคจากความร้อน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งท่ามแดดร้อนจัด ทำงานใกล้กับแหล่งความร้อน เช่น เกษตรกร ช่างก่อสร้าง ช่างหลอมเหล็ก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ทารก หรือเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ผู้ที่ออกกำลังกายกลางแดดจัดหรือสัมผัสความชื้นสูงที่ไม่สามารถขับเหงื่อออกได้ เช่น นักวิ่งมาราธอน นักปั่นจักรยาน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ผู้ที่เป็นโรคอ้วน มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 30 กิโลกรัม/ต่อตารางเมตร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคติดเชื้อหรือเป็นไข้ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคไต ไทรอยด์เป็นพิษ โรคผิวหนัง ผื่นผิวหนัง แพ้แดด </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ผู้ที่ทานยารักษาโรคประจำตัว เช่น ยาขับปัสสาวะ ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ ยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก ยากระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ สุรา น้ำหวานจัด น้ำอัดลม ดื่มน้ำไม่เพียงพอ พักผ่อนไม่เพียงพอ ใส่เสื้อผ้าหนามิดชิดในหน้าร้อน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">ภาวะขาดน้ำถือเป็นการเจ็บป่วยจากความร้อนที่อันตราย อาการคือ กระหายน้ำ ปากแห้ง ปัสสาวะออกน้อย อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ปวดหัว หายใจเร็วและตื้น หัวใจเต้นเร็ว&nbsp;ความดันโลหิตต่ำ ชัก หน้ามืด เป็นลม (ภาพจาก heho.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคและอาการเจ็บป่วยจากความร้อน ได้แก่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.บวมจากความร้อน (Heat edema) อาการ: บวมที่ขา หลังมือ แขน เท้า โดยเฉพาะข้อเท้า ปวดบริเวณที่บวม ผิวหนังอุ่น สีแดง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.โรคผื่นร้อน หรือผดผื่นจากความร้อน (Heat rash) อาการ: ผื่นแดงหรือตุ่มแดงขึ้นบนใบหน้า ผิวหนัง ลำคอ หน้าอกส่วนบน ข้อพับ คันและระคายเคืองผิวหนัง รู้สึกไม่สบายตัว ส่วนใหญ่ มักเกิดกับคนอ้วน เหงื่อจะออกเยอะ เช่น รักแร้เป็นร่องแดง เกิดการเสียดสี เป็นต้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3.โรคตะคริวแดด หรือตะคริวจากความร้อน (Heat cramps) อาการ: ปวดกล้ามเนื้อจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เป็นตะคริวที่ต้นขา แขน ท้อง โดยเมื่อความร้อนสูงหรืออากาศร้อนมากมักทำให้ร่างกายขาดน้ำ จะทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อหดเกร็ง มีการสูญเสียของระบบสารน้ำในร่างกาย จึงทำให้เกิดอาการเป็นตะคริว โดยเฉพาะบริเวณน่อง มักพบในกลุ่มคนที่ออกกำลังกาย แต่คนไข้ที่สัมผัสกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นก็สามารถเป็นได้เช่นกัน ซึ่งเป็นผลมาจากการสูญเสียเกลือแร่ ซึ่งแก้ไขด้วยการดื่มน้ำเกลือแร่ชดเชยในกรณีที่อาการไม่มาก แต่ถ้าอาการหนักขึ้น ควรพบแพทย์</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">4.ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) อาการ: กระหายน้ำ ปากแห้ง ปัสสาวะออกน้อย ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย รู้สึกไม่สบายตัว วิงเวียนศีรษะ ปวดหัว หายใจเร็วและตื้น หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ ชัก หน้ามืด เป็นลม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">5. ลมแดด (Heat syncope) อาการ: วิงเวียนศีรษะ สับสนมึนงง ผิวหนังชื้น หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำเฉียบพลัน กระสับกระส่าย เป็นลมจากความร้อน อาจเกิดเลือดคั่งบริเวณขา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">6. โรคเพลียแดด (Heat exhaustion) อาการ: อุณหภูมิร่างกายสูง 38-40 เซลเซียส ภาวะขาดน้ำ อ่อนเพลีย เหนื่อยล้าอย่างรวดเร็ว ปวดหัว วิงเวียนศีรษะ สับสน คลื่นไส้ อาเจียน รูม่านตาขยาย หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็วและตื้น ผิวชื้น อุณหภูมิผิวหนังปกติ กล้ามเนื้อเป็นตะคริว เป็นลมจากความร้อน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">7. ฮีทสโตรก (Heat stroke) หรือโรคลมแดด </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เนื่องจากโรคลมแดดหรือ Heatstroke เป็นหนึ่งในโรคช่วงหน้าร้อนที่คนทำงานกลางแจ้งมักจะพบเจอและค่อนข้างอันตราย หากร้ายแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิต จึงอยากให้ทำความเข้าใจ ให้ความสนใจและเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โรคนี้เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้ระดับอุณหภูมิในร่างกายสูงเกินกว่าปกติและสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ทันทีและทำให้เกิดอาการช็อกได้ โดยโรคนี้เมื่อเกิดอาการควรได้รับการรักษาทันทีเนื่องจากมีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก ซึ่งคนทั่วไปที่อยู่ในอากาศร้อนๆ ก็สามารถเป็นได้ ไม่จำเป็นว่าต้องวัยทำงานอย่างเดียว บุคคลที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคฮีทสโตรก ได้แก่ ทหารที่ไม่ได้เตรียมร่างกายเพื่อเข้ารับการฝึก นักกีฬาที่ออกกำลัง และผู้ที่ทำงานในอากาศร้อนจัด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการของโรคฮีทสโตรก ได้แก่ สับสน มึนงง และชัก ตัวร้อนจัดหรือมีไข้สูง อุณหภูมิร่างกายสูง 40 องศาหรือมากกว่า ผิวหนังร้อน แดง และแห้ง กระหายน้ำมาก เหงื่อออกท่วมหรือไม่มีเหงื่อออกจากผลของต่อมเหงื่อทำงานผิดปกติทำให้ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดงมากขึ้น ซึมลง เดินโซเซ วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หายใจเร็ว หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ อ่อนเพลีย พูดไม่รู้เรื่อง ถ่ายเหลว คลื่นไส้ อาเจียน ชัก เป็นลม หมดสติ เสียชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การปฐมพยาบาลเบื้องต้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลักการสำคัญของการปฐมพยาบาล ผู้ที่มีอาการจากโรคหรือความเจ็บป่วยจากความร้อน คือ การเร่งลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกายของผู้ป่วยโดยเร็ว ก่อนเร่งนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ตามขั้นตอนดังนี้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ย้ายผู้ป่วยออกจากความร้อน ย้ายผู้ป่วยเข้าที่ร่ม มีอากาศถ่ายเทสะดวก ใช้พัดลมเป่าลมเย็น หรือย้ายเข้าห้องปรับอากาศที่มีความเย็น </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนราบ และเปิดทางเดินหายใจ (นอนยกขาสูงเล็กน้อยในกรณีบวมจากความร้อน หรือโรคเพลียแดด)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ถอดเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นออก คลายเสื้อผ้าหนาชิ้นหรือรัดแน่นให้หลวม </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ประคบเย็น ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือผ้าห่อน้ำแข็งประคบเย็นตามลำตัวทั่วร่างกาย ตามซอกคอ ลำตัว แขนขา ขาหนีบ รักแร้ เช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำทวนรูขุมขนขึ้นไปทางเดียวกันให้ทั่วทั้งตัว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ให้จิบน้ำ หากผู้ป่วยมีสติรู้สึกตัว ให้จิบน้ำ น้ำเกลือแร่ หรือเครื่องดื่มอิเล็กโทรไลต์ เพื่อทดแทนภาวะร่างกายขาดน้ำ (งดให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน น้ำอัดลม)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭เฝ้าระวังผู้ป่วย ไม่ทิ้งผู้ป่วยไว้ลำพัง หมั่นสังเกตอาการและสัญญาณชีพเป็นระยะ หมั่นตรวจสอบทางเดินหายใจให้เปิดออก เพื่อป้องกันการอุดกั้นทางเดินหายใจ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ โดยขอความช่วยเหลือที่ใกล้ที่สุด โทรเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินโดยเร็ว รีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของโรคฮีทสโตรก เพื่อช่วยชีวิตให้ผู้ป่วยได้รอด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18pt; line-height: 18pt; text-align: center;">&nbsp;ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือผ้าห่อน้ำแข็งประคบเย็นตามลำตัวทั่วร่างกาย ตามซอกคอ ลำตัว แขนขา ขาหนีบ รักแร้ ช่วยบรรเทาอาการไม่สบายจากความร้อนของแสงแดดช่วงหน้าร้อนได้ (ภาพจาก commonhealth.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การป้องกันอาการเจ็บป่วยจากความร้อน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบายและบาง อากาศถ่ายเทได้ดี </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●หากเล่นกีฬาเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ควรดื่มน้ำเกลือแร่ เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมกลางแดด ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หากต้องทำงานออกกำลังกายกลางแจ้ง ควรเตรียมตัวอย่างไร?</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1. เตรียมร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ครั้งละอย่างน้อย 30 นาที</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2. ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ก่อนออกจากบ้านในวันที่มีอากาศร้อนจัด </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3. หากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อน หรือออกกำลังกาย ควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละประมาณ 1 ลิตร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">คือประมาณ 4-6 แก้วต่อชั่วโมง แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม แต่ในภาวะปกติ คนเราต้องดื่มน้ำวันละ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ประมาณ 1.5-2 ลิตร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">4. ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน ไม่หนา น้ำหนักเบาและสามารถระบายความร้อนได้ดี</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">5. ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในวันที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00 &ndash; 15.00 น.</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">6. ควรหลีกเลี่ยงการกินยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก โดยเฉพาะก่อนการออกกำลังกายหรือต้องอยู่ท่ามกลาง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สภาพอากาศร้อนหรืออยู่กลางแดดเป็นเวลานานๆ และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และยาเสพ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ติดทุกชนิด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">7.พบแพทย์ทันที หากมีอาการของโรคหรือความเจ็บป่วยจากความร้อนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผู้ที่ทำงานกลางแดด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อากาศร้อนจัดในฤดูร้อน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเป็นเหตุให้ประชากรทั่วโลกเสียชีวิตในทุก ๆ ปี ทั้งนี้ อุณหภูมิความร้อนมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนนับเป็นภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนต้องเฝ้าระวังอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ สตรีตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการเจ็บป่วยจากความร้อนเบื้องต้นที่สามารถสังเกตได้ เช่น ปวดศีรษะ ปัสสาวะสีเข้ม เวียนศีรษะ สับสน มึนงง ผื่นแดงขึ้นตามผิวหนัง และเบื่ออาหาร ที่อาจเป็นสัญญาณนำไปสู่โรคหรืออาการเจ็บป่วยจากความร้อนในระดับอันตราย เช่น ภาวะตัวร้อนเกิน หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ คลื่นไส้ อาเจียน ชัก และหมดสติ ผู้ที่มีอาการดังกล่าว ควรรีบให้การช่วยเหลือเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันภัยโรคจากความร้อนที่อาจทำให้เสียชีวิต</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; htcenter.com.tw</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ttvc.com.tw</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; starclinic.co.th</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; medparkhospital.com</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=101493</guid>
      <pubDate>Mon, 13 Apr 2026 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260413_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36037440" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 13 เม.ย. 69  : การเจ็บป่วยจากอากาศร้อน</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 13 เม.ย. 69  : การเจ็บป่วยจากอากาศร้อน</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #000000;"><b><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">การเจ็บป่วยที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศร้อน</span></b></span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/13a88699-8ef3-482f-b2fa-e93ac1337fc1.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>264</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102017</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของชาวต่างชาติที่มีความสนใจในพิธีกรรมการแห่เจ้าแม่มาจู่ของไต้หวัน จนต้องมาสัมผัสกับประสบการณ์ดังกล่าวด้วยตนเองที่ศาลเจ้าหนานเหยากง เมืองจางฮั่ว ซึ่งเป็นศาลเจ้าแห่งแรกของไต้หวันที่มีพิธีกรรมการแห่เจ้าแม่มาจู่กลับไปยังศาลเจ้าดั้งเดิมในเขตเปิ้นกั่ง เมืองเจียอี้ ซึ่งสิ่งชาวต่างชาติรู้สึกประทับใจมากที่สุดในการร่วมพิธีแห่เจ้าแม่มาจู่ของไต้หวันคือ&nbsp;ความโอบอ้อมอารีของผู้คนตลอดเส้นทาง</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ตลอดเส้นทางที่ขบวนแห่เคลื่อนผ่านไป จะมีทั้งเสียงฆ้องเสียงกลอง และเสียงประทัดดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย และมีอาหารให้รับประทานฟรีตลอดทาง เพื่อให้เหล่าสานุศิษย์และผู้มีจิตศรัทธาที่เข้าร่วมในขบวนแห่ได้อิ่มท้องและมีกำลังวังชาที่จะเดินต่อไป การติดตามขบวนแห่เจ้าแม่มาจู่ในที่ต่าง ๆ ทั่วไต้หวัน ไม่เพียงแต่จะทำให้มีโอกาสได้รู้จักกับขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็ว หากแต่ยังเปิดโอกาสในการค้นพบอาหารพื้นเมืองไต้หวันแสนอร่อยที่รายล้อมอยู่รอบ ศาลเจ้าต่างๆ และยังได้ความรู้จักกับวัฒนธรรมของเกาะไต้หวันแห่งนี้ในเชิงลึกมากขึ้น&nbsp; &nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=102017</guid>
      <pubDate>Sun, 12 Apr 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260412_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36013440" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของชาวต่างชาติที่มีความสนใจในพิธีกรรมการแห่เจ้าแม่มาจู่ของไต้หวัน จนต้องมาสัมผัสกับประสบการณ์ดังกล่าวด้วยตนเองที่<span>ศาลเจ้าหนานเหยากง เมืองจางฮั่ว ซึ่งเป็นศาลเจ้าแห่งแรกของไต้หวันที่มีพิธีกรรมการแห่เจ้าแม่มาจู่กลับไปยังศาลเจ้าดั้งเดิมในเขตเปิ้นกั่ง เมืองเจียอี้ ซึ่งสิ่งชาวต่างชาติรู้สึกประทับใจมากที่สุดในการร่วมพิธีแห่เจ้าแม่มาจู่ของไต้หวันคือ&nbsp;ความโอบอ้อมอารีของผู้คนตลอดเส้นทาง</span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/8f899742-c0e7-40e7-8a66-ebfdc900bb7e.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>263</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 7 เม.ย.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99987</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ไต้หวันประสบความสำเร็จเพาะพันธุ์ปลาคาร์ดินัลเตตร้า (Cardinal Tetra) หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า &ldquo;หงเหลียนเติง (紅蓮燈)&rdquo; ปลาตู้ขนาดเล็กยอดนิยมทั่วโลก ด้วยลำตัวสีน้ำเงินสว่างตัดกับท้องสีแดงราวนีออน เดิมต้องพึ่งพาการจับจากธรรมชาติในอเมริกาใต้ หรือการนำเข้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทีมวิจัยจากสถาบันวิจัยการประมง กระทรวงเกษตรฯ ใช้เทคนิค &ldquo;การกระตุ้นสิ่งแวดล้อม&rdquo; และการจัดการโภชนาการอย่างแม่นยำ ทำให้ปลาคาร์ดินัลสามารถผลิตได้จำนวนมากในไต้หวัน ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมปลาสวยงามของประเทศ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปลาคาร์ดินัลมีตลาดใหญ่ทั่วโลก เช่น ในสหรัฐฯ มียอดขายเดือนละ 2 ล้านตัว ส่วนไต้หวันนำเข้าปีละประมาณ 1.2 ล้านตัว หรือเกือบ 40% ของตลาดนำเข้า การเพาะพันธุ์สำเร็จในฟาร์มไต้หวันช่วยลดการจับจากธรรมชาติและการนำเข้า พร้อมเปิดโอกาสต่อยอดไปยังปลาสวยงามชนิดอื่น ๆ และสร้างโอกาสให้ตลาดปลาในประเทศเติบโตได้มากขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;สถาบันวิจัยการประมงไต้หวันประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาคาร์ดินัลในฟาร์ม โดยจำลองสภาพแวดล้อมลุ่มน้ำอเมซอน เซียวอวี้เฉิน(蕭玉晨) ผู้ช่วยนักวิจัย ระบุว่า ปัจจุบันปลาคาร์ดินัลในตลาดส่วนใหญ่ยังมาจากการจับธรรมชาติหรือนำเข้าจากประเทศอื่น เช่น อินโดนีเซีย แต่เทคนิคใหม่ของไต้หวันทำให้สามารถผลิตจำนวนมากภายในประเทศ เปิดโอกาสใหม่ให้อุตสาหกรรมปลาสวยงาม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ความท้าทายหลักในการเพาะพันธุ์คือ ต้องจำลองฤดูกาลในลุ่มน้ำอเมซอน ปลาคาร์ดินัลผสมพันธุ์ตามสัญญาณฤดูฝน เช่น น้ำขึ้น อุณหภูมิและค่า pH เปลี่ยน และความสว่างแตกต่าง ทีมวิจัยพบว่า การปรับเพียงปัจจัยเดียวไม่พอ ต้องปรับหลายปัจจัยพร้อมกัน หรือ &ldquo;การสั่นสะเทือนของสภาพแวดล้อมแบบรวมหลายปัจจัย&rdquo; จึงกระตุ้นให้ปลาโตและไข่ปฏิสนธิสำเร็จ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากนี้ การจัดการโภชนาการ ยังเป็นกุญแจสำคัญ ปลาพ่อแม่ต้องได้รับสารอาหารครบถ้วนก่อนการขยายพันธุ์ เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์พร้อม เมื่อสภาพแวดล้อมและโภชนาการพร้อม ปลาคาร์ดินัลจึงจับคู่และวางไข่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; การดูแลลูกปลา (Fry) เป็นสิ่งสำคัญ กระบวนการผลิตจำนวนมากครอบคลุมตั้งแต่การสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับผสมพันธุ์ไปจนถึงการติดตามการเติบโต ลูกปลาคาร์ดินัลฟักประมาณ 35 วัน ยาวเพียง 0.76 ซม. การให้อาหารที่เหมาะสมตั้งแต่แรกเกิดช่วยให้เติบโตอย่างมั่นคง และหลัง 50 วันจะเริ่มแสดงสีแดง&ndash;น้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;สรุปเทคนิคสำคัญ: &ldquo;การสั่นสะเทือนของสภาพแวดล้อม&rdquo; เป็นสวิตช์กระตุ้นการขยายพันธุ์ ส่วน &ldquo;การจัดการโภชนาการ&rdquo; เป็นพลังสนับสนุนตลอดกระบวนการ ทั้งสองต้องทำควบคู่กัน ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ นี่คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาคาร์ดินัลในฟาร์ม</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99987</guid>
      <pubDate>Tue, 07 Apr 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260407_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 7 เม.ย.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 7 เม.ย.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ไต้หวันประสบความสำเร็จเพาะพันธุ์ปลาคาร์ดินัลเตตร้า (</span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;">Cardinal Tetra) </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า &ldquo;หงเหลียนเติง (</span></b><b><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin;">紅蓮燈</span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;">)&rdquo;</span></b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;"> </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">ปลาตู้ขนาดเล็กยอดนิยมทั่วโลก ด้วยลำตัวสีน้ำเงินสว่างตัดกับท้องสีแดงราวนีออน เดิมต้องพึ่งพาการจับจากธรรมชาติในอเมริกาใต้ หรือการนำเข้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/8f120b90-61d1-4608-80af-2d007ed90c52.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>262</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 7 เม.ย.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=101541</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หุ่นยนต์อัจฉริยะนครไถหนาน ยกระดับอุตสาหกรรมและบริการในเมือง</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นครไถหนานพัฒนาสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ จัดแสดงผลสำเร็จในงาน&nbsp;Smart City Summit &amp; Expo 2026 โซน &ldquo;ศาลาไถหนาน&rdquo; และ &ldquo;พื้นที่ประยุกต์ใช้หุ่นยนต์ AI&rdquo; มุ่งนำเสนอ 4 สถานการณ์การใช้งานหลัก ได้แก่ การดูแลอัจฉริยะ การตรวจสอบและกู้ภัย บริการด้านอาหาร และโลจิสติกส์คลังสินค้า โดยมีการจัดแสดงหุ่นยนต์จริงจากผู้ผลิตในไต้หวันกว่า 15 บริษัท ครอบคลุมตั้งแต่ชิ้นส่วน ระบบหุ่นยนต์ครบชุด ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนครไถหนานในการบูรณาการห่วงโซ่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะและการขยายสู่ระดับโลก</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">รองผู้ว่าการนครไถหนาน เจ้าชิงหุ้ย (趙卿惠 ) กล่าวว่า นครไถหนานมีเป้าหมายที่จะนำหุ่นยนต์นวัตกรรมด้านบริการอาหารและโลจิสติกส์เข้ามาใช้ โดยอาศัยความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักสูงและการทำงานในหลายสถานการณ์ของหุ่นยนต์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพบริการเมืองและประสบการณ์การท่องเที่ยว ภายในโซนจัดแสดงยังนำเสนอผลงานด้านการประยุกต์ใช้อัจฉริยะ เช่น ระบบดิจิทัลทวินสำหรับบริหารจัดการน้ำ 5G AIoT แพลตฟอร์มสร้างสรรค์เนื้อหาทางวัฒนธรรม ระบบตรวจจับผู้ทำผิดกฎจราจรผ่านการติดตั้งเสาอัจฉริยะ ระบบคลาวด์ดูแลสุขภาพร่วม และหุ่นยนต์ตรวจสอบ พร้อมการจัดแสดงเทคโนโลยี Generative AI ควบคู่กับ Physical AI เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจและเมืองต่าง ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานจริง</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นครไถหนานยังเร่งเชื่อมโยงกับนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะของรัฐบาลกลาง โดยทยอยสร้าง &ldquo;คลัสเตอร์สามเหลี่ยมทองคำหุ่นยนต์อัจฉริยะ&rdquo; ประกอบด้วยพื้นที่ Shalun &ndash; Liujia &ndash; Liuying ซึ่งเชื่อมโยงนิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหลิ่วอิง (Liuying Technology Industrial Park) ระยะที่ 3 ที่พัฒนาเป็นอุทยานหุ่นยนต์อัจฉริยะ กับ Shalun Smart Green Energy Science City ที่เป็นศูนย์นวัตกรรม AI ในพื้นที่ เพื่อสร้างไถหนานให้เป็นศูนย์กลางสำคัญของห่วงโซ่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะระดับโลก</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัจจุบันกลุ่ม Smart Robot Application SIG มีบริษัทเข้าร่วมมากกว่า 125 แห่ง โดยบริษัทที่ร่วมจัดแสดงในครั้งนี้ ได้แก่ ASUS, ASPEED Technology, Syscom Computer Engineering, TECO Electric &amp; Machinery, NEXCOM International, Mirle Automation, และบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าหุ่นยนต์กำลังถูกนำมาใช้มากขึ้นในบริการสาธารณะของเมือง การบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน และขยายไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หุ่นยนต์อัจฉริยะในนครไถหนานไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมและบริการในเมือง กิจกรรมที่จัดขึ้นตลอดสี่วันได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการสร้างเมืองที่ทันสมัย เชื่อมโยงนวัตกรรมกับชีวิตประจำวัน และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับประชาชนทุกคน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=101541</guid>
      <pubDate>Tue, 07 Apr 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260407_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36002880" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 7 เม.ย.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 7 เม.ย.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #ba372a;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-bidi-language: TH;">หุ่นยนต์อัจฉริยะนครไถหนาน ยกระดับอุตสาหกรรมและบริการในเมือง</span></b></span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-bidi-language: TH;"><o:p></o:p></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/eab28cf5-1865-4947-bb5e-ae18b3665653.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>261</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 6 เม.ย. 69 : โรคที่มาพร้อมกับหน้าร้อน โรคมือ เท้า ปาก และไข้เลือดออก]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=101296</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ช่วงนี้เข้าสู่ช่วงเดือนเมษายนแล้ว ในไต้หวันยังถือว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิ แต่อากาศบางวันก็ร้อนพอๆกับช่วงหน้าร้อนเลยทีเดียว และอีกไม่นานก็จะเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนแล้ว รายการวันนี้ดิฉันขอนำเอาโรคที่มาพร้อมกับหน้าร้อน ได้แก่ โรคไข้เลือดออกและโรคมือเท้าปาก มานำเสนอให้ฟังกันเพื่อเตรียมรับมือกับโรคภัยเหล่านี้&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.โรคไข้เลือดออก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หน้าร้อนเป็นช่วงที่ยุงขยายพันธุ์ง่าย โรคที่คนคุ้นเคยมากที่สุดในช่วงหน้าร้อน คือ ไข้เลือดออก ในไต้หวันพบการระบาดเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะพื้นที่ทางใต้ซึ่งอากาศร้อนอบอ้าวมากกว่าทางภาคเหนือ ส่วนในประเทศไทยจะพบการระบาดในช่วงฤดูฝนของทุกปี</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (dengue virus) โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรคมาสู่คน อาการมีตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การติดต่อโรคไข้เลือดออก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; โรคไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี มี 4 สายพันธุ์ คือ DENV-1, DENV-2, DENV-3 และ DENV-4 มียุงลายเพศเมียเป็นพาหะนำโรคซึ่งออกหากินในเวลากลางวันและดูดเลือดคนเป็นอาหาร เมื่อยุงลายดูดเลือดจากผู้ป่วยในระยะที่มีไข้ ซึ่งมีเชื้อไวรัสในกระแสเลือด เชื้อจะเข้าไปฝังตัวในกระเพาะยุงแล้วไปอยู่ในเซลล์ที่ผนังกระเพาะ เมื่อไวรัสจำนวนมากขึ้นจะออกมาจากเซลล์ผนังกระเพาะของยุง และเดินทางเข้าสู่ต่อมน้ำลาย โดยมีระยะฟักตัวในยุงประมาณ 8 &ndash; 12 วัน เมื่อยุงที่มีเชื้อไปกัดคนอื่น เชื้อไวรัสก็จะเข้าสู่กระแสเลือดของผู้ที่โดนกัด ก่อให้เกิดการติดเชื้อและป่วยตามมาหลังจากถูกกัดประมาณ 3 &ndash; 15 วัน ก็จะทำให้เกิดอาการของโรคได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กลุ่มเสี่ยงโรคไข้เลือดออก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย แต่พบบ่อยในเด็กวัยเรียน และวัยทำงานตอนต้น ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่ออาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ เด็กทารก และผู้สูงอายุ มีภาวะอ้วน หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคเม็ดเลือดแดงแตกง่าย หรือโรคที่เกิดจากฮีโมโกลบินผิดปกติ ผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหอบหืด โรคหัวใจขาดเลือด โรคไตวาย โรคตับเรื้อรังและผู้ที่รับประทานยากลุ่มสเตียรอยด์ หรือยาในกลุ่มยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-Inflammatory หรือ NSAIDs)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">หน้าร้อนเป็นช่วงที่ยุงขยายพันธุ์ง่าย โรคที่มียุงเป็นพาหะและผู้คนคุ้นเคยมากที่สุด คือ ไข้เลือดออก ในไต้หวันพบการระบาดในช่วงหน้าร้อนเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะพื้นที่ทางภาคใต้ (ภาพจาก health.gvm.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการของโรคไข้เลือดออก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; โดยทั่วไปการติดเชื้อไวรัสเดงกีครั้งแรก ผู้ป่วยส่วนใหญ่ 80 &ndash; 90% อาการจะไม่รุนแรง บางรายอาจมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก และมีผื่นที่ผิวหนัง แต่ถ้าเป็นการติดเชื้อครั้งที่ 2 โดยเชื้อไวรัสสายพันธุ์ต่างจากครั้งแรก อาจมีอาการรุนแรงเกิดเป็นภาวะไข้เลือดออกได้ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ระยะไข้ ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเกือบตลอดเวลา ส่วนใหญ่ไข้จะสูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสไปจนถึง 40 &ndash; 41 องศาเซลเซีนส มักไม่ค่อยตอบสนองต่อยาลดไข้ อาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และอาจมีผื่นหรือจุดเลือดออกตามลำตัว แขน ขา ระยะนี้จะเป็นอยู่ประมาณ 2 &ndash; 7 วัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ระยะวิกฤต ระยะนี้ไข้จะเริ่มลดลง </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ผู้ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭เกร็ดเลือดต่ำ ทำให้เลือดออกง่าย และอาการจะไม่ดีขึ้น ยังคงเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อ่อนเพลียมากกว่าเดิม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭มีภาวะการไหลเวียนเลือดล้มเหลว ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีอาการรุนแรง โดยเกิดภาวะการไหลเวียนเลือดล้มเหลวหรือภาวะช็อก เนื่องจากมีการรั่วของพลาสมาออกไปยังช่องปอดหรือช่องท้องมาก เกิด hypovolemic shock ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว เวลาที่เกิดภาวะช็อกจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่มีไข้ อาจเกิดได้ตั้งแต่วันที่ 3 ของโรค หรือวันที่ 8 ของโรค ผู้ป่วยจะมีอาการแย่ลง เริ่มมีอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเบาเร็ว และความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง และอาจทำให้เสียชีวิตได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭มีภาวะเลือดออกผิดปกติ เนื่องจากมีเกร็ดลือดต่ำ เช่น มีเลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด ซึ่งมักจะเป็นสีดำ (melena) อาการเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนใหญ่จะพบร่วมกับภาวะช็อก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 24 &ndash; 48 ชั่วโมง ดังนั้นหากมีไข้เกิน 2 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ระยะฟื้นตัว อาการต่าง ๆ จะเริ่มดีขึ้น ผู้ป่วยอยากรับประทานอาหาร ความดันโลหิตสูงขึ้น ชีพจรเต้นแรงขึ้นและช้าลง ปัสสาวะมากขึ้น บางรายมีผื่นแดงและมีจุดเลือดออกเล็ก ๆ ตามลำตัว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การตรวจวินิจฉัย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมื่อเริ่มมีอาการป่วยควรไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ให้การรักษาได้ แพทย์จะตรวจเลือดเพื่อหาไวรัส หรือสารแอนติบอดี้ที่บ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อ รวมทั้งดูปริมาณความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดง ปริมาณเม็ดเลือดขาวและเกร็ดเลือด และอาจนัดมาตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของเกร็ดเลือดและความเข้มข้นของเลือดเป็นระยะ ๆ เพราะถ้าปริมาณเกร็ดเลือดเริ่มลดลงและความเข้มข้นเลือดเริ่มสูงขึ้น เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าน้ำเลือดรั่วออกจากเส้นเลือดและอาจช็อกได้ จำเป็นต้องให้สารน้ำชดเชย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรับมือโรคไข้เลือดออก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพดีพอในการรักษาโรคไข้เลือดออกโดยเฉพาะ การรักษาโรคนี้จึงเป็นการรักษาตามอาการและประคับประคอง ซึ่งจะได้ผลดีถ้าได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคได้ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก แพทย์ผู้รักษาจะต้องเข้าใจธรรมชาติของโรคและให้การดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด จะต้องมีการดูแลที่ดีตลอดระยะเวลาวิกฤต ประมาณ 24 - 48 ชั่วโมงที่มีการรั่วของพลาสมา เช่น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรักษาประคับประคองที่ถูกต้อง ในเวลาที่เหมาะสม จะทำให้ผู้ป่วยกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งในรายที่อาการไม่รุนแรง อาจหายได้เองภายใน 2 &ndash; 7 วัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หากพบว่าผู้ป่วยคลื่นไส้หรืออาเจียนมาก อ่อนเพลียมาก ปวดท้องมาก รับประทานอาหารและดื่มน้ำไม่ได้ มีภาวะเลือดออกรุนแรง สงสัยภาวะช็อก โดยเฉพาะเมื่อไข้เริ่มต่ำลง เช่น ความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเต้นเบาเร็ว มือเท้าเย็น ปัสสาวะออกน้อย ซึม สับสน กระสับกระส่าย ฯลฯ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;">การป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ดีที่สุดคือระมัดระวังไม่ให้ยุงกัด เช่น นอนในมุ้ง สวมใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หรือใช้สารไล่ยุงประเภททาหรือพ่นบนผิวที่อยู่นอกเสื้อผ้า (ภาพจากcw.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การป้องกันโรคไข้เลือดออก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ระมัดระวังไม่ให้ยุงกัด เช่น นอนในมุ้ง สวมใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หรือใช้สารไล่ยุง (Mosquito Repellents) แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ DEET ทาผิวนอกเสื้อผ้า</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ปิดปากภาชนะเก็บน้ำด้วยผ้า ตาข่ายไนล่อนอะลูมิเนียม หรือวัสดุอื่นที่สามารถปิดปากภาชนะเก็บน้ำนั้นได้อย่างมิดชิด จนยุงไม่สามารถเล็ดลอดเข้าใปวางไข่ได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●หมั่นเปลี่ยนน้ำทุกวัน ซึ่งเหมาะสำหรับภาชนะเล็ก ๆ ที่มีน้ำไม่มาก เช่น แจกันดอกไม้สด ทั้งที่เป็นแจกันที่หิ้งบูชาพระ หรือแจกันประดับตามโต๊ะ รวมทั้งภาชนะและขวดประเภทต่างๆ ฯลฯ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ใส่ทรายในจานรองกระถางต้นไม้ เพื่อให้ทรายดูดซึมน้ำส่วนเกินจากการรดน้าต้นไม้ไว้ ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสาหรับกระถางต้นไม้ที่ใหญ่และหนัก ส่วนต้นไม้เล็กอาจใช้วิธีเทน้ำที่ขังอยู่ในจานรองกระถางต้นไม้ทิ้งไปทุกวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●การเก็บทำลายเศษวัสดุ เช่น ขวด ไห กระป๋อง ฯลฯ และยางรถยนต์เก่าที่ไม่ใช้ หรือคลุมให้มิดชิดเพื่อไม่ให้รองรับน้ำได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">●ฉีดวัคซีนไข้เลือดออก ซึ่งปัจจุบันสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสเดงกี และลดความรุนแรงของโรคได้เฉพาะในผู้ใหญ่ หรือเด็กอายุมากกว่า 6 ปี เนื่องจากวัคซีนจะได้ผลดีเฉพาะในผู้ที่เคยมีการติดเชื้อไวรัสเดงกีมาก่อนเท่านั้น จึงควรมีการตรวจเลือดก่อนการฉีด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการฉีดวัคซีน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.โรคมือเท้าปาก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease) เป็นโรคติดต่อที่พบมากในเด็กเล็ก ในไต้หวันเป็นโรคที่พบมากในฤดูร้อน ส่วนในประเทศไทยพบมากในฤดูฝน เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสใกล้ชิดหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายผ่านทางปาก-ทวารหนัก โดยเฉพาะในสถานที่ที่เด็ก ๆ รวมตัวกัน เช่น โรงเรียนหรือศูนย์รับเลี้ยงเด็ก ทำให้มีอาการ ไข้ ผื่นแดง ตุ่มน้ำบริเวณมือ เท้า และแผลในช่องปาก ซึ่งอาจทำให้เจ็บหรือไม่สบายตัว แม้ว่าโรคนี้จะหายได้เองในเวลาไม่กี่วัน แต่ในบางกรณีอาจมีภาวะแทรกซ้อน จึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพและรักษาความสะอาดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด หากการติดเชื้อรุนแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง เด็กอาจมีอาการชักกระตุกบ่อย และในกรณีรุนแรงอาจพัฒนาจนเกิด หัวใจล้มเหลวและช็อก ทำให้มีอัตราตายสูง ผู้ปกครองจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;">โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคติดต่อที่พบมากในเด็กเล็ก ในไต้หวันเป็นโรคที่พบมากในฤดูร้อน ส่วนในประเทศไทยพบมากในฤดูฝน (ภาพจาก businesstoday.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคมือ เท้า ปาก ทำไมต้องระวัง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรค มือ เท้า ปาก (Hand Foot and Mouth Disease) เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็กเล็กโดยเฉพาะช่วงหน้าฝน เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโร (Enterovirus 71 หรือ EV71) ส่งผลให้มีอาการเป็นไข้ เป็นแผลในปาก มีตุ่มน้ำใสตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า และลำตัว ถือได้ว่าเป็นโรคที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่อยู่ไม่น้อย สามารถพบในผู้ใหญ่ได้เช่นกัน แต่จะพบได้น้อยกว่า และอาการมักจะไม่รุนแรงเท่าในเด็กเล็ก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการของโรค มือ เท้า ปาก&nbsp; </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&bull; มีไข้ อ่อนเพลีย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&bull; มีแผลในปาก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&bull; ผื่นเป็นจุดแดงขึ้นที่มือ เท้า (อาจมีผื่นตามลำตัว แขนและขาร่วมด้วย)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจะใช้ระยะเวลาฟักตัวประมาณ 3-7 วัน ผู้ป่วยจึงจะแสดงอาการโดยมีอาการเริ่มต้น คือ เด็กจะเริ่มมีไข้สูง 38-39 องศาเซลเซียสเป็นอาการนำก่อน จากนั้นจึงมีอาการอื่น ๆ ตามมาภายใน 1-2 วัน ได้แก่ เจ็บคอ ไม่อยากอาหาร อ่อนเพลีย และจะเริ่มมีตุ่ม ผื่น หรือแผลอักเสบมีหนองที่ผิวหนัง บริเวณฝ่ามือ&nbsp; ฝ่าเท้า และบริเวณปากทั้งภายนอกและภายใน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคมือ เท้า ปาก &nbsp;สามารถหายได้เองภายใน 7-10 วัน แต่มีโอกาสเสี่ยงเกิดโรครุนแรงได้ เช่น ก้านสมองอักเสบ หัวใจอักเสบ หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัสสายพันธุ์ 71 (EV71) ทำให้มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการที่อาจเป็นภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ มีไข้สูง ซึม อ่อนแรง มือสั่น เดินเซ อาเจียนมาก หายใจหอบ กล้ามเนื้อกระตุก และชัก หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพาพบแพทย์โดยด่วน!</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคมือ เท้า ปาก ติดต่อได้อย่างไร?</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย และจากการสัมผัสทางอ้อมผ่านของเล่น มือผู้เลี้ยงดู น้ำ และอาหารที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรค โดยส่วนใหญ่มักพบการแพร่ระบาดในโรงเรียนอนุบาล และสถานรับเลี้ยงเด็ก โดยสามารถเป็นซ้ำได้อีก ถ้าได้รับเชื้อไวรัสคนละสายพันธุ์กับที่เคยเกิด เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นของผู้ป่วยที่หายจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์หนึ่งๆ อาจไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อจากไวรัสสายพันธุ์อื่น ๆ ได้ แม้จะจัดอยู่ในกลุ่มย่อยของไวรัสเอนเทอโรเช่นเดียวกันก็ตาม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;สอนให้เด็กๆ ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัสทางอ้อมผ่านของเล่น น้ำและอาหารที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรค โดยส่วนใหญ่มักพบการแพร่ระบาดในโรงเรียน (ภาพจาก businesstoday.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">วิธีการรักษาและป้องกัน </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โดยทั่วไปแล้ว อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ โดยแพทย์จะดูแลรักษาตามอาการ เช่น การให้รับประทานยาแก้ไข้ ในรายที่เพลียมากแพทย์อาจให้นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลและให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด ร่วมกับให้ยาลดไข้แก้ปวด ยารักษาแผลในปาก และให้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่จำเป็น ร่วมกับการเฝ้าระวังสังเกตอาการของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อย่างที่ทราบกันว่าโรคนี้ติดต่อได้ผ่านการรับเชื้อไวรัสจากทางเดินอาหาร น้ำมูก น้ำลาย และจากการหายใจเอาเชื้อที่แพร่จากผู้ป่วยเข้าไป ดังนั้นแนวทางการป้องกัน ได้แก่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭สอนวิธีการล้างมือที่ถูกต้องให้เด็กๆ ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ทำความสะอาดของเล่น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ดูแลความสะอาดของน้ำดื่มและอาหาร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ไม่พาเด็กไปในสถานที่แออัด เช่น สนามเด็กเล่น ห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโรค</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭หากเด็กที่ป่วย ควรหยุดเรียน และพักรักษาให้หายป่วยเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ไปแพร่เชื้อยังเด็กคนอื่นๆ และผู้ปกครองต้องรีบแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ และที่สำคัญต้องหมั่นสังเกตอาการของบุตรหลาน หากพบว่ามีอาการผิดปกติ ควรพาเด็กมาพบแพทย์โดยเร็ว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ เสริมเกราะป้องกันด้วยวัคซีน โรคมือเท้าปากสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก (EV71) โดยแนะนำให้รับวัคซีนในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี ฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อจำนวน 2 เข็ม เว้นระยะห่างจากเข็มแรก 1 เดือน วัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมือเท้าปากที่มาจากการติดเชื้อ EV71 ได้ 97.3% อย่างไรก็ดี วัคซีนอาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ อาทิ ปวด บวม แดง คัน บริเวณที่ฉีด, ไข้, คลื่นไส้ อาเจียน, ถ่ายเหลว, ปวดศีรษะ)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่มาข้อมูล</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; healthspan.com.tw</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; siphhospital.com</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=101296</guid>
      <pubDate>Mon, 06 Apr 2026 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260406_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36030720" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 6 เม.ย. 69 : โรคที่มาพร้อมกับหน้าร้อน โรคมือ เท้า ปาก และไข้เลือดออก</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 6 เม.ย. 69 : โรคที่มาพร้อมกับหน้าร้อน โรคมือ เท้า ปาก และไข้เลือดออก</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">ช่วงนี้เข้าสู่ช่วงเดือนเมษายนแล้ว ในไต้หวันยังถือว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิ แต่อากาศบางวันก็ร้อนพอๆกับช่วงหน้าร้อนเลยทีเดียว และอีกไม่นานก็จะเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนแล้ว รายการวันนี้ดิฉันขอนำเอาโรคที่มาพร้อมกับหน้าร้อน ได้แก่ โรคไข้เลือดออกและโรคมือเท้าปาก มานำเสนอให้ฟังกันเพื่อเตรียมรับมือกับโรคภัยเหล่านี้&nbsp;</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/5/original/f6441808-0648-4f2a-9669-0bf752664dbb.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>260</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=101453</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพของชาวมุสลิมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของไต้หวัน เพราะจากดัชนีการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลก หรือ Global Muslim Tourism Index (GMTI) โดย CrescentRating และ Mastercard มักจัดให้ไต้หวันอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ การที่ไต้หวันมีจำนวนร้านอาหารที่ได้รับการรับรองฮาลาล ที่พักที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม สถานที่ท่องเที่ยว และสถานพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวมุสลิมที่เดินทางมาไต้หวันสามารถใช้ชีวิต และรับประทานอาหารได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ปัจจุบันสินค้าไต้หวันที่ได้รับการรับรอง Perfect Halal (ฮาลาล สมบูรณ์แบบ) ยังได้ขยายตลาดเข้าสู่ประเทศอิสลาม แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ของความเป็นมิตรและความอร่อยของอาหารไต้หวัน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ปัจจุบัน ไต้หวันมีชาวมุสลิมที่เป็นคนท้องถิ่น ประมาณ 50,000 คน และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 เป็นต้นมา รัฐบาลไต้หวันได้เปิดรับแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศ ทำให้จำนวนประชากรมุสลิมในไต้หวันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อรวมกับกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่และนักเรียนต่างชาติ ปัจจุบันคาดการณ์ว่ามีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ในไต้หวัน ประมาณ 300,000 คน นอกจากนี้ จากสถิติของสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน พบว่า จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6 ล้านคนในปี ค.ศ. 2023 มีประมาณร้อยละ 20 เป็นชาวมุสลิม</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ไต้หวันเป็นสังคมที่มีความหลากหลาย และยินดีต้อนรับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างมาก จึงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม และการท่องเที่ยวฮาลาล สังเกตได้จากสถานที่สำคัญ สถานพยาบาล และแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งที่มีห้องละหมาด และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการชำระล้างร่างกาย ไม่ใช่หลายประเทศที่มีแบบนี้ แต่ไต้หวันกระตือรือร้นมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน การหาอาหารที่ได้รับการรับรองฮาลาลในไต้หวันนั้นง่ายมาก แม้แต่อาหารที่ไม่ได้รับการรับรอง ก็มักจะเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมเช่นกัน</p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=101453</guid>
      <pubDate>Sun, 05 Apr 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260405_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36017280" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพของชาวมุสลิมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของไต้หวัน เพราะจาก<span>ดัชนีการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลก หรือ Global Muslim Tourism Index (GMTI) โดย CrescentRating และ Mastercard มักจัดให้ไต้หวันอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ การที่ไต้หวันมีจำนวนร้านอาหารที่ได้รับการรับรองฮาลาล ที่พักที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม สถานที่ท่องเที่ยว และสถานพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวมุสลิมที่เดินทางมาไต้หวันสามารถใช้ชีวิต และรับประทานอาหารได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ปัจจุบันสินค้าไต้หวันที่ได้รับการรับรอง Perfect Halal (ฮาลาล สมบูรณ์แบบ) ยังได้ขยายตลาดเข้าสู่ประเทศอิสลาม แสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ของความเป็นมิตรและความอร่อยของอาหารไต้หวัน</span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/a564dd90-a735-4786-b7ec-a452b2d22c85.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>259</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 31 มี.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99986</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; กระแสบลูเบอร์รีในไต้หวันกำลังมาแรง ปี 2025 มีการนำเข้าบลูเบอร์รีสดสูงถึง 6,696 ตัน เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจากปีก่อน มูลค่ารวม 1.7 พันล้านเหรียญไต้หวัน สะท้อนความต้องการของตลาดที่พุ่งสูง ขณะที่ผลผลิตในประเทศยังไม่เพียงพอ แม้ราคาบลูเบอร์รีไต้หวันจะแพงกว่านำเข้าราว 3 เท่า แต่จุดเด่นคือปลูกแบบไม่ใช้สารกำจัดศัตรูพืช เนื้อแน่นกรอบและมีกลิ่นหอมชัด ทำให้เกษตรกรยังเชื่อมั่นในอนาคตของตลาด และเริ่มรวมตัวตั้งสหกรณ์เพื่อพัฒนาเส้นทาง &ldquo;บลูเบอร์รีพรีเมียม&rdquo; รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แม้บลูเบอร์รีจะเป็นไม้ผลเขตอบอุ่น แต่พันธุ์ที่ต้องการความหนาวต่ำสามารถปลูกในไต้หวันได้ และเริ่มมีผลผลิตเพิ่มขึ้น เกษตรกรบางราย&nbsp;เช่น หยางซื่ออี้(楊士藝) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ &ldquo;莓果日記 (Berry Life)&rdquo; ได้ขยายพื้นที่ปลูกจากแปลงเล็กจนถึงระดับเฮกตาร์ และขายหมดทุกปี สะท้อนว่าตลาดยังมีศักยภาพสูง ขณะเดียวกัน เกษตรกรในเหมียวลี่ก็รวมตัวก่อตั้ง &ldquo;สหกรณ์ผลเบอร์รียั่งยืนเหมียวลี่&rdquo; มีสมาชิก 11 ราย พื้นที่ปลูกรวมราว 4&ndash;5 เฮกตาร์ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและขยายช่องทางตลาด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อย่างไรก็ตาม เส้นทางการปลูกบลูเบอร์รีไม่ได้ง่าย ต้นทุนเริ่มต้นค่อนข้างสูง พื้นที่เพียง 1 เฟิน( 969.9 ตร.ม.)&nbsp;ต้องลงทุนราว 700,000 เหรียญไต้หวัน อีกทั้งยังต้องรับมือโรคและแมลง ขณะที่หลายสวนปลูกแบบไม่ใช้สารเคมี ทำให้ต้นทุนการจัดการสูงขึ้น นอกจากนี้ บลูเบอร์รียังเก็บรักษาได้เพียงประมาณ 3 สัปดาห์ และตลาดขายส่งยังไม่มีระบบประมูลเฉพาะ เกษตรกรจึงต้องวางแผนช่องทางจำหน่ายล่วงหน้า หรือเพิ่มมูลค่าด้วยกิจกรรมอย่าง ท่องเที่ยวเก็บผลไม้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;แม้บลูเบอร์รีนำเข้าขนาด 125 กรัมจะมีราคาเพียง 50&ndash;80 เหรียญไต้หวัน แต่บลูเบอร์รีที่ปลูกในประเทศมีราคาสูงถึง 150&ndash;200 เหรียญไต้หวัน หรือมากกว่าราว 2&ndash;4 เท่า อย่างไรก็ตาม หยางซื่ออี้ชี้ว่า จุดอยู่รอดของบลูเบอร์รีไต้หวันคือการสร้างความแตกต่างด้านคุณภาพ ทั้งความปลอดภัยจากการไม่ใช้สารเคมี เนื้อแน่นกรอบ และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ต่างจากบลูเบอร์รีนำเข้าที่เนื้อนุ่มและรสชาติค่อนข้างจืด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลี่หงเซวียน(李虹萱) เกษตรกรปลูกบลูเบอรี่เมืองเหมียวลี่&nbsp;บอกว่ากลุ่มลูกค้าของบลูเบอร์รีนำเข้าและบลูเบอร์รีในประเทศแตกต่างกัน หากสร้างแบรนด์ของตัวเองได้ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการแข่งขัน ขณะที่จุดเด่นสำคัญของบลูเบอร์รีไต้หวันคือสามารถเก็บเกี่ยวเมื่อผลสุกเต็มที่ ทำให้รสชาติหวานเข้มข้นและสดใหม่ เธอยังแนะนำว่า แม้ช่วงหลังเกษตรกรจำนวนมากสนใจปลูกบลูเบอร์รี แต่ควรประเมินความพร้อมอย่างรอบคอบ ทั้งวิธีการปลูก การจัดการสวน และสภาพพื้นที่ โดยเหมาะกับเกษตรกรที่มีพืชหลักอยู่แล้ว เพราะฤดูกาลเก็บเกี่ยวไม่ทับซ้อน สามารถเป็นพืชเสริมที่ช่วยเพิ่มรายได้และกระจายความเสี่ยงได้</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99986</guid>
      <pubDate>Tue, 31 Mar 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260331_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36030720" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 31 มี.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 31 มี.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; กระแสบลูเบอร์รีในไต้หวันกำลังมาแรง ปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">2025 </span><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">มีการนำเข้าบลูเบอร์รีสดสูงถึง </span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">6,696 </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ตัน</span></b><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"> เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจากปีก่อน มูลค่ารวม </span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">1.7 </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">พันล้านเหรียญไต้หวัน</span></b><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"> สะท้อนความต้องการของตลาดที่พุ่งสูง ขณะที่ผลผลิตในประเทศยังไม่เพียงพอ แม้ราคาบลูเบอร์รีไต้หวันจะแพงกว่านำเข้าราว </span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">3 </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">เท่า</span></b><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"> แต่จุดเด่นคือปลูกแบบไม่ใช้สารกำจัดศัตรูพืช เนื้อแน่นกรอบและมีกลิ่นหอมชัด ทำให้เกษตรกรยังเชื่อมั่นในอนาคตของตลาด และเริ่มรวมตัวตั้งสหกรณ์เพื่อพัฒนาเส้นทาง </span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">&ldquo;</span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">บลูเบอร์รีพรีเมียม&rdquo;</span></b><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"> รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น</span><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/b588bfbd-d075-4222-b767-d1b454db1e63.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>258</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 31 มี.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99996</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นครเกาสงเดินหน้าสร้าง &ldquo;AI City&rdquo; </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นครเกาสงของไต้หวันกำลังเร่งพัฒนาเมืองสู่การเป็น &ldquo;AI City&rdquo; หรือเมืองอัจฉริยะยุคใหม่ โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นเมืองแรกของโลกที่นำแนวคิด &ldquo;Sovereign AI ระดับเมือง&rdquo; มาใช้ในการบริหารจัดการเมืองอย่างเป็นระบบ แนวคิดดังกล่าวหมายถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เมืองสามารถควบคุมและใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลนครเกาสงกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Nvidia และบริษัทด้านวิเคราะห์ภาพอัจฉริยะ Linker Vision โดยมีการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI สำหรับการบริหารเมือง ซึ่งสามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เช่น กล้องตรวจการณ์ ระบบจราจร และข้อมูลสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยให้หน่วยงานรัฐสามารถตัดสินใจและจัดการปัญหาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หัวใจสำคัญของระบบคือการใช้เทคโนโลยี Vision Language Model (VLM) ที่ช่วยให้ AI สามารถเข้าใจข้อมูลภาพและบริบทของเหตุการณ์ในเมืองได้ เช่น การตรวจจับหลุมบ่อบนถนน การจราจรติดขัด การทิ้งขยะผิดที่ หรือการคาดการณ์น้ำท่วม เมื่อระบบตรวจพบเหตุการณ์ผิดปกติ ก็จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เช่น หน่วยงานโยธา ตำรวจจราจร หรือสำนักงานสิ่งแวดล้อม ทำให้การแก้ไขปัญหาจากเดิมที่เป็นการตอบสนองเชิงรับ เปลี่ยนเป็นการบริหารจัดการเชิงรุก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากนี้ เกาสงยังร่วมมือกับ Nvidia ในการพัฒนา &ldquo;Digital Twin&rdquo; หรือแบบจำลองเมืองเสมือน โดยใช้เทคโนโลยี Nvidia Omniverse เพื่อสร้างแบบจำลองพื้นที่เมืองกว่า 80 ตารางกิโลเมตร ระบบนี้สามารถจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น น้ำท่วมใหญ่ อุบัติเหตุขนาดใหญ่ หรือความแออัดของการจราจร เพื่อช่วยให้ผู้บริหารเมืองสามารถวิเคราะห์และวางแผนรับมือเหตุการณ์ได้ล่วงหน้า</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โครงการ AI City ของเกาสงยังได้รับรางวัล Smart City Innovative Application Award 2026 จาก Taiwan Smart City Solutions Alliance สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของไต้หวันในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และอาจกลายเป็นต้นแบบให้เมืองต่าง ๆ ทั่วโลกนำไปประยุกต์ใช้ในอนาคต</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99996</guid>
      <pubDate>Tue, 31 Mar 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260331_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36009600" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 31 มี.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 31 มี.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #e67e23;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">นครเกาสงเดินหน้าสร้าง &ldquo;</span></b></span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><span style="color: #e67e23;">AI City&rdquo;</span> </span></b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/64760545-5426-49ac-9cf5-49861a61f6af.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>257</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 30 มี.ค.69 : นักโภชนาการเผย 6 สาเหตุของตะคริว พร้อมรายการอาหารตัวท็อปป้องกันตะคริว]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=100829</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.ใครเคยเป็นตะคริวตอนกลางคืนที่ปวดจนต้องกุมขาร้องบ้าง ทราบหรือไม่ว่า &nbsp;ถ้าเป็นตะคริวบ่อย คือสัญญาณเตือนว่า กล้ามเนื้อทำงานหนัก แต่ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่ถูกต้อง นักโภชนาการเน้นว่า การป้องกันตะคริว ไม่ใช่แค่กินแคลเซียมอย่างเดียว แต่ต้องเติมแร่ธาตุให้ครบ + ดื่มน้ำให้เพียงพอ สาเหตุของตะคริวไม่ได้มีแค่เรื่องเดียว แต่เกิดจากการที่ร่างกาย &ldquo;ขาดสารอาหาร&rdquo; ร่วมกับ &ldquo;ความกดดันจากสภาพแวดล้อม&rdquo; มาดูกันว่าคุณมีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้หรือไม่ !</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">6 สาเหตุของตะคริว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลายคนคิดว่าตะคริวเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เฉินเพ่ยฉุน (陳珮淳) นักโภชนาการชี้ว่า เบื้องหลังการเป็นตะคริวมักเกิดจาก 6 สาเหตุ ดังต่อไปนี้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.เหงื่อออกมากในหน้าร้อน ทำให้อิเล็กโทรไลต์สูญเสียอย่างรวดเร็ว อิเลกโทรไลต์คือแร่ธาตุในร่างกายที่ละลายในน้ำแล้วสามารถนำไฟฟ้าได้ อาทิ โซเดียม (Sodium) ที่มีหน้าที่ควบคุมสมดุลน้ำและความดัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โพแทสเซียม (Potassium) ช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจ แคลเซียม (Calcium) ช่วยการหดตัวของกล้ามเนื้อ แมกนีเซียม (Magnesium) ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่งผลให้สัญญาณการทำงานของกล้ามเนื้อผิดปกติ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.นั่งนานหรือยืนนานเกินไป การไหลเวียนเลือดไม่ดี ทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนขาดออกซิเจน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3.เปิดแอร์นานเกินไป อุณหภูมิที่ต่ำเกินไปทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งโดยไม่รู้ตัว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">4.ดื่มน้ำน้อย + ดื่มชานม/เครื่องดื่มรสหวานทุกวัน ทำให้เกิดการสูญเสียสัมดุลของอิเล็กโทรไลต์</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;โดยเครื่องดื่มรสหวานจะเร่งให้ร่างกายสูญเสียแร่ธาตุแมกนีเซียม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">5.ท่านอนที่ไม่เหมาะสม ขากดทับเส้นเลือดเป็นเวลานาน จึงทำให้เกิดตะคริวตอนกลางคืนได้ง่าย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">6.พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ดี เช่น นอนดึก ดื่มแอลกอฮอล์ หรือกินอาหารแปรรูปมากเกินไป ทำให้แร่ธาตุในร่างกายลดลงโดยไม่รู้ตัว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ถ้าตะคริวเกิดซ้ำ ๆ นั่นคือสัญญาณเตือนว่า กล้ามเนื้อทำงานหนัก แต่ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่ถูกต้อง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นักโภชนาการเน้นว่า การป้องกันตะคริว ไม่ใช่แค่กินแคลเซียมอย่างเดียว แต่ต้องเติมแร่ธาตุให้ครบ + ดื่มน้ำให้เพียงพอ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ตะคริวคืออะไร</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ตะคริว คือ อาการหดเกร็งอย่างเฉียบพลันของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเกร็งเป็นก้อน ก่อให้เกิดความเจ็บปวดบริเวณที่เกิดตะคริว กิจกรรมที่เราทำในแต่ละวันอาจทำให้เป็นตะคริวได้โดยไม่รู้ตัว อาทิเกิดจากการเดินเยอะ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ เช่น นั่งนาน ยืนบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน หรืออาจเกิดโรคประจำตัว เช่น โรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคพาร์กินสัน โรคอัมพฤกษ์-อัมพาต กรณีนี้แพทย์จะให้ยาป้องกันการเกิดตะคริว อย่างไรก็ดี เมื่อเป็นตะคริวแต่ละครั้งจะเจ็บปวดอย่างมาก ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากเป็น เพราะหากเกิดขึ้นระหว่างทำกิจกรรมต่าง ๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ แต่ทำไมคนเราถึงเป็นตะคริว และจริงไหมที่ตะคริวอาจเป็นสัญญาณบอกโรคบางอย่างได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ตะคริวเกิดขึ้นที่ไหนได้บ้าง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เกิดได้ทุกส่วนของร่างกาย ส่วนมากมักเกิดที่กล้ามเนื้อน่องหรือขา เพราะเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้งานบ่อย บางรายอาจเป็นที่แขนหรือมือจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ ตะคริวในคนทั่วไปมักจะหายได้เองเมื่อพัก และสัมพันธ์กับกิจกรรมที่ทำ&nbsp; แต่หากเป็นตะคริวบ่อยและเริ่มรบกวนการนอน ร่วมกับมีอาการอื่น เช่น ชา แสบร้อน พักแล้วไม่หาย ขาซีด ถือว่าเป็นตะคริวที่ไม่ปกติ ควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ความเชื่อเกี่ยวกับตะคริว </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ตะคริวเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนจึงมีความเชื่อที่มักจะถูกแชร์ต่อ ๆ กันมา ความเชื่อเหล่านี้ เรื่องไหนจริงหรือหลอก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ความเชื่อที่ 1 เป็นตะคริวบ่อยมีความเสี่ยงหลอดเลือดแดงแข็ง </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ความเชื่อนี้จริงบางส่วน เพราะตะคริวเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากความเมื่อยล้า หรือบ่งบอกว่ามีโรคซ่อนอยู่ก็ได้ เช่น หลอดเลือดแดงแข็งตัว ไทรอยด์ หลอดเลือดสมอง ปอด เอ็นประสาทอักเสบ อย่างไรก็ตาม อาการปวดจากตะคริวมีความแตกต่างจากอาการปวดจากโรคที่ซ่อนอยู่ หากเป็นตะคริว กล้ามเนื้อจะเกร็ง เมื่อพักแล้วจะดีขึ้น แต่หากปวดจากโรคอื่น เช่น หลอดเลือดแดงแข็งตัว คนไข้จะรู้สึกเย็นและชาร่วมด้วย เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ จะปวดมากขึ้น แต่เมื่อพักแล้วอาการจะหายไป</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ความเชื่อที่ 2 เป็นตะคริวตอนนอน เพราะดื่มน้ำไม่พอ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ความเชื่อนี้จริงบางส่วน การสูญเสียน้ำเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเป็นตะคริว สังเกตได้ว่านักกีฬาส่วนมากมักเป็นตะคริวจากการออกกำลังกายอย่างหนัก หรือเมื่อร่างกายเสียน้ำมาก และไม่ได้มีการยืดเหยียดร่วมด้วย ในคนทั่วไปที่ออกกำลังกายหรือเดินมาก และดื่มน้ำไม่เพียงพอก็อาจทำให้เป็นตะคริวได้ ฉะนั้น ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอในวันที่ออกกำลังกายหรือเดินเยอะ อาจยืนบนแท่นยืดเหยียดเพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อด้วยก็ได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ความเชื่อที่ 3 เป็นตะคริวให้กินของเค็ม เพราะร่างกายขาดเกลือแร่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ความเชื่อนี้ไม่จริง หลายคนเชื่อว่ากินเค็มแล้วจะไม่เป็นตะคริว เพราะสับสนว่าเกลือแร่กับของเค็มเป็นเรื่องเดียวกัน หากร่างกายขาดเกลือแร่จนเกิดตะคริว แนะนำให้ทานแมกนีเซียมเสริม หรือทานอาหารที่มีแคลเซียมเพื่อป้องกันการเกิดตะคริว ซึ่งอาหารที่มีเกลือแร่หรือแมกนีเซียมพบได้ในเต้าหู้ น้ำเต้าหู้ และกล้วย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แก้การ เป็นตะคริว ด้วยวิธีง่าย ๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หากเป็นที่น่องให้กระดกขาขึ้นค้างเอาไว้สักพัก กล้ามเนื้อที่เกร็งจะค่อย ๆ คลายตัวลง </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.นวดเบา ๆ แต่ไม่ควรกด เพราะจะยิ่งเจ็บ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3.ประคบเย็นตรงที่มีอาการปวด จะช่วยให้หายเร็วขึ้น โดยทั่วไปเมื่อพักแล้วตะคริวจะหายได้เองใน 5 นาที หรือภายหลังการยืดเหยียด 2-3 นาที</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แม้ตะคริวจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนเมื่อมีการใช้งานกล้ามเนื้ออย่างหนัก หรืออยู่ในท่าเดิมนาน ๆ แต่หากเรารู้วิธีรับมือและวิธีการป้องกันที่ถูกต้องก็จะลดโอกาสการเกิดตะคริว และการเจ็บกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงเมื่อเกิดตะคริวได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">รายการอาหารช่วยป้องกันตะคริว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.แมกนีเซียม (ช่วยผ่อนคลายเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ) อาหารที่มีแมกนีเซียมสูงได้แก่ เมล็ดฟักทอง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ถั่วดำ กล้วย ผักใบเขียวเข้ม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.โพแทสเซียม (ช่วยควบคุมสมดุลน้ำและการส่งสัญญาณประสาท) พบมากใน กีวี มันเทศ อะโวคาโด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ถั่วแระญี่ปุ่น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3.แคลเซียม (ช่วยประสานการหดตัวของกล้ามเนื้อ) พบมากในเต้าหู้ ปลาเล็กปลาแห้ง งา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">4.น้ำ (ช่วยรักษาสมดุลอิเล็กโทรไลต์) ควรดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง น้ำมะพร้าว เครื่องดื่มเกลือแร่แบบไม่ใส่น้ำตาล</p>
&nbsp;2. เล่นมือถือนานๆ ทำให้ตาบอดได้จริงหรือ?
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัจจุบันเป็นยุค IT ที่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในชีวิตประจำวันของทุกคนมีการใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนกัน ไม่มากก็น้อย ทำให้ทุกคนเริ่มตื่นตัวกับปัญหาที่จะตามมาของใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ และมีกลุ่มโรคใหม่ที่พบได้มากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ โรค Computer Vision Syndrome (CVS) ที่มักมีอาการตาแดง แสบตา เคืองตา น้ำตาไหล ตามัวเป็นพักๆ หรือเกิดภาวะสายตาสั้นชั่วคราว นอกจากนี้ยังมีอาการปวดคอเรื้อรัง เนื่องจากการนั่งในท่าเดิม ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อันตรายจากการใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนสามารถทำให้ตาบอดได้หรือไม่?คำตอบคือ ไม่ได้ เท่าที่ทราบสิ่งที่ทำให้ทุกคนกังวลใจว่าจะตาบอดจากการใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนคงเกิดจากประเด็นเรื่องรังสี UV และแสงสีฟ้า (Blue Light) ดังนั้น เรามาทำความรู้จักรังสี UV กัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">รังสี UV เกิดขึ้นจากดวงอาทิตย์ ซึ่งมี UVA UVB และ UVC โดย UVC จะถูกโอโซนของโลกเป็นตัวป้องกันไว้ ส่วน UVA และ UVB นั้นจะทะลุเข้ามาภายในโลกของเราได้ แต่โอกาสที่จะเข้าไปทำลายจอประสาทตาได้นั้นมีน้อยมากเนื่องจากรังสี UVA และ UVB จะถูกดูดกลืนแสงไว้ 99% และตกไปยังจอประสาทตาเพียง 1% เท่านั้น ซึ่งไม่มีรังสีเหล่านี้ออกมาจากคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แสงสีฟ้า หรือ Blue Light คือแสงที่มีความยาวคลื่นสั้นอยู่ที่ 380-500 นาโนเมตร ทำให้มีการกระจายตัวของแสงสีได้มาก จึงทำให้มีอาการปวดตา สายตาล้าได้ง่าย แต่แสงสีฟ้าไม่ได้มีแต่โทษเท่านั้น ประโยชน์ของแสงสีนี้คือ การกระตุ้นให้ร่างกายมีการตื่นตัว การใช้แสงสีนี้อาจมีผลต่อระบบการนอนและการตื่นของร่างกายได้ ซึ่งแสงสีฟ้าสามารถพบได้ทั่วไปจากแสงอาทิตย์ จากหลอดไฟ&nbsp; จากคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แต่แสงสีฟ้าไม่ได้ทำให้ผู้ใช้ตาบอดแต่อย่างใด เพียงแต่ทำให้ผู้ใช้ไม่สบายตา เมื่อใช้ คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน เป็นเวลานานๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่เคยมีคนกล่าวไว้ว่า การใช้มือถือในที่มืดจะทำให้เกิดจอประสาทตาเสื่อม หรือ จอประสาทตาหลุดนั้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไม่เป็นความจริงอย่างมาก เนื่องด้วยจากงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ ยังไม่พบความสัมพันธ์ของแสงสีฟ้า Blue Light กับการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมอย่างชัดเจน เพราะโรคนี้เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่แสงสีฟ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; โดยสรุป คือ การใช้งานคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน ในที่มืดไม่ได้ทำให้ตาบอดแต่จะทำให้เกิดความไม่สบายตามากกว่าการเล่นขณะเปิดไฟ เพราะจะต้องเพ่งมากกว่าปกติ และมีแสงสะท้อนเข้าตามากกว่าปกติ ทำให้เกิดความไม่สบายตา ทำให้ตาล้ามากขึ้น อาการจากใช้อุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นอาการเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อพักและหยุดใช้งานไป ก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">การใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือเป็นเวลานาน ๆ โดยไม่หยุดพักสายตา มักนำไปสู่ โรค Computer Vision Syndrome (CVS) ที่มักมีอาการตาแดง แสบตา เคืองตา น้ำตาไหล ตามัวเป็นพักๆ (ภาพจาก healthyd.com)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม &nbsp;โรคฮิตของคนติดจอ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในสังคมปัจจุบันที่หลายคนต้องใช้การสื่อสารทางออนไลน์มากขึ้น ทั้งเรื่องการเรียนออนไลน์ การประชุม การค้าขาย หรือทำธุรกิจต่างๆ ผ่านการใช้จอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ท หรือ สมาร์ทโฟน ซึ่งการใช้งานสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพตา ทำให้เกิดอาการตาแห้ง เคืองตา ปวดรอบกระบอกตา ร่วมกับปวดกล้ามเนืื้อ ปวดไหล่ และต้นคอได้ ซึ่งกลุ่มอาการนี้เรียกว่า Computer Vision Syndrome (CVS)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม คือ กลุ่มอาการทางตาและการมองเห็นที่เกิดจากการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาของการใช้งาน จากการศึกษาประเทศอเมริกา รายงานว่าพบภาวะนี้ได้ถึง 90% ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ชม. โดยไม่หยุดพัก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการที่พบบ่อย เช่น ตาแห้ง แสบเคืองตา ปวดกระบอกตา ตาล้า สู้แสงไม่ได้ โฟกัสได้ช้า หรือ ตาพร่ามัว นอกจากนั้นยังมีรายงานการศึกษาถึงความเสี่ยงของการมีค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้น ซี่งสัมพันธ์กับระยะเวลาการใช้คอมพิวเตอร์อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีอาการทางระบบกล้ามเนื้อ เช่น ปวดต้นคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดศีรษะ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การป้องกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1. ปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ปรับความสว่างของหน้าจอ ไม่จ้ามากเกินไปจนแสบตา ปรับสีของตัวอักษร และพื้นหลังให้มองเห็นได้คมชัด โดยมาตรฐานที่แนะนำคือ ตัวอักษรสีเข้ม บนพื้นสว่าง จะมองได้สบายตาที่สุด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ใช้แผ่นกรองแสงติดหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยลดแสงจ้าและแสงสะท้อน จึงมองภาพได้สบายตา ลดอาการตาล้าได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2. ปรับสถานที่และโต๊ะที่นั่งทำงานคอมพิวเตอร์ ระยะห่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงระดับสายตา ควรมีระยะประมาณ 20 - 28 นิ้ว ปรับระดับหน้าจอให้ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 5 - 6 นิ้ว เพื่อลดอาการตาแห้ง ปวดคอ ปวดไหล่ จากการก้มหรือเงยที่มากเกินไปได้ แป้นพิมพ์และเม้าส์ ควรอยู่ต่ำกว่าระดับข้อศอก และวางในระยะที่ใกล้ตัวที่ใช้งานได้สบาย ไม่เหยียดแขน สามารถใช้ที่รองข้อมือ เพื่อช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3. ปรับแสงสว่างในห้องทำงาน ลดแสงสว่างจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เพดาน หรือโคมไฟที่โต๊ะทำงาน รวมทั้งปิดม่านหรือหน้าต่างเพื่อลดแสงสว่างจากภายนอก เนื่องจากแสงจ้าจะทำให้เกิดแสงสะท้อนที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้มองภาพได้ไม่คมชัด ต้องเพ่งมากขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">4. การพักสายตาระหว่างการทำงานอย่างสม่ำเสมอ หลังจากนั่งทำงานต่อเนื่องกัน 2 ชั่วโมง ควรหยุดพัก 15 นาที โดยลุกเดิน หรือทำงานที่ไม่ได้โฟกัสหน้าจอจะช่วยลดอาการปวดเมื่อยล้า และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">5. การหยอดน้ำตาเทียม ควรหยอดน้ำตาเทียมเป็นประจำ เพื่อช่วยลดอาการตาแห้ง แสบเคืองตา จากการที่กระพริบตาลดลง เนื่องจากจ้องมองคอมพิวเตอร์ และช่วยให้สบายตามากขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">6. ใช้แว่นสายตาที่เหมาะสม ควรตรวจวัดสายตา เพื่อดูความเหมาะสมของแว่นที่ใส่อยู่กับค่าสายตา เพราะการสวมแว่นสายตาที่ผิดไปจากค่าสายตาจริง ทำให้การโฟกัสภาพได้ยาก ภาพไม่คมชัด เกิดอาการปวดกระบอกตาและปวดศีรษะได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ปัจจุบันโรค Computer Vision Syndrome เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเรา หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องจะส่งผลให้เกิดอาการรุนแรงได้ ถ้ามีอาการอยู่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;ที่มาข้อมูล </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1. health.tvbs.com.tw</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.rama.mahidol.ac.th</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3. siphhospital.com</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=100829</guid>
      <pubDate>Mon, 30 Mar 2026 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260330_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36032640" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 30 มี.ค.69 : นักโภชนาการเผย 6 สาเหตุของตะคริว พร้อมรายการอาหารตัวท็อปป้องกันตะคริว</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 30 มี.ค.69 : นักโภชนาการเผย 6 สาเหตุของตะคริว พร้อมรายการอาหารตัวท็อปป้องกันตะคริว</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #236fa1;"><b><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">1.</span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">ใครเคยเป็นตะคริวตอนกลางคืนที่ปวดจนต้องกุมขาร้องบ้าง</span></b></span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"> ทราบหรือไม่ว่า <span style="mso-spacerun: yes;">&nbsp;</span>ถ้าเป็นตะคริวบ่อย คือสัญญาณเตือนว่า กล้ามเนื้อทำงานหนัก แต่ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่ถูกต้อง นักโภชนาการเน้นว่า การป้องกันตะคริว ไม่ใช่แค่กินแคลเซียมอย่างเดียว แต่ต้องเติมแร่ธาตุให้ครบ + ดื่มน้ำให้เพียงพอ สาเหตุของตะคริวไม่ได้มีแค่เรื่องเดียว แต่เกิดจากการที่ร่างกาย </span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">&ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">ขาดสารอาหาร</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">&rdquo; </span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">ร่วมกับ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">&ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">ความกดดันจากสภาพแวดล้อม</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">&rdquo; </span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">มาดูกันว่าคุณมีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้หรือไม่ !</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/27c25ac7-3380-495e-adb1-111e82f61a0f.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>256</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=100923</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะขอเตือนภัยวิธีการกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้หลอกหลวงต้มตุ๋นคนไต้หวันมากที่สุด 10 อันดับแรกในช่วงปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 2) ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว รูปแบบการฉ้อโกงก็พัฒนาไปอย่างซับซ้อนและแนบเนียนมากขึ้น ข้อมูลสถิติ "จากแดชบอร์ดต้านโกง 165" ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวันระบุว่า ปี 2025 จำนวนคดีฉ้อโกงต่อเดือนสูงถึง 16,423 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 8,540 ล้านเหรียญไต้หวัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประชาชนทั่วไป แต่ยังรวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันมิจฉาชีพยังใช้กลยุทธ์ใหม่โดยแอบอ้างชื่อเสียงของคนดัง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ จนทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยสูญเสียทรัพย์สินโดยไม่ทันตั้งตัว</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ดังนั้นเพื่อตอบรับกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น บริษัทด้านเทคโนโลยีข้อมูลอย่าง Big Data Co., Ltd. จึงได้พัฒนาเครื่องมือโดยใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์เชิงลึก ทั้งด้านภาษา พฤติกรรม และลักษณะของช่องทาง เพื่อช่วยตรวจจับการปลอมแปลงและแจ้งเตือนล่วงหน้าแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อมีการร้องขอให้โอนเงิน หรือมีข้อความแจ้งเตือนผิดปกติจากหน่วยงาน ธนาคาร หรือฝ่ายบริการลูกค้า รวมถึงการขอข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจนำไปสู่การฉ้อโกง ในสถานการณ์เช่นนี้ การมีสติ ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ และไม่หลงเชื่อโดยง่าย คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการตก</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 1 交友詐騙 (หลอกลวงผ่านการคบหา)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2&nbsp;出國勒贖詐騙 (หลอกลวงเรียกค่าไถ่จากการเดินทางไปต่างประเทศ)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3 貨到付款詐騙 (การหลอกลวงผ่านการซื้อของแล้วเก็บเงินปลายทาง)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4 交易詐騙 (หลอกลวงผ่านการทำธุรกรรม)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5 釣魚簡訊盜帳號 (แฮกบัญชีธนาคาร)</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=100923</guid>
      <pubDate>Sun, 29 Mar 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260329_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36013440" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะขอเตือนภัยวิธีการกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้หลอกหลวงต้มตุ๋นคนไต้หวันมากที่สุด 10 อันดับแรกในช่วงปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 2) ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว รูปแบบการฉ้อโกงก็พัฒนาไปอย่างซับซ้อนและแนบเนียนมากขึ้น ข้อมูลสถิติ "จากแดชบอร์ดต้านโกง 165" ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวันระบุว่า ปี 2025 จำนวนคดีฉ้อโกงต่อเดือนสูงถึง 16,423 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 8,540 ล้านเหรียญไต้หวัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประชาชนทั่วไป แต่ยังรวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันมิจฉาชีพยังใช้กลยุทธ์ใหม่โดยแอบอ้างชื่อเสียงของคนดัง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ จนทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยสูญเสียทรัพย์สินโดยไม่ทันตั้งตัว</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/4/original/3be1c4d1-a2f7-4d34-82f5-649766c57092.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>255</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 24 มี.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99983</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&ldquo;ไถวานเตียว&rdquo; หรือ Taiwan Tilapia (臺灣鯛) คือปลานิลคุณภาพสูงที่เพาะเลี้ยงตามมาตรฐานอาชีพ จนกลายเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของไต้หวัน โดยคนท้องถิ่นคุ้นเคยในชื่อ &ldquo;อู๋กัวอวี๋&rdquo;(吳郭魚) ซึ่งชื่อ &ldquo;อู๋กัวอวี๋&rdquo; มีที่มาจากอู๋เจิ้นฮุย (吳振輝) และ กัวฉี่จาง (郭啟彰)ที่นำลูกปลานิลจากสิงคโปร์ เข้ามาเพาะเลี้ยงในไต้หวันจนสำเร็จ จึงตั้งชื่อปลาเพื่อเป็นเกียรติแก่ทั้งสอง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเพาะเลี้ยงปลานิลในไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ต่อมา หน่วยงานวิจัยได้พัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งคุณภาพเนื้อ การเจริญเติบโต และผลผลิต จนถูกทำตลาดในและต่างประเทศภายใต้ชื่อ &ldquo;Taiwan Tilapia&rdquo; เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สู่ตลาดสากล </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อย่างไรก็ตาม แม้อุตสาหกรรมจะพัฒนาไปมาก แต่ปลานิลยังถูกมองว่าเป็นปลาราคาถูกและมีกลิ่นดิน ทำให้ในตลาดสัตว์น้ำที่แข่งขันสูง ยอดขายเติบโตยาก ราคาปรับขึ้นลำบาก ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกร</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในปี 2002 กรมประมงไต้หวัน ร่วมกับผู้ประกอบการสร้าง แบรนด์ &ldquo;ปลานิลไต้หวันไถวานเตียว (Taiwan Tilapia)&rdquo; โดยใช้สายพันธุ์หลักคือ ปลานิลพันธุ์ปรับปรุง(GIFT) และ Nile Red Fish ดังนั้นปลานิลไต้หวันไถวานเตียว จึงไม่เพียงช่วยภาพลักษณ์แบรนด์ แต่ยังสะท้อนการควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะเลี้ยงจนถึงการแปรรูป เฉพาะปลาคุณภาพดีที่ผ่านมาตรฐานการแปรรูป ส่งออก หรือแม้กระทั่งกินดิบ จึงจะเรียกว่า ไถวานเตียว(Taiwan Tilapia) นอกจากนี้ ผู้ประกอบการหลายรายยังได้รับการรับรอง Traceability, ASC (Aquaculture Stewardship Council) เพื่อการเพาะเลี้ยงอย่างยั่งยืน และสมาคมปลานิลไต้หวัน ก็จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2003 เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หากกล่าวถึงคนรุ่นเก่าอาจยังจำภาพ &ldquo;เลี้ยงปลานิลในนา&rdquo; ได้ ตั้งแต่ยุคอาณานิคมญี่ปุ่น มีเกษตรกรเลี้ยงปลาคาร์พในนา แต่ยังไม่แพร่หลาย จนกระทั่งปี 1951 คณะกรรมการเพิ่มผลผลิตประมงไต้หวันของกระทรวงเศรษฐการ ใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติของปลานิลที่โตเร็ว ต้นทุนต่ำ และฤดูการเติบโตตรงกับฤดูทำนา ส่งเสริมให้เลี้ยงปลานิลในนา นอกจากได้โปรตีนจากสัตว์ ยังช่วยการจัดการนา แต่เนื่องจากผลตอบแทนไม่เป็นไปตามคาด สัดส่วนการผลิตลดลงทุกปี และการเพาะเลี้ยงน้ำเค็มเริ่มเป็นศูนย์กลาง ทำให้ภาพปลานิลในนาลดลง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในช่วง 1970 รัฐบาลกลางร่วมกับท้องถิ่น พัฒนาระบบ &ldquo;เกษตรประมงรวม&rdquo; เพื่อเร่งพัฒนาชนบท ให้เลี้ยงปลานิลเพิ่มขึ้น แต่หลายฟาร์มตั้งโรงเรือนสัตว์ใกล้บ่อปลา จึงปล่อยขี้เป็ด ขี้หมูลงบ่อ เพื่อให้ปลานิลและหอยเติบโต แม้ปลาจะโตดี แต่ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่า &ldquo;ปลานิลกินขี้โต&rdquo; แท้จริงแล้วปลานิลไม่ได้กินขี้ เพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย ขี้สัตว์ใช้เพียงเลี้ยงแพลงก์ตอนในบ่อ จากนั้นจึงเก็บแพลงก์ตอนไปให้ปลานิลและหอยกิน ปัจจุบัน ฟาร์มมืออาชีพเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูป การเลี้ยงแบบเก่าที่ทำให้คนคิดว่า &ldquo;กินขี้โต&rdquo; จึงหมดไปแล้ว</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99983</guid>
      <pubDate>Tue, 24 Mar 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260324_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36010560" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 24 มี.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 24 มี.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ไถวานเตียว&rdquo; หรือ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">Taiwan Tilapia (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">臺灣鯛</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">คือปลานิลคุณภาพสูงที่เพาะเลี้ยงตามมาตรฐานอาชีพ จนกลายเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของไต้หวัน โดยคนท้องถิ่นคุ้นเคยในชื่อ </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: 'Segoe UI Emoji'; mso-hansi-font-family: 'Segoe UI Emoji'; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">&ldquo;อู๋กัวอวี๋&rdquo;</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">(</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">吳郭魚</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">)</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> ซึ่งชื่อ &ldquo;อู๋กัวอวี๋&rdquo; มีที่มาจากอู๋เจิ้นฮุย (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">吳振輝</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">และ กัวฉี่จาง (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">郭啟彰</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">)</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ที่นำลูกปลานิลจาก</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: 'Segoe UI Emoji'; mso-hansi-font-family: 'Segoe UI Emoji'; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">สิงคโปร์</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> เข้ามาเพาะเลี้ยงในไต้หวันจนสำเร็จ จึงตั้งชื่อปลาเพื่อเป็นเกียรติแก่ทั้งสอง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเพาะเลี้ยงปลานิลในไต้หวัน</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/a5632f0a-dab4-42d7-b229-c9b0f8b2855e.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>254</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 24 มี.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99990</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">รถบัสไฮโดรเจนไต้หวันบุกยุโรป</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">รถบัสพลังงานไฮโดรเจนจากไต้หวันก้าวสู่เวทียุโรปอย่างเป็นทางการ โดย Hydrogen Valley Power Co., Ltd. (HVPC) นำรถบัสครบคันไปจัดแสดงในงาน Hyvolution Paris 2026 พร้อมสร้างความร่วมมือกับ OPmobility เพื่อขยายตลาดรถพาณิชย์ไฮโดรเจนในยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เทคโนโลยีนี้พัฒนาร่วมกับสถาบันวิจัยและบริษัทไต้หวันหลายแห่ง เช่น ITRI, NCSIST, Advantech และ TECO Electric &amp; Machinery ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบตัวรถ ระบบจัดเก็บไฮโดรเจนแรงดันสูง การจัดการพลังงาน ไปจนถึงระบบควบคุม VCU และ AI ตรวจสอบความปลอดภัยแบบเรียลไทม์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หัวใจของรถบัสไฮโดรเจนคือการผสานระบบพลังงานสามส่วน&mdash;เซลล์เชื้อเพลิง แบตเตอรี่ และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า&mdash;ซึ่งทำงานร่วมกันอย่างแม่นยำ ทีมวิจัยไต้หวันพัฒนาระบบ VCU (Vehicle Control Unit) จัดสรรพลังงานระหว่างเซลล์เชื้อเพลิงและแบตเตอรี่ลิเธียมอย่างเหมาะสม ทำให้รถขับเคลื่อนได้เสถียร ประหยัดพลังงาน และปลอดภัยสูง</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;หลังการจัดแสดง รถบัสจะเข้าสู่ขั้นตอนรับรองมาตรฐานสากล UN R134 จาก T&Uuml;V เยอรมนี และทดสอบความทนทานและความปลอดภัยในไต้หวัน ตอกย้ำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและบทบาทที่เพิ่มขึ้นของไต้หวันในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดระดับโลก</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99990</guid>
      <pubDate>Tue, 24 Mar 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260324_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 24 มี.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 24 มี.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;"><span style="color: #e67e23;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">รถบัสไฮโดรเจนไต้หวันบุกยุโรป</span></b></span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/330601e1-915b-4710-97f3-b98b64ec1834.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>253</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 23 มี.ค. 69 : เชื่อไหม? เดินแบบ Japanese Walking แค่วันละ 30 นาที ฟิตง่าย ได้ผลจริง]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99872</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1. เชื่อไหม ? เดินแบบ Japanese Walking ทางเลือกใหม่สำหรับคนไม่ชอบวิ่ง แค่วันละ 30 นาที ฟิตง่าย ได้ผลจริง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 23.95pt; mso-char-indent-count: 1.33; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เชื่อไหมว่า แค่เดินก็เผาผลาญไขมันได้มาก แถมช่วยเสริมความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือดด้วย! สัปดาห์นี้ขอนำเอา การเดินแบบญี่ปุ่นหรือ Japanese Walking ที่ช่วยเผาผลาญไขมันและต้านภาวะกล้ามเนื้อลดลง แถมเสริมความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือด มาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเดินแบบญี่ปุ่นคืออะไร?</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเดินแบบญี่ปุ่น มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า &ldquo;การฝึกเดินแบบหนักสลับเบา (Interval Walking Training, IWT)&rdquo; ซึ่งถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ การเดินเร็วสลับกับการเดินช้า มีต้นกำเนิดจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยชินชู จังหวัดนางาโนะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2550 และกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่นภายหลังสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่นนำผลการวิจัยมาเสนอให้ชาวญี่ปุ่นได้รู้จัก และส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระแสบน TikTok ที่ทำให้กลายเป็นไวรัล เนื่องจากเป็นวิธีที่มาจากงานวิจัยในญี่ปุ่น ชาวเน็ตจำนวนมากจึงเรียกสั้น ๆ ว่า &ldquo;การเดินแบบญี่ปุ่น&rdquo; และกลายเป็นเทรนด์ลดไขมันที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโซเชียล</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 23.95pt; mso-char-indent-count: 1.33; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยชินชู ซึ่งศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้หญิง 186 คน และผู้ชาย 60 คน (อายุระหว่าง 44&ndash;78 ปี) เป็นเวลา 5 เดือน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 9.0pt; mso-char-indent-count: .5; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.กลุ่มที่เดินออกกำลังกายด้วยการเดินแบบเร็วสลับกับช้า อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 วัน วันละ 5 รอบ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 9.0pt; mso-char-indent-count: .5; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.กลุ่มที่วันละ 8,000 ก้าว ซึ่งเป็นการออกกำลังกายแบบปานกลางหรือประมาณ 50% ของสมรรถภาพแอโรบิกสูงสุด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 9.0pt; mso-char-indent-count: .5; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3.กลุ่มที่ไม่ได้ออกกำลังกาย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 9.0pt; mso-char-indent-count: .5; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผู้สูงอายุที่ทำการออกกำลังกายนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 วัน เป็นเวลา 5 เดือน พบว่ามีสมรรถภาพการใช้ออกซิเจนและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับตอนเริ่มต้น ไม่เพียงช่วยลดการอักเสบในร่างกาย แต่ยังช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับวัย เช่น ภาวะสมองเสื่อม และข้อเสื่อมอีกด้วย </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 23.95pt; mso-char-indent-count: 1.33; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากนี้ยังพบว่า การฝึกเดินแบบเร็วสลับช้า วันละ 30 นาที เป็นเวลา 4 วันต่อสัปดาห์ มีส่วนช่วยให้ความดันโลหิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มขีดความสามารถของร่างกายในการนำออกซิเจนไปใช้ หากปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังพบว่า การเดินแบบเร็วให้ได้ 60 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ช่วยร่างกายในการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ การออกกำลังกายในทั้งสองรูปแบบ ได้ผลดีในทางสุขภาพ มากกว่าการกำหนดเป้าหมาย เดินให้ได้วันละ 10,000 ก้าว ที่ก่อนหน้านี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งนักวิจัยมองว่า ความเร็วของการเดินที่อาจไม่สม่ำเสมอ เป็นตัวแปรสำคัญ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 9pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 9pt; line-height: 18pt; text-align: center;">เชื่อไหม ?&nbsp;แค่เดินก็เผาผลาญไขมันได้มากแถมช่วยเสริมความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือดด้วย ! &nbsp;(ภาพจาก orange.udn.com)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 23.95pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเดินแบบญี่ปุ่นต่างจากการเดินออกกำลังกายทั่วไปที่ใช้ความเร็วคงที่ จัดอยู่ในรูปแบบการออกกำลังกายแบบสลับความหนัก (interval training) โดยเน้นการสลับระหว่างเดินเร็วและเดินช้า บางคนเรียกว่าเดินแบบ 3&times;3 ที่ง่ายจนใครก็เริ่มได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 9.0pt; mso-char-indent-count: .5; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.เดินด้วยความเร็วปกติ 3 นาที</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 9.0pt; mso-char-indent-count: .5; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.เดินด้วยความเร็วสูง 3 นาที (เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้โดยไม่ต้องวิ่ง และไม่เหนื่อยเกินไป)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 9.0pt; mso-char-indent-count: .5; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3.ทำซ้ำ 2 ขั้นตอนนี้เป็นเวลา 30 นาทีหรือมากกว่า (หากยังไหว) </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 23.95pt; mso-char-indent-count: 1.33; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">วิธีสังเกตความเร็วหรือช้าในการเดินของตัวเองมีดังนี้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 9.0pt; mso-char-indent-count: .5; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭เดินเร็ว หมายถึง จะพูดเป็นประโยคยาวๆ ไม่ไหว หายใจแรง เหงื่อออก </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 9.0pt; mso-char-indent-count: .5; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭เดินช้า หมายถึง ยังพอพูดคุยได้ แต่เหงื่อยังซึมๆ อยู่บ้าง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 9.0pt; mso-char-indent-count: .5; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">￭ควรใส่รองเท้ากีฬาให้เหมาะสม และเดินบนพื้นเรียบปลอดภัย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เกลียดการวิ่ง แต่ก็รู้สึกว่าการเดินธรรมดาๆ เบื่อไปแล้ว และยังไม่พร้อมจะออกกำลังกายแบบอื่นที่หนักเกินไป มาลองเทคนิคการเดินแบบญี่ปุ่นที่สลับระหว่างเดินเร็วและเดินช้านี้กัน ใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาที ไม่ต้องอุปกรณ์พิเศษ มีแค่รองเท้าสำหรับเดินสบายๆ สักคู่หนึ่งก็เริ่มได้แล้ว วิธีนี้ทุกคนสามารถทำได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะหมดแรงจนล้มกลิ้งลงบนพื้นเหมือนการออกกำลังกายหนักๆ แบบอื่นๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ข้อดีที่เข้าถึงง่ายและไม่ต้องคิดมาก กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของการออกกำลังกาย </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเดินแบบเร็วสลับช้าเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น แม้แต่ Garmin แบรนด์นาฬิกาสำหรับนักกีฬาที่มีชื่อสัญชาติไต้หวัน ยังรวมโปรแกรมเดินแบบนี้ไว้ในนาฬิกา Vivoactive 6 รุ่นล่าสุด ส่วนเหตุผลที่คนหันมาให้ความสนใจมีหลายอย่าง อันดับแรกเป็นเพราะหลายคนเบื่อกับกระแสฟิตเนสแบบหนักๆ บนโซเชียลมีเดียที่ผลักดันให้ต้องออกแรงให้หนักที่สุดตลอดเวลา และทำซ้ำหลายๆ รอบ คุณอาจเหนื่อยกับการที่ต้องผลักดันตัวเองให้หนักขึ้นเรื่อยๆ หรือคุณอาจกลัวจนไม่เคยลองเลย การเดินแบบญี่ปุ่นเป็นวิธีออกกำลังในระดับกลางๆ อาจดูเหมือนหนักกว่าการเดินเล่นธรรมดา แต่ง่ายกว่าและสนุกกว่า!</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเดินแบบญี่ปุ่นเข้าถึงได้ง่าย แค่มีรองเท้าที่สวมใส่สบายๆ สำหรับการเดินก็เพียงพอแล้ว และนี่คือจุดเริ่มต้นที่อาจเปลี่ยนชีวิตและสุขภาพของคุณได้เลย หยุดคิดมากเกี่ยวกับการออกกำลังกาย และเริ่มทำได้ทันที จะไม่ต้องมาปวดหัวเรื่องรองเท้าวิ่งหรือนาฬิกาฟิตเนส แค่ทำใจให้พร้อม แล้วออกจากบ้านไปเดินด้วยเทคนิคนี้ติดต่อกัน รับรองว่าเมื่อผ่านไปราว 1-3 เดือน จะเห็นผลลัพธ์ที่น่าประทับใจเกี่ยวกับสุขภาพกายและใจของตัวเองได้อย่างแน่นอน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า ถ้าให้เดินเร็ว 30 นาทีรวดเดียว คนส่วนใหญ่จะทำไม่ไหว เพราะเหนื่อยและเบื่อ แต่ถ้าแบ่งเป็นช่วง 3 นาทีเร็ว สลับ 3 นาทีช้า คนทั่วไปสามารถทำได้ถึง 60 - 90% สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น แนะนำให้ เริ่มจากการเดินปกติ 15 - 30 นาทีต่อวัน 2 - 3 ครั้งต่อสัปดาห์ก่อน เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัว ค่อยเพิ่มช่วงเดินเร็วสลับช้าเข้าไป เป้าหมายคือ 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;">ผลการศึกษาพบการเดินแบบ Japanese Walking แค่วันละ 30 นาที ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อและลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ (ภาพจาก fiftyplus.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ประโยชน์ทางกายภาพ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ช่วยลดความดันโลหิต: เมื่อเดินช้าสลับเร็ว ร่างกายจะมีการกระตุ้นหัวใจแบบพอเหมาะ ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-กล้ามเนื้อขาแข็งแรง: ช่วยป้องกันภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในวัยกลางคน และ ผู้สูงอายุ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-เพิ่มความสามารถทางปอดและหัวใจ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ช่วยควบคุมน้ำหนักและลดไขมัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาโรคเบาหวานชนิดที่ 2</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ประโยชน์ต่อสุขภาพจิต</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">- ลดความเครียด นอนหลับดีขึ้น ช่วยเรื่องความจำและอารมณ์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: left;">-เหมาะกับทุกวัย : โดยเฉพาะช่วงอายุ 40 - 75 ปี ที่เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับข้อและระบบไหลเวียนเลือด เพราะทำได้ง่ายกว่าการเดินเร็วต่อเนื่อง และไม่สร้างภาระให้ร่างกายหนักเกินไป</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผู้ที่ควรระวังมีใครบ้าง?</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันสูงรุนแรง ข้อเสื่อมขั้นรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนผู้ที่มีปัญหาการทรงตัว อาจต้องเริ่มอย่างระมัดระวังหรือมีผู้ดูแล </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ดร. มีร์ อาลี (Mir Ali) ศัลยแพทย์จากสหรัฐฯ กล่าวว่า การเดินแบบญี่ปุ่นเป็นการกระตุ้นหัวใจในระดับที่ปลอดภัย ช่วยให้ระบบไหลเวียนทำงานดีขึ้นโดยไม่ต้องใช้เวลาทั้งวันเหมือนการเดิน 10,000 ก้าว และ ดร. บาร์บาร่า วอล์คเกอร์ (Barbara Walker) นักจิตวิทยาด้านสุขภาพ กล่าวว่า หากเดินในที่ที่มีต้นไม้หรือธรรมชาติได้ จะยิ่งเพิ่มผลดีต่อสุขภาพจิตและคุณภาพการนอน จะเห็นได้ว่าแค่เปลี่ยนจังหวะการเดิน ชีวิตก็เปลี่ยนได้ การเดินแบบญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่พิสูจน์มาแล้ว อย่าลืมนะคะเริ่มก่อน เท่ากับ สุขภาพดีก่อน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2. นอนหลับยากทำไงดี ? เคล็ดลับที่ช่วยให้คุณนอนหลับสนิททุกคืน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการนอนไม่หลับ เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งกายและใจ หากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลต่อการทำงาน ความสามารถในการจดจำและอารมณ์ วิธีรักษาอาการนอนไม่หลับมีหลายแนวทาง ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมไปจนถึงการใช้ยา&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">นอนหลับยากทำไงดี ? เคล็ดลับที่ช่วยให้คุณนอนหลับสนิททุกคืน (ภาพจาก health.tvbs.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เคล็ดลับที่ช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับที่ได้ผล พร้อมข้อควรระวังเมื่อต้องใช้ยานอนหลับ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1. จัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การนอนและตื่นในเวลาเดิมทุกวันช่วยให้ร่างกายสร้างวงจรการนอนที่สมดุล ควรหลีกเลี่ยงการงีบกลางวันเกิน 30 นาที เพราะอาจทำให้หลับยากขึ้นในตอนกลางคืน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2. เลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สารนิโคตินในบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อาจรบกวนวงจรการนอนของคุณได้ แม้เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะทำให้ง่วงในช่วงแรก แต่จะทำให้คุณตื่นกลางดึกและนอนไม่หลับต่อ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3. เปลี่ยนสภาพแวดล้อมในห้องนอน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หากที่นอนของคุณแข็งหรือนิ่มเกินไป อากาศในห้องที่เย็นหรือร้อน หรืออากาศไม่ถ่ายเท อาจทำให้รู้สึกไม่สบายและตื่นระหว่างคืน ลองปรับสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้เหมาะสมเพื่อการหลับที่ดีขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">4. เปลี่ยนท่านอน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเลือกท่านอนที่เหมาะสมสามารถช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อหรือปัญหาทางกายภาพที่อาจส่งผลต่อคุณภาพการนอน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">5. กินอาหารว่างที่ไม่หนักเกินไป</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาหารบางชนิดที่มีทริปโตเฟน เช่น กล้วยและโยเกิร์ต อาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและส่งเสริมการนอนหลับในบางกรณี</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">6. อ่านหนังสือที่มีเนื้อหาเบา ๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การอ่านหนังสือช่วยให้สมองผ่อนคลาย ควรเลือกหนังสือที่มีเนื้อหาเบาสมอง ไม่เครียดหรือตื่นเต้นเกินไป</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">7. งดการใช้หน้าจอต่าง ๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การดูเนื้อหาที่สงบและผ่อนคลายอาจช่วยลดความเครียดก่อนนอน แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอที่มีแสงสีฟ้าก่อนนอน เนื่องจากอาจรบกวนวงจรการนอน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">8. ไม่ใช้เตียงทำกิจกรรมอื่น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เตียงนอนควรใช้สำหรับการนอนเท่านั้น หลีกเลี่ยงการทำงานหรือดูโทรศัพท์บนเตียง เพราะอาจทำให้สมองจดจำว่าเตียงนอนไม่ใช่ที่สำหรับพักผ่อน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">9. ไม่ควรมีเสียงหรือแสงรบกวน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การนอนในที่มืดสนิทและเงียบสงบช่วยให้หลับสนิทมากขึ้น หากมีเสียงรบกวนควรใช้ที่อุดหูเพื่อกลบเสียงรอบข้าง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">10. ออกกำลังสม่ำเสมอ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การออกกำลังกายในช่วงเช้าหรือบ่าย ช่วยลดความเครียดและกระตุ้นการนอนที่มีคุณภาพ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักก่อนนอน เพราะอาจทำให้ร่างกายตื่นตัวเกินไป</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">11. นอนให้พอเพียงกับร่างกายต้องการ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ควรนอนให้เพียงพอโดยเฉลี่ย 7-9 ชั่วโมงต่อคืน และหลีกเลี่ยงการฝืนนอนน้อยเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายเครียดสะสม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">12. หลีกเลี่ยงความพยายามที่จะหลับ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยิ่งพยายามบังคับให้ตัวเองหลับมากเท่าไร ยิ่งทำให้เครียดและหลับยากขึ้น ควรปล่อยตัวให้สบายและทำใจให้ผ่อนคลายก่อนเข้านอน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">13. กลัวนอนไม่หลับ ยิ่งทำให้ไม่หลับมากขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การวิตกกังวลเกี่ยวกับอาการนอนไม่หลับจะทำให้สมองตื่นตัว ควรใช้วิธีทำสมาธิหรือฝึกการหายใจเพื่อลดความกังวล</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">14. กิจกรรมช่วยผ่อนคลาย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลาย เช่น วาดภาพ หรืองานฝีมือ อาจช่วยให้รู้สึกสงบและช่วยในการเข้านอนให้ง่ายขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">15. เปลี่ยนแปลงเวลาในการนอน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หากมีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง ควรปรับเวลานอนอย่างค่อยเป็นค่อยไป และพยายามสร้างตารางเวลานอนที่สม่ำเสมอ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">16. ฝึกกรรมฐาน (สมาธิ)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การฝึกสมาธิ เช่น การหายใจลึก ๆ มีส่วนช่วยลดความเครียดและปรับปรุงคุณภาพการนอนในบางคน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">การฝึกสมาธิ เช่น การหายใจลึก ๆ มีส่วนช่วยลดความเครียดและปรับปรุงคุณภาพการนอนในบางคน (ภาพจาก tbcc-community.com)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ข้อควรระวังและผลข้างเคียงเมื่อใช้ยานอนหลับ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ควรใช้ยานอนหลับตามคำแนะนำของแพทย์เสมอ ห้ามซื้อยามากินเองหลีกเลี่ยงการใช้ยานอนหลับเป็นประจำ เพราะอาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะพึ่งพายา ยานอนหลับบางชนิดอาจมีผลข้างเคียง เช่น เวียนศีรษะ มึนงง หรืออุบัติเหตุจากการพลัดตกหกล้มไม่ควรใช้ยานอนหลับร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือยากล่อมประสาทชนิดอื่น เพราะอาจกดระบบประสาทส่วนกลางจนเกิดอันตรายหากใช้ยานอนหลับแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น ฝันร้าย หายใจลำบาก หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรหยุดใช้ยาและปรึกษาแพทย์ทันที การเลิกใช้ยานอนหลับควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันอาการถอนยา</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการนอนไม่หลับอาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือภาวะความเครียด แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนอน หากอาการยังคงอยู่เป็นเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแนวทางรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้การนอนกลับมาเป็นเรื่องง่ายและมีคุณภาพอีกครั้ง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่มาข้อมูล</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่มาข้อมูล</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">1. womenshealthmag.com </p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">2.&nbsp;washingtonpost </p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">3.&nbsp;thestandard.co</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">4.&nbsp;bangkokbiznews.com</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">5. rama.mahidol.ac.th</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99872</guid>
      <pubDate>Mon, 23 Mar 2026 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260323_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36025920" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 23 มี.ค. 69 : เชื่อไหม? เดินแบบ Japanese Walking แค่วันละ 30 นาที ฟิตง่าย ได้ผลจริง</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 23 มี.ค. 69 : เชื่อไหม? เดินแบบ Japanese Walking แค่วันละ 30 นาที ฟิตง่าย ได้ผลจริง</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">1.<b> </b></span><b><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">เชื่อไหม</span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';"> ? </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">เดินแบบ </span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">Japanese Walking </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">ทางเลือกใหม่สำหรับคนไม่ชอบวิ่ง แค่วันละ 30 นาที ฟิตง่าย ได้ผลจริง</span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';"><o:p></o:p></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/f8381d65-375c-4d19-b25b-8560a525cbaf.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>252</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=100386</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะขอเตือนภัยวิธีการกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้หลอกหลวงต้มตุ๋นคนไต้หวันมากที่สุด 10 อันดับแรกในช่วงปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 1) ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว รูปแบบการฉ้อโกงก็พัฒนาไปอย่างซับซ้อนและแนบเนียนมากขึ้น ข้อมูลสถิติ "จากแดชบอร์ดต้านโกง 165" ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวันระบุว่า ปี 2025 จำนวนคดีฉ้อโกงต่อเดือนสูงถึง 16,423 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 8,540 ล้านเหรียญไต้หวัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประชาชนทั่วไป แต่ยังรวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันมิจฉาชีพยังใช้กลยุทธ์ใหม่โดยแอบอ้างชื่อเสียงของคนดัง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ จนทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยสูญเสียทรัพย์สินโดยไม่ทันตั้งตัว</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ดังนั้นเพื่อตอบรับกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น บริษัทด้านเทคโนโลยีข้อมูลอย่าง Big Data Co., Ltd. จึงได้พัฒนาเครื่องมือโดยใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์เชิงลึก ทั้งด้านภาษา พฤติกรรม และลักษณะของช่องทาง เพื่อช่วยตรวจจับการปลอมแปลงและแจ้งเตือนล่วงหน้าแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อมีการร้องขอให้โอนเงิน หรือมีข้อความแจ้งเตือนผิดปกติจากหน่วยงาน ธนาคาร หรือฝ่ายบริการลูกค้า รวมถึงการขอข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจนำไปสู่การฉ้อโกง ในสถานการณ์เช่นนี้ การมีสติ ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ และไม่หลงเชื่อโดยง่าย คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับ 7 แอบอ้างชื่อองค์กรรับสมัครงานปลอม</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับ 8 แอบอ้างชื่อบุคคลมีชื่อเสียงเพื่อหลอกให้ลงทุน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับ 9 แอบอ้างชื่อองก์กรการกุศลเพื่อรับเงินบริจาค</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับ 10 การล่อลวงเพื่อหวังผลประโยชน์ทางเพศ</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=100386</guid>
      <pubDate>Sun, 22 Mar 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260322_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36006720" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะขอเตือนภัยวิธีการกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้หลอกหลวงต้มตุ๋นคนไต้หวันมากที่สุด 10 อันดับแรกในช่วงปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 1) ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว รูปแบบการฉ้อโกงก็พัฒนาไปอย่างซับซ้อนและแนบเนียนมากขึ้น ข้อมูลสถิติ "จากแดชบอร์ดต้านโกง 165" ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไต้หวันระบุว่า ปี 2025 จำนวนคดีฉ้อโกงต่อเดือนสูงถึง 16,423 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 8,540 ล้านเหรียญไต้หวัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประชาชนทั่วไป แต่ยังรวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันมิจฉาชีพยังใช้กลยุทธ์ใหม่โดยแอบอ้างชื่อเสียงของคนดัง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ จนทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยสูญเสียทรัพย์สินโดยไม่ทันตั้งตัว</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/702f673e-08e9-49c7-ab4b-15eb1992f7ac.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>251</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 17 มี.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99975</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฤดูการผลิตของ น้อยหน่าสับปะรด จะกระจุกตัวในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม โดยคาดว่าปริมาณผลผลิตรวมในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 12,761 ตัน ทาง กรมการเกษตรและอาหารไต้หวัน ภายใต้ กระทรวงเกษตรไต้หวัน จึงเร่งผลักดันการจำหน่ายผ่านหลายช่องทาง พร้อมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจให้ผู้ประกอบการด้านอาหารเข้าไปรับซื้อผลผลิตจากแหล่งปลูกโดยตรงในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กรมการเกษตรและอาหารระบุว่า ที่ผ่านมาได้ส่งเสริมผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้อยหน่าสับปะรดอย่างต่อเนื่อง หลายรายการได้วางจำหน่ายในตลาดแล้ว โดยเฉพาะ &ldquo;เหล้าน้อยหน่าสับปะรด&rdquo; ที่พัฒนาโดย Shan Yang Foods ซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุด มียอดจำหน่ายราว 20,000 ขวดต่อปี สร้างมูลค่าการผลิตประมาณ 10 ล้านเหรียญไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำหรับการจับคู่ธุรกิจครั้งนี้ มีผู้ประกอบการหลายรายเข้าร่วมรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร ได้แก่ Shang Shuean Food, Lyu Yuan Pasture, Fu-Fruit และ Cannon Winery เพื่อนำไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป เช่น เนื้อน้อยหน่าสับปะรดหั่นเต๋าแช่แข็ง เนื้อบดสำหรับเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ หรือผลไม้อบแห้ง ก่อนนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ไอศกรีม สมูทตี้ ขนมหวานเย็น เครื่องดื่มโซดาน้อยหน่าสับปะรด รวมถึง &ldquo;ข้าวเกรียบกรอบรสน้อยหน่าสับปะรด&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฟั่นกั๋วชิ่ง(范國慶) ผู้อำนวยการกองอุตสาหกรรมไม้ผลและไม้ดอกของกรมการเกษตรและอาหาร ระบุว่า เป้าหมายการส่งเสริมการแปรรูปในปี 2026 อยู่ที่ 2,000 ตัน โดยผู้ประกอบการจะรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคากิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 25 เหรียญไต้หวัน พร้อมเงินสนับสนุนค่าดำเนินการแปรรูปกิโลกรัมละ 2 เหรียญไต้หวัน และช่วยอุดหนุนค่ารวบรวมและขนส่งจากแหล่งผลิตอีกกิโลกรัมละ 2 เหรียญไต้หวัน เพื่อช่วยพยุงราคาผลผลิตในช่วงฤดูกาล</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ขณะเดียวกัน สหกรณ์เกษตรเมืองไถตง ยังได้ร่วมมือกับบริษัทขนมชื่อดัง Kuai Kuai(乖乖公司) พัฒนาขนม &ldquo;ข้าวเกรียบกรอบ&rdquo; รสชาติพิเศษจากวัตถุดิบท้องถิ่นหลายชนิด เช่น นมจากฟาร์มชูลู่ แคนตาลูป มะม่วงเซี่ยเสวี่ย และชาอูหลงแดง รวมถึงในปี 2023 ได้เพิ่มรสน้อยหน่าสับปะรดเข้าไปด้วย</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เสิ่นสูจวน( 沈淑娟)ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของสหกรณ์ฯ กล่าวว่า ขนมรสพิเศษเหล่านี้ใช้ข้าวและผลผลิตทางการเกษตรของไถตงเป็นวัตถุดิบ ทำให้ต้นทุนสูงกว่าสินค้าทั่วไป ราคาจำหน่ายอยู่ที่ถุงละ 50 เหรียญไต้หวัน (52 กรัม) โดยรสชาอูหลงแดงมียอดขายโดดเด่นที่สุด ส่วนรสชาติอื่น ๆ รวมถึงน้อยหน่าสับปะรดมียอดขายใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม รสชาติที่สอดคล้องกับฤดูกาลผลผลิตมักช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคและกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99975</guid>
      <pubDate>Tue, 17 Mar 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260317_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36016320" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 17 มี.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 17 มี.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ฤดูการผลิตของ <b>น้อยหน่าสับปะรด</b> จะกระจุกตัวในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม โดยคาดว่าปริมาณผลผลิตรวมในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">12,761 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ตัน ทาง กรมการเกษตรและอาหารไต้หวัน ภายใต้ กระทรวงเกษตรไต้หวัน จึงเร่งผลักดันการจำหน่ายผ่านหลายช่องทาง พร้อมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจให้ผู้ประกอบการด้านอาหารเข้าไปรับซื้อผลผลิตจากแหล่งปลูกโดยตรงในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/2ab69771-57f8-4bba-b633-07a67086fcde.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>250</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 17 มี.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99974</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ไต้หวัน&ndash;PTT ปั้นระบบสลับแบตเตอรี่ หวังชิงตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไทย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีนรุกตลาดไทยอย่างหนักด้วยกลยุทธ์ราคาต่ำและเงินอุดหนุนภาครัฐ ครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 4 ล้อจำนวนมาก ขณะเดียวกัน บริษัททุนไต้หวันร่วมมือกับ PTT มุ่งพัฒนาระบบนิเวศรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 2 ล้อ เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดไทย </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ติงเสวียเหวิน(丁學文) ผู้บริหารชาวไต้หวัน ระบุว่า บริษัท Aionex ทำงานกับผู้ผลิตรถ ผู้ประกอบการพลังงาน และซัพพลายเออร์แบตเตอรี่ในไทยในฐานะผู้ให้บริการโซลูชัน มุ่งสร้างระบบนิเวศครบวงจร ไม่ได้เน้นกำไรจากการขายรถเพียงอย่างเดียว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">บริษัทก่อตั้งจากการร่วมทุนของ Arun Plus บริษัทลูกของ PTT กับ KYMCO จากไต้หวัน โดยเลือกไทยเป็นฐานยุทธศาสตร์แห่งแรกในภูมิภาค</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">เขายอมรับว่าตลาดรถไฟฟ้า 4 ล้อยากแข่งขันกับจีน แต่ตลาด 2 ล้อยังมีช่องว่าง โดยไต้หวันมีจุดแข็งด้านระบบครบวงจร เช่น การออกแบบรถ แบตเตอรี่ ระบบสลับแบตเตอรี่ ซอฟต์แวร์ และการบำรุงรักษา</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">Aionex เข้าตลาดไทยในปี 2023 ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเน้นขอใบอนุญาตและสร้างระบบสลับแบตเตอรี่จนเริ่มเห็นผล ซึ่งกลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว ดังนั้น จึงใช้ไทยเป็นสนามทดสอบ ปักหมุดรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นระบบ Aionex เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นแรกในไทยแล้ว และเตรียมเปิดรุ่นที่สอง พร้อมจับมือผู้ประกอบการท้องถิ่นพัฒนารถ 2 ล้อและนำระบบของบริษัทไปใช้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">บริษัทมุ่งตลาดองค์กรและภาครัฐ ซึ่งกำลังเร่งใช้ยานยนต์ไฟฟ้าตามแรงกดดันด้าน ESG เช่น Grab ขณะเดียวกัน แผนรัฐบาลไทยตั้งเป้าให้การผลิตรถปี 2030 มีรถไฟฟ้า 30% พร้อมมาตรการอุดหนุนจำนวนมาก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">อย่างไรก็ตาม ติงเสวียเหวิน เตือนว่า โอกาสอาจมีเพียง 1&ndash;2 ปี ก่อนแบรนด์จีนรุกตลาดและนโยบายรัฐอาจเปลี่ยนแปลง ทำให้บริษัทเลือกเลี่ยงแข่งขันรถไฟฟ้า 4 ล้อ และหันมาเจาะตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแทน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99974</guid>
      <pubDate>Tue, 17 Mar 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260317_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36040320" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 17 มี.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 17 มี.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;"><span style="color: #ba372a;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ไต้หวัน&ndash;</span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">PTT </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ปั้นระบบสลับแบตเตอรี่ หวังชิงตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไทย</span></b></span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/5c00b6c8-bc76-4ecc-8a38-515fda755ca4.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>249</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 16 มี.ค. 69 : การดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์แผนจีน ด้วยการเลือกกินอาหารตามธาตุและฤดูกาล]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99361</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน อาหารไม่ใช่เพียงแหล่งพลังงาน แต่เป็นยาที่ช่วยปรับสมดุลร่างกาย อาหารแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะ ได้แก่ ร้อน อุ่น เย็น เย็นจัด และรสชาติ 5 รส (เปรี้ยว ขม หวาน เผ็ด เค็ม) ซึ่งส่งผลต่ออวัยวะและพลังงานในร่างกาย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การกินตามธาตุช่วยปรับสมดุลร่างกาย คนที่มีร่างกายเย็น มือเท้าเย็น ควรกินอาหารอุ่นและหลีกเลี่ยงของเย็น คนที่มีความร้อนในร่างกาย ปากแห้ง คอแห้ง ควรกินอาหารเย็นและหลีกเลี่ยงของทอดและเผ็ดจัด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อาหารบำรุงสุขภาพตามแพทย์แผนจีน ได้แก่ พุทราจีนบำรุงเลือดและชี่ เก๋ากี้บำรุงตับและไต ถังเช่าบำรุงพลังงาน โกจิเบอร์รี่บำรุงสายตา เห็ดหลินจือเสริมภูมิคุ้มกัน อาหารเหล่านี้สามารถเพิ่มลงในอาหารประจำวันได้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากชนิดอาหารแล้ว วิธีการกินก็สำคัญ ควรกินอาหารอุ่น หลีกเลี่ยงน้ำเย็นจัด กินให้เป็นเวลา ไม่กินมากเกินไป เคี้ยวอาหารให้ละเอียด และหลีกเลี่ยงการกินดึก การปฏิบัติตามหลักเหล่านี้ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีและมีสุขภาพที่แข็งแรง </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในขณะที่หลักการกินอาหารตามฤดูกาลก็เป็นสิ่งสำคัญ แพทย์แผนจีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ไม่เพียงแต่เลือกอาหารให้เหมาะกับแต่ละบุคคลและสภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังเน้นการปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลอีกด้วย โดยยึดหลัก &ldquo;ฤดูใบไม้ผลิเกิด ฤดูร้อนเจริญเติบโต ฤดูใบไม้ร่วงเก็บเกี่ยว ฤดูหนาวสะสมพลัง&rdquo; นอกจากนี้ ยังแนะให้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างร่างกายกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นสิ่งสำคัญของการดูแลสุขภาพคือการเลือกอาหารตามฤดูกาลมาช่วยปรับสมดุลร่างกายและจิตใจ จะช่วยให้การดูแลสุขภาพได้ผลดียิ่งขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">ฤดูใบไม้ผลิ บำรุงตับ สีเขียวสัมพันธ์กับตับ จึงควรรับประทานอาหารสีเขียวให้มาก เช่น กีวี ผักโขม บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง ช่วยล้างพิษตับ ส่งเสริมการไหลเวียนของพลังตับและลดความอ่อนล้า (ภาพจาก epochtimes.com)&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฤดูใบไม้ผลิ บำรุงตับ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฤดูใบไม้ผลิเป็นจุดเริ่มต้นของสรรพสิ่ง เต็มไปด้วยพลังชีวิต มีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมพลังหยางให้เพิ่มขึ้น จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการบำรุงตับ ตับมีหน้าที่ช่วยให้พลังชี่ไหลเวียนอย่างราบรื่น เมื่อการไหลเวียนของร่างกายดี จะช่วยขับไล่ความเย็นที่สะสมจากฤดูหนาว และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฤดูใบไม้ผลิมักมีฝนตก ความชื้นสูง ส่งผลต่อม้ามและกระเพาะอาหารได้ง่าย และตามหลักแพทย์แผนจีน &ldquo;ม้ามและกระเพาะอาหารคือรากฐานของพลังชีวิต&rdquo; หากระบบย่อยอาหารแข็งแรง อาหารที่รับประทานเข้าไปจึงจะถูกเปลี่ยนเป็นสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สีเขียวสัมพันธ์กับตับ จึงควรรับประทานอาหารสีเขียวให้มาก เช่น กีวี ผักโขม บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง ช่วยล้างพิษตับ ส่งเสริมการไหลเวียนของพลังตับและลดความอ่อนล้า ควรใช้หลัก&nbsp;&ldquo;เปรี้ยวน้อย หวานมาก&rdquo; เพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุ้นพลังตับมากเกินไป โดยใช้รสหวานบำรุงม้ามและช่วยเสริมการทำงานของตับ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;">ฤดูร้อนต้องบำรุงหัวใจ สีแดงสัมพันธ์กับหัวใจ การรับประทานอาหารที่มีสีแดงช่วยบำรุงพลัง บำรุงเลือด และทำให้จิตใจสงบ ผักผลไม้สีแดง เช่น พริกหวานแดง มะเขือเทศ แครอท กะหล่ำปลีม่วง อุดมด้วยไลโคปีน ช่วยเพิ่มพลังต้านอนุมูลอิสระและปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือด (ภาพจาก health.tvbs.com.tw) </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฤดูร้อน ดูแลหัวใจ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฤดูร้อนมีอากาศร้อนจัด ทำให้เกิดปัญหาอย่างผื่นแพ้ ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร จึงจำเป็นต้องขจัดความชื้นและคลายร้อน ด้านอารมณ์มักเกิดความหงุดหงิด ใจร้อน หรืออ่อนเพลีย อีกทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้หลอดเลือดขยาย เลือดไหลเวียนเร็วขึ้น ส่งผลให้หัวใจทำงานหนัก ดังนั้น การดูแลหัวใจจึงเป็นหัวใจสำคัญของการบำรุงสุขภาพในฤดูร้อน เพื่อป้องกันไฟหัวใจแรงเกินไปจนส่งผลต่อการนอนหลับ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สีแดงสัมพันธ์กับหัวใจ การรับประทานอาหารสีแดงช่วยบำรุงพลัง บำรุงเลือด และทำให้จิตใจสงบ ตามหลักโภชนาการ ผักผลไม้สีแดง เช่น พริกหวานแดง มะเขือเทศ แครอท กะหล่ำปลีม่วง อุดมด้วยไลโคปีน ช่วยเพิ่มพลังต้านอนุมูลอิสระและปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่มักกล่าวกันว่าฤดูร้อนควรกินรสขม เนื่องจากอาหารรสขมส่วนใหญ่มีฤทธิ์เย็น การรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมช่วยลดความร้อนในร่างกาย คลายร้อนและขจัดความชื้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;">&nbsp;ฤดูใบไม้ร่วง บำรุงปอด ลูกแพร์มีสรรพคุณช่วยบำรุงปอด บรรเทาอาการไอและช่วยขับความร้อนพร้อมทั้งช่วยล้างพิษในร่างกาย ตำราแพทย์แผนจีนให้นำลูกแพร์มาตุ๋นกับน้ำตาลกรวดช่วยบรรเทาอาการไอและช่วยละลายเสมหะ (ภาพจาก health.tvbs.com.tw) </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฤดูใบไม้ร่วง บำรุงปอด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศจะเย็นลง ความชื้นในอากาศลดลง เกิดความแห้งซึ่งทำให้พลังชี่และสารหล่อเลี้ยงในร่างกายถูกใช้มากขึ้น อาจเกิดอาการผิวแห้งคัน ปากแห้ง คอแห้ง ภูมิแพ้จมูก หอบหืด หรือปัญหาระบบทางเดินหายใจ อาการเหล่านี้เรียกว่า &ldquo;ความแห้งของฤดูใบไม้ร่วง&rdquo;หลักการดูแลสุขภาพในฤดูนี้จึงเน้นการบำรุงปอดและเพิ่มความชุ่มชื้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สีขาวสัมพันธ์กับปอด อาหารสีขาวช่วยเสริมพลัง บำรุงพลังชี่ เพิ่มความชุ่มชื้นและหล่อเลี้ยงหยิน ปกป้องเยื่อบุและระบบทางเดินหายใจ เช่น ลูกแพร์ เห็ดหูหนูขาว ดอกลิลลี่ มันเทศ นอกจากดื่มน้ำให้เพียงพอแล้ว ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดจัด เพราะจะยิ่งกระตุ้นอาการแห้งของฤดูใบไม้ร่วง ควรลดการรับประทานเพื่อให้พลังปอดสมดุล</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฤดูหนาว ดูแลไต</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฤดูหนาวเป็นช่วงที่สรรพสิ่งหยุดนิ่ง พืชพรรณเหี่ยวแห้ง เป็นฤดูกาลแห่งการเก็บสะสม ร่างกายก็ควรเก็บรักษาพลังหยาง บำรุงพลังชีวิต เพื่อเตรียมรับความหนาวเย็น ฤดูหนาวต้องดูแลไต เนื่องจากไตทำหน้าที่เก็บสะสมสารสำคัญ เป็นรากฐานของพลังชีวิตและต้นกำเนิดของชีวิต หากไตแข็งแรง จะช่วยให้พลังชี่และเลือดสมบูรณ์ ทำให้ร่างกายแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สีดำสัมพันธ์กับไต การรับประทานอาหารสีดำช่วยบำรุงพลังไต ส่งเสริมระบบเผาผลาญ กระดูก และระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ พืชผักที่มีสีดำได้แก่ งาดำ ถั่วดำ สาหร่ายเส้นผม สาหร่ายทะเล เห็ดหูหนูดำและและข้าวไรซ์เบอร์รี่ก็ช่วยบำรุงไตได้เช่นกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy food)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเรียนรู้เรื่องอาหารเพื่อสุขภาพหรือ Healthy food ถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรให้ความสำคัญ เพราะจะช่วยให้สามารถเลือกกินอาหารได้อย่างถูกต้องและดีต่อสุขภาพจริง ๆ โดยทั่วไป อาหารเพื่อสุขภาพ ควรเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น ผักและผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา ซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีน แร่ธาตุ วิตามิน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยควรเลือกกินอาหารที่สด สะอาด และปนเปื้อนน้อยที่สุด </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเลือกรับประทานแต่อาหารเพื่อสุขภาพเป็นเรื่องที่ดี แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า คุณจะรับประทานอาหารในปริมาณเท่าไรก็ได้ เพราะก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่จะต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจรับประทานอาหารแต่ละมื้อ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">วิธีรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพอย่างเหมาะสม </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-รับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมกับส่วนสูงและน้ำหนัก เพราะอาหารเพื่อสุขภาพบางอย่างก็มีไขมัน และน้ำตาลสูง คุณจึงควรคำนวณว่า ตนเองควรรับประทานอาหารแต่ละอย่างเท่าไร มีสารอาหารครบถ้วน น้อยไป หรือมากไปแค่ไหน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;-รับประทานปลาอย่าให้ขาด เพราะปลาจัดเป็นเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนและไขมันต่ำ เมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่น หากอยากรับประทานเนื้อสัตว์สักอย่าง การรับประทานปลาถือเป็นทางเลือกที่ดี</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;-ไม่ปรุงอาหารมากเกินไป เพราะเครื่องปรุงต่างๆ ทั้งซอส น้ำมันปรุงอาหาร น้ำปลา น้ำตาล เนย แยม ครีม ล้วนเต็มไปด้วยไขมันกับน้ำตาลที่ทำให้เกิดภาวะอ้วน หรือเกิดไขมันสะสมในร่างกายได้ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ทางที่ดีให้พยายามรับประทานอาหารรสจืด รสดั้งเดิม หรือรสที่ถูกปรุงน้อยที่สุด หรือหากต้องการเพิ่มรสชาติอาหาร ให้หัดปรุงอาหารด้วยตนเอง เพื่อจะได้ประเมินรสชาติอาหารที่ดี และให้สารอาหารที่เหมาะสมกับตนเอง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-อย่าติดกินเค็ม เพราะการรับประทานเกลือ หรือโซเดียมเข้าร่างกายมากเกินไปจะมีส่วนทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจ และโรคไตได้ ทางที่ดีไม่ควรบริโภคเกลือมากกว่า 6 กรัม/วัน (เกลือ 1 ช้อนชาหนักประมาณ 5 กรัม)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ออกกำลังกายร่วมด้วย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควรควบคู่ไปพร้อมกับการออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายได้นำพลังงานจากอาหารไปใช้ และเผาผลาญไขมันที่ได้จากอาหารเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพหรือไม่ก็ตาม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">อาหารเพื่อสุขภาพหมายถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น ผักและผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา ซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีน แร่ธาตุ วิตามิน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยควรเลือกกินอาหารที่สด สะอาด และปนเปื้อนน้อยที่สุด (ภาพจาก caregiverthai.com)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่มีอาหารชนิดใดมาทดแทนสารน้ำในร่างกายได้ ควรดื่มน้ำสะอาดประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดเกลือแร่ และมีสารน้ำหล่อเลี้ยงเพียงพอ โดยน้ำที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพ คือ น้ำเปล่า เพราะการดื่มน้ำหวาน หรือน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่ามีแต่จะเป็นการเพิ่มน้ำตาลเข้าร่างกายเกินความจำเป็น และยังทำให้เสี่ยงเกิดโรคฟันผุจากคราบน้ำตาลในน้ำหวานด้วย แต่ก็อาจรับประทานได้เป็นครั้งคราวในปริมาณที่พอเหมาะ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-อย่าอดอาหารเช้า หลายคนอาจคิดว่า อาหารเช้าไม่จำเป็นและการอดอาหารเช้าจะช่วยให้สามารถลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น เพราะความจริงแล้วอาหารเช้ามีส่วนทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล ทำให้ร่างกายได้รับพลังงาน และสารอาหารเพียงพอสำหรับการทำกิจวัตรในยามเช้า นอกจากนี้อาหารเช้ายังป้องกันไม่ให้เกิดอาการโหย อันนำไปสู่การรับประทานอาหารที่มีไขมันมากๆ และมักเป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น อาหารมัน อาหารทอด เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานเข้าไปมากๆ เพื่อทดแทนพลังงานที่สูญเสียไปในยามเช้า</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลายชนิด ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีหากคุณต้องการจะบำรุงดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย และอย่าเคร่งกับการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อมากเกินไป เพราะจะทำให้ไม่มีความสุข และวิตกกังวลมากเกินเหตุ ค่อยๆ ปรับตารางการรับประทานอาหารทีละนิด ดูส่วนผสม วัตถุดิบ เครื่องปรุงว่า เหมาะสม และดีต่อสุขภาพหรือไม่ เพราะอาหารเพื่อสุขภาพนั้นไม่จำเป็นแพง หรือต้องมียี่ห้อ หรือต้องวางขายในซูเปอร์มาเก็ตเท่านั้น แต่สามารถหาอาหารเพื่อสุขภาพได้ทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เพียงแต่คุณต้องใส่ใจในการเลือกสรรอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีความสดใหม่ สะอาด ปลอดสารพิษ ยิ่งเป็นอาหารที่หาได้ตามฤดูกาลก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก และรับประทานให้หลากหลายชนิด ไม่รับประทานอาหารประเภทเดิมซ้ำๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่มาข้อมูล</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1. heho.com.tw</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2. prd.go.th</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3. huayitangtcmclinic.com</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99361</guid>
      <pubDate>Mon, 16 Mar 2026 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260316_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36018240" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 16 มี.ค. 69 : การดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์แผนจีน ด้วยการเลือกกินอาหารตามธาตุและฤดูกาล</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 16 มี.ค. 69 : การดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์แผนจีน ด้วยการเลือกกินอาหารตามธาตุและฤดูกาล</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน อาหารไม่ใช่เพียงแหล่งพลังงาน แต่เป็นยาที่ช่วยปรับสมดุลร่างกาย อาหารแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะ ได้แก่ ร้อน อุ่น เย็น เย็นจัด และรสชาติ 5 รส (เปรี้ยว ขม หวาน เผ็ด เค็ม) ซึ่งส่งผลต่ออวัยวะและพลังงานในร่างกาย</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/25d2ff2f-5419-477e-8b1c-040da6da40f6.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>248</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99825</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวผลสำรวจ 10 อันดับแฟรนไซส์ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นที่พูดถึงในกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ไต้หวัน ในด้านราคา ความเป็นมืออาชีพ ความหลากหลายของสินค้า และคุณภาพการบริการมากที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 2) ตลาดสัตว์เลี้ยงในไต้หวันยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการบริโภคที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ซึ่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 เป็นต้นมา จำนวนสุนัขและแมวทั่วไต้หวันได้แซงหน้าจำนวนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีอย่างเป็นทางการแล้ว ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่อาหารสัตว์และอุปกรณ์พื้นฐานอีกต่อไป แต่ได้ขยายไปสู่บริการที่หลากหลาย เช่น การดูแลความงาม การรักษาพยาบาล ที่พักสำหรับสัตว์เลี้ยง และการดูแลในชีวิตประจำวัน เป็นต้น ซึ่งนั่นทำให้อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงโดยรวมมีมูลค่าผลิตภัณฑ์ต่อปีสูงถึงประมาณ 30,000 ล้านเหรียญไต้หวั นอกจากนี้ยังพบว่าความถี่และจำนวนของการจัดงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเริ่มมีมากกว่างานแสดงสินค้าเกี่ยวกับแม่และเด็ก อันเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าทั้งขนาดของตลาดและกระแสความสนใจในสังคมเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ภายใต้บริบทเช่นนี้แบรนด์ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงแบบแฟรนไซส์ที่เป็นช่องทางค้าปลีกขนาดใหญ่นอกจากจะต้องพยายามทำการขยายสาขาทั่วไต้หวันอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญถึงความต้องการที่แท้จริงของคนเลี้ยงสัตว์ด้วย คลิกปุ่มฟังรายการสีแดง</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 1 東森寵物 etipets</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2 魚中魚 Pets Mall&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3 寵物公園 PetPark</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4 貓狗大棧-寵物百貨 Cats &amp; Dogs SPACE</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5 大樹寵物 Great Tree Pets</p>
<p></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99825</guid>
      <pubDate>Sun, 15 Mar 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260315_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36000960" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวผลสำรวจ 10 อันดับแฟรนไซส์ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นที่พูดถึงในกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ไต้หวัน ในด้านราคา ความเป็นมืออาชีพ ความหลากหลายของสินค้า และคุณภาพการบริการมากที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 2) ตลาดสัตว์เลี้ยงในไต้หวันยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการบริโภคที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ซึ่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 เป็นต้นมา จำนวนสุนัขและแมวทั่วไต้หวันได้แซงหน้าจำนวนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีอย่างเป็นทางการแล้ว ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่อาหารสัตว์และอุปกรณ์พื้นฐานอีกต่อไป แต่ได้ขยายไปสู่บริการที่หลากหลาย เช่น การดูแลความงาม การรักษาพยาบาล ที่พักสำหรับสัตว์เลี้ยง และการดูแลในชีวิตประจำวัน เป็นต้น ซึ่งนั่นทำให้อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงโดยรวมมีมูลค่าผลิตภัณฑ์ต่อปีสูงถึงประมาณ 30,000 ล้านเหรียญไต้หวั นอกจากนี้ยังพบว่าความถี่และจำนวนของการจัดงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเริ่มมีมากกว่างานแสดงสินค้าเกี่ยวกับแม่และเด็ก อันเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าทั้งขนาดของตลาดและกระแสความสนใจในสังคมเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ภายใต้บริบทเช่นนี้แบรนด์ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงแบบแฟรนไซส์ที่เป็นช่องทางค้าปลีกขนาดใหญ่นอกจากจะต้องพยายามทำการขยายสาขาทั่วไต้หวันอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญถึงความต้องการที่แท้จริงของคนเลี้ยงสัตว์ด้วย <span style="color: #ba372a;"><strong>คลิกปุ่มฟังรายการสีแดง</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/11ba95cb-8407-4432-8643-87082f0f7c55.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>247</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 10 มี.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99440</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ทุกปี กลิ่นส้มสดจะอบอวลในห้องโถงเล็ก ๆ ของ Dalemain Mansion คฤหาสน์เก่าแก่กลางเลกดิสทริกต์ เมื่อเวที World's Original Marmalade Awards เปิดฉาก การแข่งขันที่ยกระดับ &ldquo;แยมส้ม&rdquo; จากของทาขนมปังธรรมดา สู่ศิลปะในขวดแก้วใส</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">จากงานชุมชนเล็ก ๆ เวทีนี้เติบโตเป็นสนามประลองระดับนานาชาติ ผู้เข้าแข่งขันมีตั้งแต่แม่บ้านผู้สืบทอดสูตรลับ ไปจนถึงเชฟมืออาชีพ แต่ละขวดบรรจุทั้งฝีมือ ความทรงจำ และความภาคภูมิใจ ในสายตาชาวอังกฤษ แยมส้มไม่ใช่แค่อาหารเช้า หากคือรสชาติแห่งวัฒนธรรมที่สืบทอดยาวนาน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักทำแยมจากไต้หวันก้าวขึ้นเป็นดาวเด่น พวกเขานำส้มพื้นถิ่นผสานชาอูหลง ดอกไม้ และเครื่องเทศเอเชีย สร้างรสหวานละมุน ปลายขมอย่างมีชั้นเชิง รางวัลที่ได้จึงไม่ใช่เพียงเหรียญ แต่คือใบเบิกทางสู่ตลาดโลก เปลี่ยนแยมท้องถิ่นให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์กูร์เมต์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปี 2026 ไต้หวันยังคงผลงานโดดเด่น แบรนด์ Kusomono Danshi (果食男子) คว้า 2 ทอง 14 เงิน 7 ทองแดง และ 2 ชมเชย ขณะที่ Honeybee Jam (小甜心) ได้ 2 ทอง 14 เงิน 6 ทองแดง และ LOHAS Edible Rose Garden (玫開四度) คว้า 1 ทอง 8 เงิน 16 ทองแดง ความสำเร็จนี้สะท้อนพลังวัตถุดิบท้องถิ่นและความคิดสร้างสรรค์ไม่รู้จบของไต้หวัน บนเวทีที่ &ldquo;ความหวานอมขม&rdquo; เฉิดฉายอย่างสง่างามที่สุด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เวทีประกวดที่ได้รับฉายา &ldquo;ออสการ์แห่งวงการแยม&rdquo; อย่าง The Dalemain World Marmalade Awards หรือการประกวดแยมส้มระดับนานาชาติที่คฤหาสน์เดลเมน (Dalemain Mansion) ซึ่งมีอายุเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่เมืองเพนริธ(Penrith) &nbsp;ประเทศอังกฤษ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2005 โดยเฉพาะในประเภท &ldquo;Professional Artisan&rdquo; ซึ่งผลงานทั้งหมดจะได้รับการตัดสินโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม การแข่งขันนี้ดึงดูดผู้ผลิตแยมจากหลายประเทศ เช่น ไต้หวัน บราซิล นอร์เวย์ ไอร์แลนด์เหนือ อินเดีย และอาร์เจนตินา จนได้รับการยกย่องจากสื่อไต้หวันว่าเป็น &ldquo;ออสการ์แห่งวงการแยม&rdquo;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99440</guid>
      <pubDate>Tue, 10 Mar 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260310_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36029760" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 10 มี.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 10 มี.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ทุกปี กลิ่นส้มสดจะอบอวลในห้องโถงเล็ก ๆ ของ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">Dalemain Mansion </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">คฤหาสน์เก่าแก่กลางเลกดิสทริกต์ เมื่อเวที </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">World's Original Marmalade Awards </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เปิดฉาก การแข่งขันที่ยกระดับ &ldquo;แยมส้ม&rdquo; จากของทาขนมปังธรรมดา สู่ศิลปะในขวดแก้วใส</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/9118d1a8-fc0f-4bd6-9e8d-99f4000eb8d8.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>246</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 10 มี.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99439</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อสารโลก เทคโนโลยี &ldquo;มือถือเชื่อมต่อดาวเทียมโดยตรง&rdquo; ซัพพลายเชนไต้หวันคึกคักตอบรับกระแส</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อุตสาหกรรมสื่อสารโลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเทคโนโลยี &ldquo;มือถือเชื่อมต่อดาวเทียมโดยตรง&rdquo; และการขยายตัวของดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) เดินหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้การสื่อสารไม่ถูกจำกัดด้วยพื้นที่อีกต่อไป ไม่ว่าจะอยู่บนภูเขา กลางทะเล หรือแม้แต่บนอากาศ เพียงอุปกรณ์มือถือและการมองเห็นท้องฟ้า ก็สามารถติดต่อสื่อสารได้ แนวโน้มนี้กำลังยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของโลก และเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ในวงกว้าง</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ด้านการลงทุนระดับโลก ยุโรปประสบความสำเร็จในการส่งจรวด Ariane 6 ขนดาวเทียม Kuiper ขึ้นสู่วงโคจรจำนวนมากในครั้งเดียว สะท้อนการแข่งขันด้านอธิปไตยการสื่อสารที่ทวีความเข้มข้น ขณะเดียวกัน Amazon ได้รับไฟเขียวจาก Federal Communications Commission ให้เพิ่มจำนวนดาวเทียมอีกหลายพันดวง และเตรียมเปิดบริการเชิงพาณิชย์ปลายปีนี้ เพื่อเร่งไล่ตามเครือข่าย Starlink ของ SpaceX ที่มีฐานผู้ใช้และจำนวนดาวเทียมในวงโคจรนำหน้าอยู่แล้ว การแข่งขันดังกล่าวช่วยเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีมือถือเชื่อมต่อดาวเทียมจากการใช้งานฉุกเฉิน สู่การสื่อสารด้วยเสียง ดาต้า และบริการดิจิทัลเต็มรูปแบบ</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กระแสดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานในเอเชีย โดยเฉพาะไต้หวันซึ่งมีจุดแข็งด้านอิเล็กทรอนิกส์และการผลิตขั้นสูง เมื่ออุตสาหกรรม LEO เข้าสู่ &ldquo;ช่วงสร้างโครงข่าย&rdquo; โอกาสทางธุรกิจได้ขยายจากตัวดาวเทียม ไปสู่สถานีปลายทางภาคพื้น (UT) สถานีเกตเวย์ เสาอากาศเคลื่อนที่สำหรับรถ เรือ และอากาศยาน รวมถึงชิ้นส่วน RF front-end วัสดุเชื่อมต่อความน่าเชื่อถือสูง และแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ระดับสูง บริษัทไต้หวันหลายแห่งจึงได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">บทบาทของภาครัฐก็เป็นแรงหนุนสำคัญ Taiwan Space Agency เปิดเผยว่าผลภารกิจดาวเทียม Formosat-8 ดวงแรกออกมาดีกว่าคาด สะท้อนศักยภาพการพัฒนาและบูรณาการระบบดาวเทียมของไต้หวัน ตั้งแต่ชิ้นส่วนสำคัญไปจนถึงเพย์โหลด ความสำเร็จดังกล่าวช่วยยกระดับการรับรองซัพพลายเชนท้องถิ่น และเพิ่มความเชื่อมั่นจากลูกค้าต่างประเทศ</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ในตลาดทุน กลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ LEO ยังคงขยายตัว ทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วนสื่อสาร ผู้พัฒนาอุปกรณ์ปลายทาง และผู้ผลิต PCB ซึ่งได้รับประโยชน์จากการปล่อยและเปิดใช้งานเครือข่ายที่สม่ำเสมอมากขึ้น เมื่อ Kuiper และ Starlink เดินหน้าขยายบริการพร้อมกัน ความต้องการตั้งแต่เสาอากาศ RF ไปจนถึงอุปกรณ์ภาคพื้นจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยิ่งไปกว่านั้น ความเป็นไปได้ที่ SpaceX จะนำธุรกิจ Starlink และระบบจรวดขึ้นสู่ตลาดทุนในช่วงกลางถึงปลายปี 2026 อาจจุดกระแสการลงทุนรอบใหม่ให้กับอุตสาหกรรม LEO ทั่วโลก หากเกิดขึ้นจริง จะยิ่งตอกย้ำบทบาทของเทคโนโลยีมือถือเชื่อมต่อดาวเทียมในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกยุคดิจิทัล และทำให้ซัพพลายเชนไต้หวันก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในกำลังหลักที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างชัดเจน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99439</guid>
      <pubDate>Tue, 10 Mar 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260310_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36026880" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 10 มี.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 10 มี.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #ba372a;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-bidi-language: TH;">ก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อสารโลก เทคโนโลยี &ldquo;มือถือเชื่อมต่อดาวเทียมโดยตรง&rdquo; ซัพพลายเชนไต้หวันคึกคักตอบรับกระแส</span></b></span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-bidi-language: TH;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/b6352e9f-53f1-46aa-93f5-adf270afd247.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>245</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 9 มี.ค.69 : ท้องผูก ทำอย่างไรดี?]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98918</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">คุณเคยมีประสบการณ์แบบนี้ไหม? รู้สึกปวดอุจจาระแล้ว แต่พอนั่งในห้องน้ำกลับต้องขยับท่าทางไปมา เบ่งจนหน้าบิดเบี้ยว เหงื่อแตกเต็มหัว แต่ก็ยัง &ldquo;ปลดปล่อย&rdquo; ไม่ออก สุดท้ายได้แต่ถอนหายใจว่า ทำไมถ่ายยากขนาดนี้!</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ท้องผูกเรื้อรังอาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง!</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่ต้องระวังก็คือ ท้องผูกเป็นเวลานานทำให้ของเสียที่ควรถูกขับออกจากร่างกาย ถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง ส่งผลกระทบต่ออวัยวะและเนื้อเยื่อต่าง ๆ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรค เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ริดสีดวงทวาร ลำไส้อักเสบจากถุงผนังลำไส้ (diverticulitis) โรคตับ เป็นต้น และผู้ที่ท้องผูกมักมีอาการร่วม เช่น ปวดท้อง ปวดศีรษะ ปวดไหล่ เบื่ออาหาร มีกลิ่นปาก เวียนศีรษะ นอนไม่หลับ หงุดหงิด ปากแห้ง ลิ้นแห้ง อ่อนเพลีย ฯลฯ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกมากเกินไป หากป้องกัน ตรวจเช็ก และปรับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ก็สามารถบอกลาท้องผูกได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หากในช่วง 3&ndash;6 เดือนที่ผ่านมา มีอาการต่อไปนี้อย่างน้อย 2 ข้อขึ้นไป ควรระวังว่าคุณอาจมีภาวะท้องผูก :</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-มากกว่า 1 ใน 4 ครั้งของการถ่าย ต้องเบ่งแรง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-มากกว่า 1 ใน 4 ครั้ง อุจจาระเป็นก้อนแข็งหรือเป็นก้อนเล็กลง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-มากกว่า 1 ใน 4 ครั้ง เบ่งอุจจาระไม่ออก หรือไม่สุด </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-มากกว่า 1 ใน 4 ครั้ง รู้สึกเหมือนมีสิ่งอุดตันที่ทวารหนัก/ลำไส้ตรง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-มากกว่า 1 ใน 4 ครั้ง ต้องใช้มือช่วยล้วงหรือพยุงอุ้งเชิงกรานเพื่อช่วยถ่าย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-หากไม่ใช้ยาระบาย แทบไม่ค่อยมีอุจจาระเหลว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ถ่ายเองน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทั้งหมดนี้บ่งบอกว่าคุณมีอาการท้องผูกอย่างแน่นอน ปัญหานี้ต้องได้รับการแก้ไข เพราะหากปล่อยให้เกิดภาวะท้องผูกเรื้อรังไปนานๆ หรือมีภาวะการขับถ่ายที่ผิดปกติดำเนินไปโดยไม่แก้ไข หรือแก้ไขอย่างผิดวิธี อาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเป็นริดสีดวงทวาร ลำไส้ผิดปกติ หรือขั้นร้ายแรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ท้องผูกเรื้อรังเกิดจากสาเหตุใด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ภาวะท้องผูก มักเกิดขึ้นเมื่อลำไส้บีบตัวหรือเคลื่อนตัวช้าในระหว่างที่ย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายไม่สามารถกำจัดของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อมีของเสียตกค้างในลำไส้ใหญ่เป็นเวลานานจะทำให้เกิดอุจจาระที่แห้ง แข็ง และมีขนาดใหญ่ขึ้นจนขับถ่ายลำบาก ภาวะท้องผูกเรื้อรัง เกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุหลักๆ ได้แก่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-พฤติกรรมในชีวิตประจำวันอาจทำให้เกิดท้องผูกเรื้อรัง เช่น การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย ดื่มน้ำน้อย รับประทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม รวมถึงอาหารแปรรูปที่มีไขมันและน้ำตาลปริมาณมาก ออกกำลังกายน้อยหรือไม่ออกเลย กลั้นอุจจาระบ่อยๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ยาบางประเภทอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเป็นอาการท้องผูกได้ เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า ยารักษาโรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ ยาลดความดันโลหิต ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของแคลเซียม หรืออะลูมิเนียม ยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของมอร์ฟีน เป็นต้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ภาวะเจ็บป่วยบางอย่างจะส่งผลให้มีอุจจาระตกค้างในลำไส้จนทำให้เกิดอาการท้องผูกเรื้อรัง เช่น เกิดแผลปริที่ขอบทวารหนัก ลำไส้อุดตัน มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ภาวะที่ทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุลอาจทำให้เกิดปัญหาท้องผูกเรื้อรังได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคลำไส้แปรปรวน ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ หรือการตั้งครรภ์ เป็นต้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-การทำงานของลำไส้ใหญ่ผิดปกติ หรือภาวะลำไส้เฉื่อย เป็นการที่ลำไส้ใหญ่เคลื่อนไหวน้อยลงทำให้อุจจาระเคลื่อนลงมาช้ากว่าปกติ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: center;">ในรายที่อาการไม่รุนแรงสามารถอาหารช่วยบรรเทาท้องผูก (ภาพจาก vogue.co.th)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ท้องผูกเรื้อรังส่งผลอย่างไรบ้าง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การที่มีภาวะท้องผูกเรื้อรัง ส่งผลให้มีอาการเครียด เบื่ออาหาร ไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่า ปวดหัว ปวดหลัง และแสบร้อนบริเวณหน้าอกได้ รวมไปถึงการเบ่งถ่ายอุจจาระเป็นประจำทุกวันอาจส่งผลต่อร่างกาย ได้แก่ ส่งผลให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร หรือแผลปริรอบๆ ทวารหนักจากอุจจาระที่แห้งแข็งครูดหลอดเลือดจนฉีกขาดได้ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากนี้ยังส่งผลให้ความดันในช่องทรวงอกเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยโรคหัวใจอาจเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ อีกทั้งยังส่งผลให้ความดันในลูกตาสูงขึ้นซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดตาและหู ส่งผลให้แรงดันในช่องท้องสูงขึ้นจนเป็นสาเหตุของไส้เลื่อนได้ ส่งผลให้กล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานอ่อนแอ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ท้องผูกเรื้อรังอาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ และท้องผูกเรื้อรังจนทำให้มีอาการของลำไส้อุดตัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ท้องผูกเรื้อรังอาจเป็นสัญญาณมะเร็งลำไส้ใหญ่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัญหาท้องผูกเรื้อรังอาจเป็นผลมาจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่เป็นอันตราย อย่างโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หากเกิดอาการอาการใดอาการหนึ่ง หรือตั้งแต่ 2 อาการขึ้นไป ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป ได้แก่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ท้องผูกอย่างต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ท้องเสียเล็กน้อยนาน 1 สัปดาห์</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ท้องเสียอย่างรุนแรงนานเกิน 2 วัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ถ่ายเหลวและถ่ายเป็นเลือด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อุจจาระมีสีดำ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปวดถ่ายอุจจาระในแบบที่ต้องถ่ายทันทีอย่างหาสาเหตุไม่ได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การวินิจฉัยอาการท้องผูกเรื้อรัง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เบื้องต้นแพทย์จะทำการซักประวัติ อาการร่วมต่างๆ และการตรวจร่างกายทั่วไป รวมถึงการตรวจทางทวารหนัก บางกรณีอาจมีการตรวจพิเศษอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ส่องกล้องตรวจภายในลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เพื่อแยกภาวะอุดกั้นหรือตีบแคบของลำไส้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การตรวจการเคลื่อนไหวของลำไส้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อในการขับถ่ายและการรับรู้ความรู้สึกของลำไส้ตรง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อที่ใช้การขับถ่าย ได้แก่ กล้ามเนื้อช่องท้อง กล้ามเนื้อเชิงกราน และกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">รักษาอาการท้องผูกเรื้อรัง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรักษาอาการท้องผูกเรื้อรัง จะรักษาตามสาเหตุที่เป็น โดยมีหลายวิธี ได้แก่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ควรฝึกขับถ่ายให้เป็นนิสัย พยายามขับถ่ายให้ตรงเวลา ไม่กลั้นอุจจาระโดยไม่จำเป็น ปวดเมื่อไหร่ควรรีบไปเข้าห้องน้ำ นั่งขับถ่ายในท่านั่งที่เหมาะสม รับประทานผักผลไม้ที่มีกากใย โดยอาหารที่ช่วยบรรเทาท้องผูก ได้แก่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น ราสป์เบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ อุดมด้วยใยอาหาร ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ถั่วต่างๆ บรอกโคลี ผักโขม มีทั้งไฟเบอร์และแมกนีเซียม ช่วยเพิ่มน้ำในลำไส้และกระตุ้นการขับถ่าย ลูกแพร์ ลูกพรุน/บ๊วยแห้ง มะเดื่อฝรั่ง เป็นต้น นอกจากอาหารแล้วยังต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวัน ออกกำลังกายตามความเหมาะสม ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน เพราะในบางครั้งปัญหาท้องผูกอาจเกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวทำงานบกพร่อง เป็นต้น </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรักษาโดยการใช้ยาช่วยการขับถ่าย อุจจาระได้ง่ายขึ้น โดยยาแต่ละชนิดจะออกฤทธิ์ต่อระบบทางเดินอาหารแตกต่างกันไป เช่น ยาระบายในกลุ่มกระตุ้นให้กล้ามเนื้อลำไส้บีบตัว (Stimulant Laxatives) ยาระบายกลุ่มที่ออกฤทธิ์ดูดซึมน้ำเพื่อให้อุจจาระมีปริมาณน้ำมากขึ้น (Osmotic Laxatives) ไหลกลับเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ ยาเหน็บหรือยาสวนทวาร ทั้งนี้ควรขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางเป็นสำคัญ ไม่แนะนำให้ซื้อยามารับประทานเอง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การผ่าตัด โดยจะเป็นการผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่ออก ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้ายในการแก้ปัญหาท้องผูกเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาระบายหรือการฝึกเบ่งแต่ลำไส้ใหญ่ยังคงเคลื่อนไหวช้าอย่างรุนแรง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ท้องผูกเป็นปัญหาระบบทางเดินอาหารที่พบได้บ่อย และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเรา เมื่อเข้าใจสาเหตุ อันตราย และวิธีแก้ไขแล้ว ขอให้ทุกคนเริ่มปรับพฤติกรรม กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มการออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงการนั่งนาน และอย่าเบ่งแรงเกินไป เพื่อบอกลาปัญหาท้องผูกอย่างยั่งยืน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่ต้องย้ำเตือนก็คือ ปัญหาท้องผูกเรื้อรังไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลยหรือนิ่งนอนใจ เพราะหากปล่อยไว้ให้เรื้อรังอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ตามมาได้ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับร่างกายในระยะยาว ดังนั้นหากพบว่ามีอาการท้องผูกติดต่อกันควรเข้ามาตรวจเช็กและเข้ารับการรักษากับแพทย์เฉพาะทางทางเดินอาหารและตับโดยเร็ว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: center;">&nbsp;ดื่มน้ำมากขึ้นช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ (naturebiotec.com)&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคริดสีดวงทวาร พบได้กับทุกเพศทุกวัย เกิดจากการเบ่งถ่ายรุนแรงและเรื้อรัง เพราะผู้ที่ท้องผูกต้องเบ่งอย่างรุนแรงเวลาขับถ่ายจึงทำให้เลือดคั่งในเส้นเลือดดำที่ผนังรูทวารหนัก ส่งผลให้กลุ่มเส้นเลือดดำ และเนื้อเยื่อบริเวณส่วนปลายของทวารหนักโป่งพองเกิดเป็นริดสีดวงทวาร ปัจจัยของโรคนอกจากการเบ่งถ่ายรุนแรงแล้ว สามารถเกิดจากท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายอุจจาระบ่อยๆ นั่งถ่ายเป็นเวลานานๆ เช่น อ่านหนังสือพร้อมกับขับถ่าย หญิงตั้งครรภ์ ภาวะตับแข็ง อายุมากขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ประเภทของโรคริดสีดวงทวาร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.ริดสีดวงทวารภายใน (Internal Hemorrhoids) ริดสีดวงประเภทนี้อาจมองไม่เห็นก้อนริดสีดวงทวาร แต่สามารถสังเกตได้ว่าเป็นโรคริดสีดวงทวารได้หลังถ่ายอุจจาระจะมีเลือดหยดออกมา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.ริดสีดวงทวารภายนอก (External Hemorrhoids) จะเห็นก้อนเนื้ออยู่ที่ปากทวารหนัก ไม่สามารถดันเข้าไปในทวารหนักได้ บางครั้งเกิดจากการเบ่งถ่ายอุจจาระรุนแรง ทำให้เส้นเลือดดำบริเวณปากทวารหนักแตก และเกิดเป็นก้อนแข็งๆ และเจ็บ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ระยะของอาการริดสีดวงทวาร แบ่งเป็น 4 ระยะ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;ระยะที่ 1 มีริดสีดวงภายในทวารหนัก ไม่โผล่ออกมาขณะอุจจาระ แต่มีเลือดออก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ระยะที่ 2 ริดสีดวงทวารโตขึ้น โดยโผล่ออกมาขณะอุจจาระ และหดกลับเข้าไปได้เอง </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ระยะที่ 3 ริดสีดวงทวารโผล่ออกมาขณะอุจจาระ และต้องใช้มือดันกลับ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ระยะที่ 4 ริดสีดวงทวารโผล่ออกมา ไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แนวทางรักษาริดสีดวงทวาร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1. ปรับพฤติกรรม </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายที่แรงเกินไป </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลีกเลี่ยงการนั่งอุจจาระร่วมกับเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานาน ๆ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">บริโภคอาหารที่มีกากใยสูง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 &ndash; 3 ลิตร </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การปรับพฤติกรรมได้ผลดีกับผู้ป่วยริดสีดวงทวาร ระยะที่ 1 อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยริดสีดวงทวารทุกระยะควรปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมตามข้างต้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2. รักษาด้วยวิธีการรัดยางหรือฉีดยาให้ริดสีดวงฝ่อลง </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ได้ผลดีกับริดสีดวงทวาร ระยะที่ 2 และ 3</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สามารถรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ต้องผ่าตัด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการเลือดออก และริดสีดวงที่โผล่มาจะหายได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ควรรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อน </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3.รักษาด้วยการใช้เลเซอร์ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เหมาะกับริดสีดวงทวาร ระยะที่ 2 และ 3</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เป็นการใช้พลังงานเลเซอร์จี้ให้ริดสีดวงทวารยุบลง โดยไม่ตัดออก </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการเจ็บปวดน้อยกว่าการผ่าตัดปกติ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรักษานี้ เหมาะกับท่านหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">4.รักษาด้วยการผ่าตัดริดสีดวงทวารออก </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เป็นการตัดริดสีดวงทวารออก และเย็บปิด </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไม่ได้ตัดหูรูดทวารหนัก หลังผ่าตัดสามารถกลั้นอุจจาระได้ตามปกติ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เหมาะกับผู้ป่วยริดสีดวงทวาร ระยะที่ 3 และ 4 หรือรักษาวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เป็นการรักษามาตรฐานที่ได้ผลดี โอกาสกลับมาเป็นซ้ำน้อยที่สุด </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่มาข้อมูล</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1. heal-medical.com</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.nakornthon.com</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3. kcmh.chulalongkornhospital.go.th</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98918</guid>
      <pubDate>Mon, 09 Mar 2026 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260309_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36025920" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 9 มี.ค.69 : ท้องผูก ทำอย่างไรดี?</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 9 มี.ค.69 : ท้องผูก ทำอย่างไรดี?</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">คุณเคยมีประสบการณ์แบบนี้ไหม</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">? </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">รู้สึกปวดอุจจาระแล้ว แต่พอนั่งในห้องน้ำกลับต้องขยับท่าทางไปมา เบ่งจนหน้าบิดเบี้ยว เหงื่อแตกเต็มหัว แต่ก็ยัง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">&ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">ปลดปล่อย</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">&rdquo; </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">ไม่ออก สุดท้ายได้แต่ถอนหายใจว่า ทำไมถ่ายยากขนาดนี้!</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/8314ed53-4e4a-454c-8a86-155bdbb614c4.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>244</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99307</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวผลสำรวจ 10 อันดับแฟรนไซส์ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นที่พูดถึงในกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ไต้หวัน ในด้านราคา ความเป็นมืออาชีพ ความหลากหลายของสินค้า และคุณภาพการบริการมากที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 1) ตลาดสัตว์เลี้ยงในไต้หวันยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการบริโภคที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ซึ่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 เป็นต้นมา จำนวนสุนัขและแมวทั่วไต้หวันได้แซงหน้าจำนวนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีอย่างเป็นทางการแล้ว ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่อาหารสัตว์และอุปกรณ์พื้นฐานอีกต่อไป แต่ได้ขยายไปสู่บริการที่หลากหลาย เช่น การดูแลความงาม การรักษาพยาบาล ที่พักสำหรับสัตว์เลี้ยง และการดูแลในชีวิตประจำวัน เป็นต้น ซึ่งนั่นทำให้อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงโดยรวมมีมูลค่าผลิตภัณฑ์ต่อปีสูงถึงประมาณ 30,000 ล้านเหรียญไต้หวั นอกจากนี้ยังพบว่าความถี่และจำนวนของการจัดงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเริ่มมีมากกว่างานแสดงสินค้าเกี่ยวกับแม่และเด็ก อันเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าทั้งขนาดของตลาดและกระแสความสนใจในสังคมเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ภายใต้บริบทเช่นนี้แบรนด์ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงแบบแฟรนไซส์ที่เป็นช่องทางค้าปลีกขนาดใหญ่นอกจากจะต้องพยายามทำการขยายสาขาทั่วไต้หวันอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญถึงความต้องการที่แท้จริงของคนเลี้ยงสัตว์ด้วย คลิกปุ่มฟังรายการสีแดง</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6 ร้าน 寵物好事-貓の專門店&nbsp; happypet.com.tw</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 7 ร้าน 愛貓園 www.lovecat.com.tw</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 8 ร้าน 旺城寵物精品 www.wangk9.com</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 9 ร้าน 培菓寵物 www.petco888.com</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 10 ร้าน 百分百寵物生活館 www.pet100pa.com</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=99307</guid>
      <pubDate>Sun, 08 Mar 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260308_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36004800" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวผลสำรวจ 10 อันดับแฟรนไซส์ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นที่พูดถึงในกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ไต้หวัน ในด้านราคา ความเป็นมืออาชีพ ความหลากหลายของสินค้า และคุณภาพการบริการมากที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 1) ตลาดสัตว์เลี้ยงในไต้หวันยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการบริโภคที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ซึ่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 เป็นต้นมา จำนวนสุนัขและแมวทั่วไต้หวันได้แซงหน้าจำนวนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีอย่างเป็นทางการแล้ว ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่อาหารสัตว์และอุปกรณ์พื้นฐานอีกต่อไป แต่ได้ขยายไปสู่บริการที่หลากหลาย เช่น การดูแลความงาม การรักษาพยาบาล ที่พักสำหรับสัตว์เลี้ยง และการดูแลในชีวิตประจำวัน เป็นต้น ซึ่งนั่นทำให้อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงโดยรวมมีมูลค่าผลิตภัณฑ์ต่อปีสูงถึงประมาณ 30,000 ล้านเหรียญไต้หวั นอกจากนี้ยังพบว่าความถี่และจำนวนของการจัดงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเริ่มมีมากกว่างานแสดงสินค้าเกี่ยวกับแม่และเด็ก อันเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าทั้งขนาดของตลาดและกระแสความสนใจในสังคมเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ภายใต้บริบทเช่นนี้แบรนด์ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงแบบแฟรนไซส์ที่เป็นช่องทางค้าปลีกขนาดใหญ่นอกจากจะต้องพยายามทำการขยายสาขาทั่วไต้หวันอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญถึงความต้องการที่แท้จริงของคนเลี้ยงสัตว์ด้วย <strong><span style="color: #ba372a;">คลิกปุ่มฟังรายการสีแดง</span></strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/f16d4313-cf8a-4cb7-9428-73c30770f0ae.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>243</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 3 มี.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98889</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;พุทรา ผลไม้เด่นประจำฤดูหนาวของไต้หวัน โดดเด่นด้วยเปลือกเขียวมรกตมันเงา เนื้อหวานกรอบฉ่ำน้ำ อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และมีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น พุทราน้ำผึ้ง พุทราอินเดีย หรือพุทราเขียว </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปี 2019 สถาบันวิจัยการเกษตร(Taiwan Agricultural Research Institute)สาขาทดลองพืชสวนเขตร้อนโฟ่งซาน พัฒนาพันธุ์ &ldquo;ไถหนงหมายเลข 13-เสวี่ยลี่&rdquo; (雪麗) และเปิดให้ใช้สิทธิ์อย่างเป็นทางการ หลังเร่งส่งเสริมการปลูกต่อเนื่อง 5&ndash;6 ปี วันนี้ระบบจัดการเพาะปลูกเริ่มลงตัว ให้ผลคุณภาพสูง คว้ารางวัลจากหลายเวทีประกวด ดังนั้น &ldquo;เสวี่ยลี่&rdquo; จึงกลายเป็นพุทราน้ำผึ้งสายพันธุ์ใหม่ที่มาแรงที่สุด รสชาติเข้มข้น เนื้อเนียนละเอียด ถูกใจผู้บริโภค ทั้งเหมาะกินสดและมอบเป็นของขวัญ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">จุดเด่นอยู่ที่การพัฒนาพันธุ์โดยคำนึงถึงทั้งรสชาติ ความสะดวกของเกษตรกร และศักยภาพการตลาด เป็นพันธุ์สุกเร็ว ให้ผลไว สร้างคุณค่าร่วมกันครบวงจรตั้งแต่สวนถึงมือผู้บริโภค</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ฤดูพุทราในไต้หวันเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนของปีถัดไป ช่วงต้นฤดู (พฤศจิกายน&ndash;ธันวาคม) เดิมนิยมใช้พันธุ์ &ldquo;จงเย่&rdquo; (中葉) หรือ &ldquo;ซานมู่&rdquo; (三木) กระตุ้นดอกด้วยแสงไฟเพื่อเร่งผลผลิต แต่ผลที่ได้มักเปลือกหนา รสฝาด หวานต่ำ เนื้อแข็ง น้ำไม่มาก ทำให้ความต้องการบริโภคลดลง อุตสาหกรรมจึงมองหาพันธุ์ที่ให้ผลเร็ว สุกไว และคุณภาพสม่ำเสมอ ซึ่ง &ldquo;ไถหนงหมายเลข 13 &ndash; เสวี่ยลี่&rdquo; เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ได้อย่างลงตัว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไถหนงหมายเลข 13 &ndash; เสวี่ยลี่ ออกดอกและสุกเร็วโดยไม่ต้องพึ่งแสงไฟ ติดผลดี ใบเล็กพ่นยาง่าย ประหยัดแรงงาน ควบคุมโรคแมลงได้มีประสิทธิภาพ ช่วงเก็บเกี่ยวยาว ให้ผลใหญ่และผลผลิตรวมสูง รสหวานปนเปรี้ยว กลิ่นรสดี เนื้อเนียนละเอียด ช่วยลบภาพจำว่าพุทราต้นฤดูคุณภาพไม่ดี อีกทั้งความสุกเร็วคุณภาพสูงยังเปิดโอกาสส่งออกช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ เป็นของขวัญต่างประเทศได้</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ผลทรงกลมคล้ายแอปเปิล ฐานเว้าเล็กน้อยตั้งวางได้ไม่กลิ้ง ดูสะดุดตาและมีมูลค่าทางการตลาด ภายใต้การจัดการที่ดี น้ำหนักเฉลี่ยราว 150 กรัม (ประมาณ 4 ขีด) มีสัดส่วนมากกว่า 80% ผลสุกแล้วแขวนคาต้นได้นาน ยืดระยะเก็บเกี่ยว ลดแรงกดดันด้านแรงงานและการระบายสินค้า นอกจากนี้ ผิวมีชั้นไขธรรมชาติ เงางาม ไม่เกิดจุดสีน้ำตาลง่าย คุณภาพสม่ำเสมอ ขนาดผลใกล้เคียงกัน แม้เป็นผลต้นฤดู ก็ไม่สุกเหลืองเร็วหรือเกิดกลิ่นผิดปกติ ต้นให้ผลดกพอเหมาะ ลดภาระการตัดแต่ง ช่วยให้เกษตรกรบริหารจัดการได้คล่องตัวขึ้น</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98889</guid>
      <pubDate>Tue, 03 Mar 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260303_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36005760" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 3 มี.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 3 มี.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;พุทรา ผลไม้เด่นประจำฤดูหนาวของไต้หวัน โดดเด่นด้วยเปลือกเขียวมรกตมันเงา เนื้อหวานกรอบฉ่ำน้ำ อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และมีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น พุทราน้ำผึ้ง พุทราอินเดีย หรือพุทราเขียว </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/a5ff7524-75a2-4d7f-ad42-a27a93cc90a1.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>242</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 3 มี.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98888</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ความร่วมมือไต้หวัน&ndash;สหรัฐฯ ดันเทคโนโลยีหุ่นยนต์ก้าวอีกขั้น เมื่อ ASE Technology Holding (日月光投控) ในฐานะผู้ลงทุน จับมือกับ Ainos บริษัท AI ประยุกต์จากสหรัฐฯ และ Mirle (盟立) ผู้เชี่ยวชาญระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ของไต้หวัน พัฒนาหุ่นยนต์ยุคใหม่ที่ &ldquo;มีประสาทรับกลิ่น&rdquo; และเริ่มส่งมอบแล้ว ถือเป็นการก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมที่หุ่นยนต์อาศัยเพียงการมองเห็นและการได้ยิน ทำให้การรับรู้เข้าใกล้มนุษย์มากขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">หลินซื่อตง (林世東) ประธานบริหาร Mirle ระบุว่า ความต้องการตลาดพุ่งสูง มีทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกเข้าสู่ขั้นทดสอบ (POC) และบางรายเริ่มใช้งานจริงแล้ว นอกจากนี้ Mirle ยังร่วมกับ Aspeed (信驊) ติดตั้งกล้อง Cupola360 ให้หุ่นยนต์ มอบการมองเห็น 360 องศาไร้จุดบอด เสริม &ldquo;ดวงตาอัจฉริยะ&rdquo; ควบคู่ &ldquo;จมูกอัจฉริยะ&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">หัวใจสำคัญคือการผสานแพลตฟอร์ม AI Nose ของ Ainos เข้ากับหุ่นยนต์มนุษย์และหุ่นยนต์สี่ขาของ Mirle ขยายขอบเขตการใช้งานครอบคลุมโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ โรงงานอัตโนมัติ การลาดตระเวนในโรงพยาบาล การตรวจสอบสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงความปลอดภัยชุมชนและชายแดน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">Ainos ซึ่งจดทะเบียนในตลาด Nasdaq และมี ASE ถือหุ้นเกือบ 20% ได้นำ AI Nose ไปใช้ในโรงงานเครือ ASE เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบเคมีในอากาศ ยกระดับสู่โรงงานอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตชิป </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ไช่ฉวินเสียน(蔡群賢) CEO ของ Ainos ชี้ว่า โลกจริงยังมี &ldquo;สัญญาณผ่านกลิ่น&rdquo; อีกมากที่หุ่นยนต์ไม่เคยรับรู้ การเติมประสาทรับกลิ่นจึงเปิดมิติใหม่ให้ AI ขณะที่หลินซื่อตงเสริมว่า ในโรงงานชิปที่มีก๊าซพิษจำนวนมาก หุ่นยนต์สามารถตรวจจับการรั่วไหล แปลงกลิ่นเป็นข้อมูลดิจิทัล ส่งขึ้นคลาวด์วิเคราะห์ได้ทันที ลดความเสี่ยงต่อมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">มองไกลกว่านั้น เทคโนโลยีนี้ยังต่อยอดสู่การแพทย์อัจฉริยะ และอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยการแยกแยะกลิ่น เช่น อาหารหรือเครื่องหอม เปิดประตูสู่ยุคใหม่ของหุ่นยนต์ที่ &ldquo;มองเห็น ได้ยิน และดมกลิ่นได้&rdquo; อย่างแท้จริง</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98888</guid>
      <pubDate>Tue, 03 Mar 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260303_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36033600" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 3 มี.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 3 มี.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ความร่วมมือไต้หวัน&ndash;สหรัฐฯ ดันเทคโนโลยีหุ่นยนต์ก้าวอีกขั้น เมื่อ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ASE Technology Holding (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-font-family: 'Angsana New';">日月光投控</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ในฐานะผู้ลงทุน จับมือกับ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">Ainos </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">บริษัท </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">AI </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ประยุกต์จากสหรัฐฯ และ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">Mirle (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-font-family: 'Angsana New';">盟立</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ผู้เชี่ยวชาญระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ของไต้หวัน พัฒนาหุ่นยนต์ยุคใหม่ที่ &ldquo;มีประสาทรับกลิ่น&rdquo; และเริ่มส่งมอบแล้ว ถือเป็นการก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมที่หุ่นยนต์อาศัยเพียงการมองเห็นและการได้ยิน ทำให้การรับรู้เข้าใกล้มนุษย์มากขึ้น</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/ec4bb8e0-7016-4782-b0dd-dd6fba1114b1.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>241</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 2 มี.ค. 69 : ระวัง! โนโรไวรัสระบาดหนักตั้งแต่ตรุษจีน อาการเด่นคือคลื่นไส้ อาเจียนและท้องเสีย]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98537</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไต้หวันกำลังเผชิญกับการระบาดอย่างรุนแรงของเชื้อโนโรไวรัส กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน(Centers for Disease Control:CDC) แถลงว่า ตลอดช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนเป็นเวลา 9 วัน มีผู้ป่วยที่มีอาการอาเจียนและท้องเสียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเกือบ 90% เป็นการระบาดแบบกลุ่มก้อนซึ่งมีสาเหตุมาจากโนโรไวรัส ซึ่งเป็นเชื้อที่แพร่กระจายได้ง่ายมาก ติดต่อจากคนสู่คนผ่านอุจจาระหรืออาเจียน กลุ่มเสี่ยงอย่างทารก เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">ช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน 9 วัน ผู้ป่วยที่มีอาการอาเจียนและท้องเสียจากการติดเชื้อโนโรไวรัสเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ภาพจาก CNA)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กรมควบคุมโรคยังเตือนประชาชน เมื่อติดเชื้ออาจมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป ดังนั้น หากมีอาการอาเจียนหรือท้องเสีย ควรพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน และหลีกเลี่ยงการออกสู่ที่สาธารณะอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังอาการหาย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น นอกจากนี้ขอให้ประชาชนดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ล้างมือด้วยสบู่ก่อนเตรียมและรับประทานอาหาร ปรุงอาหารให้สุกสะอาด หลีกเลี่ยงการปนเปื้อน ล้างผักผลไม้ให้สะอาด ของใช้ที่ปนเปื้อนควรฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาฟอกขาวและสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โนโรไวรัสคืออะไร?</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร เป็นสาเหตุของการระบาดของการติดเชื้อท้องเสีย ที่ไม่ใช่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่พบบ่อยที่สุดในโลก พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ทำให้เกิดอาการท้องเสียและอาเจียน โรคนี้ติดต่อกันได้ง่ายแม้ร่างกายจะได้รับเชื้อในปริมาณเล็กน้อย และเชื้อยังทนต่อความร้อนและน้ำยาฆ่าเชื้อได้ดี จึงสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ผ่านอาหาร น้ำ หรือการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ จากนั้นเอามือเข้าปาก นอกจากนี้ยังแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองอาเจียนที่มีไวรัส อีกทั้งทนต่อความร้อนและแอลกอฮอล์ ทำให้ควบคุมได้ยากปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อโนโรไวรัส ในไต้หวันพบในทุกฤดูกาล ส่วนในประเทศไทยมักระบาดในฤดูฝน และช่วงที่มีอากาศเย็น ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมทุกปี</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กลุ่มอายุที่พบการติดเชื้อโนโรไวรัส</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โนโรไวรัสติดเชื้อได้ทุกวัย แต่อาการจะรุนแรงขึ้นในเด็กเล็ก เนื่องจากเด็กมักจะอมนิ้ว ดูดนิ้วหลังจับสิ่งของ จึงเกิดการระบาดได้ง่ายในสถานรับเลี้ยงเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ และโรคตับ รวมทั้งผู้ป่วยมะเร็ง (โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับเคมีบำบัดหรือรังสีบำบัด) และผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เป็นต้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ รวมถึงคนที่อยู่ในที่แออัด หรือมีคนอยู่ร่วมกัน ในช่วงเวลาเดียวกันเป็นจำนวนมาก เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล หรือสถานดูแลผู้สูงอายุ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการที่พบบ่อย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลังได้รับเชื้อภายใน 12-28 ชม.จะมีอาการ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-คลื่นไส้ อาเจียนค่อนข้างรุนแรง ซึ่งเป็นอาการหลักและพบได้บ่อยที่สุด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ถ่ายเหลวเป็นน้ำ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ปวดท้อง หรือปวดเกร็งที่หน้าท้อง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-อาจมีไข้ต่ำร่วมด้วย บางรายมีไข้สูง 38-39 องศาเซลเซียสได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อ ถ้ามีอาการรุนแรง ถ่ายตลอดเวลา จะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการช็อกได้ อาเจียน กินไม่ได้ มีไข้สูง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ปัสสาวะออกน้อย ซึม กระสับกระส่าย ปลายมือปลายเท้าเย็น ชีพจรเบาเร็ว อาการเหล่านี้แสดงออกถึงความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">อาการสำคัญของการติดเชื้อโนโรไวรัสคือคลื่นไส้ อาเจียนและท้องเสีย (ภาพจาก commonhealth.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การตรวจวินิจฉัยและการรักษา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การตรวจเชื้อโนโรไวรัส โดยการเก็บตัวอย่างอุจจาระส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรักษา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาที่รักษาโนโรไวรัสโดยตรง จึงต้องรักษาตามอาการ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องดื่มน้ำและเกลือแร่ให้พอ เพื่อทดแทนที่ร่างกายเสียไปจากการอาเจียนและท้องเสีย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ถ้าท้องเสียหนักหรืออาเจียนจนกินอะไรไม่ได้ ควรไปหาหมอเพื่อให้น้ำเกลือทางเส้นเลือด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-กินอาหารอ่อน ๆ เพราะการติดเชื้อทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ จนย่อยและดูดซึมอาหารได้ไม่ปกติ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะที่นิยมใช้กัน เช่น Norfloxacin (นอร์ฟล็อกซาซิน) เพราะเป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงไม่ช่วยรักษาการติดเชื้อไวรัส และอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย รวมถึงทำให้เชื้อดื้อยาได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">&nbsp;วิธีป้องกันเชื้อโนโรไวรัสที่ดีที่สุดคือหมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่เหลวและน้ำ นานอย่างน้อย 20 วินาที ก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ และก่อนการเตรียมอาหาร (ภาพจาก helloyishi.com.tw) </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การป้องกันและดูแลตนเอง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่เหลวและน้ำ นานอย่างน้อย 20 วินาที ก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ และก่อนการเตรียมอาหาร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หรืออาหารสำเร็จรูปที่ผ่านการอุ่นร้อนอย่างทั่วถึง ดื่มน้ำที่สะอาด และหลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำแข็งในกรณีที่ไม่มั่นใจในความสะอาด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ควรใช้ช้อนกลางหรือตะเกียบแยกสำหรับคีบอาหารเพื่อลดการปนเปื้อน </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-หลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ทำความสะอาดพื้นผิวที่อาจปนเปื้อนเชื้อ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ในร้านอาหาร โรงอาหาร ห้องน้ำ และห้องส้วม ด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของคลอรีน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-หากมีอาการป่วย ควรพักผ่อนอยู่บ้าน หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น รวมถึงการประกอบอาหาร และการรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การป้องกันผู้อื่น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลังจากอาการหายดีแล้ว ควรหยุดพักฟื้นและดูแลตนเองที่บ้านอีก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อย่างน้อย 2 วัน (48 ชั่วโมง) ก่อนกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมในร้านอาหารโรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หรือสถานที่อื่น ๆ ที่อาจเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโนโรไวรัสไปยังผู้อื่น เนื่องจากเชื้อยังคงอยู่ในอุจจาระของผู้ป่วยอีกระยะหนึ่งหลังอาการหายดีแล้ว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่มาข้อมูล</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; cdc.gov.tw</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; thaimedcouncil</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98537</guid>
      <pubDate>Mon, 02 Mar 2026 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260302_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36011520" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 2 มี.ค. 69 : ระวัง! โนโรไวรัสระบาดหนักตั้งแต่ตรุษจีน อาการเด่นคือคลื่นไส้ อาเจียนและท้องเสีย</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 2 มี.ค. 69 : ระวัง! โนโรไวรัสระบาดหนักตั้งแต่ตรุษจีน อาการเด่นคือคลื่นไส้ อาเจียนและท้องเสีย</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">ไต้หวันกำลังเผชิญกับการระบาดอย่างรุนแรงของเชื้อโนโรไวรัส กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน(</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">Centers for Disease Control:CDC) </span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">แถลงว่า ตลอดช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนเป็นเวลา </span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">9 </span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">วัน มีผู้ป่วยที่มีอาการอาเจียนและท้องเสียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเกือบ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">90% </span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">เป็นการระบาดแบบกลุ่มก้อนซึ่งมีสาเหตุมาจากโนโรไวรัส ซึ่งเป็นเชื้อที่แพร่กระจายได้ง่ายมาก ติดต่อจากคนสู่คนผ่านอุจจาระหรืออาเจียน กลุ่มเสี่ยงอย่างทารก เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกัน</span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">บกพร่อง&nbsp;</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/9d57dc39-93e3-418d-aab8-4754e12dc388.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>240</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.​ 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98776</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความสวยความงามของไต้หวันที่เรียกว่าเป็นไอเทมฮิตตลอดกาลเพื่อการบำรุงผิวของคนไต้หวัน และยังเป็นหนึ่งในของฝากยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย ซึ่งนั่นก็คือ แผ่นมาส์กหน้า หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า เมี่ยนหมอ (面膜) ภายใต้สัญลักษณ์ MIT (Made in Taiwan) นั่นเอง แผ่นมาส์กหน้าของไต้หวันได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดความงามโดยเฉพาะทวีปเอเชีย ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและราคาที่เข้าถึงได้ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มุ่งเน้นการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก โดยใช้สารสกัดจากธรรมชาติ เช่น ชาเขียว ดอกซากุระ ไข่มุก ผลไม้ และสมุนไพรจีนที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว แบรนด์ไต้หวันให้ความสำคัญกับนวัตกรรมด้านแผ่นใยมาร์กที่บางเบา แนบสนิทกับผิวหน้า ทำให้สารบำรุงซึมซาบได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายสูตรเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำ และปลอบประโลมผิวแพ้ง่าย นอกจากนี้ยังมีสูตรเพื่อผิวกระจ่างใสและลดเลือนริ้วรอยที่ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย แผ่นมาร์กจากไต้หวันมักผ่านการทดสอบทางผิวหนัง เพื่อความปลอดภัยและอ่อนโยนต่อผิว จุดเด่นอีกประการคือบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างน่ารัก ทันสมัย และพกพาสะดวก จึงเหมาะสำหรับใช้ดูแลผิวเป็นประจำหรือพกพาเวลาเดินทาง ด้วยคุณภาพและความหลากหลายที่ครบครัน แผ่นมาส์กหน้าของไต้หวันจึงกลายเป็นไอเท็มยอดนิยมของคนรักผิวทั่วโลก ดังนั้นใบรรดาแผ่นมาส์กหน้าหลากหลายแบรนด์ที่ว่างจำหน่ายอยู่ตามห้างร้านต่างๆ ในไต้หวัน 10 แบรนด์ไหนกำลังได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้บริโภคชาวไต้หวันในช่วงปีที่ผ่านมา เพราะอะไร วันนี้มีบอกเล่าให้ฟังกัน (ตอนที่ 2) คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงตรงมุมบนซ้ายมือได้เลย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 1 AKIMIA</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2 TTM 提提研</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3 FOR BELOVED ONE 寵愛之名</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4 Neogence 霓淨思</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5&nbsp;我的美麗日記 MyBeautyDiary</p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98776</guid>
      <pubDate>Sun, 01 Mar 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260301_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36022080" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.​ 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.​ 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความสวยความงามของไต้หวันที่เรียกว่าเป็นไอเทมฮิตตลอดกาลเพื่อการบำรุงผิวของคนไต้หวัน และยังเป็นหนึ่งในของฝากยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย ซึ่งนั่นก็คือ แผ่นมาส์กหน้า หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า เมี่ยนหมอ (面膜) ภายใต้สัญลักษณ์ MIT (Made in Taiwan) นั่นเอง แผ่นมาส์กหน้าของไต้หวันได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดความงามโดยเฉพาะทวีปเอเชีย ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและราคาที่เข้าถึงได้ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มุ่งเน้นการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก โดยใช้สารสกัดจากธรรมชาติ เช่น ชาเขียว ดอกซากุระ ไข่มุก ผลไม้ และสมุนไพรจีนที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว แบรนด์ไต้หวันให้ความสำคัญกับนวัตกรรมด้านแผ่นใยมาร์กที่บางเบา แนบสนิทกับผิวหน้า ทำให้สารบำรุงซึมซาบได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายสูตรเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำ และปลอบประโลมผิวแพ้ง่าย นอกจากนี้ยังมีสูตรเพื่อผิวกระจ่างใสและลดเลือนริ้วรอยที่ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย แผ่นมาร์กจากไต้หวันมักผ่านการทดสอบทางผิวหนัง เพื่อความปลอดภัยและอ่อนโยนต่อผิว จุดเด่นอีกประการคือบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างน่ารัก ทันสมัย และพกพาสะดวก จึงเหมาะสำหรับใช้ดูแลผิวเป็นประจำหรือพกพาเวลาเดินทาง ด้วยคุณภาพและความหลากหลายที่ครบครัน แผ่นมาส์กหน้าของไต้หวันจึงกลายเป็นไอเท็มยอดนิยมของคนรักผิวทั่วโลก ดังนั้นใบรรดาแผ่นมาส์กหน้าหลากหลายแบรนด์ที่ว่างจำหน่ายอยู่ตามห้างร้านต่างๆ ในไต้หวัน 10 แบรนด์ไหนกำลังได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้บริโภคชาวไต้หวันในช่วงปีที่ผ่านมา เพราะอะไร วันนี้มีบอกเล่าให้ฟังกัน (ตอนที่ 2) <span style="color: #ba372a;"><strong>คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงตรงมุมบนซ้ายมือได้เลย</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/044d8106-fa4e-4dcb-ab27-6194ab134152.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>239</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 24 ก.พ.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98324</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;เวลาเดินตลาด คุณคงสังเกตว่า ผลไม้นำเข้าในไต้หวันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จากสถิติของกระทรวงเกษตร ผลผลิตผลไม้ในประเทศลดลงมากกว่า 20% ในรอบ 10 ปี อัตราการพึ่งพาตนเองลดลงแตะระดับต่ำสุด ขณะเดียวกัน ปริมาณและมูลค่าผลไม้นำเข้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2025 มูลค่านำเข้าผลไม้รวมแตะ 30,200 ล้านเหรียญไต้หวัน ทำสถิติสูงสุด เพิ่มขึ้น 44.5% ใน 5 ปี</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ส่วนปริมาณผลไม้ที่ผลิตในประเทศลดจาก 2.8 ล้านตันในปี 2015 เหลือ 2.22 ล้านตันในปี 2024 อัตราพึ่งพาตนเองลดจาก 88.3% เหลือ 81.9% ขณะเดียวกัน ปริมาณนำเข้าผลไม้เพิ่มจาก 560,000 ตันเป็น 620,000 ตัน สัดส่วนการนำเข้าต่ออุปทานในประเทศเพิ่มจาก 17.7% เป็น 22.9% และถ้าดูในแง่มูลค่า ผลไม้ 24 ประเภท รวมทั้งผลไม้สดแช่เย็นและผลิตภัณฑ์แปรรูป ปี 2025 มูลค่านำเข้ารวมแตะ 30,200 ล้านเหรียญไต้หวัน เป็นครั้งแรกที่ทะลุ 30,000 ล้าน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หากนับเฉพาะผลไม้สดแช่เย็น มูลค่านำเข้าก็อยู่ที่ 26,300 ล้านเหรียญไต้หวัน ทำสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปีเช่นกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แชมป์ผลไม้นำเข้า ยังคงเป็น แอปเปิล นำเข้า 780 ล้านลูกต่อปี มูลค่า 9,020 ล้านเหรียญไต้หวัน น้ำหนักรวม 156,000 ตัน เฉลี่ยคนไต้หวันหนึ่งคนบริโภคประมาณ 34 ลูก หรือราว 6.8 กิโลกรัมต่อปี ผลไม้ที่ตามมา ได้แก่ กีวี เชอร์รี และองุ่น โดยกีวีครองอันดับสองมาตลอด แต่หลังปี 2021 เชอร์รีและองุ่นมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนในปี 2025 กีวีถูกแซงเป็นครั้งแรก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อย่างไรก็ตาม ผลไม้ที่เติบโตมากที่สุดคือ เชอร์รี มูลค่าผลไม้สดแช่เย็น 4,320 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่ม 23.8% ต่อปี ปริมาณนำเข้ากว่า 20,000 ตัน หากคิดลูกละ 10 กรัม คนไต้หวันบริโภครวมประมาณ 2,130 ล้านลูกต่อปี รองลงมาคือ องุ่น มูลค่า 4,450 ล้านเหรียญไต้หวัน น้ำหนัก 37,000 ตัน หากคิดลูกละ 5 กรัม เท่ากับบริโภคประมาณ 7,400 ล้านลูก แต่ถ้าเป็น องุ่นมัสกัต ลูกละ 13 กรัม จะบริโภครวมมากกว่า 2,800 ล้านลูก เฉลี่ยคนไต้หวันกินปีละกว่า 120 ลูก หรือราว 1.6 กิโลกรัม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทำไมคนไต้หวันถึงรัก แอปเปิล กันนัก? ศ.กิตติคุณ หลี่หมิงสง(呂明雄) จากภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยแห่งชาติเจียอี้ วิเคราะห์ว่า ไต้หวันไม่เหมาะกับการปลูกแอปเปิลเมืองหนาวเชิงพาณิชย์ จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก โดยแอปเปิลพรีเมียมจากญี่ปุ่นมักถูกจัดเป็นชุดของขวัญยอดนิยม ขณะที่แอปเปิลจากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และชิลี มีคุณภาพดี ราคาจับต้องได้ ทำให้ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งมายาวนาน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำหรับ เชอร์รี การเติบโตเร็วเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในตลาดจีน ในอดีตเชอร์รีจากชิลีส่งออกไปจีนเป็นหลัก แต่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวและความต้องการผลไม้ราคาสูงลดลง ทำให้เชอร์รีจำนวนมากหันมาสู่ตลาดไต้หวัน &nbsp;ส่วน องุ่น นำเข้าหลักมาจากสหรัฐฯ และชิลี โดยองุ่นเขียวและม่วงมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน ขณะเดียวกัน องุ่นมัสกัต จากญี่ปุ่นและเกาหลี ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากรสหวานกรอบฉ่ำ แต่เมื่อจีนเริ่มผลิตจำนวนมาก ราคาลดลง และบางส่วนเข้าสู่ไต้หวันผ่านเกาหลี ทำให้ตลาดเปลี่ยนไปและผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น &nbsp;นอกจากนี้ ส้มตระกูลต่าง ๆ เติบโตโดดเด่น ส้ม Ponkan (椪柑) เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ส่วนส้ม Mogan (茂谷柑) เพิ่มขึ้น 49% สาเหตุจากการชดเชยผลผลิตในประเทศ ภัยธรรมชาติ และรสนิยมผู้บริโภค </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เจิงเหวินจั่ว(曾文佐) ประธานสมาคมผู้นำเข้าผลไม้ไต้หวัน ระบุว่า ผู้นำเข้ามักหลีกเลี่ยงการแข่งขันตรงกับผลผลิตในประเทศ ปริมาณนำเข้าจึงผันตามผลผลิตภายในประเทศ เช่น ปี 2025 ส้ม Ponkan นำเข้าเพิ่มเพราะฤดูฝนทำผลผลิตในประเทศลด ขณะที่ความนิยมของผู้บริโภคก็มีบทบาท เช่น ส้มเปลือกลอกง่ายและส้มเม่ากู่ รสหวาน ราคาจับต้องได้ ทำให้นำเข้าเพิ่มต่อเนื่อง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กำลังซื้อผู้บริโภคไต้หวันสูงเป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากญี่ปุ่น สร้างความต้องการผลไม้นำเข้าอย่างแข็งแกร่ง อีกปัจจัยสำคัญคือ การรักษาความสด ผลไม้ท้องถิ่นหลายชนิดไม่มีระบบควบคุมความเย็น ทำให้สดไม่นาน ขณะที่ผลไม้นำเข้ามาพร้อม ระบบห่วงโซ่ความเย็นครบวงจร ทำให้จัดเก็บและจำหน่ายได้ยืดหยุ่นกว่า ในขณะเดียวกัน ผลผลิตในประเทศลดลงชัดเจน เนื่องจากแรงงานสูงวัยและขาดแคลน แต่ไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมผลไม้ไต้หวันถดถอย เกษตรกรรุ่นใหม่เน้น ฟาร์มประณีต ใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาสายพันธุ์พรีเมียม เช่น สับปะรดน้อยหน่า (鳳梨釋迦) และ สาลี่กันลู่ (甘露梨) เพื่อสร้างมูลค่าและความแตกต่าง</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; แม้ผลไม้นำเข้าจะเพิ่มขึ้น แต่การสนับสนุนผลไม้ท้องถิ่นยังสำคัญ เพราะตอบโจทย์โภชนาการและระบบนิเวศท้องถิ่น แต่ด้วยข้อจำกัดด้านเกษตรกรรายย่อยและพื้นที่ ไต้หวันจึงต้องพึ่งพาผลไม้นำเข้า การพัฒนาอุตสาหกรรมผลไม้จึงควรมุ่งสู่ มูลค่าสูงและเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อความยั่งยืนในตลาด</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98324</guid>
      <pubDate>Tue, 24 Feb 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260224_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36025920" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 24 ก.พ.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 24 ก.พ.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;เวลาเดินตลาด คุณคงสังเกตว่า ผลไม้นำเข้าในไต้หวันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จากสถิติของกระทรวงเกษตร ผลผลิตผลไม้ในประเทศลดลงมากกว่า</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> 20% </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ในรอบ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">10 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ปี อัตราการพึ่งพาตนเองลดลงแตะระดับต่ำสุด ขณะเดียวกัน ปริมาณและมูลค่าผลไม้นำเข้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2025 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">มูลค่านำเข้าผลไม้รวมแตะ</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> 30,200 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ล้านเหรียญไต้หวัน ทำสถิติสูงสุด เพิ่มขึ้น</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> 44.5% </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ใน </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">5 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ปี</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/c8cb9062-3ca6-4bf7-8842-79f5e6e21416.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>238</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 24 ก.พ.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98323</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โครงการระบบดาวเทียมที่พัฒนาและผลิตเองเป็นครั้งแรกของไต้หวัน &ldquo;ฟอร์โมซาแซต-8&rdquo; เดินหน้าสู่หมุดหมายสำคัญ หลังดาวเทียม &ldquo;ฉีป๋อหลิน&rdquo; ดวงแรกประสบความสำเร็จในการบันทึกภาพจากอวกาศและส่งข้อมูลกลับสู่พื้นโลกอย่างสมบูรณ์ ศูนย์อวกาศแห่งชาติไต้หวัน (TASA) เปิดเผยผลงานภาพถ่ายชุดแรกเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 โดยครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั้งในและต่างประเทศ อาทิ อุทยานวิทยาศาสตร์ซินจู๋ เมืองอันผิงในไถหนาน ท่าเรือซิงต๋า เมืองเกาสง รวมถึงสนามกีฬาแห่งชาติโตเกียวของญี่ปุ่น และสนามบินบาร์เซโลนาในสเปน ภาพที่ได้มีความคมชัดและคุณภาพสูงกว่ามาตรฐานที่ออกแบบไว้ ถือว่าบรรลุภารกิจตามเป้าหมายอย่างเต็มที่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ดาวเทียมฉีป๋อหลินถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2025 หลังผ่านการตรวจสอบสมรรถนะ การควบคุมวงโคจร และการทดสอบถ่ายภาพมากกว่าร้อยครั้ง จึงเริ่มภารกิจถ่ายภาพอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2026 และสามารถเผยแพร่ผลงานชุดแรกได้ก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน นำมาซึ่งข่าวดีของอุตสาหกรรมอวกาศไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">TASA ระบุว่า ภาพถ่ายผ่านการประเมินตามมาตรฐานสากลด้านการแปลภาพที่กองทัพสหรัฐใช้ ยืนยันว่าความละเอียดภาพดิบอยู่ที่ระดับ 1 เมตรตามที่ออกแบบไว้ และยังสามารถประมวลผลเพิ่มเติมให้มีความละเอียดสูงพิเศษถึง 0.7 เมตร ค่าความคมชัดของภาพและอัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวนล้วนดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แสดงถึงสมรรถนะของดาวเทียมที่ทำได้เกินเป้าหมาย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ภาพที่เผยแพร่สะท้อนศักยภาพด้านการสังเกตเมือง ชายฝั่ง และโครงสร้างพื้นฐานอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นร่องรอยคลื่นท้ายเรือประมงที่ท่าเรืออันผิง ความแตกต่างของสีระหว่างน้ำจืดกับน้ำทะเลในท่าเรือซิงต๋า หรือรายละเอียดของอาคารและยานพาหนะในสนามบิน ซึ่งเป็นเป้าหมายมาตรฐานในการทดสอบการจำแนกภาพ ยืนยันความสามารถในการแยกรายละเอียดเชิงพื้นที่ระดับสูง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อู๋เฉิงเหวิน(吳誠文) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และประธานบอร์ด TASA กล่าวว่า ฟอร์โมซาแซต-8 คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไต้หวันก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมอวกาศโลกอย่างแท้จริง ความสำเร็จครั้งนี้พิสูจน์ว่าไต้หวันไม่เพียง &ldquo;ผลิตได้เอง&rdquo; แต่กำลังก้าวไปสู่การ &ldquo;สร้างสรรค์เอง&rdquo; ในระดับสากล ขณะที่อู๋ จงซิ่น ผู้อำนวยการ TASA ระบุว่า การพัฒนาจากความละเอียด 2 เมตรสู่ 1 เมตร ใช้เวลาทุ่มเทถึง 8 ปี และต้องอาศัยความแม่นยำสูงทั้งด้านออปติกและเสถียรภาพการควบคุมท่าทางดาวเทียม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฟอร์โมซาแซต-8 ยังมีบทบาทในการยกระดับอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยมีชิ้นส่วนที่ผลิตในไต้หวันอย่างน้อย 16 รายการผ่านการทดสอบในวงโคจร เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตท้องถิ่นแสดงศักยภาพสู่ตลาดโลก นอกจากนี้ ดาวเทียมฉีป๋อหลินยังสามารถบันทึกภาพหลายย่านคลื่น รวมถึงเรดเอดจ์ที่มีความละเอียดสูง เหมาะสำหรับการเกษตรแม่นยำ การติดตามป่าไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โครงการฟอร์โมซาแซต-8 วางแผนสร้างระบบดาวเทียมรวม 8 ดวง เพื่อครอบคลุมการถ่ายภาพทั่วโลกและเพิ่มความถี่การสังเกตไต้หวันสูงสุดวันละ 3 ครั้ง โดยดาวเทียมดวงที่สองกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการประกอบ และคาดว่าจะส่งขึ้นสู่อวกาศภายในปลายปีนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของไต้หวันบนเส้นทางอวกาศอย่างยั่งยืน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98323</guid>
      <pubDate>Tue, 24 Feb 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260224_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36019200" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 24 ก.พ.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 24 ก.พ.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">โครงการระบบดาวเทียมที่พัฒนาและผลิตเองเป็นครั้งแรกของไต้หวัน &ldquo;ฟอร์โมซาแซต-</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">8&rdquo; </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">เดินหน้าสู่หมุดหมายสำคัญ หลังดาวเทียม &ldquo;ฉีป๋อหลิน&rdquo; ดวงแรกประสบความสำเร็จในการบันทึกภาพจากอวกาศและส่งข้อมูลกลับสู่พื้นโลกอย่างสมบูรณ์ ศูนย์อวกาศแห่งชาติไต้หวัน (</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">TASA) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">เปิดเผยผลงานภาพถ่ายชุดแรกเมื่อวันที่ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">12 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">กุมภาพันธ์ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">2026 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">โดยครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั้งในและต่างประเทศ อาทิ อุทยานวิทยาศาสตร์ซินจู๋ เมืองอันผิงในไถหนาน ท่าเรือซิงต๋า เมืองเกาสง รวมถึงสนามกีฬาแห่งชาติโตเกียวของญี่ปุ่น และสนามบินบาร์เซโลนาในสเปน ภาพที่ได้มีความคมชัดและคุณภาพสูงกว่ามาตรฐานที่ออกแบบไว้ ถือว่าบรรลุภารกิจตามเป้าหมายอย่างเต็มที่</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/452d9416-f9d5-4afc-9c87-051aedf0dd6a.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>237</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 23 ก.พ. 69 : ระวัง! หนูนำเชื้อโรคร้ายมาสู่คน ]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98023</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันเปิดเผยว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฮันตารายแรกของปีและเสียชีวิตรายแรกในรอบ 25 ปี เป็นชายอายุ 70 กว่าปี มีประวัติป่วยเป็นโรคเรื้อรัง อาศัยอยู่ในกรุงไทเป เริ่มมีอาการไอและหายใจลำบาก และเสียชีวิตภายในเวลาประมาณ 8 วันหลังเริ่มป่วย บริเวณใกล้บ้านสามารถจับหนูได้ 4 ตัว โดย 2 ตัวตรวจพบแอนติบอดีของไวรัสฮันตา ทั้งนี้หนูเป็นพาหะสำคัญของไวรัสฮันตา</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18pt; text-align: center;">&nbsp;เทศบาลกรุงไทเปเร่งพ่นยาฆ่าเชื้อหลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา เสียชีวิตรายแรกในรอบ 25 ปี (ภาพจาก เทศบาลกรุงไทเป)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 27.0pt; mso-char-indent-count: 1.5; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">จากข้อมูลเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ไต้หวันพบผู้ป่วยไวรัสฮันตาสะสม 44 ราย เป็นผู้ชาย 29 ราย ผู้หญิง 15 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ 30&ndash;50 ปี จำนวน 32 ราย และพบว่าช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมของทุกปีเป็นช่วงที่มีผู้ป่วยมากที่สุด กรมควบคุมโรคเตือนประชาชนให้หมั่นทำความสะอาดและรักษาสุขอนามัยในที่พักอาศัย โดยเฉพาะในห้องครัวซึ่งเก็บอาหารแห้ง หากต้องทำความสะอาดมูลหรือคราบจากหนู ควรใช้น้ำยาฟอกขาวเจือจางฆ่าเชื้อก่อน เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อไวรัส</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคระบบทางเดินหายใจจากการติดเชื้อไวรัสฮันตา (HANTAVIRUS PULMONARY SYNDROME : HPS)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การติดเชื้อไวรัสฮันตาในทวีปอเมริกาเหนือ ส่วนใหญ่ก่อให้เกิดโรคกลุ่มอาการระบบทางเดินหายใจ เรียกว่า Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญอย่างหนึ่งในปัจจุบัน จึงได้มีการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนในทั่วทุกพื้นที่ และได้มีการติดตามเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มงวด ทำให้อัตราการตายจากการระบาดไม่ปรากฎเป็นข่าวคราวใหญ่โตเท่าใดนัก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) ระบุว่า พบผู้ป่วยครั้งแรกในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ในปี พ.ศ. 2536 บริเวณจุดต่อสี่มุม (Four Corners area) ของรัฐนิวเม็กซิโกและรัฐอริโซนา ในคนพื้นเมืองของอเมริกา หลังจากนั้นมีการพบผู้ป่วยที่ยืนยันการวินิจฉัยในแคนาดาและฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา พบผู้ป่วยประปรายทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา รวมทั้งในรัฐฟลอริดา โรดไอแลนด์ นิวยอร์คและอินเดียนา การพบโรคมากหรือน้อยตามฤดูกาลจะสัมพันธ์กับการเพิ่มจำนวนของสัตว์ฟันแทะในแถบนั้น อัตราการตายโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 40 - 50 ผู้ป่วย 103 รายแรกที่พบนั้น มีอัตราตายสูงถึงร้อยละ 52 ส่วนผู้ที่รอดชีวิตการฟื้นไข้เป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยปอดกลับมาทำงานได้เหมือนปกติ ไม่ปรากฏอาการทางไตและอาการเลือดออกยกเว้นในบางรายที่อาการรุนแรง ในช่วงปี 2536 - 2565 ในสหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อฮันตาไวรัสที่ได้รับการยืนยันทั้งสิ้น 864 ราย โดยกรณีส่วนใหญ่พบในพื้นที่แถบชนบทของรัฐทางตะวันตกอย่าง แคลิฟอร์เนีย วอชิงตัน แอริโซนา นิวเม็กซิโก และโคโลราโด ในขณะที่ทั่วโลกมีรายงานพบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจจากการติดเชื้อไวรัสฮันตา ปีละประมาณ 15,000-20,000 คน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;">ระวัง! หนูนำเชื้อโรคร้ายมาสู่คน (ภาพจาก health.tvbs.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการของโรค ผู้ป่วยจะเริ่มปรากฎอาการภายหลังได้รับเชื้อไวรัสฮันตา 1-3 สัปดาห์ โดยมีอาการไข้สูงหนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อต้นขา สะโพก กล้ามเนื้อหลัง และบริเวณหัวไหล่ อาการไข้หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมักจะรุนแรงมากขึ้น ร่วมกับอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรืออุจจาระร่วง ที่น่าสังเกตคือ มักจะไม่พบผื่นผิวหนัง ไม่พบจุดเลือดออกตามตัว และไม่มีอาการบวมรอบตาหรือแขนขา หลังจากนั้นภายใน 4-5 วันต่อมา ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ หอบเหนื่อย ต่อมาจะตามด้วยอาการปอดบวมน้ำ และภาวะช็อก ที่สำคัญความผิดปกติของปอดจะมีการลุกลามอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเป็นชั่วโมง ตามด้วยความดันโลหิตตํ่า อาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็วจนเกิดภาวะหายใจวายและช็อกจากหัวใจล้มเหลว ความเข้มข้นเลือดสูง มีโปรตีนอัลบูมินในกระแสเลือดตํ่าและเกล็ดเลือดตํ่า อัตราตายสูงถึงร้อยละ 35 - 50 แต่ในผู้ที่รอดชีวิต การฟื้นไข้เป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่จำเป็นต้องใช้เวลาพักฟื้นหลายสัปดาห์ ปอดจึงสามารถกลับมาทำหน้าที่ได้เหมือนปกติ ไม่ปรากฏอาการทางไตและอาการเลือดออก ยกเว้นในบางรายที่อาการรุนแรง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การวินิจฉัยโรค&nbsp; ทำโดยการตรวจพบแอนติบอดี ผู้ป่วยส่วนใหญ่พบแอนติบอดีต่อเชื้อดังกล่าวตั้งแต่แรกเข้าโรงพยาบาล ในทางปฏิบัติ การวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาแพทย์มักจะนึกถึงโรคก่อน ร่วมกับหลักฐานการระบาดที่พบในท้องถิ่นอาการและอาการแสดงของโรคจะคล้ายคลึงกับโรคหรือภาวะอื่นๆ ที่พบได้บ่อยในประเทศ </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรักษา &nbsp;ให้การดูแลอภิบาลระบบทางเดินหายใจอย่างเต็มที่ ระมัดระวังมิให้สารนํ้าเกินอันจะนำไปสู่ภาวะปอดบวมคั่งนํ้า ให้ยากระตุ้นหัวใจ และเพิ่มความดันโลหิตแต่เนิ่นๆ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันภาวะช็อก ให้ออกซิเจนอย่างเต็มที่โดยเฉพาะในรายที่ต้องส่งต่อ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อย่างไรก็ดี เชื้อไวรัสฮันทาสามารถมีชีวิตอยู่ได้ 2-3 วันที่อุณหภูมิห้อง ไวรัสถูกทำลายโดยแสงแดด หรือรังสีอัลตราไวโอเล็ต การทำความสะอาดล้างถูหรือซักล้าง โดยใช้ผงซักฟอกตามปกติ สามารถทำลายเชื้อไวรัสฮันทาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เชื้อไวรัสฮันทามีความสามารถที่จะมีชีวิตในอุณหภูมิที่ต่ำ หรือเขตพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18pt; text-align: center;">ในยามปกติต้องหมั่นทำความสะอาดบ้านและบริเวณโดยรอบ ไม่ให้มีเศษอาหารหรือขยะและปิดฝาถังขยะให้มิดชิด (ภาพจากhomepro.co.th)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">บางรายพบว่าผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจ เช่น เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดแบบไม่มีอาการเจ็บหน้าอก หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบรุนแรง ทำให้มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 50 ลักษณะภาวะปอดบวมน้ำที่เกิดขึ้นจากโรคติดเชื้อไวรัสฮันทา จะตรงข้ามกับปรากฏการณ์ที่พบในภาวะช็อกจากการติดเชื้อรุนแรงสองประการ ประการแรกพบอัตราหัวใจบีบไล่เลือดลดลง และประการที่สอง พบแรงต้านทานในระบบหลอดเลือดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นพยาธิสรรีวิทยาที่น่าสนใจทีเดียว ปัจจุบันหลักฐานการศึกษาวิจัยในต่างประเทศยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่มาข้อมูล :</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; cdc.gov.tw</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; bangkokhealth.com</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98023</guid>
      <pubDate>Mon, 23 Feb 2026 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260223_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36027840" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 23 ก.พ. 69 : ระวัง! หนูนำเชื้อโรคร้ายมาสู่คน </itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 23 ก.พ. 69 : ระวัง! หนูนำเชื้อโรคร้ายมาสู่คน </itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif'; color: black; mso-themecolor: text1;">เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันเปิดเผยว่า </span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif'; color: black; mso-themecolor: text1;"><o:p></o:p></span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif'; color: black; mso-themecolor: text1;">พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฮันตารายแรกของปีและเสียชีวิตรายแรกในรอบ 25 ปี เป็นชายอายุ 70 กว่าปี มีประวัติป่วยเป็นโรคเรื้อรัง อาศัยอยู่ในกรุงไทเป เริ่มมีอาการไอและหายใจลำบาก และเสียชีวิตภายในเวลาประมาณ 8 วันหลังเริ่มป่วย บริเวณใกล้บ้านสามารถจับหนูได้ 4 ตัว โดย 2 ตัวตรวจพบแอนติบอดีของไวรัสฮันตา ทั้งนี้หนูเป็นพาหะสำคัญของไวรัสฮันตา</span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/50c2000d-1ac3-49d8-9bc1-52c2227e37e9.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>236</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน - ประจำวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98183</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความสวยความงามของไต้หวันที่เรียกว่าเป็นไอเทมฮิตตลอดกาลเพื่อการบำรุงผิวของคนไต้หวัน และยังเป็นหนึ่งในของฝากยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย ซึ่งนั่นก็คือ แผ่นมาส์กหน้า หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า เมี่ยนหมอ (面膜) ภายใต้สัญลักษณ์ MIT (Made in Taiwan) นั่นเอง แผ่นมาส์กหน้าของไต้หวันได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดความงามโดยเฉพาะทวีปเอเชีย ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและราคาที่เข้าถึงได้ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มุ่งเน้นการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก โดยใช้สารสกัดจากธรรมชาติ เช่น ชาเขียว ดอกซากุระ ไข่มุก ผลไม้ และสมุนไพรจีนที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว แบรนด์ไต้หวันให้ความสำคัญกับนวัตกรรมด้านแผ่นใยมาร์กที่บางเบา แนบสนิทกับผิวหน้า ทำให้สารบำรุงซึมซาบได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายสูตรเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำ และปลอบประโลมผิวแพ้ง่าย นอกจากนี้ยังมีสูตรเพื่อผิวกระจ่างใสและลดเลือนริ้วรอยที่ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย แผ่นมาส์กจากไต้หวันมักผ่านการทดสอบทางผิวหนัง เพื่อความปลอดภัยและอ่อนโยนต่อผิว จุดเด่นอีกประการคือบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างน่ารัก ทันสมัย และพกพาสะดวก จึงเหมาะสำหรับใช้ดูแลผิวเป็นประจำหรือพกพาเวลาเดินทาง ด้วยคุณภาพและความหลากหลายที่ครบครัน แผ่นมาร์กหน้าของไต้หวันจึงกลายเป็นไอเท็มยอดนิยมของคนรักผิวทั่วโลก ดังนั้นในบรรดาแผ่นมาส์กหน้าหลากหลายแบรนด์ที่ว่างจำหน่ายอยู่ตามห้างร้านต่างๆ ในไต้หวัน 10 แบรนด์ไหนกำลังได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้บริโภคชาวไต้หวันในช่วงปีที่ผ่านมา เพราะอะไร วันนี้มีบอกเล่าให้ฟังกัน (ตอนที่ 1) คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงตรงมุมบนซ้ายมือได้เลย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6 MIRAE 未來美</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 7 Dr.May 美博士</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 8 唯有機 Oui Organic</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 9 DR.WU 達爾膚</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 10 SEXYLOOK 西西露</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=98183</guid>
      <pubDate>Sun, 22 Feb 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260222_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36004800" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน - ประจำวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน - ประจำวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความสวยความงามของไต้หวันที่เรียกว่าเป็นไอเทมฮิตตลอดกาลเพื่อการบำรุงผิวของคนไต้หวัน และยังเป็นหนึ่งในของฝากยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย ซึ่งนั่นก็คือ แผ่นมาส์กหน้า หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า เมี่ยนหมอ (面膜) ภายใต้สัญลักษณ์ MIT (Made in Taiwan) นั่นเอง แผ่นมาส์กหน้าของไต้หวันได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดความงามโดยเฉพาะทวีปเอเชีย ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและราคาที่เข้าถึงได้ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มุ่งเน้นการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก โดยใช้สารสกัดจากธรรมชาติ เช่น ชาเขียว ดอกซากุระ ไข่มุก ผลไม้ และสมุนไพรจีนที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว แบรนด์ไต้หวันให้ความสำคัญกับนวัตกรรมด้านแผ่นใยมาร์กที่บางเบา แนบสนิทกับผิวหน้า ทำให้สารบำรุงซึมซาบได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายสูตรเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำ และปลอบประโลมผิวแพ้ง่าย นอกจากนี้ยังมีสูตรเพื่อผิวกระจ่างใสและลดเลือนริ้วรอยที่ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย แผ่นมาส์กจากไต้หวันมักผ่านการทดสอบทางผิวหนัง เพื่อความปลอดภัยและอ่อนโยนต่อผิว จุดเด่นอีกประการคือบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างน่ารัก ทันสมัย และพกพาสะดวก จึงเหมาะสำหรับใช้ดูแลผิวเป็นประจำหรือพกพาเวลาเดินทาง ด้วยคุณภาพและความหลากหลายที่ครบครัน แผ่นมาร์กหน้าของไต้หวันจึงกลายเป็นไอเท็มยอดนิยมของคนรักผิวทั่วโลก ดังนั้นในบรรดาแผ่นมาส์กหน้าหลากหลายแบรนด์ที่ว่างจำหน่ายอยู่ตามห้างร้านต่างๆ ในไต้หวัน 10 แบรนด์ไหนกำลังได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้บริโภคชาวไต้หวันในช่วงปีที่ผ่านมา เพราะอะไร วันนี้มีบอกเล่าให้ฟังกัน (ตอนที่ 1) <span style="color: #ba372a;"><strong>คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงตรงมุมบนซ้ายมือได้เลย</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/3/original/d2881b2c-4cac-4aba-8835-b451c06fb629.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>235</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 17 ก.พ.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97898</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทุก ๆ ช่วงฤดูหนาวของไต้หวัน คือฤดูกาลทองของการจับปลาอินทรีในน่านน้ำรอบหมู่เกาะเผิงหู โดยฤดูหนาวนี้มีข่าวฮือฮาอีกครั้ง เมื่อเรือประมงหลงฟู่ฟา หมายเลข 68 (龍富發68號) สามารถจับปลาอินทรีตัวใหญ่ที่สุดของฤดูกาลได้ น้ำหนักสูงถึง 11.7 กิโลกรัม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปลาอินทรีตัวดังกล่าวมีราคาซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 4,300 เหรียญไต้หวัน รวมมูลค่าขายได้ถึง 50,000 เหรียญไต้หวัน สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและความต้องการสูงของปลาอินทรีจากน่านน้ำเผิงหูในช่วงฤดูหนาว ที่ทั้งสด ใหม่ และเนื้อแน่นเป็นพิเศษ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แต่ด้วยปัจจัยทางการเมือง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการเข้าใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่งผลให้ความต้องการปลาอินทรีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณการจับได้กลับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ ทำให้ราคาตลาดพุ่งสูง และมีแนวโน้มว่าปลาอินทรีตัวนี้อาจทำสถิติราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โดยแต่ละปีเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว น้ำหนักและราคาของ &ldquo;ปลาอินทรีตัวใหญ่ที่สุด&rdquo; จะแตกต่างกันไป เช่น ฤดูหนาวปี 2024 มีน้ำหนัก 13.1 กิโลกรัม ขายในราคา 91,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนฤดูหนาวปี 2023 มีน้ำหนัก 12.5 กิโลกรัม ขายได้ 80,000 เหรียญไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปลาอินทรีตัวใหญ่ระดับพรีเมียมที่จัดอยู่ในเกรด &ldquo;เพชรขาว&rdquo; (白鑽) เป็นปลาที่หาได้ยาก เนื้อแน่น หวาน และอร่อยเป็นพิเศษ จนได้รับสมญา &ldquo;วากิวแห่งโลกปลา&rdquo; จึงกลายเป็นปลาความฝันที่ชาวประมงอาจพบได้เพียงโดยบังเอิญเท่านั้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำหรับสาเหตุที่จำนวนปลาอินทรีในเผิงหูลดลงอย่างรวดเร็ว มีข้อสันนิษฐานหนึ่งชี้ไปที่วิธีการทำประมงในปัจจุบันที่ไม่เป็นมิตรต่อทรัพยากร เช่น การใช้อวนลอยที่จับปลาได้ครั้งละจำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณปลาลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกข้อสันนิษฐานมองว่า ปลาอินทรีเป็นปลานักล่าที่อพยพย้ายถิ่น มีถิ่นกระจายกว้าง โดยส่วนใหญ่อยู่ตามชายฝั่งทะเลป๋อไห่ของจีน และก่อนจะว่ายผ่านช่องแคบไต้หวัน ก็มักถูกเรือประมงจีนดักจับเสียก่อน ทำให้จำนวนลดลงยิ่งกว่าเดิม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ท้ายที่สุด ปลาอินทรีจุดที่มีขนาดเล็กกว่า ซึ่งคนไต้หวันเรียกว่า &ldquo;ถู่ทัวอวี๋&rdquo; (土魠魚) หรือในภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า &ldquo;เบกาฮื้อ&rdquo; จึงเข้ามาแทนที่ตำแหน่ง &ldquo;ปลาอินทรีเกรดพรีเมียมแห่งเผิงหู&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ส่วนปลาอินทรีเกรดพรีเมียมนี้ นิยมนำมาเจี๋ยนแล้วราดซอสเพียงเล็กน้อย ก็สามารถดึงรสชาติอันยอดเยี่ยมออกมาได้เต็มที่ จนกลายเป็นของโปรดของนักชิมจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน หากอยากลิ้มลองรสชาติของปลาชนิดนี้ ต้องยอมจ่ายในราคาสูงจึงจะสมหวัง</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97898</guid>
      <pubDate>Tue, 17 Feb 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260217_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36024960" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 17 ก.พ.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 17 ก.พ.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ทุก ๆ ช่วงฤดูหนาวของไต้หวัน คือฤดูกาลทองของการจับปลาอินทรีในน่านน้ำรอบหมู่เกาะเผิงหู โดยฤดูหนาวนี้มีข่าวฮือฮาอีกครั้ง เมื่อเรือประมงหลงฟู่ฟา หมายเลข </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">68 (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">龍富發</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">68</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">號</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">สามารถจับปลาอินทรีตัวใหญ่ที่สุดของฤดูกาลได้ น้ำหนักสูงถึง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">11.7 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">กิโลกรัม</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/723bef61-923f-4cf1-a878-09b2acc7e792.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>234</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 17 ก.พ.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97897</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไต้หวันเร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในระบบการหางานและการสรรหาบุคลากรอย่างจริงจัง ส่งผลให้การจับคู่ระหว่างผู้สมัครงานกับบริษัทมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งฝั่งผู้สมัครและนายจ้างต่างได้รับประโยชน์จากระบบอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลขนาดใหญ่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1111 Job Bank เปิดตัวบริการ &ldquo;AI หางานเร็วอันดับหนึ่ง&rdquo; ผสาน AI กับ Big Data และการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งาน ช่วยลดระยะเวลาในการหางานและเพิ่มอัตราความสำเร็จในการสมัครงาน สถิติระบุว่า หลังนำ AI มาใช้ การสมัครงานเชิงรุกของผู้สมัครเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ขณะที่จำนวนคำเชิญสัมภาษณ์จากบริษัทก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า ส่งผลให้ประสิทธิภาพการจับคู่บุคลากรโดยรวมเพิ่มขึ้นราว 60%</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ขณะเดียวกัน 104 Corporation ยังได้รับรางวัล &ldquo;AI นวัตกรรม 100 อันดับแรก&rdquo; จากนิตยสาร Business Weekly จากการใช้ AI ยกระดับระบบนิเวศการหางาน&ndash;หาคน โดย AI จัดหมวดหมู่ข้อความสามารถกรองประกาศรับสมัครที่ไม่เหมาะสมกับผู้สมัครได้ราว 40% ลดข้อมูลรบกวนอย่างมีนัยสำคัญ และ AI แนะนำงานช่วยเพิ่มโอกาสที่ผู้สมัครจะได้รับคำเชิญสัมภาษณ์สูงกว่าการค้นหาด้วยตนเองถึง 3.2 เท่า</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสององค์กรชี้ว่า แนวโน้มการสรรหาบุคลากรกำลังเปลี่ยนจากการ &ldquo;รับใบสมัครจำนวนมากแล้วคัดกรอง&rdquo; ไปสู่การ &ldquo;ค้นหาอย่างแม่นยำและจับคู่ได้ตรงจุด&rdquo; ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องส่งใบสมัครแบบหว่าน ขณะที่บริษัทสามารถเข้าถึงผู้มีศักยภาพได้รวดเร็วขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเชิงเทคนิค แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของตลาดแรงงานไต้หวัน ช่วยลดความสูญเปล่า เพิ่มโอกาสที่เหมาะสม และยกระดับคุณภาพของทั้งแรงงานและองค์กรไปพร้อมกัน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97897</guid>
      <pubDate>Tue, 17 Feb 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260217_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36016320" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 17 ก.พ.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 17 ก.พ.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ไต้หวันเร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">AI) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">มาประยุกต์ใช้ในระบบการหางานและการสรรหาบุคลากรอย่างจริงจัง ส่งผลให้การจับคู่ระหว่างผู้สมัครงานกับบริษัทมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งฝั่งผู้สมัครและนายจ้างต่างได้รับประโยชน์จากระบบอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลขนาดใหญ่</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/96f730d2-31d6-4b32-80be-c7de42e00ed0.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>233</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 16 ก.พ.69 : กินหนัก นอนดึกช่วงตรุษจีน ระวัง “กลุ่มอาการหลังตรุษจีน” ถามหา]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97385</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.กินหนัก นอนดึกช่วงตรุษจีน ระวัง &ldquo;กลุ่มอาการหลังตรุษจีน&rdquo;&nbsp;ถามหา</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ช่วงวันหยุดยาวตรุษจีนปีนี้ (14-22 ก.พ.2569) ถือเป็นวันหยุดที่ยาวที่สุดของปี แต่เมื่อวันหยุดสิ้นสุดลง หลายคนกลับต้องเผชิญกับภาวะที่เรียกว่า &ldquo;กลุ่มอาการหลังตรุษจีน&rdquo;&nbsp;ซึ่งมักแสดงออกด้วยอาการอ่อนเพลียอย่างรุนแรง และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่นๆ แฝงอยู่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นพ.หลี่เย่าตง(李耀東) แพทย์แผนกจิตเวช โรงพยาบาล Far Eastern Memorial Hospital ระบุว่า &ldquo;กลุ่มอาการหลังตรุษจีน&rdquo; &nbsp;ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ แต่เป็นอาการไม่สบายทั้งทางร่างกายและจิตใจที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างฉับพลัน นพ.หลี่เย่าตง อธิบายเพิ่มเติมว่า อาการที่พบบ่อยของ &ldquo;กลุ่มอาการหลังตรุษจีน&rdquo;&nbsp;ได้แก่ อาหารไม่ย่อยและปัญหาระบบทางเดินอาหาร การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การอดนอนจากการนอนดึก อาการแพ้และปัญหาผิวหนัง ความเครียดและความวิตกกังวลจากการพูดคุยหรือปฏิสัมพันธ์กับญาติพี่น้อง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: center;">อาหารคืนวันฉูซีหรือวันส่งท้ายปีเก่าตามปฏิทินจีน (ปีนี้ตรงกับวันที่ 16 กุมภาพันธ์) ถือเป็นอาหารมื้อรวมญาติ จึงมีอุดมสมบูรณ์และล้วนเป็นอาหารมงคล ทุกบ้านจะกินดื่มกันอย่างเต็มที่ (ภาพจาก businesstoday.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นพ.หลี่เย่าตง แนะนำ เคล็ดลับดูแลสุขภาพ 3 ข้อ เพื่อช่วยหลีกเลี่ยง &ldquo;กลุ่มอาการหลังตรุษจีน&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เคล็ดลับที่ 1: ควบคุมอาหาร กินดื่มอย่างพอดี</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในแต่ละมื้อควรกินในปริมาณที่เหมาะสม เคี้ยวช้า ๆ และหลีกเลี่ยงการกินมากเกินไป ควรมีผักเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหาร และพยายามลดอาหารมันหรืออาหารที่มีน้ำตาลสูง การกินช้าลงไม่เพียงช่วยลดอาการแน่นท้องเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการพูดคุย สร้างปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว และใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่า</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากนี้ น้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มที่ดีที่สุด ช่วยส่งเสริมการย่อย การเผาผลาญ และการขับถ่าย จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือแอลกอฮอล์ เพื่อรักษาความสดชื่นและสุขภาพที่ดีของร่างกาย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำหรับการดื่มแอลกอฮอล์ในงานสังสรรค์ นพ.หลี่เย่าตง เตือนว่า ควรกำหนดขีดจำกัดการดื่มล่วงหน้า และเตรียมเหตุผลที่เหมาะสมไว้ เช่น &ldquo;เดี๋ยวยังต้องไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่&rdquo; &nbsp;เพื่อรักษามารยาทและหลีกเลี่ยงการดื่มเกินพอดี หากเผลอดื่มมากเกินไป แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ และเสริมวิตามินบีรวม เพื่อช่วยเร่งการเผาผลาญแอลกอฮอล์และลดภาระของร่างกาย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เคล็ดลับที่ 2: ใช้ชีวิตเป็นเวลา ออกกำลังกาย และผ่อนคลายทั้งกายและใจ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อได้พบปะกับญาติและเพื่อนฝูง การระบายเรื่องทุกข์ร้อนในชีวิต อาจช่วยเยียวยาจิตใจได้ แต่ นพ.หลี่ เย่าตง เตือนว่า หลังจากระบายความรู้สึกแล้ว ควรพยายามคิดในแง่บวก เพื่อส่งต่อพลังงานดี ๆ ให้กัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในด้านการปรับอารมณ์ แนะนำให้ฝึกสมาธิหรือการหายใจลึก ๆ ซึ่งเป็นวิธีง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ทุกที่ ช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลายได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การออกกำลังกายเบา ๆ ร่วมกับครอบครัว เช่น กระโดดเชือก แบดมินตัน หรือยืดเหยียดกล้ามเนื้อ นอกจากจะช่วยเสริมสุขภาพให้ทุกคนแล้ว ยังช่วยเพิ่มความผูกพันในครอบครัว ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องนั่งนิ่งเป็นเวลานาน เช่น เล่นไพ่หรือดูโทรทัศน์ หากนั่งนานควรลุกขึ้นขยับร่างกายเป็นระยะ หรือจัดเวลาพาครอบครัวออกไปเดินเล่น เพื่อปรับสมดุลร่างกายและจิตใจ และใช้เวลาครอบครัวอย่างมีพลังมากขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เคล็ดลับที่ 3: ผ่อนคลายใจ ใช้อารมณ์ขันรับมือความห่วงใยที่มากเกินไป</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อต้องเผชิญกับความห่วงใยเกินพอดีจากญาติ ควรรับมือด้วยทัศนคติในแง่บวก อาจเตรียมแนวทางตอบคำถามไว้ล่วงหน้า และใช้คำตอบแบบสบาย ๆ มีอารมณ์ขัน เพื่อคลี่คลายความอึดอัดและรักษาบรรยากาศที่ดี</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลังเทศกาลตรุษจีน หลายคนอาจรู้สึกไม่อยากทำงานหรืออ่อนเพลียง่าย วิธีแก้ไขคือการปรับตารางชีวิตและอาหารอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ฟื้นตัวได้รวดเร็ว ด้านอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารหนักหรือมันมาก เลือกอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ซุป หรือผักนึ่งต้ม พร้อมทั้งจัดตารางออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายวันละ 30 นาที จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญและเพิ่มพลังชีวิต</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ก่อนกลับไปทำงาน ควรรักษาการนอนหลับให้เพียงพอวันละ 7&ndash;8 ชั่วโมง และหาเวลาสงบใจ ตั้งเป้าหมายระยะสั้นสำหรับปีใหม่ เพื่อให้ก้าวแรกของปีเต็มไปด้วยทิศทางที่ชัดเจน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นพ.หลี่เย่าตง เน้นย้ำว่า &ldquo;กุญแจสำคัญของการมีสุขภาพดีในช่วงตรุษจีน คือความพอดี&rdquo; ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสนุกสนาน ควรรู้จัก &ldquo;เหยียบเบรกให้ตัวเองเป็นระยะ&rdquo; เพื่อจะได้มีความสุขพร้อมกับรักษาสุขภาพไปด้วย หากหลังวันหยุดยาวกลับไปทำงานแล้วยังรู้สึกว่าทั้งร่างกายและจิตใจไม่ฟื้นตัว มีอาการกังวลหรือกระสับกระส่าย แนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาที่แผนกจิตเวชเพื่อรับความช่วยเหลือจากจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2. ภาวะอาหารไม่ย่อย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาหารไม่ย่อย (Dyspepsia) เป็นความรู้สึกไม่สบายในหน้าอกหรือใต้ลิ้นปี่ที่เกิดขึ้นในระหว่างหรือหลังการรับประทานอาหาร โดยอาจมีอาการเพียงอย่างเดียวหรือหลายอาการร่วมกันซึ่งได้แก่ แน่นท้อง ท้องอืด และมีลมในท้อง อาหารไม่ย่อยพบได้บ่อยในผู้ใหญ่และสามารถเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวหรือเกิดขึ้นบ่อยได้ทุกวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;">การรับประทานอาหารมากเกินไปหรือรับประทานเร็วเกินไป มักนำไปสู่ภาวะอาหารไม่ย่อย (ภาพจาก UDN)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สาเหตุ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาหารไม่ย่อยมีสาเหตุที่เป็นไปได้หลายประการ บ่อยครั้งที่อาการอาหารไม่ย่อยมีความเกี่ยวข้องกับลักษณะการดำเนินชีวิตและอาจถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นด้วยอาหาร เครื่องดื่ม หรือยาบางชนิด สาเหตุที่พบได้บ่อยของอาหารไม่ย่อย ได้แก่ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.การรับประทานอาหารมากเกินไปหรือรับประทานเร็วเกินไป</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.อาหารไขมันสูง มันเยิ้ม หรือเผ็ดจัด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3.ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ ช็อกโกแลต หรือน้ำอัดลมมากเกินไป</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">4.การสูบบุหรี่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">5.ความวิตกกังวล</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">6.ยาปฏิชีวนะ ยาบรรเทาปวด และผลิตภัณฑ์เสริมธาตุเหล็กบางชนิด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในบางครั้งอาหารไม่ย่อยอาจมีสาเหตุมาจากสภาวะอื่นๆ ของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ กระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร โรคเซลิแอคหรือโรคแพ้กลูเตน (Celiac disease) นิ่วในถุงน้ำดี ท้องผูก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ตับอ่อนอักเสบ มะเร็งกระเพาะอาหาร การอุดตันของลำไส้ การไหลเวียนเลือดไปยังลำไส้ลดลง (ลำไส้ขาดเลือด)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การติดเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori) แบคทีเรียในลำไส้เล็กเจริญเติบโตมากเกินไป ภาวะกระเพาะอาหารบีบตัวช้า </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ความรู้สึกอิ่มแน่นระหว่างมื้ออาหาร ผู้ป่วยจะรู้สึกอิ่มมากเกินไปหลังจากเริ่มรับประทานอาหารได้ไม่นานและไม่สามารถรับประทานได้หมด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ความรู้สึกอิ่มแน่นหลังมื้ออาหารที่ทำให้รู้สึกไม่สุขสบาย ผู้ป่วยจะรู้สึกอิ่มมากเกินไปภายหลังมื้ออาหาร ซึ่งเป็นความรู้สึกคล้ายมีอาหารค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานเกินไป</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-อาการปวดบริเวณลิ้นปี่ (บริเวณลิ้นปี่อยู่ระหว่างปลายกระดูกหน้าอกชิ้นล่างสุดและสะดือ) อาจเกิดได้ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-แสบร้อนกลางอก ผู้ป่วยรู้สึกแสบร้อนไม่พึงประสงค์บริเวณลิ้นปี่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-อาการอื่นๆ ของอาหารไม่ย่อยที่พบได้ไม่บ่อย คือ อาการคลื่นไส้และท้องอืดซึ่งเป็นอาการตึงแน่นไม่สบายในท้อง อาการคลื่นไส้และท้องอืดอาจเกิดจากสาเหตุอื่นนอกเหนือจากอาหารไม่ย่อย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">บางครั้งคำว่าอาหารไม่ย่อยอาจใช้อธิบายอาการแสบร้อนกลางอก แต่ทั้งสองอย่างนี้เป็นอาการที่แตกต่างกัน อาการแสบร้อนกลางอกคืออาการปวด รู้สึกแสบร้อนในอกที่แผ่ออกไปยังบริเวณคอหรือหลัง อาการแสบร้อนกลางอกมีสาเหตุจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมายังหลอดอาหารทำให้เกิดอาการของโรคกรดไหลย้อน ผู้ป่วยอาจมีทั้งอาการอาหารไม่ย่อยและแสบร้อนกลางอกร่วมกันได้&nbsp; </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การวินิจฉัย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แพทย์อาจทำการตรวจเลือด ตรวจลมหายใจ หรือตรวจอุจจาระ หากสงสัยว่าแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารอาจเป็นสาเหตุของอาการอาหารไม่ย่อย แพทย์อาจทำการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนและอาจทำการตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจเพื่อตรวจหาความเสียหายที่อาจเกิดจากโรคกรดไหลย้อน การติดเชื้อ หรือหลักฐานที่แสดงถึงการแพ้อาหาร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรักษา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตอาจช่วยให้อาการอาหารไม่ย่อยบรรเทาลง แพทย์อาจแนะนำให้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-รับประทานอาหารโดยแบ่งเป็นมื้อย่อย 5-6 มื้อแทนการรับประทาน 3 มื้อใหญ่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ลดหรืองดการบริโภคแอลกอฮอล์และคาเฟอีน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-หลีกเลี่ยงยาแก้ปวดบางชนิด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน และนาพรอกเซนโซเดียม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-หาทางเลือกเพื่อทดแทนการใช้ยาที่กระตุ้นให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ควบคุมความเครียดและความวิตกกังวล</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-หากอาการอาหารไม่ย่อยยังคงอยู่ การรักษาด้วยยาอาจช่วยได้ ได้แก่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ยาลดกรด มักเป็นยาชนิดแรกที่แนะนำให้ใช้เพื่อบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ยายับยั้งตัวรับฮิสตามีนชนิดที่ 2 (Histamine-2 receptor antagonists: H2RAs) ลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์ได้นานกว่าแต่ไม่รวดเร็วเท่ายาลดกรดกลุ่มแรก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ยากลุ่มเพิ่มการเคลื่อนไหวของทางเดินอาหาร (prokinetics) อาจช่วยได้ในผู้ที่มีปัญหาการบีบตัวของกระเพาะอาหารซึ่งดันอาหารออกสู่ลำไส้เล็กช้าเกินไป และยังช่วยส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหาร อย่างไรก็ตามยากลุ่มเพิ่มการเคลื่อนไหวของทางเดินอาหารนี้มีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นบ่อยทำให้การใช้ประโยชน์ของยากลุ่มนี้จำกัดลง ผลข้างเคียงดังกล่าว เช่น อ่อนเพลีย ง่วงนอน ซึมเศร้า วิตกกังวล และกล้ามเนื้อที่อยู่นอกอำนาจจิตใจเกิดการเกร็งกระตุกหรือเคลื่อนไหว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ภาวะแทรกซ้อน ถึงแม้อาการอาหารไม่ย่อยมักไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง แต่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้โดยทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สุขสบายและทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง อาจทำให้ขาดงานหรือขาดเรียนเนื่องจากอาการที่เกิดขึ้น นอกจากนี้หากอาการอาหารไม่ย่อยเกิดขึ้นโดยมีสภาวะอื่นเป็นสาเหตุ สภาวะอื่นนั้นก็ยังอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่มาข้อมูล </p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; healthmedia.com.tw</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; Bumrungrad Hospital</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97385</guid>
      <pubDate>Mon, 16 Feb 2026 00:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260216_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36026880" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 16 ก.พ.69 : กินหนัก นอนดึกช่วงตรุษจีน ระวัง “กลุ่มอาการหลังตรุษจีน” ถามหา</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 16 ก.พ.69 : กินหนัก นอนดึกช่วงตรุษจีน ระวัง “กลุ่มอาการหลังตรุษจีน” ถามหา</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><b><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">1.</span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">กินหนัก นอนดึกช่วงตรุษจีน ระวัง </span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">&ldquo;</span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">กลุ่มอาการหลังตรุษจีน<span>&rdquo;</span></span></b><b><span style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">&nbsp;<span lang="TH">ถามหา</span><span lang="EN-US"><o:p></o:p></span></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/a374a8d1-341d-483f-801b-a32d0ebb96df.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>232</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97799</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลสำรวจ 10 อันดับกิจกรรมที่คนโสดในไต้หวันยอดนิยมทำในช่วงเทศกาลตรุษจีน และโอกาสทางธุรกิจเอาใจกลุ่มคนโสดในช่วงเทศกาลตรุษจีน (ตอนที่ 2) พูดถึงเทศกาลตรุษจีนแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงบรรยากาศของการเฉลิมฉลองที่มีคนจำนวนมากมาร่วมตัวกัน โดยเฉพาะญาติพี่น้องและบรรดาสมาชิกในครอบครัว แต่เพราะยุคสมัยและสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป บรรยากาศการร่วมตัวเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนจึงค่อยๆ ลดขนาด และเน้นในเรื่องของความสะดวกสบายกับการหยุดพักผ่อนที่เป็นส่วนตัวในช่วงวันหยุดยาวมากขึ้น โดยเฉพาะครอบครัวขนาดเล็ก กลุ่มคนโสดหรือคนที่ยังต้องทำงานในช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้วยเหตุนี้ผู้ประกอบการในไต้หวันจำนวนไม่น้อยจึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน จึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่ตอบสนองคงามต้องการในช่วงเทศกาลตรุษจีนออก ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี จะมีกิจกรรมอะไรจากธุรกิจประเภทไหนบ้าง คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงได้เลย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 1 ธุรกิจท่องเที่ยว</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2 ธุรกิจอาหารบุฟเฟต์</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3 ธุรกิจฟิตเนส</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4 ธุรกิจอาหารตรุษจีนสำหรับคนเดียว</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5 ธุรกิจเกมออนไลน์</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97799</guid>
      <pubDate>Sun, 15 Feb 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260215_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36012480" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลสำรวจ 10 อันดับกิจกรรมที่คนโสดในไต้หวันยอดนิยมทำในช่วงเทศกาลตรุษจีน และโอกาสทางธุรกิจเอาใจกลุ่มคนโสดในช่วงเทศกาลตรุษจีน (ตอนที่ 2) พูดถึงเทศกาลตรุษจีนแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงบรรยากาศของการเฉลิมฉลองที่มีคนจำนวนมากมาร่วมตัวกัน โดยเฉพาะญาติพี่น้องและบรรดาสมาชิกในครอบครัว แต่เพราะยุคสมัยและสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป บรรยากาศการร่วมตัวเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนจึงค่อยๆ ลดขนาด และเน้นในเรื่องของความสะดวกสบายกับการหยุดพักผ่อนที่เป็นส่วนตัวในช่วงวันหยุดยาวมากขึ้น โดยเฉพาะครอบครัวขนาดเล็ก กลุ่มคนโสดหรือคนที่ยังต้องทำงานในช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้วยเหตุนี้ผู้ประกอบการในไต้หวันจำนวนไม่น้อยจึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน จึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่ตอบสนองคงามต้องการในช่วงเทศกาลตรุษจีนออก ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี จะมีกิจกรรมอะไรจากธุรกิจประเภทไหนบ้าง <span style="color: #ba372a;"><strong>คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงได้เลย</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/72314ae3-7144-4eb5-8fd1-a8707eeed994.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>231</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 10 ก.พ.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96103</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตไถหนาน ภายใต้กระทรวงเกษตรไต้หวัน (Tainan District Agricultural Research and Extension Station) ใช้เวลาคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์หน่อไม้ฝรั่งสีม่วงมาหลายปี จนประสบความสำเร็จได้พันธุ์แรกที่ผลิตได้เองในประเทศ มีชื่อว่า &ldquo;หน่อไม้ฝรั่งสีม่วง-ไถหนาน หมายเลข 5&rdquo; โดยพันธุ์นี้ได้รับการคัดเลือกภายใต้สภาพอากาศร้อนและการปลูกในโรงเรือน จึงมีความทนทานต่ออุณหภูมิสูง แม้ในสภาพอากาศร้อนจัดก็ยังให้ผลผลิตและคุณภาพดีสม่ำเสมอ อีกทั้งมีเส้นใยน้อยกว่าหน่อไม้ฝรั่งเขียวที่พบทั่วไป เนื้อสัมผัสสดนุ่ม และยังอุดมด้วยแอนโทไซยานิน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก มีศักยภาพสูงในการขยายตลาดอาหารเพื่อสุขภาพที่หลากหลาย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หน่อไม้ฝรั่งสีม่วงมีจุดเด่นด้านความสดหวานและปริมาณแอนโทไซยานินสูง จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม พันธุ์ที่วางจำหน่ายในท้องตลาดส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมักประสบปัญหาเมื่อปลูกในช่วงฤดูร้อนของไต้หวัน เช่น ปลายหน่อบาน ผลผลิตลดลง เพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านการปรับตัวของพันธุ์ สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรไถหนานจึงดำเนินการคัดเลือกพันธุ์ภายใต้สภาพอุณหภูมิสูงในประเทศ จนได้หน่อไม้ฝรั่งสีม่วงที่มีคุณสมบัติเด่นทั้งความทนร้อน สีม่วงสวยชัด และปลายหน่อแน่น มีชื่อว่า &ldquo;หน่อไม้ฝรั่งสีม่วง-ไถหนานหมายเลข 5&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลี่อวี้ฉวน (李育全) นักวิจัยผู้ช่วย ระบุว่า ปัจจุบันหน่อไม้ฝรั่งเขียวที่ปลูกเป็นหลักในประเทศ ได้แก่ &ldquo;ไถหนานหมายเลข 3&rdquo; และ &ldquo;ไถหนานหมายเลข 4&rdquo; โดยทั่วไปหน่อไม้ฝรั่งเหมาะกับอุณหภูมิประมาณ 18&ndash;30 องศาเซลเซียส หากสูงถึง 33 องศา อาจส่งผลให้ลำต้นแม่เจริญเติบโตไม่ดี และเกิดอาการปลายหน่อบาน แต่หน่อไม้ฝรั่งสีม่วง-ไถหนานหมายเลข 5 ถูกคัดเลือกภายใต้สภาพอากาศร้อนในโรงเรือน จึงสามารถรักษาระดับผลผลิตและคุณภาพได้อย่างค่อนข้างคงที่ แม้ในอุณหภูมิสูง โดยผลผลิตต่อพื้นที่ใกล้เคียงกับพันธุ์ไถหนานหมายเลข 3 และ 4</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หน่อไม้ฝรั่งสีม่วง ไถหนานหมายเลข 5 มีจุดเด่นทั้งความทนร้อนสูง ให้ผลผลิตมาก และลำต้นแม่แข็งแรง ผลการทดลองปลูกพบว่า ไม่ว่าจะในโรงเรือนตาข่ายหรือโรงเรือนพลาสติก ต่างสามารถเจริญเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอ หน่ออ่อนที่เก็บเกี่ยวมีอัตราผ่านมาตรฐานสูง ปลายหน่อแน่น สีม่วงสดชัด ตรงกับความต้องการของตลาด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในด้านการเพาะปลูก หากเป็นภาคใต้ของไต้หวันสามารถปลูกในโรงเรือนได้เกือบตลอดทั้งปี เพียงหลีกเลี่ยงการย้ายกล้าช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมซึ่งร้อนจัด เนื่องจากไต้หวันมักเผชิญพายุไต้ฝุ่นในช่วงฤดูร้อนถึงฤดูใบไม้ร่วง จึงแนะนำให้ปลูกกลางแจ้งในช่วงเดือนตุลาคม ใช้เวลาประมาณ 5 เดือนในการเจริญเติบโต และเริ่มเก็บเกี่ยวได้ในฤดูใบไม้ผลิของปีถัดไป สามารถวางแผนผลิตได้ตลอดทั้งปี ส่วนในด้านการดูแลแปลงควรเลือกพื้นที่ระบายน้ำดี ใส่ปุ๋ยอย่างเหมาะสม คัดเลือกลำต้นแม่ และจัดการศัตรูพืชอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยเพิ่มทั้งปริมาณและความสม่ำเสมอของคุณภาพผลผลิต</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัจจุบัน เมล็ดพันธุ์ &ldquo;หน่อไม้ฝรั่งสีม่วง-ไถหนานหมายเลข 5&rdquo; ยังมีจำนวนจำกัด ทางสถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรไถหนานจึงยังอยู่ในขั้นตอนการผลิตเมล็ดพันธุ์แม่ในปริมาณมาก เพื่อเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ภาคเอกชนด้านเมล็ดพันธุ์นำไปขยายต่อ เมื่อเมล็ดพันธุ์หรือกล้าพันธุ์ถูกผลิตออกจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ก็จะเปิดโอกาสให้เกษตรกรที่สนใจสามารถนำไปทดลองปลูกได้มากขึ้น เป้าหมายคือการเพิ่มความหลากหลายให้ตลาดหน่อไม้ฝรั่ง ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายยิ่งขึ้น</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96103</guid>
      <pubDate>Tue, 10 Feb 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260210_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36024960" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 10 ก.พ.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 10 ก.พ.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตไถหนาน ภายใต้กระทรวงเกษตรไต้หวัน (</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">Tainan District Agricultural Research and Extension Station) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ใช้เวลาคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์หน่อไม้ฝรั่งสีม่วงมาหลายปี จนประสบความสำเร็จได้พันธุ์แรกที่ผลิตได้เองในประเทศ มีชื่อว่า </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">หน่อไม้ฝรั่งสีม่วง-ไถหนาน หมายเลข </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">5&rdquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> โดยพันธุ์นี้ได้รับการคัดเลือกภายใต้สภาพอากาศร้อนและการปลูกในโรงเรือน จึงมีความทนทานต่ออุณหภูมิสูง แม้ในสภาพอากาศร้อนจัดก็ยังให้ผลผลิตและคุณภาพดีสม่ำเสมอ อีกทั้งมีเส้นใยน้อยกว่าหน่อไม้ฝรั่งเขียวที่พบทั่วไป เนื้อสัมผัสสดนุ่ม และยังอุดมด้วยแอนโทไซยานิน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก มีศักยภาพสูงในการขยายตลาดอาหารเพื่อสุขภาพที่หลากหลาย</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/960ad2bb-05aa-4f38-a64d-54f8ab8c684c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>230</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 10 ก.พ.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96303</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โอกาสธุรกิจแบตเตอรี่ลิเทียมของไต้หวัน ปี 2026 โอกาศเติบโตครั้งใหญ่ และข้อควรระวังการใช้แบตเตอรี่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเทียมของไต้หวันในปี 2026 กำลังเผชิญโอกาสเติบโตครั้งสำคัญ จากเป้าหมายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน นโยบายสนับสนุนของภาครัฐ และแนวโน้มการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนที่ลดการพึ่งพาจีน ประธานสมาคมแบตเตอรี่ไต้หวันระบุว่า ความต้องการจากยานยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน ศูนย์ข้อมูล AI ไปจนถึงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ส่งผลให้ทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการรีไซเคิล เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้รับแรงหนุนจากเงินอุดหนุนและนโยบาย ESG ทำให้ไต้หวันมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางแบตเตอรี่ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของการใช้งานแบตเตอรี่ลิเทียมในชีวิตประจำวัน ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เมโทรไทเปจึงประกาศงดการใช้พาวเวอร์แบงก์ภายในสถานีและบนขบวนรถ หลังเกิดเหตุแบตเตอรี่ลุกไหม้หลายครั้ง โดยเตือนว่า หากการใช้งานหรือการเก็บรักษาอย่างไม่เหมาะสมก่อให้เกิดไฟไหม้จนกระทบต่อการเดินรถ จะดำเนินการเรียกค่าเสียหายตามกฎหมาย ผู้โดยสารควรหลีกเลี่ยงการใช้พาวเวอร์แบงก์ในพื้นที่สถานี เก็บแบตเตอรี่ให้ห่างจากวัตถุโลหะ และระมัดระวังการพกพา</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า พาวเวอร์แบงก์หรืออุปกรณ์แบตเตอรี่ลิเทียมที่เก็บทิ้งไว้นาน อาจเสื่อมสภาพ บวม ลัดวงจร และลุกไหม้เองได้ แม้ไม่ได้ชาร์จไฟ การชาร์จทิ้งไว้ขณะนอนหรือการใช้งานใกล้ความร้อนล้วนเพิ่มความเสี่ยง หากพบความผิดปกติควรหยุดใช้งานทันที และนำแบตเตอรี่ใช้แล้วไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธี โดยปิดขั้วโลหะด้วยเทปก่อนส่งคืนที่จุดรับรีไซเคิล เพื่อยกระดับความปลอดภัยควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96303</guid>
      <pubDate>Tue, 10 Feb 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260210_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36028800" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 10 ก.พ.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 10 ก.พ.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #ba372a;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">โอกาสธุรกิจแบตเตอรี่ลิเทียมของไต้หวัน ปี </span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2026 </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">โอกาศเติบโตครั้งใหญ่ และข้อควรระวังการใช้แบตเตอรี่</span></b></span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/4ccae4bb-b896-408b-89d4-f13172008cb1.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>229</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 9 ก.พ.69 : กินยาอย่างถูกวิธี  ได้ผลดีและไม่เป็นอันตราย]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97260</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปีนี้วันหยุดช่วงตรุษจีนยาวนานถึง 9 วัน (14-22 ก.พ.69) กรมควบคุมโรคไต้หวันคาดการณ์ว่า ไข้หวัดใหญ่จะระบาดถึงจุดสูงสุดช่วงตรุษจีน นอกจากขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนรีบเข้ารับการฉีดแล้ว ยังมีมาตรการสนับสนุนให้โรงพยาบาลต่างๆ เปิดคลินิกโรคติดเชื้อพิเศษเพื่อรับผู้ป่วยในช่วงวันแรกถึงวันที่สามของช่วงวันหยุดตรุษจีน พร้อมทั้ง ผ่อนคลายหลักเกณฑ์การใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ระหว่างวันที่ 20 มกราคม- 28 กุมภาพันธ์ 2569&nbsp;และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาห้องฉุกเฉินแออัดเหมือนปีที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันได้เตรียมมาตรการดูแลสุขภาพประชาชนในช่วงตรุษจีน โดยเฉพาะในด้านการพบแพทย์และรักษาพยาบาล เพื่อให้การพบแพทย์หรือการใช้ยาในช่วงตรุษจีนเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากนี้ เนื่องจากปีนี้วันหยุดช่วงตรุษจีนยาวนานถึง 9 วัน เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างไม่ติดขัด ก่อนถึงช่วงวันหยุดยาว ขอให้ประชาชนที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังไปพบแพทย์ตามนัด เตรียมยาให้พร้อม ฉีดวัคซีนล่วงหน้า และหากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ให้รีบไปพบแพทย์และใช้ยาโดยเร็วเพื่อป้องกันอาการทรุดลง นอกจากนี้ ในช่วงวันหยุดตรุษจีนควรใช้แอปประกันสุขภาพเพื่อตรวจสอบข้อมูลการให้บริการทางการแพทย์ รวมถึงหากมีอาการไม่สบายสามารถใช้บริการคลินิกโรคติดเชื้อพิเศษของโรงพยาบาลและศูนย์ดูแลผู้ป่วยอาการเล็กน้อยในวันหยุด (UCC) </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">กรมควบคุมโรคเตือนไข้หวัดใหญ่จะระบาดสูงสุดช่วงตรุษจีน ขอให้รีบฉีดวีคซีนป้องกันไว้ก่อน (ภาพจาก commonhealth.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในขณะที่สำนักงานอาหารและยาเตือนว่า ยาบางชนิดไม่ควรรับประทานร่วมกับแอลกอฮอล์หรือกาแฟ นอกจากนี้ ยาแก้แพ้ ที่ใช้ลดอาการภูมิแพ้ อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียหรือง่วงนอน ผู้ที่ต้องขับรถควรระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาในช่วงตรุษจีน ควรไปพบแพทย์หรือสอบถามคำแนะนำจากเภสัชกรที่ร้านยา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การกินยาอย่างถูกวิธี&nbsp;ช่วยให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพและไม่เป็นอันตราย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยา (Medicine) มีวัตถุประสงค์ใช้เพื่อการรักษา บรรเทา หรือใช้เพื่อป้องกันโรคและความเจ็บป่วย รวมถึงความผิดปกติต่าง ๆ ในร่างกาย ยาเป็น หนึ่งในปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ซึ่งประกอบด้วย อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค โดยเฉพาะยารักษาโรคที่ทำให้ชีวิตมนุษย์เรายืนยาวขึ้นกว่าเดิม แต่การกินยาต้องมีข้อจำกัด และต้องกินอย่างระมัดระวัง หรือตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น เราจะกินยาตามใจตัวเองไม่ได้ เพราะยาแต่ละชนิดล้วนแล้วแต่มีผลข้างเคียงมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป ซึ่งการกินยาไม่ระมัดระวังอาจจะเป็นอันตรายหรือในกรณีที่รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิต&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยามีวิธีใช้ที่หลากหลาย ที่ได้ยินกันบ่อยๆและคุ้นเคยคือ ยาก่อนอาหาร &nbsp;หลังอาหาร หรือพร้อมอาหาร แต่ในความเป็นจริงยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆที่ต้องใส่ใจอีกไม่น้อย </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยาก่อนอาหาร คือ ยาที่ควรรับประทานยาก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาที หากลืมรับประทานยาก่อนอาหาร อาจรอประมาณ 2 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหาร เพื่อรอให้ท้องว่างแล้วค่อยรับประทานยาเม็ดที่ลืม หากเวลาที่ต้องรับประทานยาใกล้กับมื้อถัดไปให้ข้ามยามื้อที่ลืม แล้วรับประทานยามื้อต่อไปตามขนาดปกติโดยไม่ต้องรับประทานยาซ้ำ ทั้งนี้ไม่รวมถึงกลุ่มยาก่อนอาหารที่ใช้สำหรับลดระดับน้ำตาลในเลือด หากไม่แน่ใจในวิธีรับประทานยาควรปรึกษาเภสัชกร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยาหลังอาหาร คือ ยาที่ควรรับประทานยาหลังอาหาร โดยอาจรับประทานหลังอาหารทันทีหรือหลังอาหารประมาณ 15 - 30 นาทีก็ได้ หากลืมรับประทานยาหลังอาหาร สามารถรับประทานยาได้ทันทีที่นึกได้ หากนึกได้ในเวลาที่ใกล้มื้อถัดไปควรรอรับประทานหลังอาหารในมื้อถัดไปแทน หากไม่แน่ใจในวิธีรับประทานยาควรปรึกษาเภสัชกร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยาหลังอาหารทันที คือ ยาที่ควรรับประทานยาหลังรับประทานอาหารเสร็จทันที เนื่องจากยาบางตัวอาจมีฤทธิ์ระคายเคืองทางเดินอาหาร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยาก่อนนอน คือ ยาที่ควรรับประทานยาก่อนนอน 15 - 30 นาที</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยาพร้อมอาหาร คือ ยาที่ควรรับประทานยาพร้อมอาหารคำแรก หรือหลังจากรับประทานอาหารไปแล้วครึ่งหนึ่ง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยาที่ต้องเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน เคี้ยวหรือบดยาให้ละเอียดก่อนกลืน เพื่อการแตกตัวที่ดีของยา ส่งผลให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยาที่อาจทำให้ง่วงซึม ควรหลีกเลี่ยงการขับรถ หรือทำงานกับเครื่องจักรกล หรือระวังพลัดตกหกล้ม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยาที่ควรดื่มน้ำตามมาก ๆ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นหรือลดโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงจากยา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยาที่แนะนำให้รับประทานซ้ำ ทุก 4 - 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ ห้ามรับประทานยานี้ซ้ำก่อน 4 - 6 ชั่วโมง เพราะจะทำให้ระดับยาในกระแสเลือดสูงจนเกินไปและอาจเกิดผลข้างเคียงจากยาได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยาที่ต้องรับประทานติดต่อกันจนหมด รับประทานติดต่อกันจนครบตามแพทย์สั่งเพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการรักษา เช่น ยาฆ่าเชื้อ (ป้องกันการดื้อยา)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยาที่รับประทานแล้วไม่ควรนอนทันที เนื่องจากยาสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองต่อหลอดอาหารได้ หลังจากรับประทานยาไปแล้ว ต้องอยู่ในท่าตั้งตรงไม่น้อยกว่า 30 - 60 นาที (นั่งตัวตรงหรือยืนตัวตรง ห้ามเอน ห้ามนอน)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยาที่รับประทานตามอาการ คือ ยาที่รับประทานเฉพาะเวลามีอาการ ไม่จำเป็นต้องรับประทานต่อเนื่อง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: center;">การกินยาอย่างถูกวิธี ช่วยให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพและไม่เป็นอันตราย(ภาพจาก UDN)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">วิธีกินยาที่ถูกต้อง ได้ผลดี และไม่เป็นอันตราย!&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ก่อนอื่นต้องเข้าใจการกินยาก่อนว่า อาการเจ็บป่วยบางสาเหตุที่รักษาไม่หายนั้นบางครั้งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ป่วยเองเพราะบางคนมักจะหลีกเลี่ยงการกินยาด้วยความไม่ชอบ หรือไม่ได้มีความเอาใจใส่มากพอที่จะกินยาให้ตรงเวลาหรือกินให้ติดต่อกันเพื่อครบโดสของยาในการรักษา หรือการไม่ไปพบแพทย์เพื่อรับยาอย่างต่อเนื่องก็เป็นสาเหตุที่จะทำให้โรคภัยต่าง ๆ ลุกลามและรักษาหายยากมากขี้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลักการรับประทานยาที่ถูกต้อง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้จักการใช้ยาที่ถูกต้องซึ่งก็จะทำให้การรักษาไม่ได้ผลเช่นกัน และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด &ldquo;อันตราย&rdquo; จึงควรใช้ยาให้ถูกหลักการ คือ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.&nbsp; ใช้ยาให้ถูกโรค</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;แพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้จัดยาให้ เพื่อรักษาได้ถูกอาการ เราไม่ควรซื้อยาหรือใช้ยาตามคำบอกเล่าของคนอื่น หรือหลงเชื่อคำโฆษณาต่าง ๆ เพราะหากใช้ยาไม่ถูกกับโรคอาจทำให้ได้รับอันตรายจากยานั้นได้หรือไม่ได้ผลในรักษา และยังอาจเกิดโรคอื่นๆ แทรกซ้อนได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.&nbsp; ใช้ยาให้ถูกคน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน โดยมีเพศและวัยเป็นปัจจัยพื้นฐาน กรณีของสตรีมีครรภ์ ต้องคำนึงถึงทารกในครรภ์ด้วย เนื่องจากยาหลายชนิดสามารถผ่านจากแม่ไปสู่ลูกในครรภ์ได้ ซึ่งอาจมีผลทำให้เด็กที่คลอดมีความผิดปรกติ การใช้ยาในสตรีมีครรภ์จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3.&nbsp; ใช้ยาให้ถูกเวลา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เราควรเลือกช่วงเวลาทานยาที่เหมาะสม เพื่อให้ยาในกระแสเลือดมีปริมาณที่พอเหมาะ โดยไม่มากน้อยและไม่ก่อพิษจนไม่สามารถรักษาโรคได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;4.&nbsp; ใช้ยาให้ถูกวิธี</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การนำยาเข้าสู่ร่างกายมีหลายวิธี เช่น การกิน การฉีด และการใช้ยาด้วยวิธีใดก็ตามขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของยานั้น ดังนั้นก่อนใช้ยาต้องอ่านฉลากแนะนำการใช้ก่อนทุกครั้ง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">10 พฤติกรรมการใช้ยาแบบผิดๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยารักษาโรคเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับการดำรงชีวิต แต่การใช้ยาอย่างไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่การเกิดโทษได้ ตัวอย่างปัญหาความไม่ปลอดภัยจากการใช้ยาที่พบได้บ่อย คือ การแพ้ยา การใช้ยาเสื่อมคุณภาพ การได้รับยาในขนาดที่ไม่เหมาะสม และการใช้ยาอย่างไม่ถูกต้องกับโรค โดย 10 พฤติกรรมการใช้ยาอย่างไม่ปลอดภัยที่พบบ่อย ได้แก่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1. การปรับขนาดยาด้วยตนเอง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2. การนำยาของผู้อื่นมาใช้ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3. ผู้ป่วยไม่พร้อมรับฟังคำอธิบายจากเภสัชกร&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">4. การจัดเก็บยาในสภาวะที่ไม่เหมาะสม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">5. การไม่ตรวจสอบวันหมดอายุของยา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">6. การลืมรับประทานยา&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">7. การใช้ยาไม่ถูกต้อง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">8. การไม่นำยาที่ใช้อย่างเป็นประจำมา เพื่อตรวจสอบในระหว่างเข้ารับการรักษาตัวในสถานพยาบาล</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">9. ผู้ป่วยได้รับการรักษาจากหลายสถานพยาบาล&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">10. ความเชื่อของผู้ป่วยที่ว่า &ldquo;การใช้ยามีประสิทธิภาพมากกว่าการป้องกันการเกิดโรค&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">พฤติกรรมการใช้ยาอย่างไม่ปลอดภัยดังที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงพฤติกรรมส่วนหนึ่งที่พบได้บ่อย ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้าใจในวิธีการใช้และการเก็บรักษายา หากมีข้อสงสัย หรือปัญหาจากการใช้ยาควรได้รับคำปรึกษาจากเภสัชกรเพื่อลดปัญหาความไม่ปลอดภัยจากการใช้ยา โดยเฉพาะยาเทคนิคพิเศษและยารักษาโรคเรื้อรังที่ผู้ป่วยต้องรับประทานยาหลายชนิด&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่มาข้อมูล :1. โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2. ศูนย์ข้อมูลยา ฝ่ายวิชาการเภสัชสนเทศ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3. โรงพยาบาลรามคำแหง</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97260</guid>
      <pubDate>Mon, 09 Feb 2026 10:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260209_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36013440" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 9 ก.พ.69 : กินยาอย่างถูกวิธี  ได้ผลดีและไม่เป็นอันตราย</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 9 ก.พ.69 : กินยาอย่างถูกวิธี  ได้ผลดีและไม่เป็นอันตราย</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';"><strong>ปีนี้วันหยุดช่วงตรุษจีนยาวนานถึง 9 วัน</strong> (14-22 ก.พ.69) </span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">กรมควบคุมโรคไต้หวันคาดการณ์ว่า ไข้หวัดใหญ่จะระบาดถึงจุดสูงสุดช่วงตรุษจีน นอกจากขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนรีบเข้ารับการฉีดแล้ว ยังมีมาตรการสนับสนุนให้โรงพยาบาลต่างๆ เปิดคลินิกโรคติดเชื้อพิเศษเพื่อรับผู้ป่วยในช่วงวันแรกถึงวันที่สามของช่วงวันหยุดตรุษจีน พร้อมทั้ง ผ่อนคลายหลักเกณฑ์การใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ระหว่างวันที่ 20 มกราคม- 28 กุมภาพันธ์ 2569&nbsp;</span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">และ</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';"><o:p></o:p></span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาห้องฉุกเฉินแออัดเหมือนปีที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันได้เตรียมมาตรการดูแลสุขภาพประชาชนในช่วงตรุษจีน โดยเฉพาะในด้านการพบแพทย์และรักษาพยาบาล เพื่อให้การพบแพทย์หรือการใช้ยาในช่วงตรุษจีนเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';"><o:p></o:p></span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';"><span style="mso-spacerun: yes;">&nbsp;</span><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/3c4da34c-30e3-443e-8291-485dfc5223b5.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>228</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97222</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลสำรวจ 10 อันดับกิจกรรมที่คนโสดในไต้หวันยอดนิยมทำในช่วงเทศกาลตรุษจีน และโอกาสทางธุรกิจเอาใจกลุ่มคนโสดในช่วงเทศกาลตรุษจีน (ตอนที่ 1) พูดถึงเทศกาลตรุษจีนแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงบรรยากาศของการเฉลิมฉลองที่มีคนจำนวนมากมาร่วมตัวกัน โดยเฉพาะญาติพี่น้องและบรรดาสมาชิกในครอบครัว แต่เพราะยุคสมัยและสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป บรรยากาศการร่วมตัวเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนจึงค่อยๆ ลดขนาด และเน้นในเรื่องของความสะดวกสบายกับการหยุดพักผ่อนที่เป็นส่วนตัวในช่วงวันหยุดยาวมากขึ้น โดยเฉพาะครอบครัวขนาดเล็ก กลุ่มคนโสดหรือคนที่ยังต้องทำงานในช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้วยเหตุนี้ผู้ประกอบการในไต้หวันจำนวนไม่น้อยจึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน จึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่ตอบสนองคงามต้องการในช่วงเทศกาลตรุษจีนออก ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี จะมีกิจกรรมอะไรจากธุรกิจประเภทไหนบ้าง คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงได้เลย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6 แพลตฟอร์มชมรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 7 ธุรกิจส่งอาหารเดลิเวอร์รี่จากร้านดัง</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 8 ธุรกิจโรงแรมที่บริการครบวงจร</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 9 ตู้คาราโอเกะแบบหยอดเหรียญ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 10 ธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=97222</guid>
      <pubDate>Sun, 08 Feb 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260208_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36013440" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลสำรวจ 10 อันดับกิจกรรมที่คนโสดในไต้หวันยอดนิยมทำในช่วงเทศกาลตรุษจีน และโอกาสทางธุรกิจเอาใจกลุ่มคนโสดในช่วงเทศกาลตรุษจีน (ตอนที่ 1) พูดถึงเทศกาลตรุษจีนแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงบรรยากาศของการเฉลิมฉลองที่มีคนจำนวนมากมาร่วมตัวกัน โดยเฉพาะญาติพี่น้องและบรรดาสมาชิกในครอบครัว แต่เพราะยุคสมัยและสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป บรรยากาศการร่วมตัวเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนจึงค่อยๆ ลดขนาด และเน้นในเรื่องของความสะดวกสบายกับการหยุดพักผ่อนที่เป็นส่วนตัวในช่วงวันหยุดยาวมากขึ้น โดยเฉพาะครอบครัวขนาดเล็ก กลุ่มคนโสดหรือคนที่ยังต้องทำงานในช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้วยเหตุนี้ผู้ประกอบการในไต้หวันจำนวนไม่น้อยจึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน จึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่ตอบสนองคงามต้องการในช่วงเทศกาลตรุษจีนออก ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี จะมีกิจกรรมอะไรจากธุรกิจประเภทไหนบ้าง <span style="color: #ba372a;"><strong>คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงได้เลย</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/67848007-049b-4054-9770-be80c0238d64.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>227</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 3 ก.พ.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96109</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 19.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปี 2025 ตลาดเมลอนไต้หวันได้ต้อนรับดาวรุ่งหน้าใหม่สองสายพันธุ์ที่มีบุคลิกแตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ เมลอน &ldquo;แองเจิล&rdquo; (เทียนสื่อ-天使) และ &ldquo;ซิงเฉิง&rdquo; (星澄) ซึ่งสะท้อนทิศทางใหม่ของผลไม้ตระกูลแตงที่กำลังก้าวพ้นภาพจำเดิม โดยเมลอนแองเจิลโดดเด่นด้วยเปลือกสีขาวเนียนบาง รสหวานสดชื่น มีค่าความหวานสูงถึง 16&ndash;17 องศาบริกซ์ ขณะที่ซิงเฉิงสะดุดตาด้วยเปลือกสีเหลืองทอง แต้มลวดลายสีเขียวคล้ายแสงดาว เนื้อหนา ฉ่ำน้ำ กลิ่นหอมชัด ทั้งสองสายพันธุ์เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างเกษตรกรในนครเกาสงกับบริษัทเมล็ดพันธุ์โนนยูซีด (Known You Seed) ที่มุ่งพัฒนาพันธุ์เมลอนให้ตอบโจทย์รสนิยมผู้บริโภคยุคใหม่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 19pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 19pt; text-align: center;">เมลอนแองเจิล(เทียนสื่อ-天使)เปลือกบาง เนื้อหวาน อร่อย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 19.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สหกรณ์เกษตรเสียงเฮ่อ (祥鶴農產合作社) ในนครเกาสง ซึ่งมีฐานการผลิตในเขตกังซาน เยี่ยนเฉา และเฉียวโถว เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของการผลักดันเมลอนสายพันธุ์ใหม่ หลินลี่หัว (林麗華) ประธานสหกรณ์ เล่าว่า เดิมสหกรณ์ปลูกเมลอนเหม่ยหนงและแตงโมลูกเล็กเป็นหลัก ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกกว่า 200 เฮกตาร์ แต่เมื่อรสนิยมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว สหกรณ์จึงตั้งคำถามว่า เกาสงจะมีเมลอนสายพันธุ์ใหม่ที่เป็นตัวแทนของพื้นที่ได้หรือไม่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 19.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในส่วนของการคัดเลือกสายพันธุ์เริ่มจากการทดลองเมลอนหลายชนิด ก่อนที่เมลอนแองเจิลจะได้รับเลือกอย่างเป็นทางการ หลังทดลองปลูกในฤดูใบไม้ผลิราว 800 ต้น พบว่าผลผลิตดี รสชาติได้รับการยอมรับ และเริ่มมีลูกค้าเจาะจงซื้ออย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันผลผลิตฤดูใบไม้ร่วงทยอยออกสู่ตลาด ทำให้เมลอนแองเจิลเริ่มมีความเสถียรในเชิงการค้า ขณะเดียวกัน เมลอนซิงเฉิงก็เติบโตอย่างโดดเด่นในเรือนกระจกเขตอาเหลียน เมืองเกาสง เกาจื่อยวน (高子淵) เกษตรกรรุ่นที่สาม กล่าวว่า เพียงเห็นครั้งแรกก็มั่นใจว่ารูปลักษณ์สะดุดตาจะครองใจผู้บริโภค โดยเฉพาะตลาดของขวัญ นอกจากหน้าตา ซิงเฉิงยังมีเนื้อหนา เมล็ดน้อย ความหวานราว 13&ndash;14 องศาบริกซ์ และมีกลิ่นหอมชัด อีกทั้งยังแสดงความต้านทานโรคได้ดีเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 19.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ด้านการพัฒนาเชิงระบบ สวี่จวิ้นเจี๋ย (許竣傑) หัวหน้าฝ่ายการตลาด ระบุว่า เมลอนเปลือกบางมักให้ผลผลิตในฤดูร้อน แต่ผู้บริโภคต้องการเมลอนรสหวานสดชื่นในฤดูหนาวด้วย เมลอนแองเจิลจึงถูกออกแบบให้เป็นเมลอนฤดูหนาว&ndash;ฤดูใบไม้ผลิ โดยปรับทั้งพันธุกรรมและวิธีเพาะปลูกให้เหมาะกับสภาพอากาศไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&ldquo;แองเจิล&rdquo; (เทียนสื่อ-天使) และ &ldquo;ซิงเฉิง&rdquo; (星澄) กำลังกลายเป็นสายพันธุ์ดาวเด่นในตลาดผลไม้ไต้หวัน จากการผสานนวัตกรรมเมล็ดพันธุ์เข้ากับประสบการณ์ของเกษตรกรท้องถิ่น สร้างผลผลิตที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งเมลอนซิงเฉิงได้รับแรงบันดาลใจจากเมลอนชาร็องแตส์ของยุโรป ซึ่งมีกลิ่นหอมโดดเด่น แต่ไม่สอดคล้องกับรสนิยมในไต้หวัน บริษัทโนนยูซีดจึงนำลักษณะภายนอกมาปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะกับสภาพอากาศและความต้องการตลาด จนได้เมลอนที่มีกลิ่นหอม รสหวาน และรูปลักษณ์สวยงาม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">สมาชิกสหกรณ์เสียงเฮ่อแนะนำเมลอนแองเจิลว่ามีความอร่อยแน่นอน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">พานเอินซื่อ (潘恩賜) นักวิจัยของบริษัทโนนยูซีด ระบุว่า เมลอนทั้งสองสายพันธุ์มีจุดเด่นด้านความแข็งแรงของต้น ปลูกง่าย และใช้ระยะเวลาเพาะปลูกราว 35 วัน เร็วกว่าสายพันธุ์ทั่วไป ช่วยลดต้นทุน ความเสี่ยง และการใช้สารเคมีของเกษตรกร ส่วนคุณสวี่จวิ้นเจี๋ย หัวหน้าฝ่ายการตลาด อธิบายว่า ชื่อ &ldquo;เทียนสื่อ หรือ แองเจิล&rdquo; สื่อถึงเปลือกสีขาวสะอาดและรสชาติหวานละมุน ขณะที่ &ldquo;ซิงเฉิง&rdquo; มาจากลวดลายบนเปลือกที่คล้ายแสงดาว สะท้อนการพัฒนาสายพันธุ์จากยุโรปให้เหมาะสมกับการเพาะปลูกในไต้หวัน ซึ่งความสำเร็จของเมลอนทั้งสองสายพันธุ์สะท้อนบทบาทของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่นำเทคโนโลยีและแนวคิดการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ ตั้งแต่การคัดเลือกผลผลิตจนถึงการลดการใช้สารเคมีช่วงเก็บเกี่ยว ช่วยยกระดับภาคเกษตรของไต้หวันให้เติบโตอย่างยั่งยืน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96109</guid>
      <pubDate>Tue, 03 Feb 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260203_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36005760" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 3 ก.พ.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 3 ก.พ.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 19.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2025 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ตลาดเมลอนไต้หวันได้ต้อนรับดาวรุ่งหน้าใหม่สองสายพันธุ์ที่มีบุคลิกแตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ เมลอน &ldquo;แองเจิล&rdquo; (เทียนสื่อ-</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">天使</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">และ &ldquo;ซิงเฉิง&rdquo; (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">星澄</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ซึ่งสะท้อนทิศทางใหม่ของผลไม้ตระกูลแตงที่กำลังก้าวพ้นภาพจำเดิม โดยเมลอนแองเจิลโดดเด่นด้วยเปลือกสีขาวเนียนบาง รสหวานสดชื่น มีค่าความหวานสูงถึง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">16&ndash;17 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">องศาบริกซ์ ขณะที่ซิงเฉิงสะดุดตาด้วยเปลือกสีเหลืองทอง แต้มลวดลายสีเขียวคล้ายแสงดาว เนื้อหนา ฉ่ำน้ำ กลิ่นหอมชัด ทั้งสองสายพันธุ์เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างเกษตรกรในนครเกาสงกับบริษัทเมล็ดพันธุ์โนนยูซีด (</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">Known You Seed) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ที่มุ่งพัฒนาพันธุ์เมลอนให้ตอบโจทย์รสนิยมผู้บริโภคยุคใหม่</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/c3e1f268-a0b6-4590-974c-1fc81dd77c0f.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>226</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 3 ก.พ.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96014</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;อาหารหมดอายุ = มูลค่าเป็นศูนย์ ทำไมธุรกิจอาหารต้องพึ่ง AI บริหารสต๊อกมากกว่าที่เคย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ธุรกิจค้าส่ง&ndash;ค้าปลีกอาหารคืออุตสาหกรรมที่ต้องแข่งกับเวลา สินค้าทุกชนิดมีอายุการเก็บรักษา ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในกระบวนการทำงานอาจกลายเป็นความสูญเสียเต็มจำนวนได้ ถูเจียซิง(塗家興) ประธานสมาคมอีคอมเมิร์ซและสตาร์ทอัพไต้หวัน (TeSA) ระบุว่า &ldquo;การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง&rdquo; ในอุตสาหกรรมอาหารแตกต่างจากสินค้าคงทนทั่วไป เพราะเมื่ออาหารหมดอายุจะสูญเสียมูลค่าโดยสิ้นเชิง จึงต้องอาศัยกระบวนการที่แม่นยำและการจัดการที่มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษ ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เครื่องมือดิจิทัลและ AI ได้แพร่หลายอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ภาคธุรกิจลดต้นทุนที่สูญหายจากช่องว่างของกระบวนการทำงาน เปลี่ยน &ldquo;การปรับเล็กน้อย&rdquo; ให้กลายเป็น &ldquo;ก้าวกระโดดครั้งใหญ่&rdquo; และกลายเป็นตัวอย่างสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในอุตสาหกรรมอาหาร</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หนึ่งในกรณีตัวอย่างคือบริษัท &ldquo;ซื่อทงวัตถุดิบ&rdquo; &nbsp;(四通食材)ซึ่งประสบความสำเร็จในการปฏิวัติการบริหารจัดการด้วยการนำระบบบริหารสต๊อกอัจฉริยะด้วย AI ซื่อทงวัตถุดิบดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอาหารและของแห้ง จัดหาวัตถุดิบให้กับโรงงานอาหารและผู้ประกอบการร้านอาหารต่าง ๆ ก่อนนำ AI มาใช้ บริษัทยังพึ่งพากระบวนการทำงานด้วยแรงงานคนเป็นจำนวนมาก เช่น การจัดการลำดับการรับเข้า&ndash;จ่ายออกด้วยมือ ทำให้ยากต่อการปฏิบัติตามหลัก &ldquo;เข้าก่อนออกก่อน (FIFO)&rdquo; การตรวจสอบคำสั่งซื้อใช้เวลาทำงานมากกว่า 400 ชั่วโมงต่อเดือน อีกทั้งระบบเดิมมีความสามารถในการค้นหาจำกัด เพียงพิมพ์ผิดก็ไม่สามารถค้นหาสินค้าได้ ส่งผลให้การควบคุมวันหมดอายุไม่แม่นยำ และก่อให้เกิดความสูญเสียจากสินค้าอาหารหมดอายุมากกว่า 200,000 เหรียญไต้หวันต่อปี</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อซื่อทงวัตถุดิบร่วมมือกับบริษัทเทียนก้วนอินฟอร์เมชัน (天冠資訊)เพื่อนำระบบบริหารสต๊อกอัจฉริยะด้วย AI มาใช้ การเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ ได้แก่ ประการแรก ระบบจะจัดสรรล็อตการจ่ายสินค้าโดยอัตโนมัติตามวันหมดอายุ เปลี่ยนกระบวนการจาก &ldquo;คนค้นหาสต๊อก&rdquo; เป็น &ldquo;ระบบจัดสต๊อกให้อัตโนมัติ&rdquo; ประการที่สอง ระบบค้นหามีความฉลาดมากขึ้น ไม่ว่าพิมพ์ผิดก็ยังสามารถค้นหาสินค้าด้วยการจับคู่คำหลักแบบใกล้เคียง เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และประการที่สาม ระบบสามารถผสานข้อมูลแนวโน้มการจ่ายสินค้า ข้อมูลย้อนหลัง ใบสั่งซื้อ และใบจัดซื้อ เพื่อคาดการณ์ความต้องการในอนาคต ช่วยลดความเสี่ยงจากการสั่งซื้อมากเกินไปหรือสินค้าขาดสต๊อก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลังการนำระบบมาใช้ ซื่อทงวัตถุดิบเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน AI ช่วยบริหารวันหมดอายุได้อย่างแม่นยำและจ่ายสินค้าอัตโนมัติตามล็อต ลดปริมาณสินค้าที่ต้องทิ้งลงอย่างมาก ความสูญเสียจากสินค้าหมดอายุลดลงจากปีละ 200,000 เหรียญไต้หวัน เหลือเพียง 30,000 เหรียญไต้หวัน งานเปรียบเทียบสต๊อกและยืนยันคำสั่งซื้อที่เคยใช้เวลากว่า 400 ชั่วโมงต่อเดือน ลดลงเหลือเพียงหนึ่งในสาม อีกทั้งความสามารถในการคาดการณ์ของระบบยังช่วยให้การจัดซื้อแม่นยำขึ้น ลดภาระการถือครองสต๊อก และบรรเทาความตึงตัวด้านเงินทุน ซื่อทงวัตถุดิบระบุว่า ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งดีขึ้น แต่คือ &ldquo;จังหวะการดำเนินงานทั้งระบบถูกปรับให้ลงตัว&rdquo; การบริหารชัดเจนขึ้น สต๊อกโปร่งใสขึ้น ประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำให้บริษัทสามารถทุ่มเทให้กับการบริการลูกค้าและการขยายธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96014</guid>
      <pubDate>Tue, 03 Feb 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260203_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36024000" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 3 ก.พ.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 3 ก.พ.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #ba372a;"><strong><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;อาหารหมดอายุ = มูลค่าเป็นศูนย์ ทำไมธุรกิจอาหารต้องพึ่ง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">AI </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">บริหารสต๊อกมากกว่าที่เคย</span></strong></span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/e00b2266-56d0-4e87-a29b-ae58bb13db66.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>225</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 2 ก.พ.69 : เด็กไต้หวันกว่า 30% เป็นโรคอ้วน เพราะไม่กินผักผลไม้แถมติดเครื่องดื่มรสหวาน ผู้เชี่ยวชาญแนะวิธีแก้ไขที่ได้ผล]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96460</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา มูลนิธิสวัสดิการเด็ก (Children Welfare League) ออกมาเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพเด็ก โดยระบุว่า เด็กไต้หวันที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนทะลุ 30% แล้ว สูงกว่าค่าเฉลี่ยสากล ขณะที่มูลนิธิดูแลผู้ป่วยมะเร็ง (Cancer Care Foundation) จากการสำรวจพบว่า &nbsp;ยิ่งเด็กในวัยเรียนเล่นอุปกรณ์ 3C ระหว่างมื้ออาหารบ่อยและกินข้าวร่วมกับพ่อแม่น้อยลง ก็ยิ่งจะกินผักผลไม้น้อยลงและดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลบ่อยขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการกินของเด็กซึ่งนำไปสู่ปัญหาโรคอ้วน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">มูลนิธิดูแลผู้ป่วยมะเร็งได้ทำการสำรวจนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3&ndash;6 ใน 7 เมืองทางภาคเหนือ กลาง และใต้ ช่วงเดือนมีนาคม 2565 - มกราคม 2566&nbsp; โดยสุ่มสอบถาม 23,831 ตัวอย่าง ผลปรากฎว่า เด็กจำนวนไม่น้อย ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงบ่อย แต่กินผักผลไม้น้อย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผลสำรวจชี้ว่า เด็กที่ใช้อุปกรณ์ 3C ระหว่างกินข้าว มีสัดส่วนการกินผักผลไม้ทุกวันต่ำกว่า และดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลบ่อยกว่า เมื่อเทียบกับเด็กที่ ไม่ใช้อุปกรณ์ 3C ระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งมีสัดส่วนการกินผักผลไม้ทุกวัน สูงขึ้นเกือบ 10% และสัดส่วนการดื่มน้ำหวานบ่อย ลดลงมากกว่า 10% นอกจากการใช้อุปกรณ์ 3C แล้ว ความถี่ของการกินข้าวร่วมกันในครอบครัวก็เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกินเช่นกัน ครอบครัวที่กินข้าวร่วมกันบ่อย เด็กจะกินผักและผลไม้ทุกวัน มากขึ้นเกือบ 10% ในทางกลับกัน ครอบครัวที่กินข้าวร่วมกันน้อย เด็กจะดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงบ่อยขึ้น 11% </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การสำรวจยังพบว่า ยิ่งกินข้าวร่วมกับครอบครัวบ่อย เด็กยิ่งไม่ใช้ 3C ระหว่างกินข้าว ตัวอย่างเช่น ครอบครัวที่กินข้าวร่วมกัน มากกว่า 11 ครั้งต่อสัปดาห์ เด็กที่ไม่ใช้อุปกรณ์ 3C ระหว่างมื้ออาหารมีสัดส่วน สูงกว่ากลุ่มที่กินร่วมกันไม่เกิน 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ประมาณ 8%</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เฉินเยว่ชิง (陳月卿 ) ประธานมูลนิธิดูแลผู้ป่วยมะเร็ง เรียกร้องให้สร้างสุขภาพที่ดีตั้งแต่วัยเด็ก และควรลบความเชื่อเดิมที่ว่า &ldquo;เด็กอ้วนตอนเล็กไม่เป็นไร&rdquo; โดยระบุว่า &ldquo;การกินข้าวร่วมกันในครอบครัวไม่เพียงช่วยเสริมความผูกพันในครอบครัว แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการปลูกฝังพฤติกรรมการกินที่ถูกต้อง พ่อแม่ที่เป็นแบบอย่างที่ดี จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะรักการกินผักผลไม้ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำหรับปัญหาเด็กติดเครื่องดื่มหวาน เฉินเยว่ชิง แนะนำให้พ่อแม่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติทำกรีนสมูทตี้ (Green Smoothie)เอง ซึ่งประกอบด้วยผักสด ผลไม้ และถั่วที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยให้ได้รับใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุหลากหลาย เป็นทางเลือกที่ดีในการทดแทนเครื่องดื่มหวานจากท้องตลาด และช่วยดูแลสุขภาพทั้งครอบครัว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: center;">ผลสำรวจชี้ เด็กที่ใช้อุปกรณ์ 3C ระหว่างกินข้าว มีสัดส่วนการกินผักผลไม้และดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลต่ำกว่าเมื่อเทียบกับเด็กที่ ไม่ใช้อุปกรณ์ 3C&nbsp;(ภาพจาก Mirror Media)&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 18pt; text-align: left;">นพ.สวี่เหวยเจียน&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ระบุว่า จากมุมมองพัฒนาการ เด็กยังอยู่ในช่วงที่สมองเติบโต โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมตนเอง การรอคอย และการจัดการอารมณ์ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ วิดีโอสั้น เกม และการ์ตูนในมือถือสามารถกระตุ้นความสุขได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เด็กรู้สึกสบายและไม่เบื่อ เมื่อเป็นเช่นนี้นานเข้า สมองจะเรียนรู้ที่จะพึ่งพามือถือเพื่อปลอบอารมณ์ เมื่อพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นในช่วงกินข้าว เด็กไม่ใช่ไม่อยากกิน แต่เป็นเพราะ ไม่ชินกับการกินข้าวโดยไม่มีหน้าจอกระตุ้น พร้อมแนะนำ 3 วิธีสำหรับพ่อแม่ที่ลูกเป็นโรคอ้วน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.สร้างพฤติกรรมการกินที่ถูกต้องให้ลูก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ค่อยเป็นค่อยไป เลี่ยงการปะทะรุนแรง อย่าห้ามใช้มือถือทันทีอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเกิดแรงต่อต้าน ควรลดการใช้ทีละน้อย ให้สมองมีเวลาปรับตัวกับการไม่จ้องจอมือถือระหว่างกินอาหาร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.ตั้งกติกาการกินข้าวของครอบครัวให้สอดคล้องกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เช่น กำหนดว่าทุกคนในบ้านไม่ใช้มือถือระหว่างกินข้าว ผู้ใหญ่ต้องทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3.ทำให้โต๊ะอาหารเป็นช่วงเวลาคุณภาพของครอบครัว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">พูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ให้การกินข้าวกลับมาเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่น มีปฏิสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่ทำภารกิจให้เสร็จ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคอ้วนในเด็ก คือ ภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมเกินปกติจนทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรังไม่ติดต่อในเด็ก เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม ที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและครอบครัว </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สาเหตุโรคอ้วน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัจจัยด้านพันธุกรรม เช่น บิดามารดาอ้วน มารดาเป็นเบาหวานในระหว่างตั้งครรภ์ ทารกแรกเกิดน้ำหนักมาก โรคต่อมไร้ท่อ โรคทางพันธุกรรม </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">พฤติกรรมการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม เช่น การบริโภคอาหารไขมันสัตว์ อาหารแป้งและน้ำตาลสูง อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การออกกำลังกายและพฤติกรรมไม่เคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เด็กที่ไม่ออกกำลังกาย ดูโทรทัศน์ เล่นวิดีโอเกมส์ ทำให้เกิดความไม่สมดุลกันระหว่างพลังงานที่ได้จากอาหาร และพลังงานที่ใช้ของร่างกาย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ภาวะแทรกซ้อนโรคอ้วนในเด็ก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ระบบหายใจ เช่น ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น นอนกรน โรคภูมิแพ้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ระบบต่อมไร้ท่อ เช่น โรคเบาหวาน กลุ่มอาการเมตาบอลิก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ระบบทางเดินอาหารและตับ เช่น ภาวะกรดไหลย้อน ภาวะไขมันสะสมในตับ โรคนิ่วในถุงน้ำดี</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก เช่น ขาโก่ง โรคหัวกระดูกสะโพกเลื่อน กระดูกหักง่าย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-ความผิดปกติของผิวหนัง เช่น ผิวหนังมีผื่นสีน้ำตาลดำหนาบริเวณคอ รักแร้ ข้อพับ ขาหนีบ รอยแตกบริเวณหน้าท้อง และผื่นแดงบริเวณข้อพับเกิดจากการเสียดสี</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">-สภาพจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า ถูกล้อเลียน ขาดความเชื่อมั่น แยกตัวจากสังคม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">เด็กไต้หวันกว่า 30% เป็นโรคอ้วน เพราะไม่กินผักผลไม้ แถมติดเครื่องดื่มรสหวาน ผู้เชี่ยวชาญแนะ 5 วิธีแก้ไข (ภาพจาก LTN)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรักษา</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เพื่อให้เด็กมีการเจริญเติบโตปกติ และลดภาวะแทรกซ้อนของโรคอ้วน ต้องอาศัยความร่วมมือของเด็กและครอบครัว ในด้านโภชนาการ พฤติกรรม และจิตใจ โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.การปรับลดอาหารพลังงานสูง เช่น อาหารประเภทแป้ง รสหวาน ไขมันอิ่มตัว และอาหารรสเค็ม เพิ่มอาหารชนิดกากใยสูง เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ผักผลไม้ไม่หวาน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2.บริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่เป็นอาหารหลากหลาย และบริโภคครบ 3 มื้อ เป็นเวลา ไม่งดอาหารมื้อเช้า ไม่กินอาหารมื้อดึก หลีกเลี่ยงอาหารประเภททอด ผัดน้ำมัน เปลี่ยนเป็นอาหารชนิดต้ม นิ่ง ตุ๋น หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมันและอาหารจานด่วน ควรดื่มนมจืดพร่องมันเนยหรือไขมันต่ำ งดน้ำหวาน น้ำอัดลม รวมทั้งขนมหวาน ขนมขบเคี้ยว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3.ออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นประจำ วันละ 30-60 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง โดยกิจกรรมที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย เด็กอายุ 2-6 ปี เช่น วิ่ง กระโดดเชือก เตะลูกบอล ปีนป่ายเครื่องเล่น ว่ายน้ำ เป็นต้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อายุ 7-10 ปี เช่น โยนรับลูกบอล เตะลูกบอล ปั่นจักรยาน แบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส เป็นต้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อายุ 10 ปีขึ้นไป เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก เป็นต้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">4.สร้างแรงจูงใจ และฝึกวินัยในการบริโภคอาหารและออกกำลังกาย ให้คำชมเชยเมื่อทำได้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการตำหนิ การลงโทษ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">5.พ่อแม่และครอบครัวเป็นแบบอย่างของการมีสุขนิสัยที่ดี ในการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคอ้วนในผู้ใหญ่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคอ้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้เกิดอัตราการตายและอัตราพิการเพิ่มมากขึ้นกว่าคนไม่อ้วน คนอ้วนมีอายุขัยสั้นกว่าคนที่ไม่อ้วน ผู้ที่มีดัชนีมวลกายในช่วง 30-35 กิโลกรัม/ตารางเมตร จะมีอายุขัยเฉลี่ยสั้นลง 2-4 ปี ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย 40-50 กิโลกรัม (kg) /ตารางเมตร (m&sup2;) จะมีอายุขัยเฉลี่ยสั้นลง 8-10 ปี </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ค่า BMI &lt; 18.5 &ndash; 22.9 kg / m&sup2; จัดว่า &ldquo;ปกติ&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ค่า BMI 23.0 &ndash; 24.9 kg / m&sup2; จัดว่า &ldquo;น้ำหนักเกิน&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ค่า BMI &gt; 25 kg / m&sup2; จัดเป็นา &ldquo;โรคอ้วน&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เคล็ดลับการลดน้ำหนัก เพื่อให้ลดน้ำหนักได้อย่างยั่งยืนและมีสุขภาพที่แข็งแรง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">(ที่มา : เคล็ดลับการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพที่ดี โดย พญ.ศศิภัสช์ ช้อนทอง อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1. เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้าโปรตีนสูง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สามารถช่วยลดความอยากอาหารและลดปริมาณแคลอรี่ที่บริโภคระหว่างวัน การรับประทานโปรตีนอย่างเพียงพอจําเป็นต่อการรักษามวลกล้ามเนื้อและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ปริมาณโปรตีนที่ควรบริโภคในแต่ละวันอยู่ที่ประมาณ 56-91 กรัมสําหรับผู้ชายและ 46-75 กรัมสําหรับผู้หญิง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2. เลือกรับประทานอาหารที่เป็นมิตรต่อการลดน้ำหนัก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรับประทานคาร์โบไฮเดรตขัดสี อันได้แก่ น้ำตาลและแป้ง ให้น้อยลงเป็นวิธีที่ทำให้ลดน้ำหนักได้รวดเร็ววิธีหนึ่ง การรับประทานธัญพืชไม่ขัดสีช่วยลดความหิวและปริมาณแคลอรี่ที่บริโภค และยังทําให้อิ่มและรู้สึกหายอยากอาหาร&nbsp; เมื่อรับประทานคาร์โบไฮเดรตน้อยลงร่างกายจะเริ่มนำไขมันที่กักเก็บเอาไว้ออกมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น รับประทานผักมีแคลอรี่ต่ำแต่มีสารอาหารและกากใยสูง การกินผักใบเขียวมากขึ้น เช่น ผักโขม หรือผักตระกูลกะหล่ำ เช่น ผักคะน้า บรอกโคลีกะหล่ำดอก กะหล่ำปลี และผักกาดหอม มีประโยชน์ในการรักษาน้ำหนักตัวตามเกณฑ์ การรับประทานไขมันดีจากปลาที่มีไขมัน ถั่ว หรืออะโวคาโด หรือการใช้น้ำมันมะกอกในการปรุงอาหารนั้นมีประโยชน์ ควรลดการบริโภคไขมันอิ่มตัว เช่น ไขมันจากเนยหรือน้ำมันมะพร้าว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3. รับประทานอาหารช้า ๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรับประทานอาหารและเคี้ยวช้าลงจะส่งสัญญาณไปยังสมองว่ามีอาหารอยู่ในท้อง ทําให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ช่วยป้องกันการกินมากเกินไป การเคี้ยวให้ละเอียดยังช่วยให้การย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">4. ดื่มน้ำมาก ๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การดื่มน้ำช่วยให้ความอยากอาหารลดลงและรู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้น การดื่มน้ำอย่างพอเพียงยังช่วยลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่ น้ำจําเป็นสําหรับระบบเผาผลาญอาหาร ช่วยเผาผลาญแคลอรี่และไขมันที่ร่างกายกักเก็บไว้ได้มากขึ้น นอกจากนี้การดื่มน้ำอย่างเพียงพอยังช่วยให้ร่างกายกำจัดของเสียหรือขับถ่ายได้ดีขึ้น </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">5. ออกกําลังกายอยู่เสมอ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การทำตัวให้กระฉับกระเฉงและออกกําลังกายเป็นประจําช่วยลดน้ำหนักได้ การออกกําลังกายแบบคาร์ดิโอและออกกำลังกายแบบใช้แรงต้านช่วยลดน้ำหนักได้ดีและทําให้ร่างกายแข็งแรง การเดิน วิ่งเหยาะ ๆ หรือว่ายน้ำช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการยกน้ำหนักช่วยสร้างกล้ามเนื้อ การออกกําลังกายทั้งสองประเภทป้องกันไม่ให้ระบบเผาผลาญอาหารช้าลงซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อลดน้ำหนัก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">6. พักผ่อนให้เพียงพอโดยการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การนอนหลับอย่างไม่มีคุณภาพเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการที่น้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้น โรคอ้วน ระบบเผาผลาญอาหารผิดปกติ และปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ จากการศึกษาพบว่าผู้ที่นอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้นาฬิกาชีวภาพแปรปรวน รู้สึกไม่สดชื่น ไม่ค่อยมีพลังในการทำกิจวัตรในแต่ละวัน ผู้ที่อดนอนมักรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่สูงเพื่อให้ร่างกายมีพลังงาน การนอนดึกยังทำให้กินจุบจิบมากขึ้น </p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96460</guid>
      <pubDate>Mon, 02 Feb 2026 10:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/thrti/files/202602/20260202_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36036480" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 2 ก.พ.69 : เด็กไต้หวันกว่า 30% เป็นโรคอ้วน เพราะไม่กินผักผลไม้แถมติดเครื่องดื่มรสหวาน ผู้เชี่ยวชาญแนะวิธีแก้ไขที่ได้ผล</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 2 ก.พ.69 : เด็กไต้หวันกว่า 30% เป็นโรคอ้วน เพราะไม่กินผักผลไม้แถมติดเครื่องดื่มรสหวาน ผู้เชี่ยวชาญแนะวิธีแก้ไขที่ได้ผล</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา มูลนิธิสวัสดิการเด็ก (</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">Children Welfare League) </span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">ออกมาเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพเด็ก โดยระบุว่า เด็กไต้หวันที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนทะลุ 30% แล้ว สูงกว่าค่าเฉลี่ยสากล ขณะที่มูลนิธิดูแลผู้ป่วยมะเร็ง (</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">Cancer Care Foundation) </span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">จากการสำรวจพบว่า <span>&nbsp;</span>ยิ่งเด็กในวัยเรียนเล่นอุปกรณ์ 3</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">C </span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">ระหว่างมื้ออาหารบ่อยและกินข้าวร่วมกับพ่อแม่น้อยลง ก็ยิ่งจะกินผักผลไม้น้อยลงและดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลบ่อยขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการกินของเด็กซึ่งนำไปสู่ปัญหาโรคอ้วน</span><span lang="TH" style="font-size: 18pt; font-family: 'TH Sarabun New', 'sans-serif'; color: #2dc26b;"></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/a4de750a-79f1-4c63-8342-6db4a9b61e88.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>224</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96655</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวผลสำรวจ 10 อันดับความคาดหวังของคนไต้หวันประจำปี ค.ศ. 2026 (ตอนที่ 2) ก้าวเข้าสู่ปีใหม่มาครบหนึ่งเดือนพอและในเดือนหน้า​ (ก.พ.) ก็จะมีวันตรุษจีนซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติจีน ดังนั้นในไต้หวันการเริ่มต้นสิ่งใหม่ที่มาพร้อมกับความหวังใหม่ของคนส่วนใหญ่จึงนับตั้งแต่เทศกาลตรุษจีนเป็นต้นไป โดยในอดีตความหวังใหม่ๆ มักผูกติดกับภาพฝันอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการถูกรางวัลใหญ่ ร่ำรวยในชั่วข้ามคืน หรือการมีบ้านและรถ แต่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ความปรารถนาของผู้คนก็ค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางตามไปด้วย โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านระบบ KEYPO Big Data Keyword Engine พบว่า ความคาดหวังในปีนี้เรื่องของสุขภาพร่างกายและอิสรภาพทางการเงิน ยังคงเป็นความหวังอันดับต้นๆ ของชาวเน็ตไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความปรารถนาด้านความรัก เช่น การมีคู่หรือการแต่งงาน กลับถูกจัดให้อยู่ในลำดับท้ายๆ ของตาราง ซึ่งการจัดอันดับความหวังเหล่านี้ยังคงสะท้อนความจริงของสังคมที่ผู้คนให้ความสำคัญกับ &ldquo;ความอยู่รอดและความมั่นคง&rdquo; มากกว่าความฝันสุดโรแมนติกดังเช่นในอดีต คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงที่มุมบนซ้าย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 1 สุขภาพการใจแข็งแรง 身心靈健康</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2 โลกสงบสุข 世界和平</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3 มีอิสรภาพทางการเงิน 財富自由</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4 เดินทางท่องเที่ยว 旅行出遊</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5 อยากให้ตัวเองดูดีขึ้น 讓自己看起來更好</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96655</guid>
      <pubDate>Sun, 01 Feb 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260201_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36016320" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวผลสำรวจ 10 อันดับความคาดหวังของคนไต้หวันประจำปี ค.ศ. 2026 (ตอนที่ 2) ก้าวเข้าสู่ปีใหม่มาครบหนึ่งเดือนพอและในเดือนหน้า​ (ก.พ.) ก็จะมีวันตรุษจีนซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติจีน ดังนั้นในไต้หวันการเริ่มต้นสิ่งใหม่ที่มาพร้อมกับความหวังใหม่ของคนส่วนใหญ่จึงนับตั้งแต่เทศกาลตรุษจีนเป็นต้นไป โดยในอดีตความหวังใหม่ๆ มักผูกติดกับภาพฝันอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการถูกรางวัลใหญ่ ร่ำรวยในชั่วข้ามคืน หรือการมีบ้านและรถ แต่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ความปรารถนาของผู้คนก็ค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางตามไปด้วย โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านระบบ KEYPO Big Data Keyword Engine พบว่า ความคาดหวังในปีนี้เรื่องของสุขภาพร่างกายและอิสรภาพทางการเงิน ยังคงเป็นความหวังอันดับต้นๆ ของชาวเน็ตไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความปรารถนาด้านความรัก เช่น การมีคู่หรือการแต่งงาน กลับถูกจัดให้อยู่ในลำดับท้ายๆ ของตาราง ซึ่งการจัดอันดับความหวังเหล่านี้ยังคงสะท้อนความจริงของสังคมที่ผู้คนให้ความสำคัญกับ &ldquo;ความอยู่รอดและความมั่นคง&rdquo; มากกว่าความฝันสุดโรแมนติกดังเช่นในอดีต <span style="color: #ba372a;"><strong>คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงที่มุมบนซ้าย</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/ebb3f8a3-e145-43f9-9fb8-8fed7bd45993.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>223</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 27 ม.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96106</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทีมวิจัยด้านพันธุกรรมและการปรับปรุงพันธุ์สัตว์น้ำ (Taiwan Aqueaculture Biotechnology Team:TABT) ของ มหาวิทยาลัยสมุทรศาสตร์แห่งชาติไต้หวัน&nbsp;(National Taiwan Ocean University, NTOU) พัฒนาปลานิลสายพันธุ์ใหม่ที่ทนต่อความเค็ม ต้านโรค และทนต่ออากาศหนาว พร้อมศึกษาวิธีเสริมความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลงานนี้ได้รับรางวัล &ldquo;รางวัลวิทยาศาสตร์เกษตรแห่งชาติ 2025 &ndash; ทีมงานนวัตกรรมล้ำหน้า&rdquo; ขณะเดียวกัน ทีมงานยังร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศและมีแผนขยายความร่วมมือระดับนานาชาติ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">มหาวิทยาลัยระบุว่า ทีม TABT ใช้เทคโนโลยีจีโนมและการคัดเลือกพันธุ์เชิงแม่นยำ แก้ข้อจำกัดของการปรับปรุงพันธุ์แบบดั้งเดิมที่ใช้เวลานาน โดยผสานข้อมูลพันธุกรรม เครื่องหมายโมเลกุล และการทดสอบในฟาร์มจริงหลายขั้นตอน จนได้ลูกปลานิลเชิงพาณิชย์ที่มีอัตรารอด การเจริญเติบโต และคุณภาพผลิตภัณฑ์สูงขึ้น และผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในด้านการประยุกต์ใช้ ทีม TABT ร่วมมือกับผู้ผลิตลูกปลา เกษตรกร และโรงงานแปรรูป จัดทำฟาร์มสาธิต พร้อมขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยลงนาม MOU กับบริษัท Golden Corporation ของบรูไน เพื่อทดสอบการเลี้ยงและวางแผนตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะเดียวกัน ทีมวิจัยได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชน และร่วมก่อตั้งบริษัท Aipalit Water Technology ตั้งเป้าตั้งแต่ปี 2026 ผลิตลูกปลาเกรดคุณภาพมากกว่า 5 ล้านตัวต่อครึ่งปี เสริมความมั่นคงของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทีมวิจัยนำโดย รองศาสตราจารย์หวงจางเหวิน (黃章文) กงหงอี้ (龔紘毅) และสวีเต๋อหัว (徐德華) ระบุว่า ความสำเร็จนี้เกิดจากความร่วมมือระยะยาวระหว่างภาคการศึกษา รัฐ และอุตสาหกรรม ผ่านงานวิจัยด้านเครื่องหมายทางพันธุกรรม โครงการเศรษฐกิจชีวภาพ และการปรับปรุงพันธุ์แบบดิจิทัล ซึ่งการบูรณาการข้ามสาขาช่วยผลักดันงานจากห้องทดลองสู่ฟาร์มจริงและต่อยอดเชิงอุตสาหกรรมได้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในอนาคต ทีม TABT จะขยายการพัฒนาระดับโมเลกุลและการปรับปรุงพันธุ์ดิจิทัล เพิ่มการทดลองทั้งในและต่างประเทศ พร้อมผลักดันความร่วมมือสากล เพื่อให้ไต้หวันเป็นจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีปรับปรุงพันธุ์สัตว์น้ำเชิงแม่นยำที่ใช้ได้จริง สนับสนุนการรับมือการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมโลก&nbsp; &nbsp; &nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96106</guid>
      <pubDate>Tue, 27 Jan 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260127_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36029760" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 27 ม.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 27 ม.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ทีมวิจัยด้านพันธุกรรมและการปรับปรุงพันธุ์สัตว์น้ำ (</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">Taiwan Aqueaculture Biotechnology Team:TABT) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ของ มหาวิทยาลัยสมุทรศาสตร์แห่งชาติไต้หวัน</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&nbsp;(National Taiwan Ocean University, NTOU) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">พัฒนาปลานิลสายพันธุ์ใหม่ที่ทนต่อความเค็ม ต้านโรค และทนต่ออากาศหนาว พร้อมศึกษาวิธีเสริมความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลงานนี้ได้รับรางวัล</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> &ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">รางวัลวิทยาศาสตร์เกษตรแห่งชาติ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2025 &ndash; </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ทีมงานนวัตกรรมล้ำหน้า&rdquo; ขณะเดียวกัน ทีมงานยังร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศและมีแผนขยายความร่วมมือระดับนานาชาติ</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/f7b5f43c-5793-48f1-81d5-791c04c3d8d1.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>222</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 27 ม.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96013</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ฟาร์มไก่ไฮเทค เปิดแอร์ 24 ชั่วโมง เลี้ยงไร้ยาปฏิชีวนะ ไก่แข็งแรงได้จริง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โจวเจ๋ออวี่(周哲宇) เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 33 ปี กลับบ้านรับช่วงฟาร์มปศุสัตว์ของครอบครัวที่หยุนหลิน หลังเรียนจบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและปลดประจำการทหาร เขาเลือกท้าทายรูปแบบการเลี้ยงไก่แบบไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดกระบวนการ (NAE) ซึ่งเป็นแนวทางที่ประเทศพัฒนาแล้วนิยมใช้ แต่ยังเป็นสิ่งใหม่ในไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฟาร์มของเขาใช้โรงเรือนไก่ระบบปิดแบบม่านน้ำ ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอัตโนมัติ แม้อุณหภูมิภายนอกสูงเกิน 43 องศา ไก่ยังเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เย็นสบาย วัสดุปูพื้นยังคงแห้งและร่วนซุย ระบบอาหารและน้ำอัตโนมัติช่วยให้ไก่กินดื่มได้ตามต้องการโดยไม่เปียกชื้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเลี้ยงแบบไม่ใช้ยาปฏิชีวนะทำได้ยาก หากไก่ป่วยไม่สามารถใช้ยาได้ จึงใช้ วิธีสนับสนุนสุขภาพแบบเสริม (supportive care) เช่น การให้โปรไบโอติกและสารสกัดจากพืช (กระเทียม เห็ดหลินจือ ใบกระวาน น้ำมันออริกาโนและสะระแหน่) เพื่อปรับสมดุลลำไส้และเสริมภูมิคุ้มกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โจวเจ๋อวี่ ไม่ได้ทำเพียงลำพัง กลุ่มบริษัทต้าเฉิงสร้างแบรนด์อี้หัวจี (益活雞) ตั้งแต่ปี 2022 โดยคัดเลือกฟาร์มคู่สัญญากว่า 30 แห่งเข้าร่วมเลี้ยงแบบไร้ยาอย่างเข้มงวด มีกุญแจสำคัญ 3 ด้านคือ</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1; tab-stops: list 36.0pt;">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คัดเลือกลูกไก่คุณภาพและควบคุมสภาพแวดล้อม &ndash; ใช้โรงเรือนไก่ระบบปิด ลดความหนาแน่น ช่วยลดความเครียดและโรค</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1; tab-stops: list 36.0pt;">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สูตรอาหารพืชล้วนเฉพาะทาง &ndash; มีสายการผลิตและรถขนส่งปลอดยาเพื่อป้องกันการปนเปื้อน</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1; tab-stops: list 36.0pt;">3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พัฒนาโปรไบโอติกเฉพาะ &ndash; คัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะกับลำไส้ไก่ เสริมภูมิคุ้มกันและสุขภาพ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กรรมการผู้จัดการกลุ่มต้าเฉิง หานฟางหาว(韓芳豪) ระบุว่า การเลี้ยงไร้ยาปฏิชีวนะตอบสนองความกังวลผู้บริโภคเรื่อง ซูเปอร์แบคทีเรีย แม้จะมีต้นทุนสูงและราคาอี้หัวจีในตลาดแพงกว่าไก่ทั่วไปราว 60% บริษัทรับประกันรายได้เกษตรกรเพื่อให้กล้าเปลี่ยนวิธีเลี้ยง นอกจากนี้ยังลงทุนพัฒนา ไข่ระดับกินดิบ ตรวจเชื้อซัลโมเนลลา ร่วมกับมหาวิทยาลัยเพื่อความปลอดภัย</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ผลการวิจัยพบว่า เนื้ออี้ฮัวจีมี คอลลาเจนสูง, กรดอะมิโนรสอูมามิมากกว่าไก่ทั่วไป 30%, และกรดอะมิโนสายกิ่ง (BCAA) สูง ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและลดไขมัน ทำให้เนื้อไก่นุ่มและรสดีกว่าเดิม ซึ่งนี่ก็คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนวิถีชีวิตในฟาร์ม และมอบทางเลือกที่ปลอดภัยและยั่งยืนให้ผู้บริโภค แม้ก้าวเดินอาจไม่เร็ว แต่ทิศทางชัดเจนสู่ฟาร์มไก่ยุคใหม่ไร้ยา</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96013</guid>
      <pubDate>Tue, 27 Jan 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260127_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36019200" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 27 ม.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 27 ม.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;<span style="color: #ba372a;"> ฟาร์มไก่ไฮเทค เปิดแอร์ </span></span></b><span style="color: #ba372a;"><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">24 </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ชั่วโมง เลี้ยงไร้ยาปฏิชีวนะ ไก่แข็งแรงได้จริง</span></b></span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/92b7f5a0-0dd5-45f0-9ca3-309f24b99a18.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>221</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 26 ม.ค. 69 : ปวดหน่วงที่ท้องน้อยและขาบวมบ่อยๆ ระวังเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96099</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ช่วงก่อนหน้านี้ มีข่าวเกี่ยวกับ แรงงานต่างชาติเพศหญิงอายุ 55 ปีรายหนึ่ง ทำงานอยู่ที่นครไทจง มีอาการปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยด้านซ้ายบ่อยๆ และขาทั้งสองข้างบวมอย่างเห็นได้ชัด แต่เนื่องจากงานยุ่งจึงยังไม่ได้ไปพบแพทย์ จนกระทั่งต่อมาเธอได้ไปโรงพยาบาลพร้อมกับนายจ้าง จึงถือโอกาสลงทะเบียนตรวจที่แผนกสูตินรีเวช เดิมคิดว่าเป็นเพียงอาการไม่สบายทางนรีเวชทั่วไปเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นการค้นพบโรคร้ายแรงที่อาจถึงชีวิต</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แพทย์สูตินรีเวชพบระหว่างการซักประวัติว่า ผู้ป่วยไม่เพียงมีอาการปวดท้องอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังมีอาการขาบวมอย่างชัดเจน ซึ่งไม่สอดคล้องกับอาการของโรคทางนรีเวชทั่วไป เมื่อตรวจด้วยอัลตราซาวด์เพิ่มเติม พบว่าภายในอุ้งเชิงกรานมีก้อนเนื้อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 7 เซนติเมตร และเมื่อคลำตรวจพบว่าท้องตึงแข็ง ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบบวมโต ความผิดปกติหลายประการนี้ทำให้แพทย์รีบจัดให้มีการตรวจค่าสารบ่งชี้มะเร็งและการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ทันที</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;ผลการตรวจยืนยันตรงกับที่แพทย์คาดไว้ พบว่าผู้ป่วยมีต่อมน้ำเหลืองโตอย่างรุนแรงหลายแห่ง บริเวณขาหนีบ รอบหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้อง และที่เยื่อแขวนลำไส้ (เยื่อบุช่องท้องสองทบที่ยึดลำไส้กับผนังท้อง) จนถึงขั้นกดทับหลอดเลือด ทำให้เกิดอาการขาทั้งสองข้างบวม นอกจากนี้ ยังพบรอยโรคผิดปกติที่ปอด ม้าม และบริเวณข้างปากมดลูก สภาพโดยรวม ทำให้สงสัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดร้ายแรง จึงได้ส่งต่อผู้ป่วยไปยังแผนกโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยาของศูนย์การแพทย์ และหลังจากการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อตรวจวินิจฉัย ในที่สุดก็ได้รับการยืนยันว่าเป็น &ldquo;มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์ (B-cell malignant lymphoma)&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แพทย์ระบุว่า มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เนื่องจากระบบน้ำเหลืองกระจายอยู่ทั่วร่างกาย เซลล์มะเร็งจึงสามารถแพร่กระจายไปตามการไหลเวียนของน้ำเหลืองได้ ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมผู้ป่วยรายนี้จึงพบรอยโรคในหลายอวัยวะและหลายตำแหน่งของต่อมน้ำเหลือง </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">จึงขอเตือนว่า หากมีอาการต่อมน้ำเหลืองโตต่อเนื่อง น้ำหนักลด เหงื่อออกมากตอนกลางคืน หรือมีอาการปวดท้องและบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: center;">สูตินรีแพทย์ตรวจพบก้อนมะเร็งในช่องท้องช่วงล่างของแรงงานอินโดนีเซีย (ภาพจาก Everan Hospital)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์ (B Cell Lymphoma) เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง (B Cell ) ที่ทำหน้าที่สำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน มะเร็งชนิดนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในต่อมน้ำเหลือง ม้าม ไขกระดูก และอวัยวะอื่นๆ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์ประกอบด้วยกลุ่มโรคต่างๆ มากมาย เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin lymphoma) และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดไม่ใช่ฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin lymphoma) โดยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดหลังพบได้บ่อยกว่า การจำแนกประเภทของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์จะพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ลักษณะเฉพาะของเซลล์มะเร็ง อัตราการเจริญเติบโต และตำแหน่งของโรค</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">มาจากการติดเชื้อที่มาจากสิ่งแวดล้อมและไลฟ์สไตล์และอาหารการกิน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อายุ: ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์ จะเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เพศ: โดยทั่วไปผู้ชายจะมีความเสี่ยงมากกว่าผู้หญิง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์: ในบางภูมิภาคมีอุบัติการณ์ของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์ สูงขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมหรือความเสี่ยงทางพันธุกรรม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เงื่อนไขพื้นฐาน: บุคคลที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ หรือผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ มีความเสี่ยงสูงกว่า</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์อาจแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค อาการทั่วไป ได้แก่:</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ต่อมน้ำเหลืองบวม: อาการบวมแบบไม่เจ็บปวดที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไข้: อาการไข้โดยไม่ทราบสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นเป็นระยะๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เหงื่อออกตอนกลางคืน: เหงื่อออกมากในช่วงกลางคืน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">น้ำหนักลด : การที่น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงการรับประทานอาหารหรือการออกกำลังกาย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ความเมื่อยล้า: อาการเหนื่อยล้าเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้นด้วยการพักผ่อน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการคัน: อาการคันทั่วไปโดยไม่มีผื่น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการปวดศีรษะเฉียบพลันรุนแรง หรืออาการทางระบบประสาท</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หายใจลำบาก หรืออาการเจ็บหน้าอก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปวดท้องรุนแรง หรือบวม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: center;">ต่อมน้ำเหลืองมีรูปร่างกลมคล้ายถั่ว มักอยู่บริเวณคอ ใต้รักแร้ ระหว่างต้นขาและลำตัว (ภาพจาก cancer-fund.org)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การวินิจฉัยโรค</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การวินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์เริ่มต้นด้วยการประเมินทางคลินิกอย่างละเอียด ซึ่งได้แก่ การซักประวัติผู้ป่วยโดยละเอียดและการตรวจร่างกายเพื่อประเมินว่าต่อมน้ำเหลืองบวมหรือมีอาการอื่น ๆ ของโรคหรือไม่ หลังแพทย์ประเมินทางคลินิกอย่างละเอียดแล้วอาจใช้การทดสอบการวินิจฉัยหลายวิธี เช่นการตรวจเลือด การตรวจ CT สแกน หรือการตรวจดูต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะอื่นๆ และการวินิจฉัยที่ชัดเจนมักต้องใช้การตรวจชิ้นเนื้อ โดยจะนำตัวอย่างเนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลืองไปตรวจสอบภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อหาเซลล์มะเร็ง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรักษา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์ขึ้นอยู่กับชนิด ระยะ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ตัวเลือกการรักษาทั่วไป ได้แก่:</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยาเคมีบำบัด: การใช้ยาเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งหรือหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การบำบัดด้วยรังสี: รังสีที่กำหนดเป้าหมายเพื่อทำให้เนื้องอกเล็กลงหรือฆ่าเซลล์มะเร็ง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ภูมิคุ้มกัน: การรักษาที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันจดจำและโจมตีเซลล์มะเร็ง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด: ขั้นตอนในการทดแทนไขกระดูกที่เสียหายด้วยเซลล์ต้นกำเนิดที่มีสุขภาพดี</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรักษาแบบไม่ใช้ยา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์สามารถมีบทบาทสนับสนุนในการจัดการกับโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์ได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาหาร: การรับประทานอาหารที่สมดุลซึ่งมีผลไม้ ผัก และธัญพืชไม่ขัดสีเป็นจำนวนมากอาจช่วยเสริมสร้างสุขภาพโดยรวมได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การออกกำลังกาย: การออกกำลังกายสม่ำเสมอสามารถช่วยเพิ่มระดับพลังงาน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การบำบัดทางเลือก: ผู้ป่วยบางรายอาจพบอาการบรรเทาได้ด้วยการฝังเข็ม การทำสมาธิ หรือโยคะ ควรใช้เสริมการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แนวทางการรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มประชากร เช่น ผู้ป่วยเด็กหรือผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเด็กอาจต้องใช้วิธีการรักษาเฉพาะทาง ในขณะที่ผู้สูงอายุอาจต้องปรับเปลี่ยนวิธีการรักษาตามสุขภาพโดยรวมและโรคแทรกซ้อน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ภาวะแทรกซ้อน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หากไม่ได้รับการรักษาหรือจัดการไม่ดี มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ ดังนี้:</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การติดเชื้อ: ระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ความเสียหายของอวัยวะ: เนื้องอกสามารถทำให้อวัยวะโดยรอบเสียหาย ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปัญหาทางเดินหายใจหรือระบบทางเดินอาหาร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ภาวะแทรกซ้อนในระยะสั้นและระยะยาว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ภาวะแทรกซ้อนในระยะสั้นอาจรวมถึงผลข้างเคียงจากการรักษา เช่น คลื่นไส้ อ่อนเพลีย และผมร่วง ภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับการรักษา เช่น ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือมะเร็งร้าย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การป้องกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แม้ว่าจะไม่มีวิธีการป้องกันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด B Cell Lymphoma ที่รับประกันได้ แต่กลยุทธ์บางอย่างอาจช่วยลดความเสี่ยงได้:</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การฉีดวัคซีน: วัคซีนป้องกันไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัสตับอักเสบบี และไวรัส HPV อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การปฏิบัติด้านสุขอนามัย: สุขอนามัยที่ดีสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การปรับเปลี่ยนอาหาร: การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและอาหารแปรรูปต่ำอาจช่วยเสริมสร้างสุขภาพภูมิคุ้มกันได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต: การหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ และรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ สามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งโดยรวมได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทั้งนี้ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดเซลล์บีเป็นโรคที่ซับซ้อนซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจอย่างครอบคลุมจึงจะจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจพบในระยะเริ่มต้น การรักษาที่เหมาะสม และการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์สามารถปรับปรุงผลลัพธ์ได้อย่างมาก หากคุณหรือผู้ที่คุณรู้จักมีอาการที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดเซลล์บี ควรต้องรีบไปพบแพทย์ทันที (ที่มา apollohospitals.com)</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96099</guid>
      <pubDate>Mon, 26 Jan 2026 00:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260126_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36035520" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 26 ม.ค. 69 : ปวดหน่วงที่ท้องน้อยและขาบวมบ่อยๆ ระวังเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 26 ม.ค. 69 : ปวดหน่วงที่ท้องน้อยและขาบวมบ่อยๆ ระวังเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">ช่วงก่อนหน้านี้ มีข่าวเกี่ยวกับ แรงงานต่างชาติเพศหญิงอายุ 55 ปีรายหนึ่ง ทำงานอยู่ที่นครไทจง มีอาการปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยด้านซ้ายบ่อยๆ และขาทั้งสองข้างบวมอย่างเห็นได้ชัด แต่เนื่องจากงานยุ่งจึงยังไม่ได้ไปพบแพทย์ จนกระทั่งต่อมาเธอได้ไปโรงพยาบาลพร้อมกับนายจ้าง จึงถือโอกาสลงทะเบียนตรวจที่แผนกสูตินรีเวช </span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';"><o:p></o:p></span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">เดิมคิดว่าเป็นเพียงอาการไม่สบายทางนรีเวชทั่วไปเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นการค้นพบโรคร้ายแรงที่อาจถึงชีวิต</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/5d5d7c9c-6d0a-4e56-9957-926777908814.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>220</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96045</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวผลสำรวจ 10 อันดับความคาดหวังของคนไต้หวันประจำปี ค.ศ. 2026 (ตอนที่ 1) ก้าวเข้าสู่ปีใหม่มาครบหนึ่งเดือนพอและในเดือนหน้า​ (ก.พ.) ก็จะมีวันตรุษจีนซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติจีน ดังนั้นในไต้หวันการเริ่มต้นสิ่งใหม่ที่มาพร้อมกับความหวังใหม่ของคนส่วนใหญ่จึงนับตั้งแต่เทศกาลตรุษจีนเป็นต้นไป โดยในอดีตความหวังใหม่ๆ มักผูกติดกับภาพฝันอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการถูกรางวัลใหญ่ ร่ำรวยในชั่วข้ามคืน หรือการมีบ้านและรถ แต่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ความปรารถนาของผู้คนก็ค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางตามไปด้วย โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านระบบ KEYPO Big Data Keyword Engine พบว่า ความคาดหวังในปีนี้เรื่องของสุขภาพร่างกายและอิสรภาพทางการเงิน ยังคงเป็นความหวังอันดับต้นๆ ของชาวเน็ตไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความปรารถนาด้านความรัก เช่น การมีคู่หรือการแต่งงาน กลับถูกจัดให้อยู่ในลำดับท้ายๆ ของตาราง ซึ่งการจัดอันดับความหวังเหล่านี้ยังคงสะท้อนความจริงของสังคมที่ผู้คนให้ความสำคัญกับ &ldquo;ความอยู่รอดและความมั่นคง&rdquo; มากกว่าความฝันสุดโรแมนติกดังเช่นในอดีต คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงที่มุมบนซ้าย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6 ถูกลอตเตอรี่ 中樂透</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 7 ได้เจอกับไอดอลที่ชื่นชอบ 見到偶像圓夢</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 8 เข้าสู่ประตูวิวาห์ 步入禮堂</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 9 หลุดจากความโสด 脫單</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 10 ก้าวหน้าด้านการศึกษาและการงาน 學業進步</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=96045</guid>
      <pubDate>Sun, 25 Jan 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260125_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36023040" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวผลสำรวจ 10 อันดับความคาดหวังของคนไต้หวันประจำปี ค.ศ. 2026 (ตอนที่ 1) ก้าวเข้าสู่ปีใหม่มาครบหนึ่งเดือนพอและในเดือนหน้า​ (ก.พ.) ก็จะมีวันตรุษจีนซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติจีน ดังนั้นในไต้หวันการเริ่มต้นสิ่งใหม่ที่มาพร้อมกับความหวังใหม่ของคนส่วนใหญ่จึงนับตั้งแต่เทศกาลตรุษจีนเป็นต้นไป โดยในอดีตความหวังใหม่ๆ มักผูกติดกับภาพฝันอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการถูกรางวัลใหญ่ ร่ำรวยในชั่วข้ามคืน หรือการมีบ้านและรถ แต่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ความปรารถนาของผู้คนก็ค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางตามไปด้วย โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านระบบ KEYPO Big Data Keyword Engine พบว่า ความคาดหวังในปีนี้เรื่องของสุขภาพร่างกายและอิสรภาพทางการเงิน ยังคงเป็นความหวังอันดับต้นๆ ของชาวเน็ตไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความปรารถนาด้านความรัก เช่น การมีคู่หรือการแต่งงาน กลับถูกจัดให้อยู่ในลำดับท้ายๆ ของตาราง ซึ่งการจัดอันดับความหวังเหล่านี้ยังคงสะท้อนความจริงของสังคมที่ผู้คนให้ความสำคัญกับ &ldquo;ความอยู่รอดและความมั่นคง&rdquo; มากกว่าความฝันสุดโรแมนติกดังเช่นในอดีต <span style="color: #ba372a;"><strong>คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงที่มุมบนซ้าย</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/2/original/8afbe907-84dc-4cd7-9cda-b6c60f609106.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>219</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 20 ม.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95614</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ชาอูหลงแดง หรือ &ldquo;หงอูหลง&rdquo; (紅烏龍) ชาชื่อดังจากตำบลลู่เหย่ เมืองไถตง ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่ยังเป็นเรื่องราวของผืนดินและการกลับบ้านของคนรุ่นใหม่ ที่ผ่านมา เมื่อนึกถึงที่ราบสูงลู่เหย่ ภาพจำส่วนใหญ่คือเทศกาลบอลลูนสีสันสดใส แต่ในอดีต พื้นที่กว้างใหญ่แห่งนี้เคยเต็มไปด้วยไร่ชา และวันนี้ลู่เหย่กลับมาโดดเด่นอีกครั้งในฐานะแหล่งกำเนิด หงอูหลง ชาที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของหุบเขา พร้อมกับการคืนถิ่นของคนหนุ่มสาวที่ลุกขึ้นฟื้นฟูพื้นที่ รีแบรนด์ชา เชื่อมโยงไร่ชา ภูมิทัศน์เกษตร อาหาร และประสบการณ์การดื่ม ให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวที่มีชีวิต</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;">น้ำชาที่ชงจากชาหงอูหลง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หงอูหลงคือชาอูหลงหมักสูง ระดับ 60&ndash;80% มากกว่าชาอูหลงทั่วไปที่หมักเพียง 20&ndash;40% จึงอยู่ระหว่างชาอูหลงกับชาแดง น้ำชาสีแดงอำพันใส กลิ่นหอมหวานลึกมีโทนผลไม้สุก น้ำผึ้ง และดอกไม้ รสนุ่มละมุน ดื่มง่าย ไม่ฝาด ให้ความเข้มแบบชาแดงแต่ยังรักษาความหอมซับซ้อนของชาอูหลง เหมาะกับผู้ที่รู้สึกว่าชาแดงแรงเกินไป แต่ชาอูหลงเบาเกินไป จะชงร้อนหรือเย็นก็กลมกล่อม เปรียบเสมือนชาอูหลงที่เติบโตเต็มวัย อบอุ่น สุขุม นุ่มลึก แต่ไม่แข็งกร้าว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยามบ่ายในหุบเขาลู่เหย่ เมื่อสายลมพัดผ่านไร่ชา กลิ่นหอมของหงอูหลงจะลอยคลอไปตามแนวเขา นี่ไม่ใช่แค่กลิ่นชา แต่คือ &ldquo;รสชาติของการกลับบ้าน&rdquo; ของคนรุ่นใหม่ ภายใต้โครงการ ฟื้นฟูชนบท 2.0 ที่ขับเคลื่อนโดยสำนักงานพัฒนาชนบทและอนุรักษ์ดินน้ำ ร่วมกับหน่วยงานวิจัยชา องค์กรท้องถิ่น และสหกรณ์เกษตร ทำให้หงอูหลงก้าวจากชาท้องถิ่น สู่แบรนด์ที่มีตัวตน พร้อมเติมชีวิตใหม่ให้ผืนแผ่นดินลู่เหย่ โดยตั้งแต่ปี 2018 สถานีวิจัยพันธุ์ชาสาขาไถตงได้สนับสนุนทั้งด้านบรรจุภัณฑ์ การตลาด และการเปิดตลาดใหม่ ช่วยยกระดับหงอูหลงจากผลผลิตท้องถิ่นให้กลายเป็นแบรนด์ที่จับต้องได้และสร้างคุณค่าให้ทั้งชุมชนและผู้บริโภค</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">การอบรมบ่มชาหงอูหลง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ตัวอย่างเด่นคือ เจี่ยนรุ่ยหง(簡瑞宏) ทายาทรุ่น 2 ของสวนชาป๋อหย่าไจ (Buo-Ya Pavilion Natural Tea) ที่นำความรู้ด้านแบรนด์มาสร้างสวนชาให้กลายเป็นพื้นที่วัฒนธรรม ขณะที่ จางหวนรุ่ย หรือ &ldquo;อาซานเกอ&rdquo; (阿山哥) อดีตช่างซ่อมรถ กลับมาทำชาแบบเกษตรอินทรีย์ ปลูกทั้งชาและความหวังให้ผืนดินได้พักฟื้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ด้านสหกรณ์ชาตำบลลู่เหย่ ซึ่งก่อตั้งโดยเกษตรกรรุ่นใหม่ ยึดแนวคิด &ldquo;แบรนด์ร่วม&ndash;เศรษฐกิจแบ่งปัน&rdquo; ควบคุมคุณภาพตั้งแต่ไร่ถึงถ้วยชา ภายใต้หลักประกัน 5 ประการ&mdash;ผลิตในไต้หวันแท้ ไม่เติมสาร ปลอดภัย ตรวจสอบได้ และรักษาเอกลักษณ์&mdash;พร้อมต่อยอดสู่กิจกรรมเรียนรู้ชาและขยายจุดจำหน่ายในเมืองใหญ่ ทำให้ชาอูหลงแดงจากไถตงก้าวสู่ชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างสง่างาม</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โครงการ &ldquo;ร้านดีชนบท&rdquo; เปิดเวทีให้เยาวชนคืนถิ่นแสดงศักยภาพ ผ่านการฟื้นฟูพื้นที่และรีแบรนด์ เชื่อมประสบการณ์จากแหล่งผลิต ทำให้ชาไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่เป็นประตูสู่วัฒนธรรมท้องถิ่น ผสานภูมิทัศน์ไร่ชาและประสบการณ์เกษตร&ndash;อาหาร สร้างพื้นที่อุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า การเรียนรู้ และการท่องเที่ยว จนกลายเป็นสัญลักษณ์แบรนด์เด่นแห่งหุบเขา</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ชาหงอูหลงมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95614</guid>
      <pubDate>Tue, 20 Jan 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260120_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36001920" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 20 ม.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 20 ม.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ชาอูหลงแดง หรือ &ldquo;หงอูหลง&rdquo; (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">紅烏龍</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ชาชื่อดังจากตำบลลู่เหย่ เมืองไถตง ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่ยังเป็นเรื่องราวของผืนดินและการกลับบ้านของคนรุ่นใหม่ ที่ผ่านมา เมื่อนึกถึงที่ราบสูงลู่เหย่ ภาพจำส่วนใหญ่คือเทศกาลบอลลูนสีสันสดใส แต่ในอดีต พื้นที่กว้างใหญ่แห่งนี้เคยเต็มไปด้วยไร่ชา และวันนี้ลู่เหย่กลับมาโดดเด่นอีกครั้งในฐานะแหล่งกำเนิด หงอูหลง ชาที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของหุบเขา พร้อมกับการคืนถิ่นของคนหนุ่มสาวที่ลุกขึ้นฟื้นฟูพื้นที่ รีแบรนด์ชา เชื่อมโยงไร่ชา ภูมิทัศน์เกษตร อาหาร และประสบการณ์การดื่ม ให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวที่มีชีวิต</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/b142be5b-b1e0-4d30-93de-6a8c252b4c21.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>218</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 20 ม.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95613</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แหล่งกักเก็บคาร์บอนแห่งแรกในไต้หวัน &ndash; เหมียวลี่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงขึ้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงเป็นภารกิจเร่งด่วนของโลก แต่สำหรับอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น โรงงานปูนซีเมนต์ โรงกลั่นน้ำมัน และโรงไฟฟ้าถ่านหิน การลดคาร์บอนเป็นศูนย์ยังเป็นเรื่องท้าทาย ดังนั้น การดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) จึงถูกกำหนดยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อให้ไต้หวันบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 โดยบริษัทปิโตรเลียมไต้หวัน (CPC) มีแผนจัดตั้งแหล่งกักเก็บคาร์บอนแห่งแรกของประเทศที่ภูเขาเถี่ยเจิน (鐵砧山) เมืองเหมียวลี่ พร้อมฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 300,000 ตันลงใต้ดินเหนือบ่อก๊าซธรรมชาติเดิม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยจง (Central University) ยังได้ยื่นขอใช้ที่ดิน 2 เฮกตาร์ในเขตอุทยานเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมเถาหยวน เพื่อสร้างแหล่งสาธิตเชิงเรียนรู้ CCS โดยจะฉีดคาร์บอนลงชั้นหินดินดานลึก 1,300 เมตร ซึ่งมีชั้นหินเนื้อแน่นปิดทับ ป้องกันการรั่วไหล โครงการได้รับงบสนับสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ยังต้องรอกฎหมายเฉพาะเพื่อความชัดเจน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.1pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สภาพัฒนาแห่งชาติ (NDC) ได้จัดให้ CCS เป็นยุทธศาสตร์หลักด้านการมุ่งสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ตั้งแต่ปี 2022 และกฎหมาย &ldquo;การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&rdquo; ก็ได้บรรจุ CCS ไว้ด้วย ขณะเดียวกัน กระทรวงสิ่งแวดล้อมได้เสนอแผนเรือธงลดคาร์บอนด้วย CCS ในปี 2025 และกำหนดเป้าหมายการกักเก็บคาร์บอนตั้งแต่ปี 2026 จนถึงปี 2035</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">CPC ยืนยันว่าแหล่งกักเก็บคาร์บอนและบ่อก๊าซธรรมชาติอยู่คนละชั้นธรณี มีชั้นหินดินดานคั่นกลางหลายชั้น ป้องกันการเคลื่อนที่ของของเหลวได้อย่างปลอดภัย พร้อมระบบติดตามตรวจสอบและมาตรการฉุกเฉินตามมาตรฐานสากล หากเกิดความผิดปกติจะหยุดดำเนินการทันที</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">รองผู้ว่าฯ เถาหยวนชี้ว่าการดำเนินโครงการ CCS ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส มีข้อมูลเปิดเผยและประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อสร้างฉันทามติและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของสังคม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ไต้หวันกำลังเดินหน้าสู่การใช้ CCS ทั้งในระดับเชิงพาณิชย์และเชิงสาธิต แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการออกกฎหมายเฉพาะและการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน ทั้งนี้ โครงการเผชิญการคัดค้านจากประชาชนที่กังวลเรื่องความปลอดภัยและผลกระทบต่อชุมชน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95613</guid>
      <pubDate>Tue, 20 Jan 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260120_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36036480" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 20 ม.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 20 ม.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><b><span lang="TH" style="font-size: 14pt; font-family: 'Cordia New', sans-serif; color: #ba372a;">แหล่งกักเก็บคาร์บอนแห่งแรกในไต้หวัน &ndash; เหมียวลี่</span><span lang="EN-US"><o:p></o:p></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/4001b6b4-63d7-49d4-8be9-5cf0f06bdee0.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>217</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 19 ม.ค. 69 : หน้าหนาว ระวัง ! โรคซึมเศร้ากำเริบ]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95524</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ช่วงฤดูหนาวในไต้หวัน นอกจากอากาศหนาวเย็นและขมุกขมัวแล้ว ท้องฟ้ามักจะมืดครึ้มและมีฝนตกโปรยปราย แพทย์ไต้หวันระบุว่า สภาพอากาศเช่นนี้อาจกระตุ้นอารมณ์ภายในที่เกี่ยวข้องกับความโดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่ง และความโศกเศร้า ทำให้ภาวะซึมเศร้ากำเริบขึ้นได้ บางรายที่อาการรุนแรงและไม่มีช่องทางระบายความรู้สึกหรือไม่มีที่ปรึกษาอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคซึมเศร้าคืออะไร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคซึมเศร้า เป็นอาการผิดปกติของอารมณ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยทั้งด้านความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรม โรคซึมเศร้าเป็นภาวะอารมณ์เศร้าหมองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกเฉยชา ไม่สนใจสิ่งต่าง ๆ ส่งผลต่อความสามารถในการทำงานในแต่ละวัน ซึ่งก่อให้เกิดอาการทางจิตได้มากมาย การดำเนินชีวิตตามปกติอาจทำได้อย่างยากลำบากหรือรู้สึกว่าชีวิตไม่มีค่า</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ภาวะซึมเศร้าเป็นโรคที่พบได้บ่อย แต่หลายคนไม่รู้ตัว ไม่ยอมรับ หรือหลีกเลี่ยงการรักษา จากการประเมินขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอยู่ที่ประมาณ 3% ขณะที่ผลการสำรวจของกรมสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขไต้หวัน โดยสอบถามกลุ่มตัวอย่างจากทั่วประเทศกว่า 20,000 คน พบว่า ประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ร้อยละ 8.9 มีภาวะซึมเศร้าระดับปานกลางขึ้นไป และร้อยละ 5.2 มีภาวะซึมเศร้าระดับรุนแรง (สูงกว่าค่าประมาณของ WHO ที่ 3%) ในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป ร้อยละ 8.4 มีภาวะซึมเศร้าระดับรุนแรง คาดว่า จำนวนผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าในไต้หวันมีมากกว่าหนึ่งล้านคน โดยผู้หญิงมีอัตรา 10.9% สูงกว่าผู้ชายที่ 6.9% ถึง 1.8 เท่า อย่างไรก็ตาม อัตราการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยซึมเศร้ากลับอยู่ในระดับต่ำ มีเพียง 2.3% เท่านั้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หน้าหนาวอากาศอึมครึม ท้องฟ้าขมุกขมัว ระวัง ! โรคซึมเศร้ากำเริบ (ภาพจาก health.businessweekly.com.tw)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคซึมเศร้า มีอาการอย่างไร?</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อมีอาการซึมเศร้าครั้งหนึ่งแล้ว อาการอาจกำเริบขึ้นได้อีก ภาวะโรคซึมเศร้ามักจะเกิดขึ้นเป็นระลอก อาการที่อาจพบได้เสมอๆ ได้แก่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">รู้สึกเศร้า ว่างเปล่า อยากร้องไห้ สิ้นหวัง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">รู้สึกโกรธ หงุดหงิด รำคาญเรื่องเล็กน้อย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หมดความสนใจ หรือรู้สึกไม่สนุกกับกิจกรรมส่วนใหญ่หรือกิจกรรมทั้งหมดในชีวิตประจำวัน เช่น เพศสัมพันธ์ กีฬา หรืองานอดิเรก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัญหาด้านการนอนหลับ เช่น นอนมากเกินไป หรือ นอนไม่หลับ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เหนื่อยล้า ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะทำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ความอยากอาหารลดลง น้ำหนักลด หรือ ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น น้ำหนักขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">รู้สึกวิตกกังวล กระสับกระส่าย ประหม่า</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">คิดช้าลง พูดหรือขยับร่างกายช้าลง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">รู้สึกไร้ค่า รู้สึกผิด หมกหมุ่นเรื่องความล้มเหลวที่ผ่านมาแล้วหรือโทษตัวเอง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ขาดสมาธิ มีปัญหาเรื่องความจำ หรือไม่สามารถคิดหรือตัดสินใจเองได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">คิดถึงเรื่องความตาย การพยายามฆ่าตัวตายบ่อย ๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">มีอาการป่วยทางกายที่ไม่พบสาเหตุ เช่น ปวดหัว ปวดหลัง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักมีอาการมากจนกระทบชีวิตประจำวัน เช่น การไปโรงเรียน การทำงาน หรือการพบปะสังสรรค์ บางรายอาจรู้สึกเศร้าหมอง ไม่มีความสุขโดยไม่ทราบสาเหตุ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ภาวะซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการของโรคซึมเศร้าในทุกวัยมักมีอาการคล้าย ๆ กัน แต่อาจมีบางอาการที่ต่างกันไปตามวัย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในวัยเด็ก อาจมีอาการเศร้า รำคาญ เกาะติดพ่อหรือแม่ กังวล น้ำหนักลด ไม่อยากไปโรงเรียน หรือมีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในวัยรุ่น อาจมีอาการเศร้า รำคาญ หงุดหงิด มองโลกในแง่ร้าย รู้สึกไร้ค่า มักรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ ขี้ใจน้อย&nbsp; หมดความสนใจในเรื่องต่าง ๆ ไม่เข้าสังคม ใช้สารเสพติดหรือดื่มแอลกอฮอล์ นอนหรือทานอาหารมากเกินไป ทำร้ายตัวเอง โดดเรียน หรือการเรียนแย่ลง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในผู้สูงวัย ภาวะซึมเศร้าพบได้บ่อยในผู้สูงวัย ภาวะดังกล่าวเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงและควรได้รับการรักษาทันท่วงที แต่โดยมากผู้ป่วยมักไม่ยอมเข้ารับการรักษาและวินิจฉัยโรค อาการที่พบ ได้แก่ พฤติกรรมเปลี่ยน ความจำถดถอย อาการเจ็บปวดตามร่างกาย เหนื่อยล้า เบื่ออาหาร มีปัญหาด้านการนอน รู้สึกเศร้า ว่างเปล่า อยากร้องไห้ และสิ้นหวัง มีความคิดหรือความรู้สึกอยากฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะในเพศชายสูงอายุ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคซึมเศร้า เกิดจากสาเหตุอะไร?</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคซึมเศร้านั้นไม่ได้มีสาเหตุจากแต่เพียงปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเท่านั้น เหมือนกับการป่วยเป็นไข้หวัด ก็มักเป็นจากร่างกายอ่อนแอ จากพักผ่อนน้อย ไม่ได้ออกกำลังกาย ขาดสารอาหาร ถูกฝน อากาศเย็น ร่วมกับการได้รับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัด ถ้าเราแข็งแรงดี แม้จะได้รับเชื้อหวัดก็ไม่เป็นอะไร ในทำนองเดียวกัน ถ้าร่างกายเราอ่อนแอ แต่ไม่ได้รับเชื้อหวัดก็ไม่เกิดอาการ การเริ่มเกิดอาการของโรคซึมเศร้านั้นมักมีปัจจัยกระตุ้น มากบ้างน้อยบ้าง บางครั้งอาจไม่มีก็ได้ซึ่งพบได้น้อย อย่างไรก็ตาม การมีสาเหตุที่เห็นชัดว่ามาจากความกดดันด้านจิตใจ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลอาจจะเป็นตัวกระตุ้นภาวะซึมเศร้า โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ หลังคลอดบุตร หรือหลังหมดประจำเดือน </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">พันธุกรรม : ความเสี่ยงของการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าสูงขึ้นหากสมาชิกในครอบครัวเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ภาวะซึมเศร้าเกิดขึ้นได้ในทุกวัย แต่อาการมักเริ่มตั้งแต่ในวัยรุ่น&nbsp; และมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย แต่อาจเป็นเพราะเพศหญิงมักเข้ารับการรักษามากกว่า</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรักษา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคซึมเศร้านี้หากได้รับการรักษาผู้ที่เป็นจะอาการดีขึ้นมาก อาการซึมเศร้า ร้องไห้บ่อยๆ หรือรู้สึกท้อแท้หมดกำลังใจ จะกลับมาดีขึ้นจนผู้ที่เป็นบางคนบอกว่าไม่เข้าใจว่าตอนนั้นทำใมจึงรู้สึกเศร้าไปได้ถึงขนาดนั้น ข้อแตกต่างระหว่างโรคนี้กับโรคจิตที่สำคัญประการหนึ่งคือ ในโรคซึมเศร้าถ้าได้รับการรักษาจนดีแล้วก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ขณะที่ในโรคจิตนั้นแม้จะรักษาได้ผลดีผู้ที่เป็นก็มักจะยังคงมีอาการหลงเหลืออยู่บ้าง ไม่สามารถทำอะไรได้เต็มที่เหมือนแต่ก่อน ยิ่งหากมารับการรักษาเร็วเท่าไรก็ยิ่งจะอาการดีขึ้นเร็วเท่านั้น ยิ่งป่วยมานานก็ยิ่งจะรักษายาก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรักษาที่สำคัญในโรคนี้คือการรักษาด้วยยาแก้ซึมเศร้า โดยเฉพาะในรายที่อาการมาก ส่วนในรายที่มีอาการไม่มาก แพทย์อาจรักษาด้วยการช่วยเหลือชี้แนะการมองปัญหาต่างๆ ในมุมมองใหม่ แนวทางในการปรับตัว หรือการหาสิ่งที่ช่วยทำให้จิตใจผ่อนคลายความทุกข์ใจลง ร่วมกับการให้ยาแก้ซึมเศร้าหรือยาคลายกังวลเสริมในช่วงที่เห็นว่าจำเป็น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ควรพบแพทย์เมื่อไร?</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อรู้สึกว่ามีภาวะซึมเศร้าควรรีบพบแพทย์โดยทันที หรือคุยกับครอบครัว เพื่อน หรือคนใกล้ชิดที่ไว้วางใจ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โดยเฉพาะในช่วงเวลายากลำบากเพื่อระบายความรู้สึก เมื่อเริ่มรู้สึกซึมเศร้า ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง ควรเข้ารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะซึมเศร้าเกิดซ้ำ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การดูแลผิวหนังในฤดูหนาว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ช่วงนี้สภาพอากาศไต้หวันยังถือว่าอยู่ในฤดูหนาวปีนี้อากาศหนาวเหน็บกว่าปีที่แล้ว สำหรับในประเทศไทยคนไทยได้สัมผัสอากาศเย็นกันอย่างเต็มที่โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน ช่วงหน้าหนาวการดูแลผิวในช่วงฤดูหนาวให้พร้อมก็นับว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากความชื้นในอากาศมีน้อยลงในช่วงฤดูหนาว จึงทำให้ผิวหนังสูญเสียน้ำในผิวง่ายกว่าปกติ จึงเกิดความเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวมีปัญหาผิวแห้งตึง ลอกเป็นขุย แดงคันหรือระคายเคืองง่าย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง อาจจะมีอาการผื่นผิวหนังเห่อมากขึ้นได้ เราจึงควรที่จะดูแลผิวหนังให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เพื่อให้ผิวหนังมีสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">ฤดูหนาวความชื้นในอากาศมีน้อย ทำให้ผิวหนังสูญเสียน้ำง่ายกว่าปกติ นำไปสู่ปัญหาผิวแห้งตึง ลอกเป็นขุย แดงคันหรือระคายเคืองง่าย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (ภาพจาก健康2.0)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">วิธีการดูแลผิวหนังในฤดูหนาว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด เนื่องจากความร้อนจากน้ำอุ่นที่เพิ่มขึ้นจะไปทำลายไขมันที่เคลือบปกป้องผิวหนังอยู่ จึงทำให้ผิวหนังเสียความชุ่มชื้นออกไปจากผิวมากกว่าการอาบน้ำอุณหภูมิปกติ ดังนั้นจึงควรอาบน้ำที่อุ่นเล็กน้อย หรือใกล้เคียงอุณหภูมิปกติ และหลีกเลี่ยงการขัดถูผิวหนังแรงๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2. ใช้สบู่ให้เหมาะสมกับสภาพผิวหนัง เพื่อความสมดุลที่ดีของผิวหนังควรเลือกสบู่ที่มีความเป็นกรดอ่อนอยู่ในระดับ pH 5.5&nbsp; เนื่องจากความเป็นกรดอ่อนนี้ทำให้เกิดการสร้างสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติได้ดีและไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3. ทาครีมให้ความชุ่มชื้น โดยควรทาครีมหลังอาบน้ำทันที เพื่อเพิ่มการดูดซึมครีมให้มากขึ้น และควรหลีกเลี่ยงครีมที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ กรดเรตินอยด์ และแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ผิวแห้งระคายเคืองมากขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">4. ทาครีมกันแดด ถึงแม้ว่าในฤดูหนาวจะไม่รู้สึกว่าแสงแดดร้อน แต่ก็ยังคงมีการแผ่รังสีอัลตราไวโอเลตที่เป็นอันตรายอยู่ตลอด จึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลาประมาณ 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น และทาครีมกันแดดที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสีอัลตราไวโอเลตเอ และบี ในปริมาณที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">5. สวมใส่เสื้อผ้าที่เนื้อสัมผัสนุ่ม ควรเลือกเสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ เนื่องจากมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มสบายไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง และควรหลีกเลี่ยงผ้าที่มีส่วนผสมของใยสังเคราะห์ ซึ่งมักทำให้คันและระคายเคือง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">6. ดื่มน้ำมากขึ้น เนื่องจากมีการสูญเสียน้ำทางผิวหนังมากขึ้นในช่วงฤดูหนาว จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นอยู่ตลอด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในกรณีที่เกิดอาการผื่นคันจากผิวแห้งมาก หรือผื่นโรคผิวหนังเดิมเห่อมากขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อให้การดูแลรักษาด้วยยาทาหรือยารับประทานที่เหมาะสม ดังนั้นทุกคนควรใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังในช่วงฤดูหนาว และดูแลได้อย่างเหมาะสม</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95524</guid>
      <pubDate>Mon, 19 Jan 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260119_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36028800" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 19 ม.ค. 69 : หน้าหนาว ระวัง ! โรคซึมเศร้ากำเริบ</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 19 ม.ค. 69 : หน้าหนาว ระวัง ! โรคซึมเศร้ากำเริบ</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';">ช่วงฤดูหนาวในไต้หวัน นอกจากอากาศหนาวเย็นและขมุกขมัวแล้ว ท้องฟ้ามักจะมืดครึ้มและมีฝนตกโปรยปราย แพทย์ไต้หวันระบุว่า สภาพอากาศเช่นนี้อาจกระตุ้นอารมณ์ภายในที่เกี่ยวข้องกับความโดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่ง และความโศกเศร้า ทำให้ภาวะซึมเศร้ากำเริบขึ้นได้ บางรายที่อาการรุนแรงและไม่มีช่องทางระบายความรู้สึกหรือไม่มีที่ปรึกษาอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/090db95c-adeb-40e6-8170-1d5bcb9e56dd.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>216</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95481</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการช้อปปิ้งที่ร้านค้าปลอดภาษีที่สนามบินเถาหยวนของคนไต้หวัน รวมถึงไอเทมน่าซื้อที่มีจำหน่ายเฉพาะสนามบินเถาหยวนเท่านั้น (ตอนที่ 2) ร้านค้าปลอดภาษีของสนามบินเถาหยวนถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่นักเดินทางจำนวนมากตั้งตารอ ก่อนขึ้นเครื่องหรือระหว่างเปลี่ยนเที่ยวบิน ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ช้อปปิ้ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทางอย่างแท้จริง สนามบินเถาหยวนรวบรวมร้านค้าปลอดภาษีจากแบรนด์ดังระดับโลก ไปจนถึงแบรนด์ท้องถิ่นของไต้หวันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงที่มุมบนซ้าย)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ภายในโซนดิวตี้ฟรี คุณสามารถเลือกซื้อเครื่องสำอาง น้ำหอม แฟชั่น นาฬิกา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และของฝากยอดนิยมในราคาที่คุ้มค่า การจัดวางร้านเป็นระเบียบ เดินง่าย และมีพนักงานหลายภาษา ช่วยให้การเลือกซื้อสะดวกสบายแม้มีเวลาจำกัด นอกจากนี้ยังมีสินค้าบางรายการที่จำหน่ายเฉพาะในสนามบินเถาหยวน ทำให้การช้อปปิ้งที่นี่มีความพิเศษยิ่งขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p data-start="656" data-end="1043">&nbsp; &nbsp; &nbsp;อีกหนึ่งเสน่ห์ของร้านค้าปลอดภาษีสนามบินเถาหยวนคือการผสมผสานวัฒนธรรมไต้หวันเข้าไปในสินค้า ไม่ว่าจะเป็นขนมพื้นเมือง ชาไต้หวันคุณภาพสูง หรือของที่ระลึกที่สะท้อนกลิ่นอายของเมือง หลายคนจึงเลือกใช้เวลาช่วงสุดท้ายของการเดินทาง เดินเลือกของฝากและเก็บความประทับใจก่อนขึ้นเครื่อง สนามบินเถาหยวนจึงไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดของการเดินทาง แต่เป็นสถานที่ที่เติมเต็มความทรงจำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>
<p data-start="656" data-end="1043" style="text-align: center;">&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95481</guid>
      <pubDate>Sun, 18 Jan 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260118_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36001920" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการช้อปปิ้งที่ร้านค้าปลอดภาษีที่สนามบินเถาหยวนของคนไต้หวัน รวมถึงไอเทมน่าซื้อที่มีจำหน่ายเฉพาะสนามบินเถาหยวนเท่านั้น (ตอนที่ 2) ร้านค้าปลอดภาษีของสนามบินเถาหยวนถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่นักเดินทางจำนวนมากตั้งตารอ ก่อนขึ้นเครื่องหรือระหว่างเปลี่ยนเที่ยวบิน ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ช้อปปิ้ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทางอย่างแท้จริง สนามบินเถาหยวนรวบรวมร้านค้าปลอดภาษีจากแบรนด์ดังระดับโลก ไปจนถึงแบรนด์ท้องถิ่นของไต้หวันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว <span style="color: #ba372a;"><strong>(คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงที่มุมบนซ้าย)</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/f8549837-a48d-4e41-8415-5a3498262345.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>215</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน - 2026-01-13]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95059</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฤดูหนาวปลายปี 2025 กลายเป็นหนึ่งในฤดูที่เจ็บปวดที่สุดในความทรงจำของเกษตรกรผู้ปลูกบรอกโคลีในไต้หวัน ราคาบรอกโคลีร่วงลงสู่ระดับต่ำแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถึงขั้นมีโพสต์ในกลุ่มชุมชนท้องถิ่นบนเฟซบุ๊กระบุว่า &ldquo;บรอกโคลีหัวละ 10 เหรียญไต้หวัน ใครจะมาเก็บช่วยเอาถุงมาเอง แม่ค้าไม่มีเงินซื้อถุงแล้ว!&rdquo; ข้อความดังกล่าวดึงดูดผู้คนเข้ามาจองซื้ออย่างคึกคัก ทว่าเบื้องหลังภาพความคึกคักนั้น คือความสิ้นหวังของเกษตรกรที่จำต้องยอมขายขาดทุน เพียงเพื่อระบายผลผลิตที่ล้นตลาด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เวินซุ่นน่า (溫順娜) เกษตรกรผู้ปลูกบรอกโคลีในตำบลหลุนเปย เมืองหยุนหลิน ซึ่งทำอาชีพนี้มากว่า 20 ปี เล่าว่า ราคาบรอกโคลีหลังเก็บเกี่ยวตกต่ำจนไม่คุ้มแม้แต่จะบรรจุกล่องส่งเข้าสู่ตลาดประมูล เธอจึงจำใจเปิดขายหน้าแปลง จากเดิม 6 หัว 100 เหรียญ ลดเหลือ 8 หัว 100 เหรียญ และเมื่อถึงช่วงปลายเดือนธันวาคม ราคาดิ่งลงเหลือเพียงหัวละ 10 เหรียญไต้หวัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบรอกโคลีจำนวนมากค้างอยู่ในแปลงรอการเก็บเกี่ยว &ldquo;ตอนนี้ไม่คิดค่าแรงของตัวเองแล้ว ได้คืนมาเท่าไรก็เท่านั้น&rdquo; เธอกล่าวอย่างหมดแรง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สถานการณ์เดียวกันเกิดขึ้นในตำบลหมินสง เมืองเจียอี้ หลี่เจี้ยนฟง (李建鋒) และจี้จื่อหลิน (紀子琳) คู่สามีภรรยาเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ปลูกบรอกโคลีมานานกว่าสองทศวรรษ ต่างยอมรับตรงกันว่า &ldquo;ไม่เคยเจอราคาต่ำขนาดนี้มาก่อน&rdquo; บรอกโคลีหนึ่งลัง น้ำหนักราว 20 กิโลกรัม ขายได้เพียง 300 เหรียญไต้หวัน ขณะที่เฉพาะค่ากล่อง กระสอบ และน้ำแข็งบด ก็มีต้นทุนสูงถึง 45 เหรียญต่อกล่อง ยังไม่รวมค่าขนส่งและต้นทุนในแปลง &ldquo;ขาดทุนยับเยินจริง ๆ&rdquo; ทั้งคู่กล่าว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สาเหตุหลักของราคาดิ่ง คือ ผลผลิตที่ล้นตลาดอย่างรุนแรง ทั้งจากการเพิ่มพื้นที่ปลูกในประเทศและแรงกดดันจากการนำเข้า คุณหลี่เจี้ยนฟงชี้ว่า เพื่อแก้ปัญหากะหล่ำปลีล้นตลาดในฤดูหนาว กองการเกษตรและอาหารได้ออกมาตรการจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนมาปลูกบรอกโคลี พร้อมเงินอุดหนุน 35,000 เหรียญไต้หวันต่อเฮกตาร์ แต่เมืองหยุนหลินและเจียอี้เป็นแหล่งปลูกบรอกโคลีหลักอยู่แล้ว อุปสงค์&ndash;อุปทานเดิมค่อนข้างสมดุล เมื่อมีเงินจูงใจ เกษตรกรที่ไม่เคยปลูกก็หันมาปลูกเพิ่ม &ldquo;ตลาดก็พังได้ไม่ยาก&rdquo; เขาตั้งคำถามว่า หากจะอุดหนุน ควรเลือกพืชที่มีพื้นที่ปลูกน้อยกว่านี้หรือไม่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลินเจ๋อเสียง(林哲祥) ประธานสหกรณ์ขนส่งผักผลไม้กั่งเหว่ยเหลียว หนึ่งในศูนย์กระจายบรอกโคลีรายใหญ่ของไต้หวัน ยืนยันว่า พื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นจริง ประกอบกับฤดูหนาวปี 2025 มีฝนน้อย อากาศเหมาะสม ทำให้ผลผลิตออกมาพร้อมกันจำนวนมาก เฉพาะเดือนธันวาคม สหกรณ์ขนส่งบรอกโคลีเฉลี่ยวันละ 1,600 ลัง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ราว 1,100&ndash;1,200 ลัง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แม้สหกรณ์จะมีห้องเย็น แต่การแช่แข็งบรอกโคลีจะเริ่มในช่วงต้นเดือนมีนาคม และปล่อยสู่ตลาดหลังเทศกาลเช็งเม้ง ทำให้บรอกโคลีสดช่วงปลายปียังคงไหลเข้าสู่ตลาดประมูล ไม่เป็นไปตามนโยบาย &ldquo;ปลูกหน้าหนาว แช่แข็ง ขายหน้าร้อน&rdquo; กองการเกษตรและอาหารระบุว่า นโยบายดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ปี 2017 เพื่อกระจายช่วงออกสู่ตลาด และในปี 2025 เพิ่มเงินอุดหนุนเกษตรกร 3,500 เหรียญไต้หวันต่อเฮกตาร์ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า มาตรการอุดหนุนเปิดกว้างให้สหกรณ์ที่ไม่มีระบบแช่แข็งและการติดตามผลผลิตเข้าร่วม ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากปลูกบรอกโคลีเพื่อรับเงินอุดหนุน แต่ผลผลิตกลับเข้าสู่ตลาดสด กดดันราคาต่อเนื่อง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เกษตรกรหลายรายยืนยันว่า การตรวจสอบในทางปฏิบัติไม่เข้มงวด เซี่ยจื้อผิง(謝志坪) เกษตรกรรุ่นใหม่กล่าวว่า หน่วยงานไม่ได้ตรวจจริงว่าผลผลิตเข้าสู่ระบบแช่แข็งหรือไม่ &ldquo;ถ้าตรวจจริง สถานการณ์คงไม่วุ่นแบบนี้&rdquo; แม้แต่สหกรณ์เองก็ยอมรับว่า หลังเกษตรกรมาลงชื่อรับเงินอุดหนุนแล้ว ไม่สามารถควบคุมได้ว่าผลผลิตถูกส่งไปที่ใด ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนพืชปลูกก็ไม่ได้เกิดขึ้นตามที่คาดหวัง ข้อมูลพบว่า พื้นที่ปลูกกะหล่ำปลีลดลงเพียงเล็กน้อย แต่พื้นที่ปลูกบรอกโคลีกลับเพิ่มขึ้นกว่า 300 เฮกตาร์ โดยเฉพาะในหยุนหลินที่เพิ่มจาก 655 เป็นเกือบ 1,000 เฮกตาร์ และเจียอี้ที่พุ่งแตะราว 650 เฮกตาร์ ความสามารถในการรองรับของตลาดไม่เพิ่มตาม ราคาจึงยากจะทรงตัว ยิ่งไปกว่านั้น บรอกโคลียังเป็นพืชที่ใช้แรงงานสูง เก็บเกี่ยวหลายรอบ และไม่สามารถทดแทนกะหล่ำปลีได้ทั้งหมด เกษตรกรจำนวนมากจึงไม่สามารถลดการปลูกกะหล่ำปลีได้จริง พืชทางเลือกอื่น เช่น ต้นหอมและกะหล่ำดอกขาว ก็มีต้นทุนและความเสี่ยงสูง ทำให้การปรับเปลี่ยนพืชยังคงจำกัด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แรงกดดันสุดท้ายที่ซ้ำเติมตลาด คือ การนำเข้าบรอกโคลีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากเวียดนาม ซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ยังทะลักเข้ามาในช่วงพฤศจิกายน&ndash;ธันวาคม อันเป็นฤดูผลผลิตในประเทศ แทนที่จะเข้ามาเติมช่องว่างในฤดูร้อน ส่งผลให้ตลาดเผชิญแรงกดดันทั้งจากผลผลิตในประเทศและผักนำเข้าในเวลาเดียวกัน แม้สหกรณ์บางแห่งมองว่านโยบายไม่ใช่ว่าไร้ผล และปริมาณบรอกโคลีแช่แข็งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่เสียงจากภาคสนามสะท้อนตรงกันว่า หากไม่มีการควบคุมการนำเข้าและปรับกลไกนโยบายให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ความตั้งใจดีในการแก้ปัญหาผักล้นตลาด อาจกลับกลายเป็นชนวนให้ราคาพืชผลทรุดหนักยิ่งกว่าเดิม</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95059</guid>
      <pubDate>Tue, 13 Jan 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260113_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36027840" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน - 2026-01-13</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน - 2026-01-13</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ฤดูหนาวปลายปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">2025 </span><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">กลายเป็นหนึ่งในฤดูที่เจ็บปวดที่สุดในความทรงจำของเกษตรกรผู้ปลูกบรอกโคลีในไต้หวัน ราคาบรอกโคลีร่วงลงสู่ระดับต่ำแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถึงขั้นมีโพสต์ในกลุ่มชุมชนท้องถิ่นบนเฟซบุ๊กระบุว่า </span><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">&ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">บรอกโคลีหัวละ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">10 </span><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">เหรียญไต้หวัน ใครจะมาเก็บช่วยเอาถุงมาเอง แม่ค้าไม่มีเงินซื้อถุงแล้ว!&rdquo; ข้อความดังกล่าวดึงดูดผู้คนเข้ามาจองซื้ออย่างคึกคัก ทว่าเบื้องหลังภาพความคึกคักนั้น คือความสิ้นหวังของเกษตรกรที่จำต้องยอมขายขาดทุน เพียงเพื่อระบายผลผลิตที่ล้นตลาด</span><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/bff5df3e-fa3f-4668-a7f0-a44d5cf94c30.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>214</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 13 ม.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95058</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">AI เสี่ยงแย่งไฟฟ้าภาคครัวเรือน บริษัทไฟฟ้าไต้หวันเสนอ 2 แนวทางรับมือ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัจจุบัน ไต้หวันเดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและการทำงานของประชาชน ตั้งแต่การใช้สมาร์ตโฟน ระบบคลาวด์ การประชุมออนไลน์ ไปจนถึงแอปพลิเคชันอัจฉริยะต่าง ๆ ซึ่งล้วนมี AI ทำงานอยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม ความสะดวกสบายเหล่านี้แลกมากับการเติบโตอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูลด้าน AI ที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาลตลอด 24 ชั่วโมง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การขยายตัวอย่างเข้มข้นของ Data Center กำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อระบบไฟฟ้าไต้หวัน ทั้งด้านกำลังการผลิต ความมั่นคงของระบบ และความเสี่ยงในการแย่งใช้ไฟฟ้ากับภาคครัวเรือน เนื่องจากศูนย์ข้อมูลทั่วโลกมักเลือกตั้งอยู่ในพื้นที่ประชากรหนาแน่น ใกล้ผู้ใช้ปลายทาง ส่งผลให้เกิดการแข่งขันแย่งความจุของสายป้อนไฟ และอาจกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของประชาชนทั่วไป ด้วยเหตุนี้ บริษัทไฟฟ้าไต้หวัน (Taipower) จึงเสนอ 2 แนวทางหลักในการรับมือ ได้แก่ &ldquo;การสะท้อนต้นทุน&rdquo; และ &ldquo;การบริหารจัดการระบบไฟฟ้า&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในเชิงนโยบาย กระทรวงเศรษฐการได้แก้ไขกฎหมายลูกภายใต้กฎหมายการจัดการพลังงาน 3 ฉบับ กำหนดให้ศูนย์ข้อมูลที่ก่อสร้างใหม่หรือขยายกำลังการผลิตตั้งแต่ 5 เมกะวัตต์ขึ้นไป ต้องผ่านการพิจารณาเอกสารชี้แจงการใช้พลังงาน และมีค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวม (PUE) เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าในระยะยาว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในทางปฏิบัติ Taipower เสนอให้สะท้อนต้นทุนผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะ การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว หรือการร่วมแบ่งปันต้นทุน เพื่อให้ศูนย์ข้อมูลรับภาระต้นทุนของระบบไฟฟ้าอย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า อาทิ มาตรการตอบสนองด้านอุปสงค์ การลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงพีค การจัดหาแหล่งพลังงานของตนเอง การยกระดับมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงาน และการส่งเสริมให้ตั้งศูนย์ข้อมูลใกล้แหล่งผลิตไฟฟ้า เพื่อลดแรงกดดันต่อโครงข่ายไฟฟ้า</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แม้ประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าต่อหน่วยการประมวลผลของศูนย์ข้อมูลจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวมกลับเพิ่มสูงขึ้น โดยศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวอาจใช้ไฟฟ้าเทียบเท่าครัวเรือนราว 100,000 หลังคาเรือน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สถิติยังชี้ว่า คำขอใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลในระดับระบบส่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจนถึงปลายปี 2025 มีคำขอสะสมแล้ว 79 โครงการ รวมกำลังไฟฟ้ากว่า 4,758 เมกะวัตต์ ความท้าทายดังกล่าวไม่เพียงกระทบพื้นที่ภาคเหนือและเขตเมืองเท่านั้น แต่ยังซ้ำเติมปัญหาการก่อสร้างสายส่ง ข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ และเพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระดับภูมิภาคของไต้หวันในอนาคต</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=95058</guid>
      <pubDate>Tue, 13 Jan 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260113_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36030720" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 13 ม.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 13 ม.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;"><span style="color: #ba372a;"><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-fareast-font-family: 'Angsana New';">AI </span></b><b><span lang="th" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-fareast-font-family: 'Angsana New'; mso-ansi-language: #001E;">เสี่ยงแย่งไฟฟ้าภาคครัวเรือน บริษัทไฟฟ้าไต้หวันเสนอ </span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-fareast-font-family: 'Angsana New';">2 </span></b><b><span lang="th" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-fareast-font-family: 'Angsana New'; mso-ansi-language: #001E;">แนวทางรับมือ</span></b></span><span lang="EN-US"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/b6db7fb7-82ee-491c-a562-7fd0d2512d4b.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>213</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ 12 ม.ค. 69 : ลมหนาวมาเยือน ระวัง! โรคยอดฮิตที่มาพร้อมอากาศหนาว]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94974</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ช่วงนี้ในไต้หวันและในประเทศไทยยังเป็นช่วงหน้าหนาว ต้องระมัดระวังโรคที่มาพร้อมกับอากาศหนาว ซึ่งมีอยู่หลายโรค แต่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะมักจะระบาดในช่วงฤดูหนาวของทุกปีนั่นก็คือโรคไข้หวัดใหญ่ ในปีนี้ก็ไม่แตกต่างกันเกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้วเป็นต้นมา มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาสัปดาห์ละ 80,000-90,000 ราย โดยผู้ที่มีโรคเรื้อรังมักจะมีอาการค่อนข้างรุนแรงและอาจถึงขั้นเสียชีวิต หากไม่รีบเข้ารับการรักษาตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีอาการใหม่ๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ด้านกรมควบคุมโรคไต้หวัน ระบุว่า ช่วงนี้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวหนาวเย็น เดี๋ยวก็อุ่นขึ้น รวมถึงกลางวันกับกลางคืนอุณหภูมิแตกต่างกันมาก ประกอบกับการรวมกลุ่มและงานสังสรรค์ปลายปีที่มีบ่อยครั้ง ทำให้สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ภายในประเทศกำลังจะกลับมาระบาดเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะถึงจุดสูงสุดของการระบาดในช่วงเทศกาลตรุษจีน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำหรับในประเทศไทยซึ่งเป็นเมืองร้อน ไม่ค่อยได้พบเจอกับอากาศหนาวมากนัก ถึงแม้จะไม่ได้มีหน้าหนาวยาวนานเท่าหลายๆ ประเทศ แต่ในบางครั้งก็ทำให้เกิดโรคที่มากับหน้าหนาว ซึ่งนำพาความเจ็บป่วยมาให้หากไม่ดูแลสุขภาพกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคยอดฮิตในช่วงฤดูหนาว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; โรคไข้หวัด (Common Cold)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคไข้หวัดเป็นโรคที่เกิดได้ตลอดทั้งปี พบบ่อยในช่วงฤดูฝน ฤดูหนาว หรือช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ไข้หวัดเกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งมีหลายสายพันธุ์ เมื่อป่วยเป็นไข้หวัดแต่ละครั้งมักเกิดจากเชื้อไวรัสหวัดเพียงชนิดเดียว และเมื่อหายแล้วร่างกายก็จะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อชนิดนั้น และเมื่อป่วยเป็นไข้หวัดครั้งใหม่ก็มักจะเกิดจากเชื้อไวรัสหวัดชนิดใหม่ หมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ&nbsp;&nbsp; โดยทั่วไปจะหายได้เองตามธรรมชาติภายใน 1 สัปดาห์ และไม่มีภาวะแทรกซ้อน ซึ่งการดูแลสามารถทำได้ เช่น นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่ไม่จำเป็น ดื่มน้ำมากๆ โดยเฉพาะน้ำผลไม้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การติดต่อ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เชื้อไวรัสไข้หวัดที่อยู่ในน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะ ติดต่อโดยการไอ หรือหายใจรดกัน หรือจากการสัมผัส เมื่อมีเชื้อหวัดติดที่มือแล้วไปสัมผัสผู้อื่น เชื้อหวัดก็จะติดคนๆ นั้น และเมื่อนำไปขยี้ตาหรือแคะจมูกก็จะเข้าสู่ร่างกายจนกลายเป็นไข้หวัดได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการของโรค</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลังจากเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายประมาณ 1 ถึง 3 วัน ก็จะเริ่มแสดงอาการ อาการที่พบบ่อยคือ ไข้ตัวร้อนเป็นพักๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกใส จาม คอแห้ง หรือเจ็บคอเล็กน้อย ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอโตขึ้น ไอแห้งหรือไอมีเสมหะเล็กน้อยลักษณะสีขาว ถ้าไอมากอาจทำให้เจ็บบริเวณลิ้นปี่ สำหรับผู้ใหญ่อาจไม่มีไข้ มีเพียงอาการคัดจมูก น้ำมูกใส แต่สำหรับเด็กมักมีไข้สูงเฉียบพลัน นอกจากนี้อาจเกิดอาการท้องเดินหรือถ่ายเป็นมูก ถ้ามีอาการเกิน 4 วันอาจพบเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนทำให้ถ่ายเป็นมูกข้นเหลืองหรือเขียว หรือไอมีเสมหะสีเหลืองหรือเขียว และอาจมีอาการอื่นตามมา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โรคแทรกซ้อนของไข้หวัด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อป่วยเป็นไข้หวัด ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะอ่อนแอลง ทำให้แบคทีเรียที่อยู่ในระบบทางเดินหายใจมีโอกาสแพร่เชื้อร่วมกับเชื้อไวรัส ได้ จึงทำให้เป็นต่อมทอนซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ สำหรับเด็กเล็กอาจทำให้เกิดอาการชักจากไข้ได้ บางรายเสียงแหบเนื่องจากกล่องเสียงอักเสบ หรือวิงเวียนศีรษะเนื่องจากอวัยวะควบคุมการทรงตัวที่อยู่ภายในหูเกิดการ อักเสบหรือที่เรียกว่า &ldquo;หวัดลงหู&rdquo; ซึ่งปกติจะหายได้เองภายใน 3 ถึง 5 วัน โรคแทรกที่รุนแรงมักเกิดกับคนที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ตรากตรำงานหนัก หรือขาดอาหาร</p>
<p class="MsoListParagraph" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อหายจากไข้หวัดแล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดชนิดนั้น แต่เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดมีหลายสายพันธุ์แตกต่างกันตามช่วงเวลา ภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นจึงมีข้อจำกัด ดังนั้นเราจึงมีโอกาสติดเชื้อไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์อื่นได้อีก ทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เป็นไข้หวัดด้วยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง นั่นเอง</p>
<p class="MsoListParagraph" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">ลมหนาวมาเยือน ระวังไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการคล้ายคลึงกัน แต่ความรุนแรงของโรคต่างกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">ภาพจาก helloyishi.com.tw</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">2. โรคไข้หวัดใหญ่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เป็นโรคที่พบว่ามีการระบาดในช่วงหน้าหนาว เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza virus) ซึ่งมีหลายสายพันธุ์เช่น เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (influenza A) สายพันธุ์บี (influenza B) และสายพันธุ์ซี (influenza C) &nbsp;&nbsp;โดยสายพันธุ์ A เป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างกว้างขวางทั่วโลก สายพันธุ์ B ทำให้เกิดการระบาดในพื้นที่ระดับภูมิภาค ส่วนสายพันธุ์ C มักเป็นการติดเชื้อที่แสดงอาการอย่างอ่อนหรือไม่แสดงอาการ และไม่ทำให้เกิดการระบาด อย่างในไต้หวันปีนี้พบทั้งชนิดเอและบี</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การติดต่อของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">มาจากน้ำมูก น้ำลายและเสมหะของผู้ป่วย เมื่อมีการไอ จาม เชื้อโรคจะกระจายไปในอากาศ เมื่อสูดหายใจเข้าไปจะทำให้เกิดโรคภายใน 1-3 วัน นอกจากนี้อาจติดต่อโดยการสัมผัสสิ่งของที่เปื้อนน้ำมูก เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได แก้ว โทรศัพท์ เป็นต้น เมื่อสัมผัสแล้วไม่ล้างมือ สามารถทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้เช่นกัน โรคไข้หวัดใหญ่สามารถป่วยซ้ำได้ และส่วนใหญ่ไม่อันตรายร้ายแรงกับคนทั่วไป แต่จะรุนแรงในคนบางกลุ่ม เช่น เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นต้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ระยะฟักตัว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ประมาณ 1-3 วัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ระยะติดต่อ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่ 1 วันก่อนมีอาการและจะแพร่เชื้อต่อไปอีก 3-5 วันหลังมีอาการในผู้ใหญ่ ส่วนในเด็กอาจแพร่เชื้อได้นานกว่า 7 วัน ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่แต่ไม่มีอาการก็สามารถแพร่เชื้อในช่วงเวลานั้นได้เช่นกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการของไข้หวัดใหญ่</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่มีอาการแตกต่างกันตามอายุ โดยในกลุ่มเด็กโตและวัยรุ่นจะมีอาการของไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในบริเวณหลัง ต้นแขน ต้นขา มีน้ำมูกใส คัดจมูก ไอแห้ง เจ็บคอ และเบื่ออาหาร ส่วนในเด็กเล็กจะมีไข้สูง ร่วมกับอาการทางระบบอื่น เช่น ถ่ายเหลว คลื่นไส้อาเจียน และชักจากไข้สูง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทำไมจึงต้องแยกไข้หวัดใหญ่ออกจากไข้หวัดธรรมดา?</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไข้หวัดธรรมดาจะมีอาการคล้ายๆไข้หวัดใหญ่ได้ แต่ข้อแตกต่างก็คือไข้หวัดธรรมดามักมีอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล ไอจาม คันคอ เป็นอาการเด่น และไม่ค่อยมีอาการไข้ และปวดกล้ามเนื้อ ความสำคัญที่จะต้องแยกไข้หวัดใหญ่ออกจากไข้หวัดธรรมดานั้นเนื่องจากไข้หวัดใหญ่จะมีภาวะแทรกซ้อนได้บ่อยกว่า และโดยทั่วไปอาการจะรุนแรงและยาวนานกว่าไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดธรรมดานั้นโดยทั่วไปมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้น้อยมาก แต่ไข้หวัดใหญ่โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงอาจเกิดภาวะแทกซ้อนที่รุนแรงถึงชีวิตได้เช่นปอดบวม ดังนั้นหากสามารถแยกไข้หวัดใหญ่ออกจากไข้หวัดธรรมดาได้ก็จะช่วยให้ดูแลผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงได้ดีขึ้น&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ใครบ้างที่เสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่?</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผู้ที่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากไข้หวัดใหญ่ได้แก่ผู้ที่มีโรคประจำตัวได้แก่ โรคปอดเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจ เบาหวาน และ ผู้สูงอายุ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18pt; text-align: center;">วัคซีนไข้หวัดใหญ่ใช้ป้องกันการติดเชื้อ แพทย์แนะนำให้ฉีดวัคซีนในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง&nbsp;ภาพจาก cw.com.tw</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นอย่างไร?</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">วัคซีนใช้ป้องกันการติดเชื้อ และต้องให้ซ้ำทุกปีก่อนฤดูการระบาด แนะนำให้ฉีดวัคซีนในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหากติดเชื้อ ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง เบาหวาน และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง วัคซีนจะสามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ที่เหมือนหรือคล้ายกับสายพันธุ์ของไวรัสที่ใช้ทำวัคซีนเท่านั้น ในแต่ละปีสายพันธุ์ที่ใช้ทำวัคซีนจะแตกต่างกันไปตามความคาดหมายว่าเชื้อสายพันธุ์ใดจะระบาดในปีนั้นๆ ดังนั้นการฉีดวัคซีนจึงอาจไม่สามารถป้องกันเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3. โรคหอบหืดและโรคปอดเรื้อรัง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผู้ป่วยหอบหืด และโรคปอดเรื้อรัง อาจมีอาการกำเริบในช่วงหน้าหนาว โดยเฉพาะหากติดเชื้อไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ร่วมด้วย ดังนั้นในช่วงหน้าหนาวจึงควรดูแลสุขภาพให้ดีป้องกันไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ พกยาแก้หอบติดตัว ติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง และควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">4. โรคภูมิแพ้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ช่วงหน้าหนาวผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่เดิมอาจมีอาการมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงอากาศเปลี่ยนใหม่ๆ ผู้ที่แพ้ไรฝุ่นจากที่นอน ควันบุหรี่ ขนสัตว์ มีโอกาสได้รับการกระตุ้นจากสารก่อภูมิแพ้มากขึ้น ทำให้มีอาการคัดจมูก คันตา จาก น้ำมูกใส คัดจมูกตลอดเวลา บางรายอาจมีผื่นคัน แนะนำให้หลีกเลี่ยงอากาศหนาวจัด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">(แหล่งข้อมูล : กรมควบคุมโรคและสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ดูแลสุขภาพอย่างไรในช่วงหน้าหนาว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">1.ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำมากๆ 2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">3.อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ไม่เข้าไปในพื้นที่แออัด โดยเฉพาะสถานที่ที่มีโรคระบาด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">4.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และยาเสพติด เนื่องจากจะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">5.หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด และไม่ควรใช้ของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ จาน ชาม ช้อน ส้อม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">6.ล้างมือบ่อยๆ เนื่องจากสัมผัสกับเชื้อโรคที่ติดอยู่ตามสิ่งของ จะต้องล้างมือด้วยน้ำและสบู่ 15-20 วินาที</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">7.ดูแลร่างกายให้อบอุ่น ในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงโดย0.เฉพาะหน้าหนาว สวมเสื้อกันหนาว หมวก ผ้าพันคอ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การป้องกันดีกว่ารักษา หมั่นดูแลสุขภาพของตัวเองไม่ให้เจ็บป่วยในช่วงหน้าหนาว การดูแลสุขภาพที่ดีจะช่วยป้องกันโรคในหน้าหนาวที่ดีที่สุด</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94974</guid>
      <pubDate>Mon, 12 Jan 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260112_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36035520" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ 12 ม.ค. 69 : ลมหนาวมาเยือน ระวัง! โรคยอดฮิตที่มาพร้อมอากาศหนาว</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ 12 ม.ค. 69 : ลมหนาวมาเยือน ระวัง! โรคยอดฮิตที่มาพร้อมอากาศหนาว</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">ช่วงนี้ในไต้หวันและในประเทศไทยยังเป็นช่วงหน้าหนาว ต้องระมัดระวังโรคที่มาพร้อมกับอากาศหนาว ซึ่งมีอยู่หลายโรค แต่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะมักจะระบาดในช่วงฤดูหนาวของทุกปีนั่นก็คือโรคไข้หวัดใหญ่ ในปีนี้ก็ไม่แตกต่างกันเกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้วเป็นต้นมา มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาสัปดาห์ละ 80</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">,</span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">000-90</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">,</span><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">000 ราย โดยผู้ที่มีโรคเรื้อรังมักจะมีอาการค่อนข้างรุนแรงและอาจถึงขั้นเสียชีวิต หากไม่รีบเข้ารับการรักษาตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีอาการใหม่ๆ</span><span lang="EN-US" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/c2081b5a-87cd-441f-b819-aa7fe102843f.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>212</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94939</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการช้อปปิ้งที่ร้านค้าปลอดภาษีที่สนามบินเถาหยวนของคนไต้หวัน รวมถึงไอเทมน่าซื้อที่มีจำหน่ายเฉพาะสนามบินเถาหยวนเท่านั้น (ตอนที่ 1) ร้านค้าปลอดภาษีของสนามบินเถาหยวนถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่นักเดินทางจำนวนมากตั้งตารอ ก่อนขึ้นเครื่องหรือระหว่างเปลี่ยนเที่ยวบิน ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ช้อปปิ้ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทางอย่างแท้จริง สนามบินเถาหยวนรวบรวมร้านค้าปลอดภาษีจากแบรนด์ดังระดับโลก ไปจนถึงแบรนด์ท้องถิ่นของไต้หวันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงที่มุมบนซ้าย)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ภายในโซนดิวตี้ฟรี คุณสามารถเลือกซื้อเครื่องสำอาง น้ำหอม แฟชั่น นาฬิกา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และของฝากยอดนิยมในราคาที่คุ้มค่า การจัดวางร้านเป็นระเบียบ เดินง่าย และมีพนักงานหลายภาษา ช่วยให้การเลือกซื้อสะดวกสบายแม้มีเวลาจำกัด นอกจากนี้ยังมีสินค้าบางรายการที่จำหน่ายเฉพาะในสนามบินเถาหยวน ทำให้การช้อปปิ้งที่นี่มีความพิเศษยิ่งขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p data-start="656" data-end="1043">&nbsp; &nbsp; &nbsp;อีกหนึ่งเสน่ห์ของร้านค้าปลอดภาษีสนามบินเถาหยวนคือการผสมผสานวัฒนธรรมไต้หวันเข้าไปในสินค้า ไม่ว่าจะเป็นขนมพื้นเมือง ชาไต้หวันคุณภาพสูง หรือของที่ระลึกที่สะท้อนกลิ่นอายของเมือง หลายคนจึงเลือกใช้เวลาช่วงสุดท้ายของการเดินทาง เดินเลือกของฝากและเก็บความประทับใจก่อนขึ้นเครื่อง สนามบินเถาหยวนจึงไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดของการเดินทาง แต่เป็นสถานที่ที่เติมเต็มความทรงจำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>
<p data-start="656" data-end="1043" style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94939</guid>
      <pubDate>Sun, 11 Jan 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260111_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36011520" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการช้อปปิ้งที่ร้านค้าปลอดภาษีที่สนามบินเถาหยวนของคนไต้หวัน รวมถึงไอเทมน่าซื้อที่มีจำหน่ายเฉพาะสนามบินเถาหยวนเท่านั้น (ตอนที่ 1) ร้านค้าปลอดภาษีของสนามบินเถาหยวนถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่นักเดินทางจำนวนมากตั้งตารอ ก่อนขึ้นเครื่องหรือระหว่างเปลี่ยนเที่ยวบิน ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ช้อปปิ้ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทางอย่างแท้จริง สนามบินเถาหยวนรวบรวมร้านค้าปลอดภาษีจากแบรนด์ดังระดับโลก ไปจนถึงแบรนด์ท้องถิ่นของไต้หวันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว <span style="color: #ba372a;"><strong>(คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงที่มุมบนซ้าย)</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/2ab4cbb5-e717-441e-8da6-a22b5eb58ccb.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>211</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 6 ม.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94510</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2025 กรมประมงไต้หวันจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแผนส่งเสริม ปลาอีโต้มอญ ที่จับได้ในประเทศอย่างเป็นทางการ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการด้านอาหารและที่พักชั้นนำของไต้หวันรวม 12 ราย ครอบคลุม โรงแรมระดับดาว 13 แห่ง และ ร้านอาหารกว่า 50 สาขา นำความสำเร็จจากการจัดการประมงอย่างยั่งยืนมาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ด้านอาหาร เปิดตัว 21 เมนูพิเศษจากปลาอีโต้มอญ แสดงพลังสนับสนุนสัตว์น้ำท้องถิ่นผ่านการลงมือทำจริง พร้อมขับเคลื่อนกระแสการบริโภคอาหารทะเลยั่งยืนในวงกว้าง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กรมประมงระบุว่า ปลาอีโต้มอญเป็นหนึ่งในชนิดปลาสำคัญของการประมงชายฝั่งและนอกชายฝั่งของไต้หวัน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีปริมาณจับเฉลี่ยราว 5,000 ตันต่อปี และมีปริมาณส่งออกเฉลี่ยประมาณ 2,200 ตัน โดยมากกว่า 75% ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ทำให้ปลาอีโต้มอญมีบทบาทสำคัญในกลุ่มสินค้าประมงส่งออกของไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 สหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้มาตรการ &ldquo;ภาษีตอบโต้&rdquo; ส่งผลให้อุตสาหกรรมปลาอีโต้มอญเผชิญแรงกดดันทั้งด้านต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการสนับสนุน โดย กระทรวงเกษตรฯ ให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน ยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรม เสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ของระบบ Cold Chain รวมถึงสนับสนุนการขอรับรองมาตรฐานสากล เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมปลาอีโต้มอญรับมือผลกระทบจากภาษี พร้อมยกระดับคุณภาพสินค้าและขยายตลาดส่งออกในระยะยาว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากนี้ กรมประมงยังร่วมกับ มูลนิธิอนุรักษ์ทะเลและการประมงยั่งยืนแห่งไต้หวัน ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการด้านอาหารและที่พักคุณภาพจากทั่วประเทศ สร้างต้นแบบความร่วมมือด้านอาหารทะเลยั่งยืน ปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่รวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำ 12 ราย ลงนาม บันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านปลาอีโต้มอญ พร้อมเปิดตัวชุดเมนู &ldquo;ปลาอีโต้มอญ รสดีอย่างยั่งยืน&rdquo; ครอบคลุมอาหารหลากหลายสไตล์ ทั้ง อาหารจีน อาหารตะวันตก เทปันยากิ ข้าวหน้าสไตล์ญี่ปุ่น อาหารไต้หวัน และเบอร์เกอร์แนวสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้ปลาอีโต้มอญปรากฏบนโต๊ะอาหารของผู้บริโภคในมิติที่หลากหลายยิ่งขึ้น และสะท้อน เสน่ห์ใหม่ของปลาไต้หวันคุณภาพ ในวัฒนธรรมอาหารที่แตกต่างกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในอนาคต กรมประมงจะเดินหน้าผลักดัน นโยบายการประมงยั่งยืน อย่างต่อเนื่อง สนับสนุนแผนปรับปรุงการประมง โดยตั้งเป้าหมายให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล MSC (Marine Stewardship Council) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการประมงทางธรรมชาติที่ดำเนินการอย่างยั่งยืน พร้อมกับส่งเสริม วัตถุดิบยั่งยืน และวางกลยุทธ์การตลาดที่มุ่งตรงไปยังผู้บริโภค เพื่อสร้าง ภาพลักษณ์สินค้าอาหารทะเลภายในประเทศให้โดดเด่นและมีคุณค่า มากยิ่งขึ้นในสายตาผู้บริโภค และก้าวไปสู่เป้าหมายความยั่งยืนภายใต้แนวคิด:&ldquo;กินปลาอย่างรู้คุณค่า รักทะเลไปพร้อมกัน&rdquo;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94510</guid>
      <pubDate>Tue, 06 Jan 2026 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260106_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36004800" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 6 ม.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 6 ม.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เมื่อวันที่ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">17 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ธันวาคม </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2025 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">กรมประมงไต้หวันจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแผนส่งเสริม ปลาอีโต้มอญ ที่จับได้ในประเทศอย่างเป็นทางการ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการด้านอาหารและที่พักชั้นนำของไต้หวันรวม </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">12 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ราย ครอบคลุม โรงแรมระดับดาว </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">13 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">แห่ง และ ร้านอาหารกว่า </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">50 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">สาขา นำความสำเร็จจากการจัดการประมงอย่างยั่งยืนมาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ด้านอาหาร เปิดตัว</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> 21 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เมนูพิเศษจากปลาอีโต้มอญ แสดงพลังสนับสนุนสัตว์น้ำท้องถิ่นผ่านการลงมือทำจริง พร้อมขับเคลื่อนกระแสการบริโภคอาหารทะเลยั่งยืนในวงกว้าง</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/522b4971-4d21-4e2e-ac9a-4664b62a058c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>210</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 6 ม.ค.2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94509</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจงยัง (National Central University) ของไต้หวัน ประสบความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนประสิทธิภาพสูง เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ โดยมุ่งพัฒนาอิเล็กโทรไลซิสออกไซด์ของแข็งชนิดนำโปรตอน (P-SOEL) ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในอุณหภูมิปานกลาง ลดการใช้พลังงาน และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2025 สภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน (NSTC) ได้แถลงผลงานวิจัยของทีม นำโดย เจิงโฉงเหริน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพลังงานไฮโดรเจน มหาวิทยาลัยจงยัง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก NSTC โดยระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวกระโดดของเทคโนโลยีไฮโดรเจน และมีความสำคัญต่อการนำไปใช้จริงในอนาคต</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หัวใจของงานวิจัยคือการใช้วัสดุแบเรียม-ซีเรียม-เซอร์โคเนียม-อิตเทรียมออกไซด์ (BCZY) มาพัฒนาเป็นอิเล็กโทรไลต์แบบพรุน พร้อมออกแบบโครงสร้างระดับจุลภาคและปรับกระบวนการเผาให้ได้ความพรุนที่เหมาะสม ช่วยให้ก๊าซไหลผ่านได้ดี ลดแรงต้าน และเพิ่มประสิทธิภาพของปฏิกิริยาเคมี นอกจากนี้ยังใช้เทคนิคเลเซอร์แปรรูปและลดขนาดผงวัสดุ เพื่อเร่งปฏิกิริยาและเพิ่มสมรรถนะโดยรวม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผลการทดสอบพบว่า เซลล์อิเล็กโทรไลต์เดี่ยวสามารถให้ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าสูงถึง 5,568 มิลลิแอมแปร์ต่อตารางเซนติเมตร ที่อุณหภูมิ 650 องศาเซลเซียส และแรงดัน 1.6 โวลต์ ซึ่งต่ำกว่าระบบดั้งเดิมที่ต้องใช้อุณหภูมิเกิน 800 องศาเซลเซียสอย่างมาก</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94509</guid>
      <pubDate>Tue, 06 Jan 2026 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260106_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36012480" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 6 ม.ค.2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 6 ม.ค.2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจงยัง (</span><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">National Central University) </span><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ของไต้หวัน ประสบความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนประสิทธิภาพสูง เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ โดยมุ่งพัฒนาอิเล็กโทรไลซิสออกไซด์ของแข็งชนิดนำโปรตอน (</span><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">P-SOEL) </span><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในอุณหภูมิปานกลาง ลดการใช้พลังงาน และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์</span><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/177a6fdf-a1b1-481f-b730-cf25dd40b66b.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>209</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ-ระวัง!ฟันปลอมไม่พอดีช่องปากกลายเป็นต้นเหตุมะเร็งลิ้น อัญชันแชร์ประสบการณ์จริง ]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94412</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สวัสดีค่ะ คุณผู้ฟังที่รักและคิดถึงทุกท่าน ดิฉัน อัญชัน ทรงพุทธิ์ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการสารานุกรมสุขภาพค่ะ ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป ดิฉันจะมาทำหน้าที่แทนคุณปุณรัศมิ์&nbsp;ในการนำเอาข่าวสารความรู้ที่เกี่ยวกับสุขภาพมานำเสนอให้ฟังกัน&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำหรับรายการในสัปดาห์แรกของปีนี้ อยากจะแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับโรคภัยที่อัญชันกำลังเผชิญกับตนเองอยู่ในขณะนี้ให้ได้รับฟังกัน เผื่อจะเป็นประโยชน์และเป็นอุทาหรณ์เตือนทุกท่านว่า อย่าประมาทกับอาการเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ เป็นอันขาด มิฉะนั้นแล้วอาจนำไปสู่โรคร้ายที่รักษายากและเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพร่างกายของเรา&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาอัญชันตรวจพบว่า มีก้อนเนื้อที่ขอบลิ้นด้านขวา คุณหมอได้ตัดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์พบว่า เป็นเนื้อร้ายอันเนื่องมาจากโรคมะเร็งขอบลิ้น ซึ่งต้องรีบรักษาโดยด่วน หลังจากผ่าตัดเอาก้อนเนื้อที่ลิ้นยาว 2 ซม.ออกไปแล้ว ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานร่วมหกเดือนกว่าจะสามารถกลับมากลืนอาหารและพูดได้ชัดถ้อยชัดคำขึ้น แต่ก็ยังไม่ปกติร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงอยากให้เรื่องของอัญชัน เป็นอุทาหรณ์เตือนใจคุณผู้ฟังว่า หากเจ็บป่วยเล็กน้อย อย่ามองข้ามเป็นอันขาด ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนก็ต้องหาเวลาไปให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยโดยเร็วที่สุด&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำหรับมะเร็งลิ้นเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งของศีรษะและลำคอที่เริ่มต้นที่ลิ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเริ่มต้นที่บริเวณสองในสามของลิ้นด้านหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของช่องปาก ส่วนใหญ่เป็นมะเร็งชนิดเซลล์สความัส (squamous cell carcinoma) ที่เกิดจากเยื่อบุผิวบางๆ ในไต้หวัน อินเดียและเอเชียใต้ มะเร็งลิ้นมักจะเชื่อมโยงกับยาสูบและหมากพลู ในขณะที่ในประเทศตะวันตก มะเร็งลิ้นที่พบส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับไวรัส&nbsp;HPV&nbsp; ด้วยการตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกและการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญและสหสาขาวิชาชีพ ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถหายขาดได้ในขณะที่ยังคงสามารถพูด รับรส และกลืนได้ </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัจจัยที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุของการเกิดโรค</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสสารก่อมะเร็งซ้ำๆ และการระคายเคืองเรื้อรัง นอกจากนี้ยังเกิดจาก ยาสูบทุกประเภท (บุหรี่ ซิการ์ ไปป์ ยาเส้น ยาสูบสำหรับเคี้ยวและแบบสูดดม) การเคี้ยวหมาก การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก (ความเสี่ยงทวีคูณเมื่อใช้ร่วมกับยาสูบ) สุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดีและการบาดเจ็บทางทันตกรรมเรื้อรัง (ฟันแหลมคม &nbsp;ใส่ฟันปลอมไม่พอดี) สุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดี แผลในปากเรื้อรัง &nbsp;ไวรัส Human papillomavirus (HPV) การขาดสารอาหาร (ผลไม้/ผักน้อย) และระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ โดยคนจำนวนมากมีความเสี่ยงหลายประการร่วมกัน และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยในอดีตมักเกิดขึ้นกับผู้ชาย แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นกับทุกเพศและทุกวัย การลดความเสี่ยงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น เลิกบุหรี่และหมาก จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ และปรับปรุงสุขอนามัยช่องปาก จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;อาการของโรคมะเร็งลิ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อาการเริ่มแรกที่พบบ่อย:</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แผลหรือแผลที่ลิ้นไม่หาย</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผื่นแดง (erythroplakia) ผื่นขาว (leukoplakia) หรือผื่นแดงขาวผสมกัน</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ก้อนเนื้อหนาหรือบริเวณขรุขระที่ด้านข้างหรือใต้ลิ้น</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อาการปวดหรือแสบร้อนในลิ้น บางครั้งอาจร้าวไปถึงหู</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เลือดออกจากรอยโรคหลังจากได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย (เช่น การแปรงฟัน)</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อาการปวดเมื่อเคี้ยว พูด หรือกลืน</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อาการที่ค่อยๆ ดีขึ้นหรือรุนแรงขึ้น:</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">8.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อาการลิ้นแข็งหรือเคลื่อนไหวได้น้อยลง พูดไม่ชัด</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">9.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กลืนลำบาก (dysphagia) หรือ เจ็บเวลากลืน (odynophagia)</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">10.&nbsp; &nbsp; อาการตึงกราม (trismus)</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">11.&nbsp; &nbsp; &nbsp;อาการชาหรือความรู้สึกลิ้นเปลี่ยนแปลง</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">12.&nbsp; &nbsp; &nbsp; ก้อนที่คอ (ต่อมน้ำเหลืองโต)</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">13.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; น้ำหนักลดลงโดยไม่ได้ตั้งใจ </p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1;">14.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ความเหนื่อยล้า </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การวินิจฉัย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อันดับแรกคือ ประเมินจากประวัติผู้ป่วยโดยละเอียด (การสูบบุหรี่ หมาก แอลกอฮอล์ การบาดเจ็บที่ฟัน) ระยะเวลาของอาการ รอยโรคในช่องปากก่อนหน้านี้ ตามด้วยการตรวจช่องปากและคออย่างละเอียด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การตรวจชิ้นเนื้อ (ขั้นตอนสำคัญ)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การตรวจชิ้นเนื้อโดยการกรีดหรือการเจาะจากขอบและความลึกของรอยโรคยืนยันเนื้อเยื่อวิทยา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การถ่ายภาพ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ได้แก่การตรวจ MRI ของใบหน้า/คอพร้อมสารทึบรังสีเพื่อดูขอบเขตของเนื้อเยื่ออ่อน การบุกรุกของกล้ามเนื้อลิ้น และการแพร่กระจาย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การตรวจ CT ที่มีสารทึบรังสีสำหรับการมีส่วนร่วมของกระดูก (ขากรรไกรล่าง/ขากรรไกรบน) </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การตรวจ PET‑CT&nbsp;เพื่อประเมินการแพร่กระจายของต่อมน้ำเหลือง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;ทางเลือกการรักษามะเร็งลิ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การรักษาจะพิจารณาเป็นรายบุคคลตามตำแหน่ง ระยะ ความลึก ความเสี่ยงต่อต่อมน้ำเหลือง สถานะทางทันตกรรม และเป้าหมายส่วนบุคคล (การพูด การกลืน รูปร่างหน้าตา) จุดมุ่งหมายคือการรักษาและคงสภาพการใช้งาน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การผ่าตัด ถือเป็นรากฐานสำคัญของมะเร็งลิ้นช่องปากส่วนใหญ่ โดยการตัดเนื้องอกขั้นต้น จะตัดออกเฉพาะที่ ที่กว้างพร้อมขอบที่เพียงพอ (โดยทั่วไป 1 ซม.) การผ่าตัดเอาลิ้นบางส่วนออก การผ่าตัดตัดลิ้นส่วนบนหรือการตัดเนื้อเยื่อส่วนรวม (รวมถึงส่วนพื้นปากหรือส่วนขากรรไกรล่าง) สำหรับเนื้องอกขนาดใหญ่หรือเนื้องอกที่รุกราน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การฉายรังสี มักใช้หลังการผ่าตัดสำหรับอาการที่มีความเสี่ยงสูง และในบางกรณี ใช้เป็นการรักษาหลักเมื่อไม่สามารถผ่าตัดได้ แต่มีผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ แผลในปาก (เยื่อบุช่องปากอักเสบ) การรับรสเปลี่ยนแปลง ผิวหนังแดง อ่อนเพลีย อาการปากแห้งเรื้อรัง ฟันเสียว กรามแข็งและอาการขากรรไกรตึง (trismus) อาจเกิดขึ้นได้ การดูแลช่องปากเชิงป้องกัน และการออกกำลังกายขากรรไกรสามารถช่วยได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;เคมีบำบัด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ใช้สำหรับอาการหลังผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูงหรือเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาขั้นสุดท้ายเมื่อการผ่าตัดไม่สามารถทำได้ การให้เคมีบำบัดแบบเหนี่ยวนำอาจพิจารณาเฉพาะในโรคร้ายแรง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การฟื้นฟู&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การบำบัดการพูดและการกลืนเริ่มต้นตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อฝึกการออกเสียงและการกลืนอย่างปลอดภัย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การฟื้นฟูทางทันตกรรม (รากฟันเทียม/ฟันปลอม) จะช่วยปรับปรุงการเคี้ยวและการพูดเมื่อการรักษาเสร็จสิ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อย่างไรก็ตาม โรคมะเร็งลิ้นระยะเริ่มต้นมีอัตราการรักษาหายสูงโดยการผ่าตัดร่วมกับการบำบัดเสริมเมื่อมีข้อบ่งชี้</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94412</guid>
      <pubDate>Mon, 05 Jan 2026 00:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260105_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36029760" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ-ระวัง!ฟันปลอมไม่พอดีช่องปากกลายเป็นต้นเหตุมะเร็งลิ้น อัญชันแชร์ประสบการณ์จริง </itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ-ระวัง!ฟันปลอมไม่พอดีช่องปากกลายเป็นต้นเหตุมะเร็งลิ้น อัญชันแชร์ประสบการณ์จริง </itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 18.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">สวัสดีค่ะ คุณผู้ฟังที่รักและคิดถึงทุกท่าน ดิฉัน อัญชัน ทรงพุทธิ์ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการสารานุกรมสุขภาพค่ะ ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป ดิฉันจะมาทำหน้าที่แทนคุณปุณ<span>รัศมิ์</span>&nbsp;ในการนำเอาข่าวสารความรู้ที่เกี่ยวกับสุขภาพมานำเสนอให้ฟังกัน</span><span style="font-family: 'TH Sarabun New', 'sans-serif'; font-size: 18pt;">&nbsp;</span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/3888e55e-c5e2-40d8-b7e1-42c613ac95bd.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>208</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94363</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แบบเฮงๆ ปังๆ กับผลสำรวจ 10 อันดับประเภทหินคริสตัลที่คนไต้หวันนิยมสวมใส่เป็นเครื่องประดับนำโชคมากที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 2) ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ผู้ประกอบการ หรือคนที่กำลังตามหารักแท้ การเสริมดวงด้วยเครื่องรางนำโชครูปแบบๆ ยังคงได้รับกระแสนิยมอยู่อย่างต่อเนื่องในไต้หวัน โดยเฉพาะการสวมใส่หินคริสตัลที่เปล่งประกายไว้บนข้อมือของตัวเอง เพื่อเรียกทรัพย์ เสริมเสน่ห์ด้านความรัก เสริมความมั่นใจด้านการงาน หรือเสริมความสงบสุขให้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เป็นต้น คนไต้หวันที่เชื่อในเรื่องเหล่านี้จะรู้สึกว่าหินคริสตัลก็เปรียบเสมือน &ldquo;เครื่องรางนำโชค&rdquo; ที่อยู่เคียงข้างคุณในทุกวัน โดยหินคริสตัลแต่ละชนิดล้วนมีพลังและความหมายเฉพาะตัว ดังนั้นคนไต้หวันจึงเชื่อว่าหากสวมใส่ให้ถูกตำแหน่ง ถูกเวลา อาจช่วยเปลี่ยนแปลงดวงชะตาได้ พราะฉะนั้นเริ่มต้นปีใหม่แบบนี้ หากอยากให้ชีวิตราบรื่น มีออร่าสว่างสดใสเพิ่มขึ้นกว่ ก็ลองหาเครื่องประดับหินคริสตัลซึ่งเป็นไอเท็มที่ผสานทั้งแฟชั่นและพลังการเสริมดวงเข้าไว้ด้วยกันมาสวมใส่เพื่อเสริมดวงชะตาแบบครบจบในที่เดียว (คลิกปุ่มรับฟังรายการสีแดงตรงมุมบนซ้าย)&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 1 紫水晶 (Amethyst) เสริมความคิดสร้างสรรค์ สติ และสมาธิ ผ่อนคลายความเครียดกังวล</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2 超七 (Super Seven) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3 髮晶 (Rutilated Quartz) ขจัดพลังลบ มั่นคงทางอารมณ์ เชื่อมั่นในสัญชาตญาณการตัดสินใจ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4 白水晶 (Clear Quartz) ดูดซับพลังงาน ปรับสมดุลกายใจ ขจัดพลังลบ มีสมาธิ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5 黃水晶 (Citrine) เสริมโชคลาภ พลังการเจรจาต่อรองธุรกิจ พบผู้อุปถัมภ์และโอกาสดีๆ</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=94363</guid>
      <pubDate>Sun, 04 Jan 2026 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20260104_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36020160" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แบบเฮงๆ ปังๆ กับ<span style="color: #236fa1;"><strong>ผลสำรวจ 10 อันดับประเภทหินคริสตัลที่คนไต้หวันนิยมสวมใส่เป็นเครื่องประดับนำโชคมากที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 2)</strong></span> ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ผู้ประกอบการ หรือคนที่กำลังตามหารักแท้ การเสริมดวงด้วยเครื่องรางนำโชครูปแบบๆ ยังคงได้รับกระแสนิยมอยู่อย่างต่อเนื่องในไต้หวัน โดยเฉพาะการสวมใส่หินคริสตัลที่เปล่งประกายไว้บนข้อมือของตัวเอง เพื่อเรียกทรัพย์ เสริมเสน่ห์ด้านความรัก เสริมความมั่นใจด้านการงาน หรือเสริมความสงบสุขให้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เป็นต้น คนไต้หวันที่เชื่อในเรื่องเหล่านี้จะรู้สึกว่าหินคริสตัลก็เปรียบเสมือน &ldquo;เครื่องรางนำโชค&rdquo; ที่อยู่เคียงข้างคุณในทุกวัน โดยหินคริสตัลแต่ละชนิดล้วนมีพลังและความหมายเฉพาะตัว ดังนั้นคนไต้หวันจึงเชื่อว่าหากสวมใส่ให้ถูกตำแหน่ง ถูกเวลา อาจช่วยเปลี่ยนแปลงดวงชะตาได้ พราะฉะนั้นเริ่มต้นปีใหม่แบบนี้ หากอยากให้ชีวิตราบรื่น มีออร่าสว่างสดใสเพิ่มขึ้นกว่ ก็ลองหาเครื่องประดับหินคริสตัลซึ่งเป็นไอเท็มที่ผสานทั้งแฟชั่นและพลังการเสริมดวงเข้าไว้ด้วยกันมาสวมใส่เพื่อเสริมดวงชะตาแบบครบจบในที่เดียว <span style="color: #ba372a;"><strong>(คลิกปุ่มรับฟังรายการสีแดงตรงมุมบนซ้าย)&nbsp;</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/b7f2aee2-ac64-4f81-8fcc-e405697b7178.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>207</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 30 ธ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93974</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ไข่ไก่ราว 150,000 ฟองปนเปื้อนสารกำจัดศัตรูพืช &ldquo;ฟิโพรนิล&rdquo; หลุดสู่ตลาด นับเป็นเหตุครั้งที่ 3 ในรอบ 8 ปี การสอบสวนพบว่าไข่ชุดนี้มาจากระบบเลี้ยงไก่แบบขังกรง แม่ไก่ถูกเลี้ยงในกรงเหล็กคับแคบ สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการสะสมเชื้อโรคและไรไก่ ทำให้ผู้ประกอบการบางรายใช้ฟิโพรนิลกำจัดแมลง เสี่ยงต่อสุขภาพผู้บริโภค</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ซูเสี่ยวเจิน (蘇小真) ผู้อำนวยการมูลนิธิความยั่งยืนของคาร์ฟูร์ ระบุว่า การป้องกันปัญหาความปลอดภัยอาหารต้องเริ่มจากต้นน้ำ โดยเฉพาะการเลือกของผู้บริโภค ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ทั้งอุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่าน และไต้หวันผลิตไข่ไก่มากกว่า 8,000 ล้านฟองต่อปี ส่วนใหญ่เป็นไข่จากระบบขังกรง แม้ให้ผลผลิตสูง แต่แลกกับคุณภาพชีวิตแม่ไก่และความเสี่ยงสารตกค้าง ขณะที่ระบบไม่ขังกรงให้แม่ไก่เคลื่อนไหวได้มากกว่าและสอดคล้องกับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปี 2018 คาร์ฟูร์เริ่มโครงการ &ldquo;การเปลี่ยนผ่านอาหารเริ่มจากไข่หนึ่งฟอง&rdquo; ร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหากำไร จัดโซนไข่ไม่ขังกรงในร้าน ทำงานตรงกับเกษตรกรรายย่อย ฝึกอบรมและให้คำปรึกษา รวมถึงชักชวนภาคอาหารและแปรรูปให้เปลี่ยนวัตถุดิบ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปี 2023 ป้ายราคาแนวคิด &ldquo;เริ่มต้นจาก i&rdquo; ถูกนำมาใช้ในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไต้หวัน เพื่อสื่อสารคุณค่าและแหล่งที่มาของสินค้า เพิ่มความโปร่งใสและเสริมพลังให้ผู้บริโภค</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ช่วงแรก ไข่ไม่ขังกรงของคาร์ฟูร์มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 4% ก่อนเพิ่มเป็น 30% ในปี 2025 ขณะที่การเข้าถึงในช่องทางไฮเปอร์มาร์เก็ตแตะ 40% หลังเหตุไข่พิษเดือนพฤศจิกายน ยอดขายพุ่งขึ้นกว่าปีก่อนถึง 1 เท่า การเลิกใช้ระบบขังกรงจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากเกษตรกร ตลาด และผู้บริโภคร่วมกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">คาร์ฟูร์ร่วมกับสมาคมสิ่งแวดล้อมและสัตว์แห่งไต้หวัน ช่วยให้ผู้ประกอบการอาหารปรับตัว หลังการสื่อสารและเยี่ยมชมแหล่งผลิต ผู้ประกอบการบางรายปรับวัตถุดิบ ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกปลอดภัย ตัวอย่างความสำเร็จ ได้แก่ โรงแรมไทเปแมริออท (Marriott Taipei) และ Toasteria Cafe</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากนี้ อาหารกลางวันในโรงเรียนที่ผ่านมา แม้มีนโยบาย &ldquo;สามตรา หนึ่งคิว&rdquo; (三章一Q) แต่ไม่ให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของไข่ คาร์ฟูร์และสมาคมฯ จึงหารือกับเทศบาลกรุงไทเป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสำคัญ นักเรียนประถมในกรุงไทเปสามารถรับประทานไข่ไม่ขังกรงในมื้อกลางวันได้จริง</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93974</guid>
      <pubDate>Tue, 30 Dec 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251230_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36035520" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 30 ธ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 30 ธ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; เมื่อ</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เดือนพฤศจิกายน </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2025 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ไข่ไก่ราว </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">150,000 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ฟองปนเปื้อนสารกำจัดศัตรูพืช &ldquo;ฟิโพรนิล&rdquo; หลุดสู่ตลาด นับเป็นเหตุครั้งที่ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">3 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ในรอบ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">8 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ปี การสอบสวนพบว่าไข่ชุดนี้มาจากระบบเลี้ยงไก่แบบขังกรง แม่ไก่ถูกเลี้ยงในกรงเหล็กคับแคบ สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการสะสมเชื้อโรคและไรไก่ ทำให้ผู้ประกอบการบางรายใช้ฟิโพรนิลกำจัดแมลง เสี่ยงต่อสุขภาพผู้บริโภค</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/d9fe3203-f85e-4256-81ca-5d13b414150b.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>206</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 30 ธ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93973</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ขยะพลังงานสีเขียวขนาดมหึมาจะจัดการอย่างไร หลังการปลดระวังกังหันลม?</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp; มหาวิทยาลัยจงซิง (National Chung Hsing University) ร่วมกับบริษัท Swancor Holding นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปฏิบัติจริง ด้วยเทคโนโลยีไมโครเวฟไพโรไลซิสที่ Swancor พัฒนาขึ้น รีไซเคิลคาร์บอนไฟเบอร์จากใบพัดกังหันลมที่ปลดระวาง ซึ่งถือเป็น &ldquo;ทองคำสีดำ&rdquo; อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนนำมาผลิตเป็นไม้แบดมินตันคอมโพสิตระดับมืออาชีพ ทั้งด้ามทำจากวัสดุรีไซเคิลทั้งหมด นับเป็นตัวอย่างสำเร็จของการเพิ่มมูลค่าสูงให้วัสดุคอมโพสิตเหลือทิ้ง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ที่ผ่านมา ใบพัดกังหันลมขนาดยักษ์มักถูกเผาหรือฝังกลบหลังปลดประจำการ ก่อภาระต่อสิ่งแวดล้อม และสูญเสียทรัพยากรคาร์บอนไฟเบอร์อันมีค่า ความท้าทายสำคัญในการรีไซเคิลคือโครงสร้างคอมโพสิตที่แข็งแรงมาก เทคโนโลยีไมโครเวฟไพโรไลซิสของ Swancor สามารถจัดการแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์แบบพัลทรูชันภายในโครงสร้างใบพัดได้แม่นยำ เร็วกว่าและประหยัดพลังงานกว่าการไพโรไลซิสแบบดั้งเดิม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; หลังรีไซเคิล เป้าหมายสูงสุดคือการนำวัสดุกลับมาใช้ให้เกิดมูลค่าสูง Swancor ร่วมกับทีมวิจัยของ รองศาสตราจารย์ เสิ่นหมิงหยวน (沈銘原) จากวิทยาลัยวิจัยเศรษฐกิจหมุนเวียน มหาวิทยาลัยจงซิง พัฒนาไม้แบดมินตันโดยใช้เทคโนโลยีสิทธิบัตร 2 รายการ ได้แก่ การปรับปรุงสมบัติคาร์บอนไฟเบอร์รีไซเคิล และการผสม-อัดเม็ดวัสดุคอมโพสิตเทอร์โมพลาสติกเสริมแรงด้วยคาร์บอนไฟเบอร์รีไซเคิล จนได้ไม้แบดมินตันฉีดขึ้นรูปที่แข็งแรง น้ำหนักเบา และรีไซเคิลได้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 18.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เสิ่นหมิงหยวนระบุว่า ความก้าวหน้าสำคัญของทีมคือการหลุดจากกรอบเดิมที่คาร์บอนไฟเบอร์ต้องใช้การอัดร้อนแบบเทอร์โมเซตติ้ง ซึ่งแม้จะแข็งแรงแต่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ไม้แบดมินตันคอมโพสิตนี้จึงลดการปล่อยคาร์บอน และสามารถนำกลับมารีไซเคิลต่อไปในอนาคต ถือเป็นการบรรลุแนวคิด &ldquo;ดีเอ็นเอสีเขียว 100%&rdquo; สอดคล้องเป้าหมาย ESG อย่างแท้จริง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ด้าน ไช่เซี่ยวเต๋อ (蔡孝德)กรรมการผู้จัดการ Swancor Holding กล่าวว่า Swancor ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำด้านการจัดหาวัสดุสำหรับใบพัดกังหันลมเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นเป็นผู้ลงมือปฏิบัติและเสริมพลังให้กับอุตสาหกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนสีเขียว ความสำเร็จในการพัฒนาไม้แบดมินตันจากวัสดุคอมโพสิตรีไซเคิลครั้งนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า วัสดุที่เคยถูกมองว่าเป็นของเสียนั้น แท้จริงแล้วยังมีศักยภาพสูงในการแปรเปลี่ยนเป็นสินค้ามูลค่าเพิ่มสูงได้</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93973</guid>
      <pubDate>Tue, 30 Dec 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251230_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36008640" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 30 ธ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 30 ธ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #e67e23;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ขยะพลังงานสีเขียวขนาดมหึมาจะจัดการอย่างไร หลังการปลดระวังกังหันลม</span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">?</span></b></span><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/4f703597-1d3f-4e12-9d2e-11446aae7511.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>205</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93811</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แบบเฮงๆ ปังๆ กับผลสำรวจ 10 อันดับประเภทหินคริสตัลที่คนไต้หวันนิยมสวมใส่เป็นเครื่องประดับนำโชคมากที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 1) ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ผู้ประกอบการ หรือคนที่กำลังตามหารักแท้ การเสริมดวงด้วยเครื่องรางนำโชครูปแบบๆ ยังคงได้รับกระแสนิยมอยู่อย่างต่อเนื่องในไต้หวัน โดยเฉพาะการสวมใส่หินคริสตัลที่เปล่งประกายไว้บนข้อมือของตัวเอง เพื่อเรียกทรัพย์ เสริมเสน่ห์ด้านความรัก เสริมความมั่นใจด้านการงาน หรือเสริมความสงบสุขให้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เป็นต้น คนไต้หวันที่เชื่อในเรื่องเหล่านี้จะรู้สึกว่าหินคริสตัลก็เปรียบเสมือน &ldquo;เครื่องรางนำโชค&rdquo; ที่อยู่เคียงข้างคุณในทุกวัน โดยหินคริสตัลแต่ละชนิดล้วนมีพลังและความหมายเฉพาะตัว ดังนั้นคนไต้หวันจึงเชื่อว่าหากสวมใส่ให้ถูกตำแหน่ง ถูกเวลา อาจช่วยเปลี่ยนแปลงดวงชะตาได้ พราะฉะนั้นเริ่มต้นปีใหม่แบบนี้ หากอยากให้ชีวิตราบรื่น มีออร่าสว่างสดใสเพิ่มขึ้นกว่ ก็ลองหาเครื่องประดับหินคริสตัลซึ่งเป็นไอเท็มที่ผสานทั้งแฟชั่นและพลังการเสริมดวงเข้าไว้ด้วยกันมาสวมใส่เพื่อเสริมดวงชะตาแบบครบจบในที่เดียว (คลิกปุ่มรับฟังรายการสีแดงตรงมุมบนซ้าย)&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6 粉水晶 (Rose Quartz) เสริมความรัก มนุษยสัมพันธ์ เยียวยาจิตใจ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 7 草莓晶 (Strawberry Quartz) เสริมเสน่ห์ ความมั่นใจ ความรัก พลังบวก</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 8 幽靈水晶 (Phantom Quartz) เสริมโชคลาภด้านการเงิน เพิ่มพลังงานบวก</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 9 綠藍晶 (Green-Blue Kyanite) เสริมความคิดสร้างสรรค์ สมาธิ และการเข้าสังคม</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 10 膠花水晶 (Hematoid Quartz) เสริมความมั่นใจ โชคลาภ ความก้าวหน้า ขจัดพลังงานลบ</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93811</guid>
      <pubDate>Sun, 28 Dec 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251228_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36010560" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แบบเฮงๆ ปังๆ กับ<span style="color: #843fa1;"><strong>ผลสำรวจ 10 อันดับประเภทหินคริสตัลที่คนไต้หวันนิยมสวมใส่เป็นเครื่องประดับนำโชคมากที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 1) </strong></span>ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ผู้ประกอบการ หรือคนที่กำลังตามหารักแท้ การเสริมดวงด้วยเครื่องรางนำโชครูปแบบๆ ยังคงได้รับกระแสนิยมอยู่อย่างต่อเนื่องในไต้หวัน โดยเฉพาะการสวมใส่หินคริสตัลที่เปล่งประกายไว้บนข้อมือของตัวเอง เพื่อเรียกทรัพย์ เสริมเสน่ห์ด้านความรัก เสริมความมั่นใจด้านการงาน หรือเสริมความสงบสุขให้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เป็นต้น คนไต้หวันที่เชื่อในเรื่องเหล่านี้จะรู้สึกว่าหินคริสตัลก็เปรียบเสมือน &ldquo;เครื่องรางนำโชค&rdquo; ที่อยู่เคียงข้างคุณในทุกวัน โดยหินคริสตัลแต่ละชนิดล้วนมีพลังและความหมายเฉพาะตัว ดังนั้นคนไต้หวันจึงเชื่อว่าหากสวมใส่ให้ถูกตำแหน่ง ถูกเวลา อาจช่วยเปลี่ยนแปลงดวงชะตาได้ พราะฉะนั้นเริ่มต้นปีใหม่แบบนี้ หากอยากให้ชีวิตราบรื่น มีออร่าสว่างสดใสเพิ่มขึ้นกว่ ก็ลองหาเครื่องประดับหินคริสตัลซึ่งเป็นไอเท็มที่ผสานทั้งแฟชั่นและพลังการเสริมดวงเข้าไว้ด้วยกันมาสวมใส่เพื่อเสริมดวงชะตาแบบครบจบในที่เดียว <span style="color: #ba372a;"><strong>(คลิกปุ่มรับฟังรายการสีแดงตรงมุมบนซ้าย)&nbsp;</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2026/1/original/273a159c-b07c-4a6e-9fd1-c0394707ac4e.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>204</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 23 ธ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93434</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ข้าวไต้หวันอร่อยเกินคาด เสน่ห์อยู่ที่เนื้อข้าวนุ่ม หนึบ เบา และมีกลิ่นหอมธรรมชาติคล้าย &ldquo;ความอบอุ่น&rdquo; จึงถูกใจทั้งคนไต้หวันและผู้ชื่นชอบข้าวญี่ปุ่น เพราะแม้ใกล้เคียง แต่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัว จุดเด่นคือความนุ่มกำลังดี ไม่แฉะ ไม่แห้ง หนึบละมุนลิ้น และเข้ากับทั้งอาหารเอเชียและอาหารจานเดียว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;">เฉินซื่อเสียน คว้ารางวัลเหรียญทอง&nbsp;จากข้าวพันธุ์ เถาหยวน หมายเลข 3 </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ล่าสุด ในการประกวด การวิเคราะห์และประเมินรสชาติข้าวนานาชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2025 ที่เมืองสึกูบะ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น เกษตรกรรุ่นใหม่จากนครเถาหยวน เฉินซื่อเสียน (陳士賢) สามารถคว้ารางวัลสูงสุด เหรียญทอง (Gold Award) จากข้าวพันธุ์ เถาหยวน หมายเลข 3 โดดเด่นเหนือผลงานกว่า 5,070 รายการ การประกวดนี้เป็นเวทีระดับโลกที่ตัดสินทั้งด้วยการวิเคราะห์เครื่องมือและการชิมแบบปิดโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเฟ้นหาข้าวที่มีรสชาติและคุณภาพยอดเยี่ยม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เฉินก้วนอี้ (陳冠義) ผู้อำนวยการสำนักการเกษตรนครเถาหยวน ระบุว่า เฉินซื่อเสียนเป็นหนึ่งในตัวแทนไต้หวันที่คว้ารางวัล &ldquo;ยอดเยี่ยมพิเศษ&rdquo; เพียงสองคน และคว้าเหรียญทองด้วยคะแนนด้านรสชาติ ความสมบูรณ์ของเมล็ด และคุณลักษณะโดยรวมที่โดดเด่น หลังประกาศผล ผู้ประกอบการค้าข้าวจากญี่ปุ่นติดต่อเข้ามาจำนวนมาก เนื่องจากข้าวเถาหยวนมีคุณภาพสม่ำเสมอและแข่งขันได้ ล่าสุดมีข้อตกลงเบื้องต้นส่งออก 12 ตู้คอนเทนเนอร์ มูลค่าราว 60 ล้านเยน พร้อมนัดหมายเยือนนครเถาหยวนเพื่อหารือความร่วมมือต่อไป</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">เฉินซื่อเสียน&nbsp;คว้ารางวัลเหรียญทอง โดดเด่นเหนือผลงานกว่า 5,070 รายการ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">จางซ่านเจิ้ง(張善政) ผู้ว่านครเถาหยวน ระบุว่า ปีนี้เมืองสนับสนุนเกษตรกร 12 ราย ส่งผลงานรวม 13 รายการเข้าประกวด ความสำเร็จของเฉินซื่อเสียนมาจากการดูแลแปลงนาอย่างพิถีพิถัน ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดการปุ๋ย น้ำ ศัตรูพืช การกำหนดเวลาเก็บเกี่ยว การอบแห้งอุณหภูมิต่ำ การคัดแยกด้วยเครื่องคัดสีความแม่นยำสูง และการเก็บรักษาที่เหมาะสม ทำให้คุณภาพข้าวอยู่ในสภาพดีที่สุด สะท้อนความทุ่มเทและความเป็นมืออาชีพของเกษตรกรรุ่นใหม่</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ข้าวพันธุ์ เถาหยวน หมายเลข 3 เป็นข้าวหอมพื้นเมืองไต้หวัน พัฒนาขึ้นในปี 2004 โดยสถานีวิจัยการเกษตรเขตเถาหยวน จากการผสมข้าว ไถเกิ่ง 2 และ ไถเกิ่ง 4 จนได้พันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า ข้าวหอมซินเซียง (新香米) จุดเด่นคือกลิ่นหอมเผือกชัดเจนตั้งแต่หุง แม้เป็นข้าวกล้องหรือปล่อยให้เย็นก็ยังคงกลิ่นและรสชาติ เนื้อสัมผัสเด้งนุ่ม หวานกลมกล่อม เมล็ดใสสวย แหล่งผลิตหลักอยู่ในนครเถาหยวนและเมืองซินจู๋</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93434</guid>
      <pubDate>Tue, 23 Dec 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251223_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36021120" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 23 ธ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 23 ธ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ข้าวไต้หวันอร่อยเกินคาด เสน่ห์อยู่ที่เนื้อข้าวนุ่ม หนึบ เบา และมีกลิ่นหอมธรรมชาติคล้าย &ldquo;ความอบอุ่น&rdquo; จึงถูกใจทั้งคนไต้หวันและผู้ชื่นชอบข้าวญี่ปุ่น เพราะแม้ใกล้เคียง แต่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัว จุดเด่นคือความนุ่มกำลังดี ไม่แฉะ ไม่แห้ง หนึบละมุนลิ้น และเข้ากับทั้งอาหารเอเชียและอาหารจานเดียว</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/488000e5-e806-4bbb-b74d-84ec61690252.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>203</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 23 ธ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93433</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เศรษฐกิจหมุนเวียนในไต้หวัน : พัฒนาร่มเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ ส่งเสริมร่มแชร์ริ่ง คิดใหม่เรื่องการใช้ทรัพยากร</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญฝนตกบ่อย โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ ส่งผลให้ &ldquo;ร่ม&rdquo; กลายเป็นของใช้ประจำวัน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งกำเนิดขยะจำนวนมหาศาล สถิติชี้ว่าไต้หวันมีการทิ้งร่มมากถึงราว 30 ล้านคันต่อปี ร่มจำนวนมากถูกซื้อมาใช้เพียงช่วงสั้น ๆ แล้วก็ถูกลืมหรือทิ้งไว้ตามสวนสาธารณะ สถานีรถไฟฟ้า หรือร้านสะดวกซื้อ ปัญหานี้สะท้อนข้อจำกัดของรูปแบบการบริโภคที่สิ้นเปลือง และกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ไต้หวันเดินหน้าสู่ &ldquo;เศรษฐกิจหมุนเวียน&rdquo; อย่างจริงจัง</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือ ร่มแบบเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ ซึ่งพัฒนาโดยผู้ประกอบการไต้หวัน แนวคิดสำคัญคือการออกแบบตั้งแต่ต้นทางให้ร่มสามารถถอดประกอบและเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสียหาย เช่น ซี่ร่ม แกน หรือผ้าร่ม แทนการทิ้งทั้งคัน ร่มหนึ่งคันสามารถซ่อมแซมและนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลายครั้ง ช่วยยืดอายุการใช้งาน ลดขยะ และลดภาระต่อระบบรีไซเคิลที่มักประสบปัญหาเพราะร่มเป็นวัสดุผสมหลายชนิด ทั้งโลหะ ผ้า และพลาสติก แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เน้น &ldquo;ออกแบบเพื่อการซ่อมและการใช้ซ้ำ&rdquo; มากกว่าการจัดการขยะปลายทางเพียงอย่างเดียว</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ขณะเดียวกัน อีกนวัตกรรมที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัดคือ บริการร่มแชร์ริ่ง หรือการให้ยืมร่มตามจุดต่าง ๆ ในเมือง บริการร่มแชร์ริ่งเปลี่ยนแนวคิด ลดการมีของใช้ส่วนบุคคลหันมาใช้ของสาธารณะที่หมุนเวียนได้ ผู้ใช้สามารถยืมเมื่อฝนตกและคืนเมื่อใช้งานเสร็จ ลดความจำเป็นในการซื้อร่ม</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เบื้องหลังระบบแชร์ริ่งคือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น AIoT ในการติดตามตำแหน่ง การใช้งาน และการกระจายร่มให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและความต้องการของแต่ละพื้นที่ เทคโนโลยีจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มความสะดวก แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดการสูญเปล่าในระดับเมือง</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อมองภาพรวม ร่มเปลี่ยนชิ้นส่วนได้และร่มแชร์ริ่งทำหน้าที่คนละจุดในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่กลับเกื้อหนุนกันอย่างชัดเจน ร่มเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ช่วยยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ขณะที่ร่มแชร์ริ่งช่วยเพิ่มอัตราการใช้งานผลิตภัณฑ์ ทั้งสองแนวคิดร่วมกันลดความต้องการผลิตใหม่ ลดขยะ และปลูกฝังแนวคิด &ldquo;สิทธิ์ในการใช้แทนการเป็นเจ้าของ&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กรณีของไต้หวันสะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือจำกัดอยู่แค่ภาคอุตสาหกรรมหนัก แต่สามารถเริ่มต้นจากของใช้ใกล้ตัวอย่าง &ldquo;ร่ม&rdquo; ได้อย่างเป็นรูปธรรม การออกแบบที่คิดถึงการซ่อม การใช้ซ้ำ และการแชร์ คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เมืองเดินหน้าไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดภาระต่อทั้งผู้บริโภคและโลกใบนี้ในระยะยาว</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93433</guid>
      <pubDate>Tue, 23 Dec 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251223_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36015360" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 23 ธ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 23 ธ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 0cm; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #e67e23;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-bidi-language: TH;">เศรษฐกิจหมุนเวียนในไต้หวัน : พัฒนาร่มเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ ส่งเสริมร่มแชร์ริ่ง คิดใหม่เรื่องการใช้ทรัพยากร</span></b></span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-bidi-language: TH;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/64154b05-dddf-4d24-8322-672e9a148a5a.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>202</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - อาการข้อไหล่ติด]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93354</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;อาการข้อไหล่ติด มีชื่อทางการแพทย์คือ "ถุงหุ้มข้อไหล่อักเสบยึดติด" เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากการอักเสบของถุงหุ้มข้อต่อไหล่ แม้จะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุวัย 50-60 ปี แต่ในปัจจุบันพบว่าคนอายุน้อยก็มีอาการนี้กันมากขึ้น เนื่องจากวิถีชีวิตที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน การใช้โทรศัพท์มือถือ และการขาดการออกกำลังกาย จากฐานข้อมูลทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกา StatPearls NCBI, 2023 ระบุว่า มีความชุกของโรค"ถุงหุ้มข้อไหล่อักเสบยึดติด" อยู่ที่ประมาณ 2-5% ของประชากรทั่วไป แม้จะพบมากในกลุ่มอายุ 40-60 ปี แต่ก็พบผู้ป่วยอายุน้อยที่มีอาการนี้เพิ่มขึ้นด้วย</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายแพทย์เจิ้งยังชี้ให้เห็นว่า อายุเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยเสี่ยง แต่อาการข้อไหล่ติดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย โดยมีสาเหตุหลัก ได้แก่ การอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน การได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนจากการบาดเจ็บหรือการผ่าตัด หรือปัจจัยอื่นๆ ทางกายภาพ เช่น ภาวะชี่พร่องและเกล็ดเลือดต่ำ การนอนหลับไม่เพียงพอ และความเครียดสูง ดังนั้นการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันควบคู่ไปกับการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อเริ่มมีอาการ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีในการป้องกันภาวะไหล่ติด นายแพทย์เจิ้ง ชี้ว่า "อาการข้อไหล่ติด" ในมุมมองของแพทย์แผนจีนถูกจัดอยู่ในกลุ่มอาการ "ปี้เจิ้ง" (痹證) Bi Syndrome&nbsp; หรือที่เรียกว่า "ปวดไหล่" 肩痹 หรือ 漏肩風ซึ่งมีสาเหตุจาก ลม ความเย็น ความชื้น เลือดคั่ง ชี่และเลือดพร่อง มากระทำต่อเส้นลมปราณ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ช้าลง เกิดภาวะเลือดคั่งและชี่ติดขัด รบกวนการไหลเวียนของเลือดและชี่ 不通则痛 หรือไม่สามารถนำเลือดและชี่ไปหล่อเลี้ยงบริเวณต่างๆของร่างกายได้ ส่งผลให้เกิดอาการปวดและข้อไหล่ติดขัด</p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr">จากประสบการณ์การรักษาทางคลินิก คุณหมอพบว่าผู้ป่วยภาวะไหล่ติดมักจะมีลักษณะร่างกาย 4 ประเภทหลัก ดังนี้</p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr">1. ความเย็นอุดตันเส้นลมปราณ (風寒阻絡型)</p>
<p dir="ltr">สาเหตุ: มักเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนฤดู หรือหลังจากสัมผัสความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน ทำให้ลมและความเย็นเข้าสู่เส้นลมปราณ</p>
<p dir="ltr">อาการ: ปวดเมื่อยไหล่และอาการจะรุนแรงขึ้นเมื่อเจออากาศเย็น ข้อไหล่ติดขัด</p>
<p dir="ltr">วิธีรักษา: เน้นการทำให้เส้นลมปราณอบอุ่น ขับความเย็น และเปิดเส้นลมปราณ</p>
<p></p>
<p dir="ltr">2.&nbsp; พลังงานชี่และเลือดคั่งค้าง (氣滯血瘀型)</p>
<p dir="ltr">สาเหตุ: เกิดจากเลือดและพลังงานชี่ไหลเวียนไม่สะดวก&nbsp;</p>
<p dir="ltr">อาการ: ปวดจี๊ดๆ เหมือนถูกมีดกรีด จุดปวดที่เดิม และอาการปวดจะรุนแรงขึ้นในตอนกลางคืนจนตื่นนอน</p>
<p dir="ltr">วิธีรักษา: เน้นการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ขจัดภาวะเลือดคั่ง และเปิดเส้นลมปราณ</p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr">3.&nbsp; ชี่และเลือดพร่อง (氣血虛弱型)</p>
<p dir="ltr">สาเหตุ: พลังงานชี่และเลือดในร่างกายอ่อนแอ</p>
<p dir="ltr">อาการ: ไหล่อ่อนแรง เหนื่อยง่าย เมื่อออกแรงเยอะจะมีอาการแย่ลง แต่จะดีขึ้นเมื่อได้พักผ่อน อาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น หายใจลำบากและใบหน้าซีดเซียว</p>
<p dir="ltr">วิธีรักษา: เน้นการบำรุงพลังงานชี่่และเลือด และเสริมสร้างเส้นเอ็นและกระดูกให้แข็งแรง</p>
<p></p>
<p dir="ltr">4.&nbsp; ตับและไตพร่อง (肝腎不足型)</p>
<p dir="ltr">สาเหตุ: พบมากในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ โดยเฉพาะระบบตับและไตที่ไม่แข็งแรง</p>
<p dir="ltr">อาการ: ปวดเมื่อยหัวไหล่ อ่อนแรง มีอาการเวียนศีรษะ หูอื้อ ปวดเอว ปวดเข่า และมือเท้าเย็น</p>
<p dir="ltr">วิธีรักษา: เน้นการบำรุงตับและไต และเสริมสร้างเส้นเอ็นและกระดูกให้แข็งแรง</p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในการรักษาข้อไหล่ติด แพทย์แผนจีนเน้นหลักการวินิจฉัยตามกลุ่มอาการเพื่อการรักษาที่เหมาะสม ประเภทความเย็นอุดตันเส้นลมปราณจะต้องใช้สมุนไพรเพื่อขับไล่ลมและความเย็น ประเภทเลือดคั่งต้องใช้สมุนไพรที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและสลายภาวะเลือดคั่ง ประเภทชี่พร่องต้องใช้สมุนไพรที่ช่วยบำรุงพลังงานชี่และเลือด นายแพทย์เจิ้งกล่าวว่า แพทย์แผนจีนให้ความสำคัญกับการรักษาเฉพาะบุคคล โดยจะพิจารณาจากสภาพร่างกายและอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก และจะใช้ทั้งการฝังเข็มและยาสมุนไพรควบคู่กันในการรักษา</p>
<p></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93354</guid>
      <pubDate>Mon, 22 Dec 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251222_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24016320" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - อาการข้อไหล่ติด</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - อาการข้อไหล่ติด</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr"><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp;อาการข้อไหล่ติด มีชื่อทางการแพทย์คือ "ถุงหุ้มข้อไหล่อักเสบยึดติด" เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากการอักเสบของถุงหุ้มข้อต่อไหล่ แม้จะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุวัย 50-60 ปี แต่ในปัจจุบันพบว่าคนอายุน้อยก็มีอาการนี้กันมากขึ้น เนื่องจากวิถีชีวิตที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน การใช้โทรศัพท์มือถือ และการขาดการออกกำลังกาย </span><span>จากฐานข้อมูลทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกา StatPearls NCBI, 2023 ระบุว่า มีความชุกของโรค"ถุงหุ้มข้อไหล่อักเสบยึดติด" อยู่ที่ประมาณ 2-5% ของประชากรทั่วไป แม้จะพบมากในกลุ่มอายุ 40-60 ปี แต่ก็พบผู้ป่วยอายุน้อยที่มีอาการนี้เพิ่มขึ้นด้วย</span><b></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/3241242b-2a4a-449d-89f4-37af78aa8ea8.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>201</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93276</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีการลดความชื้นภายในที่พักอาศัยแบบประหยัดในชีวิตประจำวันของคนไต้หวัน (ตอนที่ 2) พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูกาลหรือฤดูหนาว อากาศในไต้หวันโดยเฉพาะภาคเหนือ พื้นที่ติดภูเขา แม่น้ำ หรือทะเล ก็จะปริมาณความชื้นในอากาศค่อนข้างมาก ดังนั้นในฤดูหนาวแม้อุณหภูมิจะไม่ได้ต่ำมาก แต่เพราะความชื้นสูงจึงทำให้เรารู้สึกหนาวเย็นกว่าปกติ ซึ่งความชื้นส่งผลต่อความสบายของร่างกายอย่างชัดเจน หากความชื้นสูงเกินไป ร่างกายจะระบายเหงื่อได้ยาก ทำให้รู้สึกอึดอัด เหนียวตัว และเสี่ยงต่อการเกิดผดผื่นหรือการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ในทางตรงกันข้าม หากความชื้นต่ำเกินไป อาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคืองตา คอแห้ง หรือเกิดปัญหาทางเดินหายใจได้ ดังนั้นระดับความชื้นที่เหมาะสมต่อมนุษย์เราจึงจะอยู่ที่ประมาณ 40&ndash;60%</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากความชื้นจะมีผลต่อสุขภาพแล้ว ก็ยังส่งผลต่อสิ่งของภายในบ้าน เพราะทำให้เสื้อผ้าที่ตากไว้แห้งไม่สนิท ตู้เสื้อผ้าหรือชั้นเก็บของเริ่มมีกลิ่นอับเล็กน้อย คนไต้หวันจึงจำเป็นต้องทำการป้องกันความชื้นให้กับทุกมุมภายในบ้าน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความอับชื้นและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ง่าย แม้ปัจจุบันจะมีเครื่องดูดความชื้นหรือเครื่องลดความชื้นออกมาวางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถพึ่งพาเครื่องลดความชื้นได้เสมอไป โดยเฉพาะผู้ที่มีงบประมาณจำกัด ผู้เช่าที่พักอาศัย หรือผู้ที่ต้องการลดความชื้นในพื้นที่เล็กๆ ดังนั้นคนไต้หวันจะมีวิธีการลดความชื้นในชีวิตประจำวันที่ทำได้ง่าย ทำได้จริง ทำได้บ่อย ประหยัดเงิน และเห็นผลชัดเจน อย่างไรบ้าง คลิกปุ่มรับฟังรายการสีแดงตรงมุมบนซ้ายได้เลย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=93276</guid>
      <pubDate>Sun, 21 Dec 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251221_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีการลดความชื้นภายในที่พักอาศัยแบบประหยัดในชีวิตประจำวันของคนไต้หวัน (ตอนที่ 2) พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูกาลหรือฤดูหนาว อากาศในไต้หวันโดยเฉพาะภาคเหนือ พื้นที่ติดภูเขา แม่น้ำ หรือทะเล ก็จะปริมาณความชื้นในอากาศค่อนข้างมาก ดังนั้นในฤดูหนาวแม้อุณหภูมิจะไม่ได้ต่ำมาก แต่เพราะความชื้นสูงจึงทำให้เรารู้สึกหนาวเย็นกว่าปกติ ซึ่งความชื้นส่งผลต่อความสบายของร่างกายอย่างชัดเจน หากความชื้นสูงเกินไป ร่างกายจะระบายเหงื่อได้ยาก ทำให้รู้สึกอึดอัด เหนียวตัว และเสี่ยงต่อการเกิดผดผื่นหรือการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ในทางตรงกันข้าม หากความชื้นต่ำเกินไป อาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคืองตา คอแห้ง หรือเกิดปัญหาทางเดินหายใจได้ ดังนั้นระดับความชื้นที่เหมาะสมต่อมนุษย์เราจึงจะอยู่ที่ประมาณ 40&ndash;60%</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/4eb07cfd-9acb-41b4-814e-0ca2bff31d04.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>200</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 16 ธ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92878</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">รายการครั้งนี้อยากพาคุณผู้ฟังดำดิ่งสู่เรื่องราวของ แมงกะพรุนหัวคว่ำ หนึ่งในสิ่งมีชีวิตลึกลับแห่งท้องทะเล ซึ่งอาศัยอยู่ทั้งบนพื้นทะเลและผืนมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ซ่อนความมหัศจรรย์ไว้อย่างน่าค้นหา ทั้งนี้ ไม่นานมานี้ โรงเรียนมัธยมปลาย หลินหยวน (林園高中) นครเกาสง ประสบความสำเร็จในการวิจัยแมงกะพรุนหัวคว่ำ โดยเฉพาะความสามารถในการ งอกใหม่ของร่างกาย จนคว้าทุนจาก มูลนิธิเพื่อการศึกษากระแสน้ำคูโรชิโอะ ประจำปี 2025 มูลค่า 10,000 เหรียญไต้หวัน ในการแข่งขันการศึกษาทางทะเลระดับชาติ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทางโรงเรียนเผยว่า ทีมครู&ndash;นักเรียนติดตามและบันทึกการฟื้นตัวของแมงกะพรุนหลังบาดเจ็บเป็นเวลานาน ผลงานนี้สะท้อนการสืบค้นเชิงวิทยาศาสตร์อย่างเข้มแข็ง และเผยแพร่สู่เวทีนานาชาติ นอกจากนี้ โรงเรียนยังเคยคว้ารางวัลด้านวิทยาศาสตร์หลายปีซ้อน รวมถึงรางวัลการนำเสนอบทความภาษาอังกฤษ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผลงานที่ได้รับรางวัลปีนี้มีหัวข้อ &ldquo;ความลับของเมดูซา&rdquo; นักเรียนศึกษาแมงกะพรุนทั้งในธรรมชาติและในระบบเพาะเลี้ยงของโรงเรียน เพื่อเข้าใจกลไกการงอกใหม่และการใช้พลังงานของเซลล์เข็มพิษ พร้อมเรียนรู้ทักษะการทำงานเป็นทีมจากกระบวนการทดลอง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">คุณครู เฉินยิวหลี่ (陳悠里) ผู้ดูแลโครงการ ระบุว่า การทำวิจัยต่อเนื่องกว่า 6 ปี ตั้งแต่มัธยมต้นถึงมัธยมปลาย ช่วยให้ทีมเก็บข้อมูลระยะยาว ทั้งด้านปัจจัยแวดล้อม เช่น ความเค็ม แสง และอุณหภูมิ รวมถึงวิเคราะห์เมือกและความเป็นพิษของเซลล์เข็มพิษ ขณะที่ฝ่ายวิชาการย้ำว่า โรงเรียนพัฒนาหลักสูตรบูรณาการ &ldquo;นิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ &times; ความยั่งยืนทางทะเล &times; การสืบค้นทางวิทยาศาสตร์&rdquo; และทำงานร่วมกับองค์กรท้องถิ่นเพื่อเสริมการเรียนรู้แบบภาคสนาม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผู้อำนวยการโรงเรียน เฉินก้วนจาง (陳冠璋) กล่าวว่าการสนับสนุนจากมูลนิธิ KOEF ช่วยกระตุ้นให้เยาวชนสนใจปัญหาทะเลมากขึ้น และโรงเรียนได้นำจุดเด่นของท้องถิ่นมาพัฒนาหลักสูตร &ldquo;มองพื้นที่ชุ่มน้ำในมุมกลับ&rdquo; ให้เป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">มูลนิธิเพื่อการศึกษากระแสน้ำคูโรชิโอะ (Kuroshio Ocean Education Foundation &mdash; KOEF) เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรแห่งแรกของไต้หวันที่ให้ความสำคัญกับ สุขภาวะของท้องทะเล KOEF สนับสนุนงานทางทะเล 3 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัยทางทะเล, กิจกรรมอนุรักษ์ และงานสร้างสรรค์/ศิลปะเกี่ยวกับทะเล มีเป้าหมายสร้างคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจทะเล และกระตุ้นให้สังคมเห็นคุณค่าของมหาสมุทร</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำหรับแมงกะพรุนหัวคว่ำที่นักเรียนมัธยมปลายหลินหยวนวิจัยนั้น ก็เป็นแมงกะพรุนชนิดเดียวที่อาศัยอยู่บนพื้นทะเลหรือพื้นมหาสมุทร โตเต็มที่ประมาณ 30 เซนติเมตร ส่วนหัวคว่ำลงช่วยให้มันใช้หนวดโบกพัดน้ำเพื่อจับแพลงก์ตอนเป็นอาหาร นอกจากนี้ยังได้พลังงานจากสาหร่ายซูแซนเทลลี่ที่อาศัยอยู่ในตัวเพื่อเจริญเติบโต มีเข็มพิษรอบหนวดเพื่อป้องกันตัว และตัวเมียเก็บไข่รอใช้หนวดดักสเปิร์มของตัวผู้ เรียกได้ว่าเป็นนักล่าและผู้ป้องกันตัวที่ชาญฉลาดในคราวเดียว</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92878</guid>
      <pubDate>Tue, 16 Dec 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251216_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36002880" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 16 ธ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 16 ธ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">รายการครั้งนี้อยากพาคุณผู้ฟังดำดิ่งสู่เรื่องราวของ <b>แมงกะพรุนหัวคว่ำ</b> หนึ่งในสิ่งมีชีวิตลึกลับแห่งท้องทะเล ซึ่งอาศัยอยู่ทั้งบนพื้นทะเลและผืนมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ซ่อนความมหัศจรรย์ไว้อย่างน่าค้นหา ทั้งนี้ ไม่นานมานี้ โรงเรียนมัธยมปลาย <b>หลินหยวน (</b></span><b><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">林園高中</span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">)</span></b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">นครเกาสง ประสบความสำเร็จในการวิจัยแมงกะพรุนหัวคว่ำ โดยเฉพาะความสามารถในการ <b>งอกใหม่ของร่างกาย</b> จนคว้าทุนจาก <b>มูลนิธิเพื่อการศึกษากระแสน้ำคูโรชิโอะ</b> ประจำปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2025 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">มูลค่า </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">10,000 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เหรียญไต้หวัน ในการแข่งขันการศึกษาทางทะเลระดับชาติ</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/470aaee2-3347-4b3c-a1c0-2d9c1d430c29.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>199</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 16 ธ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92877</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เครื่องจักรไต้หวันชูซอฟต์แวร์ผลิตอัจฉริยะ เน้น &ldquo;ผลิตในไต้หวัน&rdquo; รับกระแสซัพพลายเชนไม่พึ่งจีน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การส่งออกเครื่องจักรไต้หวันขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 สะท้อนสัญญาณฟื้นตัวของอุตสาหกรรมโดยรวม โดยสมาคมเครื่องจักรไต้หวันระบุว่า เดือนตุลาคม 2025 มูลค่าส่งออกอยู่ที่ 2,658 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.8% เมื่อเทียบรายปี และยอดสะสม 10 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 7.3% อย่างไรก็ตาม กลุ่มเครื่องมือกลยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและค่าเงินดอลลาร์ไต้หวันแข็งค่า ส่งผลให้ความสามารถแข่งขันด้านราคาลดลง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แม้สหรัฐและจีนยังคงเป็นสองตลาดหลัก และการส่งออกไปสหรัฐเริ่มกลับมามีเสถียรภาพหลังความผันผวนด้านนโยบายภาษี แต่ปัจจัยค่าเงินยังเป็นความท้าทายสำคัญต่อการฟื้นตัวในระยะต่อไป</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว ผู้ผลิตเครื่องจักรไต้หวันเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะและระบบอัตโนมัติ ดังที่สะท้อนในงานสัมมนาภายในนิทรรศการ METALEX ของไทย ภายใต้หัวข้อ &ldquo;Shaping the Future of Smart Manufacturing&rdquo; ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม &ldquo;TAIWAN SELECT &ndash; ไต้หวันสมาร์ทแมนูแฟกเจอริ่ง&rdquo; ผู้ประกอบการไต้หวันชี้ว่า จุดแข็งสำคัญคือซอฟต์แวร์ที่ช่วยตรวจสอบกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ เพิ่มอัตราการผลิตดี ลดของเสีย และลดการพึ่งพาแรงงาน ช่วยแก้ปัญหาสายการผลิตหยุดชะงักและคุณภาพไม่สม่ำเสมอ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ขณะเดียวกัน กระแสซัพพลายเชนที่ไม่พึ่งพาจีนยิ่งหนุนความได้เปรียบของสินค้า &ldquo;ผลิตในไต้หวัน&rdquo; โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ และยังเปิดโอกาสให้ไต้หวันมีบทบาทสำคัญในการช่วยผู้ประกอบการขยายฐานการผลิตในประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกที่กำลังเร่งตัว</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92877</guid>
      <pubDate>Tue, 16 Dec 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251216_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36003840" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 16 ธ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 16 ธ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #e67e23;"><strong><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">เครื่องจักรไต้หวันชูซอฟต์แวร์ผลิตอัจฉริยะ เน้น &ldquo;ผลิตในไต้หวัน&rdquo; รับกระแสซัพพลายเชนไม่พึ่งจีน</span></strong></span><span lang="EN-US" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/8acd079c-a3a7-4bb9-ad14-76fb98107f71.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>198</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - เทคนิคผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบแผลเล็ก]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92798</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">โรงพยาบาลผิงตง (屏東醫院) ได้นำเข้า 2 เทคนิคการผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Spine Surgery : MIS) ที่ทันสมัย ได้แก่ การผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอวผ่านกล้อง Endoscope แบบรูเดียว และการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอนโดสโคปแบบสองรู ทั้งสองแบบมีข้อดีคือแผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ลดการทำลายกล้ามเนื้อ แต่ต้องอาศัยความชำนาญสูงจากศัลยแพทย์ และเทคนิคนี้ทำให้ผู้ป่วยในผิงตงไม่ต้องเดินทางไปรักษาไกลถึงเมืองใหญ่อย่างเกาสง ก็สามารถเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบแผลเล็กในระดับเทียบเท่าศูนย์การแพทย์ได้แล้ว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">เคสตัวอย่างมีผู้ป่วยหญิงสองราย คือหญิงแซ่ฉือ อายุ 64 ปี และหญิงแซ่เฉิน อายุ 82 ปี หลังจากเข้ารับการผ่าตัดด้วยเทคนิคดังกล่าว ทั้งคู่สามารถลุกจากเตียงและเดินได้ในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด และมีอาการฟื้นตัวดีมาก ซึ่งสะท้อนถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีใหม่และความพร้อมของโรงพยาบาลผิงตงในการให้บริการระดับศูนย์การแพทย์ใกล้บ้านผู้ป่วย</p>
<p class="MsoNormal">กรณีศึกษาที่ 1 การผ่าตัดด้วยกล้องเอนโดสโคปแบบช่องเดียว</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;หญิงแซ่ฉือมีอาการปวดร้าวอย่างรุนแรงที่ขาขวาเป็นเวลา 4 เดือนเศษ เนื่องจากอุ้มหลานชาย ผลการตรวจพบว่าเป็นหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอว L5&ndash;S1 เคลื่อนกดทับเส้นประสาทและเกิดภาวะโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal Stenosis) ทำให้มีอาการปวดเรื้อรัง แม้จะได้รับยาแก้ปวดและกายภาพบำบัดแล้วแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น แพทย์จึงใช้การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวผ่านกล้องเอนโดสโคปแบบรูเดียว ซึ่งแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก ประมาณ 1 เซนติเมตร เสียเลือดน้อย สามารถนำหมอนรองกระดูกที่กดทับออกได้อย่างแม่นยำ หลังการผ่าตัด อาการปวดของเธอบรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัด และสามารถเดินกลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;กรณีศึกษาที่&nbsp;2 การผ่าตัดแบบใช้ยาชาเฉพาะจุด</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;หญิงแซ่เฉินมีอาการปวดขาขวาอย่างรุนแรง ผลการตรวจพบว่าเป็น ภาวะช่องทางออกของเส้นประสาทบริเวณกระดูกเอว L4&ndash;L5 ตีบแคบร่วมกับหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท เนื่องจากเธอมีอายุมาก ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการดมยาสลบและการผ่าตัดแผลใหญ่ หลังจากการพูดคุยกับครอบครัว แพทย์ได้เลือกใช้วิธีการผ่าตัดผ่านกล้องเอนโดสโคปแบบรูเดียวทางด้านข้างด้วยการใช้ยาชาเฉพาะที่ โดยผู้ป่วยยังคงมีสติระหว่างการผ่าตัด แพทย์ใช้รอยกรีดเล็ก ๆ เพียง 1&nbsp; เซนติเมตร&nbsp; และใช้กล้องเอนโดสโคปนำเนื้อเยื่อที่กดทับเส้นประสาทออกไป พร้อมทั้งสามารถพูดคุยโต้ตอบกับผู้ป่วยเพื่อเช็กอาการได้แบบเรียลไทม์ หลังผ่าตัด หญิงรายนี้ฟื้นตัวดีมาก และสามารถ ออกจากโรงพยาบาลได้ในวันรุ่งขึ้น</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;นายแพทย์จางชูฮั่น (張書瀚) แพทย์แผนกศัลยกรรมระบบประสาทของโรงพยาบาลผิงตง กล่าวว่า การผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอนโดสโคปแบบสองรูหรือสองแผล เป็นเทคนิคที่ใช้แผลผ่าตัดเพียงเล็กน้อยมาก โดยทำผ่านแผลสองรู ขนาดประมาณ 0.7&ndash;1 เซนติเมตร หนึ่งรูใช้สำหรับส่องกล้อง เพื่อให้เห็นภาพภายในแบบคมชัด การผ่าตัดจะใช้ น้ำช่วยล้างและเปิดพื้นที่มองเห็น ทำให้ศัลยแพทย์สามารถทำงานได้อย่างละเอียดและปลอดภัย ความคมชัดสูงของภาพช่วยให้เห็นเส้นประสาทและเนื้อเยื่ออย่างชัดเจน เทคนิคนี้ถูกออกแบบให้ได้ประโยชน์ทั้งความชัดเจนแบบการผ่าตัดเปิด และความเสียหายน้อยแบบการผ่าตัดแผลเล็ก จึงเหมาะสำหรับรักษาโรคกระดูกสันหลังหลายชนิด เช่นทหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ และภาวะหนาตัวของเส้นเอ็นเหลือง</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;หวังเซินเหริน (王森稔) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลผิงตง กล่าวว่า การผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอนโดสโคปแบบแผลเล็กได้กลายเป็นแนวโน้มสากล เนื่องด้วยมีข้อดีหลายด้านเช่น แผลมีขนาดเล็กมาก เสียเลือดน้อย อาการปวดหลังผ่าตัดไม่รุนแรง และใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้น และผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกขึ้นทำกิจกรรมได้ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดลงได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคเรื้อรังร่วมด้วย โดยหวังว่าการที่โรงพยาบาลผิงตงได้นำเทคโนโลยีการผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบแผลเล็กมาใช้ เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นได้รับการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดดยไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงเมืองใหญ่</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92798</guid>
      <pubDate>Mon, 15 Dec 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251215_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24000960" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - เทคนิคผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบแผลเล็ก</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - เทคนิคผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบแผลเล็ก</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 微軟正黑體;">โรงพยาบาลผิงตง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 微軟正黑體;">(</span><span style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: '微軟正黑體','sans-serif'; mso-ascii-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-hansi-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-bidi-font-family: 'TH Sarabun New';">屏東醫院</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 微軟正黑體;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 微軟正黑體;">ได้นำเข้า </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 微軟正黑體;">2 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 微軟正黑體;">เทคนิคการผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบแผลเล็ก </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 微軟正黑體;">(Minimally Invasive Spine Surgery : MIS) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 微軟正黑體;">ที่ทันสมัย ได้แก่ การผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอวผ่านกล้อง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 微軟正黑體;">Endoscope </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 微軟正黑體;">แบบรูเดียว และการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอนโดสโคปแบบสองรู ทั้งสองแบบมีข้อดีคือแผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ลดการทำลายกล้ามเนื้อ แต่ต้องอาศัยความชำนาญสูงจากศัลยแพทย์ และเทคนิคนี้ทำให้ผู้ป่วยในผิงตงไม่ต้องเดินทางไปรักษาไกลถึงเมืองใหญ่อย่างเกาสง ก็สามารถเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบแผลเล็กในระดับเทียบเท่าศูนย์การแพทย์ได้แล้ว</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 微軟正黑體;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/aa46b08a-539f-4e3b-b209-f85f22d9e8f6.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>197</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92766</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีการลดความชื้นภายในที่พักอาศัยแบบประหยัดในชีวิตประจำวันของคนไต้หวัน (ตอนที่ 1) พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูกาลหรือฤดูหนาว อากาศในไต้หวันโดยเฉพาะภาคเหนือ พื้นที่ติดภูเขา แม่น้ำ หรือทะเล ก็จะปริมาณความชื้นในอากาศค่อนข้างมาก ดังนั้นในฤดูหนาวแม้อุณหภูมิจะไม่ได้ต่ำมาก แต่เพราะความชื้นสูงจึงทำให้เรารู้สึกหนาวเย็นกว่าปกติ ซึ่งความชื้นส่งผลต่อความสบายของร่างกายอย่างชัดเจน หากความชื้นสูงเกินไป ร่างกายจะระบายเหงื่อได้ยาก ทำให้รู้สึกอึดอัด เหนียวตัว และเสี่ยงต่อการเกิดผดผื่นหรือการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ในทางตรงกันข้าม หากความชื้นต่ำเกินไป อาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคืองตา คอแห้ง หรือเกิดปัญหาทางเดินหายใจได้ ดังนั้นระดับความชื้นที่เหมาะสมต่อมนุษย์เราจึงจะอยู่ที่ประมาณ 40&ndash;60%</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากความชื้นจะมีผลต่อสุขภาพแล้ว ก็ยังส่งผลต่อสิ่งของภายในบ้าน เพราะทำให้เสื้อผ้าที่ตากไว้แห้งไม่สนิท ตู้เสื้อผ้าหรือชั้นเก็บของเริ่มมีกลิ่นอับเล็กน้อย คนไต้หวันจึงจำเป็นต้องทำการป้องกันความชื้นให้กับทุกมุมภายในบ้าน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความอับชื้นและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ง่าย แม้ปัจจุบันจะมีเครื่องดูดความชื้นหรือเครื่องลดความชื้นออกมาวางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถพึ่งพาเครื่องลดความชื้นได้เสมอไป โดยเฉพาะผู้ที่มีงบประมาณจำกัด ผู้เช่าที่พักอาศัย หรือผู้ที่ต้องการลดความชื้นในพื้นที่เล็กๆ ดังนั้นคนไต้หวันจะมีวิธีการลดความชื้นในชีวิตประจำวันที่ทำได้ง่าย ทำได้จริง ทำได้บ่อย ประหยัดเงิน และเห็นผลชัดเจน อย่างไรบ้าง คลิกปุ่มรับฟังรายการสีแดงตรงมุมบนซ้ายได้เลย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับ 5 เปิดโหมดดูดความชื้นของเครื่องปรับอากาศ (冷氣除濕功能)</p>
<p style="text-align: center;">อันดับ 6 ใช้ถ่านไม้ไผ่ (竹炭)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับ 7 ทำตัวดูดความชื้นเอง (DIY除濕法)</p>
<p style="text-align: center;">อันดับ 8 ใช้ถ่านไม้ (木炭)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับ 9 ใช้เทียนหอม (香氛蠟燭)</p>
<p style="text-align: center;">อันดับ 10 ใช้ถุงกระดาษดูดความชื้น (除濕紙)</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92766</guid>
      <pubDate>Sun, 14 Dec 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251214_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36003840" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีการลดความชื้นภายในที่พักอาศัยแบบประหยัดในชีวิตประจำวันของคนไต้หวัน (ตอนที่ 1) พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูกาลหรือฤดูหนาว อากาศในไต้หวันโดยเฉพาะภาคเหนือ พื้นที่ติดภูเขา แม่น้ำ หรือทะเล ก็จะปริมาณความชื้นในอากาศค่อนข้างมาก ดังนั้นในฤดูหนาวแม้อุณหภูมิจะไม่ได้ต่ำมาก แต่เพราะความชื้นสูงจึงทำให้เรารู้สึกหนาวเย็นกว่าปกติ ซึ่งความชื้นส่งผลต่อความสบายของร่างกายอย่างชัดเจน หากความชื้นสูงเกินไป ร่างกายจะระบายเหงื่อได้ยาก ทำให้รู้สึกอึดอัด เหนียวตัว และเสี่ยงต่อการเกิดผดผื่นหรือการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ในทางตรงกันข้าม หากความชื้นต่ำเกินไป อาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคืองตา คอแห้ง หรือเกิดปัญหาทางเดินหายใจได้ ดังนั้นระดับความชื้นที่เหมาะสมต่อมนุษย์เราจึงจะอยู่ที่ประมาณ 40&ndash;60%</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/2d2a99a9-1aa5-4786-91b5-97c16a3ad239.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>196</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 9 ธ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92397</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หากพูดถึงเขตจินซาน (金山) ในนครนิวไทเป หลายคนย่อมนึกถึง &ldquo;มันเทศไถหนง 66&rdquo; ที่ขึ้นชื่อที่สุดของพื้นที่ ดินทรายระบายน้ำดี น้ำจากภูเขาหยางหมิง ลมทะเล และอุณหภูมิกลางวัน&ndash;กลางคืนที่ต่างกัน ล้วนทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งปลูกมันเทศชั้นยอด ผลผลิตรวมแตะปีละราว 1.6 ล้านกิโลกรัม นักท่องเที่ยวยังนิยมชิม &ldquo;บัวลอยมันเทศน้ำแข็งไส&rdquo; และซื้อ &ldquo;มันเทศอบ&rdquo; กลับบ้าน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แต่รู้หรือไม่ว่า ทั้งจินซานมีเพียงเจ้าเดียวที่ปลูกมันเทศไถหนง 66 แบบออร์แกนิก&mdash;&ldquo;เฉินจงชิ่ง (陳忠慶)&rdquo; แห่ง Mr Chen Farm (陳家農舍) อดีตวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกร นักคิด&ndash;นักทดลอง ผู้ลงมือเรียนรู้ทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง และสร้างพื้นที่ปลูกออร์แกนิกซึ่งให้ผลผลิตเพียงปีละราว 20,000 กิโลกรัม ท่ามกลางความท้าทายของสภาพอากาศที่คาดเดายาก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัจจุบัน Mr Chen Farm กลายเป็นแบรนด์เกษตรอินทรีย์ชื่อดัง ทั้งออนไลน์และตามงานต่าง ๆ โดยเฉพาะ &ldquo;มันเทศเนื้อม่วง&rdquo; ที่มีจำนวนจำกัด แฟนคลับแห่จองจนหมดก่อนเปิดขาย แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ เส้นทางของเขาไม่ง่ายเลย เมื่อกว่า 10 ปีก่อน ตอนเริ่มเปลี่ยนสู่ระบบอินทรีย์ ผลผลิตปีแรกเหลือเพียงราว 1,800 กิโลกรัม และแทบไม่มีใครซื้อจนต้องกองในโกดัง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ความรู้เรื่องปลูกมันเทศอินทรีย์แทบไม่มีให้ศึกษา คุณเฉินจงชิ่งจึงอาศัยการลองผิดลองถูก ลุยทดลองซ้ำจนได้ &ldquo;สูตรของตัวเอง&rdquo; แม้งานอินทรีย์ต้องใช้แรงและต้นทุนสูงกว่า ทั้งการกำจัดวัชพืชและปุ๋ยอินทรีย์ แต่เขามองว่า &ldquo;คุ้มค่า&rdquo; เพราะการใช้สารเคมีมากเกินไปทำให้ดินจินซานแข็ง เนื้อมันเทศจึงกระด้าง ต่างจากมันเทศออร์แกนิกของเขาที่ผ่านการรับรองปลอดสารเคมี&ndash;โลหะหนัก เมื่อนึ่งหรืออบ เนื้อนุ่มและหวานหอมตามธรรมชาติ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากปลูกมันเทศ เขายังเปิดพื้นที่ให้คนเมืองได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม &ldquo;Farm Experience&rdquo; ชวนเด็กและผู้ใหญ่ลงมือขุดมัน เก็บข้าวโพดอ่อน ปั้นบัวลอย และอบมันด้วยตัวเอง พร้อมลองนั่งรถขนผลผลิตหรือยกกระสอบ หากอากาศไม่ร้อนเกินไป เพื่อให้เข้าใจ &ldquo;ความเหนื่อยและความสุขของชาวสวน&rdquo; เขายังอยากปลูกฝังเรื่อง &ldquo;อย่าตัดสินอาหารจากรูปลักษณ์&rdquo; เพราะผลผลิตธรรมชาติมีรูปร่างต่างกันเป็นเรื่องปกติ&mdash;ข้อความที่เขาบอกว่า ไม่ได้สอนแค่เด็ก แต่เตือนพ่อแม่ด้วยว่า &ldquo;ของดี ไม่ได้วัดจากหน้าตา&rdquo; ซึ่งก็สะท้อนประสบการณ์ที่เขาเคยเจอไม่น้อยจากคนที่ &ldquo;เลือกซื้อมันเทศด้วยสายตา มากกว่าด้วยใจ&rdquo;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92397</guid>
      <pubDate>Tue, 09 Dec 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251209_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36010560" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 9 ธ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 9 ธ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">หากพูดถึงเขตจินซาน (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">金山</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ในนครนิวไทเป หลายคนย่อมนึกถึง &ldquo;มันเทศไถหนง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">66&rdquo; </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ที่ขึ้นชื่อที่สุดของพื้นที่ ดินทรายระบายน้ำดี น้ำจากภูเขาหยางหมิง ลมทะเล และอุณหภูมิกลางวัน&ndash;กลางคืนที่ต่างกัน ล้วนทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งปลูกมันเทศชั้นยอด ผลผลิตรวมแตะปีละราว </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">1.6 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ล้านกิโลกรัม นักท่องเที่ยวยังนิยมชิม &ldquo;บัวลอยมันเทศน้ำแข็งไส&rdquo; และซื้อ &ldquo;มันเทศอบ&rdquo; กลับบ้าน</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/ff02c1a3-169e-4a22-93fd-036a4b8d734d.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>195</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 9 ธ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92396</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan; layout-grid-mode: char;">ดาวเทียม&ldquo;ฉีโป๋หลิน&rdquo;ได้ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศสำเร็จ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan; layout-grid-mode: char;">ดาวเทียมดวงแรกของโครงการ (FORMOSAT-8) ซึ่งมีชื่อเรียกว่าดาวเทียม&ldquo;ฉีโป๋หลิน&rdquo;ได้ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศ ในช่วงเช้ามืด วันที่ 29 พฤศจิกายน 2025 และได้เข้าสู่วงโคจรอย่างราบรื่นเวลาประมาณ 05.04 น. ตามเวลาไต้หวัน ศูนย์อวกาศแห่งชาติไต้หวันเปิดเผยว่า เวลา 05.34 น. ดาวเทียมได้ติดต่อกับสถานีภาคพื้นดินที่ประเทศนอร์เวย์เป็นครั้งแรก เป็นเวลา 11 นาที 51 วินาที โดยข้อมูลเบื้องต้นยืนยันว่าดาวเทียมอยู่ในสภาพสมบูรณ์ </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">Formosat 8 เป็นกลุ่มดาวเทียมสำรวจระยะไกลเชิงแสงที่ผลิตโดยไต้หวันเอง โดยดาวเทียมดวงแรก (FS-8A) มีสัดส่วนการผลิตชิ้นส่วนสำคัญในประเทศสูงถึง 84% ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อเป็นผู้ตั้งชื่อว่า &ldquo;ฉีโป๋หลิน&rdquo; เพื่อสืบสานจิตวิญญาณของผู้กำกับสารคดีผู้ล่วงลับ ฉีโป๋หลิน นักถ่ายภาพจากที่สูงผู้มุ่งมั่นปกป้องไต้หวัน หวังว่าดาวเทียมดวงนี้จะเฝ้ามอง บันทึก และทำให้โลกเห็นไต้หวันจากเบื้องบนอวกาศ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">การปล่อยจรวดถูกเลื่อนหลายครั้ง ครั้งล่าสุดกำหนดปล่อยเวลา 02.18 น. วันที่ 29 พ.ย. 2025 แต่ SpaceX ประเมินว่าอาจมีความเสี่ยงต่อการชนกันหลังเข้าวงโคจร จึงเลื่อนเป็น 02.44 น. โดยใช้จรวด Falcon 9 เที่ยวบิน &ldquo;Transporter-15&rdquo; จากฐานทัพอวกาศแวนเดนเบิร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ และปล่อยขึ้นสู่อวกาศสำเร็จ ดาวเทียมฉีโป๋หลินแยกตัวออกจากจรวดเวลา 05.04 น. และเข้าสู่วงโคจรที่กำหนดไว้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ผู้อำนวยการศูนย์อวกาศฯ นายอู๋จงซิ่น(吳宗信) ระบุว่า สถานีภาคพื้นดินที่รับผิดชอบการอัปโหลดคำสั่ง และรับข้อมูลมีทั้งหมด 3 แห่งในไต้หวัน ได้แก่ เมืองซินจู๋ เถาหยวน และไถหนาน รวมถึง 2 สถานีในต่างประเทศ ได้แก่ สวาลบาร์ด (นอร์เวย์) และสถานีวิจัยโทรลล์ในแอนตาร์กติกา เขากล่าวว่า ตามเส้นทางวงโคจร &nbsp;ดาวเทียมจะติดต่อครั้งแรกกับสถานีที่นอร์เวย์ ขณะอยู่ในโหมดความถี่ต่ำ ข้อมูลที่ได้รับชี้ว่าแผงโซลาร์เซลล์กางออกสมบูรณ์ ระบบขับเคลื่อนมีแรงดันตามปกติ อุณหภูมิแบตเตอรี่เป็นปกติ ระบบควบคุมทิศทางเริ่มทำงานแล้ว และจะส่งคำสั่งเพื่อทำให้สถานะของดาวเทียมเสถียรยิ่งขึ้นในการติดต่อกับดาวเทียมครั้งต่อไป</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ศูนย์อวกาศฯ ระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากดาวเทียมฉีโป๋หลินของ Formosat 8 แล้ว ยังมีดาวเทียมขนาดเล็กแบบ CubeSat ของไต้หวันอีก 5 ดวงร่วมเดินทางไปกับจรวด Transporter-15 ซึ่งเข้าสู่วงโคจรภารกิจที่ความสูง 510 กม. เวลา 03.16 น. วันที่ 29 พ.ย. 2025 ได้แก่ &ldquo;จงเชวี่ย 1(鐘雀)&rdquo;, &ldquo;เฮยยวน 1(黑鳶)&rdquo;, &ldquo;ซิ่นเทียนอง 1(信天翁)&rdquo; ซึ่งพัฒนาภายใต้โครงการ Star Tracker ของศูนย์อวกาศฯ โดยบริษัทท้องถิ่น 3 ราย และดาวเทียม Lilium-2 และ Lilium-3 ที่ร่วมพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำของไต้หวันหลายแห่ง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">โครงการ Formosat 8 มีกำหนดสร้างดาวเทียมทั้งหมด 8 ดวง แบ่งเป็นดาวเทียมถ่ายภาพความละเอียด 1 เมตร 6 ดวง และดาวเทียมความละเอียดสูงกว่า 1 เมตรอีก 2 ดวง โดยจะถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรดวงอาทิตย์สัมพันธ์ที่ระดับความสูง 561 กม. ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปจนแล้วเสร็จในปี 2031 ความละเอียดภาพสูงกว่าดาวเทียม Formosat 5 ที่ 2 เมตรอย่างชัดเจน และเมื่อทำงานแบบเป็นกลุ่มจะสามารถถ่ายภาพพื้นโลกได้บ่อยขึ้นและชัดเจนยิ่งกว่าเดิม</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92396</guid>
      <pubDate>Tue, 09 Dec 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251209_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36011520" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 9 ธ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 9 ธ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan; layout-grid-mode: char;"><span style="color: #e67e23;"><strong><span lang="th" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-fareast-font-family: 'Angsana New'; mso-ansi-language: #001E;"><span lang="th" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-fareast-font-family: 'Angsana New'; mso-ansi-language: #001E; mso-fareast-language: ZH-TW; mso-bidi-language: TH;">ดาวเทียม&ldquo;ฉีโป๋หลิน&rdquo;ได้ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศสำเร็จ</span></span></strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/20251129000004.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>194</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - บัตรประกันสุขภาพดิจิทัล]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92322</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ผลักดันการใช้ บัตรประกันสุขภาพแบบเสมือนจริงหรือเวอร์ชันดิจิทัล (虛擬健保卡) โดยโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์จีน (China Medical University Hospital) รายงานว่า มีปริมาณการใช้งานทะลุ 30,000 คนครั้ง และเคยเป็นอันดับหนึ่งของประเทศในด้านปริมาณการใช้บัตรประกันสุขภาพเสมือนจริง โรงพยาบาลฯ เน้นย้ำถึงการผสานระบบนี้เข้ากับแอปพลิเคชัน "Smart Health App" ของโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจรักษาและความสะดวกในการเข้ารับบริการทางการแพทย์</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ขณะที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกไถจง (Taichung Veterans General Hospital) เพิ่งเริ่มนำระบบนี้มาใช้ในปีนี้ และพบว่าจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าภายใน 2 เดือน ด้านสมาพันธ์คลินิกแห่งสาธารณรัฐจีน แสดงความเห็นว่า คลินิกถือเป็นองค์กรขนาดเล็ก ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมากในด้านระบบข้อมูลดิจิทัลและสภาพการตรวจรักษา จึงแนะนำให้รัฐบาลรวมระบบดิจิทัลของประกันสุขภาพบนคลาวด์เข้ามาไว้ในระบบด้วย ซึ่งโรงพยาบาลทหารผ่านศึกไถจง ได้เริ่มส่งเสริมการใช้บัตรประกันสุขภาพเสมือนจริงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีนี้ โดยเริ่มจากผู้ป่วยฟอกไตและผู้ป่วยที่ล้างไตทางช่องท้อง ทำให้มีอัตราการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; เถิงเจี๋ยหลิน (滕傑林) ผู้อำนวยการแผนกผู้ป่วยนอก กล่าวว่า ผู้ป่วยมีปฏิกิริยาตอบรับที่ดีมาก เพราะไม่ต้องกังวลหากลืมนำบัตรประกันสุขภาพมา เพียงใช้บัตรเสมือนจริงก็สามารถลงทะเบียนเข้ารับการตรวจ พบแพทย์ และรับยาได้ และเมื่อรวมกับบริการการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ก็สามารถดำเนินการทางการแพทย์ได้แบบครบวงจร (One-stop service) ในขณะที่แพทย์ตรวจรักษา เมื่อใช้การยืนยันตัวตนผ่านระบบ จะใช้เวลาเพียง 30 วินาทีในการอ่านข้อมูลประวัติการใช้ยาบนคลาวด์และข้อมูลทางการแพทย์อื่นๆ ของผู้ป่วย ซึ่งแพทย์ก็รู้สึกว่าสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายยังเสนอแนะให้ใช้บัตรเสมือนจริงในการลงทะเบียนออนไลน์จากจุดอื่นๆ ภายในโรงพยาบาล เพื่อลดเวลารอและเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้ารับบริการทางการแพทย์</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; โจวเต๋อหยาง (周德陽) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์จีนกล่าวว่า การผสานระบบเข้ากับแอปพลิเคชัน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้ารับบริการทางการแพทย์ ผู้ป่วยสามารถลงทะเบียนหลายแผนกได้ตั้งแต่หน้าประตูโรงพยาบาล โดยไม่ต้องเบียดเสียดกันบริเวณหน้าห้องตรวจ และแอปพลิเคชันยังแสดงความคืบหน้าของลำดับคิวการตรวจด้วย นอกจากนี้ ผู้ปกครองที่แผนกเด็กของสาขาหยุนหลิน ก็ใช้บัตรประกันสุขภาพเสมือนจริง และกล่าวว่าไม่ต้องวุ่นวายหาบัตรประกันสุขภาพเวลาพาเด็กๆ ไปหาหมอ</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ซือเซิ่งหวน (施勝桓) แพทย์คลินิกกุมารเวชศาสตร์กล่าวว่า หากผู้ป่วยคุ้นเคยกับการใช้บัตรประกันสุขภาพเสมือนจริง ทางคลินิกก็จะติดตั้งระบบให้ ส่วนเหลียวเหวินเจิ้น (廖文鎮) ประธานสมาพันธ์คลินิกแห่งชาติ ให้ความเห็นว่า การเพิ่มบริการบัตรเสมือนจริงเป็นการเพิ่มความยุ่งยากในการทำงาน แต่สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติมีโครงการเงินอุดหนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบคลาวด์ของระบบบริการข้อมูลสถานพยาบาลปฐมภูมิในปีนี้ เพื่อช่วยให้คลินิกได้รับอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบบัตรเสมือนจริง</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยโรงพยาบาลฉือจี้นครไทจง ก็ได้เพิ่มเครื่องสแกนบัตรประกันสุขภาพเสมือนจริงในห้องตรวจทุกห้องตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว และโรงพยาบาลยังมอบคูปองเงินสดมูลค่า 50 เหรียญ เพื่อกระตุ้นให้พนักงานสมัครใช้งานฟังก์ชันนี้ ขณะที่โรงพยาบาลในเครือกระทรวง เช่น โรงพยาบาลเฟิงหยวน โรงพยาบาลไทจง โรงพยาบาลเอเชีย ยูนิเวอร์ซิตี้ และโรงพยาบาลอูยรื่อหลินซิน ก็ได้เริ่มใช้งานและส่งเสริมการใช้ระบบนี้แล้วเช่นกัน</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้สิ่งนี่จะมีการดำเนินการมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว แต่เนื่องจากพฤติกรรมการตรวจรักษาที่คุ้นชินของประชาชนบางพื้นที่เช่นพื้นที่ไทจง จางฮั่ว และหนานโถว คาดว่าปริมาณการใช้งานยังมีไม่ถึง 1% สำนักงานประกันสุขภาพฯ จึงเร่งปรับปรุงขั้นตอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ดีขึ้น และสถานพยาบาลต่าง ๆ ก็กำลังเร่งประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มอัตราการใช้งาน</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;บัตรประกันสุขภาพดิจิทัลมีข้อดีหลายประการ</p>
<p class="MsoNormal">1.แก้ปัญหาลืมบัตร: หลีกเลี่ยงปัญหาการลืมนำบัตรจริงมา</p>
<p class="MsoNormal">2.ลดความเสียหาย: ลดปัญหาบัตรเสียหาย หรือชิปไม่สามารถอ่านข้อมูลได้</p>
<p class="MsoNormal">3.ความปลอดภัยสูง: มีกลไกการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลที่สมบูรณ์ โดย QR Code จะหมดอายุภายใน 5 นาทีหลังการใช้งาน เพื่อป้องกันการถูกบันทึกภาพหน้าจอไปใช้</p>
<p class="MsoNormal">4.ความสะดวกในการดูแล: สามารถผูกบัตรเสมือนจริงของผู้สูงอายุหรือบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ไว้ในโทรศัพท์มือถือของตนเองได้ เพื่อความสะดวกในการพาไปตรวจรักษาหรือรับยา</p>
<p class="MsoNormal">5.การเก็บรักษาข้อมูลที่สมบูรณ์ ปลอดภัย และสะดวก</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92322</guid>
      <pubDate>Mon, 08 Dec 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251208_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24003840" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - บัตรประกันสุขภาพดิจิทัล</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - บัตรประกันสุขภาพดิจิทัล</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ได้ผลักดันการใช้ บัตรประกันสุขภาพแบบเสมือนจริงหรือเวอร์ชันดิจิทัล </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">(</span><span style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'Arial Unicode MS','sans-serif'; mso-ascii-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-hansi-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-bidi-font-family: 'TH Sarabun New';">虛擬健保卡</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">โดยโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์จีน (</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">China Medical University Hospital) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">รายงานว่า มีปริมาณการใช้งานทะลุ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">30,000 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">คนครั้ง และเคยเป็นอันดับหนึ่งของประเทศในด้านปริมาณการใช้บัตรประกันสุขภาพเสมือนจริง โรงพยาบาลฯ เน้นย้ำถึงการผสานระบบนี้เข้ากับแอปพลิเคชัน </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">"Smart Health App" </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ของโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจรักษาและความสะดวกในการเข้ารับบริการทางการแพทย์</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/8bb8a4d8-d7b8-439e-bc91-c7a221dea8fd.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>193</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92275</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านไปสัมผัสประสบการณ์เดินทางในไต้หวันด้วยจักรยานสองล้อ ตื่นตาตื่นใจกับการเดินทางไป-กลับระหว่างเมือง ภูเขา และทะเล ในวันเดียว พื้นที่กว่าร้อยละ 70 ของไต้หวันเป็นภูเขาและเนินเขา ซึ่งรวมถึงมียอดเขาที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 3,000 เมตร จำนวน 285 ลูก เมื่อภูเขาเหล่านี้ถูกบีบอัดให้อยู่บนพื้นที่ขนาด 36,000 ตารางกิโลเมตร จึงทำให้พื้นที่ราบทางภาคตะวันตกมีประชากรหนาแน่น ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ไพศาลด้วย สิ่งนี้ทำให้ชาวต่างชาติจำนวนมากที่มาเยือนไต้หวัน มักรู้สึกประหลาดใจกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แม้วัฒนธรรมการปั่นจักรยานของไต้หวัน จะไม่เข้มข้นเท่ากับประเทศในทวีปยุโรป แต่เส้นทางจักรยานกลับมีอยู่มากมายตามแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะในกรุงไทเปและนครนิวไทเปที่มีการใช้จักรยานสาธารณะอย่างแพร่หลาย และยังมีเส้นทางจักรยานเลียบแม่น้ำหลายสาย อันเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;อุตสาหกรรมจักรยานของไต้หวันก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้บริการเช่าจักรยานผ่านบริษัททัวร์ ดังนั้นบริษัทจึงเน้นจัดหาจักรยานแบรนด์ไต้หวันอย่าง Giant และ Merida ให้กับลูกค้า ซึ่งเมื่อพูดถึงแบรนด์เหล่านี้ ความเข้าใจและความน่าเชื่อถือในคุณภาพ ทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจทันที นอกจากนี้ความปลอดภัยในสังคมไต้หวันก็ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่น่าชื่นชม เพราะโดยทั่วไปแล้วหากจอดจักรยานไว้ตามจุดที่มีป้ายกำหนด จะไม่ค่อยเจอปัญหาจักรยานถูกขโมยเลย คลิกปุ่มรับฟังรายการสีแดงตรงมุมบนด้านซ้าย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=92275</guid>
      <pubDate>Sun, 07 Dec 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251207_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36023040" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านไปสัมผัสประสบการณ์เดินทางในไต้หวันด้วยจักรยานสองล้อ ตื่นตาตื่นใจกับการเดินทางไป-กลับระหว่างเมือง ภูเขา และทะเล ในวันเดียว พื้นที่กว่าร้อยละ 70 ของไต้หวันเป็นภูเขาและเนินเขา ซึ่งรวมถึงมียอดเขาที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 3,000 เมตร จำนวน 285 ลูก เมื่อภูเขาเหล่านี้ถูกบีบอัดให้อยู่บนพื้นที่ขนาด 36,000 ตารางกิโลเมตร จึงทำให้พื้นที่ราบทางภาคตะวันตกมีประชากรหนาแน่น ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ไพศาลด้วย สิ่งนี้ทำให้ชาวต่างชาติจำนวนมากที่มาเยือนไต้หวัน มักรู้สึกประหลาดใจกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แม้วัฒนธรรมการปั่นจักรยานของไต้หวัน จะไม่เข้มข้นเท่ากับประเทศในทวีปยุโรป แต่เส้นทางจักรยานกลับมีอยู่มากมายตามแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะในกรุงไทเปและนครนิวไทเปที่มีการใช้จักรยานสาธารณะอย่างแพร่หลาย และยังมีเส้นทางจักรยานเลียบแม่น้ำหลายสาย อันเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/809d41c2-64c1-4abc-8ef4-dcdaf93034b7.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>192</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 2 ธ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91846</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หอมหัวใหญ่ปรุงอาหารได้หลากหลาย ทั้งซุป ผัด แกง ทอด หรือกินสด แม้เผ็ดฉุนจนบางคนร้องไห้ ก็สามารถลดรสด้วยแช่น้ำเย็น หรือตุ๋น ต้ม ผัด อบ ให้หวานละมุน สำหรับในไต้หวัน หัวหอมสีน้ำตาลอ่อนเหมาะผัด ตุ๋น อบ หัวหอมสีม่วงกรอบหวานสำหรับสลัดหรือเนื้อสัตว์ ส่วนหัวหอมสีขาว &ldquo;หัวหอมนม&rdquo; รสอ่อนนุ่ม กินสดหรือตุ๋นอบก็ได้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">การปลูกหอมหัวใหญ่เผชิญปัญหาแรงงานขาดแคลนและเกษตรกรสูงวัย จึงต้องพัฒนาวิธีการปลูกใหม่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ตำบลฟางซาน ต.เชอเฉิง และ ต.เหิงชุน ในคาบสมุทรเหิงชุน เมืองผิงตง คือแหล่งปลูกหัวหอมไต้หวันยอดนิยม ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปชมทุ่งหัวหอมเรียงเป็นแถวตามทางหลวงผิงเอ๋อ (屏鵝) ไม่เพียงสวยตา แต่ยังมีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว ทำให้ใครมาเยือนต้องซื้อกลับบ้าน ซึ่งหัวหอมที่ปลูกส่วนใหญ่ใช้เมล็ดนำเข้าจากสหรัฐฯ สายพันธุ์ &ldquo;708&rdquo; รูปร่างกลมสวย ทนความชื้น และเป็นที่ต้องการสูง หลังหว่าน 40 วันก็ย้ายปลูกลงแปลง แต่ภาคอุตสาหกรรมเผชิญปัญหาแรงงานน้อย ต้นทุนสูง และอุณหภูมิผิดปกติ จึงมีการจัดตั้งเครือข่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมหัวหอม ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและนำเครื่องจักรใหม่มาช่วยปลูก เก็บเกี่ยว และคัดเลือก ลดปัญหาแรงงานขาดแคลน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การปลูกหอมหัวใหญ่เริ่มจาก &ldquo;ต้นกล้าหอมที่แข็งแรง&rdquo; แต่เดิมต้องเพาะด้วยมือทั้งหมด ต้นกล้าช่วง 50 วันแรกมักเสียหายง่ายจากลม ฝน และโรค ทำให้แรงงานและต้นทุนสูง ดังนั้น สถานีเมล็ดพันธุ์ไต้หวันร่วมกับสหกรณ์เหิงชุน ใช้เทคโนโลยีใหม่ ห่อเมล็ดเป็นเม็ดกลมและหว่านด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติ ลดแรงงานและต้นทุนได้มาก เดิมเกษตรกรต้องถอนต้นกล้าแล้วปลูกลงแปลงทีละต้น เสี่ยงต่อสภาพอากาศและโรค</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">เมล็ดหอมหัวใหญ่ที่ทำเป็นเม็ดกลมจะเติบโตในถาดหลุม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เจิงหงหรู(曾泓儒) ผู้ช่วยนักวิจัยสถานีเมล็ดพันธุ์ กล่าวว่า เพื่อลดปัญหาแรงงาน ขณะนี้สถานีร่วมกับสหกรณ์เหิงชุน ใช้ระบบทำ &ldquo;เมล็ดแบบเม็ดกลม&rdquo; และเพาะกล้าในถาดหลุมที่เครื่องจักรสามารถจัดการแทนคนได้ ซึ่งเมล็ดแบบเม็ดกลม คล้าย &ldquo;บัวลอย&rdquo; ห่อด้วยสารอาหาร จุลินทรีย์ และสารป้องกันโรค ช่วยให้เมล็ดสม่ำเสมอ แข็งแรง งอกง่าย และสามารถใช้เครื่องหว่านอัตโนมัติ พร้อมถาดเพาะเฉพาะทาง เพื่อย้ายต้นกล้าได้สะดวก </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลังทดลองต่อเนื่องกว่า 4 ปี เทคโนโลยีนี้พร้อมใช้งานแล้ว สหกรณ์สามารถผลิตเมล็ดแบบเม็ดกลมพร้อมถาดหลุมให้เกษตรกร เพียง 3&ndash;4 วันเมล็ดก็เริ่มงอก ช่วยลดแรงงาน แยกต้น และเพาะกล้าได้มาก รวมทั้งมีเครื่องจักรช่วยย้ายปลูกลงแปลง ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการปลูก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">เครื่องจักรทำเมล็ดหอมหัวใหญ่ให้เป็นเม็ดกลม</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91846</guid>
      <pubDate>Tue, 02 Dec 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251202_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36022080" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 2 ธ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 2 ธ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">หอมหัวใหญ่ปรุงอาหารได้หลากหลาย ทั้งซุป ผัด แกง ทอด หรือกินสด แม้เผ็ดฉุนจนบางคนร้องไห้ ก็สามารถลดรสด้วยแช่น้ำเย็น หรือตุ๋น ต้ม ผัด อบ ให้หวานละมุน สำหรับในไต้หวัน หัวหอมสีน้ำตาลอ่อนเหมาะผัด ตุ๋น อบ หัวหอมสีม่วงกรอบหวานสำหรับสลัดหรือเนื้อสัตว์ ส่วนหัวหอมสีขาว &ldquo;หัวหอมนม&rdquo; รสอ่อนนุ่ม กินสดหรือตุ๋นอบก็ได้</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/a3a5a8b9-db3b-4af8-af84-77fbf46fbd0a.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>191</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 2 ธ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91845</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทีมวิจัยของ ศ.กัวอวี๋หลิน แห่งม.เทคโนโลยีไต้หวันพัฒนาแบตเตอรี่ของไหลวาเนเดียม เพิ่มความปลอดภัยและลดรอยเท้าคาร์บอนอย่างมาก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทีมวิจัยจาก มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติไต้หวัน&nbsp;(National Taiwan University of Science and Technology) หรือเรียกย่อว่า ไถเคอต้า ได้พัฒนา &ldquo;แบตเตอรี่ชนิดของไหลวาเนเดียม&rdquo; (Vanadium Redox Flow Battery) ด้วยเทคโนโลยีพลาสมา โดยมีจุดเด่นคือ กระบวนการผลิตคาร์บอนต่ำ อายุการใช้งานยาวนาน และมีความปลอดภัยสูง ช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาไฟไหม้หรือระเบิดที่มักเกิดกับแบตเตอรี่ลิเทียม และยังสามารถลดคาร์บอนฟุตพรินต์ในการผลิตได้อย่างมาก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไถเคอต้า ระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีจัดเก็บพลังงานที่ใช้กันทั่วไป เช่น แบตเตอรี่ตะกั่วกรด และ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ต่างมีข้อจำกัด &nbsp;คือ แบตเตอรี่ตะกั่วกรดมีต้นทุนต่ำแต่ก่อมลพิษจากสารตะกั่วและกรด ส่วนแบตเตอรี่ลิเทียมแม้มีพลังงานหนาแน่นสูงและขนาดกะทัดรัด แต่มีความเสี่ยงไฟไหม้และระเบิดหากเกิดความร้อนสูงเกินไป ชาร์จไฟเกิน หรือโครงสร้างเสียหาย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทีมวิจัยภายใต้การนำของ ศ.กัวอวี๋หลิน (郭俞麟) แห่งภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ใช้เทคนิค &ldquo;พลาสมาความดันบรรยากาศ (Atmospheric Plasma Processing)&rdquo; ในการผลิตขั้วไฟฟ้าของแบตเตอรี่ของไหล โดยไม่ต้องใช้กรด ไม่ก่อให้เกิดน้ำเสียเคมี และไม่ต้องใช้เครื่องมืออุณหภูมิสูงหรือสุญญากาศ ทำให้กระบวนการผลิตมีความเรียบง่าย ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บพลังงาน พร้อมทั้งลดรอยเท้าคาร์บอนและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยลงอย่างมาก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ศ.กัวอวี๋หลิน ระบุว่า กระบวนการผลิตรูปแบบใหม่นี้แทบไม่ใช้พลังงาน ทำให้ลดคาร์บอนฟุตพรินต์และหลีกเลี่ยงภาษีคาร์บอนได้ พร้อมมองว่าเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้ไต้หวันก้าวขึ้นมามีบทบาทในเวทีพลังงานสีเขียวระดับโลก พร้อมย้ำว่า &ldquo;พลังงานสีเขียวที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การลดคาร์บอน แต่ต้องทำให้ทุกคนสามารถเป็นผู้ผลิตพลังงานได้ด้วย&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังเผยว่า แบตเตอรี่ของไหลชนิดนี้สามารถเชื่อมต่อกับระบบพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมได้โดยตรง ทำหน้าที่เสมือน &ldquo;หอเก็บพลังงานไฟฟ้า&rdquo; คือเก็บพลังงานในช่วงที่ใช้ไฟน้อย และจ่ายไฟในช่วงที่มีความต้องการสูง ช่วยให้ทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือนสามารถใช้ไฟได้อย่างอิสระและยั่งยืน</p>
<p>เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเทียม แบตเตอรี่ของไหลมีข้อดีหลายประการ ได้แก่ จ่ายไฟได้อย่าง เสถียรต่อเนื่อง, ไม่ติดไฟและไม่ระเบิดง่าย, อายุการใช้งานยาวนานกว่า และ ขยายระบบได้ง่ายและยืดหยุ่นตามขนาดการใช้งาน ดังนั้น เทคโนโลยีแบตเตอรี่ของไหลวาเนเดียมจึงอาจเป็นอีกก้าวสำคัญของไต้หวัน ในการก้าวสู่สังคมพลังงานสีเขียวอย่างแท้จริง</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91845</guid>
      <pubDate>Tue, 02 Dec 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251202_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36034560" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 2 ธ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 2 ธ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #e67e23;"><strong><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ทีมวิจัยของ ศ.กัวอวี๋หลิน แห่งม.เทคโนโลยีไต้หวันพัฒนาแบตเตอรี่ของไหลวาเนเดียม เพิ่มความปลอดภัยและลดรอยเท้าคาร์บอนอย่างมาก</span></strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/f87fb37d-a922-4c68-a043-7854e99a649c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>190</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - รู้จักระบบประกันสุขภาพไต้หวัน]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91770</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal">วันนี้เราจะพามารู้จักระบบประกันสุขภาพไต้หวันเบื้องต้นว่าคืออะไร ใครเข้าร่วมได้ และมีข้อบังคับอย่างไรบ้าง</p>
<p class="MsoNormal">รัฐบาลไต้หวันได้จัดตั้งระบบประกันสุขภาพแห่งชาติขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2538 เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีหลักประกันด้านสุขภาพและสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างเท่าเทียม</p>
<p class="MsoNormal">การประกันสุขภาพคืออะไร?</p>
<p class="MsoNormal">การประกันสุขภาพเป็นระบบที่ประชาชนทุกคนต้องเข้าร่วมตั้งแต่แรกเกิด เป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสังคม ทุกคนจ่ายเงินสมทบตามอัตราที่กฎหมายกำหนด เมื่อมีผู้ป่วย รัฐบาลจะนำเงินสมทบไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลบางส่วนแทนผู้ป่วย ทำให้ทุกคนได้รับบริการทางการแพทย์ที่เหมาะสม รวดเร็ว และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง</p>
<p class="MsoNormal">ใครบ้างต้องเข้าร่วมการประกันสุขภาพ?</p>
<p class="MsoNormal">กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติบังคับให้ทุกคนเข้าร่วมเป็นประกันสังคมแบบบังคับ ได้แก่ ชาวไต้หวันที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ชาวต่างชาติที่ถือใบถิ่นที่อยู่และพำนักในไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เพศชายหรือเพศหญิง มีงานทำหรือไม่มีงานทำ ทุกคนต้องเข้าร่วม ยกเว้นผู้ที่สูญเสียสถานะการทำประกัน เช่น หายสาบสูญ สละสัญชาติ ย้ายทะเบียนบ้านไปต่างประเทศ หรือหมดระยะอนุญาตพำนัก</p>
<p class="MsoNormal">การทำประกันสุขภาพเริ่มต้นอย่างไร?</p>
<p class="MsoNormal">ผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไต้หวัน จะต้องเข้าร่วมการประกันสุขภาพ นับแต่วันที่มีการเพิ่มชื่อและรายการบุคคลเข้าในทะเบียนบ้านครบ 6 เดือนเต็ม (ปัจจุบันผู้ที่ได้รับการว่าจ้างและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกส่งไปประจำอยู่ต่างประเทศรวมถึงคู่สมรสและบุตรธิดา ไม่อยู่ในข้อจำกัด 6 เดือนดังกล่าว โดยเด็กแรกเกิดซึ่งมีสัญชาติไต้หวันที่เกิดในไต้หวัน ต้องทำการแจ้งเกิดและเพิ่มชื่อเข้าในทะเบียนบ้าน และยื่นทำประกันนับตั้งแต่วันที่เด็กเกิด) เนื่องจากสถานะของผู้ทำประกันแบ่งได้เป็น 6 ประเภท ผู้ทำประกันที่มีสถานะแตกต่างกันจะมีวิธีการทำประกันที่ไม่เหมือนกัน สถานะที่เปลี่ยนแปลงไปจะส่งผลให้วิธีการทำประกันเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย หากขณะนี้คุณไม่มีงานทำ หรือถูกระงับประกันสุขภาพชั่วคราวในช่วงระหว่างเปลี่ยนงาน แต่ถ้ายังมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านก็ต้องทำประกันต่อตามสถานะที่ถูกต้อง โดยจะระงับการทำประกันไม่ได้</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;ระบบประกันสุขภาพแบ่งตาม 6 ประเภทสถานะผู้ประกัน ซึ่งแต่ละประเภทจะมีวิธีการทำประกันแตกต่างกัน</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;1.พนักงานบริษัทหรือสถานประกอบการ &ndash; หน่วยงานที่ทำงานอยู่จะเป็นผู้ยื่นทำประกันให้</p>
<p class="MsoNormal">2.เจ้าของกิจการ &ndash; ต้องจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบทำประกันให้ตนเอง ลูกจ้าง และครอบครัว</p>
<p class="MsoNormal">3.สมาชิกสมาคมวิชาชีพ หรือสหกรณ์เกษตร/ประมง &ndash; ยื่นทำประกันกับองค์กรดังกล่าว</p>
<p class="MsoNormal">4.ไม่มีงานทำ แต่มีคู่สมรสหรือญาติสายตรงที่ทำงาน &ndash; ยื่นทำประกันร่วมกับคู่สมรสหรือญาติสายตรง</p>
<p class="MsoNormal">5.ไม่มีงานทำและไม่มีคู่สมรสหรือญาติที่ทำงาน &ndash; ต้องยื่นทำประกันกับสำนักงานที่ว่าการเขตที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน</p>
<p class="MsoNormal">6.นักเรียนและนักศึกษา</p>
<p class="MsoNormal">หากยังเรียนหนังสือและไม่มีงานทำ ต้องยื่นทำประกันร่วมกับบิดาหรือมารดา หากไม่ได้ ให้ยื่นร่วมกับปู่ ย่า ตา ยาย ในฐานะญาติ ส่วนผู้ที่จบการศึกษาหรือปลดประจำการจากทหารแต่ยังไม่มีงานทำ สามารถยื่นทำประกันร่วมกับบิดามารดา หรือปู่ ย่า ตา ยาย ภายใน 1 ปี</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;ตัวอย่างกรณีจริง</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; mso-list: l0 level1 lfo1;">-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เด็กแรกเกิดน้องหมิงเกิดที่ไทเป คุณพ่อคุณแม่แจ้งเกิดและยื่นทำประกันตั้งแต่วันแรก ทำให้เมื่อน้องหมิงมีไข้สูง สามารถพาไปโรงพยาบาลและเบิกค่ารักษาบางส่วนจากระบบได้ทันที</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; mso-list: l0 level1 lfo1;">-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คุณลุงช่างไม้ว่างงานชั่วคราว แต่ยังมีชื่อในทะเบียนบ้าน เขาจึงยื่นทำประกันร่วมกับลูกชายที่ทำงานอยู่ ทำให้ยังสามารถเข้ารับการรักษาเมื่อเจ็บป่วย</p>
<p class="MsoListParagraph" style="margin-left: 18.0pt; mso-para-margin-left: 0gd; text-indent: -18.0pt; mso-list: l0 level1 lfo1;">-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นักศึกษาที่ไม่มีงานทำ สามารถยื่นทำประกันร่วมกับบิดามารดา ทำให้สามารถไปตรวจสุขภาพหรือพบแพทย์ได้ตามต้องการ</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">สิทธิประโยชน์ของผู้ทำประกันสุขภาพ</p>
<p class="MsoNormal">1.บริการตรวจสุขภาพประจำปีและการรักษาโรคทั่วไป</p>
<p class="MsoNormal">2.การรักษาโรคร้ายแรงและฉุกเฉิน</p>
<p class="MsoNormal">3.การคลอดบุตรและบริการสำหรับเด็ก</p>
<p class="MsoNormal">4.ลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล</p>
<p class="MsoNormal">5.ครอบคลุมทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนผู้สูงอายุ</p>
<p class="MsoNormal">6.สามารถใช้บริการทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่เข้าร่วมระบบ</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">วิธีใช้บัตรประกันสุขภาพ</p>
<p class="MsoNormal">เมื่อไปโรงพยาบาลหรือคลินิกที่เข้าร่วมระบบ เพียงแสดงบัตรประกัน ระบบจะคำนวณค่าใช้จ่ายบางส่วนให้โดยอัตโนมัติ ผู้ป่วยจ่ายเพียงส่วนต่างที่เหลือ โดยทั่วไปค่าลงทะเบียนที่ต้องจ่ายเองของแต่ละคลินิกจะยู่ที่ 150-300 เหรียญ แล้วแต่สถานที่</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91770</guid>
      <pubDate>Mon, 01 Dec 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251201_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24000960" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - รู้จักระบบประกันสุขภาพไต้หวัน</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - รู้จักระบบประกันสุขภาพไต้หวัน</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">วันนี้เราจะพามารู้จักระบบประกันสุขภาพไต้หวันเบื้องต้นว่าคืออะไร ใครเข้าร่วมได้ และมีข้อบังคับอย่างไรบ้าง</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/2529eb91-ff52-4d45-9fb6-7feee573f7ba.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>189</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91729</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์การ์ตูนแห่งชาติไต้หวัน ซึ่งตั้งอยู่บนถนนหลินเซิน ในเขตตะวันตกของนครไทจง อาคารไม้เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งวันวาน ที่นี่มิใช่เป็นเพียงแค่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นสถานที่ที่จะพาคุณเปิดประตูไปสู่ความทรงจำของการอ่านหนังสือร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ในวัยเด็ก และสัมผัสกับทิศทางของการ์ตูนไต้หวันในปัจจุบัน&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;พิพิธภัณฑ์การ์ตูนแห่งชาติไต้หวันเปิดตัวในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2023 ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังคงเปิดให้เข้าชมฟรี ทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. โดยผู้เข้าชมเกือบ 50% ไม่ใช่แฟนการ์ตูน แต่เป็นกลุ่มครอบครัว เสน่ห์ของบ้านไม้โบราณ บรรยากาศที่เงียบสงบผ่อนคลายของสวนแห่งนี้ และนิทรรศการที่จัดขึ้นโดยเน้นหัวข้อเกี่ยวกับการ์ตูนและแอนิเมชัน จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไต้หวัน มีนิทรรศการจัดแสดงการ์ตูนจากไต้หวันยุค 1950s&ndash;2010 รวมทั้งงานต้นฉบับของศิลปินการ์ตูนไต้หวันและอะนิเมจากญี่ปุ่น มีโซนห้องสมุด/หนังสือการ์ตูนให้ยืมอ่าน, โซนให้ DIY กราฟฟิตี้ สตรีทอาร์ต การ์ตูน, โซนโรงภาพยนตร์กลางแจ้ง และโซนร้านอาหาร เหมาะสำหรับคนรักการ์ตูนและคนที่สนใจด้านสถาปัตยกรรมกับประวัติศาสตร์ คลิกปุ่มฟังรายการสีแดงตรงมุมบนซ้าย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91729</guid>
      <pubDate>Sun, 30 Nov 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251130_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36017280" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์การ์ตูนแห่งชาติไต้หวัน ซึ่งตั้งอยู่บนถนนหลินเซิน ในเขตตะวันตกของนครไทจง อาคารไม้เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งวันวาน ที่นี่มิใช่เป็นเพียงแค่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นสถานที่ที่จะพาคุณเปิดประตูไปสู่ความทรงจำของการอ่านหนังสือร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ในวัยเด็ก และสัมผัสกับทิศทางของการ์ตูนไต้หวันในปัจจุบัน&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/12/original/956bc197-fbb4-4aa3-8f5b-99c3747487ab.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>188</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 25 พ.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91341</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไต้หวันถูกขนานนามว่าเป็น &ldquo;อาณาจักรอาหารทะเล&rdquo; เพราะชาวไต้หวันบริโภคปลาและสัตว์น้ำในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง ปี 2023 มีปริมาณบริโภคเฉลี่ย 31.6 กิโลกรัมต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.6 กิโลกรัม และยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกมาก หากย้อนดูสถิติที่ผ่านมา ตัวเลขการบริโภคอาหารทะเลของไต้หวันมักอยู่ราว 30&ndash;40 กิโลกรัมต่อปี สะท้อนว่าวัตถุดิบจากทะเลเป็นส่วนสำคัญของอาหารไต้หวันอย่างแท้จริง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปลาทะเลนำเข้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ ปลาแซลมอน โดยเฉพาะสำหรับทำซาชิมิ รองลงมาคือ กุ้งแช่แข็ง และปลานำเข้าหลากหลายชนิดจากหลายประเทศ ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบหลักบนโต๊ะอาหารของชาวไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำหรับปลาแซลมอน ถ้าถามว่าคนไต้หวันชอบมากแค่ไหน ก็ต้องนึกถึงเหตุการณ์ &ldquo;ซาลมอนปั่นป่วน&rdquo; เดือนมีนาคม 2021 เมื่อผู้คนกว่า 130 คน โดยมากเป็นวัยรุ่น แห่ไปเปลี่ยนชื่อให้มีคำว่า &ldquo;แซลมอน&rdquo; เพื่อกินซูชิฟรีจากร้านดัง บางคนตั้งชื่อแปลก ๆ อย่าง &ldquo;เจ้าชายแซลมอน&rdquo; หรือ &ldquo;ข้าวหน้าแซลมอน&rdquo; ก่อนจะเปลี่ยนกลับหลังจากอิ่มอร่อย เหตุการณ์นี้กลายเป็นไวรัลใหญ่จนสื่อต่างประเทศยังนำไปเผยแพร่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เหตุผลที่ปลาแซลมอนฮิตในไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1; tab-stops: list 36.0pt;">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; รสชาติและหน้าตาดึงดูดใจ &mdash; เนื้อนุ่ม ลื่น ไขมันแน่น สีส้มสดน่ากินกว่าปลาทูน่า</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1; tab-stops: list 36.0pt;">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ปริมาณเสถียร ราคาเข้าถึงง่าย &mdash; การเพาะเลี้ยงพัฒนาดี ทำให้มีสินค้าคุณภาพคงที่ ราคาไม่ผันผวนเหมือนปลาทูน่าธรรมชาติ</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1; tab-stops: list 36.0pt;">3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ซูชิสายพานสร้างความคุ้นเคย &mdash; เมนูแซลมอนมักขายดี เข้าถึงง่าย จนกลายเป็นรสชาติประจำโต๊ะซูชิ</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-list: l0 level1 lfo1; tab-stops: list 36.0pt;">4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ปัจจัยด้านประวัติศาสตร์&ndash;วัฒนธรรม &mdash; ไต้หวันเริ่มรู้จักซาชิมิในยุคที่นอร์เวย์โปรโมตแซลมอนอย่างหนัก ทำให้ผู้บริโภคคุ้นรสตั้งแต่ต้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สถิติก็ยืนยันความฮิต ปี 2024 ไต้หวันนำเข้าแซลมอนเกือบ 30,000 ตัน มูลค่า 292 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยผู้นำเข้าหลักคือ ชิลี 12,100 ตัน, นอร์เวย์ 11,700 ตัน และ สหราชอาณาจักร 2,763 ตัน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91341</guid>
      <pubDate>Tue, 25 Nov 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251125_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36007680" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 25 พ.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 25 พ.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ไต้หวันถูกขนานนามว่าเป็น &ldquo;อาณาจักรอาหารทะเล&rdquo; เพราะชาวไต้หวันบริโภคปลาและสัตว์น้ำในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง ปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2023 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">มีปริมาณบริโภคเฉลี่ย </span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">31.6 </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">กิโลกรัมต่อคนต่อปี</span></b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> เพิ่มขึ้นจากปีก่อน </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">0.6 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">กิโลกรัม และยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกมาก หากย้อนดูสถิติที่ผ่านมา ตัวเลขการบริโภคอาหารทะเลของไต้หวันมักอยู่ราว </span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">30&ndash;40 </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">กิโลกรัมต่อปี</span></b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> สะท้อนว่าวัตถุดิบจากทะเลเป็นส่วนสำคัญของอาหารไต้หวันอย่างแท้จริง</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/92f93807-7cdb-4694-bb53-3993bdc0470c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>187</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 25 พ.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91340</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">พลังงานน้ำขนาดเล็ก: กำลังสำคัญเสริมความเข้มแข็งของโครงข่ายไฟฟ้า</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไต้หวันกำลังเผชิญกับความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว และได้กำหนดให้ &ldquo;การเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050&rdquo; เป็นทิศทางการพัฒนาระดับชาติที่จำเป็น โดยการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนถือเป็นหัวใจสำคัญของการปรับโครงสร้างพลังงาน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">งานประชุม &ldquo;ฟอรั่มอุตสาหกรรมพลังงานน้ำขนาดเล็กครั้งที่ 8&rdquo; จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 17&ndash;18 ตุลาคม ณ GIS ศูนย์การประชุมนิวอู๋รื่อ นครไทจง โดยมีผู้แทนจากหลายภาคส่วนให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง งานนี้จัดขึ้นร่วมกันโดย สมาพันธ์อุตสาหกรรมพลังงานน้ำขนาดเล็กเพื่อสิ่งแวดล้อมของไต้หวัน , สมาพันธ์วิศวกรชลประทานแห่งสาธารณรัฐจีน, และ สมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมชลประทานไต้หวัน ภายใต้หัวข้อ &ldquo;เสริมความเข้มแข็งของพลังงานสีเขียว ผลักดันการยกระดับพลังงานน้ำขนาดเล็ก&rdquo; โดยมีผู้เชี่ยวชาญทั้งในไต้หวันและต่างประเทศจากภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจเข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางนวัตกรรมเทคโนโลยีและนโยบายในการพัฒนาพลังงานน้ำขนาดเล็ก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อกล่าวผ่านวิดีโอ ขอบคุณผู้จัดงานที่ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวต่อเนื่อง พร้อมระบุว่าเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้เกิน 70% ภายในปี 2050 จำเป็นต้องอาศัย &ldquo;พลังงานน้ำขนาดเล็ก&rdquo; ซึ่งสร้างได้รวดเร็ว กระทบสิ่งแวดล้อมต่ำ กระจายสู่ชุมชนได้ และช่วยเสริมความมั่นคงของโครงข่ายไฟฟ้า</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เขายังชื่นชมบทบาทของสมาพันธ์พลังงานน้ำขนาดเล็กที่กลายเป็นศูนย์กลางผลักดันอุตสาหกรรม พร้อมย้ำว่า แม้รัฐบาลจะบรรจุพลังงานน้ำขนาดเล็กไว้ในนโยบายพลังงานและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ภาคอุตสาหกรรม รัฐ และสถาบันการศึกษายังต้องร่วมมือกัน สร้างฉันทามติ และพัฒนาแบบบูรณาการ เพื่อให้พลังงานประเภทนี้มีบทบาทยิ่งขึ้นในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของไต้หวัน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91340</guid>
      <pubDate>Tue, 25 Nov 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251125_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36027840" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 25 พ.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 25 พ.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #e67e23;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;">พลังงานน้ำขนาดเล็ก: กำลังสำคัญเสริมความเข้มแข็งของโครงข่ายไฟฟ้า</span></b></span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/4b25ace7-e04b-4ac7-acdb-b77233029eca.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>186</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ -  ไต้หวันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระหว่างประเทศว่าด้วยความรอบรู้ด้านสุขภาพ]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91226</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal">ไต้หวันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระหว่างประเทศว่าด้วยความรอบรู้ด้านสุขภาพ หรือ AHLA International Health Literacy Conference ครั้งที่ 11 เป็นงานสำคัญที่มีผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกตบเท้าเข้าร่วมกว่า 20 ประเทศ</p>
<p class="MsoNormal">ความรอบรู้ด้านสุขภาพคืออะไร? ทำไมต้องสำคัญขนาดนี้</p>
<p class="MsoNormal">&ldquo;ความรอบรู้ด้านสุขภาพ&rdquo; หมายถึง ความสามารถของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ การเข้าใจเนื้อหา การตัดสินใจ และนำไปใช้ดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ช่วยให้สังคมมีสุขภาพดีขึ้นจริง ๆ</p>
<p class="MsoNormal">เพราะแม้จะมีนวัตกรรมและระบบสาธารณสุขดีแค่ไหน หากประชาชนไม่เข้าใจข้อมูลสุขภาพอย่างถูกต้อง ก็ยากที่จะลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังและพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ได้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">&nbsp;ผู้จัดงานหลักในครั้งนี้คือ สมาคมความรอบรู้ด้านสุขภาพแห่งเอเชีย หรือ AHLA &mdash; Asian Health Literacy Association สมาคมนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2566 โดยได้รับแรงผลักดันจากสองบุคคลสำคัญของไต้หวัน ได้แก่ สือเหย้าถัง อดีตรองผู้อำนวยการกระทรวงสาธารณสุขฯ ศาสตราจารย์จางอู่ซิว อดีตสมาชิกคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งสองท่านได้เชิญสถาบันการแพทย์และมหาวิทยาลัยจากกว่า 20 ประเทศในเอเชีย มาร่วมกันก่อตั้ง จนกลายเป็นเครือข่ายด้านความรอบรู้สุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ในช่วงแรกของการก่อตั้ง AHLA ได้จัดการประชุมระดับนานาชาติวนไปตามเมืองต่าง ๆ ของไต้หวัน ได้แก่ ไทเป &ndash; นิวไทเป &ndash; ไถหนาน ต่อมาได้ขยายไปยังประเทศต่าง ๆ เช่นเวียดนาม มาเลเซีย และไทย รวมแล้วจัดต่อเนื่องมากว่า 12 ปี ปี 2568 ไต้หวันกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง การที่ AHLA ตัดสินใจให้ไต้หวันเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าไต้หวันยังคงเป็นผู้นำด้านคุณภาพการแพทย์ นวัตกรรมสุขภาพ และการสร้างความรู้ด้านสุขภาพให้แก่ประชาชนในระดับเอเชียและระดับโลก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">&nbsp;ปีนี้มีหลายหน่วยงานร่วมเป็นเจ้าภาพ ได้แก่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์จงซาน มหาวิทยาลัยการแพทย์จงซาน สมาคมความรอบรู้ด้านสุขภาพแห่งเอเชีย และองค์กรด้านความรอบรู้สุขภาพในไต้หวันอีกหลายแห่ง โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24&ndash;25 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งหัวข้อการประชุมปีนี้คือ AI &ndash; การดูแลสุขภาพ &ndash; ความรอบรู้ด้านสุขภาพ หัวใจสำคัญของการประชุมในปีนี้คือ &ldquo;การยกระดับสุขภาพของประชาชนด้วยการผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับความรอบรู้ด้านสุขภาพ&rdquo; ผู้เชี่ยวชาญหลายประเทศจะมานำเสนอว่า AI ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้องได้อย่างไร เช่น การใช้ AI ช่วยประเมินความเสี่ยงโรค ระบบช่วยอ่านผลตรวจสุขภาพ การให้คำแนะนำแบบเฉพาะบุคคล เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้สูงอายุและโรคเรื้อรังดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการถกเถียงถึงความท้าทาย เช่น ความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัยของข้อมูล และการป้องกันข้อมูลผิด ๆ ที่เกิดจาก AI ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีผู้แทนจากรัฐบาล นักวิชาการ แพทย์ และผู้เชี่ยวชาญกว่า 300 คน เดินทางมาร่วมงาน รายชื่อประเทศที่เข้าร่วมมีหลากหลาย เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี เบลเยียม อิสราเอล ออสเตรเลียอินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ไทย มาเลเซีย รวมถึงประเทศอื่น ๆ ในเอเชียและยุโรป นอกจากนี้ภายในงานจะมีการจัดบรรยายกว่า 200 รอบ ตั้งแต่ผลงานวิจัยใหม่ล่าสุด ไปจนถึงโครงการที่นำไปใช้จริงในชุมชน และยังมีเวทีอภิปรายจากตัวแทนสิบประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความคืบหน้าและปัญหาเกี่ยวกับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในระดับชาติ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">&nbsp;&ldquo;ความรอบรู้ด้านสุขภาพ&rdquo; เกี่ยวข้องกับชีวิตเราอย่างไร</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36pt;">- การอ่านฉลากอาหารและยาให้ถูกต้อง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36pt;">- การแยกข่าวปลอมเกี่ยวกับสุขภาพ&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36pt;">- การใช้แอปสุขภาพหรืออุปกรณ์&nbsp;AI เพื่อติดตามสภาพร่างกาย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36pt;">- การตัดสินใจเรื่องอาหาร ยา และกิจกรรมสุขภาพรายวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36pt;">&nbsp;ตัวเลขที่น่าสนใจ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36pt;">- 60% ของผู้ใหญ่ในบางประเทศเอเชียยังอ่านฉลากยาไม่เข้าใจ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36pt;">- การใช้&nbsp;AI วิเคราะห์ผลตรวจเอกซเรย์สามารถลดเวลารอคิวจาก 1 สัปดาห์เหลือไม่กี่นาที</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36pt;">- คนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพดี มีแนวโน้มลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้กว่า 30%</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36pt;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91226</guid>
      <pubDate>Mon, 24 Nov 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251124_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24001920" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ -  ไต้หวันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระหว่างประเทศว่าด้วยความรอบรู้ด้านสุขภาพ</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ -  ไต้หวันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระหว่างประเทศว่าด้วยความรอบรู้ด้านสุขภาพ</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">ไต้หวันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระหว่างประเทศว่าด้วยความรอบรู้ด้านสุขภาพ หรือ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">AHLA International Health Literacy Conference </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">ครั้งที่ 11 เป็นงานสำคัญที่มีผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกตบเท้าเข้าร่วมกว่า 20 ประเทศ</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/b0ee74fc-aebf-4aa7-9168-6a84b732dc85.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>185</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91164</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลสำรวจ 10 อันดับปฏิทินในธีมระบบนิเวศทางธรรมชาติที่คนไต้หวันโหวตมาแล้วสวยงาม ฮีลใจ ควรค่าแก่การสะสมหรือมีติดบ้านมากที่สุด (ตอนที่ 2) ใกล้ถึงช่วงเวลาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอีกแล้วนะคะ ซึ่งของหนึ่งอย่างที่เรามักจะได้รับกันในช่วงเทศกาลปีใหม่ก็คือปฏิทิน ทั้งแบบตั้งโต๊ะ แบบแขวน หรือแบบที่เป็นสมุดโน๊ต โดยกว่าจะได้ปฏิทินแต่ละแบบในแต่ละปีออกมาบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการหาธีมที่แตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมาๆ และต้องแตกต่างหรือไม่ซ้ำกับองค์กรหรือบริษัทอื่นๆ อีกทั้งต้องเป็นธีมที่สื่อความหมายสอดคล้องกับบริบทขององค์กร แล้วจึงนำไปสู่การออกแบบภาพ ลวดลาย และสีสันให้สวยงามตามมา ดังนั้นในบรรดาปฏิทินที่แจกฟรีหรือที่วางจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป และมีรูปแบบลวดลายหลากหลายให้จนเลือกกันจนไม่หวาดไม่ไหวนี้ ก็จะมีอยู่หลายลายหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องยาวนานจนถึงปัจจุบัน ก็คือ ปฏิทินที่มีลวดลายเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศทางธรรมชาติ ซึ่งให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เพราะมีทั้งภาพเทือกเขาอันยิ่งใหญ่ แม่น้ำที่ไหลเอื่อย ทิวทัศน์ทะเลสุดสายตา แถมคุณยังอาจไจะด้รู้จักพืชพรรณเฉพาะถิ่นของไต้หวันและสัตว์ป่าคุ้มครองด้วย ซึ่งล้วนเป็นรายละเอียดและเรื่องราวของธรรมชาติที่ถูกซ่อนเอาไว้ในปฏิทินด้วย คลิกปุ่มสีแดงฟังรายการตรงมุมบนด้านซ้าย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 1 กรมการท่องเที่ยวไต้หวัน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2 กรมป่าไม้และกรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไต้หวัน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3 ฟาร์มฝูโซว่ซาน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4 สำนักงานอุทยานแห่งชาติไต้หวัน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5 สำนักพิมพ์&nbsp;BetterLife</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6 กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=91164</guid>
      <pubDate>Sun, 23 Nov 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251123_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36023040" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลสำรวจ 10 อันดับปฏิทินในธีมระบบนิเวศทางธรรมชาติที่คนไต้หวันโหวตมาแล้วสวยงาม ฮีลใจ ควรค่าแก่การสะสมหรือมีติดบ้านมากที่สุด (ตอนที่ 2) ใกล้ถึงช่วงเวลาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอีกแล้วนะคะ ซึ่งของหนึ่งอย่างที่เรามักจะได้รับกันในช่วงเทศกาลปีใหม่ก็คือปฏิทิน ทั้งแบบตั้งโต๊ะ แบบแขวน หรือแบบที่เป็นสมุดโน๊ต โดยกว่าจะได้ปฏิทินแต่ละแบบในแต่ละปีออกมาบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการหาธีมที่แตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมาๆ และต้องแตกต่างหรือไม่ซ้ำกับองค์กรหรือบริษัทอื่นๆ อีกทั้งต้องเป็นธีมที่สื่อความหมายสอดคล้องกับบริบทขององค์กร แล้วจึงนำไปสู่การออกแบบภาพ ลวดลาย และสีสันให้สวยงามตามมา ดังนั้นในบรรดาปฏิทินที่แจกฟรีหรือที่วางจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป และมีรูปแบบลวดลายหลากหลายให้จนเลือกกันจนไม่หวาดไม่ไหวนี้ ก็จะมีอยู่หลายลายหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องยาวนานจนถึงปัจจุบัน ก็คือ ปฏิทินที่มีลวดลายเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศทางธรรมชาติ ซึ่งให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เพราะมีทั้งภาพเทือกเขาอันยิ่งใหญ่ แม่น้ำที่ไหลเอื่อย ทิวทัศน์ทะเลสุดสายตา แถมคุณยังอาจไจะด้รู้จักพืชพรรณเฉพาะถิ่นของไต้หวันและสัตว์ป่าคุ้มครองด้วย ซึ่งล้วนเป็นรายละเอียดและเรื่องราวของธรรมชาติที่ถูกซ่อนเอาไว้ในปฏิทินด้วย <span style="color: #e03e2d;"><strong>คลิกปุ่มสีแดงฟังรายการตรงมุมบนด้านซ้าย</strong></span><span style="color: #000000;"><span style="color: #e03e2d;"><b></b></span></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/1eea7823-a5c9-4faf-86da-088aa7d11a6a.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>184</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน - 2025-11-18]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90785</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&ldquo;ซีอิ๊วมหาวิทยาลัยแห่งชาติเจียอี้&rdquo; เป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน ใช้วิธีหมักแบบญี่ปุ่นผสมกับวัตถุดิบพื้นถิ่น จนได้รสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ตลอดหลายทศวรรษ คณาจารย์และนักศึกษาต่างร่วมกันรักษาและพัฒนาสูตรดั้งเดิมให้คงอยู่ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">ไอศกรีมถั่วดำรสซีอิ๊ว หวานเค็มกลมกล่อม พลิกโฉมไอศกรีมแบบดั้งเดิม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยยังต่อยอดองค์ความรู้สู่ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่ผสมผสานวิทยาศาสตร์เข้ากับจิตวิญญาณทางวัฒนธรรม หนึ่งในนั้นคือ &ldquo;ไอศกรีมถั่วดำรสซีอิ๊ว&rdquo; (醬油黑豆雪糕) ภายใต้แบรนด์ร่วม &ldquo;Mr.COOL &times; NCYU Ice Bar&rdquo; ผลงานจากความร่วมมือระหว่างภาควิชากับภาคอุตสาหกรรม ที่นำซีอิ๊วสูตรดั้งเดิมมาแปรรูปในสไตล์ร่วมสมัย กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสานนวัตกรรม การเรียนรู้ และความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับธุรกิจได้อย่างลงตัว ซึ่งกล่าวได้ว่า ซีอิ๊วที่เคยหมักอยู่ในถังไม้ ถูกตีความใหม่จนกลายเป็นของหวานสุดครีเอทีฟในตู้แช่&mdash;สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อ &ldquo;ภูมิปัญญาเก่า&rdquo; ผสานกับ &ldquo;ความคิดใหม่&rdquo; ก็สามารถสร้าง &ldquo;รสชาติแห่งอนาคต&rdquo; ที่งดงามและน่าประทับใจได้จริง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ลวี่อิงเจิ้น (呂英震) หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์อาหาร มหาวิทยาลัยเจียอี้ เล่าว่า ในอดีต &ldquo;ซีอิ๊วเจียอี้&rdquo; เป็นสินค้ายอดนิยมมาก เปิดขายเฉพาะช่วงวันครบรอบสถาบัน ผู้คนถึงขั้นมาต่อคิวล่วงหน้าหนึ่งวันเพื่อซื้อซีอิ๊วลิมิเต็ดรุ่นพิเศษนี้ ซึ่งซีอิ๊วรสเข้มข้นดังกล่าวเกิดจากฝีมือของคณาจารย์และนักศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงบัณฑิตศึกษา พวกเขาดูแลทุกขั้นตอนด้วยมือ ตั้งแต่ต้มถั่วดำ หมัก ไปจนถึงตักลงไห กระบวนการดั้งเดิมที่ต้องกวนทุกวันและหมักยาวนาน ทำให้ผลิตภัณฑ์มีปริมาณจำกัดและยิ่งมีคุณค่า</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ต่อมาในปี 2020 มหาวิทยาลัยเจียอี้ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ &ldquo;ซีอิ๊วลดเกลือรุ่นพัฒนา&rdquo; เพื่อตอบรับผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและความปลอดภัยอาหาร โดยยกระดับคุณภาพทั้งวัตถุดิบและกระบวนการผลิต ใช้ถั่วเหลืองและข้าวสาลีท้องถิ่นคุณภาพสูง หมักด้วยวิธีธรรมชาติจากถั่วแท้ 100% นานกว่า 180 วัน มีปริมาณเกลือเพียงราว 12% ปราศจากคาราเมล สารกันบูด และสารให้ความหวานสังเคราะห์ทุกชนิด ใช้วัตถุดิบ Non-GMO ที่ปลูกในประเทศ เมล็ดเต่ง รสกลมกล่อม เป็นมิตรต่อสุขภาพ และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคทุกวัย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">ซีอิ๊วลดเกลือรุ่นพัฒนา ไม่มีการเติมน้ำตาล เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">จางเหวินชาง (張文昌) รองศาสตราจารย์และผู้อำนวยการโรงงานแปรรูปอาหาร มหาวิทยาลัยเจียอี้ เล่าว่า แนวคิดของผลิตภัณฑ์เริ่มจากการ &ldquo;มองถั่วดำในมุมใหม่&rdquo; แม้ถั่วดำจะเป็นวัตถุดิบหลักของซีอิ๊ว แต่ก็มักถูกใช้เพียงในอาหารคาว เมื่อกระแสหวานผสมเค็มอย่างไอศกรีมเกลือทะเลได้รับความนิยม ทีมจึงตั้งคำถามว่า &ldquo;ถ้านำถั่วดำมาใส่ในของหวาน จะได้รสชาติแบบไหน?&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อย่างไรก็ตาม กระบวนการพัฒนาไม่ง่ายเลย การต้มถั่วดำต้องควบคุมอย่างแม่นยำ&mdash;ต้มนานไปก็เละ ต้มไม่ทั่วก็ขมและไม่กลมกล่อม รวมถึงต้องคุมสัดส่วนส่วนผสมอย่างละเอียด เพราะหากความหนืดไม่พอดี ถั่วดำจะตกไปกองที่ก้นแท่ง ทำให้รสสัมผัสเสีย ความละเอียดเหล่านี้เป็นความท้าทายที่ทีมวิจัยต้องฝ่าฟัน เพื่อให้ได้ &ldquo;ไอศกรีมถั่วดำรสซีอิ๊ว&rdquo; ที่กลมกล่อมและน่าประทับใจในที่สุด</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90785</guid>
      <pubDate>Tue, 18 Nov 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251118_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36010560" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน - 2025-11-18</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน - 2025-11-18</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ซีอิ๊วมหาวิทยาลัยแห่งชาติเจียอี้&rdquo; เป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน ใช้วิธีหมักแบบญี่ปุ่นผสมกับวัตถุดิบพื้นถิ่น จนได้รสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ตลอดหลายทศวรรษ คณาจารย์และนักศึกษาต่างร่วมกันรักษาและพัฒนาสูตรดั้งเดิมให้คงอยู่ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/194f9eff-43b3-4621-a116-965307f062ae.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>183</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 18 พ.ย2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90784</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจงซานพัฒนา &ldquo;ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยไฮโดรเจนแบบเคลื่อนที่&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 2.5pt; mso-para-margin-left: .21gd; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เพื่อเสริมความเข้มแข็งและความมั่นคงด้านพลังงานในประเทศ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจงซาน (NationalChung-shan Institute of Science and Technology) ได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ &ldquo;ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยไฮโดรเจนแบบเคลื่อนที่ (Mobile Hydrogen Electrolysis Power System)&rdquo; ในงาน Taiwan Innotech Expo ที่กรุงไทเปเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม โดยได้รวมกระบวนการ &ldquo;ผลิตไฮโดรเจน&ndash;เก็บไฮโดรเจน&ndash;แปลงไฮโดรเจนเป็นพลังงานไฟฟ้า&rdquo; ไว้ภายในตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต เพื่อตอบโจทย์การจัดเก็บพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถทำหน้าที่เป็นสถานีผลิตไฟฟ้าเคลื่อนที่ได้ในยามที่โครงข่ายไฟฟ้าเสียหายจากภัยพิบัติ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">นอกจากต้นแบบคอนเทนเนอร์ 20 ฟุตแล้ว สถาบันจงซานยังพัฒนา &ldquo;กระเป๋าเดินทางเชื้อเพลิงไฮโดรเจนขนาด 26 นิ้ว&rdquo; เพื่อให้ครัวเรือนและผู้ใช้รายย่อยเข้าถึงพลังงานไฮโดรเจนได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยออกแบบให้ทำงานเชื่อมต่อกับหน่วยขนาดเล็กและคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ สร้างระบบพลังงานที่ยืดหยุ่นสำหรับทั้งภาคทหารและพลเรือน ขณะนี้สถาบันอยู่ระหว่างเจรจากับ CPC และ Taipower เพื่อผลักดันสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในอนาคต</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ในงานยังมีการสาธิตชุดป้องกันไฟรุ่นใหม่ที่ทนความร้อนได้สูงถึง 800 องศา และรับเปลวไฟอุณหภูมิ 2,000&ndash;3,000 องศาได้นาน 5 วินาที โดยยังคงควบคุมอุณหภูมิผิวหนังไม่ให้เกิน 50 องศา เหมาะสำหรับเจ้าหน้าที่ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พลังงาน และหลอมโลหะ ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากความร้อนรุนแรง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยไฮโดรเจนแบบเคลื่อนที่ในตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90784</guid>
      <pubDate>Tue, 18 Nov 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251118_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36033600" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 18 พ.ย2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 18 พ.ย2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16pt; font-family: 'Angsana New', serif; color: #e67e23;">สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจงซานพัฒนา &ldquo;ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยไฮโดรเจนแบบเคลื่อนที่&rdquo;</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/9b75dae6-30f7-4bf3-aa4e-c89d40818601.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>182</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - ไข่ไก่ไต้หวันปนเปื้อนสารฟิโปรนิล มาดูอันตรายของสารนี้ สาเหตุ และวิธีการป้องกัน]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90718</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">มีรายงานว่า ไข่ไก่ที่ผ่านการล้างทำความสะอาดและบรรจุแบบแพ็กในเมืองจางฮั่ว ตกค้างสารกำจัดศัตรูพืช ฟิโปรนิล&nbsp;(Fipronil) เกินมาตรฐาน คาดว่าเกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม สารฟิโปรนิลสามารถใช้เป็นยาฆ่าแมลงและยาที่ใช้ในการควบคุมสิ่งแวดล้อม ซึ่งนิยมใช้กำจัดแมลงสาบและมด แม้ว่าประชาชนที่บังเอิญบริโภคไข่ไก่ปนเปื้อน อาจไม่ได้รับอันตรายโดยทันที แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการบริโภค บทความนี้จะตอบคำถามว่า ฟิโปรนิลปนเปื้อนในไข่ได้อย่างไร เราจะดูยังไงว่าไข่ที่่ซื้อมามีปัญหา และควรทำอย่างไรหากเผลอกินเข้าไป</p>
<p class="MsoNormal">ฟิโปรนิลคืออะไร?</p>
<p class="MsoNormal">ฟิโปรนิลเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่สามารถใช้เป็นยาฆ่าแมลง และยาที่ใช้ในสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีมาตรฐานและข้อกำหนดปริมาณตกค้างที่แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ฟิโปรนิลมีพิษต่อแมลง ในไต้หวันปัจจุบันได้รับอนุญาตให้ใช้เป็น1. ยารักษาสัตว์ สำหรับไล่เห็บหมัดในสุนัขและแมว 2.ยากำจัดศัตรูพืชทางการเกษตร สำหรับควบคุมแมลงศัตรูพืชในพืชผล 3.ยาที่ใช้ควบคุมสิ่งแวดล้อม สำหรับใช้ในบ้านหรือพื้นที่สาธารณะ เพื่อกำจัดยุง แมลงสาบ และแมลงอื่น ๆ</p>
<p class="MsoNormal">ข้อควรระวัง</p>
<p class="MsoNormal">เนื่องจากฟิโปรนิลเป็นสารเคมีกำจัดแมลงที่มีประสิทธิภาพสูง ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทของแมลง ทำให้แมลงเป็นอัมพาตและตายในที่สุด จึงนิยมใช้ในผลิตภัณฑ์กำจัดหมัด เห็บ หรือแมลงศัตรูพืช จึงห้ามใช้กับสัตว์ปีกที่เลี้ยงไว้เพื่อการบริโภค และไม่ควรปนเปื้อนในอาหาร เช่น ไข่หรือเนื้อสัตว์ เพราะเป็นสารต้องห้ามในผลิตภัณฑ์อาหาร เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์เมื่อรับประทานในปริมาณมากหรือติดต่อกันเป็นเวลานาน</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">อันตรายต่อร่างกายมนุษย์มีอะไรบ้าง?</p>
<p class="MsoNormal">หลินซวี่หยาง (林旭陽) ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการภาคกลาง สำนักงานควบคุมอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ชี้แจงว่า แม้ว่าฟิโปรนิลที่เกินมาตรฐานอาจไม่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์โดยตรง แต่การได้รับในปริมาณที่สูงเกินไปอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อร่างกายได้ จึงมีการกำหนดมาตรฐานสารตกค้างไว้</p>
<p class="MsoNormal">หยางเจิ้นชาง (楊振昌) ผู้อำนวยการแผนกพิษวิทยาคลินิก โรงพยาบาลทหารผ่านศึก กรุงไทเป กล่าวว่า เนื่องจากสารดังกล่าวมักใช้กำจัดมดหรือมดคันไฟในไต้หวัน ในอดีตเคยมีเหตุการณ์การได้รับพิษจากการรับประทานฟิโปรนิลในปริมาณมากฏโดยไม่ตั้งใจ โดยอาการที่พบได้แก่ อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ชัก ปวดหัว เวียนหัว ไม่สบายท้องและคลื่นไส้ ภาวะเป็นพิษเฉียบพลันจากฟิโปรนิลนั้นพบไม่บ่อย แต่สิ่งที่ชาวไต้หวันกังวลคือการสะสมของสารนี้ในปริมาณไม่มากแต่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">ปริมาณที่ปลอดภัย</p>
<p class="MsoNormal">หยางเจิ้นชางยกตัวอย่างผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ปริมาณฟิโปรนิลที่ปลอดภัยสูงสุดที่สามารถรับประทานได้คือ 0.01 มิลลิกรัม ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ การทดลองในสัตว์พบว่า หากบริโภคไข่ที่มีฟิโปรนิลเกินขนาดทุกวันเป็นเวลาหลายปี อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยเฉพา ตับ ไต และต่อมไทรอยด์ นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกาได้จัดให้ฟิโปรนิลเป็นสารที่อาจก่อมะเร็งได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด ในขณะที่ยุโรปไม่ได้จัดให้อยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็ง</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;สาเหตุที่ไข่ไก่ปนเปื้อนสารฟิโปรนิล</p>
<p class="MsoNormal">การปนเปื้อนฟิโปรนิลในไข่มี 2 สาเหตุที่เป็นไปได้คือ 1.การใช้ยาฆ่าแมลงเพื่อควบคุมสิ่งแวดล้อมอย่างไม่เหมาะสม เช่นถูกนำไปใช้ในเล้าไก่เพื่อกำจัดแมลง สารนี้อาจตกค้างในพื้นหรืออาหาร ทำให้ไก่กินหรือดูดซึมเข้าไปในร่างกาย และสุดท้ายตกค้างในไข่ 2.การปนเปื้อนผ่านอาหารสัตว์ ใช้เป็นยาฆ่าแมลงในพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าว พืชผลเหล่านี้อาจถูกนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์ ซึ่งเข้าสู่ร่างกายสัตว์ และสะสมในเนื้อหรือไข่ เมื่อมนุษย์บริโภคไข่เหล่านั้นก็จะได้รับสารนี้ทางอ้อม</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">วิธีตรวจสอบและระบุไข่ไก่ที่ปนเปื้อน</p>
<p class="MsoNormal">สำหรับไข่ที่ซื้อมาแล้ว สามารถตรวจสอบได้โดยดูรหัสเลขล็อตที่ประทับบนไข่ไก่ บรรทัดแรกของรหัสเป็นหมายเลขฟาร์มและโรงคัดเลือกไข่ หากประทับหมายเลข 147045 แสดงว่าเป็นฟาร์มที่พบไข่ปนเปื้อน ส่วนบรรทัดที่สอง ของรหัสเป็นวันที่บรรจุและวิธีการผลิต รหัส 251023C 201027C 251030C 251103C เป็น ล็อตที่มีปัญหา หากตรวจพบรหัสเหล่านี้โปรดอย่าบริโภค ไข่ที่มีปัญหามีประมาณ 150,000 ฟอง ได้กระจายไปยังผู้ค้าปลีก เช่น PX Mart และ Funcom Supermarket ใน 9 เมือง ได้แก่ เถาหยวน ซินจู๋ ไถจง หยุนหลิน หนานโถว เจียอี้ ไถหนาน และเกาสง</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">หากเผลอกินไข่ที่มีปัญหาเข้าไป ควรทำอย่างไร?</p>
<p class="MsoNormal">จากข้อมูลบนเว็บไซต์ของสำนักงานบริหารจัดการสารเคมี กระทรวงสิ่งแวดล้อม ระบุว่า เนื่องจากฟิโปรนิลเป็นสารที่ละลายในไขมัน สารจะถูกขับออกจากร่างกายทางระบบเดินอาหารเป็นหลัก และส่วนน้อยจะถูกขับออกทางปัสสาวะ ดังนั้น การดื่มน้ำมากๆ และการรับประทานผักและผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง จะช่วยเร่งการเผาผลาญและขับสารนี้ออกจากร่างกายได้</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;ทั้งนี้ สำนักงานควบคุมอาหารและยาเรียกร้องให้ผู้บริโภคหยุดบริโภคไข่ในล็อตที่มีปัญหา และได้สั่งการให้ผู้ค้าปลีกดำเนินการคืนสินค้าและเรียกคืนโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ จะยังคงร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขท้องถิ่นในการสุ่มตรวจสารตกค้างของยาฆ่าแมลงในไข่ที่วางจำหน่ายในตลาด เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของอาหารและให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้อย่างสบายใจ</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90718</guid>
      <pubDate>Mon, 17 Nov 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251117_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24000960" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - ไข่ไก่ไต้หวันปนเปื้อนสารฟิโปรนิล มาดูอันตรายของสารนี้ สาเหตุ และวิธีการป้องกัน</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - ไข่ไก่ไต้หวันปนเปื้อนสารฟิโปรนิล มาดูอันตรายของสารนี้ สาเหตุ และวิธีการป้องกัน</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">มีรายงานว่า ไข่ไก่ที่ผ่านการล้างทำความสะอาดและบรรจุแบบแพ็กในเมืองจางฮั่ว ตกค้างสารกำจัดศัตรูพืช ฟิโปรนิล&nbsp;</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">(Fipronil) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">เกินมาตรฐาน คาดว่าเกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม สารฟิโปรนิลสามารถใช้เป็นยาฆ่าแมลงและยาที่ใช้ในการควบคุมสิ่งแวดล้อม ซึ่งนิยมใช้กำจัดแมลงสาบและมด แม้ว่าประชาชนที่บังเอิญบริโภคไข่ไก่ปนเปื้อน อาจไม่ได้รับอันตรายโดยทันที แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการบริโภค บทความนี้จะตอบคำถามว่า ฟิโปรนิลปนเปื้อนในไข่ได้อย่างไร เราจะดูยังไงว่าไข่ที่่ซื้อมามีปัญหา และควรทำอย่างไรหากเผลอกินเข้าไป</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';"></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/88ef492e-6d13-4d9b-8f2f-614694ad55cd.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>181</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90672</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลสำรวจ 10 อันดับปฏิทินในธีมระบบนิเวศทางธรรมชาติที่คนไต้หวันโหวตมาแล้วสวยงาม ฮีลใจ ควรค่าแก่การสะสมหรือมีติดบ้านมากที่สุด (ตอนที่ 1) ใกล้ถึงช่วงเวลาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอีกแล้วนะคะ ซึ่งของหนึ่งอย่างที่เรามักจะได้รับกันในช่วงเทศกาลปีใหม่ก็คือปฏิทิน ทั้งแบบตั้งโต๊ะ แบบแขวน หรือแบบที่เป็นสมุดโน๊ต โดยกว่าจะได้ปฏิทินแต่ละแบบในแต่ละปีออกมาบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการหาธีมที่แตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมาๆ และต้องแตกต่างหรือไม่ซ้ำกับองค์กรหรือบริษัทอื่นๆ อีกทั้งต้องเป็นธีมที่สื่อความหมายสอดคล้องกับบริบทขององค์กร แล้วจึงนำไปสู่การออกแบบภาพ ลวดลาย และสีสันให้สวยงามตามมา ดังนั้นในบรรดาปฏิทินที่แจกฟรีหรือที่วางจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป และมีรูปแบบลวดลายหลากหลายให้จนเลือกกันจนไม่หวาดไม่ไหวนี้ ก็จะมีอยู่หลายลายหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องยาวนานจนถึงปัจจุบัน ก็คือ ปฏิทินที่มีลวดลายเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศทางธรรมชาติ ซึ่งให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เพราะมีทั้งภาพเทือกเขาอันยิ่งใหญ่ แม่น้ำที่ไหลเอื่อย ทิวทัศน์ทะเลสุดสายตา แถมคุณยังอาจไจะด้รู้จักพืชพรรณเฉพาะถิ่นของไต้หวันและสัตว์ป่าคุ้มครองด้วย ซึ่งล้วนเป็นรายละเอียดและเรื่องราวของธรรมชาติที่ถูกซ่อนเอาไว้ในปฏิทินด้วย คลิกปุ่มสีแดงฟังรายการตรงมุมบนด้านซ้าย</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp; </p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 7 ปฏิทินของคณะกรรมการกิจการมหาสมุทรไต้หวัน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 8 ปฏิทินของกรมประมงไต้หวัน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 9 ปฏิทินของ HANK MAX STUDIO</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 10 ปฏิทินของการไฟฟ้าไต้หวัน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90672</guid>
      <pubDate>Sun, 16 Nov 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251116_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36011520" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลสำรวจ 10 อันดับปฏิทินในธีมระบบนิเวศทางธรรมชาติที่คนไต้หวันโหวตมาแล้วสวยงาม ฮีลใจ ควรค่าแก่การสะสมหรือมีติดบ้านมากที่สุด (ตอนที่ 1) ใกล้ถึงช่วงเวลาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอีกแล้วนะคะ ซึ่งของหนึ่งอย่างที่เรามักจะได้รับกันในช่วงเทศกาลปีใหม่ก็คือปฏิทิน ทั้งแบบตั้งโต๊ะ แบบแขวน หรือแบบที่เป็นสมุดโน๊ต โดยกว่าจะได้ปฏิทินแต่ละแบบในแต่ละปีออกมาบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการหาธีมที่แตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมาๆ และต้องแตกต่างหรือไม่ซ้ำกับองค์กรหรือบริษัทอื่นๆ อีกทั้งต้องเป็นธีมที่สื่อความหมายสอดคล้องกับบริบทขององค์กร แล้วจึงนำไปสู่การออกแบบภาพ ลวดลาย และสีสันให้สวยงามตามมา ดังนั้นในบรรดาปฏิทินที่แจกฟรีหรือที่วางจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป และมีรูปแบบลวดลายหลากหลายให้จนเลือกกันจนไม่หวาดไม่ไหวนี้ ก็จะมีอยู่หลายลายหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องยาวนานจนถึงปัจจุบัน ก็คือ ปฏิทินที่มีลวดลายเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศทางธรรมชาติ ซึ่งให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เพราะมีทั้งภาพเทือกเขาอันยิ่งใหญ่ แม่น้ำที่ไหลเอื่อย ทิวทัศน์ทะเลสุดสายตา แถมคุณยังอาจไจะด้รู้จักพืชพรรณเฉพาะถิ่นของไต้หวันและสัตว์ป่าคุ้มครองด้วย ซึ่งล้วนเป็นรายละเอียดและเรื่องราวของธรรมชาติที่ถูกซ่อนเอาไว้ในปฏิทินด้วย <span style="color: #e03e2d;"><strong>คลิกปุ่มสีแดงฟังรายการตรงมุมบนด้านซ้าย</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/457e6e92-e484-471a-bc58-70c123452561.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>180</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 11 พ.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90197</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;คุณรู้ไหมว่าไต้หวันก็ปลูกเกาลัดได้ด้วย? &ldquo;สวนเกาลัดตระกูลหลิน&rdquo; ที่ตำบลจงผู่ เมืองเจียอี้ คือแหล่งปลูกเกาลัดละติจูดต่ำที่สุดในโลก สืบทอดกันมาถึงรุ่นที่สามตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน เกาลัดที่นี่มีเนื้อละเอียด นุ่มแน่น หอมหวานกลมกล่อมจนชนะเกาลัดนำเข้า ซึ่งในไต้หวัน วัตถุดิบเกาลัดที่ใช้ในอุตสาหกรรมขนมหวานส่วนใหญ่มักมาจากต่างประเทศ เพราะต้นทุนต่ำกว่า แต่ร้านที่พิถีพิถันยังคงเลือกใช้ &ldquo;เกาลัดไต้หวันแท้&rdquo; ที่มีสีสวย เนื้อนุ่ม กลิ่นหอม และรสหวานธรรมชาติไม่เหมือนใคร</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;">เปลือกหนามเกาลัดแยกเป็นสี่แฉก แสดงว่าเกาลัดสุก พร้อมเก็บเกี่ยวได้แล้ว(photo:agriharvest)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp; &nbsp; หลินจื้อเสียน (林志賢) ทายาทรุ่นที่สามแห่งสวนเกาลัดตระกูลหลิน ร่วมกับบิดา หลินเต๋อยวน (林德淵) ดูแลสวนด้วยความรักและผูกพันต่อผืนดิน สวนแห่งนี้มีจุดเริ่มต้นจากทวด &ldquo;หลินฉางเฉิง&rdquo; (林長成) ผู้บุกเบิกการปลูกเกาลัดในพื้นที่หยุนสุ่ย โดยนำเมล็ดพันธุ์จากเทือกเขาอาลีซานมาปลูกตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาและแบ่งปันพันธุ์ให้ชาวบ้าน จนกลายเป็น &ldquo;เกาลัดสีทองแห่งจงผู่&rdquo; อันเลื่องชื่อในวันนี้ แม้ต้องเผชิญพายุที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตอยู่บ่อยครั้ง แต่ครอบครัวหลินก็ยังคงยืนหยัดดูแลสวนด้วยหัวใจแห่งศรัทธา จน &ldquo;เกาลัดสีทองแห่งจงผู่&rdquo; กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิของไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เกาลัดไม่เพียงเหมาะกับของหวานอย่าง &ldquo;ซุปเกาลัดใส่นม&rdquo; แต่ยังปรุงเป็นอาหารคาวได้หลากหลาย เช่น &ldquo;ข้าวเกาลัด&rdquo; หรือ &ldquo;หมูตุ๋นเกาลัด&rdquo; สำหรับหลินจื้อเสียน ทายาทรุ่นที่สามของสวนเกาลัดตระกูลหลิน การทำสวนคือการสานต่อคำสัญญาของบรรพบุรุษให้เกาลัดยังคงเบ่งบานบนผืนดินนี้ และหลังจากที่เขาเรียนด้านอาหาร เขาก็มุ่งพัฒนา &ldquo;ผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานจากเกาลัด&rdquo; เพื่อยืดอายุผลผลิตท้องถิ่น แม้ยังถ่ายทอดกลิ่นและรสเฉพาะตัวได้ไม่หมด แต่เขายังคงมุ่งมั่นให้ &ldquo;เกาลัดไต้หวัน&rdquo; กลายเป็นรสชาติที่โลกจดจำ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">ผลเกาลัดที่มีหนามแหลม (ซ้าย) และดอกเกาลัดยาวเป็นพู่ (ขวา)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวเกาลัดราวสองเดือนครึ่ง สวนเกาลัดตระกูลหลินผลิตได้กว่า 5,000 ชั่ง (ราว 3 ตัน) ทุกขั้นตอนตั้งแต่เก็บ แกะ คัด บรรจุ จนถึงจัดส่งล้วนใช้แรงคนล้วน ๆ ทำให้ต้องจ้างแรงงานเพิ่มอีก 3&ndash;4 คน และเดิมทีการขายต้องโทรหาลูกค้าประจำทีละราย ก่อนจะปรับเป็นการขายตรงให้สหกรณ์ เพื่อให้คุณหลินเต๋อยวนมีเวลามุ่งผลิตมากขึ้น ภายหลังเมื่อหลินจื้อเสียนเข้ามาช่วย เขาได้ปรับระบบสั่งซื้อเป็นแบบออนไลน์ ทำให้ลูกค้าสะดวกและเข้าถึงง่ายขึ้น อีกทั้งสวนยังเคยได้รับเกียรติจากนายกเทศมนตรีเมืองคาซามะ ประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาเยี่ยมชมด้วยตนเอง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สวนเกาลัดตระกูลหลินเพาะพันธุ์กล้าไม้เองด้วยวิธี &ldquo;เพาะเมล็ดลงดินโดยตรง&rdquo; เพื่อให้รากเติบโตได้เต็มที่ ต่างจากการเพาะในกระถางที่รากจำกัดพื้นที่ เมื่อกล้าอายุราวหนึ่งปีจึง &ldquo;เสียบยอด&rdquo; กิ่งพันธุ์ดีลงบนต้นกล้าแข็งแรง และล้างดินที่รากออกก่อนปลูกเพื่อให้รากแผ่กระจายได้ดี ต้นที่เพาะแบบนี้จะออกดอกภายในปีเดียว แต่สองปีแรกต้องเด็ดยอดดอกออกเพื่อบำรุงต้นให้แข็งแรงก่อนให้ผล แม้สามารถขยายพันธุ์ด้วยการปักชำได้ แต่คุณหลินเต๋อยวนไม่เลือกใช้ เพราะรากจะตื้นและอ่อนแอ ทำให้คุณภาพผลลดลง ต้นเกาลัดสามารถสูงได้ถึง 20 เมตรหากไม่ตัดแต่ง เกษตรกรจึงต้องจัดทรงต้นให้โปร่ง เตี้ย และรับแสงทั่วถึง เพื่อสะดวกต่อการดูแลและเก็บเกี่ยว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลังฤดูเก็บเกี่ยวปลายตุลาคม ต้นจะผลัดใบพักตัว ก่อนแตกยอดใหม่ในกุมภาพันธ์ ออกดอกช่วงมีนาคม&ndash;เมษายน และให้ผลพร้อมเก็บเกี่ยวในเดือนสิงหาคม โดยต้องใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช และพ่นยาป้องกันศัตรูพืชเป็นระยะ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีที่สุด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">กิ่งใบในสวนเกาลัดถูกแสงแดดสาดส่อง ราวภาพย่อของสามรุ่นครอบครัวหลิน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90197</guid>
      <pubDate>Tue, 11 Nov 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251111_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36032640" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 11 พ.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 11 พ.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;คุณรู้ไหมว่าไต้หวันก็ปลูกเกาลัดได้ด้วย</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;">? &ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">สวนเกาลัดตระกูลหลิน&rdquo; ที่ตำบลจงผู่ เมืองเจียอี้ คือแหล่งปลูกเกาลัดละติจูดต่ำที่สุดในโลก สืบทอดกันมาถึงรุ่นที่สามตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน เกาลัดที่นี่มีเนื้อละเอียด นุ่มแน่น หอมหวานกลมกล่อมจนชนะเกาลัดนำเข้า ซึ่งในไต้หวัน วัตถุดิบเกาลัดที่ใช้ในอุตสาหกรรมขนมหวานส่วนใหญ่มักมาจากต่างประเทศ เพราะต้นทุนต่ำกว่า แต่ร้านที่พิถีพิถันยังคงเลือกใช้ &ldquo;เกาลัดไต้หวันแท้&rdquo; ที่มีสีสวย เนื้อนุ่ม กลิ่นหอม และรสหวานธรรมชาติไม่เหมือนใคร</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/83489eb3-5919-47af-bc0f-0c7b650f794d.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>179</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 11 พ.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90159</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไต้หวันพัฒนาการแพทย์อัจฉริยะ นวัตกรรมทางคลินิกด้วย AI ของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์จีน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงแกนหลักของวงการแพทย์อย่างเงียบ ๆ ตั้งแต่ห้องตรวจจนถึงห้องผู้ป่วย จากห้องฉุกเฉินถึงห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) แพทย์และพยาบาลต้องเผชิญกับข้อมูลจำนวนมหาศาลทุกวัน ซึ่งในอดีตต้องใช้เวลาและแรงงานมากในการจัดการ แต่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์จีน (China Medical University Hospital) ทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน AI กว่า 50 คน ซึ่งประกอบด้วยวิศวกรคอมพิวเตอร์และแพทย์เฉพาะทางหลายสิบคน กำลังพลิกโฉมระบบนี้ด้วยการนำ AI เข้ามาใช้ในสถานการณ์ทางการแพทย์จริง เพื่อให้การวินิจฉัยรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับการดูแลให้ &ldquo;ฉลาด&rdquo; ขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การดำเนินงานของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์จีน แสดงให้เห็นว่า AI ในวงการแพทย์ไม่ใช่อนาคตที่ห่างไกลอีกต่อไป แต่เป็น &ldquo;ปัจจุบัน&rdquo; ที่เกิดขึ้นแล้ว ตั้งแต่การช่วยชีวิตในห้องฉุกเฉิน การจัดการข้อมูลทางคลินิก ไปจนถึงการบริหารจัดการความรู้ในโรงพยาบาล AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น แต่เป็น &ldquo;พลังขับเคลื่อน&rdquo; การเปลี่ยนผ่านของระบบสาธารณสุขยุคใหม่ เมื่อปัญญาประดิษฐ์ผสานเข้ากับประสบการณ์ของแพทย์อย่างลงตัว ความแม่นยำและประสิทธิภาพในการรักษาจะเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ซึ่งไม่เพียงปกป้องชีวิตผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพของวงการแพทย์ไต้หวันในเวทีโลกอีกด้วย</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90159</guid>
      <pubDate>Tue, 11 Nov 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251111_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36002880" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 11 พ.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 11 พ.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #e67e23;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ไต้หวันพัฒนาการแพทย์อัจฉริยะ นวัตกรรมทางคลินิกด้วย </span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">AI </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์จีน</span></b></span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/8c396de7-8312-4e66-a066-6b9ea1a9bbfa.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>178</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - พาส่อง! หุ่นยนต์กายภาพผลิตเองในไต้หวัน]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90130</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ศูนย์การเรียนรู้ด้านการดูแลระยะยาวของโรงพยาบาลคริสเตียนผูหลี่ (埔里基督教醫院l) &nbsp;ได้จัดกิจกรรมเพื่อนำเสนอระบบหุ่นยนต์กายภาพอัจฉริยะที่ทำงานด้วยข้อมูลสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและระบบประสาท เพื่อแบ่งปันการบูรณาการระบบหุ่นยนต์เข้ากับการดูแลผู้ป่วยในระยะยาว และการดูแลผู้ป่วยทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ภายในงานมีการนำเข้าเครื่องมือแพทย์อัจฉริยะที่ผลิตในประเทศจำนวน 6 รายการ จาก 5 บริษัท โดยเน้นหลักการดังนี้ </p>
<p class="MsoNormal">1.&nbsp;ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven) หมายถึงการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการฟื้นฟูของผู้ป่วย เช่น การเคลื่อนไหวของแขนขา แรงกล้ามเนื้อ ความเร็ว หรือมุมข้อต่อ แล้วนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการประเมินความก้าวหน้าและปรับแผนการฝึกให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลอย่างต่อเนื่อง</p>
<p class="MsoNormal">2.การวิเคราะห์ด้วย AI ระบบจะใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ เช่น การระบุรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ หรือคาดการณ์แนวโน้มการฟื้นตัว เพื่อช่วยแพทย์และนักกายภาพบำบัดวางแผนการรักษาอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p class="MsoNormal"><br style="mso-special-character: line-break;">3.แผนฟื้นฟูที่แม่นยำ หมายถึงการออกแบบการฝึกที่เหมาะสมกับระดับความรุนแรงของผู้ป่วยแต่ละราย เช่น ระดับเบา กลาง หรือรุนแรง เพื่อให้การฟื้นฟูตรงจุดและได้ผลสูงสุด เช่น ปรับแรงต้าน ความเร็ว หรือรูปแบบการเคลื่อนไหวให้เหมาะกับศักยภาพของผู้ป่วย</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">ก้าวใหม่ของการแพทย์ในชนบท</p>
<p class="MsoNormal">นายซูซื่อเฉียง (蘇世強) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคริสเตียนผูหลี่ กล่าวว่า โรงพยาบาลฯ ได้ผลักดันการแพทย์อัจฉริยะและการประยุกต์ใช้ AI ในทางการแพทย์อย่างแข็งขัน การนำระบบนี้มาใช้จริงนอกจากแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของโรงพยาบาลในการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้แล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านระบบการแพทย์ในพื้นที่ชนบทให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลอีกด้วย</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;พื้นที่ปฏิบัติการจริงประกอบไปด้วยโซนฝึกการเดินและการเคลื่อนไหวของข้อต่อด้วยระบบอัจฉริยะ ซึ่งใช้ระบบติดตามข้อมูลบนคลาวด์เพื่อตรวจสอบปฏิกิริยาทางสรีรวิทยาและผลการฝึกบำบัดของผู้ป่วยได้แบบเรียลไทม์ โดยคาดว่าระบบจะสามารถให้บริการผู้ป่วยได้มากกว่า 1,000 รายต่อปี โดยโรงพยาบาลคริสเตียนผูหลี่ได้ออกแบบแผนฟื้นฟูสมรรถภาพเฉพาะบุคคล ตามระดับความรุนแรงของผู้ป่วย โดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะที่แตกต่างกันในแต่ละกรณี ดังนี้</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;1. แผนการฟื้นฟูสำหรับผู้ป่วยอาการเเบา</p>
<p class="MsoNormal">สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง จะใช้ระบบฝึกประเมินการเคลื่อนไหวของร่างกายของบริษัท ai FREE Interactive Tech (智遊科技) ระบบนี้จะผสานการเล่นเกมแบบโต้ตอบเข้ากับการตรวจจับการเคลื่อนไหว เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยมีแรงจูงใจในการออกกำลังกายและพัฒนาการทำงานร่วมกันของอวัยวะต่างๆ</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">2. แผนการฟื้นฟูสำหรับผู้ป่วยอาการปานกลาง </p>
<p class="MsoNormal">สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง จะนำหุ่นยนต์ฝึกการเคลื่อนไหวข้อต่อของบริษัท FREE Bionics (福寶科技)&nbsp; มาใช้ หุ่นยนต์จะช่วยในการฟื้นฟูแบบเชิงรุกและเชิงรับ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสามารถปรับปรุงช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">3. แผนการฟื้นฟูสำหรับผู้ป่วยอาการรุนแรง </p>
<p class="MsoNormal">การฝึกการเคลื่อนไหวในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจะผสานการทำงานของ หุ่นยนต์โครงกระดูกภายนอกสำหรับท่อนล่างหรือส่วนขา เป็นหุ่นยนต์สำหรับฝึกเดินของบริษัท FREE Bionics&nbsp; เข้ากับระบบฝึกเดินโดยมีเข็มขัดช่วยพยุงของบริษัท Full-Care Technology (全能照護科技)&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยทั้งสองระบบนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทสามารถยืนได้อย่างปลอดภัยและฝึกการเดินได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงในการหกล้ม พร้อมเสริมสร้างการทรงตัวและการควบคุมการเดิน นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังต้องสวมใส่อุปกรณ์เสริม เช่นเครื่องตรวจวัดออกซิเจนในเลือดกับแหวนอัจฉริยะ (Smart Ring) เพื่อติดตามอัตราการเต้นของหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือดแบบเรียลไทม์ ทำให้การฝึกเป็นไปอย่างปลอดภัย</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; โรงพยาบาลคริสเตียนผูหลี่ยังกล่าวอีกว่า ด้วยการทำงานเชิงลึกด้านการดูแลสุขภาพชุมชนและการบูรณาการการดูแลระยะยาวมาเป็นเวลานาน การเปิดใช้ระบบหุ่นยนต์ฟื้นฟูอัจฉริยะในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการฟื้นฟูทางกายภาพในพื้นที่ชนบทเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความสามารถในการตรวจสอบทางคลินิกและการร่วมมือทางอุตสาหกรรมกับเครื่องมือแพทย์ที่ผลิตในประเทศอีกด้วย ทางโรงพยาบาลมีแผนที่จะเชื่อมโยงระบบนี้เข้ากับสถานพยาบาลอื่นๆ ศูนย์ดูแลระยะยาว และระบบการดูแลสุขภาพทางไกลอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อผลักดันการแพทย์อัจฉริยะให้เข้าถึงชุมชนต่อไป</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">photo from: 江睿智,&nbsp; ai FREE Interactive Tech, Full-Care Technology</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90130</guid>
      <pubDate>Mon, 10 Nov 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251110_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24001920" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - พาส่อง! หุ่นยนต์กายภาพผลิตเองในไต้หวัน</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - พาส่อง! หุ่นยนต์กายภาพผลิตเองในไต้หวัน</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">&nbsp; &nbsp; &nbsp;เมื่อวันที่ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">20 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ตุลาคม </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">2568 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ศูนย์การเรียนรู้ด้านการดูแลระยะยาวของโรงพยาบาลคริสเตียนผูหลี่ <span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">(</span><span style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'Arial Unicode MS','sans-serif'; mso-ascii-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-hansi-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-bidi-font-family: 'TH Sarabun New';">埔里基督教醫院</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">l) </span>&nbsp;ได้จัดกิจกรรมเพื่อนำเสนอระบบหุ่นยนต์กายภาพอัจฉริยะที่ทำงานด้วยข้อมูลสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและระบบประสาท เพื่อแบ่งปันการบูรณาการระบบหุ่นยนต์เข้ากับการดูแลผู้ป่วยในระยะยาว และการดูแลผู้ป่วยทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ภายในงานมีการนำเข้าเครื่องมือแพทย์อัจฉริยะที่ผลิตในประเทศจำนวน </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">6 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">รายการ จาก </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">5 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">บริษัท โดยเน้นหลักการดังนี้ </span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/c0fcee14-7c99-4652-8470-638ca96171f9.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>177</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90098</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะมาพูดถึงเรื่องราว IP Character ของไต้หวันบนเวทีระดับนานาชาติ หลายคนอาจจะสงสัยว่า IP Character คืออะไร IP Character ก็คือ ตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property &ndash; IP) ซึ่งหมายถึงตัวละครที่มี เจ้าของสิทธิ์อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือบุคคล เช่น ตัวละครจากภาพยนตร์ เกม การ์ตูน นิยาย หรือมาสคอตแบรนด์ต่างๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา IP Character ของไต้หวันเริ่มสร้างชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ Taiwan Creative Content Agency (TAICCA) หน่วยงานส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ของไต้หวัน ได้ร่วมมือกับสมาคม Taiwan Character Brand Licensing Association หรือ TCBLAนำคณะนักออกแบบเข้าร่วมแสดงผลงาน ในงานแสดงสินค้าด้านลิขสิทธิ์ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งมีการคัดเลือกผู้ที่จะเป็นตัวแทนเพื่อเข้าร่วมงานอย่างเข้มข้น คุณเผิงอ้ายผิง (彭愛萍) เลขาธิการสมาคม TCBLA อธิบายว่า ตามรูปแบบการคัดเลือกที่ TAICCA กำหนดไว้ จะมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติมาเป็นคณะกรรมการ เพื่อทำการประเมินด้านต่าง ๆ เช่น ศักยภาพทางการตลาด ความชื่นชอบนิยมในสไตล์ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแครักเตอร์ เพื่อเฟ้นหาตัวละครที่มีลิขสิทธิ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตลาดในแต่ละพื้นที่ คลิกฟังรายการที่ปุ่มสีแดงมุมซ้ายด้านบน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=90098</guid>
      <pubDate>Sun, 09 Nov 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251109_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36013440" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะมาพูดถึงเรื่องราว IP Character ของไต้หวันบนเวทีระดับนานาชาติ หลายคนอาจจะสงสัยว่า IP Character คืออะไร IP Character ก็คือ ตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property &ndash; IP) ซึ่งหมายถึงตัวละครที่มี เจ้าของสิทธิ์อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือบุคคล เช่น ตัวละครจากภาพยนตร์ เกม การ์ตูน นิยาย หรือมาสคอตแบรนด์ต่างๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา IP Character ของไต้หวันเริ่มสร้างชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ Taiwan Creative Content Agency (TAICCA) หน่วยงานส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ของไต้หวัน ได้ร่วมมือกับสมาคม Taiwan Character Brand Licensing Association หรือ TCBLAนำคณะนักออกแบบเข้าร่วมแสดงผลงาน ในงานแสดงสินค้าด้านลิขสิทธิ์ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งมีการคัดเลือกผู้ที่จะเป็นตัวแทนเพื่อเข้าร่วมงานอย่างเข้มข้น คุณเผิงอ้ายผิง (彭愛萍) เลขาธิการสมาคม TCBLA อธิบายว่า ตามรูปแบบการคัดเลือกที่ TAICCA กำหนดไว้ จะมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติมาเป็นคณะกรรมการ เพื่อทำการประเมินด้านต่าง ๆ เช่น ศักยภาพทางการตลาด ความชื่นชอบนิยมในสไตล์ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแครักเตอร์ เพื่อเฟ้นหาตัวละครที่มีลิขสิทธิ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตลาดในแต่ละพื้นที่ <span style="color: #e03e2d;"><strong>คลิกฟังรายการที่ปุ่มสีแดงมุมซ้ายด้านบน</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/828a75aa-9edf-4049-ba8a-2ab38291c93b.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>176</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 4 พ.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=89672</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ข้าวถือเป็นพืชอาหารหลักของไต้หวัน ส่วนฟางข้าวคือผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นในกระบวนการเพาะปลูก โดยทั่วไปปริมาณฟางข้าวจะมีปริมาณหนึ่งเท่าครึ่งของผลผลิตข้าวในแต่ละปี สถิติในปี 2023 ฟางข้าวทั่วประเทศมีปริมาณราว 1.46 ล้านตัน ส่วนใหญ่อยู่ใน 5 พื้นที่ ได้แก่ นครไทจง จางฮั่ว หยุนหลิน เจียอี้ และนครไถหนาน รวมกันคิดเป็นประมาณ 68% ของทั้งประเทศ (ราว 9.9 แสนตัน)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">การเผาฟางในนาเคยเป็นวิธีดั้งเดิม แต่เพราะทำลายดินและมลพิษอากาศ จึงไม่ถูกส่งเสริมแล้ว<br></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แบบดั้งเดิม การเผาตอซังในนาข้าวถูกมองว่าเป็นวิธีเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน และช่วยกำจัดเมล็ดวัชพืชบนผิวดิน เถ้าฟางที่เหลือจากการเผายังอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ซึ่งเติมธาตุอาหารให้กับดินได้ จึงเป็นเหตุผลที่ชาวนานิยมทำระหว่างรอบการปลูกข้าวครั้งแรกและครั้งที่สอง อย่างไรก็ตาม ควันจากการเผาฟางข้าวสามารถบดบังทัศนวิสัยบนท้องถนน ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางจราจรได้ง่าย อีกทั้งมลพิษจากควันและฝุ่นละอองยังบั่นทอนคุณภาพชีวิตและสุขภาพประชาชน หากไฟควบคุมไม่อยู่ก็เสี่ยงลุกลามไปยังบ้านเรือนและพื้นที่ข้างเคียง จนกลายเป็นภัยสาธารณะ นอกจากนี้ ความร้อนจากการเผายังทำลายความสมดุลของจุลินทรีย์ในหน้าดิน ขณะที่เถ้าฟางก่อให้เกิดโพแทสเซียมคาร์บอเนตและแคลเซียมออกไซด์มากเกินไป ส่งผลให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินไม่สมดุลอีกด้วย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เพื่อลดการพึ่งพาการเผาฟางข้าวและคำนึงถึงคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2017 กรมการเกษตรและอาหารได้ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานสิ่งแวดล้อม และสถานีวิจัยการเกษตรทั่วประเทศ จัดการประชุมให้ความรู้และแลกเปลี่ยนแนวทาง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดการฟางข้าว เพื่อรักษาสุขภาพประชาชน และคุ้มครองคุณภาพอากาศ </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; mso-char-indent-count: 1.5; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; tab-stops: list 36.0pt;">เพื่อพัฒนาวิธีและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการฟางข้าว ปัจจุบันกรมการเกษตรและอาหาร กระทรวงเกษตร แนะนำเทคนิค 3 แบบ ได้แก่ การสับฟางกลบในแปลง, การใส่ยูเรีย, การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีจุลินทรีย์ย่อยฟาง ซึ่งวิธีที่เกษตรกรนิยมมากที่สุดคือ สับฟางกลบ เพราะช่วยประหยัดแรงงานและต้นทุน อีกทั้งยังเติมธาตุอาหารให้กับดิน มีเกษตรกรใช้มากถึงราว 80% อย่างไรก็ตาม ฟางต้องใช้เวลานานกว่าจะย่อยสลาย ในสภาพอากาศร้อนอาจเกิดก๊าซมีเทนจนทำให้ข้าวเป็นโรคขาดอากาศ ส่งผลต่อการเจริญเติบโต และหากมีไต้ฝุ่นหรือฝนตกหนัก ฟางที่ยังย่อยไม่หมดอาจลอยไปกีดขวางแปลงข้าวเพื่อนบ้านได้ ส่วนการใส่ยูเรีย มักทำหลังการเก็บเกี่ยว โดยใส่ประมาณ 60&ndash;80 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์ เพื่อเพิ่มปริมาณไนโตรเจนให้จุลินทรีย์นำไปใช้เร่งการย่อยฟาง ยูเรียหาง่ายสำหรับเกษตรกร แต่การเพิ่มไนโตรเจนมากเกินไปอาจทำให้ดินและจุลินทรีย์เสียสมดุล เกิดก๊าซมีเทนเพิ่มขึ้น รวมถึงทำให้ต้นข้าวเจริญเติบโตผิดปกติ ล้มง่าย และเสี่ยงต่อโรคแมลง อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2006 สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรไทจง ได้เริ่มส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผสมจุลินทรีย์ย่อยฟาง เพื่อเร่งการย่อยฟาง ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี ลดการปล่อยก๊าซมีเทน และยังช่วยเสริมผลผลิตข้าวในระยะยาว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">เมื่อใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีจุลินทรีย์ย่อยสลายฟาง ข้าวที่ได้จะออกรวงแน่น เมล็ดเต็ม และให้ผลผลิตกับคุณภาพที่ดีขึ้น<br></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในผลิตภัณฑ์มีการเติมเชื้อราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) ซึ่งสามารถอยู่ร่วมกับรากข้าวได้ ช่วยให้รากพัฒนาแข็งแรงและดูดซึมฟอสเฟตได้ดีขึ้น ส่งผลให้จำนวนกอ (แตกกอ) และจำนวนรวงที่สมบูรณ์เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันการล้มของต้นข้าว และทำให้ระยะการตั้งท้องของรวงข้าวเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ โดยรวมสามารถเพิ่มผลผลิตได้ราว 5&ndash;6%</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปี 2024 สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรไทจงได้พัฒนาปุ๋ยจุลินทรีย์ย่อยฟางชนิดผสมใหม่ และนำไปใช้จริงในพื้นที่ ไทจง จางฮั่ว และหนานโถว รวมแล้วมากถึง 6,720 เฮกตาร์ อัตราการเผาฟางข้าวก็ลดลงจาก 2.7% เหลือต่ำกว่า 0.8%</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=89672</guid>
      <pubDate>Tue, 04 Nov 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251104_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36025920" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 4 พ.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 4 พ.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ข้าวถือเป็นพืชอาหารหลักของไต้หวัน ส่วนฟางข้าวคือผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นในกระบวนการเพาะปลูก โดยทั่วไปปริมาณฟางข้าวจะมีปริมาณหนึ่งเท่าครึ่งของผลผลิตข้าวในแต่ละปี สถิติในปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2023 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ฟางข้าวทั่วประเทศมีปริมาณราว </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">1.46 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ล้านตัน ส่วนใหญ่อยู่ใน </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">5 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">พื้นที่ ได้แก่ นครไทจง จางฮั่ว หยุนหลิน เจียอี้ และนครไถหนาน รวมกันคิดเป็นประมาณ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">68% </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ของทั้งประเทศ (ราว </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">9.9 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">แสนตัน)</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/64803b9a-e7ea-4675-8766-92612f462218.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>175</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 4 พ.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=89671</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">มหาวิทยาลัยไต้หวัน ประกอบด้วย National Central University ร่วมกับ National Sun Yat-sen University ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์ (NSTC) ได้พัฒนา ตัวเร่งปฏิกิริยาเอนโทรปีสูงรุ่นใหม่ ที่สามารถบำบัดน้ำเสียที่มีแอมโมเนียได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมกับผลิตไฮโดรเจนสีเขียวไปในตัว ถือเป็นแนวทางนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ผลงานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร npj | Clean Water</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมการผลิตอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีอื่นๆ ทั่วโลก ประกอบกับความตระหนักที่เพิ่มขึ้นต่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ประเด็นเรื่องการบำบัดน้ำเสียจึงได้รับความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะปัญหาการตกค้างของสารประกอบไนโตรเจน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ไม่อาจละเลยได้.</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทีมวิจัยของศาสตราจารย์หงเหว่ยเสวียน (洪緯璿) &nbsp;จากมหาวิทยาลัย Central ได้ร่วมมือกับทีมของศาสตราจารย์หลินเหว่ยฉุน(林煒淳) จากมหาวิทยาลัย Sun Yat-sen พัฒนา ตัวเร่งปฏิกิริยาเอนโทรปีสูงรุ่นใหม่ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงสามารถลดปริมาณแอมโมเนียในน้ำเสียได้อย่างมากเท่านั้น แต่ยังสามารถผลิตไฮโดรเจนสีเขียวได้ในกระบวนการบำบัดน้ำ ช่วยเสนอแนวทางนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนอีกด้วย.</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ศ. หงเหว่ยเสวียน จากมหาวิทยาลัย Central ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่า ทีมงานได้ใช้เทคนิค Fast Moving Bed Pyrolysis, FMBPในการผลิตวัสดุตัวเร่งปฏิกิริยาเซรามิกนาโนเอนโทรปีสูง ที่มีประสิทธิภาพและความเสถียรสูง เมื่อนำไปใช้เป็นขั้วแอโนดในระบบอิเล็กโทรไลซิส ร่วมกับวิธี ออกซิเดชันทางไฟฟ้า และ สารคลอรีนที่มีฤทธิ์สูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีออกซิเดชันขั้นสูง (AOP) สามารถลดปริมาณแอมโมเนียในน้ำเสียได้ถึง 99% ภายในเวลาเพียง 90 นาที พร้อมทั้งผลิตไฮโดรเจนสีเขียวได้ในกระบวนการเดียวกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทีมวิจัย ม.แห่งชาติจงหยางประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัสดุตัวเร่งปฏิกิริยาเซรามิกนาโนเอนโทรปีสูง มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูง สามารถย่อยสลายแอมโมเนียได้ถึง&nbsp;99% และผลิตไฮโดรเจนสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน (ภาพ:ม.แห่งชาติจงหยาง)</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=89671</guid>
      <pubDate>Tue, 04 Nov 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251104_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36032640" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 4 พ.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 4 พ.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">มหาวิทยาลัยไต้หวัน ประกอบด้วย </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">National Central University </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ร่วมกับ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">National Sun Yat-sen University</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"> ภายใต้การสนับสนุนของ</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: 新細明體; mso-fareast-font-family: 新細明體; mso-hansi-font-family: 新細明體; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">กระทรวง</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">วิทยาศาสตร์ (</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">NSTC) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ได้พัฒนา <b>ตัวเร่งปฏิกิริยาเอนโทรปีสูงรุ่นใหม่</b> ที่สามารถบำบัดน้ำเสียที่มีแอมโมเนียได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมกับผลิตไฮโดรเจนสีเขียวไปในตัว ถือเป็นแนวทางนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ผลงานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร </span><i><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">npj | Clean Water</span></i><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/b8d82992-18fb-429b-8cc4-57738fbeee93.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>174</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - กฎใหม่เดือนพฤศจิกา! เงินอุดหนุนเด็กหลอดแก้ว ฉีดยาปฏิชีวนะที่บ้านและวัคซีนไข้หวัดใหญ่]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=89511</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันได้ประกาศกฎระเบียบใหม่ที่จะมีผลในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งรวมถึงโครงการเงินอุดหนุนเด็กหลอดแก้วสำหรับภาวะมีบุตรยากเวอร์ชัน 3.0 ที่เริ่มบังคับใช้ โดยเพิ่มเงินอุดหนุนสำหรับบุตรคนที่ 2 และ 3 ให้เท่ากับบุตรคนแรก สำหรับสตรีที่อายุไม่ถึง 39 ปี ซึ่งแต่ละครั้งจะสามารถรับเงินอุดหนุนได้สูงสุด 150,000 เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่ผ่านการประเมินจากแพทย์แล้ว ยังสามารถฉีดยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำที่บ้านได้</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการได้ชี้แจงว่า เงินอุดหนุนเด็กหลอดแก้วสำหรับภาวะมีบุตรยากเวอร์ชัน 3.0 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน โดยเป็นการยกระดับเงินอุดหนุนเพื่อลดภาระทางการเงินของคู่สามีภรรยาที่มีบุตรยากในการเข้ารับการทำเด็กหลอดแก้ว เงินอุดหนุนที่มีการเพิ่มขึ้นรายการที่ 1 คือสำหรับผู้ที่อายุไม่ถึง 39 ปี โดยการตั้งครรภ์แต่ละครั้ง ครั้งที่ 1 อุดหนุนสูงสุด 150,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนครั้งที่ 2 และ 3 อุดหนุนสูงสุด 100,000 เหรียญไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; เงินอุดหนุนที่ปรับเพิ่มขึ้นรายการที่ 2 คือสำหรับผู้ที่มีอายุ 39 ปี และต่ำกว่า 45 ปี โดยการตั้งครรภ์แต่ละครั้ง ครั้งที่ 1 อุดหนุนสูงสุด 130,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนครั้งที่ 2 และ 3 อุดหนุนสูงสุด 80,000 เหรียญไต้หวัน สำนักงานสุขภาพฯ เตือนว่าหลังกฎระเบียบใหม่เริ่มใช้ ผู้ที่อายุต่ำกว่า 39 ปี สามารถฝังตัวอ่อนได้สูงสุด 1 ตัว ขณะที่ผู้ที่อายุ 39 ปีและต่ำกว่า 45 ปี สามารถฝังตัวอ่อนได้สูงสุด 2 ตัว เพื่อปกป้องสุขภาพของคุณแม่และทารก พร้อมสนับสนุนให้คู่สามีภรรยาที่มีบุตรยากใช้สิทธิเงินอุดหนุนช่วยเหลือการมีบุตร</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ในด้านการลดความจำเป็นในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หลังจากเดือนสิงหาคมได้เริ่มให้การฉีดยาปฏิชีวนะเปลี่ยนจากการรักษาแบบผู้ป่วยในเป็นผู้ป่วยนอก ในเดือนพฤศจิกายนนี้ก็ขยายขอบเขตการรักษาด้วยการฉีดยาปฏิชีวนะที่บ้านได้ สำนักงานประกันสุขภาพฯ ได้แก้ไข "โครงการนำร่องการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินที่บ้านภายใต้ระบบประกันสุขภาพ" โดยเพิ่มมาตรฐานการเบิกจ่ายเงินสำหรับ "ชุดให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ 1 วัน" เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและคุณภาพทางเลือกในการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; สำนักงานประกันสุขภาพฯ ยังได้ทำการแก้ไขแผนการให้รางวัลแก่ผู้ป่วยนอกสำหรับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำด้วย โดยเพิ่มมาตรฐานการเบิกจ่ายชุดให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ 1 วัน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้ยาปฏิชีวนะของแพทย์คลินิก ลดการใช้ยาปฏิชีวนะออกฤทธิ์กว้างเกินจำเป็น คาดว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์ประมาณ 10,000 คน และใช้งบประมาณประมาณ 54 ล้านเหรียญไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน "โครงการทดลองศูนย์ดูแลอาการฉุกเฉินระดับเบา (UCC) ในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ภายใต้ระบบประกันสุขภาพ" จะเริ่มดำเนินการ โดยสำนักงานประกันสุขภาพได้เลือกสถานที่ให้บริการ 13 แห่งใน 6 เมืองหลัก เวลาทำการคือ 08:00-24:00 น. ในวันอาทิตย์หรือวันหยุดยาว โดยจะมีแพทย์จากคลินิกท้องถิ่นหมุนเวียนกันเข้าเวร และที่ศูนย์ฯ จะมีอุปกรณ์ X-ray พื้นฐานและอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น ชุดทำคลอด ชุดเย็บแผล และเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า โดยเสียค่าส่วนต่างเพียง 150 เหรียญเท่านั้น</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ศูนย์ฉุกเฉินในวันหยุดจะเน้นรองรับผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยอยู่ในระดับ 3-5 ตามเกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเร่งด่วนหรือซับซ้อน หรือจัดอยู่ในระดับ 1-2 ตามเกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินจะถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลใหญ่ผ่านทางช่องทางสีเขียวผ่านทางช่องทางสีเขียว (Green Channel) สำนักงานประกันสุขภาพฯ คาดการณ์ว่าจะให้บริการได้ 36,000 เคสต่อปี และจะสนับสนุนเงินจากกองทุนประกันสุขภาพ 280 ล้านแต้ม ในช่วงปี 2565-2566 โดยหวังว่าการแบ่งแยกผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง จะช่วยบรรเทาความแออัดในห้องฉุกเฉินช่วงวันหยุดยาว และทำให้ทรัพยากรทางการแพทย์ฉุกเฉินมุ่งเน้นไปที่ผู้ป่วยอาการหนักได้อย่างเต็มที่</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; เพื่อรับมือกับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ กรมควบคุมโรคได้ประกาศแผนการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีน COVID-19 ที่รัฐบาลจัดสรรให้ฟรีสำหรับปี 2568-2569 โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ:</p>
<p class="MsoNormal">ระยะที่ 1: เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม สำหรับ 11 กลุ่มเป้าหมาย เช่น ผู้สูงอายุ เด็กก่อนวัยเรียน นักเรียน/นักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรค</p>
<p class="MsoNormal">ระยะที่ 2: เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นต้นไป สำหรับกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 50 ถึง 64 ปี ที่ไม่มีโรคเรื้อรังที่มีความเสี่ยงสูง</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;ขยายเงื่อนไขการใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ </p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;รัฐบาลได้ขยายระยะเวลาการใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่รัฐจัดสรรให้ฟรี ภายใต้เงื่อนไข "ผู้ที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการแพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการเฉพาะเจาะจง" โดยจากเดิมที่กำหนดไว้ระหว่างวันที่ 1 ถึง 31 ตุลาคม ได้ขยายออกไปจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและการเสียชีวิต</p>
<p class="MsoNormal"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=89511</guid>
      <pubDate>Mon, 03 Nov 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/thrti/files/202511/20251103_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24000960" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - กฎใหม่เดือนพฤศจิกา! เงินอุดหนุนเด็กหลอดแก้ว ฉีดยาปฏิชีวนะที่บ้านและวัคซีนไข้หวัดใหญ่</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - กฎใหม่เดือนพฤศจิกา! เงินอุดหนุนเด็กหลอดแก้ว ฉีดยาปฏิชีวนะที่บ้านและวัคซีนไข้หวัดใหญ่</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">&nbsp; &nbsp; &nbsp;กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันได้ประกาศกฎระเบียบใหม่ที่จะมีผลในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งรวมถึงโครงการเงินอุดหนุนเด็กหลอดแก้วสำหรับภาวะมีบุตรยากเวอร์ชัน </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">3.0 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ที่เริ่มบังคับใช้ โดยเพิ่มเงินอุดหนุนสำหรับบุตรคนที่ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">2 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">และ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">3 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ให้เท่ากับบุตรคนแรก สำหรับสตรีที่อายุไม่ถึง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">39 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ปี ซึ่งแต่ละครั้งจะสามารถรับเงินอุดหนุนได้สูงสุด </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">150,000 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่ผ่านการประเมินจากแพทย์แล้ว ยังสามารถฉีดยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำที่บ้านได้</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/a0a5f444-320f-4510-b3d7-fb0d0e62e675.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>173</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=89466</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของผลสำรวจกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุที่ได้รับความนิยมไต้หวันมากที่สุดประจำปี ค.ศ. 2025 (ตอนที่ 2) จากข้อมูลล่าสุดเมื่อสิ้นเดือนกันยายนปีนี้ (2025) ไต้หวันมีสัดส่วนของประชากรสูงอายุวัย 65 ปี อยู่ที่ 19.72% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ดังนั้นหากไต้หวันมีสัดส่วนของประชากรสูงอายุแตะ 20% ขึ้นไปเมื่อไหร่ ไต้หวันก็จะกลายเป็น "สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด" ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าน่าจะภายในสิ้นปี ด้วยเหตุนี้สังคมไต้หวันจึงหันมาให้เความสนใจเกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่างๆ ในสังคมที่มีเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการเปิดชั้นเรียน หลักสูตร หรือกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ทั้งด้านการดูแลรักษาทางการแพทย์ การดูแลระยะยาวแล้ว สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต เป็นต้น หลักสูตรกิจกรรมต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ นอกจากจะช่วยให้ผู้สูงอายุได้ใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์แล้ว ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ได้พัฒนาศักยภาพใหม่ๆ ได้ดูแลสุขภาพกายและใจ ได้มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ มาช่วยจุนเจือครอบครัวด้วย คลิกฟังรายการที่ปุ่มสีแดงมุมซ้ายด้านบน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่1 คลาสเรียนเกี่ยวกับการออกกำลังกาย 運動課程</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2 คลาสเรียนเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล 數位科技課程</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3 คลาสเรียนเกี่ยวกับศิลปะ 藝術課程</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4 คลาสเรียนเกี่ยวกับจิตวิทยา 心靈宗教課程</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5 คลาสเรียนเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ 保健養生課程</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6 คลาสเรียนดนตรี 音樂課程</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 7 คลาสเรียนทำงานฝีมือ 手作課程&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=89466</guid>
      <pubDate>Sun, 02 Nov 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251102_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36011520" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของผลสำรวจกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุที่ได้รับความนิยมไต้หวันมากที่สุดประจำปี ค.ศ. 2025 (ตอนที่ 2) จากข้อมูลล่าสุดเมื่อสิ้นเดือนกันยายนปีนี้ (2025) ไต้หวันมีสัดส่วนของประชากรสูงอายุวัย 65 ปี อยู่ที่ 19.72% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ดังนั้นหากไต้หวันมีสัดส่วนของประชากรสูงอายุแตะ 20% ขึ้นไปเมื่อไหร่ ไต้หวันก็จะกลายเป็น "สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด" ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าน่าจะภายในสิ้นปี ด้วยเหตุนี้สังคมไต้หวันจึงหันมาให้เความสนใจเกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่างๆ ในสังคมที่มีเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการเปิดชั้นเรียน หลักสูตร หรือกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ทั้งด้านการดูแลรักษาทางการแพทย์ การดูแลระยะยาวแล้ว สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต เป็นต้น หลักสูตรกิจกรรมต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ นอกจากจะช่วยให้ผู้สูงอายุได้ใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์แล้ว ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ได้พัฒนาศักยภาพใหม่ๆ ได้ดูแลสุขภาพกายและใจ ได้มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ มาช่วยจุนเจือครอบครัวด้วย <span style="color: #e03e2d;"><strong>คลิกฟังรายการที่ปุ่มสีแดงมุมซ้ายด้านบน</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/e8749700-27e7-489f-8bf7-e7ac8a6e9ddd.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>172</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 28 ต.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88946</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แม้ปลานวลจันทร์ทะเลจะเลี้ยงได้ตลอดปี แต่เป็นปลาที่ &ldquo;กลัวหนาว&rdquo; จึงมีผลผลิตน้อยในฤดูหนาว ราคามักพุ่งก่อนเดือนมิถุนายน แต่ปีนี้สถานการณ์ยิ่งหนัก ไต้ฝุ่นดานาส ทำไฟดับในเขตเพาะเลี้ยงเจียหนาน เครื่องเติมอากาศหยุดทำงาน ปลาตายจำนวนมาก ราคาจึงทะยานไม่หยุด สถิติชี้ชัด พื้นที่เพาะเลี้ยงลดลงต่อเนื่องจากกว่า 10,000 เฮกตาร์ในปี 2016 เหลือเพียง 6,526 เฮกตาร์ในปี 2024 หายไปราว 30% ปัญหานี้จึงไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ชั่วคราว แต่คือสัญญาณเตือนอนาคตอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">บ่อเลี้ยงปลานวลจันทร์ กุ้งขาว ในเขตชีกู่ กลายเป็นฟาร์มโซลาร์เซลล์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แม้รายงานสรุปประมงประจำปีล่าสุดยังไม่เผยแพร่ แต่ ศ.ฉินจงเสี่ยน (秦宗顯) แห่งภาควิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพทางน้ำ มหาวิทยาลัยเจียอี้ ประเมินว่า ปี 2025 อาจลดลงอีกกว่า 200 เฮกตาร์ แสดงให้เห็นว่าการหดตัวของพื้นที่เพาะเลี้ยงยังไม่ถึงจุดต่ำสุด ศ.ฉิน อธิบายว่า สาเหตุสำคัญของการหดตัวนี้ นอกจากปัญหาคนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านประมงอพยพออกไปและขาดผู้สืบทอดอาชีพแล้ว ปัจจัยหลักคือ โครงการ &ldquo;ประสานพลังประมง&ndash;พลังงานแสงอาทิตย์&rdquo; (Fishery and electricity symbiosis漁電共生) ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บ่อปลานวลจันทร์ขนาดใหญ่จำนวนมากถูกแทนที่ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งในช่วงก่อสร้างอย่างน้อย 2 ปีไม่สามารถเพาะเลี้ยงได้เลย และแม้จะกลับมาเลี้ยงภายหลัง ก็ไม่ได้ยึด &ldquo;การประมง&rdquo; เป็นศูนย์กลางอีกต่อไป ทำให้เกษตรกรจำนวนมากเร่งถอนตัวจากอาชีพ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">อาชีพขอดเกล็ดปลานวลจันทร์ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวชาวประมง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2017 รัฐบาลเริ่มผลักดันโครงการ &ldquo;ประสานพลังประมง&ndash;พลังงานแสงอาทิตย์&rdquo; ทำให้บริษัทพลังงานเริ่มออกล่าแผ่นดินทั่วประเทศเพื่อสร้างโซลาร์ฟาร์ม ซึ่งตาม &ldquo;สมุดปกขาวอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&rdquo; ที่สภาการเกษตรประกาศในปี 2021 ตั้งเป้าให้มีการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แบบยกพื้น (ground-mounted) ขนาด 4 กิกะวัตต์ ภายในปี 2025 ซึ่งต้องใช้พื้นที่ราว 10,000 เฮกตาร์ หรือ หนึ่งในสี่ของบ่อเพาะเลี้ยงทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเศรษฐกิจและรัฐบาลท้องถิ่นยังคง &ldquo;เร่งเพิ่ม&rdquo; โควตา จนขนาดพื้นที่รวมของโครงการ &ldquo;ประสานประมง&ndash;พลังงาน&rdquo; พุ่งถึง 20,905 เฮกตาร์ ซึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งของพื้นที่เพาะเลี้ยงทั่วประเทศ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในบรรดาพื้นที่กว่า 2 หมื่นเฮกตาร์นั้น ตั้งอยู่ในเมืองเจียอี้, ไถหนาน และเกาสง ครองสัดส่วนสูงสุดกว่า 13,654 เฮกตาร์ ซึ่งทั้งหมดคือ &ldquo;ฐานหลักของอุตสาหกรรมปลานวลจันทร์ทะเลของไต้หวัน&rdquo; การรุกคืบของพลังงานแสงอาทิตย์จึงส่งผลกระทบโดยตรงและรุนแรงต่ออุตสาหกรรมนี้ แม้นโยบาย &ldquo;ประสานพลังประมง&ndash;พลังงาน&rdquo; จะชูแนวคิดว่า &ldquo;เลี้ยงปลาไปด้วย ผลิตไฟฟ้าไปด้วย&rdquo; แต่รายงานตรวจสอบพบว่า กว่า 70% ของโครงการที่ก่อสร้างแล้วทั่วประเทศ ไม่มีการเพาะเลี้ยงจริง และบ่อที่อยู่ระหว่างก่อสร้างก็ต้อง &ldquo;หยุดเลี้ยงชั่วคราว&rdquo; เช่นกัน ส่งผลให้พื้นที่เพาะเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลหายไปอย่างมหาศาล</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88946</guid>
      <pubDate>Tue, 28 Oct 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251028_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36025920" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 28 ต.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 28 ต.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">แม้ปลานวลจันทร์ทะเลจะเลี้ยงได้ตลอดปี แต่เป็นปลาที่ &ldquo;กลัวหนาว&rdquo; จึงมีผลผลิตน้อยในฤดูหนาว </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ราคามักพุ่งก่อนเดือนมิถุนายน</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">แต่ปีนี้สถานการณ์ยิ่งหนัก</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ไต้ฝุ่นดานาส</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ทำไฟดับในเขตเพาะเลี้ยงเจียหนาน</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">เครื่องเติมอากาศหยุดทำงาน</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ปลาตายจำนวนมาก</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ราคาจึงทะยานไม่หยุด</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> สถิติชี้ชัด พื้นที่เพาะเลี้ยงลดลงต่อเนื่องจากกว่า </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">10,000 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เฮกตาร์ในปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2016</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เหลือเพียง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">6,526 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เฮกตาร์ในปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2024</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">หายไปราว </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">30%</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ปัญหานี้จึงไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ชั่วคราว แต่คือสัญญาณเตือนอนาคตอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงไต้หวัน</span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/4eec503e-22f3-4455-83c0-c660fc8e6b5b.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>171</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 28 ต.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88945</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">กระทรวงเศรษฐการฯ ชี้ว่า การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำบนอ่างเก็บน้ำไม่กระทบคุณภาพน้ำ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ท่ามกลางเสียงกังวลว่าการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำบนอ่างเก็บน้ำอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ สำนักงานพลังงาน (ภายใต้กระทรวงเศรษฐการฯ) ชี้แจงว่า ทั่วโลก เช่น สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ต่างมีโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนผิวน้ำในอ่างเก็บน้ำและทะเลสาบซึ่งประสบความสำเร็จแล้ว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำหรับกรณีอ่างเก็บน้ำอู่ซานโถว (烏山頭水庫) ในไต้หวัน ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทั้งก่อนและหลังติดตั้งไม่พบความผิดปกติ ทั้งยังมีข้อกำหนดในสัญญาให้ใช้ &ldquo;น้ำสะอาด&rdquo; ในการล้างทำความสะอาด และแผงโซลาร์เซลล์สามารถทำความสะอาดตัวเองด้วยฝน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำนักงานพลังงานระบุเพิ่มเติมว่า การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไม่ได้เป็นแนวทางเฉพาะของไต้หวันเท่านั้น ญี่ปุ่นเคยมีผลการทดลองพบว่า นอกจากผลิตไฟฟ้าได้แล้ว ยังช่วยลดการรับแสงแดด ทำให้สาหร่ายในอ่างเก็บน้ำเติบโตน้อยลง ลดปัญหาน้ำเน่าและการเกิดภาวะยูโทรฟิเคชัน (น้ำอุดมด้วยสารอาหารเกินไป) อีกด้วย ทั้งทั่วโลกมีหลายกรณีที่ใช้แหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ชลประทาน หรืออุตสาหกรรมร่วมกับโซลาร์เซลล์โดยไม่พบการปนเปื้อนของน้ำ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในส่วนของข้อกล่าวหาว่าแผงโซลาร์เซลล์มีสารพิษ สำนักงานพลังงานยืนยันว่า แผงที่ใช้ในประเทศผ่านมาตรฐานสากล IEC มีความทนทานและปลอดภัย ผู้ประกอบการในประเทศยังได้ทำการทดสอบโดยนำแผงมาตีแตกและแช่น้ำ พร้อมตรวจสอบในห้องแล็บที่ได้รับการรับรอง ผลปรากฏว่าน้ำที่ได้ยังคงผ่านมาตรฐานน้ำดื่มของกรมสิ่งแวดล้อม ไม่มีสารอันตรายรั่วไหล</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สำนักงานพลังงานย้ำว่า เทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำมีความก้าวหน้าและใช้งานจริงในหลายประเทศมานานแล้ว ไต้หวันจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมพลังงานสีเขียว ภายใต้หลักการ &ldquo;ผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ความปลอดภัยของคุณภาพน้ำ&rdquo; เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88945</guid>
      <pubDate>Tue, 28 Oct 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251028_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36009600" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 28 ต.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 28 ต.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;"><span style="color: #e67e23;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">กระทรวงเศรษฐการฯ ชี้ว่า การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำบนอ่างเก็บน้ำไม่กระทบคุณภาพน้ำ</span></b></span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/fd5d3eae-1bb8-480a-89b7-b49217cfabe5.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>170</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - เราจะดูแลและอยู่ร่วมกับเด็ก ADHD อย่างไร]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=89001</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">พูดคุยกับคุณหมอสมชาย โตมรกุล เกี่ยวกับเรื่องราวว่าพ่อแม่จะดูแลหรือว่าอยู่ร่วมกับเด็กที่มีอาการ ADHD อย่างไร</p>
<p dir="ltr">คุณหมอกล่าวว่าหนึ่งคือเราสังเกตว่าลูกเราไม่ค่อยเหมือนคนอื่น อันนึงคือเด็กอยู่เฉยๆ คือเหม่อลอยแล้วก็ Daydreaming ฝันในกลางวันอะไรพวกเนี้ย ก็คือพวก attention deficit พวกไม่มีโฟกัส และเด็กพวกหนึ่งที่ hyperactive คือสองอันนี้มันเป็นสองขั้วแต่เป็นโรคเดียวกัน พอในอนุบาลเนี่ยคือเด็กที่จะเห็นได้ก็คือเพราะตอนเด็กอนุบาลนี้มีหนังสือก็อาจจะไม่แคร์เรื่องเกรดเรื่องอะไร เพราะนั้นจะดูจะเห็นได้ชัดว่าเด็กพวกนี้จะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ต้องหาคนมาคุยด้วยอะไรอย่างเงี้ย เข้าไปแกล้งคนนู้นคนนี้ ทําให้เกิดปัญหาหรือเด็กพวกนี้จะเข้าสังคมไม่ได้แล้วก็จะมีปัญหาในการปรับตัวกับเพื่อนกับครูที่โรงเรียนก็มีปัญหา นั่งในห้องเรียนเอ่อเพราะในอนุบาลอาจจะต้องนั่งสักช่วงหนึ่ง เด็กคนนี้อาจจะสัก 10 นาทีเขาก็ลุกขึ้นมาละเขาจะอยู่เฉยไม่ได้หรือว่ามือก็จะอยู่นิ่งไม่ได้ต้องเล่นนู่นเล่นนี่แล้วก็เขียนนู่นเขียนนี่แล้วก็ไม่ฟังครูแต่ว่าอนุบาลอาจจะไม่หนักมากเพราะครูอาจจะไม่แคร์มากหรือว่าในบางโรงเรียนก็อาจจะมีเวลาในห้องเรียนน้อยอาจจะไปวิ่งเล่นข้างนอกมากเพราะฉะนั้นอาจจะไม่เห็นได้ชัด</p>
<p dir="ltr">เราต้องมีเควสชั่นแนร์ให้คุณครูและก็พ่อแม่ด้วย แล้วก็ให้เขียนว่าเป็นยังไงบ้าง บางคนอาจจะมีที่ปัญหาเฉพาะโรงเรียน หรือว่าบางคนอาจจะมีที่บ้าน ถ้าอย่างงั้นเราก็จะสังเกตไปก่อนว่าเป็นอย่างงี้จริงหรือเปล่า แต่ว่าถ้าเกิดเหมือนกันทั้งสองที่ พ่อแม่ก็คิดว่าเออเป็นแบบนี้ คุณครูคิดอย่างงี้ เราก็คิดว่าเออเด็กคนนี้ก็มีมีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะเป็น ADHD</p>
<p dir="ltr">เด็ก ADHD เนี่ย ที่บอกตอนแรกว่าสมองด้านหน้าของเขาไม่สามารถที่จะพัฒนาได้ดีมาก เพราะฉะนั้นเขาทำอะไรขึ้นมาไม่สามารถที่จะ analyze หรือว่าวิเคราะห์หรือว่าเขาแก้ปัญหาอะไรได้ เพราะฉะนั้นเด็กพวกนี้เวลาเขาจะทำอะไรขึ้นมาก็จะติดแล้วก็จะทำอะไรไม่ได้ต่อ ก็จะทิ้งไว้เลย แบบพอเขามีโปรเจกต์อะไรขึ้นมาเนี่ย เขาจะทำได้แปปหนึ่ง แล้วพอเจอมีปัญหาหรือว่าเขาไม่มีอารมณ์หรือว่าเขาไม่ชอบแล้วเขาก็ทิ้ง เป็นเด็กที่ทำอะไรได้ไม่ต่อเนื่อง ไม่สำเร็จ</p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr">เพราะฉะนั้นการที่เราจะช่วยเด็กพวกนี้คือ 1 ตอนที่เขาอยู่ชั้นประถมเนี่ย เราสามารถที่จะหาว่าเด็กพวกนี้อยู่ที่ไหน เค้าเป็นอะไรบ้าง แล้วก็พยายามที่จะสอนพ่อแม่ว่าคุณต้องฝึกเด็กคนนี้ยังไง คือ ผมเองตอนที่ผมทำ ADHD ผมจะไม่บอกว่าต้องกินยาอะไรอย่างเงี้ย คือถ้าพ่อแม่เค้าคิดว่าพร้อมจะกินยาเราจึงให้กินยา แล้วเราก็จะคิดว่าหนึ่งเราต้องบอกว่าไม่ใช่ความผิดของลูกของคุณอย่าเบลมเด็กเพระาเค้าไม่ได้ตั้งใจเค้าไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้คือมันเป็นสภาวะของสมองของเค้าซึ่งเอ่อเจริญเติบโตช้ากว่าอายุของเค้าอาจจะสองสามปี แล้วเราก็พยายามเข้าใจแล้วก็ให้กำลังใจแล้วก็อันที่สองคือพ่อแม่ก็ต้องทำตัวอย่างให้ดีให้เด็กๆ คือว่าสมมุติว่าเราคิดว่าถ้าเด็กต้องการให้เด็กคนเนี้ยเชื่อฟังในกฎเกณฑ์ทุกอย่าง เพราะถ้ากฎเกณฑ์มีเพื่อว่าให้ป้องกันอุบัติเหตุ หรือว่าป้องกันความผิดพลาด แล้วสมมุติว่าพ่อแม่ขับรถเราก็ต้องบอกว่าลูกเห็นไฟแดงมั้ย เพราะว่าต้องจอดรถนะ เห็นไฟแดงต้องจอดรถ เราจะพยายามที่จะไม่ทำอะไรฝ่าฝืนกฎ</p>
<p dir="ltr">เพราะว่าเวลาเราใช้พฤติกรรมของตัวเราเองเป็นการที่สอนเด็ก คือคำพูดของเราไม่มีพลังมากเหมือนกับพฤติกรรมของตัวเราเอง เพราะฉะนั้นเราต้องพยายาม คือจริงๆ แล้วเนี่ย ตอนที่เราฝึก ADHD เนี่ย เราไม่ได้ฝึกเด็ก เราฝึกพ่อแม่เด็ก ก็คือพ่อแม่เป็นตัวหลักในการช่วยรักษาเด็กชช เราต้องให้พ่อแม่เด็กรู้ว่าพ่อต้องทำอะไรซึ่งเด็กจะเป็นคนดูพ่อแม่สมมุติว่าพ่อแม่จะสั่งให้ลูกไปอาบน้ำ สมัยก่อนะพ่อแม่อาจจะคุยโทรศัพท์อยู่ก็ลูกไปอาบน้ำนะอะไรอย่างเงี้ยแล้วก็เดี๋ยวลูกก็ไม่ได้ยินหรือว่าลูกอาจจะลืมไปหรือว่าลูกก็เล่นอยู่เพราะสมาธิสั้นอยู่แล้วก็ไม่สนใจเดี๋ยวก็พ่อแม่เดี๋ยวก็สัก15นาทีก็ออกบอกให้ไปอาบน้ำนะลูกก็ไม่อาบน้ำอีกครึ่งชั่วโมงก็ไม่อาบน้ำชั่วโมงก็ไม่อาบน้ำ สุดท้ายก็มาตีลูกเนี่ยว่าทำไมไม่อาบน้ำ แต่จริงๆแล้วเราควรจะรู้ว่าเขาสมาธิสั้น เราควรจะวางทุกอย่างลงมา แล้วก็มาคุยมันมองหน้าเด็ก มองตาเด็กว่าลูกไปอาบน้ำ แล้วก็ต้องการอะไรไหม ต้องการผ้าขนหนูไหม ต้องการสบูไหม ต้องการอะไรไหม คือเราต้องเทรนให้เขาไปอาบน้ำให้เสร็จลูกจะได้รับคำสั่งที่ชัดเจน</p>
<p></p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">นายแพทย์สมชาย โตมรกุล แพทย์แผนกตรวจสุขภาพ โรงพยาบาล PAOCHIEN HOSPITAL&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=89001</guid>
      <pubDate>Mon, 27 Oct 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251027_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24029760" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - เราจะดูแลและอยู่ร่วมกับเด็ก ADHD อย่างไร</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - เราจะดูแลและอยู่ร่วมกับเด็ก ADHD อย่างไร</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr"><strong><span style="color: #3598db;">พูดคุยกับคุณหมอสมชาย โตมรกุล เกี่ยวกับเรื่องราวว่าพ่อแม่จะดูแลหรือว่าอยู่ร่วมกับเด็กที่มีอาการ ADHD อย่างไร</span></strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/4ec18883-795a-40d6-826d-dc5c3cd0e1f3.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>169</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88954</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของผลสำรวจกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุที่ได้รับความนิยมไต้หวันมากที่สุดประจำปี ค.ศ. 2025 (ตอนที่ 1) จากข้อมูลล่าสุดเมื่อสิ้นเดือนกันยายนปีนี้ (2025) ไต้หวันมีสัดส่วนของประชากรสูงอายุวัย 65 ปี อยู่ที่ 19.72% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ดังนั้นหากไต้หวันมีสัดส่วนของประชากรสูงอายุแตะ 20% ขึ้นไปเมื่อไหร่ ไต้หวันก็จะกลายเป็น "สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด" ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าน่าจะภายในสิ้นปี ด้วยเหตุนี้สังคมไต้หวันจึงหันมาให้เความสนใจเกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่างๆ ในสังคมที่มีเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการเปิดชั้นเรียน หลักสูตร หรือกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ทั้งด้านการดูแลรักษาทางการแพทย์ การดูแลระยะยาวแล้ว สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต เป็นต้น หลักสูตรกิจกรรมต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ นอกจากจะช่วยให้ผู้สูงอายุได้ใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์แล้ว ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ได้พัฒนาศักยภาพใหม่ๆ ได้ดูแลสุขภาพกายและใจ ได้มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ มาช่วยจุนเจือครอบครัวด้วย คลิกฟังรายการที่ปุ่มสีแดงมุมซ้ายด้านบน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 8 กิจกรรมการทำอาหาร</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 9 กิจกรรมเต้นรำ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 10 กิจกรรมเพาะปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ดอกไม้ประดับ และการจัดดอกไม้</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88954</guid>
      <pubDate>Sun, 26 Oct 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251026_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36019200" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของผลสำรวจกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุที่ได้รับความนิยมไต้หวันมากที่สุดประจำปี ค.ศ. 2025 (ตอนที่ 1) จากข้อมูลล่าสุดเมื่อสิ้นเดือนกันยายนปีนี้ (2025) ไต้หวันมีสัดส่วนของประชากรสูงอายุวัย 65 ปี อยู่ที่ 19.72% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ดังนั้นหากไต้หวันมีสัดส่วนของประชากรสูงอายุแตะ 20% ขึ้นไปเมื่อไหร่ ไต้หวันก็จะกลายเป็น "สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด" ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าน่าจะภายในสิ้นปี ด้วยเหตุนี้สังคมไต้หวันจึงหันมาให้เความสนใจเกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่างๆ ในสังคมที่มีเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการเปิดชั้นเรียน หลักสูตร หรือกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ทั้งด้านการดูแลรักษาทางการแพทย์ การดูแลระยะยาวแล้ว สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต เป็นต้น หลักสูตรกิจกรรมต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ นอกจากจะช่วยให้ผู้สูงอายุได้ใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์แล้ว ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ได้พัฒนาศักยภาพใหม่ๆ ได้ดูแลสุขภาพกายและใจ ได้มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ มาช่วยจุนเจือครอบครัวด้วย <span style="color: #e03e2d;"><strong>คลิกฟังรายการที่ปุ่มสีแดงมุมซ้ายด้านบน</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/11/original/0a8ead63-396f-475b-9be1-3fb650447b5e.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>168</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 21 ต.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88551</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&ldquo;เจลลี่ฟิก&rdquo; หรือ ต้นอ้ายอวี้ (愛玉) พืชป่าท้องถิ่นของไต้หวัน ชอบอากาศชื้นและฝนตกชุก พบในป่าทึบระดับความสูง 700&ndash;1,800 เมตร เดิมขึ้นเองทางตอนเหนือ แต่ปัจจุบันเริ่มมีการเพาะปลูกแพร่หลาย สำหรับในครั้งนี้จะพาไปรู้จัก ต้นอ้ายอวี้ธรรมชาติของตระกูลอู๋ แห่งตำบลกวนซาน เมืองไถตง เส้นทางสู่สวนต้องขับรถสี่ล้อไต่เขาระดับ 700 เมตรเหนือทะเล ก่อนถึงป่าร่มรื่นที่คุณอู๋ป๋อเจิ้ง วัย 83 ปี เฝ้าดูแลมายาวนาน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของธุรกิจเจลลี่ฟิกที่สืบทอดต่อเนื่องมานานถึงสามรุ่น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">สามรุ่นร่วมมือ สร้างวิสัยทัศน์เจลลี่ฟิกกวนซาน(ภาพจากnewsmarket)<br></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อู๋ป๋อเจิ้งผูกพันกับภูเขามาตั้งแต่ปลดประจำการ เขาเริ่มปลูกป่ากับกรมป่าไม้ ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ จนเมื่อราว 40 ปีก่อน ได้ยินว่าเจลลี่ฟิกจากอาลีซานส่งออกญี่ปุ่นราคาสูงถึงกิโลละ 1,500 เหรียญไต้หวัน เขาจึงเริ่มปลูกบนเขาเยว่เหมย ใช้เวลากว่า 10 ปี ร่วมแรงกับพี่น้องจนขยายพื้นที่ปลูกได้ถึง 50 เฮกตาร์ (กว่า 300 ไร่) ในยุครุ่งเรืองที่สุด และเขายึดแนวทาง &ldquo;ให้ธรรมชาติดูแลธรรมชาติ&rdquo; เพียงตัดหญ้าและกำจัดเถาวัลย์ ส่วนอื่นปล่อยเติบโตเอง ทำให้สวนกลายเป็นป่าขนาดย่อม อุดมด้วยความหลากหลายทางนิเวศ เป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกับผืนดินอย่างกลมกลืน </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเก็บเกี่ยวเจลลี่ฟิกเป็นงานหนัก ต้องทำเป็นคู่ คนหนึ่งใช้ไม้ผูกเคียวตัดผล อีกคนคอยรับด้านล่าง ผลหนึ่งถุงหนักราว 30 กิโลกรัม ต้องแบกลงจากเขาเอง เมื่อพี่น้องเริ่มชราภาพและไม่มีผู้สืบต่อ สวนที่เคยกว้าง 50 เฮกตาร์ จึงเหลือเพียง 6 เฮกตาร์ ที่อู๋ป๋อเจิ้งดูแลเพียงลำพัง นอกจากนี้ การแปรรูปก็ซับซ้อนไม่แพ้กัน ต้องอาศัยแรงคนสูงวัยในหมู่บ้าน ค่าแรงปอกเปลือกเจลลี่ฟิกคิดกิโลละ 6 เหรียญไต้หวัน ส่วนการแบะผลหลังตากแห้งได้ ชั่วโมงละ 100 เหรียญ หากมือไวอาจทำรายได้วันละ 2,000 เหรียญ แต่ฤดูเก็บเกี่ยวมีเพียงเดือนเดียว แม้ขั้นตอนยุ่งยากและผลผลิตน้อย แต่คุณอู๋ป๋อเจิ้งก็ยังไม่ย่อท้อ เพราะสำหรับเขา &ldquo;เจลลี่ฟิก&rdquo; ไม่ใช่แค่พืชรายได้ แต่คือ ต้นไม้แห่งชีวิตที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">การแปรรูปเจลลี่ฟิกเป็นงานซับซ้อน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อู๋ป๋อเจิ้งยืนหยัดปลูกเจลลี่ฟิกแบบธรรมชาติ คือ ไม่พรวนดิน ไม่ใส่ปุ๋ย ไม่ใช้สารเคมี ปล่อยให้เติบโตท่ามกลางป่า จนได้ผลผลิตคุณภาพเยี่ยม แต่กลับถูกพ่อค้าคนกลางนำไปขายในนาม &ldquo;เจลลี่ฟิกอาลีซาน&rdquo; ลูกชาย อู๋เฉิงเวย (吳承崴) จึงลุกขึ้นสู้ สร้างแบรนด์ &ldquo;กวนซานอู๋&rdquo; (關山吳) ขายตรงผ่านสหกรณ์และช่องทางออนไลน์ เพื่อให้คนรู้จัก &ldquo;เจลลี่ฟิกแท้จากกวนซาน&rdquo; อย่างภาคภูมิใจ &nbsp;เพราะเขาเชื่อว่าการปลูกแบบธรรมชาติเท่านั้น จะทำให้รสชาติและชื่อเสียงของเจลลี่ฟิกข้ามรุ่นไปได้</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนลูกสาวคนเดียว อู๋ไฉ่อิ๋ง (吳綵瀅) กลับบ้านเกิดหลังชีวิตสะดุดเมื่อ 8 ปีก่อน และเปิดร้านขนมหวาน &ldquo;ชือไอ้อวี้ (痴愛玉)&rdquo; ในบ้านไม้ญี่ปุ่นอายุเกือบ 70 ปี บนถนนจงซาน เมืองกวนซาน เมนูซิกเนเจอร์คือ &ldquo;โรสลาเต้เจลลี่ฟิก&rdquo; โดยใช้ชาแดงแทนน้ำขยำเจลลี่ฟิก หล่อในพิมพ์รูปกุหลาบ เสิร์ฟพร้อมนมสดและน้ำเชื่อมบราวน์ชูการ์ ให้ลูกค้าปรุงเอง เป็นเจลลี่ฟิกเวอร์ชันละเมียดที่หอมหวานและอบอุ่นเหมือนรสชาติของบ้าน และยังมีเมนูหลากหลายอีกมากมาย เช่น เจลลี่ฟิกนมสด เนื้อนุ่มคล้ายพุดดิ้ง, หรือ เจลลี่ฟิกกาแฟ, เจลลี่ฟิกหม่าล่า, เจลลี่ฟิกไก่ตุ๋นเหล้า ที่พลิกโฉมวุ้นพื้นบ้านสู่จานอาหารสุดล้ำ ครบรสทั้ง เปรี้ยว&ndash;หวาน&ndash;ขม&ndash;เผ็ด</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;">เจลลี่ฟิกมีหลายสายพันธุ์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำหรับในส่วนของชื่อร้าน &ldquo;ชืออ้ายอวี้ (痴愛玉)&rdquo; ก็มาจากความคิดสร้างสรรค์ของ หลินอวี้หยาง (林浴洋) ลูกชายของอู๋ไฉ่อิ๋ง ชื่อเรียบง่ายแต่น่ารัก เดิมเขาทุ่มเทให้กับมวยปล้ำ จนวันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ต้องพักฟื้นอยู่บ้าน และสังเกตว่า &ldquo;คุณตาแก่ลงมากแล้ว&rdquo; จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาตัดสินใจกลับมาช่วยธุรกิจเจลลี่ฟิกของครอบครัว ซึ่งการสานต่อกิจการนี้ไม่ใช่แค่รายได้มั่นคง แต่คือการรักษาความทรงจำวัยเด็กและแรงใจของคุณตาไว้ เขาตั้งใจ &ldquo;ไม่ให้ยุคของเจลลี่ฟิกไต้หวันสูญหายไป&rdquo; </p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88551</guid>
      <pubDate>Tue, 21 Oct 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251021_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36031680" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 21 ต.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 21 ต.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เจลลี่ฟิก&rdquo; หรือ ต้นอ้ายอวี้ (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">愛玉</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">พืชป่าท้องถิ่นของไต้หวัน ชอบอากาศชื้นและฝนตกชุก พบในป่าทึบระดับความสูง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">700&ndash;1,800 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เมตร เดิมขึ้นเองทางตอนเหนือ แต่ปัจจุบันเริ่มมีการเพาะปลูกแพร่หลาย สำหรับในครั้งนี้จะพาไปรู้จัก ต้นอ้ายอวี้ธรรมชาติของตระกูลอู๋ แห่งตำบลกวนซาน เมืองไถตง เส้นทางสู่สวนต้องขับรถสี่ล้อไต่เขาระดับ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">700 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เมตรเหนือทะเล ก่อนถึงป่าร่มรื่นที่คุณอู๋ป๋อเจิ้ง วัย </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">83 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ปี เฝ้าดูแลมายาวนาน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของธุรกิจเจลลี่ฟิกที่สืบทอดต่อเนื่องมานานถึงสามรุ่น</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/30ad9409-4384-4eb7-8fde-4d7238240ada.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>167</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 21 ต.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88550</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สุนัขหุ่นยนต์นี้จะช่วยในการปฏิบัติการรับมืออุบัติภัยสารเคมีอันตราย โดยติดตั้งกล้องถ่ายภาพความร้อน เครื่องตรวจวัดก๊าซ และอุปกรณ์อื่น ๆ สามารถเข้าไปปฏิบัติงานในเขตอันตรายได้เป็นเวลานาน พร้อมส่งข้อมูลกลับมาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในการกู้ภัย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สำนักงานจัดการสารเคมี กระทรวงสิ่งแวดล้อม แถลงว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีการนำสุนัขหุ่นยนต์มาใช้จริงในการรับมือภัยสารเคมี แสดงถึงผลสำเร็จของรัฐบาลในการผลักดัน &ldquo;เทคโนโลยีเพื่อการกู้ภัย&rdquo; เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของสังคม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เฉินซูหลิง(陳淑玲) รักษาการอธิบดีสำนักงานสารเคมี กล่าวว่า &ldquo;สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในสถานการณ์ภัยสารเคมีคือความไม่รู้&rdquo; เพราะบางชนิดต้องใช้น้ำฉีดเพื่อลดอุณหภูมิ ขณะที่บางชนิดกลับห้ามใช้น้ำโดยเด็ดขาด วิธีการรับมือแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การมีความสามารถในการตรวจสอบและจำแนกสารเคมีในพื้นที่จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ลดการสูญเสียและความเสียหาย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เซี่ยเยี่ยนหยู(謝燕儒) รัฐมนตรีช่วยกระทรวงสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า เหตุระเบิดใหญ่ที่เกาสงเคยสอนบทเรียนว่า การให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ในพื้นที่เสี่ยงเป็นอันตรายสูง จึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลพัฒนาเทคโนโลยีกู้ภัยขึ้นมา โดยย้ำว่าความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่นั้นประเมินค่าไม่ได้ การใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทันสมัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เขากล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่สวมชุดป้องกันระดับ A และถังออกซิเจน สามารถทำงานในพื้นที่สารพิษได้เพียงราว 30 นาทีเท่านั้น ก่อนต้องถอนตัวออกมา แต่สุนัขหุ่นยนต์สามารถอยู่ในเขตอันตรายได้นานกว่ามาก และยังส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยการตัดสินใจในการกู้ภัย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ทั้งนี้ สภาบริหารได้อนุมัติ &ldquo;โครงการความมั่นคงทางเคมีและความยั่งยืนที่ยืดหยุ่นของชาติ&rdquo; (2025&ndash;2029) โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมได้จัดหาสุนัขหุ่นยนต์ตัวแรกแล้ว และมีแผนจะนำเข้ามาอย่างน้อย 3 ตัวในระยะเริ่มต้น เพื่อประจำการในภาคเหนือ กลาง และใต้ อย่างละ 1 ตัว เป้าหมายระยะยาวคือให้แต่ละทีมกู้ภัยด้านสารเคมีมีสุนัขหุ่นยนต์ประจำการ (รวม 10 ตัว) แต่ต้องพิจารณางบประมาณและการฝึกบุคลากรในแต่ละปี</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เซี่ยเยี่ยนหยู ระบุว่า อุปกรณ์ที่ใช้ในปัจจุบันผลิตจากสหรัฐฯ ผสานกับเครื่องมือที่ไต้หวันพัฒนาเอง และได้ตัดสินใจไม่ใช้สินค้าจากจีนเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล นอกจากนี้ ทีมวิจัยในไต้หวันก็กำลังพัฒนาสุนัขหุ่นยนต์ของตนเอง หากสำเร็จจะช่วยลดต้นทุนลงได้อย่างมาก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">กระทรวงสิ่งแวดล้อมย้ำว่า หัวใจสำคัญของการกู้ภัยสารเคมีคือการควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงแรก และในอนาคตจะเดินหน้าส่งเสริมการป้องกันตนเองของภาคเอกชน การช่วยเหลือกันระหว่างอุตสาหกรรม และการสนับสนุนจากรัฐบาล พร้อมเร่งบูรณาการเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อสร้างระบบการกู้ภัยสารเคมีที่เข้มแข็งมากขึ้น ทั้งยังเรียกร้องให้อุตสาหกรรมดำเนินการด้านการจัดการป้องกันภัยด้วยตนเองอย่างจริงจัง</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88550</guid>
      <pubDate>Tue, 21 Oct 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251021_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 21 ต.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 21 ต.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สุนัขหุ่นยนต์นี้จะช่วยในการปฏิบัติการรับมืออุบัติภัยสารเคมีอันตราย โดยติดตั้งกล้องถ่ายภาพความร้อน เครื่องตรวจวัดก๊าซ และอุปกรณ์อื่น ๆ สามารถเข้าไปปฏิบัติงานในเขตอันตรายได้เป็นเวลานาน พร้อมส่งข้อมูลกลับมาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในการกู้ภัย</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/20250925000209.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>166</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - บทสัมภาษณ์พิเศษกับคุณหมอสมชาย พูดคุยเรื่องโรคสมาธิสั้นในเด็ก]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88496</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">บทสัมภาษณ์พิเศษกับคุณหมอสมชาย โตมรกุล&nbsp; พูดคุยเรื่องโรคสมาธิสั้นในเด็ก</p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr">โรค ADHD ภาษาอังกฤษเรียกว่า attention deficit hyperactive disorder ก็คือเด็กที่มีสมาธิสั้นแล้วก็เด็กที่ไฮเปอร์ วิ่งเต้นตลอดเวลาควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ การที่ให้คํานิยามว่า ADHD มันก็แตกต่างจากในหลายวัฒนธรรม โดยเฉพาะเมืองไทยกับไต้หวันใช้ระบบของอเมริกา ก็คือถ้าเด็กที่มีอาการอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ ก็ถือว่าจะเป็นเด็กที่มีโรคสมาธิสั้น ก็อาจจะต้องเข้ารับการรักษา แล้วโดยทั่วไปก็อาจจะทั้งใช้ยา ซึ่งด้านฝรั่งเศสหรือด้านยุโรปก็อาจจะไม่ใช้ยามากเหมือนกับระบบของแพทย์อเมริกา แต่ไม่เพียงเฉพาะโรค ADHD โรคต่างๆ ก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นในโลกของเรานี้ก็มีหลายอย่างที่ในการรักษาจะมีทิศทางที่ไม่ค่อยเหมือนกัน</p>
<p dir="ltr">ADHD สาเหตุเกิดจากอะไรไม่มีใครรู้ แต่สมัยก่อนอาจจะคิดว่ากินน้ำตาลมากเกินไปหรือว่าแม่ทานอะไรเข้าไป ดูทีวีมากไปอะไรอย่างเงี้ย แต่จริงๆ ถ้าไปดูในตำราแล้วก็จะบอกว่าไม่รู้ แต่ว่าที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือกรรมพันธุ์ แล้วถ้าพ่อหรือแม่มีก็ลูกก็อาจจะมีสิทธิ์ที่จะเป็น ADHD ได้ เพราะฉะนั้นในตำราจะบอกว่า ที่เห็นชัดที่สุดก็คือ กรรมพันธุ์ ก็คือไอ้สมองส่วนหน้าของเด็กคนที่มีผลเป็นสมองที่ใช้ในการฟังก์ชันในการที่ว่าเราต้องตัดสินใจหรือว่าปฏิบัติอะไรสักอย่างมันเติบโตช้าลงกว่าทั่วไป เพราะฉะนั้น ADHD เด็กพวกนี้จะโตขึ้นช้ากว่าเด็กทั่วไปแล้วตามสถิติ เด็ก ADHD จะมีประมาณ 5-10% ก็คือในห้องห้องเรียนหนึ่งอาจจะมีเด็ก ADHD ประมาณ 2-3 คน</p>
<p></p>
<p style="text-align: center;">โรค TICS (photo: Neupsy Key)</p>
<p dir="ltr">ADHD กับโรค TICS เหมือนกันไหม?</p>
<p dir="ltr">ทูเร็ตซินโดรมนี่เป็นเป็นโรคอีกแบบนึงนะครับซึ่งไม่เกี่ยวกับ ADHD เลย แต่ว่ามันจะเป็นเขาเรียกว่าภาษาอังกฤษว่า comorbidity คือมันจะเกิดขึ้นพร้อมๆกัน ที่เด็กที่มี ADHD จะเป็นทูเร็ตหรือว่าติกส์ ติกส์กับทูเร็ตเป็นพวกเดียวกัน แต่ว่าที่คุณจะเห็นเด็กบางคนชอบขยี้ตา ขยับตา หรือว่าทำหน้าเบี้ยวๆ ใช่ไหมฮะ เอ่ออาจจะมีการยักไหล่อะไรขึ้นมาอย่างเงี้ย เขาเรียกว่า ติกส์ TICS&nbsp; ถ้าเกิดคนที่มีติกส์แล้วมีระบบในด้านออกเสียงด้วย คือ vocal เนี่ย vocalization&nbsp; ก็ถือว่าเป็น Tourette Syndrome ก็คือ Tourette Syndrome ก็คือ ทิกส์ ตามมาด้วย vocal เพราะฉะนั้นเด็กที่เป็น Tourette เนี่ย จะมีอาการแบบว่าจะส่งเสียงแปลกๆ จะทำเสียง เสียงกบ เสียงอ๊บๆๆ หรือว่า เสียงไอ เสียงอะไรอย่างเงี้ยแปลกๆ&nbsp;<br></p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr">จะรักษาโรคติกส์ยังไง?</p>
<p dir="ltr">ก็ต้องดูว่าอันไหนหนักกว่ากัน คนส่วนใหญ่จะคิดว่าเด็กคนนี้ไฮเปอร์สมองเขาทำงานเร็วเกินไปหรือเปล่าหรือว่าเป็นเด็กที่ไฮเปอร์หรือเปล่าความเข้าใจผิดก็คือจริงๆแล้วเด็ก ADHD เนี่ยสมองก็จะช้ากว่าเด็กทั่วไป เขาจะไม่ไฮเปอร์คือสมองเขาไม่มีเบรก เพราะฉะนั้นยาที่เด็กกินเนี่ยไม่ใช่เด็กทำให้เด็กช้าลง แต่เป็นยากระตุ้นประสาท</p>
<p></p>
<p dir="ltr">เด็กที่มีภาวะ ADHD นี้มักจะมีพฤติกรรมแบบไหน แล้วจะส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเด็กอย่างไรบ้าง?</p>
<p dir="ltr">ถ้าเขาไม่สามารถที่จะควบคุมได้ มันจะมีอาการ 3 แบบก็คือ 1 สมาธิสั้น คือเขาไม่สามารถที่จะโฟกัสได้ อาการสมาธิสั้นเนี่ยจะไม่ค่อย อาจจะไม่ชัดเจนมาก อย่างอาจจะนั่งเหม่อลอย หรือว่า เอ่อ อยู่เฉยๆ อาจจะมองไม่เห็น ที่เราเห็นได้ชัดก็อาจจะพวก Hyperactive ก็คือพวกที่ไฮเปอร์วิ่งไปวิ่งมา โดดไปโดดมา เหนือกระเทินได้ชัดมากว่าแล้วก็ทำเสียงอย่าโวยวายอะไรอย่างเงี้ย แล้วก็อันที่ 3 ก็คือ เอ่อ Impulsive ที่ไม่สามารถจะควบคุมอารมณ์ได้ แล้วก็โมโหง่าย ต้องการอะไรต้องเอาเดี๋ยวนั้นเดี๋ยวนี้ รอไม่ได้&nbsp;</p>
<p dir="ltr">เด็ก ADHD เนี่ยส่วนมากจะมีความรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว เพราะว่าเขาจะทำผิดตลอดเวลา คือหนึ่งเขา ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ แล้วก็สิ่งที่เข ล้มเหลวในชีวิตของเขาเนี่ย ทำให้มันยิ่งแย่กว่า คือสมมุติว่าเด็กเขาสมาธิสั้น เขาจะเรียนไม่เก่ง ก็จะโดนครูว่า โดนพ่อแม่ว่า แล้วเด็กที่ซน เด็กที่ชอบวิ่งไปวิ่งมาจะทำของแตก ทำของเสียหาย แล้วก็ไปที่บ้านไหน ญาติก็ไม่ยอมรับ ไม่อยากให้มาเที่ยว ไม่อยากให้ไปอยู่ด้วย แล้วอาจจะมีการโดน isolation พ่อแม่ของเพื่อนอาจจะไม่ให้มีเพื่อนมาเล่นกับเขา เด็กก็อาจจะรู้สึกว่าน้อยใจ หรือว่ามี ปมด้อย ปกติก็ไม่สามารถควบคุมได้อยู่แล้ว ก็เลยทำให้มันยิ่งหนักขึ้นไปกว่าเดิม แล้วก็เด็กบางคนก็อาจจะป้องกันตัวเองมี defense mechanism ทุกคนเห็นว่าเขาเป็นคนที่แปลกประหลาด แล้วคนทุกคนไม่ยอมรับเขา เขาก็จะว่าเขาต้องการที่จะต้องป้องกันตัวเองมากขึ้น ก็จะมีปัญหาได้</p>
<p dir="ltr"></p>
<p></p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">นายแพทย์สมชาย โตมรกุล แพทย์แผนกตรวจสุขภาพ โรงพยาบาล PAOCHIEN HOSPITAL&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88496</guid>
      <pubDate>Mon, 20 Oct 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251020_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24020160" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - บทสัมภาษณ์พิเศษกับคุณหมอสมชาย พูดคุยเรื่องโรคสมาธิสั้นในเด็ก</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - บทสัมภาษณ์พิเศษกับคุณหมอสมชาย พูดคุยเรื่องโรคสมาธิสั้นในเด็ก</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr"><span style="color: #3598db;"><strong>บทสัมภาษณ์พิเศษกับคุณหมอสมชาย โตมรกุล&nbsp; พูดคุยเรื่องโรคสมาธิสั้นในเด็ก</strong></span><span></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/ecbf8da0-cd40-4c83-95ff-bd09f2d6363f.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>165</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88421</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลสำรวจ 10 อันดับงานนิทรรศการระดับนานาชาติในกรุงไทเป (ตอนที่ 2) ที่เป็นกระแสพูดถึงมากที่สุดประจำปีนี้ (2025) ไต้หวันนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของภูมิภาคเอเชียตะวันออก งานนิทรรศการในไต้หวันจึงไม่เพียงเป็นเวทีสำหรับแสดงผลงานและนวัตกรรมใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างผู้ประกอบการ นักวิจัย และนักลงทุนจากทั่วโลกอีกด้วย โดยจุดเด่นของการจัดงานนิทรรศการในไต้หวัน คือไต้หวันมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดงานที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ เช่น Taipei World Trade Center (TWTC) และ TaiNEX (Taipei Nangang Exhibition Center) ซึ่งสามารถรองรับงานระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบขนส่งสาธารณะของประเทศยังสะดวก รวดเร็ว และเชื่อมต่อกับสถานที่จัดงานได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ รัฐบาลไต้หวันยังให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องผ่านนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม MICE (Meetings, Incentives, Conferences, Exhibitions) เพื่อผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการจัดงานในภูมิภาคเอเชียด้วย (คลิกปุ่มที่แดงด้านบนซ้ายมือเพื่อรับฟังรายการเต็ม)&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 1 &nbsp;科技展 นิทรรศการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2 &nbsp;動漫IP展 นิทรรศการ IP Character และ แอนิเมชัน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3 書展 นิทรรศการหนังสือ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4 旅遊觀光展 นิทรรศการการท่องเที่ยว</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5 餐飲食品展 นิทรรศการอาหารเครื่องดื่ม</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6 時尚服飾展 นิทรรศการแฟชั่นเครื่องแต่งกาย</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88421</guid>
      <pubDate>Sun, 19 Oct 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251019_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36000960" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลสำรวจ 10 อันดับงานนิทรรศการระดับนานาชาติในกรุงไทเป (ตอนที่ 2) ที่เป็นกระแสพูดถึงมากที่สุดประจำปีนี้ (2025) ไต้หวันนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของภูมิภาคเอเชียตะวันออก งานนิทรรศการในไต้หวันจึงไม่เพียงเป็นเวทีสำหรับแสดงผลงานและนวัตกรรมใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างผู้ประกอบการ นักวิจัย และนักลงทุนจากทั่วโลกอีกด้วย โดยจุดเด่นของการจัดงานนิทรรศการในไต้หวัน คือไต้หวันมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดงานที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ เช่น Taipei World Trade Center (TWTC) และ TaiNEX (Taipei Nangang Exhibition Center) ซึ่งสามารถรองรับงานระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบขนส่งสาธารณะของประเทศยังสะดวก รวดเร็ว และเชื่อมต่อกับสถานที่จัดงานได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ รัฐบาลไต้หวันยังให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องผ่านนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม MICE (Meetings, Incentives, Conferences, Exhibitions) เพื่อผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการจัดงานในภูมิภาคเอเชียด้วย<span style="color: #000000;"> <span style="color: #e03e2d;"><strong>(คลิกปุ่มที่แดงด้านบนซ้ายมือเพื่อรับฟังรายการเต็ม)&nbsp;</strong></span></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/53387e72-6e7f-4efb-95b0-df4ade0b3fe0.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>164</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 14 ต.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88015</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ค้างคาว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่บินได้ มันทั้งฉลาด คล้ายมนุษย์ และเต็มไปด้วยความลึกลับ แล้วทำไมต้องนอนห้อยหัว? กลางคืนมืดมิดมันบินได้ยังไง? ยิ่งน่าทึ่งกว่านั้น ค้างคาวยังถูกนักวิทยาศาสตร์ยกให้เป็น &ldquo;ซูเปอร์ฮีโร่แห่งอาณาจักรสัตว์&rdquo; เพราะอาจมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตการบินในอวกาศ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">ชาวจีนมักเชื่อว่าค้างคาวเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ (photo:Pexel)<br></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หลายคนสงสัยว่าค้างคาวดูดเลือดจริงไหม? คำตอบคือ &ldquo;จริง&rdquo; แต่ไม่ต้องกลัว เพราะในไต้หวันไม่มีค้างคาวดูดเลือดเลย ทั่วโลกมีค้างคาวกว่า 1,400 ชนิด แต่กว่า 70% กินแมลง อีก 20% กินผลไม้หรือเกสร &nbsp;และมีเพียง 3 ชนิดเท่านั้นที่กินเลือด ซึ่งอยู่ในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ (แถม 2 ชนิดใกล้สูญพันธุ์แล้ว) ที่สำคัญ งานวิจัยพบว่าค้างคาวไม่สนใจเลือดคนเลย จริง ๆ แล้ว &ldquo;ค้างคาวดูดเลือด&rdquo; ใช้ฟันกรีดผิวหนังสัตว์ แล้วใช้ลิ้นเลียเลือด ไม่ได้กัดคอเป็นรูสองจุดเหมือนในหนังแวมไพร์ และเพราะเลือดมีน้ำมาก มันต้องกินเลือดถึง 1.4 เท่าของน้ำหนักตัว ถึงจะอิ่มเลยทีเดียว</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทำไมค้างคาวต้องห้อยหัว? เจิ้งสีฉี (鄭錫奇) นักวิจัยจากศูนย์วิจัยและอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่น อธิบายว่า ข้อเท้าของค้างคาวเหมือนตะขอ นิ้วเท้ายาว ทำให้เกาะกิ่งไม้หรือผนังได้ง่าย พร้อมเอ็นพิเศษช่วยห้อยตัวโดยไม่ต้องออกแรง สบายและประหยัดพลังงานสุด ๆ &nbsp;แต่ในมุมวิวัฒนาการ ถ้ามีงูหรือศัตรูใกล้แค่ปล่อยกรงเล็บก็สามารถใช้แรงโน้มถ่วงทะยานบินหนีได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การห้อยหัวช่วยลดการสูญเสียความร้อน เพราะเท้าเกาะเพียงจุดเล็ก ๆ และเมื่อมีค้างคาวนับแสนตัวอยู่รวมกัน ก็ประหยัดพื้นที่ที่สุด คุณสวีเจาหลงยังเปรียบว่า &ldquo;ค้างคาวคือยอดนักโยคะ&rdquo; ทำท่า Headstand ได้สบาย ๆ และในช่วงจำศีล มันลดอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่า 0&deg;C และหัวใจเต้นเพียง 2 ครั้งต่อนาทีเพื่อประหยัดพลังงาน แม้ทำให้ฟื้นตัวช้า แต่ปลอดภัยกว่าอยู่บนพื้น เพราะศัตรูมักไม่ขึ้นเพดานถ้ำ</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;">การห้อยหัวช่วยให้ค้างคาวเปลี่ยนพลังงานศักย์ให้กลายเป็นพลังงานจลน์ได้อย่างรวดเร็ว(photo:Pexel)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ความสามารถสุดมหัศจรรย์ของค้างคาว คือ ค้างคาวใช้ เสียงความถี่สูง ส่งออกไปแล้วฟังเสียงสะท้อนเพื่อล็อกเป้าหมาย แมลงตัวเล็กกว่าหัวเข็มก็ไม่รอด แม้จะอยู่ไกลถึง 10 เมตร แต่เสียงอัลตราซาวด์ไม่ได้มีไว้แค่หาทิศทาง มันยังเป็น ภาษาสื่อสาร ด้วย เช่น แม่สอนลูกให้หากิน ลูกน้อยร้องอ้อนว่า &ldquo;หิวแล้วนะ&rdquo; หรือชวนกันไปกินอาหาร คลื่นเสียงส่วนใหญ่เกิน 20kHz จนมนุษย์ไม่ได้ยิน แต่บางชนิด เช่น ค้างคาวหางอิสระเอเชียตะวันออก เสียงยังจับได้ และเมื่อแปลงไฟล์ลดความเร็ว เสียงของ Dark Woolly Bat ยังคล้ายปลาโลมาเลยทีเดียว </p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ค้างคาว&hellip;ซูเปอร์ฮีโร่แห่งโลกสัตว์ หลินชิงหลง(林清隆) เลขาธิการสมาคมค้างคาวไต้หวัน อธิบายว่า ค้างคาวบินด้วย &ldquo;มือ&rdquo; ของมัน นิ้วเพียงงอเล็กน้อยก็สร้างกระแสอากาศให้หักเลี้ยวว่องไว ดังนั้น เส้นทางการบินจึงแปลกตาและคาดเดายาก ยิ่งกว่านั้น เมื่อเทียบกับขนาดตัว ค้างคาวสามารถบินเร็วกว่าเหยี่ยวเพเรกริน หากรวมกับพลังการใช้เสียงสะท้อน จึงถูกขนานนามว่า &ldquo;ซูเปอร์ฮีโร่แห่งโลกสัตว์&rdquo; และอาจไม่ใช่แค่จินตนาการในหนังไซไฟ </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สวีเจาหลงเล่าว่า นักวิทยาศาสตร์เคยพบค้างคาวจำศีลในถ้ำแคนาดา ร่างกายแข็งเหมือนแช่แข็ง แต่หัวใจยังเต้น และตอบสนองสิ่งรอบตัวได้ &nbsp;ดังนั้น NASA จึงคาดว่า ภายใน 15 ปี อาจไขความลับการจำศีลแบบค้างคาวได้สำเร็จ และคำตอบว่า &ldquo;ไซไฟจะกลายเป็นจริงไหม?&rdquo; อาจซ่อนอยู่ในตัวมันนี่เอง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">พืชผลทางการเกษตรจำนวนมาก รวมถึงกล้วย ต่างก็พึ่งพาค้างคาวในการผสมเกสร(photo:Pexel)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ค้างคาว&hellip;มนุษย์ย่อส่วนที่น่าทึ่ง ทั้งนี้ ค้างคาวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มี 5 นิ้วมือ-เท้า ฟันคล้ายมนุษย์ ส่วนใหญ่มีหัวนมเพียงคู่เดียว จึงออกลูกไม่เกิน 2 ตัว ถึงเป็นสัตว์กลางคืน แต่มีขนปกคลุมเต็มตัวช่วยพรางตัวจากนักล่า บางชนิดอายุยืนกว่า 40 ปี แม้เป็นพาหะไวรัสก็ไม่ป่วย นักวิทยาศาสตร์จึงศึกษาเพื่อค้นหากลไกภูมิคุ้มกันที่อาจช่วยมนุษย์ในอนาคต และค้างคาวกินแมลงเกือบครึ่งหนึ่งของน้ำหนักตัวทุกวัน หากท้องต้องกินเท่ากับน้ำหนักตัวทั้งหมด หลังคลอดชอบกินมอดเพราะสารอาหารสูง ช่วยสร้างน้ำนมให้ลูก และไม่ใช่แค่หากินเอง ค้างคาวยังช่วยชาวสวนกำจัดศัตรูพืช เช่น หนอนกระทู้ผัก จากงานวิจัยพบว่า ค้างคาว 1 ล้านตัวสามารถกินแมลงได้ 8.4 ตันต่อคืน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88015</guid>
      <pubDate>Tue, 14 Oct 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251014_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36027840" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 14 ต.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 14 ต.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ค้างคาว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่บินได้<b> </b>มันทั้งฉลาด คล้ายมนุษย์ และเต็มไปด้วยความลึกลับ แล้วทำไมต้องนอนห้อยหัว</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">? </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">กลางคืนมืดมิดมันบินได้ยังไง</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">? </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ยิ่งน่าทึ่งกว่านั้น ค้างคาวยังถูกนักวิทยาศาสตร์ยกให้เป็น &ldquo;ซูเปอร์ฮีโร่แห่งอาณาจักรสัตว์&rdquo; เพราะอาจมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตการบินในอวกาศ</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/58fa6a40-6e34-433d-9673-a3de51dae9d1.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>163</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 14 ต.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88014</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ดาวเทียม &ldquo;Formosat-8&rdquo; ดวงแรกของไต้หวันเดินทางไปสหรัฐฯ แล้ว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&ldquo;ฟอร์โมแซท 8&rdquo; เป็นโครงการดาวเทียมแบบกลุ่ม (Constellation) ดวงแรกที่ไต้หวันผลิตขึ้นเองทั้งหมด มีจำนวนรวม 8 ดวง เป็นดาวเทียมถ่ายภาพสำรวจระยะไกลด้วยระบบออปติคัล โดยดาวเทียมดวงแรก (FS-8A) ได้เริ่มขนส่งจากศูนย์อวกาศแห่งชาติ (TASA) เมืองซินจูในวันที่ 7 ตุลาคม 2025 เพื่อเตรียมขึ้นเครื่องบินไปยังสหรัฐฯ และจะถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ เดินทางมาร่วมพิธีส่งดาวเทียมด้วยตนเอง พร้อมกล่าวว่า ดาวเทียมดวงนี้เปรียบเสมือนผู้กำกับผู้ล่วงลับ &ldquo;ฉีป๋อหลิน (Chi Po-lin)&rdquo; ซึ่งเคยใช้กล้องถ่ายภาพจากท้องฟ้าเพื่อให้โลก &ldquo;ได้เห็นไต้หวัน&rdquo; ท่านจึงตั้งชื่อดาวเทียมดวงนี้ว่า &ldquo;ดาวเทียมฉีป๋อหลิน&rdquo; เพื่อให้จิตวิญญาณแห่งความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมของผู้กำกับได้โบยบินสูงขึ้น มองเห็นกว้างไกลขึ้น และยังคงเฝ้ามองปกป้องไต้หวันจากอวกาศ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในพิธีมีแขกผู้มีเกียรติหลายท่านเข้าร่วม ได้แก่ เคอเจี้ยนหมิง (柯建銘) ประธานวิปพรรคพรรคในสภาฯ และสมาชิกสภาฯ อีกหลายท่าน ชิวเฉินหย่วน (邱臣遠) รักษาการณ์ผู้ว่าเมืองซินจู หยางเหวินเคอ (楊文科)นายกเทศบาลซินจู๋ รวมถึงผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมและวิชาการที่ร่วมพัฒนาโครงการฟอร์โมแซต 8</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ดาวเทียม &ldquo;ฟอร์โมแซต 8&rdquo; ได้รับการพัฒนาโดยศูนย์อวกาศแห่งชาติ (TASA) ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาในไต้หวัน ประกอบด้วย 6 ดวงที่มีความละเอียดภาพ 1 เมตร และอีก 2 ดวงเป็นแบบความละเอียดสูงพิเศษ ต่ำกว่า 1 เมตร จะทยอยส่งขึ้นสู่วงโคจรตั้งแต่ปี 2025 จนถึงปี 2031 เมื่อเทียบกับดาวเทียม &ldquo;ฟอร์โมแซต 5&rdquo; ที่ส่งขึ้นในปี 2017 ซึ่งมีความละเอียด 2 เมตร ฟอร์โมแซต 8 จะมีความคมชัดมากกว่า และด้วยการทำงานเป็นกลุ่มดาวเทียม จะสามารถถ่ายภาพพื้นผิวโลกได้บ่อยและชัดเจนยิ่งขึ้น</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=88014</guid>
      <pubDate>Tue, 14 Oct 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251014_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36005760" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 14 ต.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 14 ต.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #e67e23;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ดาวเทียม &ldquo;</span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">Formosat-8&rdquo; </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ดวงแรกของไต้หวันเดินทางไปสหรัฐฯ แล้ว</span></b></span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/c0b07154-5703-4a8d-940e-7a0d2d3a64c4.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>162</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - เด็กไต้หวันกับโรคADHD]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87920</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal">โรคสมาธิสั้น (Attention deficit hyperactivity disorder หรือ ADHD) มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงแค่ "เด็กซน" หรือ "ไม่เชื่อฟัง" แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือความผิดปกติทางพัฒนาการของระบบประสาทที่ส่งผลต่อการทำงานของสมองโดยตรง นายหลี่ซงเทา (李嵩濤) อาจารย์แพทย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสต์ โรงพยาบาลสามเหล่าทัพ เปิดเผยว่า ในไต้หวันมีเด็กประมาณ 9% ที่ได้รับผลกระทบจาก ADHD แต่มีเพียง 1.6% ที่ได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ และมีเพียง 1% เท่านั้นที่ได้รับการรักษา ซึ่งหมายความว่าเด็กจำนวนมากไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างทันท่วงที ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านการเรียน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และพัฒนาการทางอารมณ์</p>
<p class="MsoNormal">กรณีศึกษา: เด็กชาย ป.2 ถูกเพื่อนกีดกัน แต่หลังการรักษามีผลการเรียนที่ดีขึ้นและความสัมพันธ์กับเพื่อนก็ดีขึ้นตามมาด้วย</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;อาจารย์แพทย์หลี่ซงเทา ได้แบ่งปันกรณีศึกษาของเด็กชาย ป.2 นามว่า "เสี่ยวหมิง" ซึ่งมีปัญหาเรื่องสมาธิสั้น นั่งไม่นิ่งเวลาเรียน จนถูกครูตำหนิและเพื่อนๆ กีดกัน เมื่อกลับถึงบ้านก็มักจะทะเลาะกับพ่อแม่ และบางครั้งถึงขั้นควบคุมอารมณ์ไม่ได้ อาละวาดฉีกการบ้านและปาข้าวของทิ้ง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เสี่ยวหมิงได้รับการรักษาด้วยยา การบำบัดทางจิตวิทยา และกลยุทธ์การฝึกการจัดการพฤติกรรมสำหรับผู้ปกครอง เขาก็ค่อยๆ มีสมาธิในการทำการบ้านได้มากขึ้น จากนั้นผลการเรียนก็ดีขึ้น และเริ่มมีเพื่อน ทำให้ความมั่นใจในตนเองของเขากลับคืนมา</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">การใช้ยารักษาภาวะสมาธิสั้นไม่ทำให้เสพติด แต่ช่วยลดความเสี่ยงการติดสารเสพติดในอนาคต</p>
<p class="MsoNormal">หนึ่งในความกังวลของผู้ปกครองในการพาเด็กเข้ารับการรักษาคือ เด็กจะติดการพึ่งพายาไปตลอดหรือไม่ อาจารย์แพทย์ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ยาประเภทกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง&nbsp;(เช่น Ritalin ริทาลิน, Concerta คอนเซอร์ตา) ที่ใช้ในการรักษาทางคลินิกและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ในปริมาณที่กำหนดนั้น จะไม่ก่อให้เกิดการเสพติดหรือการพึ่งพายา ในทางตรงกันข้าม การรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เด็กสามารถควบคุมสมาธิและอารมณ์ได้ดีขึ้น และยังสามารถ ลดความเสี่ยงที่พวกเขาจะติดบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติดในทางที่ผิดในอนาคตได้อีกด้วย</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;จากการวิจัยพบว่า การรักษาด้วยยามีประสิทธิภาพสูงถึง&nbsp;80-90% และหากใช้ร่วมกับพฤติกรรมบำบัด (Behavioral Therapy) ด้วยแล้ว ผลลัพธ์ก็จะดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างเห็นได้ชัด</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">ADHD ไม่ใช่แค่ปัญหาการเลี้ยงดู:&nbsp;ผู้ปกครองและการสนับสนุนทางสังคมคือหัวใจสำคัญ</p>
<p class="MsoNormal">อาจารย์แพทย์หลี่ซงเทา ย้ำว่า นอกเหนือจากการใช้ยาแล้ว บทบาทของผู้ปกครองก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง ผู้ปกครองสามารถใช้กลยุทธ์การเลี้ยงดูที่เหมาะสมเพื่อช่วยสร้างประสบการณ์เชิงบวกให้เด็กและยกระดับการปฏิสัมพันธ์ในครอบครัวได้ เช่น ระบบสะสมแต้ม/รางวัล โซนสงบนิ่ง การชม</p>
<p class="MsoNormal">นอกจากนี้ การสนับสนุนจากโรงเรียนและสังคมก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือที่สมบูรณ์แบบ ได้แก่: การปรับกลยุทธ์การสอนของครู การประเมินเพื่อรับการศึกษาพิเศษเมื่อจำเป็น การสนับสนุนจากครูที่ปรึกษา ความร่วมมือกับหน่วยงานสังคมสงเคราะห์และหน่วยงานคุ้มครองเด็กและเยาวชนเมื่อจำเป็น เมื่อสังคมเข้าใจและให้การสนับสนุนร่วมกัน ชีวิตของเด็กๆ จะสามารถเปลี่ยนจากความวุ่นวาย ไร้ระเบียบได้</p>
<p class="MsoNormal">คุณหมอเรียกร้องให้สาธารณชนเลิกยึดติดกับความเชื่อที่ผิด ๆ ว่า "โตแล้วจะหายเอง" หรือ "เป็นแค่ปัญหาการเลี้ยงดู" แต่ให้รีบสังเกตและรีบรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อมอบ "แว่นตาที่ช่วยให้มองเห็นโลกได้ชัดเจน" ให้กับเด็ก ๆ และให้โอกาสพวกเขาได้เปล่งประกายอย่างโดดเด่นในแบบของตัวเอง</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87920</guid>
      <pubDate>Mon, 13 Oct 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251013_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24018240" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - เด็กไต้หวันกับโรคADHD</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - เด็กไต้หวันกับโรคADHD</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">โรคสมาธิสั้น </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">(Attention deficit hyperactivity disorder </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">หรือ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ADHD) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงแค่ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">"</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">เด็กซน</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">" </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">หรือ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">"</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ไม่เชื่อฟัง</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">" </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือความผิดปกติทางพัฒนาการของระบบประสาทที่ส่งผลต่อการทำงานของสมองโดยตรง นายหลี่ซงเทา </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">(</span><span style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'Arial Unicode MS','sans-serif'; mso-ascii-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-hansi-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-bidi-font-family: 'TH Sarabun New';">李嵩濤</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">อาจารย์แพทย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสต์ โรงพยาบาลสามเหล่าทัพ เปิดเผยว่า ในไต้หวันมีเด็กประมาณ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">9% </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ที่ได้รับผลกระทบจาก </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ADHD </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">แต่มีเพียง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">1.6% </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ที่ได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ และมีเพียง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">1% </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">เท่านั้นที่ได้รับการรักษา ซึ่งหมายความว่าเด็กจำนวนมากไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างทันท่วงที ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านการเรียน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และพัฒนาการทางอารมณ์</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/c6579a41-aa16-453f-8f27-9faa5b576291.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>161</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87880</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลสำรวจ 10 อันดับงานนิทรรศการระดับนานาชาติในกรุงไทเป (ตอนที่ 1) ที่เป็นกระแสพูดถึงมากที่สุดประจำปีนี้ (2025) ไต้หวันนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของภูมิภาคเอเชียตะวันออก งานนิทรรศการในไต้หวันจึงไม่เพียงเป็นเวทีสำหรับแสดงผลงานและนวัตกรรมใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างผู้ประกอบการ นักวิจัย และนักลงทุนจากทั่วโลกอีกด้วย โดยจุดเด่นของการจัดงานนิทรรศการในไต้หวัน คือไต้หวันมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดงานที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ เช่น&nbsp;Taipei World Trade Center (TWTC) และ TaiNEX (Taipei Nangang Exhibition Center) ซึ่งสามารถรองรับงานระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบขนส่งสาธารณะของประเทศยังสะดวก รวดเร็ว และเชื่อมต่อกับสถานที่จัดงานได้อย่างราบรื่น&nbsp;นอกจากนี้ รัฐบาลไต้หวันยังให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องผ่านนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม MICE (Meetings, Incentives, Conferences, Exhibitions) เพื่อผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการจัดงานในภูมิภาคเอเชียด้วย (คลิกปุ่มที่แดงด้านบนซ้ายมือเพื่อรับฟังรายการเต็ม)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 7 งานนิทรรศการเกี่ยวกับครอบครัวและการเรียนรู้ (親子體驗展)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 8 งานนิทรรศการเกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรม (藝文展覽)</p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 9 งานนิทรรศการเกี่ยวกับศิลปะจัดวาง (裝置藝術展)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 10 งานนิทรรศการเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (環保永續展)</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87880</guid>
      <pubDate>Sun, 12 Oct 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251012_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36007680" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผลสำรวจ 10 อันดับงานนิทรรศการระดับนานาชาติในกรุงไทเป (ตอนที่ 1) ที่เป็นกระแสพูดถึงมากที่สุดประจำปีนี้ (2025) ไต้หวันนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของภูมิภาคเอเชียตะวันออก งานนิทรรศการในไต้หวันจึงไม่เพียงเป็นเวทีสำหรับแสดงผลงานและนวัตกรรมใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างผู้ประกอบการ นักวิจัย และนักลงทุนจากทั่วโลกอีกด้วย โดยจุดเด่นของการจัดงานนิทรรศการในไต้หวัน คือไต้หวันมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดงานที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ เช่น&nbsp;Taipei World Trade Center (TWTC) และ TaiNEX (Taipei Nangang Exhibition Center) ซึ่งสามารถรองรับงานระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบขนส่งสาธารณะของประเทศยังสะดวก รวดเร็ว และเชื่อมต่อกับสถานที่จัดงานได้อย่างราบรื่น&nbsp;นอกจากนี้ รัฐบาลไต้หวันยังให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องผ่านนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม MICE (Meetings, Incentives, Conferences, Exhibitions) เพื่อผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการจัดงานในภูมิภาคเอเชียด้วย<span style="color: #000000;"> <span style="color: #e03e2d;"><strong>(คลิกปุ่มที่แดงด้านบนซ้ายมือเพื่อรับฟังรายการเต็ม)</strong></span></span><strong data-start="913" data-end="957"></strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/a8f69dc2-aea8-4ef0-9a5f-cefdcdc68fcf.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>160</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที 7 ต.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87491</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมและการจัดการความปลอดภัยทางชีวภาพของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงกุ้งในไต้หวัน กระทรวงเกษตรได้จัดตั้ง &ldquo;คลังพันธุกรรมกุ้ง และ สาหร่าย&rdquo; ที่ตำบลตงกั่ง เมืองผิงตง และได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้วในวันที่ 2 ตุลาคม 2025 โดยคาดว่าจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพันธุ์กุ้งในอนาคต และลูกพันธุ์กุ้งขาวรุ่นแรกที่เพาะได้จะให้ผู้เพาะเลี้ยงนำไปใช้จริงได้ตั้งแต่ต้นปีหน้า</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อู๋เฟิงเฉิง(吳豐成) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเพาะเลี้ยงตงกั่ง สังกัดสถาบันวิจัยการประมง กระทรวงเกษตร แถลงว่า การก่อตั้งคลังพันธุกรรมครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญด้านความมั่นคงอาหารของไต้หวัน เพราะจะช่วยรักษาสายพันธุ์กุ้งให้ไม่สะดุดหรือขาดหายจากข้อจำกัดด้านการนำเข้า อีกทั้งยังได้บูรณาการเกณฑ์การคัดเลือกพันธุ์ตามความทนทานต่ออุณหภูมิและความเค็ม เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยขณะนี้มีผลการเพาะเลี้ยงเบื้องต้นแล้ว และคาดว่าต้นปีหน้าจะสามารถปล่อยพันธุ์กุ้งขาวชุดแรกออกสู่ภาคอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงได้จริง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">จันหย่งเซิ่ง(詹永聖) หัวหน้าฝ่ายกุ้ง สมาคมเยาวชนประมงผิงตง กล่าวว่า อุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงกุ้งในไต้หวันพึ่งพาการนำเข้าพันธุ์กุ้งมาโดยตลอด แม้ว่าราคาจะสูงกว่าพันธุ์ในประเทศ 10&ndash;15 เท่า แต่จุดแข็งคือการจัดการด้านชีวอนามัยจากต่างประเทศมีมาตรฐานดีกว่า พันธุ์กุ้งที่นำเข้าไม่พาเชื้อไวรัส จึงช่วยลดความเสี่ยงในกระบวนการเลี้ยง อีกทั้งยังเติบโตได้เร็วกว่า ปัจจุบันเมื่อมีการจัดตั้งคลังพันธุกรรมกุ้งตงกั่ง ก็หวังว่าจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า ลดทั้งต้นทุนและความเสี่ยงโรคในอนาคต </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สถาบันวิจัยการประมงระบุว่า คลังพันธุกรรมแห่งนี้ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคและความปลอดภัยทางชีวภาพในภาพรวม โดยจะเก็บรักษาสายพันธุ์กุ้งเศรษฐกิจในประเทศ 6&ndash;8 ชนิด และสาหร่าย 16&ndash;20 ชนิด พร้อมทั้งบูรณาการการเพาะเลี้ยงกุ้งครบ 4 ขั้นตอน ได้แก่ การเก็บรักษาสายพันธุ์ การขยายพันธุ์ การเพาะเลี้ยง และการปรับปรุงพันธุ์ ให้เป็นกระบวนการคัดเลือกสายพันธุ์กุ้งที่มีคุณภาพแบบครบวงจร ในอนาคตจะสามารถปล่อยพันธุ์กุ้งขาว SPF (Specific Pathogen Free &ndash; ปราศจากเชื้อก่อโรคเฉพาะ) ที่มีคุณภาพสูงให้แก่ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยง เติมเต็มความต้องการพันธุ์กุ้งคุณภาพที่ขาดแคลนในประเทศ และช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมกุ้งไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สถาบันวิจัยการประมง ชี้ว่า ที่ชั้น 1 ของคลังพันธุกรรม ได้จัดตั้ง &ldquo;เขตเก็บรักษาพันธุ์กุ้ง&rdquo; โดยเฉพาะ เพื่อดูแลและเก็บรักษากุ้งเศรษฐกิจสำคัญ เช่น กุ้งขาว กุ้งกุลาดำ และกุ้งก้ามกราม พื้นที่นี้ถูกออกแบบให้เป็นห้องแยกอิสระ แต่ละขั้นตอนตั้งแต่การกักกัน การเลี้ยงจนเจริญเติบโต การกระตุ้นให้กุ้งสุกเพศ ซึ่งหมายถึง การกระตุ้นให้กุ้งเข้าสู่ความพร้อมสืบพันธุ์ (maturation) การผสมพันธุ์ ไปจนถึงการฟักไข่ ล้วนมีพื้นที่และเส้นทางการเลี้ยงที่แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง พร้อมติดตั้งระบบควบคุมสิ่งแวดล้อม ระบบน้ำเข้า-ออก และระบบคงสภาพชีวิตเฉพาะ ทำให้สามารถป้องกันเชื้อโรคจากภายนอกและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อข้ามกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ส่วนที่ชั้น 2 ของคลังพันธุกรรม ได้จัดตั้ง &ldquo;เขตเก็บรักษาพันธุ์สาหร่าย&rdquo; สำหรับเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนาดเล็กที่จำเป็นต่อระยะเริ่มต้นของลูกกุ้ง เช่น สาหร่ายเซลล์เดียวขนาดจิ๋ว (ไมโครแอลจี-Nannochloropsis),สาหร่ายเซลล์เดียว (Isochrysis), สาหร่ายแป้ง (diatom) เซลล์เดียวชนิดหนึ่ง (Chaetoceros gracilis) และ สาหร่ายเซลล์เดียวชนิดเขียว(Tetraselmis chuii) โดยสาหร่ายเหล่านี้นอกจากจะเป็นอาหารโดยตรงของลูกกุ้ง ยังเป็นแหล่งอาหารบำรุงสำหรับสิ่งมีชีวิตอาหารในระยะต่อมา เช่น ไรทะเล (Artemia) และโรติเฟอร์ (Rotifer) ด้วย การสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในที่เพียงพอ ปลอดภัย และครบวงจรเช่นนี้ ช่วยลดการพึ่งพาอาหารเลี้ยงจากภายนอกที่คุณภาพไม่แน่นอน เสริมความสามารถพึ่งพาตนเองของคลังพันธุกรรม และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการป้องกันโรค สามารถต้านทานเชื้อโรคจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิผล เพื่อให้มั่นใจว่ามีการผลิตพันธุ์กุ้งคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องและมั่นคง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87491</guid>
      <pubDate>Tue, 07 Oct 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251007_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36016320" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที 7 ต.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที 7 ต.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมและการจัดการความปลอดภัยทางชีวภาพของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงกุ้งในไต้หวัน กระทรวงเกษตรได้จัดตั้ง </span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&ldquo;</span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">คลังพันธุกรรมกุ้ง และ สาหร่าย&rdquo;</span></b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> ที่ตำบลตงกั่ง เมืองผิงตง และได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้วในวันที่ 2 ตุลาคม 2025 โดยคาดว่าจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพันธุ์กุ้งในอนาคต และลูกพันธุ์กุ้งขาวรุ่นแรกที่เพาะได้จะให้ผู้เพาะเลี้ยงนำไปใช้จริงได้ตั้งแต่ต้นปีหน้า</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/f54ec2ab-4572-428b-addf-25b9a6d23aac.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>159</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 7 ต.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87490</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 19.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ITRI จับมือพิพิธภัณฑ์กู้กง สร้างนิทรรศการสื่อใหม่ &ldquo;AI Art Gallery &ndash; ภาพเมืองในผืนผ้าใบ&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 19.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">กระแส Generative AI กำลังถาโถมไปทั่วทุกวงการ ตั้งแต่การผลิตอัจฉริยะ โลจิสติกส์ การแพทย์ &nbsp;จนขยายสู่ การสร้างสรรค์ในวงการศิลปะเองซึ่งกำลังเผชิญการปฏิวัติครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อน สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ITRI) จับมือพิพิธภัณฑ์กู้กง (พิพิธภัณฑ์พระราชวัง) สร้างผลงานจัดแสดงสื่อใหม่ &ldquo;AI Art Gallery &ndash; ภาพเมืองในผืนผ้าใบ&rdquo; นำ 48 ผลงานศิลป์คลาสสิก มาผสานกับ AI ที่สร้างภาพเคลื่อนไหวและเทคนิคการแสดงผลเสมือนจริงขั้นสูง ถ่ายทอด วิถีเมืองและจิตวิญญาณทางวัฒนธรรม สร้างประสบการณ์ดื่มด่ำที่ผสมผสานศิลปะกับเทคโนโลยี และเตรียมจัดแสดง ทั้งในพิพิธภัณฑ์กู้กงในไต้หวันรวมถึงไปจัดแสดงในต่างประเทศในอนาคต</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 19.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ITRI ใช้เทคโนโลยี &ldquo;การสร้างสื่อการตลาดแบบเน้นสไตล์&rdquo; ก้าวข้ามข้อจำกัดของงานจิตรกรรมแบบนิ่ง โดยนำผลงานจากกู้กงและองค์กรเก็บสะสมโบราณวัตถุในภาคเหนือ กลาง ใต้ของไต้หวัน นำเสนอใหม่ในรูปภาพเคลื่อน ไหว &nbsp;ผลงานของศิลปินชื่อดังอย่าง ฟู่-เจวี้ยน-ฟู (傅狷夫), เฉินเฉิงโพ (陳澄波), กัวเสวี่ยหู (郭雪湖), หวงถู่สุ่ย (黃土水), หลินอวี้ซาน (林玉山), และหลี่เหมยซู่ (李梅樹) ล้วนถูกนำเสนอในบริบทร่วมสมัย การแสดงผลงาน ครอบคลุมทั้งภาพทิวทัศน์ ภาพสีฝุ่น สีหมึก ไปจนถึงสีน้ำมัน พร้อมผสานองค์ประกอบสมัยใหม่ เช่น ตึกไทเป 101 ดอกไม้ไฟ และโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ผลงานคลาสสิกนับร้อยปีมีชีวิตใหม่ด้วย &ldquo;พู่กัน AI&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 19.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">นายเจิ้งเหรินเจี๋ย (鄭仁傑) รองประธาน ITRI และผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีระบบบริการ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแสดงพลังของ Generative AI ในการผลิตคอนเทนต์ แต่ยังเป็นตัวอย่างการผสานลึกซึ้ง กับมรดกวัฒนธรรม เดิมที AI มักถูกใช้เพียงเครื่องมือเสริม แต่ในโครงการนี้ กู้กงมีบทบาทเลือกผลงานและจัดนิทรรศการ ร่วมกับที่ปรึกษาด้านศิลป์และผู้กำกับสื่อใหม่ </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 19.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">เพื่อกำหนดจังหวะภาพเคลื่อนไหวและสไตล์การเล่าเรื่อง ทำให้ AI กลายเป็น &ldquo;ผู้ร่วมร่ายรำ&rdquo; ไปกับศิลปะ เขากล่าวว่า &ldquo;เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องช่วย แต่มันสามารถกลายเป็นสื่อสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมได้ ครั้งนี้เราไม่ได้ แค่ทำให้ภาพกลายเป็นแอนิเมชัน แต่เป็นการต่อยอดเรื่องราว เชื่อมอดีตกับปัจจุบันเข้าด้วยกันให้ปรากฏตรงหน้า&rdquo; เช่น ทีมงานนำผลงาน South Street Festival (南街殷賑) ของกัวเสวี่ยหู มาสร้างสไตล์ใหม่ที่ผสานตึกไทเป 101 เข้าไปในภาพ หรือใช้โบราณวัตถุของกู้กงเป็นฐานข้อมูลเพื่อสร้างภาพชีวิตในโรงงานเทคโนโลยีสมัยใหม่ เกิดเป็น &ldquo;ภาพเมือง&rdquo; ที่ทับซ้อนมิติของเวลา</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87490</guid>
      <pubDate>Tue, 07 Oct 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251007_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36016320" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 7 ต.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 7 ต.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 19.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;"><span style="color: #e67e23;"><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-fareast-font-family: 'Angsana New';">ITRI </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-fareast-font-family: 'Angsana New'; mso-ansi-language: #001E;">จับมือพิพิธภัณฑ์กู้กง</span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-fareast-font-family: 'Angsana New';"> </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-fareast-font-family: 'Angsana New'; mso-ansi-language: #001E;">สร้างนิทรรศการสื่อใหม่ &ldquo;</span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-fareast-font-family: 'Angsana New';">AI Art Gallery &ndash; </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-fareast-font-family: 'Angsana New'; mso-ansi-language: #001E;">ภาพเมืองในผืนผ้าใบ</span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-fareast-font-family: 'Angsana New';">&rdquo;</span></b></span><b><span lang="th" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-fareast-font-family: 'Angsana New'; mso-ansi-language: #001E;"><o:p></o:p></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/bd933526-376f-42f3-aa5b-4a498daacea0.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>158</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - อาหารที่อาจมีปฏิกิริยากับยา]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87394</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในการรับประทานยา นอกจากต้องระวังปฏิกิริยาระหว่างยาที่รับประทานร่วมกันแล้ว ยังควรระวังว่าอาหารบางชนิดก็สามารถมีผลต่อประสิทธิภาพของยาได้เช่นกัน นักโภชนาการไต้หวัน จางอวี่ซี (張語希)&nbsp; ได้เผยรายการอาหาร 7 ชนิดที่ควรระวังเมื่อต้องรับประทานร่วมกับยา พร้อมเตือนประชาชนว่าอย่ามองข้ามผลกระทบจากอาหารเหล่านี้ เพราะอาจส่งผลให้ยาขาดประสิทธิภาพ หรือส่งผลเสียต่อสุขภาพได้</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;อาหาร 7 ชนิดที่อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยากับยา ควรระมัดระวังเมื่อรับประทานร่วมกัน</p>
<p class="MsoNormal">1. น้ำเกรปฟรุต&nbsp; </p>
<p class="MsoNormal">น้ำเกรปฟรุตสามารถรบกวนการเผาผลาญของยาลดความดันโลหิตกลุ่มยาต้านแคลเซียม และกลุ่มยา Statins (กลุ่มยาสแตติน) ที่ใช้ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด&nbsp;ทำให้ยาเหล่านี้สลายตัวช้าลง หรือ ส่งผลให้การออกฤทธิ์ของยาแรงเกินขนาด ซึ่งอาจก่อให้เกิดความดันโลหิตต่ำหรือกล้ามเนื้ออักเสบหรือสลายตัว ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเกรปฟรุตร่วมกับรับประทานยา</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;2.กาแฟ</p>
<p class="MsoNormal">คาเฟอีนในกาแฟมีฤทธิ์ในการกระตุ้นประสาทส่วนกลาง&nbsp; อาจส่งผลต่อการทำงานของยาระงับประสาท ทำให้ประสิทธิภาพของยาต่ำ ถ้าคุณกินยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจหรือสมอง เช่น ยารักษาโรคหอบหืด (เช่น theophylline), ยาต้านซึมเศร้าบางตัว หรือยารักษาโรคพาร์กินสัน คาเฟอีนจะเพิ่มฤทธิ์กระตุ้นเข้าไปอีก ทำให้ใจสั่น วิตกกังวล หงุดหงิด หรือความดันสูงผิดปกติ&nbsp;อีกทั้งยังคาเฟอีนยังลดการดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็ก เช่น ยารักษากระดูกพรุน (alendronate), ยาบางกลุ่มของธาตุเหล็ก หรือยาไทรอยด์ (levothyroxine)&nbsp;ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะกระดูกพรุนหรือโลหิตจางได้ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟก่อนหรือหลังการรับประทานยา</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;3.ชีส</p>
<p class="MsoNormal">ชีสมีไทโรซีน หากรับประทานร่วมกับยาต้านโรคซึมเศร้าอาจกระตุ้นให้เกิดความดันสูง ยกตัวอย่างเช่น ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โมโนเอมีน ออกซิเดส (Monoamine oxidase inhibitor; MAOIs) จะไปยับยั้งเอนไซม์ในร่างกายที่ทำหน้าที่สลายไทโรซีน ส่งผลให้ไทโรซีนสะสมในร่างกาย ซึ่งจะทำให้เกิดความดันโลหิตสูง นอกจากชีสแล้ว แนะนำกลุ่มคนที่รับประทานยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์&nbsp; ควรหลีกเลี่ยงอาหารหมักดองหรือเนื้อสัตว์แปรรูปที่มีไทโรซีนสูงด้วย</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;4.แอลกอฮอล์</p>
<p class="MsoNormal">แอลกอฮอล์ส่งผลต่อการเผาผลาญ อาจเกิดปฏิกิริยากับยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เอ็นเสด) ซึ่งทำให้เกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร อีกทั้งแอลกอฮอล์ยังสามารถไปรบกวนยาลดน้ำตาลในเลือด และเพิ่มประสิทธิภาพการลดน้ำตาลในเลือดของอินซูลิน ทำให้เสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;5.กล้วย</p>
<p class="MsoNormal">กล้วยอุดมไปด้วยโพแทสเซียม&nbsp; แต่ยาขับปัสสาวะกลุ่ม Potassium-sparing และ ยาลดความดันโลหิต Angiotensin-Converting Enzyme inhibitor (ACE inhibitor) ส่งผลต่อการขับโพแทสเซียมออกจากร่างกาย หากรับประทานร่วมกันอาจทำให้โพแทสเซียมในเลือดสูงเกินไป แนะนำกลุ่มคนที่รับประทานยาจำพวกลดความดันโลหิต ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาร่วมกับอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น ส้ม ผักใบเขียว</p>
<p class="MsoNormal">6.อโวคาโด </p>
<p class="MsoNormal">อโวคาโดมีวิตามิน K สูง ซึ่งอาจลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอโวคาโดและผักใบเขียวเข้มในปริมาณมากเมื่อใช้ยาดังกล่าว</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;7.ขนมปังโฮลวีต</p>
<p class="MsoNormal">แม้ขนมปังโฮลวีตจะมีไฟเบอร์สูง แต่ไฟเบอร์อาจลดการดูดซึมของยารักษาไทรอยด์ เช่น Levothyroxine ได้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไฟเบอร์สูงหากคุณใช้ยารักษาไทรอยด๋ และแนะนำควรรับประทานอาหารหลังจากรับประทานยา 30-60 นาที </p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;เมื่อใช้ยา นอกจากจะแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่แล้ว นักโภชนาการจางอวี่ซี ยังแนะนำว่าควรถามให้ละเอียดว่ายาที่ใช้มีข้อห้ามเกี่ยวกับอาหารหรือไม่ หรือควรปรับเวลาในการรับประทานอาหารอย่างไร ควรพูดคุยกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เข้าใจถึงสภาวะสุขภาพและการรับประทานอาหารของตนเอง จดบันทึกรายการยาที่ใช้เป็นประจำและอาหารที่รับประทานบ่อย พร้อมทั้งฝึกนิสัยในการอ่านเอกสารแนบของยา เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากอาหารที่อาจรบกวนประสิทธิภาพของยาโดยไม่รู้ตัว</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87394</guid>
      <pubDate>Mon, 06 Oct 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251006_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24000960" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - อาหารที่อาจมีปฏิกิริยากับยา</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - อาหารที่อาจมีปฏิกิริยากับยา</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในการรับประทานยา นอกจากต้องระวังปฏิกิริยาระหว่างยาที่รับประทานร่วมกันแล้ว ยังควรระวังว่าอาหารบางชนิดก็สามารถมีผลต่อประสิทธิภาพของยาได้เช่นกัน นักโภชนาการไต้หวัน จางอวี่ซี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">(</span><span style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'Arial Unicode MS','sans-serif'; mso-ascii-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-hansi-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-bidi-font-family: 'TH Sarabun New';">張語希</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">)<span style="mso-spacerun: yes;">&nbsp; </span></span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ได้เผยรายการอาหาร </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">7 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ชนิดที่ควรระวังเมื่อต้องรับประทานร่วมกับยา พร้อมเตือนประชาชนว่าอย่ามองข้ามผลกระทบจากอาหารเหล่านี้ เพราะอาจส่งผลให้ยาขาดประสิทธิภาพ หรือส่งผลเสียต่อสุขภาพได้</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/4ca7591d-2639-4672-bf80-3782ee8f3e1d.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>157</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87362</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับเรื่องราวของกลิ่นน้ำหอมยอดนิยมในไต้หวัน เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาวัยรุ่นหนุ่มสาวไต้หวันหันมาให้ความนิยมชมชอบในน้ำหอมมากขึ้น จนส่งผลให้แบรนด์น้ำหอมภายใต้สัญลักษณ์ MIT (Made in Taiwan) เกิดขึ้นมาจำนวนไม่น้อย ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็พยายามหากลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะให้กับแบรนด์ของตนเอง หรือสามารถให้ผู้บริโภคออกแบบกลิ่นน้ำหอมในสไตล์ที่ชื่นชอบได้ ซึ่งหากพูดถึงโทนของกลิ่นน้ำหอมสุดคลาสสิกที่มีมาตั้งแต่อดีตก็คงจะหนีไปพ้นกลิ่นน้ำหอมโทนดอกไม้ แต่ปัจจุบันนี้ต้องบอกเลยว่ากลิ่นน้ำหอมก็มีการพัฒนาและแตกแขนงออกไปหลากหลายโทนเพื่อให้เหมาะสมกับบุคลิกลักษณะของผู้ใช้งาน ดังนั้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากลิ่นน้ำหอมโทนไหนได้รับความนิยมในกลุ่มคนไต้หวันมากที่สุด และแต่โทนมีลักษณะกลิ่นอย่างไร มีอะไรเป็นส่วนประกอบ และเหมาะสำหรับคนมีบุคลิกนิสัยแบบไหน (ตอนที่ 2) วันนี้เรามีมาบอกเล่าให้รับทราบกัน (คลิกปุ่มที่แดงด้านบนซ้ายมือเพื่อรับฟังรายการเต็ม)</p>


<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 1 木質調 (Floral Fragrance) คือ น้ำหอมโทนกลิ่นดอกไม้</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2&nbsp;木質調 (Woody Fragrance) คือ น้ำหอมโทนกลิ่นไม้ จากป่า ไม้ หรือดิน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3&nbsp;草本調 (Aromatic Fragrance) คือ น้ำหอมกลิ่นโทนสมุนไพร</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4 柑橘調 (Citrus Fragrance) คือ น้ำหอมโทนซิตรัสจากผลไม้ตระกูลส้ม</p>
<p style="text-align: center;"></p>


<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5 琥珀調 (Amber Fragrance) คือ น้ำหอมโทนอำพันสไตล์เครื่องหอมในสมัยโบราณ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6&nbsp;果香調 (Fruity Fragrance) คือ น้ำหอมกลิ่นโทนผลไม้</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=87362</guid>
      <pubDate>Sun, 05 Oct 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20251005_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36010560" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับเรื่องราวของกลิ่นน้ำหอมยอดนิยมในไต้หวัน เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาวัยรุ่นหนุ่มสาวไต้หวันหันมาให้ความนิยมชมชอบในน้ำหอมมากขึ้น จนส่งผลให้แบรนด์น้ำหอมภายใต้สัญลักษณ์ MIT (Made in Taiwan) เกิดขึ้นมาจำนวนไม่น้อย ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็พยายามหากลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะให้กับแบรนด์ของตนเอง หรือสามารถให้ผู้บริโภคออกแบบกลิ่นน้ำหอมในสไตล์ที่ชื่นชอบได้ ซึ่งหากพูดถึงโทนของกลิ่นน้ำหอมสุดคลาสสิกที่มีมาตั้งแต่อดีตก็คงจะหนีไปพ้นกลิ่นน้ำหอมโทนดอกไม้ แต่ปัจจุบันนี้ต้องบอกเลยว่ากลิ่นน้ำหอมก็มีการพัฒนาและแตกแขนงออกไปหลากหลายโทนเพื่อให้เหมาะสมกับบุคลิกลักษณะของผู้ใช้งาน ดังนั้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากลิ่นน้ำหอมโทนไหนได้รับความนิยมในกลุ่มคนไต้หวันมากที่สุด และแต่โทนมีลักษณะกลิ่นอย่างไร มีอะไรเป็นส่วนประกอบ และเหมาะสำหรับคนมีบุคลิกนิสัยแบบไหน (ตอนที่ 2) วันนี้เรามีมาบอกเล่าให้รับทราบกัน </span><span><strong>(คลิกปุ่มที่แดงด้านบนซ้ายมือเพื่อรับฟังรายการเต็ม)</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/96c9a5b6-a88b-462b-9c58-69d7b0d6ca26.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>156</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 30 ก.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86901</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">&nbsp; &nbsp;&nbsp; ชาแดงไต้หวันแล้วถือว่าเป็นชาที่มีรสชาติและเสน่ห์ที่หลากหลาย หากเป็นชาแดง &ldquo;สายพันธุ์ใบใหญ่&rdquo; อย่าง หงอวี้ (紅玉) จะมีกลิ่นอายคล้ายสะระแหน่และอบเชย ส่วนชาแดง &ldquo;สายพันธุ์ใบเล็ก&rdquo; เช่น จินเซวียน(金萱) จะโดดเด่นด้วยกลิ่นดอกไม้หอมหวานละเมียดละไม และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง 100 ปีแห่งการปลูกชาแดงสายพันธุ์ใบใหญ่ในไต้หวัน จึงมีการจัดงาน &ldquo;ฟอรั่มรสชาติชาแดงไต้หวัน&rdquo; ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เหล่าผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนถึงศักยภาพของชาดำไต้หวันในการจับคู่กับขนม ของคาว และเครื่องดื่มผสม รวมถึงวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผืนแผ่นดินไต้หวันมอบให้กับชา</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">เฝิงจงเถียน(馮忠恬) ทีมงานจากแบรนด์ ตู๋เว่ย (讀味 / Flavor Tales) กล่าวว่า แม้คนคุ้นชินกับการดื่มชา แต่ไม่ค่อยได้สำรวจความหลากหลายของชาแดง งานนี้จึงเชิญผู้เชี่ยวชาญมาเล่าพัฒนาการของชาไต้หวัน และแบ่งปันความแตกต่างของสายพันธุ์กับวิธีชงที่สะท้อนรสชาติ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">หวงเจิ้งจง(黃正宗) หัวหน้าสถานีวิจัยและส่งเสริมชา อธิบายว่า ชาแดงใบใหญ่ส่วนใหญ่ในตลาดโลกเน้นสีแดงเข้มและรสฝาด แต่ชาแดงใบใหญ่ไต้หวันกลับให้ชาน้ำใส กลิ่นหอมเฉพาะตัวทั้งสะระแหน่และอบเชย ส่วนชาแดงใบเล็ก แม้พัฒนาช้ากว่า แต่กลิ่นดอกไม้ละมุนทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งสองสายพันธุ์ต่างมีเสน่ห์และแฟนคลับของตัวเอง โดยที่ชาแดงใบใหญ่เด่นกลิ่นผลไม้ ตามด้วยดอกไม้ รสติดทน เช่น หงอวี้ กลิ่นลิ้นจี่หรือผลลำไย รสหวาน ฝาด และสดชื่นคล้ายมิ้นท์ ส่วนชาแดงใบเล็กเด่นกลิ่นดอกไม้ เช่น กุหลาบ มะลิ หรือจำปี ตามด้วยผลไม้รสอ่อน การใช้คำเฉพาะ เช่น &ldquo;ฝรั่ง&rdquo; &ldquo;ลูกแพร์&rdquo; หรือ &ldquo;บ๊วยเขียว&rdquo; ช่วยสื่อรสชาติได้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ ยังมีคำศัพท์ชิมชา เช่น ฝาด (澀) หมายถึงความรู้สึกคล้ายเปลือกผลไม้ดิบ หรือ การหดรัด (收斂性) คือความรู้สึกน้ำลายลดเล็กน้อยแต่รสยังเต็มปาก เป็นลักษณะดีของชาใบใหญ่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">เฝิงจงเถียนเน้นว่า น้ำเป็นตัวกำหนดรสชาติสำคัญในชงชา เพราะหลายครั้งรสชาติไม่ดีเกิดจากน้ำไม่เข้ากับชา ทีมตู๋เว่ยเสริมว่า อุณหภูมิ ความเข้มข้น และคุณภาพน้ำ ล้วนทำให้รสชาแตกต่าง แม้ใช้ใบชาเดียวกัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เย่อี๋หลาน(葉怡蘭) นักเขียนอาหารและการท่องเที่ยว กล่าวว่า ไต้หวันเหมาะแก่การผลิตชาแดง ทั้งประวัติและเทคนิคการทำชายาวนาน ผสมวัฒนธรรมชาตะวันออกกับสไตล์ตะวันตก ทำให้การดื่มชาแดงมีความหลากหลายและน่าสนใจ อย่างเช่น ตอนเช้า มักชงชาใส่นม เลือกชาแดงใบใหญ่ เช่น หงอวี้ (紅玉) หรือชาอัสสัม ที่มีรสเข้มข้น ตอนบ่าย นิยมชงชาแดงใบเล็ก เช่น ชาอาลีซาน ดื่มแบบเพียว ๆ คู่กับขนมหวาน แต่ถ้าเป็นหน้าร้อน ชอบชงชาเย็นแบบแช่เย็น (cold brew) ดื่มแล้วให้ความสดชื่นและดับร้อน ส่วนหน้าหนาว มักทำชานมเครื่องเทศ หอมอุ่น ๆ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">เธอเน้นว่า ไต้หวันมีชาแดง ดอกไม้ ผลไม้ และสมุนไพรพื้นเมืองมาก จึงสร้าง &ldquo;ชาเบลนด์&rdquo; หรือ &ldquo;ชาปรุงรส&rdquo; ได้เต็มภาคภูมิ สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของเกาะไต้หวัน แม้ชาจะอ่อนนุ่มกว่าสุรา แต่ทักษะการจับคู่ชา&ndash;อาหารยังไม่แพร่หลาย เนื่องจากร้านส่วนใหญ่มีพนักงานชงชาเชี่ยวชาญน้อย ไต้หวันมีศักยภาพสูงในการพัฒนาการจับคู่ชาและอาหาร เพราะมีชาให้เลือกหลากหลาย วัฒนธรรมรับประทานอาหารแบบจีนและไต้หวัน รวมถึงเครื่องดื่มชานมและชาผสมสด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">อู๋อิ๋งเซี่ยน(吳盈憲) ผู้ก่อตั้ง Bar Mood อธิบายว่า การจับคู่ชา&ndash;อาหารเหมือนไวน์&ndash;อาหาร เริ่มจากกำหนดแกนรสชาติหลักแล้วปรับสมดุล อย่างเช่น ชาอาลีซานจับคู่กับอาหารตุ๋น เช่น หูหมู เห็ดหอม รากบัว และพาสต้า ทั้งแบบชาบริสุทธิ์และชาผสม น้ำส้มสายชูหมักบ๊วย รสผลไม้และกลิ่นน้ำผึ้งของชาเข้ากับสมุนไพรและความหวานของรากบัว ส่วนรสหวาน&ndash;เปรี้ยว&ndash;ฝาด กลมกลืนกับน้ำซุปหมู ทำให้ชาและอาหารมีรสของตัวเอง แต่ผสานกันอย่างลงตัว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18pt; line-height: 20pt; text-align: center;">ชาแดงไต้หวันมีศักยภาพสูงในการพัฒนาตลาดจับคู่ชา&ndash;อาหาร(photo:newsmarket)<br></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86901</guid>
      <pubDate>Tue, 30 Sep 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250930_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36023040" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 30 ก.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 30 ก.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&nbsp; &nbsp;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&nbsp; ชาแดงไต้หวันแล้วถือว่าเป็นชาที่มีรสชาติและเสน่ห์ที่หลากหลาย หากเป็นชาแดง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">สายพันธุ์ใบใหญ่&rdquo; อย่าง หงอวี้ (</span><span style="mso-bidi-font-size: 12.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">紅玉</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">จะมีกลิ่นอายคล้ายสะระแหน่และอบเชย ส่วนชาแดง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">สายพันธุ์ใบเล็ก&rdquo; เช่น จินเซวียน(</span><span style="font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin;">金萱</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) จะโดดเด่นด้วยกลิ่นดอกไม้หอมหวานละเมียดละไม และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">100 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ปีแห่งการปลูกชาแดงสายพันธุ์ใบใหญ่ในไต้หวัน จึงมีการจัดงาน </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">&ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ฟอรั่มรสชาติชาแดงไต้หวัน&rdquo; ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เหล่าผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนถึงศักยภาพของชาดำไต้หวันในการจับคู่กับขนม ของคาว และเครื่องดื่มผสม รวมถึงวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผืนแผ่นดินไต้หวันมอบให้กับชา</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/62224fe1-eec3-4267-9473-da7e377c5d66.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>155</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 30 ก.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86900</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">รับมือยุค AI ! ไต้หวันจัดตั้งทีมชาติพัฒนาเทคโนโลยี &ldquo;ซิลิคอนโฟโตนิกส์&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly; tab-stops: list 36.0pt;">กระทรวงวิทยาศาสตร์ จัดประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 17 เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2025 &nbsp;โดยมีการรายงาน 2 หัวข้อสำคัญ ได้แก่กระทรวงเศรษฐกิจนำเสนอ &ldquo;ผลการวิจัยและแผนพัฒนาเทคโนโลยีซิลิคอนโฟโตนิกส์&rdquo; และกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการนำเสนอ &ldquo;ชีวเวชภัณฑ์และการดูแลสุขภาพเพื่อสร้างไต้หวันสุขภาพดี&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เจ้าหน้าที่กระทรวงเศรษฐกิจชี้ว่า การขยายตัวของ AI ทำให้ศูนย์ข้อมูลทั่วโลกต้องการการส่งข้อมูลความเร็วสูงและใช้พลังงานต่ำ คาดว่าตลาดซิลิคอนโฟโตนิกส์ทั่วโลกจะทะลุ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 แม้ไต้หวันจะมีความได้เปรียบด้านเซมิคอนดักเตอร์ แต่ยังมีช่องว่างด้านการออกแบบชิปโฟโตนิกส์ การบรรจุภัณฑ์ความเร็วสูง สิ่งแวดล้อมการทดสอบ และวัสดุหลัก จึงจำเป็นต้องเร่งวางรากฐานเทคโนโลยีนี้เพื่อรองรับยุค AI</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไต้หวันเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือของโลก จะบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน สร้างทีมชาติ AI ซิลิคอนโฟโตนิกส์ ปักหลักในไต้หวัน และขยายสู่ตลาดโลก ด้านงบประมาณ นอกจากโครงการพัฒนาชิปไต้หวัน ที่ดำเนินอยู่แล้ว ในปี 2026 รัฐบาลจะเพิ่มงบอีก 500 ล้านเหรียญไต้หวันเพื่อเร่งการพัฒนา </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 18.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">อู๋เฉิงเหวิน(吳誠文) รมว. กระทรวงวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่า หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ จะร่วมมือกันผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยี ซิลิคอนโฟโตนิกส์ (Silicon Photonics) เพื่อเร่งสร้างแพลตฟอร์มทดสอบระดับโลกและเสริมศักยภาพการแข่งขันของไต้หวันในยุค AI เขากล่าวว่า &ldquo;ปัจจุบันเราพัฒนาเทคโนโลยีซิลิคอนโฟโตนิกส์จนรองรับความเร็ว 200 Gbps แล้ว และหวังว่าในอีก 1&ndash;2 ปีข้างหน้า ด้วยความร่วมมือระดับนานาชาติ เราจะสามารถพัฒนา โฟโตนิกส์อินทิเกรตเซอร์กิต (Photonic Integrated Circuit) ที่ก้าวไปสู่ 400 Gbps ได้สำเร็จ&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86900</guid>
      <pubDate>Tue, 30 Sep 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250930_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36016320" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 30 ก.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 30 ก.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #e67e23;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">รับมือยุค </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">AI ! </span></span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><span style="color: #e67e23;">ไต้หวันจัดตั้งทีมชาติพัฒนาเทคโนโลยี &ldquo;<b>ซิลิคอนโฟโตนิกส์&rdquo;</b></span><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/cb580579-d6a7-4004-b78b-5b3da57e1623.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>154</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - เซียมซีป้องกันโรคสมองเสื่อม]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86817</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับการไปศาลเจ้าแล้วเขย่าเซียมซีเพื่อขอคำทำนายใช่ไหมคะ?&nbsp;ลองนึกดูสิคะว่า ถ้าเซียมซีที่เราจับได้ ไม่ได้บอกแค่โชคชะตาเรื่องงานหรือความรัก แต่กลับบอกเคล็ดลับดูแลสุขภาพสมองเพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อมแทน จะน่าสนใจขนาดไหน</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; โรงพยาบาลฉีเหม่ยได้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมความเชื่อในชุมชน และนำมาผสมผสานกับ 14 ปัจจัยเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม ที่วงการแพทย์ยืนยันแล้วว่าสามารถป้องกันหรือปรับเปลี่ยนได้ เช่น ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย หรือแม้แต่ภาวะซึมเศร้า</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;พอเขย่าเซียมซีนี้ คำทำนายที่ได้จะเป็นเหมือนคำเตือนสุขภาพ เช่น &ldquo;ความดันโลหิตสูงดั่งภูเขา ความจำเสื่อมเร็ว (血壓如山高、記憶早跌倒) &rdquo; &rarr; แนะนำให้ผู้สูงอายุตรวจวัดความดันอย่างสม่ำเสมอ หรือ &ldquo;นั่งนานรากงอก จิตใจหดหู่ เดินให้คล่อง ความจำไม่เสื่อม(坐久生根鬱又昏、走動活絡不易昏)&rdquo; &rarr; ส่งเสริมให้ลุกขึ้นเดินและออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;โดยเซียมซีทั้ง 15 ใบมีความน่าสนใจและใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของผู้คนมาก ทำให้อากงอาม่าต่างพยักหน้าเห็นด้วยหลังจากการจับเซียมซี</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;โครงการนี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ 21 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับ &ldquo;วันอัลไซเมอร์โลก&rdquo; งานจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ฉีเหม่ย โดยจากโรงพยาบาลได้ร่วมมือกับศาลเจ้าซันเซียนในหมู่บ้านอูจู๋ เขตหย่งคัง เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชนอย่างแท้จริง เฉินซิ่วฉิน&nbsp; รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า เธอหวังที่จะบูรณาการวัฒนธรรมทางศาสนาเข้ากับการศึกษาสาธารณสุขอย่างชาญฉลาดนี้ จะช่วยให้ศาลเจ้าก้าวข้ามบทบาทแบบดั้งเดิมที่ทำหน้าที่เป็นเพียงที่พึ่งทางใจ และสามารถเข้าถึงวิถีชีวิตของผู้คนได้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมแนวคิดการป้องกันภาวะสมองเสื่อมอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนบรรยากาศและเสียงตอบรับในงานเปิดตัว ผู้สูงอายุที่มาลองเซียมซีต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า &ldquo;ในเมื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์สั่งมา ก็ต้องทำตามสิ!&rdquo; แสดงให้เห็นถึงการใช้พลังของความเชื่อมาสนับสนุนการแพทย์สมัยใหม่ได้อย่างชาญฉลาด และกลายเป็นแรงจูงใจที่มีประสิทธิภาพ</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; คุณหลินหงหรง (林宏榮) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฉีเหม่ย เน้นย้ำว่า การป้องกันและดูแลภาวะสมองเสื่อมไม่จำกัดเพียงแค่ในสถานพยาบาลอีกต่อไป แต่จำเป็นต้องส่งเสริมอย่างครอบคลุมผ่านกลยุทธ์การสร้างวัฒนธรรมการดูแลในชีวิตประจำวันและชุมชน เพื่อให้ผู้ป่วยสมองเสื่อมได้ออกมาจากบ้านและเข้าสู่สังคมมากขึ้น โดยใช้ใบสั่งยาทางสังคม ในการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นใช้สมองและใช้หัวใจ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการสมองเสื่อมแย่ลง และสามารถชะลอการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชนให้มากขึ้น ส่วนแนวคิดใบสั่งยาทางสังคม ก็คือการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุไปเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานศิลปะ การร้องเพลง การเต้นรำ หรือการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อให้ได้ใช้สมอง ใช้หัวใจ และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; หลินหงหรง (林宏榮) ยังกล่าวอีกว่า เมืองไถหนานได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2018 ทางโรงพยาบาลจึงได้ร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขเมืองไถหนานและสำนักงานเขตหย่งคังตั้งแต่ปี 2019 เพื่อส่งเสริมการสร้างชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้ป่วยสมองเสื่อม โดยมีผู้ป่วยและผู้ดูแลเป็นศูนย์กลาง ได้จัดตั้งศูนย์ที่เป็นมิตรกับผู้ป่วยสมองเสื่อมขึ้นทีละแห่ง เพื่อสร้างเครือข่ายสนับสนุนในท้องถิ่น และในปีนี้ยังได้ขยายรูปแบบการดำเนินงานไปยังเขตเหรินเต๋อ เพื่อนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; 14 ปัจจัยเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม ที่โครงการนำมาใช้ เช่น&nbsp;ความดันโลหิตสูง, สูบบุหรี่, ขาดการออกกำลังกาย, ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป, ภาวะซึมเศร้า, ขาดการเรียนรู้ตลอดชีวิต, การอยู่โดดเดี่ยวไม่เข้าสังคม ฯลฯ</p>
<p class="MsoNormal">photo&nbsp; : 曹婷婷</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86817</guid>
      <pubDate>Mon, 29 Sep 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250929_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24009600" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - เซียมซีป้องกันโรคสมองเสื่อม</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - เซียมซีป้องกันโรคสมองเสื่อม</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">&nbsp; &nbsp; &nbsp;หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับการไปศาลเจ้าแล้วเขย่าเซียมซีเพื่อขอคำทำนายใช่ไหมคะ</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">?&nbsp;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ลองนึกดูสิคะว่า ถ้าเซียมซีที่เราจับได้ ไม่ได้บอกแค่โชคชะตาเรื่องงานหรือความรัก แต่กลับบอกเคล็ดลับดูแลสุขภาพสมองเพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อมแทน จะน่าสนใจขนาดไหน</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/1eba25b8-97c5-42f3-b120-fad6c28ad731.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>153</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86780</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับเรื่องราวของกลิ่นน้ำหอมยอดนิยมในไต้หวัน เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาวัยรุ่นหนุ่มสาวไต้หวันหันมาให้ความนิยมชมชอบในน้ำหอมมากขึ้น จนส่งผลให้แบรนด์น้ำหอมภายใต้สัญลักษณ์ MIT (Made in Taiwan) เกิดขึ้นมาจำนวนไม่น้อย ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็พยายามหากลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะให้กับแบรนด์ของตนเอง หรือสามารถให้ผู้บริโภคออกแบบกลิ่นน้ำหอมในสไตล์ที่ชื่นชอบได้ ซึ่งหากพูดถึงโทนของกลิ่นน้ำหอมสุดคลาสสิกที่มีมาตั้งแต่อดีตก็คงจะหนีไปพ้นกลิ่นน้ำหอมโทนดอกไม้ แต่ปัจจุบันนี้ต้องบอกเลยว่ากลิ่นน้ำหอมก็มีการพัฒนาและแตกแขนงออกไปหลากหลายโทนเพื่อให้เหมาะสมกับบุคลิกลักษณะของผู้ใช้งาน ดังนั้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากลิ่นน้ำหอมโทนไหนได้รับความนิยมในกลุ่มคนไต้หวันมากที่สุด และแต่โทนมีลักษณะกลิ่นอย่างไร มีอะไรเป็นส่วนประกอบ และเหมาะสำหรับคนมีบุคลิกนิสัยแบบไหน (ตอนที่ 1) วันนี้เรามีมาบอกเล่าให้รับทราบกัน (คลิกปุ่มที่แดงด้านบนซ้ายมือเพื่อรับฟังรายการเต็ม)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 7&nbsp;裸香調 (Skin Scent) คือ น้ำหอมที่ออกแบบมาให้มีกลิ่นสะอาดเหมือนผิวกายที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 8 馥奇調 (Foug&egrave;re Fragrance) คือ น้ำหอมที่ให้กลิ่นของสมุนไพร และความเขียวชอุ่ม</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 9&nbsp;茶香調 (Tea Fragrance) คือ น้ำหอมที่มีกลิ่นอายของชา</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 10 水生調 (Aquatic Fragrance) คือ น้ำหอมที่มีกลิ่นอายของน้ำ และความสดชื่น</p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86780</guid>
      <pubDate>Sun, 28 Sep 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250928_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับเรื่องราวของกลิ่นน้ำหอมยอดนิยมในไต้หวัน เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาวัยรุ่นหนุ่มสาวไต้หวันหันมาให้ความนิยมชมชอบในน้ำหอมมากขึ้น จนส่งผลให้แบรนด์น้ำหอมภายใต้สัญลักษณ์ MIT (Made in Taiwan) เกิดขึ้นมาจำนวนไม่น้อย ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็พยายามหากลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะให้กับแบรนด์ของตนเอง หรือสามารถให้ผู้บริโภคออกแบบกลิ่นน้ำหอมในสไตล์ที่ชื่นชอบได้ ซึ่งหากพูดถึงโทนของกลิ่นน้ำหอมสุดคลาสสิกที่มีมาตั้งแต่อดีตก็คงจะหนีไปพ้นกลิ่นน้ำหอมโทนดอกไม้ แต่ปัจจุบันนี้ต้องบอกเลยว่ากลิ่นน้ำหอมก็มีการพัฒนาและแตกแขนงออกไปหลากหลายโทนเพื่อให้เหมาะสมกับบุคลิกลักษณะของผู้ใช้งาน ดังนั้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากลิ่นน้ำหอมโทนไหนได้รับความนิยมในกลุ่มคนไต้หวันมากที่สุด และแต่โทนมีลักษณะกลิ่นอย่างไร มีอะไรเป็นส่วนประกอบ และเหมาะสำหรับคนมีบุคลิกนิสัยแบบไหน (ตอนที่ 1) วันนี้เรามีมาบอกเล่าให้รับทราบกัน <span style="color: #ba372a;"><strong>(คลิกปุ่มที่แดงด้านบนซ้ายมือเพื่อรับฟังรายการเต็ม)</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/10/original/0ceaa2c8-58cd-451b-bcd0-5416cad556f0.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>152</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 23 ก.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86362</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หวังซื่อหาว (王士豪) เกษตรกรส้มโอแห่งตำบลหมาโต้ว นครไถหนาน เผยว่า สภาพอากาศสุดขั้วต่อเนื่องหลายปี ทำให้สวนส้มโออายุ 30 ปีรับมือไม่ไหว ปี 2024 ไต้ฝุ่น &ldquo;แคมี&rdquo; พัดถล่มภาคใต้จนท่วมหนัก ปีนี้ยังซ้ำอีกครั้ง ส่งผลให้ต้นส้มโอกว่า 30% ตาย ส่วนที่เหลือก็อ่อนแอ เขาจึงต้องเลือกระหว่างเก็บผลผลิตหรือรักษาต้นไม้ สุดท้ายเลือก &ldquo;รักษาต้น&rdquo; โดยเด็ดผลที่เหลือออก เพื่อลดภาระ ไม่ให้ต้นตายจนหมด อย่างไรก็ตาม แม้จะได้เงินชดเชยและประกันราว 100,000 เหรียญไต้หวัน แต่ยังมีหนี้สินกว่า 4 ล้านเหรียญ และค่าใช้จ่ายในการดูแลสวนปีหน้า ทำให้ปัจจุบันต้องไปรับจ้างสวนอื่น พร้อมภาวนาให้ปีหน้าฟ้าฝนเป็นใจ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">ไต้ฝุ่นดานาสทำให้ส้มโอเหวินตั้นเสียหายหนัก</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส้มโอเหวินตั้นเก็บได้ปีละครั้ง แต่เมื่อไต้ฝุ่นพัดผลร่วง รายได้ก็แทบหายไปสิ้น หลังไต้ฝุ่น &ldquo;ดานาส&rdquo; ถล่มเพียงวันเดียว เฉินป๋อหย่าง (陳柏仰) เกษตรกรรุ่นใหม่รางวัลเกษตรกรดีเด่นรุ่นที่ 5 รีบชวนครอบครัวเก็บผลที่ยังสมบูรณ์กว่า 1,800 ชั่ง (ราว 1,080 กก.) เขากล่าวว่า &ldquo;นี่คือโอกาสเดียวที่จะพลิกชีวิตในปีนี้ เราไม่มีสิทธิ์ทิ้งมันไป&rdquo; พร้อมตั้งใจแปรรูปส้มโอร่วงให้เป็นสินค้าที่ตลาดยอมรับและสร้างความภาคภูมิใจได้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ขณะเดียวกัน ฟาร์ม &ldquo;ดอกแดนดิไลออน&rdquo; (dandelion-nature-farm) ของหลี่หลิงฮุ่ย (李羚卉) ก็เสียหายหนัก เธอโพสต์คลิปสวนลงโซเชียล จนมีผู้ประกอบการจากเมืองหยุนหลินติดต่อมารับส้มโอไปแปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหยและ Hydrosol ก่อนช่วยกันทำตลาดและแบ่งรายได้กันครึ่งต่อครึ่ง นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ฟาร์มได้ลองทำสินค้าประเภทแปรรูป ขยายฐานลูกค้าใหม่ และตอบโจทย์ลูกค้าประจำที่อยากช่วยเหลือในยามวิกฤติ ปีหน้าฟาร์มยังวางแผนเก็บดอกส้มโอไปแปรรูปเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อีกด้วย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">น้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้มโอ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แบรนด์ส้มโอ &ldquo;โหย้วอีชุน (柚一村 PIM: pomelo in Madou)&rdquo; ของ จวงจิ่งอวี่ (莊景羽) สร้างสรรค์สินค้าสุดครีเอทีฟ จากไอเดียระหว่างกินน้ำแข็งใสน้ำตาลทรายแดง เขานำเปลือกส้มโอผสมกับน้ำตาลทรายแดง อัดเป็นก้อนสำหรับชงดื่มได้ทั้งร้อน&ndash;เย็น รสหวานลุ่มลึกของน้ำตาลตัดกับความขมซ่าของส้มโอ กลายเป็นรสใหม่ไม่เหมือนใคร แม้จะตั้งใจทำเป็นเครื่องดื่ม แต่ผู้บริโภคกลับพลิกแพลงใช้หลากหลาย ทั้งผสมโซดา กินเป็นของว่าง หรือใส่ในอาหารอย่างพะโล้และสเต๊กหมู ความต้องการด้านนี้ทำให้เขาต่อยอดเป็น &ldquo;ผงปรุงรสส้มโอ&rdquo; มีทั้งรสพริกเกลือ คาราเมล และรสเผ็ด</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากนี้ยังใช้คุณสมบัติเปลือกส้มโอไล่แมลง พัฒนาเป็น ธูปหอม กลิ่นปรับแต่งโดยนักปรุงน้ำหอมมืออาชีพ และ ยากันยุง ที่ผสมใบอ้ายฉ่าว มีกลิ่นอ่อนละมุน ใช้กลางแจ้งได้ ซึ่งคุณจวงจิ่งอวี่มองว่า ส้มโอเหวินตั้นยังเผชิญปัญหาอุปสงค์&ndash;อุปทานไม่สมดุล ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลสดมากกว่าสินค้าแปรรูป ปีนี้ผลผลิตสดลดลง จึงทำให้ของแปรรูปได้รับความสนใจมากขึ้น เขาหวังว่าความท้าทายครั้งนี้จะช่วยให้ผู้คนเห็นคุณค่าการแปรรูป เพิ่มมูลค่า และสร้าง ชุดของขวัญส้มโอแปรรูป ที่เก็บได้นาน ใช้งานหลากหลาย เปิดตลาดใหม่ที่ยั่งยืนกว่า</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">เปลือกส้มโอทำเป็น ก้อนน้ำตาลทรายแดง และ ผงปรุงรส</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในนครไถหนานยังมีร้านสมุนไพรสมัยใหม่ชื่อ &ldquo;ฮั่นกั่วฟาง&rdquo; (漢菓方) ที่ตกแต่งร้านสว่างสดใส และผสมผสานสมุนไพรเข้ากับวัตถุดิบร่วมสมัย เช่น ลูกอมเปลือกส้มตงซานแก้เจ็บคอ หรือเก๋ากี้เคลือบช็อกโกแลตบำรุงสายตา หลังไต้ฝุ่นครั้งนี้ ส้มโอจึงถูกหยิบมาเป็นวัตถุดิบใหม่ หวงป๋อจวิน (黃柏鈞) ผู้ก่อตั้งร้าน ในฐานะคนรุ่นใหม่จากไถหนาน วางแผนทำ ชุดของขวัญส้มโอ รวมทั้งผลสดส้มโอเหวินตั้น และสินค้าสร้างสรรค์ เช่น ช็อกโกแลตเปลือกส้มโอผสมชะเอม รสหวานชุ่มคอ และขวดกลิ่นหอมผสานกำยาน เปลือกส้มแห้ง ใบอ้าย สะระแหน่ และเปลือกส้มโอ ให้ความสดชื่นผ่อนคลาย ที่สำคัญ เขายังรับซื้อส้มโอสดในราคาสูงกว่าตลาด 2&ndash;3 เท่า ตกผลละเกือบ 200 เหรียญไต้หวัน เพื่อช่วยชาวสวนโดยคืนรายได้ทั้งหมดให้เต็ม ๆ หวงป๋อจวินกล่าวว่า &ldquo;วันนี้ผมช่วยเขา วันหน้า ก็จะมีคนช่วยผมเช่นกัน&rdquo;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86362</guid>
      <pubDate>Tue, 23 Sep 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250923_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36000960" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 23 ก.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 23 ก.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">หวังซื่อหาว (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">王士豪</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เกษตรกรส้มโอแห่งตำบลหมาโต้ว นครไถหนาน เผยว่า สภาพอากาศสุดขั้วต่อเนื่องหลายปี ทำให้สวนส้มโออายุ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">30 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ปีรับมือไม่ไหว ปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2024 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ไต้ฝุ่น &ldquo;แคมี&rdquo; พัดถล่มภาคใต้จนท่วมหนัก ปีนี้ยังซ้ำอีกครั้ง ส่งผลให้ต้นส้มโอกว่า </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">30% </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ตาย ส่วนที่เหลือก็อ่อนแอ เขาจึงต้องเลือกระหว่างเก็บผลผลิตหรือรักษาต้นไม้ สุดท้ายเลือก &ldquo;รักษาต้น&rdquo; โดยเด็ดผลที่เหลือออก เพื่อลดภาระ ไม่ให้ต้นตายจนหมด อย่างไรก็ตาม แม้จะได้เงินชดเชยและประกันราว </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">100,000 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เหรียญไต้หวัน แต่ยังมีหนี้สินกว่า </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">4 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ล้านเหรียญ และค่าใช้จ่ายในการดูแลสวนปีหน้า ทำให้ปัจจุบันต้องไปรับจ้างสวนอื่น พร้อมภาวนาให้ปีหน้าฟ้าฝนเป็นใจ</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/cac9baa9-afb3-464d-b3b8-05e5f19b618c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>151</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 23 ก.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86361</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">AI ช่วยยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ลดต้นทุนและความเสี่ยง เพิ่มคุณภาพ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กระทรวงเกษตรไต้หวันได้ผลักดันเกษตรอัจฉริยะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนมีผลงานวิจัยพัฒนากว่า 100 รายการ โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ช่วยลดต้นทุนด้านแรงงาน เวลา และความเสี่ยง ขณะเดียวกันก็ช่วยยกระดับคุณภาพการผลิต</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กระทรวงเกษตรระบุว่า ไต้หวันได้รับการยกย่องว่าเป็น &ldquo;อาณาจักรสัตว์น้ำ&rdquo; การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญ แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นลักษณะครัวเรือนหรือขนาดกลางและขนาดเล็ก การถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการเพาะเลี้ยงจึงทำได้ยาก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กระทรวงเกษตรได้ผลักดัน ระบบ AI ตรวจจับสภาพในน้ำ ที่สามารถวัดความยาวตัวปลาได้อย่างแม่นยำ ลดปัญหาการบาดเจ็บจากการวัดแบบดั้งเดิม พร้อมทั้งพัฒนา ระบบให้อาหารอัจฉริยะ ที่มีการวิเคราะห์ภาพ เพื่อประเมินกิจกรรมของปลา ตรวจจับการสั่นสะเทือนของคลื่นน้ำ และการเก็บเสียงใต้น้ำ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการให้อาหาร ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ค่าน้ำ ค่าไฟ และแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในด้านการป้องกันโรค สถาบันวิจัยประมง ได้พัฒนาโมดูลตรวจเชื้อโรคแบบรวดเร็วและระบบจำแนกด้วยแสง ร่วมกับการออกแบบการเก็บตัวอย่างเพื่อเสริมประสิทธิภาพด้านการเฝ้าระวังและการรักษา ลดความสูญเสียของอุตสาหกรรม อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม &ldquo;Cloud Market &ndash; การเกษตร&rdquo; (「雲市集－農業館) ของกระทรวงเกษตร เพื่อนำเสนอเครื่องมือการตลาดดิจิทัล ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซและสร้างแบรนด์ของตนเอง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กระทรวงเกษตรชี้ว่า เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในไต้หวันส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยค่อนข้างสูงและดำเนินการในรูปแบบครอบครัว ที่ผ่านมาเกษตรกรมักกังวลเรื่องเหตุฉุกเฉินในบ่อเลี้ยงจึงต้องคอยเฝ้าดูใกล้ชิด ทำให้การใช้ชีวิตมีข้อจำกัด แต่ด้วยระบบเพาะเลี้ยงอัจฉริยะ ไม่เพียงช่วยประหยัดแรงงานและเวลา แต่ยังเปลี่ยนประสบการณ์ของเกษตรกรให้เป็นข้อมูลที่ถ่ายทอดต่อไปยังเกษตรอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หนึ่งในตัวอย่างคือ ระบบเพาะเลี้ยงกุ้งอัจฉริยะ ที่ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาสมุทรแห่งชาติไต้หวันพัฒนา โดยมุ่งเน้นที่การเลี้ยงกุ้งขาว ที่มีระบบสามารถตรวจวัดคุณภาพน้ำและสภาพแวดล้อมได้แบบเรียลไทม์ เกษตรกรสามารถใช้ทั้งอุปกรณ์ตรวจน้ำแบบติดตั้งถาวรและแบบพกพาเพื่อเฝ้าติดตามสภาพบ่อและการให้อาหาร พร้อมรับการแจ้งเตือนเมื่อมีความผิดปกติ ช่วยลดความเสี่ยงในการเลี้ยงได้อย่างมาก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากนี้ ระบบยังรองรับ การอัปโหลดภาพถ่ายโรคของสัตว์น้ำ และให้คำแนะนำด้านการวินิจฉัย โดยผสานการตัดสินของผู้เชี่ยวชาญเข้ากับการวิเคราะห์ข้อมูล เสริมประสิทธิภาพการจัดการระยะไกล ทั้งยังมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์แล้ว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กระทรวงเกษตรแถลงด้วยว่า เพื่อรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขาดแคลนแรงงาน และการแข่งขันในตลาดโลก ตั้งแต่ปี 2017 (พ.ศ. 2560) ได้มีการผลักดันโครงการเกษตรอัจฉริยะ จนได้ผลงานวิจัย 194 รายการ และได้บูรณาการเป็น 13 ชุดเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยเฉพาะชุดเทคโนโลยี &ldquo;ต้าจื้อนั่วอวี๋ (大智若漁包)&rdquo; ที่รวบรวมเทคโนโลยีด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น การตรวจสอบคุณภาพน้ำ การติดตามการเจริญเติบโต ระบบให้อาหารแม่นยำ การตรวจเชื้อโรคอย่างรวดเร็ว และการตลาดดิจิทัล เพื่อให้ผู้ประกอบการเลือกใช้ ช่วยควบคุมข้อมูลสิ่งแวดล้อม เพิ่มคุณภาพและความสามารถในการแข่งขัน รองรับการปรับตัวและยกระดับอุตสาหกรรมในอนาคต</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86361</guid>
      <pubDate>Tue, 23 Sep 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250923_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36020160" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 23 ก.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 23 ก.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #e67e23;"><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">AI </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ช่วยยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ลดต้นทุนและความเสี่ยง เพิ่มคุณภาพ</span></b></span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/5d2adc79-f210-43ae-8aff-e8ff73208115.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>150</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตในไต้หวัน]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86272</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;คุณผู้ฟังหลายคนอาจเคยรู้สึกว่า ชีวิตการทำงานทุกวันนี้เต็มไปด้วยความกดดันใช่ไหมคะ บางครั้งหลังเลิกงาน เราแทบไม่มีแรงแม้แต่จะทำอะไรแล้ว การเดินทางไปขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตก็คงเป็นเรื่องไกลตัวขึ้นไปอีก กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันเล็งเห็นถึงปัญหานี้ จึงริเริ่มโครงการส่งเสริมสุขภาพจิตสำหรับเยาวชนและวัยกลางคน เพื่อให้การเข้าถึงการดูแลสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; โครงการนี้ครอบคลุมกลุ่มอายุ 15 ถึง 45 ปี ซึ่งถือเป็นวัยที่ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือการสร้างครอบครัว จุดเด่นของโครงการคือการปรึกษาทางไกลผ่านระบบออนไลน์ โดยมีสถาบันการแพทย์กว่า 40% ที่เข้าร่วมให้บริการปรึกษาออนไลน์ ทำให้คนที่ยุ่งกับงานหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลก็ยังสามารถเข้าถึงได้</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขฯ ปี 2024&nbsp;&ldquo;การทำร้ายตัวเองโดยเจตนา หรือการฆ่าตัวตาย&rdquo; ได้กลับเข้ามาอยู่ใน 10 อันดับสาเหตุการเสียชีวิตของไต้หวันอีกครั้ง หลังหายไปนานถึง 14 ปี โดยครองอันดับที่ 10 ซึ่งตอกย้ำว่าปัญหาสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องเล็กเลย เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2025 ที่ผ่านมา นายจวงเหรินเสียง รองรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขฯ ได้กล่าวในงานวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลกว่า กระทรวงจะเพิ่มทรัพยากรด้านสุขภาพจิตในหลายมิติ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2024 ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 410 ล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อให้คนอายุ 15&ndash;45 ปี เข้ารับบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตฟรี คนละ 3 ครั้งต่อปี จุดประสงค์ก็เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนกล้าขอความช่วยเหลือ และสร้างทัศนคติที่ดีต่อการดูแลสุขภาพใจ</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">บริการและทรัพยากรที่มีอยู่ปัจจุบัน</p>
<p class="MsoNormal">การปรึกษาออนไลน์: ปลอดภัยและข้อมูลเป็นความลับ ผ่านระบบที่มีการตรวจสอบเข้มงวด</p>
<p class="MsoNormal">ศูนย์สุขภาพจิตชุมชน: 61 แห่งทั่วประเทศ ให้ความรู้และบริการสุขภาพจิต</p>
<p class="MsoNormal">จุดบริการคำปรึกษาจากกองอนามัย: 388 แห่งทั่วประเทศ ให้บริการปรึกษาในราคาย่อมเยาหรือฟรี</p>
<p class="MsoNormal">สายด่วน 1925: โทรได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;บริการใหม่ที่ขยายเพิ่มขึ้น</p>
<p class="MsoNormal">สายด่วนสำหรับคุณผู้ชาย: เปิดบริการตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 2025 เพื่อรองรับปัญหาด้านจิตใจโดยไม่จำกัดหัวข้อ</p>
<p class="MsoNormal">หลักสูตรปฐมพยาบาลทางใจ: เริ่มจัดตั้งแต่กันยายน 2025 เพื่ออบรมบุคลากรให้ช่วยเหลือผู้ที่กำลังเผชิญภาวะวิกฤตได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที</p>
<p class="MsoNormal">ข้อดีของการปรึกษาออนไลน์</p>
<p class="MsoNormal">คุณเจิ้งสูซินรองอธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบายว่า การปรึกษาผ่านออนไลน์ช่วยลดอุปสรรคทั้งเรื่องเวลาและสถานที่ โดยเฉพาะสำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี ทำให้การขอความช่วยเหลือเป็นเรื่องที่สะดวกและไม่รู้สึกเป็นภาระ และอีกประเด็นที่สำคัญคือ &ldquo;ความไว้วางใจ&rdquo; ถ้าสังคมมีระบบดูแลสุขภาพจิตที่เข้าถึงง่าย ประชาชนจะรู้สึกว่าตนเองไม่ได้อยู่ลำพัง และกล้าที่จะไปขอรับความช่วยเหลือมากขึ้น สิ่งนี้เองที่จะช่วยป้องกันการสูญเสียที่ไม่จำเป็น</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">กลับมาที่โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตสำหรับเยาวชนและวัยกลางคน ที่สามารถขอรับบริการได้ฟรีคนละ 3 ครั้งต่อปี&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; mso-list: l0 level1 lfo1;">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ต้องมีบัตรประกันสุขภาพ</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; mso-list: l0 level1 lfo1;">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เข้าไปที่เว็บไซต์&nbsp;&nbsp;&nbsp;https://sps.mohw.gov.tw/mhs</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; mso-list: l0 level1 lfo1;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; mso-list: l0 level1 lfo1;">3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กดคลิกตรงสัญลักษณ์ + เพื่อค้นหาสถานพยาบาลหรือคลิกนิกที่ยังมีโควตาเหลือ</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; mso-list: l0 level1 lfo1;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; mso-list: l0 level1 lfo1;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; mso-list: l0 level1 lfo1;">4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เลือกเมืองที่ต้องการ (หากมีชื่อสถานพายาบาลที่ต้องการตรวจเช็คสามารถกรอกทางด้านขวา)</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; mso-list: l0 level1 lfo1;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; mso-list: l0 level1 lfo1;">5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ก่อนกดค้นหาปุ่มเขียว (查詢) อย่าลืมติ๊กตรง 是 </p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; mso-list: l0 level1 lfo1;"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin-left: 36.0pt; text-indent: -18.0pt; mso-list: l0 level1 lfo1;">6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ด้านล่างจะเป็นข้อมูลสถานพยาบาลหรือคลินิก สามารถเลือกตามความต้องการได้เลย</p>
<p class="MsoNormal">หมายเหตุ: สามารถโทรไปสอบถามหรือจองคิวก่อนได้ แต่ละสถานที่อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมที่ต่างกัน เช่นบางที่เก็บค่าลงทะเบียนหรือบางที่ฟรี สามารถโทรสอบถามก่อนไปเข้ารับบริการได้ตามเบอร์โทรที่ปรากฎ</p>
<p class="MsoNormal"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86272</guid>
      <pubDate>Mon, 22 Sep 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250922_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24000960" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตในไต้หวัน</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตในไต้หวัน</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">&nbsp; &nbsp; &nbsp;คุณผู้ฟังหลายคนอาจเคยรู้สึกว่า ชีวิตการทำงานทุกวันนี้เต็มไปด้วยความกดดันใช่ไหมคะ บางครั้งหลังเลิกงาน เราแทบไม่มีแรงแม้แต่จะทำอะไรแล้ว การเดินทางไปขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตก็คงเป็นเรื่องไกลตัวขึ้นไปอีก กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันเล็งเห็นถึงปัญหานี้ จึงริเริ่มโครงการส่งเสริมสุขภาพจิตสำหรับเยาวชนและวัยกลางคน เพื่อให้การเข้าถึงการดูแลสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/e185b1bd-178a-4b20-a7ef-d70691351317.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>149</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86234</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของผลการจัดอันดับ 10 แพลตฟอร์มในบริการ eSIM ที่คนไต้หวันนิยมเลือกใช้งานมากที่สุดเวลาเดินทางไปต่างประเทศในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา (ตอนที่ 2) เพราะปัจจุบันสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ รวมถึงสมาร์ทวอทช์บางรุ่นต่างก็เริ่มมีฟังก์ชันรองรับการใช้งาน eSIM แล้ว ซึ่ง eSIM คือซิมการ์ดแบบฝังในอุปกรณ์โดยตรง ไม่ใช่ซิมการ์ดพลาสติกที่เราต้องถอดเปลี่ยนเหมือนซิมการ์ดทั่วไป ผู้ใช้งานสามารถลงทะเบียน เปิดเบอร์ใหม่ หรือเปลี่ยนผู้ให้บริการเครือข่ายผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ศูนย์บริการ โดยแนวโน้มในอนาคตคือ eSIM อาจจะค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ซิมการ์ดแบบดั้งเดิม เพราะมีความสะดวกสบายในการใช้งาน ปลอดภัย ยกระดับการเชื่อมต่อด้านการสื่อสารให้คล่องตัว และตอบโจทย์การใช้งานในยุคดิจิทัล AI&nbsp;(คลิกปุ่มสีแดงซ้ายมือเพื่อรับฟังรายการเต็ม)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 1 DJB</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2&nbsp;Klook</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3&nbsp;Saily</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4&nbsp;KKday</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5&nbsp;WaySim 威訊</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6 飛買家</p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=86234</guid>
      <pubDate>Sun, 21 Sep 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250921_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของผลการจัดอันดับ 10 แพลตฟอร์มในบริการ eSIM ที่คนไต้หวันนิยมเลือกใช้งานมากที่สุดเวลาเดินทางไปต่างประเทศในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา (ตอนที่ 2) เพราะปัจจุบันสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ รวมถึงสมาร์ทวอทช์บางรุ่นต่างก็เริ่มมีฟังก์ชันรองรับการใช้งาน eSIM แล้ว ซึ่ง eSIM คือซิมการ์ดแบบฝังในอุปกรณ์โดยตรง ไม่ใช่ซิมการ์ดพลาสติกที่เราต้องถอดเปลี่ยนเหมือนซิมการ์ดทั่วไป ผู้ใช้งานสามารถลงทะเบียน เปิดเบอร์ใหม่ หรือเปลี่ยนผู้ให้บริการเครือข่ายผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ศูนย์บริการ โดยแนวโน้มในอนาคตคือ eSIM อาจจะค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ซิมการ์ดแบบดั้งเดิม เพราะมีความสะดวกสบายในการใช้งาน ปลอดภัย ยกระดับการเชื่อมต่อด้านการสื่อสารให้คล่องตัว และตอบโจทย์การใช้งานในยุคดิจิทัล AI</span><span>&nbsp;<span style="color: #e03e2d;"><strong>(คลิกปุ่มสีแดงซ้ายมือเพื่อรับฟังรายการเต็ม)</strong></span></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/61bd6bab-f7e2-4538-9fae-a5c55d7f50c1.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>148</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 16 ก.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85841</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อย่างเข้าสู่หน้าร้อน หลายคนมักนึกถึงเครื่องดื่มดับกระหายที่ช่วยคลายร้อนและมอบความสดชื่นอย่าง เฉาก๊วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว เฉาก๊วย (仙草) ไม่ได้มีดีแค่เป็นพืชสมุนไพรสำหรับทำชาหรือขนมเท่านั้น หากเมื่อถึงฤดูออกดอก ทุ่งเฉาก๊วยยังเผยโฉมความงดงามตระการตา พร้อมทั้งมีคุณค่าต่อระบบนิเวศทางการเกษตรอีกด้วย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">เฉาก๊วยมีสรรพคุณดับร้อน แก้กระหาย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตฮัวเหลียน ภายใต้การดูแลของกระทรวงเกษตร ได้ผลักดันแนวคิดการเกษตรเชิงพักผ่อนและเกษตรนิเวศ โดยตั้งแต่ปี 2014 ได้เก็บรวบรวมพันธุ์ท้องถิ่นและพันธุ์ป่าของเฉาก๊วยจากทั่วไต้หวันมากกว่า 100 สายพันธุ์ และใช้เวลากว่า 12 ปี พัฒนาจนได้ 4 สายพันธุ์ใหม่ ได้แก่ &ldquo;ฮัวเหลียน หมายเลข 1&ndash;4&rdquo; และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 สิงหาคม 2025 ซึ่งโดยทั่วไปของดอกเฉาก๊วยมักเป็นสีชมพู แต่สายพันธุ์ใหม่ทั้ง 4 ของสถานีวิจัยเขตฮัวเหลียนมีตั้งแต่ชมพูอ่อนไปจนถึงม่วงเข้ม สวยสะดุดตา &nbsp;เหมาะสำหรับการสร้างทิวทัศน์และเสริมระบบนิเวศ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติโดดเด่น เช่น ทนต่อสภาพอากาศ ผลผลิตสูงขึ้นกว่าเดิมราว 40% และมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพมากกว่าเดิม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">ต้นเฉาก๊วย อดีตเรียกว่าหญ้านา</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เฉาก๊วยเป็นพืชพื้นถิ่นของไต้หวัน พบทั่วไปในพื้นที่ระดับต่ำถึงกลางของเกาะ ในอดีตชาวบ้านมักพบเห็นเฉาก๊วยเป็นวัชพืชที่พบได้ทั่วไปตามคันนาในสังคมเกษตรสมัยก่อน จึงถูกเรียกว่า &ldquo;หญ้านา&rdquo;(田草) อีกทั้งเมื่อเฉาก๊วยบานในฤดูหนาว จะดึงดูดผึ้งและแมลงผสมเกสร รวมถึงแมลงศัตรูธรรมชาติหลากหลายชนิด ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในแปลงนา อีกทั้งทุ่งดอกที่บานสะพรั่งยังมีความงดงาม สามารถสร้างบรรยากาศเชิงภูมิทัศน์ได้ด้วย และเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์และเกษตรนิเวศ สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตฮัวเหลียนจึงเดินหน้าปรับปรุงสายพันธุ์เฉาก๊วย และจัดงานเปิดตัวพันธุ์ใหม่ พร้อมทั้งลงนามทำโครงการร่วมกับ สหกรณ์การเกษตรตำบลฟู่หลี่ บริษัทมู่มู่การ์เด้น และเกษตรกรรุ่นใหม่หลิวจิ้งหยวนจากไร่ชาซิงหยวน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ต้นเฉาก๊วยหลากสี สร้างทัศนียภาพที่สวยงาม</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; หยางต้าจี๋(楊大吉)ผู้อำนวยการสถานีวิจัยฯการเกษตรฮัวเหลียน กล่าวว่า เมืองฮัวเหลียนขึ้นชื่อเรื่อง ทะเลดอกเดย์ลิลลี่ ที่ภูเขาชื่อเคอซานและลิ่วสือสือซาน โดยที่ผ่านมาสถานีฯ เคยพัฒนาสายพันธุ์เดย์ลิลลี่ได้ถึง 7 สายพันธุ์ แต่เดย์ลิลลี่มีช่วงออกดอกตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกลางตุลาคมเท่านั้น หลังจากนั้นก็เกิด &ldquo;ช่องว่างด้านทิวทัศน์&rdquo; ในการท่องเที่ยว ดังนั้น การพัฒนา เฉาก๊วยสายพันธุ์ใหม่ ที่ออกดอกตั้งแต่ปลายตุลาคมถึงมกราคม จึงช่วยเติมเต็มช่องว่างดังกล่าวได้อย่างลงตัว แถมบางพันธุ์ยังมีดอกสีม่วงเข้มคล้ายทุ่งลาเวนเดอร์ เหมาะกับการสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงทิวทัศน์ และสามารถปลูกได้ในดินที่มีความเป็นกรดหรือดินที่มีความเป็นกลางได้</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85841</guid>
      <pubDate>Tue, 16 Sep 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250916_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36007680" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 16 ก.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 16 ก.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เมื่อย่างเข้าสู่หน้าร้อน หลายคนมักนึกถึงเครื่องดื่มดับกระหายที่ช่วยคลายร้อนและมอบความสดชื่นอย่าง <b>เฉาก๊วย</b> แต่ในความเป็นจริงแล้ว เฉาก๊วย (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">仙草</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ไม่ได้มีดีแค่เป็นพืชสมุนไพรสำหรับทำชาหรือขนมเท่านั้น หากเมื่อถึงฤดูออกดอก ทุ่งเฉาก๊วยยังเผยโฉมความงดงามตระการตา พร้อมทั้งมีคุณค่าต่อระบบนิเวศทางการเกษตรอีกด้วย</span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/e9b618a5-6918-4b24-92f4-c73345d0b6e0.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>147</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 16 ก.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85840</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมืองเถาหยวน เปิดตัว &ldquo;รถบัสไฟฟ้าระหว่างเมือง&rdquo; </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในช่วงต้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา จางซั่นเจิ้ง(張善政) ผู้ว่านครเถาหยวน เดินทางไปร่วมพิธีเปิดใช้งาน &ldquo;รถบัสไฟฟ้าเถาหยวน&rdquo; โดยระบุว่า เมืองเถาหยวนกำลังเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งสาธารณะ และเพิ่มสัดส่วนการใช้รถบัสไฟฟ้าให้มากขึ้น ปี 2025 นี้เมื่อรถชุดใหม่ทยอยเข้าประจำการ จะทำให้สัดส่วนรถบัสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเกือบ 20% และในปีหน้า 2026 มีแนวโน้มจะทะลุ 1 ใน 3 ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ก้าวสู่ความชาญฉลาดและคาร์บอนต่ำ โดยเทศบาลยังคงเดินหน้าจับมือกับผู้ประกอบการเพื่อบรรลุเป้าหมาย &ldquo;รถบัสไฟฟ้า 100% ภายในปี 2030&rdquo; สร้างสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผู้ว่าฯ กล่าวด้วยว่า นครเถาหยวนให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อปรับปรุงคุณภาพการให้บริการและประสบการณ์การเดินทาง ทั้งยังจัดทำแผนฝึกอบรมและเสริมกำลังคนขับใหม่หลายร้อยคน รวมถึงเปิดให้บริการ &ldquo;เถาหยวนมินิบัส&rdquo; เชื่อมต่อพื้นที่ชนบท เพื่อยกระดับการเดินทางของประชาชนอย่างทั่วถึง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำหรับราคาต่อคันของรถบัสไฟฟ้าอยู่ที่ราว 10 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงคมนาคม และกองทุนควบคุมมลพิษทางอากาศของเทศบาล ทำให้ต้นทุนจริงที่ผู้ประกอบการรับภาระลดลงเหลือเพียง 3&ndash;4 ล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งคุ้มค่ากว่าการซื้อรถดีเซลอย่างมาก ขณะเดียวกัน เทศบาลยังเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการในการติดตั้งสถานีชาร์จ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินงานรถบัสไฟฟ้า</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สำนักการขนส่งเปิดเผยว่า ในปี 2024 ผู้ประกอบการรถบัสในเถาหยวนได้ซื้อรถบัสไฟฟ้าแล้ว 136 คัน ได้แก่ เถาหยวนบัส 85 คัน, จงลี่บัส(中壢) 3 คัน, โถ่งเหลียนบัส(統聯) 23 คัน และหย่าทงบัส(亞通) 25 คัน ในจำนวนนี้มี 25 คันเป็น &ldquo;รถบัสไฟฟ้าระหว่างเมือง&rdquo; ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในไต้หวันที่มีการนำเข้ามาใช้งาน ทำให้พิธีเปิดวันนี้มีเหล่าแฟนคลับรถบัสจำนวนมากมาร่วมงานและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เมื่อรถชุดใหม่นี้เข้าประจำการ สัดส่วนรถบัสไฟฟ้าในเถาหยวนก็พุ่งจากเดิมเพียง 0.9% ขึ้นเป็น 18% และในปีนี้คาดว่าจะมีการจัดซื้อเพิ่มอีก 137 คัน ซึ่งเมื่อเริ่มให้บริการปีหน้า จะทำให้สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 35% นครเถาหยวนจะยังคงร่วมมือกับผู้ประกอบการเพื่อขยายจำนวนรถและโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟ พร้อมทั้งปรับปรุงเส้นทางเดินรถ เพื่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมายรถบัสไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายในปี 2030</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">รถบัสไฟฟ้าราคากว่า 10 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ด้วยการสนับสนุนรัฐ ผู้ประกอบการจ่ายจริงเพียง 3&ndash;4 ล้าน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85840</guid>
      <pubDate>Tue, 16 Sep 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250916_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36020160" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 16 ก.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 16 ก.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #e67e23;"><strong><span lang="TH" style="font-size: 16pt; font-family: 'Angsana New', serif;">เมืองเถาหยวน <span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 新細明體; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi; mso-ansi-language: EN-US; mso-fareast-language: ZH-TW; mso-bidi-language: TH;">เปิดตัว &ldquo;รถบัสไฟฟ้าระหว่างเมือง&rdquo; </span></span></strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/462d9856-9ff3-43ed-b1cf-d3fefa3d914e.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>146</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - การระบาดโรคไข้เลือดออก]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85813</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โรคไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (dengue virus) โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรคมาสู่คน มักพบในประเทศเขตร้อนและระบาดในช่วงฤดูฝนของทุกปี อาการมีตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที</p>
<p class="MsoNormal">การดูแลอาการโรคไข้เลือดออกเบื้องต้น : </p>
<p class="MsoNormal">1.&nbsp;รับประทานอาหารและดื่มน้ำอย่างเพียงพอ แนะนำให้รับประทานอาหารอ่อน และงดอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีสีดำ แดง น้ำตาล เพื่อไม่ให้สับสนกับาภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร </p>
<p class="MsoNormal">2.ลดไข้ เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเพื่อลดไข้เป็นระยะ ๆ และใช้ยาพาราเซตามอลตามขนาดที่แพทย์สั่ง หรือเฉพาะเวลาที่มีไข้สูงเท่านั้น ห้ามใช้ยาเกินขนาดเพราะอาจเป็นสาเหตุของตับอักเสบจากพาราเซตามอลได้ ห้ามใช้แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือยากลุ่ม&nbsp;NSAID เพราะอาจทำให้เกร็ดเลือดเสียการทำงาน เลือดออกง่าย และมากขึ้น</p>
<p class="MsoNormal">สังเกตอาการ หากพบว่าผู้ป่วยคลื่นไส้หรืออาเจียนมาก อ่อนเพลียมาก ปวดท้องมาก รับประทานอาหารและดื่มน้ำไม่ได้ มีภาวะเลือดออกรุนแรง สงสัยภาวะช็อก โดยเฉพาะเมื่อไข้เริ่มต่ำลง เช่น ความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเต้นเบาเร็ว มือเท้าเย็น ปัสสาวะออกน้อย ซึม สับสน กระสับกระส่าย ฯลฯ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">กองอนามัยนครเกาสงระบุว่า ในปีนี้เกาสงมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในประเทศแล้ว 10 ราย และมีการระบาดเป็นกลุ่มในครอบครัวแล้ว 4 กลุ่ม เนื่องจากผู้ป่วยรายใหม่นี้เคยเดินทางไปยังหลายพื้นที่ในเขตเหยียนเฉิง (鹽埕區) ในช่วงที่ยังสามารถแพร่เชื้อได้ ทีมป้องกันโรคจึงได้ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมฉุกเฉินในบริเวณที่พักและพื้นที่ที่ผู้ป่วยเคยไป รวมถึงได้ขยายการฆ่าเชื้อทำความสะอาดและปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่ตลาดและแผงลอยในเขตเหยียนเฉิงด้วย</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">นอกจากนี้ กลุ่มหน่วยงานของเทศบาลเกาสงยังคงดำเนินงานป้องกันโรคระบาดในพื้นที่เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยได้ตรวจสอบแหล่งสกปรกที่ถูกขึ้นทะเบียนไว้ 13 จุด และสั่งการให้หน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องดำเนินการกำจัดขยะและภาชนะที่มีน้ำขังให้เสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">ในเหตุการณ์การระบาดแบบคลัสเตอร์ในเขตกู่ซาน (鼓山)&nbsp;&nbsp;กองอนามัยได้ตรวจหาเชื้อจากประชาชนไปแล้วรวม 444 คน เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจสอบภาชนะที่มีน้ำขังจำนวน 1,079 ชิ้น และพบว่ามี 343 ชิ้น ที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย โดยกองอนามัยกล่าวเตือนประชาชนว่า ตาม "กฎหมายควบคุมโรคติดต่อ" ผู้ที่ถูกตรวจพบว่ามีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายจะถูกปรับสูงสุดถึง 15,000 เหรียญไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนที่เมืองไถตง ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 8 กันยายน มีผู้ป่วยไข้เลือดออกที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศรวม 3 รายแล้ว&nbsp;กองอนามัยไถตงระบุว่า จากประสบการณ์การป้องกันโรคในอดีต การใช้ชุดตรวจคัดกรองไข้เลือดออกแบบสะดวกรวดเร็วหรือชุดตรวจแอนติเจน NS1 ตั้งแต่ช่วงแรกที่ผู้ป่วยติดเชื้อ จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและรักษาได้เร็วขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค</p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">ชุดตรวจคัดกรอง</p>
<p class="MsoNormal">วิธีการใช้งาน: ชุดตรวจคัดกรองไข้เลือดออกเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับที่ 2 ซึ่งต้องใช้โดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เช่น แพทย์หรือนักเทคนิคการแพทย์ โดยจะเก็บตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยภายใน 7 วัน หลังจากเริ่มมีอาการไข้ เพื่อใช้ในการวินิจฉัยเบื้องต้น</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;ความแม่นยำสูง: ชุดตรวจแอนติเจน NS1 นี้ ทั้งไวและตรวจง่าย ทำให้สามารถตรวจพบและยืนยันผู้ป่วยได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการป้องกันได้ทันท่วงทีและให้การรักษาที่เหมาะสมแก่ผู้ติดเชื้อ</p>
<p class="MsoNormal">ปัจจุบัน มีสถานพยาบาลที่ติดตั้งชุดตรวจคัดกรองนี้แล้วรวม 40 แห่ง ครอบคลุมทั้งโรงพยาบาล&nbsp;ศูนย์อนามัย และคลินิกในไถตง</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; และสำหรับประชาชนที่มีอาการต้องสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เช่น มีไข้&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ&nbsp;ปวดข้อ&nbsp;ปวดกระดูก หรือมีผื่นขึ้น โดยเฉพาะหากมีอาการรุนแรง อย่างเช่น ปวดท้อง&nbsp;อาเจียนไม่หยุด&nbsp;เลือดออกตามไรฟันหรือจมูก&nbsp;ง่วงซึม&nbsp;กระสับกระส่าย หรือระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85813</guid>
      <pubDate>Mon, 15 Sep 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250915_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24023040" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - การระบาดโรคไข้เลือดออก</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - การระบาดโรคไข้เลือดออก</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><span style="mso-spacerun: yes;"></span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โรคไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">dengue virus) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรคมาสู่คน มักพบในประเทศเขตร้อนและระบาดในช่วงฤดูฝนของทุกปี อาการมีตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/a4d7ebf1-a63f-4ce8-b21e-e2cedb84023d.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>145</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ไต้หวัน ประจำวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85703</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp;&nbsp;&nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของผลการจัดอันดับ 10 แพลตฟอร์มในบริการ eSIM ที่คนไต้หวันนิยมเลือกใช้งานมากที่สุดเวลาเดินทางไปต่างประเทศในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา (ตอนที่ 1) เพราะปัจจุบันสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ รวมถึงสมาร์ทวอทช์บางรุ่นต่างก็เริ่มมีฟังก์ชันรองรับการใช้งาน eSIM แล้ว ซึ่ง eSIM คือซิมการ์ดแบบฝังในอุปกรณ์โดยตรง ไม่ใช่ซิมการ์ดพลาสติกที่เราต้องถอดเปลี่ยนเหมือนซิมการ์ดทั่วไป ผู้ใช้งานสามารถลงทะเบียน เปิดเบอร์ใหม่ หรือเปลี่ยนผู้ให้บริการเครือข่ายผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ศูนย์บริการ โดยแนวโน้มในอนาคตคือ eSIM อาจจะค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ซิมการ์ดแบบดั้งเดิม เพราะมีความสะดวกสบายในการใช้งาน ปลอดภัย ยกระดับการเชื่อมต่อด้านการสื่อสารให้คล่องตัว และตอบโจทย์การใช้งานในยุคดิจิทัล AI (คลิกปุ่มสีแดงซ้ายมือเพื่อรับฟังรายการเต็ม)</p>

อันดับที่ 7 Holafly
<p style="text-align: center;"></p>
อันดับที่ 8 JOYTEL

อันดับที่ 9 Nippon SIM
<p></p>
อันดับที่ 10 trifa 特旅發]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85703</guid>
      <pubDate>Sun, 14 Sep 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250914_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36011520" />
      <itunes:title>มิติใหม่ไต้หวัน ประจำวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ไต้หวัน ประจำวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของผลการจัดอันดับ 10 แพลตฟอร์มในบริการ eSIM ที่คนไต้หวันนิยมเลือกใช้งานมากที่สุดเวลาเดินทางไปต่างประเทศในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา (ตอนที่ 1) เพราะปัจจุบันสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ รวมถึงสมาร์ทวอทช์บางรุ่นต่างก็เริ่มมีฟังก์ชันรองรับการใช้งาน eSIM แล้ว ซึ่ง eSIM คือซิมการ์ดแบบฝังในอุปกรณ์โดยตรง ไม่ใช่ซิมการ์ดพลาสติกที่เราต้องถอดเปลี่ยนเหมือนซิมการ์ดทั่วไป ผู้ใช้งานสามารถลงทะเบียน เปิดเบอร์ใหม่ หรือเปลี่ยนผู้ให้บริการเครือข่ายผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ศูนย์บริการ โดยแนวโน้มในอนาคตคือ eSIM อาจจะค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ซิมการ์ดแบบดั้งเดิม เพราะมีความสะดวกสบายในการใช้งาน ปลอดภัย ยกระดับการเชื่อมต่อด้านการสื่อสารให้คล่องตัว และตอบโจทย์การใช้งานในยุคดิจิทัล AI</span><span> <span style="color: #ba372a;"><strong>(คลิกปุ่มสีแดงซ้ายมือเพื่อรับฟังรายการเต็ม)</strong></span></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/966e54b3-61d2-452f-9001-cc2ae4c373c0.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>144</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 9 ก.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85257</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฟันหงฮัว (番紅花) นักเขียนด้านอาหารและครอบครัวจากไทเป ผู้ผลักดันการศึกษาด้านอาหารและเกษตรสำหรับเด็ก ผ่านกิจกรรมกับ Buffalo Book และมีผลงานหนังสือหลายเล่ม เธอเขียนบทความชวนผู้อ่านรู้จัก &ldquo;เห็ดฟาง&rdquo; ตั้งแต่การเลือกซื้อจนถึงการปรุง อาหารชนิดนี้เคยเป็นวัตถุดิบสำคัญในครัวไต้หวัน แต่ปัจจุบันหายากเพราะเก็บไม่ได้นาน แม้กระนั้น รสชาติของเห็ดฟางยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คนเสมอ และเธอก็ทำ &ldquo;เห็ดฟางผัดถั่วลันเตา&rdquo; ให้ลูกสาวชิม เด็กน้อยแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นเห็ดชนิดนี้มาก่อน ทั้งที่รู้จักเห็ดหลายแบบ เธอเองเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล จึงเข้าใจว่าเห็ดให้โปรตีนสูงเหมือนเนื้อสัตว์ แม่อธิบายว่าเห็ดฟางมีกรดอะมิโนถึง 18 ชนิด และเป็นรสชาติที่สืบต่อมาจากคุณยาย แต่ปัจจุบันกลับหายากในตลาด ทั้งที่เคยเป็นวัตถุดิบสำคัญของครัวไต้หวันเมื่อหลายสิบปีก่อน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">เห็ดฟางเติบโตได้ดีในอากาศร้อนชื้นช่วงเมษายน&ndash;ตุลาคม&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฟันหงฮัว (番紅花) เล่าว่าการทำอาหารจากเห็ดฟางให้ลูกสาวได้ชิม คือการสืบทอดรสชาติจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นที่มาของ &ldquo;โครงการโต๊ะอาหารสามรุ่น&rdquo; เมนูอย่างเห็ดฟางผัดถั่วลันเตาและซุปซี่โครงเห็ดฟาง เคยเป็นรสมือของแม่เมื่อครั้งเธอยังเด็ก แต่วันนี้แทบถูกลืม เธอยังชี้ว่าเห็ดฟางเติบโตได้ดีในอากาศร้อนชื้นช่วงเมษายน&ndash;ตุลาคม โดยเฉพาะมิถุนายน&ndash;กรกฎาคม ที่รสชาติดีที่สุด </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเพาะเห็ดฟางดั้งเดิมใช้ฟางข้าวผสมกากถั่ว ก่อนพัฒนาเป็นการใช้เศษฝ้ายจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ ทำให้ผลผลิตพุ่งสูงสุดช่วงปี 1970&ndash;1990 ไต้หวันเคยรุ่งเรืองทั้งตลาดในประเทศและส่งออก เห็ดฟางจากไถหนานถูกยกให้เป็น &ldquo;อาณาจักรเห็ดฟาง&rdquo; ถือเป็นยุคทองของอุตสาหกรรมนี้ แต่เมื่อเจอการแข่งขันจากต่างประเทศ ปัญหาความสด และเห็ดพันธุ์ใหม่แย่งตลาด ความนิยมค่อย ๆ ลดลง จนเห็ดฟางกลายเป็นอุตสาหกรรมอาทิตย์อัสดง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">เห็ดฟางผัดถั่วลันเตา</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ทุกวันนี้ เด็กและคนรุ่นใหม่แทบไม่รู้จักรสชาติของเห็ดฟางแล้ว หากอยากให้กลับมาสู่โต๊ะอาหารไต้หวัน ต้องสร้างความต้องการบริโภคขึ้นใหม่ เพื่อให้ซัพพลายเชนฟื้นตัว ฟันหงฮัว (番紅花) จึงชวนให้คนรู้จักและกินเห็ดฟาง เพื่อรักษารสชาติไม่ให้สูญหาย ปัญหาที่ทำให้เห็ดฟางหายากคือ โครงสร้างทางชีวภาพ&mdash;มีโปรตีนสูง น้ำถึง 90% และไม่ทนต่ออุณหภูมิตู้เย็น ทำให้เห็ดเสื่อมสภาพในคืนเดียว พ่อค้าจึงแบกรับแรงกดดันสูงในการจำหน่าย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เห็ดฟางสดเก็บได้เพียงวันเดียว จึงไม่เหมาะกับซูเปอร์มาร์เก็ตที่ต้องการสินค้าขายได้นาน หากขายไม่หมดก็ขาดทุน ทำให้หาซื้อได้แทบเฉพาะในตลาดสด แต่ก็ต้องแข่งกับเวลาเพราะถ้าไม่ขายหมดก่อนเที่ยง วันถัดไปขายไม่ได้เลย ความยากในการเก็บรักษานี้ทำให้เห็ดฟางกลายเป็นของหายาก ฟันหงฮัว (番紅花) มองว่าเจ้าของแผงที่กล้าวางขายคือ &ldquo;คนใจบุญ&rdquo; เพราะเสี่ยงขาดทุนสูง แม้เช่นนั้น คนที่หลงใหลในรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัวของเห็ดฟางยังมีอยู่เสมอ ดังนั้นหากเจอเห็ดฟางในตลาด ควรรีบซื้อทันที เพราะอาจหมดไปในพริบตา และเมื่อซื้อกลับไปแล้วควรบริโภคทันทีเช่นกัน หากยังไม่บริโภคก็ควรนำไปต้มกับน้ำเดือดสักครู่ ทิ้งให้เย็นเก็บใส่ถุงซิปพร้อมน้ำเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาได้ 3&ndash;5 วัน หรือ ลวกเห็ดฟางแล้วเก็บพร้อมน้ำต้มเห็ดในถุงซิป แช่แข็งเก็บได้ 1 เดือน เวลาใช้ ไม่ต้องละลายน้ำแข็ง ปรุงได้เลย</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85257</guid>
      <pubDate>Tue, 09 Sep 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250909_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36019200" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 9 ก.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 9 ก.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ฟันหงฮัว (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">番紅花</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">นักเขียนด้านอาหารและครอบครัวจากไทเป ผู้ผลักดันการศึกษาด้านอาหารและเกษตรสำหรับเด็ก ผ่านกิจกรรมกับ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">Buffalo Book </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">และมีผลงานหนังสือหลายเล่ม เธอเขียนบทความชวนผู้อ่านรู้จัก &ldquo;เห็ดฟาง&rdquo; ตั้งแต่การเลือกซื้อจนถึงการปรุง อาหารชนิดนี้เคยเป็นวัตถุดิบสำคัญในครัวไต้หวัน แต่ปัจจุบันหายากเพราะเก็บไม่ได้นาน แม้กระนั้น รสชาติของเห็ดฟางยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คนเสมอ และเธอก็ทำ &ldquo;เห็ดฟางผัดถั่วลันเตา&rdquo; ให้ลูกสาวชิม เด็กน้อยแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นเห็ดชนิดนี้มาก่อน ทั้งที่รู้จักเห็ดหลายแบบ เธอเองเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล จึงเข้าใจว่าเห็ดให้โปรตีนสูงเหมือนเนื้อสัตว์ แม่อธิบายว่าเห็ดฟางมีกรดอะมิโนถึง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">18 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ชนิด และเป็นรสชาติที่สืบต่อมาจากคุณยาย แต่ปัจจุบันกลับหายากในตลาด ทั้งที่เคยเป็นวัตถุดิบสำคัญของครัวไต้หวันเมื่อหลายสิบปีก่อน</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/6d82095b-f74a-452b-a4ac-02461fe604ec.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>143</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 9 ก.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85256</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ยารักษามะเร็งฝีมือไต้หวัน ดีกว่ายาต่างชาติ! เตรียมบุกตลาดโลก&nbsp; </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ITRI) ประกาศข่าวดี (11 ก.ย.) ภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจ เดินหน้าความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัทไต้หวัน PharmaEssentia Corp. (藥華醫藥股份有限公司) ในการพัฒนา ยาต้านมะเร็งแบบใหม่ ITRI-501 โปรตีนภูมิคุ้มกันชนิดอิมมูโนโกลบูลินของทีเซลล์และโดเมนยับยั้งไทโรซีนของตัวรับภูมิคุ้มกัน (T cell Immunoglobulin and ITIM domain；TIGIT) ซึ่งเป็น &ldquo;แอนติบอดีต้านจุดตรวจภูมิคุ้มกัน TIGIT&rdquo; ตัวแรกของไต้หวัน ผลักดันนวัตกรรมจากห้องทดลองสู่การทดลองทางคลินิก เร่งสู่การค้าเชิงอุตสาหกรรม โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนากระบวนการผลิตและการทดสอบทางคลินิก เพื่อยกระดับเทคโนโลยีภูมิคุ้มกันบำบัดของไต้หวันสู่เวทีโลก</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ผลการทดลองก่อนคลินิกชี้ว่า ITRI-501 มีศักยภาพสูงในการรักษามะเร็งก้อน (Solid Tumor) และมะเร็งเม็ดเลือดที่มีการแสดงออกของ TIGIT สูง อีกทั้งยังแสดงผลการรักษาดีกว่ายานานาชาติที่มีอยู่ ถือเป็นหลักฐานชัดเจนถึงศักยภาพด้านวิจัยและพัฒนาในสาขาภูมิคุ้มกันบำบัดรุ่นใหม่ของไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ตามรายงานของ Grand View Research ตลาดยาภูมิคุ้มกันรักษามะเร็งทั่วโลกคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 443.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 13 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 เติบโตเฉลี่ยปีละ 11.9% ระหว่างปี 2025-2030 </p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ มะเร็งยังคงครองอันดับ 1 ของสาเหตุการเสียชีวิตของชาวไต้หวันต่อเนื่องมา 43 ปี เพื่อแก้ปัญหานี้ ปธน. ไล่ชิงเต๋อ ได้ผลักดันนโยบาย &lsquo;Healthy Taiwan&rsquo; โดยเสนอแผนเสริมความเข้มแข็งด้านการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งของชาติ ตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งจะลดลงหนึ่งในสาม พร้อมจัดตั้งกองทุนพัฒนายามะเร็งวงเงิน 1 แสนล้านไต้หวันดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการวิจัยและเพิ่มโอกาสเข้าถึงยารักษาใหม่ ๆ ทั้งนี้ กรมเทคโนโลยีอุตสาหกรรมยังคงสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยหวังว่าการลงทุนอย่างต่อเนื่องจะช่วยเสริมสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมชีวการแพทย์ของไต้หวันให้แข็งแกร่งขึ้น ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และนำพาประชาชนไปสู่สุขภาพที่ดี&rdquo;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85256</guid>
      <pubDate>Tue, 09 Sep 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250909_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36024960" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 9 ก.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 9 ก.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #e67e23;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ยารักษามะเร็งฝีมือไต้หวัน ดีกว่ายาต่างชาติ! เตรียมบุกตลาดโลก</span></b></span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><span style="mso-spacerun: yes;"><span style="color: #e67e23;">&nbsp;</span> </span></span></b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/60a14f42-0b54-4de8-8442-526f2e5e3322.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>142</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - ปัญหานอนไม่หลับในไต้หวัน ep.2]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85182</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal">ผลกระทบของการนอนไม่หลับต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;การนอนหลับมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายและสมอง หากเราขาดการนอนหลับอย่างเพียงพอหรือคุณภาพการนอนไม่ดี จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้</p>
<p class="MsoNormal">ผลกระทบระยะสั้น</p>
<p class="MsoNormal">1.ระบบประสาทและสมอง</p>
<p class="MsoNormal">ร่างกายจะรู้สึกเหนื่อยล้า สมาธิลดลง ความสามารถในการคิดและตัดสินใจด้อยลง ความจำระยะสั้นเสื่อมลง และอารมณ์แปรปรวนง่าย เช่น หงุดหงิด วิตกกังวล</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;2.ระบบภูมิคุ้มกัน</p>
<p class="MsoNormal">ภูมิต้านทานลดลง ทำให้เสี่ยงติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียง่ายขึ้น เช่น หวัดหรือไข้หวัดใหญ่</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;3.ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก</p>
<p class="MsoNormal">ร่างกายรู้สึกอ่อนแรง และอาจมีอาการปวดเมื่อยเนื่องจากไม่ได้รับการพักผ่อนเพียงพอ</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;4.ระบบหัวใจและหลอดเลือด</p>
<p class="MsoNormal">ความดันเลือดอาจสูงขึ้นชั่วคราว เนื่องจากความเครียดและความไม่สมดุลของระบบประสาท</p>
<p class="MsoNormal">ผลกระทบระยะยาว</p>
<p class="MsoNormal">1.ความเสี่ยงโรคเรื้อรัง</p>
<p class="MsoNormal">การนอนไม่หลับเรื้อรังสัมพันธ์กับโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน และภาวะเมตาบอลิกซินโดรม</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;2.ระบบประสาทและจิตใจ</p>
<p class="MsoNormal">เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า ความวิตกกังวล และปัญหาด้านสุขภาพจิตอื่นๆ&nbsp;อาจทำให้สมองเสื่อมถอยก่อนวัย เช่น ภาวะสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;3.ระบบภูมิคุ้มกัน</p>
<p class="MsoNormal">ภูมิต้านทานอ่อนแอลงอย่างถาวร ทำให้เสี่ยงต่อโรคติดเชื้อและมะเร็งบางชนิดมากขึ้น</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;4.ระบบฮอร์โมนและเมตาบอลิซึม</p>
<p class="MsoNormal">การหลั่งฮอร์โมนผิดปกติ ส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนัก และเพิ่มโอกาสเกิดโรคอ้วนและเบาหวาน</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;5.ความเสี่ยงอุบัติเหตุ</p>
<p class="MsoNormal">ความง่วงและสมาธิที่ลดลงส่งผลต่อการขับรถหรือทำงาน ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">3 รูปแบบอาการ "นอนไม่หลับ" และวิธีรับมือที่เหมาะสม</p>
<p class="MsoNormal">นายแพทย์เหมาเว่ยจง&nbsp;(毛衛中)&nbsp;ผู้อำนวยการแผนกจิตเวช โรงพยาบาลเจิ้นซิง&nbsp;(振興醫院) ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ&nbsp;3 รูปแบบอาการนอนไม่หลับที่พบบ่อย พร้อมวิธีรับมือที่เหมาะสม เพื่อให้เราสามารถปรับปรุงคุณภาพการนอนของเราได้ดีขึ้น</p>
<p class="MsoNormal">1. หลับยาก: นอนบนเตียงเกิน 30 นาทีแล้วยังนอนไม่หลับ</p>
<p class="MsoNormal">คำแนะนำ: ควรลุกจากเตียงและหากิจกรรมอื่นทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ หลีกเลี่ยงการ "ฝืนตัวเองให้นอนหลับ"</p>
<p class="MsoNormal">2. นอนหลับไม่สนิทหรือไม่ต่อเนื่อง: ตื่นกลางดึกและไม่สามารถหลับต่อได้นานเกิน 30 นาที</p>
<p class="MsoNormal">คำแนะนำ: ก่อนนอนควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำปริมาณมาก และปรับสภาพแวดล้อมเพื่อลดสิ่งรบกวน หากจำเป็น ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินว่ามีโรคร่วมอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุหรือไม่</p>
<p class="MsoNormal">3. ตื่นเช้ากว่าปกติ: ตื่นก่อนเวลาที่ตั้งใจไว้ 1-2 ชั่วโมงและไม่สามารถนอนต่อได้</p>
<p class="MsoNormal">คำแนะนำ: ลองปรับเวลานอนให้ช้าลง และจำกัดเวลางีบหลับในตอนกลางวัน</p>
<p class="MsoNormal">แม้ว่าวิธีเหล่านี้อาจไม่สามารถแก้ปัญหาการนอนไม่หลับได้ทั้งหมด แต่ก็มีส่วนช่วยในการสร้างกิจวัตรการนอนที่เป็นระเบียบและฟื้นฟูพฤติกรรมการนอนที่ดีของเราได้</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">กลุ่มยานอนหลับ 4 ชนิดที่แพทย์ไต้หวันมักจ่ายยาให้ผู้ป่วย</p>
<p class="MsoNormal">(ขอบคุณข้อมูลจาก MedPark Hospital)</p>
<p class="MsoNormal">1. กลุ่มยาเบนโซไดอะซีปีน&nbsp;Benzodiazepines (BZD) เป็นกลุ่มยานอนหลับออกฤทธิ์แรง ที่ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ช่วยให้คลายกังวล และช่วยในเรื่องการเรียนรู้และความจำ โดยยากลุ่มนี้ช่วยเพิ่มระดับของสารสื่อประสาท GABA กระตุ้นให้สมองรู้สึกง่วงนอน ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยคลายกล้ามเนื้อ คลายกังวล และเป็นยาที่ใช้รักษาโรคลมชัก ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยาอัลพราโซแลม(Alprazolam) ยาโคลนาซีแพม (Clonazepam) ยาไดอะซีแพม (Diazepam) หรือ ยาลอราซีแพม (Lorazepam) มีทั้งแบบออกฤทธิ์สั้นและออกฤทธิ์ยาว โดยแพทย์จะเป็นผู้สั่งยาโดยพิจารณาจากความรุนแรงของอาการ โรคร่วม อายุ และโรคประจำตัว ยาชนิดนี้อาจทำให้เกิดอาการ วิงเวียน อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย และอาจมีผลข้างเคียงในระยะยาว เช่น ภาวะซึมเศร้า ที่ควรระมัดระวังในการใช้ยาโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยโรคตับ และโรคไต</p>
<p class="MsoNormal">2. กลุ่มยานอนเบนโซไดอะซิปีน&nbsp;Nonbenzodiazepines (Non-BZD) หรือ กลุ่มยาซีดรักส์ (Z-drugs) เป็นกลุ่มยานอนหลับออกฤทธิ์เร็ว เนื่องจากดูดซึมได้ดี โดยจะออกฤทธิ์ใน 30 นาทีหลังจากที่ได้ทานยาและออกฤทธิ์ได้นานถึง 8 ชั่วโมง โดยจะทำให้สมองรู้สึกง่วงนอน ทำให้คลายกังวล ช่วยให้นอนหลับได้ดี และไม่ทำให้รู้สึกง่วงหรือมึนงงในตอนเช้า เป็นกลุ่มยาที่แพทย์นิยมสั่งจ่ายให้คนไข้มากที่สุด&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">3. กลุ่มยา&nbsp;Antidepressants เป็นยากลุ่มยาต้านโรคซึมเศร้าที่ช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับ ช่วยคลายเครียด และคลายวิตกกังวลได้ดีมาก โดยเป็นกลุ่มยาที่แพทย์ใช้รักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โรคไมเกรน โรคลำไส้แปรปรวน&nbsp;โดยเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อสารสื่อประสาทส่วนกลางช่วยให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย คลายกังวล และช่วยให้รู้สึกง่วงนอน&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">4.กลุ่มยา Melatonin เป็นกลุ่มยาที่สังเคราะห์ขึ้นเพื่อเลียนแบบสารชนิดเดียวกันกับสารสื่อประสาทในสมอง ที่หลั่งออกมาตามธรรมชาติเพื่อช่วยกระตุ้นให้รู้สึกอยากนอนหลับ โดยปกติ สารเมลาโทนินในสมองเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดวงจรการนอน โดยจะหลั่งออกมาในเวลาตอนกลางคืน หรือในที่ที่มีแสงสว่างน้อย เพื่อช่วยให้ร่างกายรู้สึกง่วงหงาวหาวนอน รู้สึกผ่อนคลาย และช่วยให้รู้สึกอยากนอนหลับ โดยแพทย์นิยมสั่งยากลุ่มนี้ให้กับผู้ที่มีปัญหาในการหลับ หลับยาก ผู้ที่ทำงานไม่เป็นเวลา ทำงานเป็นกะ&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85182</guid>
      <pubDate>Mon, 08 Sep 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250908_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24045120" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - ปัญหานอนไม่หลับในไต้หวัน ep.2</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - ปัญหานอนไม่หลับในไต้หวัน ep.2</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"><strong><span lang="TH" style="font-size: 16pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New', 'sans-serif'; background-image: initial; background-position: initial; background-size: initial; background-repeat: initial; background-attachment: initial; background-origin: initial; background-clip: initial;">ผลกระทบของการนอนไม่หลับต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย</span></strong><span lang="EN-US" style="font-size: 16pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New', 'sans-serif'; background-image: initial; background-position: initial; background-size: initial; background-repeat: initial; background-attachment: initial; background-origin: initial; background-clip: initial;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/39f66cf9-063e-4207-821d-cc6b080fe2bd.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>141</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85136</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ 10 อันดับแบรนด์สินค้าที่ช่วยเยียวยาจิตใจผู้บริโภค หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 療癒系品牌 (อ่านว่า เหลียวอวี่ซี่ผิ่นผาย) ยอดนิยมในกลุ่มคนไต้หวันตลอดช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 2) ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนน่ารักๆ มากมายที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน นอกจากจะมีประโยชน์กับธุรกิจในด้านการตลาดแล้ว คาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนภายใต้แบรนด์เหล่านี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่มุ่งเน้นการมอบความอบอุ่น ความสบายใจ รวมถึงการปลอบประโลมทางอารมณ์ในรูปแบบที่ต้นทุนต่ำและเข้าถึงง่ายให้กับผู้บริโภค ผ่านความน่ารัก อ่อนโยน อารมณ์ขัน หรือชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ท่ามกลางสังคมยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและแรงกดดัน ซึ่งแบรนด์สไตล์นี้นอกจากจะขายภาพลักษณ์ของคาแรคเตอร์การ์ตูนที่ถูกออกแบบมาโดยตรงแล้ว ผู้ประกอบการก็ยังมีการนำเอาคาแรคเตอร์การ์ตูนไปแทรกซึมอยู่ตามผลิตภัณฑ์สินค้าที่เป็นสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันสำหรับคนทุกเพศทุกวัยด้วย&nbsp;คลิกปุ่ม "ฟังรายการ" สีแดงด้านบนซ้ายมือได้เลย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"><br>อันดับที่ 1 POP MART (泡泡瑪特)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2 SANRIO&nbsp; (三麗鷗)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3&nbsp;Chiikawa (吉伊卡哇)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4 Capybara (卡皮巴拉)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5 Bugcat Capoo (貓貓蟲咖波)</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=85136</guid>
      <pubDate>Sun, 07 Sep 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250907_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ 10 อันดับแบรนด์สินค้าที่ช่วยเยียวยาจิตใจผู้บริโภค หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 療癒系品牌 (อ่านว่า เหลียวอวี่ซี่ผิ่นผาย) ยอดนิยมในกลุ่มคนไต้หวันตลอดช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 2) ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนน่ารักๆ มากมายที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน นอกจากจะมีประโยชน์กับธุรกิจในด้านการตลาดแล้ว คาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนภายใต้แบรนด์เหล่านี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่มุ่งเน้นการมอบความอบอุ่น ความสบายใจ รวมถึงการปลอบประโลมทางอารมณ์ในรูปแบบที่ต้นทุนต่ำและเข้าถึงง่ายให้กับผู้บริโภค ผ่านความน่ารัก อ่อนโยน อารมณ์ขัน หรือชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ท่ามกลางสังคมยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและแรงกดดัน ซึ่งแบรนด์สไตล์นี้นอกจากจะขายภาพลักษณ์ของคาแรคเตอร์การ์ตูนที่ถูกออกแบบมาโดยตรงแล้ว ผู้ประกอบการก็ยังมีการนำเอาคาแรคเตอร์การ์ตูนไปแทรกซึมอยู่ตามผลิตภัณฑ์สินค้าที่เป็นสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันสำหรับคนทุกเพศทุกวัยด้วย</span><strong><span>&nbsp;</span><span style="color: #e03e2d;">คลิกปุ่ม "ฟังรายการ" สีแดงด้านบนซ้ายมือได้เลย</span></strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/ea32dfa3-b885-410c-9493-200b40873a9b.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>140</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 2 ก.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84699</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ข้าวเป็นอาหารหลักของชาวไต้หวัน โดยนิยมบริโภค &ldquo;ข้าวเผิงไหล&rdquo; (蓬萊米) ข้าวเมล็ดสั้นที่มีรสหวาน หอม เหนียวนุ่ม จนทำให้ไต้หวันได้ชื่อว่า &ldquo;เกาะสวรรค์เผิงไหล&rdquo; (蓬萊仙島) อีกทั้งรัฐบาลยังควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การปลูกจนถึงการตลาด ทำให้ข้าวไต้หวันมีชื่อเสียงและคุณภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนข้าว &ldquo;ไจ้ไหล&rdquo; (在來米) ซึ่งเป็นเมล็ดยาว มักใช้ทำอาหารดั้งเดิม เช่น ขนมผักกาด ขนมวาก้วย หรือเส้นหมี่ เป็นต้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ข้าวเผิงไหลถือกำเนิดในยุคญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน เพราะคนญี่ปุ่นไม่คุ้นเคยกับการบริโภคข้าวเมล็ดยาวหรือข้าวไจ้ไหลที่ค่อนข้างแข็ง จึงมีการวิจัยและพัฒนาข้าวเมล็ดสั้นหรือข้าวเผิงไหล และตลอดกว่า 100 ปีที่ผ่านมา ข้าวเมล็ดสั้นก็ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จนมีมากกว่า 200 ชนิด ทั้งข้าวบริโภคทั่วไป ข้าวฟังก์ชันนัล ไปจนถึงข้าวสร้างสรรค์ลวดลายในนาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยมีจุดเริ่มต้นจาก &ldquo;จู๋จื่อหู&rdquo; (竹子湖)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">จู๋จื่อหู คือหุบเขาระหว่างภูเขาต้าถุนและภูเขาชีชิง ในอุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน เขตเป่ยโถว กรุงไทเป สูงราว 670 เมตร อากาศเย็นชื้น ดินอุดมสมบูรณ์ และมีน้ำพุภูเขา จึงเหมาะแก่การเกษตรและเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เดิมทีเคยเป็นทะเลสาบกั้นน้ำจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อราว 350,000 ปีก่อน แต่ภายหลังแห้งไป และเคยมีป่าไผ่ลูกศรกับไผ่ม่งจงหนาทึบ เมื่อลมพัด ไผ่ไหวพลิ้วคล้ายเกลียวคลื่น จึงได้ชื่อว่า &ldquo;ทะเลสาบไผ่&rdquo; นั่นเอง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; จู๋จื่อหูยังมีชื่อเสียงเรื่องงานเทศกาลชมดอกคาลลาลิลี่ในฤดูใบไม้ผลิ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และตั้งแต่ปี 2011 ชาวบ้านได้ฟื้นฟูการปลูกข้าวเผิงไหลพันธุ์ดั้งเดิม โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน จนปี 2016 สามารถปลูกพันธุ์ &ldquo;นาคามูระ&rdquo; ที่เคยสูญหายไปหลายสิบปี ฟื้นภาพวิถีข้าวดั้งเดิมกลับมาอีกครั้ง</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;">การฟื้นฟูการปลูกข้าวเผิงไหลพันธุ์ดั้งเดิมที่จู๋จื่อหู</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84699</guid>
      <pubDate>Tue, 02 Sep 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250902_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36035520" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 2 ก.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 2 ก.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ข้าวเป็นอาหารหลักของชาวไต้หวัน โดยนิยมบริโภค &ldquo;ข้าวเผิงไหล&rdquo; (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin;">蓬萊米</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">ข้าวเมล็ดสั้นที่มีรสหวาน หอม เหนียวนุ่ม จนทำให้ไต้หวันได้ชื่อว่า &ldquo;เกาะสวรรค์เผิงไหล&rdquo; (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin;">蓬萊仙島</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">อีกทั้งรัฐบาลยังควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การปลูกจนถึงการตลาด ทำให้ข้าวไต้หวันมีชื่อเสียงและคุณภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนข้าว &ldquo;ไจ้ไหล&rdquo; (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin;">在來米</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin; mso-bidi-theme-font: minor-bidi;">ซึ่งเป็นเมล็ดยาว มักใช้ทำอาหารดั้งเดิม เช่น ขนมผักกาด ขนมวาก้วย หรือเส้นหมี่ เป็นต้น</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/a4b32334-eb0b-4c7e-aa92-fecb513cd307.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>139</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 2 ก.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84698</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">TECHMAN ROBOT มุ่งพัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์ เร่งเพิ่มอัตราการผลิตชิ้นส่วนในไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">บริษัท&nbsp;達明機器人 (TECHMAN ROBOT INC) ในเครือกลุ่ม Quanta เปิดเผยว่า ลูกค้าจำนวนมากให้ความสนใจกับหุ่นยนต์มนุษย์ TM Xplore I มีจุดเด่นด้าน การใช้งานจริงและความปลอดภัย พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันการประยุกต์ใช้ AI Smart Manufacturing หลากหลายรูปแบบ บริษัทมีแผนจะเริ่มนำไปใช้งานจริงภายในโรงงานของตนในปี 2026 จากนั้นจึงเปิดให้ลูกค้าทดลองใช้ทยอยขยายสู่ตลาดภายนอก คาดว่าจะเริ่มโปรโมทสู่สาธารณะได้ตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2026 </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">งานแสดงสินค้า Automation Taipei จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20&ndash;23 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้สะท้อนถึงอนาคตของหุ่นยนต์ AI และการผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ ทาง Techma Robot Inc ระบุว่า สำหรับหุ่นยนต์ AI การทำงานจริงจำเป็นต้องพึ่งพาชิ้นส่วนสำคัญอย่างมอเตอร์ขับเคลื่อน โดยนอกเหนือจากชิปประมวลผลหลักและเกียร์ทดกำลังที่ต้องนำเข้าแล้ว ไต้หวันยังมีอัตราการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอื่น ๆ ได้ค่อนข้างสูง บริษัทจะใช้ไต้หวันเป็นฐานในการขยายความสามารถด้านการผลิตและผลักดันสู่ลูกค้าทั่วโลก</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;TM Xplore I ใช้แพลตฟอร์ม NVIDIA Jetson Orin และระบบ AI Vision ที่ TECHMAN ROBOT INC พัฒนาขึ้นเอง เจาะตลาดอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูงและการผลิตแบบผสมผสาน เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ การเคลื่อนไหว้ใช้ระบบ ล้อเลื่อน (wheeled) มีประสิทธิภาพและเสถียรกว่าหุ่นยนต์สองขาในโรงงานที่พื้นราบเรียบ สามารถปฏิบัติงานได้รวดเร็ว ลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของคนและอุปกรณ์จากปัญหาการทรงตัวที่ไม่มั่นคง ทั้งยังรับรองมาตรฐานสูงสุดของการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84698</guid>
      <pubDate>Tue, 02 Sep 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250902_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36040320" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 2 ก.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 2 ก.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #e67e23;"><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">TECHMAN ROBOT </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">มุ่งพัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์ เร่งเพิ่มอัตราการผลิตชิ้นส่วนในไต้หวัน</span></b></span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/e4b417dc-02f6-4c5d-98f5-ae0c07a06262.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>138</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - ปัญหานอนไม่หลับในไต้หวัน ep.1]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84615</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ปัญหาการนอนไม่หลับในไต้หวันอาจรุนแรงกว่าที่หลายคนคิด จากข้อมูลของมูลนิธิสุขภาพจิตไต้หวัน พบว่าในปี&nbsp;2023 ยอดรวมยานอนหลับที่ถูกสั่งจ่ายในไต้หวันสูงถึงกว่า 1,160 ล้านเม็ด ซึ่งหากนำยาเม็ดเหล่านี้มาเรียงต่อกัน จะมีความยาวมากพอที่จะพันรอบเกาะไต้หวันได้เลยทีเดียว</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; นายแพทย์เหมาเว่ยจง (毛衛中) ผู้อำนวยการแผนกจิตเวช โรงพยาบาลเจิ้นซิง (振興醫院) กล่าวว่า สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ป่วยที่มีอาการนอนไม่หลับจำนวนมากมักเลือกใช้ยาเป็นวิธีหลักในการแก้ไขปัญหา ซึ่งอาจนำไปสู่การ ติดยาและใช้ยาเกินขนาดได้ ดังนั้น จึงไม่ควรให้ความสำคัญกับแค่ปริมาณการใช้ยา แต่ควรกลับมาทบทวนและพิจารณาระบบการดูแลสุขภาพการนอนหลับใหม่</p>
<p class="MsoNormal">ปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;จากผลการสำรวจ "ดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตแห่งชาติ" ที่จัดทำโดยมูลนิธิสุขภาพจิตในปี 2024 คะแนนโดยรวมของไต้หวันอยู่ที่ 81.67 คะแนน ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่อยู่ที่ 80 คะแนนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ การสำรวจนี้พบว่า ประชาชนกว่า 40% หรือเกือบครึ่งหนึ่งของชาวไต้หวัน รายงานว่าพวกเขามีคุณภาพการนอนหลับที่ไม่ดี ปัญหาการนอนไม่หลับไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ แต่เป็นปัญหาสุขภาพระดับโลก สมาคมเวชศาสตร์การนอนหลับแห่งสหรัฐอเมริกาอเมริกา&nbsp;(American Academy of Sleep Medicine - AASM) และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องยังระบุว่า อัตราความชุกของการเกิดโรคนอนไม่หลับทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 10% - 30% และในบางภูมิภาคตัวเลขนี้สูงถึง 50% - 60% ซึ่งโรคนอนไม่หลับได้กลายเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยเป็นอันดับสองของโลก ซึ่งรองจากโรคหวัดเพียงเท่านั้น</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; นายแพทย์เหมาได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ภาวะนอนไม่หลับมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับความผิดปกติทางอารมณ์ สมาธิสั้น และสุขภาพกายใจโดยรวม สำหรับผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับเป็นบางครั้ง การใช้ยานอนหลับในระยะสั้นสามารถช่วยให้สภาพร่างกายและจิตใจคงที่ และทำลายวงจรของการนอนไม่หลับได้ โดยประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าจะใช้ยาหรือไม่ใช้ยา แต่เป็นการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลและปลอดภัย ภายใต้การประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;นอกจากนี้ การผสมผสานการรักษาด้วยยาเข้ากับการรักษาแบบไม่ใช้ยาไปพร้อมๆ กัน เช่น ให้ความรู้เกี่ยวกับการนอนหลับที่ดี การจัดการความเครียด และการบำบัดพฤติกรรมและความคิด (CBT-I) ล้วนเป็นวิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยให้ภาวะนอนไม่หลับดีขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการนำไปใช้รักษาจริง</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">ความเครียดคือสาเหตุที่พบบ่อยในอาการนอนไม่หลับ</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;มีงานวิจัยจากประเทศนอร์เวย์ที่ช่วยยืนยันความรุนแรงของปัญหาการนอนไม่หลับ ทีมวิจัยได้วิเคราะห์อัตราการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดอย่างคำว่า "Can't Sleep" (นอนไม่หลับ) และพบว่า ญี่ปุ่น ไต้หวัน และสวีเดน เป็นสามประเทศที่มีอัตราการค้นหาสูงที่สุด&nbsp;ในญี่ปุ่น คำว่า "นอนไม่หลับ" ถูกค้นหาประมาณ 54 ครั้งต่อประชากรแสนคน (ในขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 3.6 ครั้ง) ส่วนในไต้หวันเอง ก็สูงถึง 39 ครั้ง ซึ่ สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึงประมาณ 11 เท่า </p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; เมื่อเราเครียดหรือวิตกกังวล สมองของเราจะอยู่ในภาวะตื่นตัว ระบบประสาทซิมพาเทติกจะถูกกระตุ้น ทำให้ร่างกายไม่สามารถผ่อนคลายได้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการนอนหลับและการมีคุณภาพการนอนที่ดี นอกจากนี้ งานวิจัยบางส่วนยังพบว่า ความเครียดจากปัญหาความสัมพันธ์ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับมากกว่าความเครียดจากการทำงานเสียอีก</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากเรื่องความเครียดแล้ว การนอนหลับของเรายังได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางสรีรวิทยาที่สำคัญอีกสองอย่างครับ นั่นคือ "นาฬิกาชีวิต" และ "หนี้การนอนหลับ" นาฬิกาชีวิต คือจังหวะเวลาภายในร่างกายของเรา ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการรับแสงและกิจวัตรประจำวันของเรา ส่วนหนี้การนอนหลับ คือความต้องการพักผ่อนของร่างกายที่สะสมมาจากการที่เราตื่นเป็นเวลานาน และหากทั้งสองปัจจัยนี้เกิดความไม่สมดุล ก็จะส่งผลให้หลับยากหรือนอนหลับไม่ต่อเนื่อง</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">อาการนอนไม่หลับมักมาพร้อมกับโรคร้ายต่างๆ</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายแพทย์เหมากล่าวว่าจากการสังเกตและงานวิจัยทางการแพทย์ พบว่า อาการนอนไม่หลับมักจะเกิดร่วมกับโรคทางกายและใจหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า อาการปวดเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคกรดไหลย้อน ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน หรือแม้แต่โรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea - OSA)&nbsp;หากเราแก้ไขปัญหานอนไม่หลับด้วยยานอนหลับเพียงอย่างเดียว ก็อาจจะมองข้ามสาเหตุที่ลึกซึ้งกว่านั้นไปได้</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ยกตัวอย่างเช่น โรคซึมเศร้า ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากว่า 80% จะมีอาการนอนไม่หลับ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่ออารมณ์ซึมเศร้าดีขึ้น คุณภาพการนอนหลับก็มักจะดีขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ นายแพทย์เหมายังชี้ให้เห็นว่าสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน หรืออาการปวดเรื้อรัง หากสามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้อย่างเหมาะสม ปัญหาการนอนไม่หลับก็จะลดลงไปได้ บางรายถึงขั้นไม่ต้องพึ่งยานอนหลับอีกต่อไป</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84615</guid>
      <pubDate>Mon, 01 Sep 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250901_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24007680" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - ปัญหานอนไม่หลับในไต้หวัน ep.1</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - ปัญหานอนไม่หลับในไต้หวัน ep.1</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ปัญหาการนอนไม่หลับในไต้หวันอาจรุนแรงกว่าที่หลายคนคิด </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';"><o:p></o:p></span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">จากข้อมูลของมูลนิธิสุขภาพจิตไต้หวัน พบว่าในปี&nbsp;</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">2023 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ยอดรวมยานอนหลับที่ถูกสั่งจ่ายในไต้หวันสูงถึงกว่า </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">1,160 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ล้านเม็ด ซึ่งหากนำยาเม็ดเหล่านี้มาเรียงต่อกัน จะมีความยาวมากพอที่จะพันรอบเกาะไต้หวันได้เลยทีเดียว</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/9/original/561559a0-986b-4e2d-b7eb-8f1076256fff.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>137</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84562</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ 10 อันดับแบรนด์สินค้าที่ช่วยเยียวยาจิตใจผู้บริโภค หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 療癒系品牌 (อ่านว่า เหลียวอวี่ซี่ผิ่นผาย) ยอดนิยมในกลุ่มคนไต้หวันตลอดช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 1) ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนน่ารักๆ มากมายที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน นอกจากจะมีประโยชน์กับธุรกิจในด้านการตลาดแล้ว คาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนภายใต้แบรนด์เหล่านี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่มุ่งเน้นการมอบความอบอุ่น ความสบายใจ รวมถึงการปลอบประโลมทางอารมณ์ในรูปแบบที่ต้นทุนต่ำและเข้าถึงง่ายให้กับผู้บริโภค ผ่านความน่ารัก อ่อนโยน อารมณ์ขัน หรือชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ท่ามกลางสังคมยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและแรงกดดัน ซึ่งแบรนด์สไตล์นี้นอกจากจะขายภาพลักษณ์ของคาแรคเตอร์การ์ตูนที่ถูกออกแบบมาโดยตรงแล้ว ผู้ประกอบการก็ยังมีการนำเอาคาแรคเตอร์การ์ตูนไปแทรกซึมอยู่ตามผลิตภัณฑ์สินค้าที่เป็นสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันสำหรับคนทุกเพศทุกวัยด้วย คลิกปุ่ม "ฟังรายการ" สีแดงด้านบนซ้ายมือได้เลย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6 LINE FRIENDS</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 7&nbsp;Kanahei（卡娜赫拉的小動物）</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 8&nbsp;San-X</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 9&nbsp;Kumamon（熊本熊）</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 10 DINOTAENG</p>
<p></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84562</guid>
      <pubDate>Sun, 31 Aug 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250831_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36009600" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ 10 อันดับแบรนด์สินค้าที่ช่วยเยียวยาจิตใจผู้บริโภค หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 療癒系品牌 (อ่านว่า เหลียวอวี่ซี่ผิ่นผาย) ยอดนิยมในกลุ่มคนไต้หวันตลอดช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา (ตอนที่ 1) ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนน่ารักๆ มากมายที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน นอกจากจะมีประโยชน์กับธุรกิจในด้านการตลาดแล้ว คาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนภายใต้แบรนด์เหล่านี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่มุ่งเน้นการมอบความอบอุ่น ความสบายใจ รวมถึงการปลอบประโลมทางอารมณ์ในรูปแบบที่ต้นทุนต่ำและเข้าถึงง่ายให้กับผู้บริโภค ผ่านความน่ารัก อ่อนโยน อารมณ์ขัน หรือชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ท่ามกลางสังคมยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและแรงกดดัน ซึ่งแบรนด์สไตล์นี้นอกจากจะขายภาพลักษณ์ของคาแรคเตอร์การ์ตูนที่ถูกออกแบบมาโดยตรงแล้ว ผู้ประกอบการก็ยังมีการนำเอาคาแรคเตอร์การ์ตูนไปแทรกซึมอยู่ตามผลิตภัณฑ์สินค้าที่เป็นสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันสำหรับคนทุกเพศทุกวัยด้วย<strong> <span style="color: #ba372a;">คลิกปุ่ม "ฟังรายการ" สีแดงด้านบนซ้ายมือได้เลย</span></strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/b4c3a86c-b78a-4e86-aece-3bd7e9314641.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>136</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 26 ส.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84165</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ชาเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไต้หวัน พื้นที่ปลูกปี 2023 ราว 12,000 เฮกตาร์ ผลผลิตประมาณ 14,000 ตัน ส่วนใหญ่เป็นชากึ่งหมักคุณภาพสูง แต่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ตลาดชาเย็นพร้อมดื่มและชานมไข่มุกเติบโตรวดเร็ว ทำให้ชาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการนี้ สถานีวิจัยฯ จึงพัฒนาสายพันธุ์เชิงพาณิชย์ที่ให้ผลผลิตสูง คุณภาพดี และเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องจักร ชาไต้หวันเบอร์ 26 หรือ ฟงเฮ่อ(臺茶26 號&mdash;豐鶴) จึงถือเป็นผลลัพธ์สำคัญในการสร้างพลังใหม่ให้กับอุตสาหกรรมชา</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">&nbsp;ชาไต้หวันเบอร์ 26 เป็นชาพาณิชย์สายพันธุ์แรกของไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ต้นกำเนิดของ ชาไต้หวันเบอร์ 26 ย้อนกลับไปกว่า 50 ปี เมื่อสมัยหลังญี่ปุ่นปกครอง ไต้หวันมี สถานีทดลองการผลิตชา ซึ่งเป็นต้นแบบของสถานีวิจัยพันธุ์ชาในปัจจุบัน ที่นี่เริ่มปรับปรุงพันธุ์ชาอย่างเป็นระบบ หลังปี 1953 มุ่งพัฒนาชาเขียวและชาแดง ผ่านการคัดเลือกต้นเดี่ยวและทดลองสายพันธุ์ จนได้สายพันธุ์จากการผสมตามธรรมชาติของ &ldquo;ฉีเหมิน&rdquo; รหัส 5313 มียอดแตกหนาแน่น ผลผลิตสูง และอัตรารอดปลูกเกิน 90% ซึ่งคือจุดเริ่มต้นของชาไต้หวันเบอร์ 26 อย่างไรก็ตาม ต่อมา ตลาดชาภายในประเทศหันไปเน้น ชากึ่งหมักคุณภาพสูง ทำให้สายพันธุ์ 5313 ถูกเก็บไว้ในสวนพันธุ์ของสถานีวิจัยจนหลายปีมานี้ แต่เมื่อความต้องการชาเครื่องดื่มพร้อมดื่มเพิ่มขึ้น พร้อมแรงกดดันจากสภาพภูมิอากาศและแรงงานขาดแคลน สายพันธุ์นี้จึงถูกนำกลับมาพัฒนาใหม่</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">ชาเขียว(ภาพบน) ชาแดง(ภาพล่าง)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปี 2010 ชิวฉุยฟง (邱垂豐) นักวิจัยชาและรองผู้อำนวยการสถานีวิจัยชา ได้นำสายพันธุ์ 5313 มาฟื้นฟู พร้อมเริ่มทดลองและประเมินผลใหม่ ก่อนที่ทีมวิจัยรุ่นใหม่จะสานต่ออย่างเป็นทางการ ซึ่งจากความทุ่มเทของทีมงาน &ldquo;ชาไต้หวันเบอร์ 26&rdquo; จึงได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2024 กลายเป็นสายพันธุ์ชาแรกในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมชาไต้หวันที่ถูกนิยามว่าเป็น &ldquo;ชาพาณิชย์&rdquo; ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างคนสองรุ่น ผสานรากฐานการปรับปรุงพันธุ์เดิมกับความคิดสร้างสรรค์ของนักวิจัยรุ่นใหม่ และหลังผ่านการโหวตสาธารณะ ชาสายพันธุ์นี้ได้รับชื่อทางการค้า &ldquo;ฟงเฮ่อ (豐鶴)&rdquo; โดยคำว่า &ldquo;ฟง-豐&rdquo; หมายถึงความอุดมสมบูรณ์และผลผลิตสูง ส่วนคำว่า &ldquo;เฮ่อ-鶴&rdquo; หมายถึงนกกระเรียนจากยอดอ่อนสีแดงอมม่วงที่ตั้งตรงดุจปีกกระเรียน ถือเป็นการบ่งบอกถึงการที่อุตสาหกรรมชาไต้หวันกำลังโผสู่อนาคตบนรากฐานแห่งการสืบสาน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมื่อใช้คู่กับเทคโนโลยี การแปรรูปชาสกัดเร็ว และกระบวนการ &ldquo;การตัดเปียก&rdquo; (Wet Cutting) ชาไต้หวันเบอร์ 26 สามารถผลิตชาเขียวและชาแดงเชิงพาณิชย์ที่รสเข้มข้น กลิ่นรสคงอยู่ยาวนาน และคุณภาพดีกว่าสายพันธุ์ชาเขียวทั่วไป</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20pt; text-align: center;">ชาเขียว(ภาพซ้าย) ชาแดง(ภาพขวา)</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จากการวิเคราะห์ พบว่าเบอร์ 26 มีอัตราส่วนคาเทชินไม่อิสระต่ออิสระสูง และคาเฟอีนมากกว่า จึงใช้ปริมาณน้อยก็ชงรสเข้มข้น ตอบโจทย์ตลาดเครื่องดื่มเชิงพาณิชย์ ชาพร้อมดื่ม และชานมไข่มุกได้อย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยทดแทนการนำเข้าบางส่วน ขยายโอกาสส่งออก เพิ่มรายได้เกษตรกร และเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของอุตสาหกรรมชาไต้หวัน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84165</guid>
      <pubDate>Tue, 26 Aug 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250826_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36032640" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 26 ส.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 26 ส.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ชาเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไต้หวัน พื้นที่ปลูกปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2023 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ราว </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">12,000 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">เฮกตาร์ ผลผลิตประมาณ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">14,000 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ตัน ส่วนใหญ่เป็นชากึ่งหมักคุณภาพสูง แต่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ตลาดชาเย็นพร้อมดื่มและชานมไข่มุกเติบโตรวดเร็ว ทำให้ชาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการนี้ สถานีวิจัยฯ จึงพัฒนาสายพันธุ์เชิงพาณิชย์ที่ให้ผลผลิตสูง คุณภาพดี และเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องจักร <b>ชาไต้หวันเบอร์ </b></span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">26 </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">หรือ ฟงเฮ่อ(</span></b><span style="font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin;">臺茶</span><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; mso-ansi-font-size: 12.0pt; font-family: 'Cordia New',sans-serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin;">26</span><span lang="TH"> </span><span style="font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin;">號&mdash;豐鶴</span><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">)</span></b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> จึงถือเป็นผลลัพธ์สำคัญในการสร้างพลังใหม่ให้กับอุตสาหกรรมชา</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/3f9964ee-14d1-4e18-bdda-68e1aa87fcae.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>135</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 26 ส.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84164</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ผู้ช่วยเสียง AI ของ จงหัว เทเลคอม ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ส่งเสริมการประยุกต์ใช้ข้ามอุตสาหกรรม พร้อมสร้างโมดูลเสียง AI ที่ปรับแต่งเฉพาะและติดตั้งได้รวดเร็ว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">เจี่ยนจื้อเฉิง (簡志誠) ประธานบริษัทจงหัวเทเลคอม ยักษ์ใหญ่แม่ข่ายโทรศัพท์ในไต้หวัน กล่าวว่า &ldquo;หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการนำ AI มาใช้ แต่ต้องทำให้ AI กลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโต&rdquo; เทคโนโลยีเสียง AI ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานบริการลูกค้า แต่ยังสร้างโอกาสในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ ตั้งแต่การลดต้นทุนแรงงาน ไปจนถึงการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ เปิดยุคใหม่ของระบบบริการลูกค้าอัจฉริยะ การประยุกต์ใช้ในหลากหลายสาขาสะท้อนให้เห็นว่า &ldquo;ผู้ช่วยเสียง AI&rdquo; ของจงหัว เทเลคอม ไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมเทคโนโลยี แต่เป็นแรงผลักสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะขององค์กร</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ในอนาคต จงหัวเทเลคอมจะต่อยอดศักยภาพการใช้งานของผู้ช่วยเสียง AI ขยายความสามารถหลักด้านการรู้จำเสียงสนทนาได้หลายภาษา การสนทนาแบบข้ามภาษา และการผสานระบบข้ามแพลตฟอร์ม พร้อมจับมือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ สร้างระบบนิเวศเสียง AI ที่สมบูรณ์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">&ldquo;ผู้ช่วยเสียง AI&rdquo; ผสานเทคโนโลยี Generative AI โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ระบบตัวแทนหลายชุด (Multi-Agent) และเทคโนโลยี RAG (Retrieval-Augmented Generation) เพื่อให้ AI ทำงานตามคำสั่งได้อย่างแม่นยำ บริการนี้รองรับได้ถึง 13 ภาษา ได้แก่ ภาษาจีนกลาง จีนไต้หวัน ฮากกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ฯลฯ โดยมีความแม่นยำในการรู้จำเสียงในสายงานเฉพาะทางเกิน 90% และยังมีฟังก์ชันสังเคราะห์เสียงเลียนแบบเสียงพูด เพียงมีตัวอย่างเสียง 10 นาที ก็สามารถสร้างโทนเสียงเฉพาะของแบรนด์ได้ หากต้องการสร้าง &ldquo;มนุษย์เสมือน&rdquo; ก็ใช้เพียงวิดีโอ 5 นาที เพื่อสร้างร่างดิจิทัลที่มีการขยับปากและท่าทางอย่างเป็นธรรมชาติ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ปัจจุบัน จงหัวเทเลคอมได้นำ &ldquo;ผู้ช่วยเสียง AI&rdquo; มาใช้ในงานบริการลูกค้าภายใน ออกสายสอบถาม-สำรวจ คำถามความรู้ ไปจนถึงการนำชมเสมือน งานบริการลูกค้าในชีวิตประจำวันสามารถทำการยืนยันตัวตนและโอนสายได้โดยอัตโนมัติ ลดภาระงานบุคคล และช่วยย่นระยะเวลารอคอยของลูกค้า ปัจจุบันมีปริมาณสายที่ใช้การยืนยันเสียงผ่าน AI เกิน 4 ล้านครั้งต่อปี ลดต้นทุนแรงงานได้อย่างชัดเจน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">จงหัวเทเลคอมยังผลักดันการใช้งานข้ามอุตสาหกรรม โดยโซลูชัน &ldquo;ผู้ช่วยเสียง AI &times; ทุกอุตสาหกรรม&rdquo; ออกแบบโมดูลเสียง AI ที่ปรับแต่งเฉพาะและติดตั้งได้รวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ร้านอาหาร: เชื่อมต่อกับระบบจองโต๊ะ เพื่อตรวจสอบ แก้ไข หรือยกเลิกการจองโดยอัตโนมัติ, การแพทย์: เชื่อมต่อกับระบบลงทะเบียน ให้ผู้ป่วยลงทะเบียนและดำเนินขั้นตอนพบแพทย์ผ่านเสียง, โลจิสติกส์: ตรวจสอบสถานะพัสดุ จองส่งสินค้า และทำแบบสำรวจผ่านเสียง, การเงินและเครื่องใช้ไฟฟ้า: จัดการขั้นตอนการส่งซ่อม และ หน่วยงานสังคมสงเคราะห์ภาครัฐ: ช่วยจัดการงานด้านการประกัน การจ่ายเงิน และตรวจสอบความคืบหน้าของคดีจำนวนมาก</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84164</guid>
      <pubDate>Tue, 26 Aug 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250826_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36027840" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 26 ส.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 26 ส.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ผู้ช่วยเสียง </span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">AI </span></b><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;">ของ จงหัว เทเลคอม ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ</span></b><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/38a602cb-af6f-4980-980b-b46ab51e1e8e.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>134</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - แพลตฟอร์มเช็กประวัติหมอหื่นเปิดให้บริการแล้ว]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84074</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal">&nbsp;&ldquo;แพลตฟอร์มเช็กประวัติหมอหื่น&rdquo; เว็บไซต์ที่เพิ่งเปิดให้ประชาชนใช้บริการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 จุดประสงค์เพื่อปกป้องสิทธิของผู้ป่วยและเพิ่มความโปร่งใสในวงการแพทย์ โดยเว็บไซต์นี้ได้รวบรวมข้อมูลของบุคลากรทางการแพทย์หลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ เภสัชกร และนักเทคนิคการแพทย์ ที่เคยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายขึ้น ข้อมูลในเว็บไซต์จะแสดงชื่อหน่วยงาน เมืองที่บุคลากรปฏิบัติงาน รวมถึงข้อมูลคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดให้สามารถตรวจสอบได้เฉพาะข้อมูลที่เปิดเผยนับตั้งแต่มีการแก้ไขกฎหมายความเท่าเทียมทางเพศ 3 ฉบับ ในปี 2023 และต้องเป็นคดีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วเท่านั้น</p>
<p class="MsoNormal">คุณหลินหย่าฮุ่ย (林雅惠) ประธานมูลนิธิ Taiwan Healthcare Reform Foundation (THRF) ได้ให้สัมภาษณ์ว่า หากนี่เป็นเพียงแค่ก้าวแรก กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการมีหน้าที่ต้องประกาศความคืบหน้าต่างๆ และกำหนดการในการอัปเดตข้อมูล เพราะการล่วงละเมิดทางเพศในวงการแพทย์มักเกี่ยวข้องกับอำนาจ ทำให้การฟ้องร้องเป็นเรื่องยาก และผู้เสียหายอาจต้องเผชิญกับความเครียดและบาดแผลทางจิตใจ การใช้คำพิพากษาถึงที่สุดเป็นเกณฑ์ในการเปิดเผยข้อมูลเพียงอย่างเดียวจะยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้ผู้เสียหายมากขึ้น นอกจากนี้ กระบวนการทางกฎหมายซับซ้อนและอาจใช้เวลานานหลายปี หากไม่มีวิธีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นธรรม อาจส่งผลให้เกิดกรณีที่แพทย์ผู้กระทำผิดก่อเหตุซ้ำอีกในระหว่างที่คดียังไม่สิ้นสุดได้ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นแล้ว</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;หลินหย่าฮุ่ยชี้ว่า ข้อมูลการเปลี่ยนชื่อ แพทย์ที่มีชื่อเหมือนกัน การทำงานข้ามแผนกหรือข้ามเมืองยังไม่สามารถตรวจสอบในระบบได้ คุณหลินยังยกตัวอย่างว่า มีแพทย์ท่านหนึ่งที่มีบันทึกจากการมีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยหลายคน หลังการสอบสวนและยืนยันว่าเป็นความจริงเขาได้ลาออกจากโรงพยาบาลเดิมและเปลี่ยนชื่อ และปัจจุบันทำงานอยู่ที่สถานพยาบาลหลายแห่งในนิวไทเปและเถาหยวน ซึ่งข้อมูลของเขาไม่ปรากฏบนแพลตฟอร์ม</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;คุณหลินยังเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มตรวจสอบทนายความ ซึ่งเปิดเผยข้อมูลที่ระบุตัวตนทั้งหมด เช่น การเปลี่ยนชื่อ และสถานที่ปฏิบัติงานปัจจุบัน นอกจากนี้ ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและอังกฤษก็มีการเปิดเผยข้อมูลที่ครอบคลุมเช่นกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถระบุตัวตนของแพทย์ได้อย่างชัดเจน คุณหลินเน้นย้ำว่าคำพิพากษาไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะตัดสินว่าแพทย์มีการกระทำผิดจริยธรรมหรือไม่ แต่ควรพิจารณาจากสิ่งอื่นเช่น กระบวนการบริหาร การตรวจสอบจริยธรรม และคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยด้วย</p>
<p class="MsoNormal">ทางมูลนิธิจะทบทวนข้อมูลบันทึกการลงโทษที่เกี่ยวข้องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาด้วย จากข้อมูลที่มูลนิธิฯ ได้รวบรวมมา มีหลายกรณีที่ทำลายความเชื่อใจระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย เช่น การรูดบัตรประกันสุขภาพโดยมิชอบ การปลอมแปลงประวัติผู้ป่วย การจ้างแพทย์เถื่อน และการใช้วิธีการรักษาที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งแพลตฟอร์มข้อมูลในต่างประเทศส่วนมากก็ไม่ได้จำกัดข้อมูลแค่เรื่องความเท่าเทียมทางเพศเท่านั้น</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;จากมุมมองของมูลนิธิฯ ข้อมูลเกี่ยวกับคำพิพากษาสุดท้ายและบทการลงโทษตามกฎหมายแล้วควรเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะคุ้มครองสิทธิของประชาชนได้อย่างแท้จริง ทางมูลนิธิฯ จึงเรียกร้องให้มีการจัดตั้งระบบป้องกันความเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดก่อเหตุซ้ำก่อนที่คดีจะสิ้นสุด มิฉะนั้นอาจก่อให้เกิดความกังวลในสังคม</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;นอกเหนือจากข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับแพทย์ที่ประกอบวิชาชีพแล้ว แพลตฟอร์มในอุดมคติควรมีข้อมูลพื้น ข้อมูลการย้ายเมืองในการทำงาน การเปลี่ยนชื่อ หมายเลขใบอนุญาต และข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมแพทย์ เพื่อให้ประชาชนสามารถปกป้องสิทธิ์ของตนเองได้สมบูรณ์</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;กรณีของหมอหื่นในไต้หวันได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง แม้แต่แพทย์ชื่อดังหลายท่านที่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเหล่านี้ ทางมูลนิธิฯ จึงได้เรียกร้องให้มีการจัดตั้งแพลตฟอร์มเพื่อการตรวจสอบข้อมูลแพทย์ ซึ่งหลังจากชิวไท่หยวน (邱泰源) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการได้ให้คำมั่นสัญญาในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ประชาชนต่างตั้งคำถามหลายครั้งว่าทำไมโครงการนี้ถึงล่าช้า และเน้นย้ำว่าการเปิดเผยเฉพาะคดีความที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ไม่เพียงพอที่จะรับรองความปลอดภัยของผู้ป่วยได้</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;ปัจจุบันแพลตฟอร์มเช็กประวัติหมอหื่นได้เปิดให้บริการในระบบค้นหาข้อมูลบุคลากรทางการแพทย์แล้ว ซึ่งครอบคลุมทั้งแพทย์ เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ พยาบาล พยาบาลผดุงครรภ์ และนักโภชนาการ ตามคำอธิบายของเว็บไซต์ ข้อมูลที่ระบุในเว็บไซต์นี้จะเน้นข้อมูลที่กระทรวงสาธารณสุขฯ ได้รวบรวมและเปิดเผยนับตั้งแต่มีการแก้ไขกฎหมายความเท่าเทียมทางเพศ 3 ฉบับ ในปี 2023 และจะมีการอัปเดตตามความคืบหน้าของระบบข้อมูลคำพิพากษาและข้อมูลสาธารณะอื่นๆ ต่อไป</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84074</guid>
      <pubDate>Mon, 25 Aug 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250825_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24002880" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - แพลตฟอร์มเช็กประวัติหมอหื่นเปิดให้บริการแล้ว</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - แพลตฟอร์มเช็กประวัติหมอหื่นเปิดให้บริการแล้ว</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><span style="mso-spacerun: yes;">&nbsp;</span></span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">&ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">แพลตฟอร์มเช็กประวัติหมอหื่น</span><span style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: '新細明體','serif'; mso-ascii-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-fareast-font-family: 新細明體; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-bidi-font-family: 'TH Sarabun New';">&rdquo;</span><span style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"> <span lang="TH">เว็บไซต์ที่เพิ่งเปิดให้ประชาชนใช้บริการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 จุดประสงค์เพื่อปกป้องสิทธิของผู้ป่วยและเพิ่มความโปร่งใสในวงการแพทย์ </span></span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">โดยเว็บไซต์นี้ได้รวบรวมข้อมูลของบุคลากรทางการแพทย์หลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ เภสัชกร และนักเทคนิคการแพทย์ ที่เคยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายขึ้น ข้อมูลในเว็บไซต์จะแสดงชื่อหน่วยงาน เมืองที่บุคลากรปฏิบัติงาน รวมถึงข้อมูลคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดให้สามารถตรวจสอบได้เฉพาะข้อมูลที่เปิดเผยนับตั้งแต่มีการแก้ไขกฎหมายความเท่าเทียมทางเพศ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">3 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ฉบับ ในปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">2023 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">และต้องเป็นคดีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วเท่านั้น</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/fd11e447-0182-4f93-83f8-c68f5551915c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>133</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84018</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้หยิบเอา 10 วิธีการป้องกันอันตรายอากาศร้อนๆ และแสงแดดจัดที่กลุ่มคนทำงานในไต้หวันนิยมใช้มากฝากกัน (ตอนที่ 2) เพราะเมื่อมาถึงช่วงอากาศร้อนๆ ในไต้หวันบอกเลยว่าอุณหภูมิความเดือดไม่แพ้ประเทศอย่างแน่นอน คิดดูว่าร้อนถึงกับกระทรวงแรงงานไต้หวันต้องมีมาตรการพิเศษสำหรับดูแลแรงงานที่ต้องทำงานกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนๆ ออกมาให้ทั้งนายจ้างและแรงงานปฏิบัติร่วมกันเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งนอกจากแรงงานที่ต้องงานกลางแจ้งแล้ว กลุ่มคนทำงานออฟฟิศเองก็ต้องหาวิธีการดูแกสุขภาพร่างกายของตนเองในช่วงอากาศร้อนๆ ด้วย เพราะถ้าไม่ปกป้องดูแลผลเสียที่ตามในระยะยาวก็คืออาการเจ็บป่วยตามร่างกายและจิตใจนั่นเอง</p>
<p data-start="0" data-end="447">&nbsp; &nbsp; &nbsp;คนไต้หวันบอกว่าฤดูร้อนสิ่งที่น่าหงุดหงิดที่สุด ก็คือจังหวะที่ก้าวออกจากบ้านเตรียมไปทำงาน โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะแค่ก้าวออกจาประตูบ้านก็จะโดนแสงแดดจับจ้อง ส่วนคนขี่มอเตอร์ไซค์ยิ่งลำบากเพราะตอนจอดรอสัญญาณไฟแดงก็เหมือนนั่งอยู่ในเตาอบไอน้ำเคลื่อนที่ ยังไม่ทันถึงออฟฟิศ เครื่องสำอางที่แต่งมาก็ไหลย้อยเลอะเลือน เหงื่อไหลเปียกเสื้อผ้าเหมือนเล่นน้ำสงกรานต์มา ผมหน้าม้าเปียกจนดูเหมือนบาร์โค้ด ความรู้สึกดีๆ ที่พยายามรักษาไว้ตั้งแต่เช้าก็ละลายไปกลับอากาศด้วย ดังนั้นคนไต้หวันจึงต้องหาไอเท็มมาใช้ช่วยคลายร้อน เพื่อจะได้ฝ่าหน้าร้อนนี้ไปได้อย่างสดชื่น&nbsp;</p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;"></p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;">อันดับ 1 เสื้อกันแดด</p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;"></p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;">อันดับ 2 เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าเย็นสบาย ระบายอากาศได้ดี</p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;"></p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;">อันดับ 3 แว่นตากันแดด</p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;"></p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;">อันดับ 4 ครีมกันแดด</p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;"></p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;">อันดับ 5 พัดลมแบบพกพา</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=84018</guid>
      <pubDate>Sun, 24 Aug 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250824_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36015360" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้หยิบเอา 10 วิธีการป้องกันอันตรายอากาศร้อนๆ และแสงแดดจัดที่กลุ่มคนทำงานในไต้หวันนิยมใช้มากฝากกัน (ตอนที่ 2) เพราะเมื่อมาถึงช่วงอากาศร้อนๆ ในไต้หวันบอกเลยว่าอุณหภูมิความเดือดไม่แพ้ประเทศอย่างแน่นอน คิดดูว่าร้อนถึงกับกระทรวงแรงงานไต้หวันต้องมีมาตรการพิเศษสำหรับดูแลแรงงานที่ต้องทำงานกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนๆ ออกมาให้ทั้งนายจ้างและแรงงานปฏิบัติร่วมกันเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งนอกจากแรงงานที่ต้องงานกลางแจ้งแล้ว กลุ่มคนทำงานออฟฟิศเองก็ต้องหาวิธีการดูแกสุขภาพร่างกายของตนเองในช่วงอากาศร้อนๆ ด้วย เพราะถ้าไม่ปกป้องดูแลผลเสียที่ตามในระยะยาวก็คืออาการเจ็บป่วยตามร่างกายและจิตใจนั่นเอง</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/b1b51eee-c3b3-4345-9c57-0be92854c099.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>132</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 19 ส.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83609</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ไถวานเตียว(Taiwan tilapia台灣鯛) ในความเป็นจริงคือปลานิลไต้หวัน หรือภาษาจีนเรียกกันว่า &ldquo;อู๋กัวอวี๋吳郭魚&rdquo;สายพันธุ์หนึ่งที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ เพื่อยกระดับคุณภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจ มีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด จึงถูกตั้งชื่อว่า &ldquo;ไถวานเตียว&rdquo; เพื่อให้แตกต่างจากปลานิลแบบดั้งเดิมที่มีภาพลักษณ์ในตลาดที่ไม่ดีนัก โดยมีจุดเด่นคือเนื้อปลาเนียนนุ่ม โปรตีนสูง และไขมันต่ำ สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู นำไปนึ่ง ทอด ต้ม ปิ้ง หรือใช้ทำสุกี้ก็ได้ จึงได้รับความนิยมบริโภคและกลายเป็นสินค้าส่งออกหลักในกลุ่มผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ฟาร์มเพาะพันธุ์ ปลานิลเกาเจิ้ง (高鉦臺灣鯛繁殖場) ความสำเร็จไม่ได้มาจากเทคนิคการเพาะพันธุ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบริหารจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ การใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ และการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ทั้งในมาตรฐานสินค้าและปริมาณการส่งมอบ ส่งผลให้ลูกพันธุ์มีคุณภาพสูง ทนโรค และปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมได้ดี ซึ่งเป็นต้นน้ำสำคัญของห่วงโซ่อุตสาหกรรมปลานิลไต้หวัน โดยฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่ใน ตำบลปู้ไต้ เมืองเจียอี้ ครอบคลุมกว่า 17 เฮกตาร์ ฟาร์มแห่งนี้ผลิตลูกปลานิลไต้หวันมากกว่า 100 ล้านตัวต่อปี คิดเป็นกว่า 70% ของประเทศ และถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของการเพาะเลี้ยงปลานิล ด้วยการคัดพันธุ์อย่างแม่นยำ การจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ และระบบอัจฉริยะ ทำให้การส่งออกมีเสถียรภาพและยืนหยัดเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเพาะพันธุ์สัตว์น้ำของไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฟาร์มก่อตั้งในปี 2010 โดย หลินตู่อี้ (林篤毅) เกษตรกรดีเด่น 10 อันดับแรกของปี 2017 ผู้สืบทอดรุ่นที่ 3 ของครอบครัวเดิมทำฟาร์มปลากระบอกในเมืองเจียอี้ ด้วยการผสานวิสัยทัศน์ ความหลงใหล และทฤษฎีการจัดการธุรกิจ เขาได้ขยายพื้นที่ฟาร์มจาก 5 เฮกตาร์เป็น 17 เฮกตาร์ และเพิ่มผลผลิตลูกพันธุ์จาก 9 ล้านตัวต่อปีเป็น 100 ล้านตัวต่อปี ใช้ประโยชน์จากสภาพภูมิอากาศและคุณภาพน้ำที่เหมาะสม ทำให้ฟาร์มมีฐานพัฒนาและความมั่นคงอย่างยาวนาน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; mso-char-indent-count: 1.5; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; tab-stops: list 36.0pt;">ฟาร์มเกาจิ้งเพาะเลี้ยงลูกพันธุ์ปลานิล GIFT ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่าง Oreochromis aureus กับ Oreochromis niloticus ให้เนื้อแน่น รสชาติดี โดยลูกพันธุ์ผ่านการคัดเลือกเข้มงวดและผสมพันธุ์เชิงวิทยาศาสตร์ มีจุดเด่น 6 ประการ ได้แก่ ต้านโรคดี ลดการเจ็บป่วย, อัตราเพศผู้สูง รอดชีวิตดี ใช้เวลาเพาะ 15 วัน, ทนต่อความเครียด ลดการสูญเสียระหว่างขนส่ง, โตเร็ว 6 เดือนหนักเกิน 600 กรัม, เนื้อหลังหนา รูปร่างอ้วนกลม สีดำเงา อัตราแล่เนื้อสูง และซัพพลายเสถียร ครองตลาดลูกพันธุ์ปลานิลไต้หวันกว่า 70%</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ฟาร์มเกาเจิ้ง ภายใต้การนำของ หลินตู่อี้ (林篤毅) เร่งนำ ระบบจัดการเพาะเลี้ยงอัจฉริยะ มาใช้ตั้งแต่ปี 2019 เช่น เครื่องเคลื่อนย้ายลูกปลาอัตโนมัติ เครื่องตัดอาหารอัตโนมัติ ระบบเตือนไฟดับและระดับออกซิเจนต่ำ กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์ตรวจวัดอัตโนมัติ โดยมีแผนเพิ่มเครื่องเพิ่มออกซิเจนและระบบควบคุมผ่านคลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของคน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แม้ต้นทุนสูง ทั้งก่อสร้างเกิน 1 ล้านเหรียญไต้หวันต่อเฮกตาร์ และบำรุงรักษาปีละกว่า 200,000 เหรียญไต้หวัน แต่การลงทุนนี้ช่วยรักษากำลังการผลิตและความสามารถในการแข่งขันของฟาร์มได้อย่างยั่งยืน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83609</guid>
      <pubDate>Tue, 19 Aug 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250819_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36002880" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 19 ส.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 19 ส.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ไถวานเตียว(</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">Taiwan tilapia</span><span style="font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">台灣鯛</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">)</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi;"> </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi;">ในความเป็นจริงคือปลานิลไต้หวัน</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> หรือภาษาจีน</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi;">เรียกกันว่า &ldquo;อู๋กัวอวี๋</span><span style="font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">吳郭魚</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi;">&rdquo;สายพันธุ์หนึ่งที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ เพื่อยกระดับคุณภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจ มีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด จึงถูกตั้งชื่อว่า &ldquo;ไถวานเตียว&rdquo; เพื่อให้แตกต่างจากปลานิลแบบดั้งเดิมที่มีภาพลักษณ์ในตลาดที่ไม่ดีนัก โดยมีจุดเด่นคือเนื้อปลาเนียนนุ่ม โปรตีนสูง และไขมันต่ำ สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู นำไปนึ่ง ทอด ต้ม ปิ้ง หรือใช้ทำสุกี้ก็ได้ จึงได้รับความนิยมบริโภคและกลายเป็นสินค้าส่งออกหลักในกลุ่มผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของไต้หวัน</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/962aa3e9-601e-49a0-ae04-cbea140c3cdd.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>131</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 19 ส.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83608</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม&nbsp;(Industrial Technology Research Institute :ITRI) แถลงในวันที่ 3 กรกฎาคม 2025ว่า ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท Saft จากประเทศฝรั่งเศส โดย ITRI จะนำวัสดุแคโทดชนิดผงลิเทียมแมงกานีสฟอสเฟต (LMFP) ที่พัฒนาโดยบริษัท HCM มาร่วมพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ร่วมกับ Saft</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ชิวกั๋วจั่น(邱國展) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวัสดุและเคมีภัณฑ์ ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีวัสดุแบตเตอรี่ของไต้หวันในการเข้าสู่ตลาดโลก โดยจะผนวกจุดแข็งของทั้ง ITRI และ Saft เพื่อผลักดันการทดสอบและการค้าเทคโนโลยีแบตเตอรี่ LMFP </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ITRI ชี้ว่า แบตเตอรี่ลิเทียมแมงกานีสฟอสเฟต (LMFP) เป็นเวอร์ชันอัปเกรดของแบตเตอรี่ลิเทียมฟอสเฟต (LFP) แบบดั้งเดิม โดยยังคงจุดเด่นด้านต้นทุนต่ำ อายุการใช้งานยาวนาน และความปลอดภัยสูง พร้อมทั้งเพิ่มแรงดันไฟและความหนาแน่นพลังงานขึ้นราว 15%&ndash;20% จึงเป็นเทคโนโลยีสำคัญในอนาคตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน โดย ความร่วมมือกับ Saft ในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยขยายพันธมิตรในระดับสากล แต่ยังส่งเสริมการบูรณาการเชิงลึกของเทคโนโลยีวัสดุและแบตเตอรี่ ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ของไต้หวันยกระดับและขยายตลาดได้ในวงกว้าง</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83608</guid>
      <pubDate>Tue, 19 Aug 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250819_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36023040" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 19 ส.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 19 ส.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/dad20c53-79a1-48e2-ad37-b923b168e52b.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>130</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - โรคมาลาเรีย]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83525</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคไต้หวัน ณ วันที่ 4 สิงหาคม ระบุว่าปี 2025 มีผู้ป่วยติดเชื้อมาลาเรียที่เดินทางมาจากต่างประเทศสะสมแล้ว 15 ราย ซึ่งถือเป็นยอดผู้ป่วยสูงสุดในช่วงเวลาเดียวกันของ รอบ 19 ปีที่ผ่านมา (2007-2025) และผู้ป่วยมีอายุตั้งแต่ 10-60 ปี ส่วนใหญ่ติดเชื้อจากประเทศในทวีปแอฟริกา ส่วนประเภทของเชื้อที่พบ ได้แก่ มาลาเรียชนิดพลาสโมเดียมฟัลซิปารัม 12 ราย ชนิดมาลาเรียชนิดพลาสโมเดียมไวแวกซ์ 2 ราย และมาลาเรียชนิดโนวไซ 1 ราย&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยมาลาเรียราว 249 ล้านรายต่อปี เสียชีวิตกว่า 600,000 ราย ส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกา โดยกลุ่มเสี่ยงสูงที่สุดคือ เด็กเล็กและหญิงตั้งครรภ์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">กรมควบคุมโรคไต้หวัน (CDC) ให้ข้อมูลว่า มาลาเรีย เป็นโรคที่เกิดจากการถูกยุงก้นปล่องที่มีเชื้อมาลาเรียกัด ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหลายชนิด เช่น มาลาเรียชนิดฟัลซิปารัม มาลาเรียชนิดไวแวกซ์ มาลาเรียชนิดโอวาเล, มาลาเรียชนิดมาลาเรียอี และมาลาเรียชนิดโนวไซ โดยชนิดที่พบมากที่สุดคือ มาลาเรียชนิดฟัลซิปารัมและมาลาเรียชนิดไวแวกซ์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">อาการในระยะแรกของโรคมาลาเรียนั้นจะคล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ โดยมีอาการหลักคือ มีไข้ และอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ คลื่นไส้ อาเจียน และอ่อนเพลีย&nbsp; ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน จะมีอาการจะรุนแรงขึ้นเป็น มีไข้สูงสลับหนาวสั่นเป็นพักๆ หรือเป็นรอบๆ และ มีเหงื่อออกมาก ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้ เช่นภาวะม้ามโต, ดีซ่าน, ช็อก, หรือตับและไตวาย, ปอดบวมน้ำ, สมองอักเสบเฉียบพลัน และอาการโคม่า ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">สำหรับมาลาเรียชนิดพลาสโมเดียมไวแวกซ์และโอวาเล เชื้ออาจจะซ่อนตัวอยู่ในตับได้เป็นเวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายปี ก่อนที่จะกลับมาแสดงอาการอีกครั้ง ดังนั้น หลังจากรักษาเชื้อในกระแสเลือดจนเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นต้องกินยาไพรมาควิน (primaquine) ติดต่อกันนาน 14 วัน ต่อไปเพื่อเป็นการ รักษาให้หายขาด และป้องกันไม่ให้เชื้อกลับมาเป็นซ้ำ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36pt; text-align: left;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36pt; text-align: left;">กรมควบคุมโรคไต้หวัน เตือนประชาชนว่า หากมีแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคมาลาเรียควร</p>
<p class="MsoNormal">1.สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อนและแขนขายาว</p>
<p class="MsoNormal">2.ทายากันยุงที่ได้รับการรับรอง</p>
<p class="MsoNormal">3.เลือกพักในที่พักที่มีมุ้งลวดที่ประตูและหน้าต่าง</p>
<p class="MsoNormal">4.หากเดินทางกลับมาแล้วมีอาการที่น่าสงสัย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83525</guid>
      <pubDate>Mon, 18 Aug 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250818_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24003840" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - โรคมาลาเรีย</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - โรคมาลาเรีย</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/7a25cdb8-d358-417a-ac42-3f970c2cd08d.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>129</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83459</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้หยิบเอา 10 วิธีการป้องกันอันตรายอากาศร้อนๆ และแสงแดดจัดที่กลุ่มคนทำงานในไต้หวันนิยมใช้มากฝากกัน (ตอนที่ 1) เพราะเมื่อมาถึงช่วงอากาศร้อนๆ ในไต้หวันบอกเลยว่าอุณหภูมิความเดือดไม่แพ้ประเทศอย่างแน่นอน คิดดูว่าร้อนถึงกับกระทรวงแรงงานไต้หวันต้องมีมาตรการพิเศษสำหรับดูแลแรงงานที่ต้องทำงานกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนๆ ออกมาให้ทั้งนายจ้างและแรงงานปฏิบัติร่วมกันเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งนอกจากแรงงานที่ต้องงานกลางแจ้งแล้ว กลุ่มคนทำงานออฟฟิศเองก็ต้องหาวิธีการดูแกสุขภาพร่างกายของตนเองในช่วงอากาศร้อนๆ ด้วย เพราะถ้าไม่ปกป้องดูแลผลเสียที่ตามในระยะยาวก็คืออาการเจ็บป่วยตามร่างกายและจิตใจนั่นเอง</p>
<p data-start="0" data-end="447">&nbsp; &nbsp; &nbsp;คนไต้หวันบอกว่าฤดูร้อนสิ่งที่น่าหงุดหงิดที่สุด ก็คือจังหวะที่ก้าวออกจากบ้านเตรียมไปทำงาน โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะแค่ก้าวออกจาประตูบ้านก็จะโดนแสงแดดจับจ้อง ส่วนคนขี่มอเตอร์ไซค์ยิ่งลำบากเพราะตอนจอดรอสัญญาณไฟแดงก็เหมือนนั่งอยู่ในเตาอบไอน้ำเคลื่อนที่ ยังไม่ทันถึงออฟฟิศ เครื่องสำอางที่แต่งมาก็ไหลย้อยเลอะเลือน เหงื่อไหลเปียกเสื้อผ้าเหมือนเล่นน้ำสงกรานต์มา ผมหน้าม้าเปียกจนดูเหมือนบาร์โค้ด ความรู้สึกดีๆ ที่พยายามรักษาไว้ตั้งแต่เช้าก็ละลายไปกลับอากาศด้วย ดังนั้นคนไต้หวันจึงต้องหาไอเท็มมาใช้ช่วยคลายร้อน เพื่อจะได้ฝ่าหน้าร้อนนี้ไปได้อย่างสดชื่น&nbsp;</p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;"></p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;">อันดับ 6 หมวกกันแดดทรงต่างๆ</p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;"></p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;">อันดับ 7 หน้ากากอนามัย</p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;"></p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;">อันดับ 8 ร่มป้องกันแดดและรังสียูวี</p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;"></p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;">อันดับ 9 กระดาษทิชชู่เปียกแบบเย็น</p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;"></p>
<p data-start="0" data-end="447" style="text-align: center;">อันดับ 10 ปลอกแขนหรือถุงมือกันแดด</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83459</guid>
      <pubDate>Sun, 17 Aug 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250817_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36016320" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้หยิบเอา 10 วิธีการป้องกันอันตรายอากาศร้อนๆ และแสงแดดจัดที่กลุ่มคนทำงานในไต้หวันนิยมใช้มากฝากกัน (ตอนที่ 1) เพราะเมื่อมาถึงช่วงอากาศร้อนๆ ในไต้หวันบอกเลยว่าอุณหภูมิความเดือดไม่แพ้ประเทศอย่างแน่นอน คิดดูว่าร้อนถึงกับกระทรวงแรงงานไต้หวันต้องมีมาตรการพิเศษสำหรับดูแลแรงงานที่ต้องทำงานกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนๆ ออกมาให้ทั้งนายจ้างและแรงงานปฏิบัติร่วมกันเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งนอกจากแรงงานที่ต้องงานกลางแจ้งแล้ว กลุ่มคนทำงานออฟฟิศเองก็ต้องหาวิธีการดูแกสุขภาพร่างกายของตนเองในช่วงอากาศร้อนๆ ด้วย เพราะถ้าไม่ปกป้องดูแลผลเสียที่ตามในระยะยาวก็คืออาการเจ็บป่วยตามร่างกายและจิตใจนั่นเอง</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/842027ef-53cb-44c1-a39c-b38500e1ef66.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>128</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 12 ส.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83089</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สถานีวิจัยและส่งเสริมชาและพืชเครื่องดื่ม กระทรวงเกษตรไต้หวัน เปิดตัวเทคโนโลยีการแปรรูปใหม่ &ldquo;วัตถุดิบชาสำหรับเครื่องดื่มสกัดเร็ว&rdquo; เมื่อปี 2023 โดยใช้เทคนิคการตัดเปียกเพื่อลดการสูญเสียใบชาในกระบวนการผลิต ทำให้ลดต้นทุนวัตถุดิบได้ จากนั้นยังพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดด้วยการผสาน &ldquo;เทคนิคตัดเปียก&rdquo;( 溼裁切技術) เข้ากับ &ldquo;เทคนิคทำลายผนังเซลล์&rdquo; (破壁技術) และขยายการประยุกต์ไปยังธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ข้าวบัควีต และสมุนไพร เช่น สะระแหน่ กระเจี๊ยบแดง ฯลฯ ภายใต้ชื่อ &ldquo;วัตถุดิบชาสกัดเร็วเวอร์ชัน 2.0&rdquo; ได้เปิดตัวในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ซูจงเจิ้น(蘇宗振) ผู้อำนวยการสถานีฯ อธิบายว่า เทคโนโลยีเวอร์ชัน 2.0 ผสมผสานเทคนิค &ldquo;ตัดเปียก&rdquo; ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสของใบชาและลดการสูญเสียในกระบวนการ กับ &ldquo;เทคนิคทำลายผนังเซลล์&rdquo; ที่ใช้วิธีทางกายภาพในการเจาะเซลล์ เพิ่มอัตราและปริมาณการสกัด ทำให้ต้นทุนชาในประเทศเทียบเท่าชานำเข้า แต่ให้ความเข้มข้นสูงกว่า 2-3 เท่า ทำให้ผู้ประกอบการหันมาใช้วัตถุดิบชาในประเทศมากขึ้น </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เทคโนโลยีนี้ใช้กับใบชาสดเท่านั้น ซึ่งชานำเข้าไม่สามารถนำมาดัดแปลงได้ด้วยเทคนิคนี้ จึงเป็นการการันตีว่าผู้บริโภคจะได้ดื่มชาที่ผลิตจากใบชาในประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์กับพืชอื่น ๆ ได้ เช่น ดาวเรืองฝรั่ง ที่สกัดสารฟลาโวนอยด์ได้มากกว่าวิธีอบแห้งแบบดั้งเดิมถึง 2 เท่า อบเชยป่า (Cinnamomum osmophloeum) สกัดสารซินนามัลดีไฮด์ได้เพิ่มขึ้นกว่า 20% และ กระเจี๊ยบแดง ที่มีสีสันสดใสขึ้น พร้อมปริมาณแอนโธไซยานินเพิ่มขึ้นอีก 30%</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">หลิวเจิ้นซิง(劉振興) รองผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบ.จวี๋หยาง( 桔揚GOOD YOUNG) กล่าวว่า เทคโนโลยีสกัดเร็วนี้สามารถนำไปใช้ในการทำ ก้อนน้ำชาแช่แข็ง หรือการสกัดสด ณ จุดขาย โดยเริ่มมีการนำไปใช้ใน FamilyMart ภายใต้แบรนด์ &ldquo;Let&rsquo;s Tea&rdquo; ตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมา วัตถุดิบชาสกัดเร็วนี้มีต้นทุนต่ำกว่าชาแบบดั้งเดิมราว 15% ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับผู้ผลิตและช่องทางจำหน่าย อีกทั้งยังสามารถนำส่วนที่ประหยัดได้ไปลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การรับรอง Rainforest Alliance </p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนทางด้าน Tea &amp; Magic Hand (茶之魔手) กำลังพัฒนาการใช้วัตถุดิบชาสกัดเร็วในรูปแบบ แคปซูลสำหรับเครื่องชงกาแฟ โดยปรับแต่งแรงดัน อุณหภูมิ และปริมาณน้ำ เพื่อใช้ชงชาแบบใหม่ นายหวังเสียนหมิง(王賢明) ประธาน Tea &amp; Magic Hand กล่าวว่าการส่งออกชาแบบน้ำมีข้อจำกัดด้านกลิ่นและความสด แต่การส่งออกในรูปแบบแคปซูลสามารถแก้ปัญหานี้ได้ อีกทั้งเครื่องชงกาแฟมีขนาดเล็ก เหมาะกับร้านเล็ก ๆ </p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83089</guid>
      <pubDate>Tue, 12 Aug 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250812_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36034560" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 12 ส.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 12 ส.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">สถานีวิจัยและส่งเสริมชาและพืชเครื่องดื่ม กระทรวงเกษตรไต้หวัน เปิดตัวเทคโนโลยีการแปรรูปใหม่ &ldquo;วัตถุดิบชาสำหรับเครื่องดื่มสกัดเร็ว&rdquo; เมื่อปี </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2023 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">โดยใช้เทคนิคการตัดเปียกเพื่อลดการสูญเสียใบชาในกระบวนการผลิต ทำให้ลดต้นทุนวัตถุดิบได้ จากนั้นยังพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดด้วยการผสาน &ldquo;เทคนิคตัดเปียก&rdquo;(</span><span lang="TH"> </span><span style="font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-ascii-theme-font: minor-latin; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: Calibri; mso-hansi-theme-font: minor-latin;">溼裁切技術</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) เข้ากับ &ldquo;เทคนิคทำลายผนังเซลล์&rdquo; (</span><span style="font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">破壁技術</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">และขยายการประยุกต์ไปยังธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ข้าวบัควีต และสมุนไพร เช่น สะระแหน่ กระเจี๊ยบแดง ฯลฯ ภายใต้ชื่อ &ldquo;วัตถุดิบชาสกัดเร็วเวอร์ชัน </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2.0&rdquo; </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ได้เปิดตัวในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/39428555-1159-4c30-9f2e-7cb3de731e82.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>127</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 12 ส.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83088</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ไต้หวันผลักดันการพัฒนา "ชิปควอนตัม" เปิดตัวแพลตฟอร์มวิจัยด้านการผลิต</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สถาบันวิจัยแห่งชาติไต้หวัน (Academia Sinica) ได้จัดแสดงผลงานวิจัยด้านการผลิตชิปคอมพิวเตอร์ควอนตัม ณ สาขาภาคใต้ โดยสามารถผลิต ควอนตัมบิตแบบตัวนำยิ่งยวด (superconducting qubits) คุณภาพสูงบนเครื่องจักรขนาดเวเฟอร์ 8 นิ้วได้สำเร็จ มีการเปิดตัว &ldquo;แพลตฟอร์มวิจัยด้านกระบวนการผลิตชิปควอนตัม&rdquo; และ &ldquo;แพลตฟอร์มทดสอบการประมวลผลควอนตัม（QC-Test, Quantum Computing Test Space）&rdquo; เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของไต้หวัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เลี่ยวจวิ้นจื้อ (廖俊智) ผู้อำนวยการสถาบันฯ กล่าวในพิธีเปิดว่า &ldquo;วิทยาการควอนตัมกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วในระดับโลก จึงจำเป็นต้องลงทุนทั้งในด้านทรัพยากรบุคคลและอุปกรณ์ขั้นสูง&rdquo; โดยอุปสรรคสำคัญของคอมพิวเตอร์ควอนตัมในปัจจุบันคือ &ldquo;ความเสถียรของกระบวนการผลิต&rdquo; และ &ldquo;การปรับแต่งคุณภาพ&rdquo; ซึ่งยังขาดมาตรฐานที่วัดผลได้ </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัจจุบัน สถาบันฯ ได้ทดลองผลิตแล้วอย่างน้อย 3 รูปแบบ และสามารถยืนยันประสิทธิภาพได้จริง เขากล่าวเพิ่มเติมว่า แพลตฟอร์มหลักทั้งสองของสถาบันฯ จะเปิดให้สถาบันการศึกษาและหน่วยวิจัยทั่วไต้หวันสามารถเข้าร่วมใช้งาน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมร่วมกัน และดึงดูดนักวิจัยรุ่นใหม่เข้าสู่ &ldquo;ภารกิจควอนตัมระดับชาติ&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">เฉินฉี่ตง (陳啟東) ผู้อำนวยการโครงการคอมพิวเตอร์ควอนตัมของศูนย์วิจัยระบุว่า เมื่อจำนวนบิตควอนตัมเพิ่มมากขึ้น ความแม่นยำในการควบคุมการผลิตและความสม่ำเสมอของชิปก็ยิ่งมีความสำคัญ แม้ไต้หวันจะมีความเชี่ยวชาญด้านเซมิคอนดักเตอร์ แต่การผลิตชิปควอนตัมมีความแตกต่างจากชิปทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยความท้าทายอยู่ที่ความเสถียรและความสม่ำเสมอของกระบวนการผลิต เขากล่าวว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยของสถาบันฯ ได้เป็นผู้นำในโครงการสำคัญ และประสบความสำเร็จในการผลิตควอนตัมบิตแบบตัวนำยิ่งยวดระดับแนวหน้าบนเครื่องจักรขนาด 4 นิ้ว พร้อมความร่วมมือกับสถาบันวิจัยอุตสาหกรรม (ITRI) และศูนย์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติในการพัฒนากระบวนการผลิตใหม่หลายรูปแบบ บนเครื่องขนาด 8 นิ้วแบบอัตโนมัติ ดังนั้น การตั้งศูนย์วิจัยกระบวนการผลิตและแพลตฟอร์มทดสอบควอนตัมที่สาขาภาคใต้ในครั้งนี้ เป็น &ldquo;หมุดหมายสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีชิปควอนตัมในไต้หวัน&rdquo;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=83088</guid>
      <pubDate>Tue, 12 Aug 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250812_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36024000" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 12 ส.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 12 ส.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;"><span style="color: #e67e23;"><b><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ไต้หวันผลักดันการพัฒนา "ชิปควอนตัม" เปิดตัวแพลตฟอร์มวิจัยด้านการผลิต</span></b></span><b><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/db2cdd24-65a7-4727-bec9-d20dfe7c2c02.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>126</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - MedBobi 2.0]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82996</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">&nbsp;สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (Industrial Technology Research Institute :ITRI) ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลชื่อดัง 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาล Far Eastern Memorial Hospital โรงพยาบาลจงซาน โรงพยาบาลฉีเหม่ย และโรงพยาบาลทหารผ่านศึก นครเกาสง เปิดตัว แพลตฟอร์มชุดข้อมูลคลินิก AI หรือที่เรียกว่า AI Clinical Dataset Platform เป็นระบบที่ใช้ข้อมูลสุขภาพของคนจริง ๆ มาเทรน AI ให้ฉลาดขึ้น เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค การวางแผนการรักษา และที่สำคัญคือช่วยลดงานเอกสารของแพทย์และพยาบาล</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: center;">หน้าตาแพลตฟอร์ม (Photo: ITRI)</p>
<p class="MsoNormal">AI&nbsp;เข้ามาช่วยยังไง?</p>
<p class="MsoNormal">แพลตฟอร์มนี้รวมข้อมูลจากหลายโรงพยาบาล ทั้งบันทึกการรักษา ผลตรวจเลือด ภาพเอ็กซเรย์ หรือแม้แต่การใช้ยา แล้วประมวลผลแบบอัตโนมัติ เช่น ระบบสามารถช่วยเตือนคุณหมอว่าคนไข้รายนี้อาจมีความเสี่ยงโรคอะไร หรือยาอะไรที่ไม่ควรจ่ายซ้ำ&nbsp;นอกจากนี้ MedBobi ยังสามารถ แปลงภาษาได้ถึง 95 ภาษา ไต้หวันมีชาวต่างชาติจำนวนมาก เช่น แรงงานต่างชาติจากไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมถึงนักเรียนต่างชาติและผู้พำนักจากประเทศอื่นๆ ความสามารถในการแปลงภาษาได้ถึง&nbsp;95 ภาษา จะช่วยให้การวินิจฉัยเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว เมื่อผู้ป่วยพูด AI ก็จะสามารถบันทึกข้อมูลในระบบเป็นภาษาจีนได้ในเวลาอันสั้น</p>
<p class="MsoNormal">นายจวงเหย้าอวี่ (莊曜宇) รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและผู้อำนวยการสถาบันวิจัยด้านชีวการแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์ชี้ว่า ในปี 2567 ITRI ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม &ldquo;MedBobi แบบพูดคุยตอบโต้&rdquo; และได้พัฒนาต่อยอดกลายเป็น &ldquo;MedBobi 2.0&rdquo; ในปีนี้ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมที่ผสานข้อมูลทางคลินิก เสียง คลังข้อมูล และแบบจำลองการฝึกฝน AI เข้าด้วยกัน โดยได้รวบรวมชุดข้อมูลเสียงจากสถาบันการแพทย์ทั้ง 4 แห่ง เพื่อสร้างระบบผู้ช่วยพยาบาลอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานจริงในสถานพยาบาล</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">แล้วมันจะเปลี่ยนแปลงอะไรในอนาคต?</p>
<p class="MsoNormal">ประโยชน์ที่เห็นชัดเจนในระยะสั้น คือ ลดเวลาการทำเอกสารของคุณหมอลงได้จริง สามารถลดเวลาการทำงานด้านเอกสาร&nbsp;(เช่น การจดบันทึก ข้อมูลคนไข้) จาก ประมาณ 30 นาที เหลือเพียง 3 นาทีต่อครั้ง ซึ่งช่วยให้บุคลากรมีเวลาโฟกัสกับการดูแลคนไข้จริงได้มากขึ้น และการใช้ระบบเสียง AI และการแปลงเสียงเป็นข้อความแบบเรียลไทม์ ทำให้การบันทึกประวัติคนไข้เร็วและแม่นยำขึ้น การใช้แพลตฟอร์ม MedBobi 2.0 ช่วยลดอัตราการลาออกของบุคลากรทางการแพทย์ได้ถึง 50&ndash;70% เนื่องจากลดความเหนื่อยล้าและภาระงานในส่วนที่ซ้ำซ้อน ซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะเข้ามีบทบาทในการช่วยลดภาระงานของพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: center;">คลังข้อมูลในระบบ (Photo: ITRI)</p>
<p class="MsoNormal">แล้วคนทั่วไปอย่างเราจะมีบทบาทยังไง?</p>
<p class="MsoNormal">แม้ว่าเราอาจไม่ได้มีสิทธิ์เข้าไปจัดการระบบโดยตรง แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือ</p>
<p class="MsoNormal">&ndash; ใส่ใจข้อมูลสุขภาพของตัวเอง</p>
<p class="MsoNormal">&ndash; ตอบคำถามหมอให้ละเอียด</p>
<p class="MsoNormal">&ndash; และหากมีการขอความยินยอมใช้ข้อมูลเพื่อวิจัยในอนาคต ก็ควรอ่านเงื่อนไขให้เข้าใจ ก่อนตัดสินใจว่าเรายินดีหรือไม่</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82996</guid>
      <pubDate>Mon, 11 Aug 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/thrti/files/202509/20250811_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24008640" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - MedBobi 2.0</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - MedBobi 2.0</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 150%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><span style="mso-spacerun: yes;">&nbsp;</span>สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม </span><span lang="EN" style="font-size: 16.0pt; line-height: 150%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">(Industrial Technology Research Institute :ITRI) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 150%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลชื่อดัง </span><span lang="EN" style="font-size: 16.0pt; line-height: 150%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">4 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 150%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาล </span><span lang="EN" style="font-size: 16.0pt; line-height: 150%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">Far Eastern Memorial Hospital </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 150%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">โรงพยาบาลจงซาน โรงพยาบาลฉีเหม่ย และโรงพยาบาลทหารผ่านศึก นครเกาสง เปิดตัว แพลตฟอร์มชุดข้อมูลคลินิก </span><span lang="EN" style="font-size: 16.0pt; line-height: 150%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">AI </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 150%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">หรือที่เรียกว่า </span><span lang="EN" style="font-size: 16.0pt; line-height: 150%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">AI Clinical Dataset Platform </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 150%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">เป็นระบบที่ใช้ข้อมูลสุขภาพของคนจริง ๆ มาเทรน </span><span lang="EN" style="font-size: 16.0pt; line-height: 150%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">AI </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 150%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">ให้ฉลาดขึ้น เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค การวางแผนการรักษา และที่สำคัญคือช่วยลดงานเอกสารของแพทย์และพยาบาล</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 150%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/694e31e2-6b35-4c4a-99ca-9527f2b4796e.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>125</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82954</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของอุปกรณ์เสริมอย่าง เคสโทรศัพท์มือถือ หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 手機殼 (โสว่จีเขอ) นั่นเอง ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนมีหลากหลายแบรนด์ หลายรุ่น หลายราคา ให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อหาตามกำลังทรัพย์และความต้องการใช้งาน แต่ไม่ว่าโทรศัพท์มือถือของคุณจะมีราคาเท่าไหร่ เมื่อซื้อมาแล้วเราก็คงคาดหวังให้มันคงสภาพดีและใช้งานไปได้นานๆ ซึ่งแน่นอนว่าต่อให้เราจะพยายามดูแลโทรศัพท์มือถืออย่างดีแค่ไหน อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดก็มีโอกาสเกิดขึ้นกับโทรศัพท์มือถือของเราได้เสมอ ดังนั้นการสวมใส่อุปกรณ์เสริมอย่าง &ldquo;เคสกันกระแทก&rdquo; ให้กับโทรศัพท์มือถือของเราจึงเป็นทางเลือกหลักเพียงอย่างเดียวที่จะช่วยปกป้องโทรศัพท์ราคาหลายหมื่นของเราได้&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยในท้องตลาดไต้หวันก็มีการจำหน่ายเคสกันกระแทกอยู่นับไม่ถ้วน แค่เดินดูในร้านหรือเลื่อนดูผ่านเว็บไซต์ก็ทำให้เราตาลายแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นบางแบรนด์ก็ชูจุดขายว่ามีมาตรฐานกันกระแทกระดับกองทัพ เน้นความพิเศษเฉพาะตัว หรือดีไซน์ที่เป็นลิมิเต็ด ที่จะช่วยให้โทรศัพท์มือถือของคุณดูดีและปลอดภัยไปพร้อมกัน แล้วเคสโทรศัพท์มือถือแบรนด์ไหนกันที่กำลังเป็นกระแสในกลุ่มผู้บริโภคชาวไต้หวัน วันนี้เรามีผลสำรวจความคิดเห็น 10 อันดับแบรนด์เคสมือถือกันกระแทกยอดฮิต (ตอนที่ 2) มาบอกเหล่าให้รับทราบกัน ซึ่งงานนี้บอกเลยว่าเกือบครึ่งเป็นแบรนด์ไต้หวัน Made in Taiwan ที่การันตีได้ว่าคุณภาพคุ้มค่ากับราคาแน่นนอน&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 1 DEVILCASE</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2&nbsp;RHINOSHIELD 犀牛盾</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3 CASETiFY</p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4 Element Case (เลิกผลิตแล้ว)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5 HODA</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6 UAG</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82954</guid>
      <pubDate>Sun, 10 Aug 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250810_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36015360" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของอุปกรณ์เสริมอย่าง เคสโทรศัพท์มือถือ หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 手機殼 (โสว่จีเขอ) นั่นเอง ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนมีหลากหลายแบรนด์ หลายรุ่น หลายราคา ให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อหาตามกำลังทรัพย์และความต้องการใช้งาน แต่ไม่ว่าโทรศัพท์มือถือของคุณจะมีราคาเท่าไหร่ เมื่อซื้อมาแล้วเราก็คงคาดหวังให้มันคงสภาพดีและใช้งานไปได้นานๆ ซึ่งแน่นอนว่าต่อให้เราจะพยายามดูแลโทรศัพท์มือถืออย่างดีแค่ไหน อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดก็มีโอกาสเกิดขึ้นกับโทรศัพท์มือถือของเราได้เสมอ ดังนั้นการสวมใส่อุปกรณ์เสริมอย่าง &ldquo;เคสกันกระแทก&rdquo; ให้กับโทรศัพท์มือถือของเราจึงเป็นทางเลือกหลักเพียงอย่างเดียวที่จะช่วยปกป้องโทรศัพท์ราคาหลายหมื่นของเราได้&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/62333998-e7ed-47e5-802f-1dc76a85959e.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>124</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ - 2025-08-05]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82489</link>
      <description><![CDATA[<p>แห่งแรก! กระทรวงเกษตรสร้างโรงงานแปรรูปส้มโอของสหกรณ์เกษตรในภาคตะวันออก</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรและโรงงานแปรรูปส้มโอของสหกรณ์เกษตรตำบลรุ่ยซุ่ย (瑞穗鄉) ในเมืองฮัวเหลียน ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 3 ปี และได้จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ก.ค. 2025 โดยพื้นที่เพาะปลูกส้มโอในภาคตะวันออกของไต้หวันคิดเป็น 17% ของทั้งประเทศ และมีผลผลิตรวมกว่า 13,000 ตัน ถือเป็นแหล่งผลิตส้มโอที่สำคัญของไต้หวัน</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;กระทรวงเกษตรได้ให้การสนับสนุนงบประมาณจำนวน 8 ล้านเหรียญไต้หวัน สำหรับจัดซื้อเครื่องจักรแปรรูปส้มโอทั้งหมด 24 เครื่อง ได้แก่ เครื่องคัดแยกตามน้ำหนัก เครื่องล้างผลไม้ เป็นต้น เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการคัดเกรดและแปรรูปผลไม้ โรงงานแห่งนี้นับเป็นโรงงานแปรรูปส้มโอแห่งแรกของสหกรณ์เกษตรในภาคตะวันออก</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โครงการก่อสร้างศูนย์ส่งเสริมและโรงงานแปรรูปใช้เงินลงทุนรวม 65 ล้านเหรียญไต้หวัน โดยงบประมาณก่อสร้างอาคารประมาณ 52 ล้านเหรียญไต้หวัน และได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรในการจัดซื้ออุปกรณ์แปรรูปส้มโออีก 8 ล้านเหรียญไต้หวัน</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในโรงงานมีเครื่องจักรแปรรูป 24 เครื่อง แบ่งเป็นระบบสกัดน้ำมันหอมระเหยจากเปลือก, ระบบหั่นแยกเนื้อผลไม้ และระบบคัดแยกผลขนาดต่าง ๆ รวม 3 ชุดกระบวนการหลัก โดยแต่ละวันสามารถผลิตน้ำมันหอมระเหยได้ 8 ลิตร เปลือกผลไม้ 800 กิโลกรัม และเนื้อส้มโอ 1.2&ndash;2.4 ตัน ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากผลผลิตส้มโอได้ครบทั้งผล นอกจากนี้ยังมีแผนยื่นของบสนับสนุนเพิ่มเติมในปีนี้ เพื่อจัดซื้อเครื่องแช่แข็งเร็วอีก 8 เครื่อง</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82489</guid>
      <pubDate>Tue, 05 Aug 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250805_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36012480" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ - 2025-08-05</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ - 2025-08-05</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><strong><span style="color: #ba372a;"><span lang="TH">แห่งแรก</span><span lang="EN-US">! </span><span lang="TH">กระทรวงเกษตรสร้างโรงงานแปรรูปส้มโอของสหกรณ์เกษตรในภาคตะวันออก</span></span></strong><span lang="EN-US"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/1da66aff-c9a8-4980-a321-81cad34f95db.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>123</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 5 ส.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82488</link>
      <description><![CDATA[<p>นำถุงเพาะเห็ดใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ เป็นวัสดุเพาะปลูก ส่วนผสมอาหารสัตว์</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ถุงเพาะเห็ด (ที่เรียกว่า &ldquo;ถุงเพาะเห็ดแบบปลอดเชื้อ&rdquo; หรือ &ldquo;ถุงเพาะเห็ดแบบสุญญากาศ&rdquo;) มักถูกทิ้งหลังเก็บเกี่ยวเห็ดแล้ว ในไต้หวันขยะถุงเห็ดมีมากราวปีละ 200 ล้านถุง คิดเป็นน้ำหนัก 140,000 ตันต่อปี สถานีวิจัยส่งเสริมการเกษตรเขตไทจง (Taichung District Agriculture Research and Extention Station) กระทรวงเกษตรของไต้หวัน ได้นำถุงเพาะเห็ดเหล่านี้มาแปรรูป เช่น แปรสภาพเป็นวัสดุสำหรับผลิตถุงเพาะเห็ดใหม่, วัสดุดับกลิ่นในคอกสัตว์, วัสดุเพาะปลูกชนิดใหม่, วัสดุปรับปรุงคุณภาพปุ๋ยหมัก และส่วนผสมในอาหารสัตว์ เป็นต้น</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;กระทรวงเกษตรชี้ว่า การนำถุงเพาะเห็ดที่ทิ้งแล้วกลับมาใช้ใหม่ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและการใช้ประโยชน์ทางเกษตรจากเศษเหลือของเห็ด แต่ยังช่วยส่งเสริมการทำเกษตรแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยคาร์บอน</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สถานีฯ ไทจงอธิบายว่า เศษเหลือจากถุงเพาะเห็ด เช่น ขี้เลื่อยและเศษเหลืออื่น ๆ มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อดินและการเจริญเติบโตของพืช เช่น คาร์บอนอินทรีย์ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม และแร่ธาตุต่าง ๆ หากนำมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มมูลค่าอย่างมากและลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82488</guid>
      <pubDate>Tue, 05 Aug 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250805_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36017280" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 5 ส.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 5 ส.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><strong><span lang="TH" style="color: #e03e2d;">นำถุงเพาะเห็ดใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ เป็นวัสดุเพาะปลูก ส่วนผสมอาหารสัตว์</span></strong><span lang="EN-US"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/5b632bba-70a4-4336-ad0c-ebc64f2cbfae.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>122</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - ภาวะเท้าแบน]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82393</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal">　　　　　ภาวะเท้าแบนคือเมื่ออุ้งเท้าด้านในยุบตัวลง ทำให้เวลาเรายืนและลงน้ำหนักตัวอุ้งเท้าจะหายไปหรือแบนสัมผัสกับพื้น สาเหตุเกิดจากกระดูกรูปเรือที่อยู่ในกระดูกข้อเท้ายุบตัวลงมา เมื่อมองจากด้านหลังจะเห็นส้นเท้าบิดออกด้านนอก เพราะว่าร่างกายต้องการจะปรับสมดุลเพื่อให้เรายืนได้ สัญญาณที่เราสามารถสังเกตได้จากภายนอกคือ ส้นเท้าหรือนิ้วหัวแม่เท้าบิดออกด้านนอก รองเท้าเสียทรงผิดรูป และนิ้วเท้าดูกว้างและแบนขึ้น</p>
<p class="MsoNormal">　　　　　นอกจากที่ได้กล่าวไปแล้ว ยังมีอีกวิธีง่ายๆ ที่เราสามารถใช้ตรวจสอบภาวะเท้าแบนเบื้องต้นได้ด้วยตัวเองคือ นำเท้าทั้งสองข้างไปจุ่มน้ำให้เปียกชุ่ม จากนั้นวางเท้าที่เปียกน้ำลงบนกระดาษ หรือบนพื้นผิวที่สามารถเห็นรอยเท้าได้ชัดเจน ถ้าส่วนโค้งด้านในของอุ้งเท้าเป็นช่องว่าง ไม่เปียกน้ำ แสดงว่าคุณมีอุ้งเท้าสูง ซึ่งถือว่าปกติ แต่ถ้าส่วนโค้งด้านในของอุ้งเท้าเปียกน้ำเต็มไปหมด แสดงว่าคุณมีภาวะเท้าแบน&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: center;">แผ่นเสริมรองเท้า (Photo: POBPAD)</p>
<p class="MsoNormal">　　　　　นายแพทย์เฉินเคอต๋า (陳科達) ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อ จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์ไทเป (Taipei Medical University Hospital) ได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการรักษาภาวะเท้าแบนในเด็ก โดยระบุว่า เด็กในช่วงอายุ 2-8 ปี ถือเป็น "ช่วงเวลาทอง" ในการแก้ไขภาวะเท้าแบน เนื่องจากอุ้งเท้าของเด็กยังอยู่ในช่วงของการพัฒนา การใช้แผ่นเสริมรองเท้าสามารถช่วย กระตุ้นให้อุ้งเท้าพัฒนาเป็นปกติได้ แต่หากเกิน 8 ปีไปแล้ว ข้อต่อกระดูกจะเริ่มแข็งแรงขึ้น ทำให้ไม่มีพื้นที่สำหรับการแก้ไขภาวะนี้จำกัด การใช้แผ่นเสริมรองเท้าในวัยนี้จะช่วยได้เพียงปรับปรุงรูปแบบการเดิน และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น โรครองช้ำ ส้นเท้าบิดออกด้านนอก หรือนิ้วเท้าผิดรูป</p>
<p class="MsoNormal">　　　　　นอกจากเรื่องการใช้อุปกรณ์เสริมรองเท้าแล้ว ยังมีอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภาวะเท้าแบนในเด็ก ซึ่งก็คือน้ำหนักตัว เนื่องจากเด็กสมัยนี้จำนวนมากมีภาวะน้ำหนักเกิน แม้จะใช้อุปกรณ์เสริมรองเท้าแล้ว เท้าก็ยังคงต้องรับภาระแรงกดดันที่มาก ดังนั้นการรักษาน้ำหนักตัวให้เป็นปกติจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">หลายคนคงสงสัยว่าถ้ามีภาวะเท้าแบนแล้วจำเป็นต้องผ่าตัดรักษาหรือไม่? </p>
<p class="MsoNormal">　　　　　นายแพทย์เฉินได้ให้ข้อมูลว่า อัตราการผ่าตัดรักษานั้นมีน้อยมาก คุณหมอจะพิจารณาการผ่าตัดก็ต่อเมื่อ มีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกที่ชัดเจน เช่น กระดูกรูปเรือนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด โดยหลักๆ แล้ว การผ่าตัดจะเน้นที่การตัดกระดูกรูปเรือส่วนที่นูนออกมา และเย็บกล้ามเนื้อให้กระชับขึ้น </p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">การดูแลสุขภาพเท้าของเราเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากการเลือกและใส่รองเท้าให้ถูกวิธีดังนี้</p>
<p class="MsoNormal">1.เลือกรองเท้าที่หน้าเท้ากว้างพอดี</p>
<p class="MsoNormal">2.หลีกเลี่ยงส้นสูง</p>
<p class="MsoNormal">3.ให้ความสำคัญกับวัสดุรองเท้า</p>
<p class="MsoNormal">4.ปรึกษาแพทย์เรื่องแผ่นรองรองเท้าเมื่อต้องยืนนานๆ</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">วิธีการผ่อนคลายฝ่าเท้าและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ</p>
<p class="MsoNormal">1.ลูกกอล์ฟนวดฝ่าเท้า </p>
<p class="MsoNormal">ใช้เท้าเหยียบลูกกอล์ฟแล้วกลิ้งไปมาบ่อยๆ จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อใต้ฝ่าเท้า&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">2.บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเท้าด้วยผ้าขนหนู </p>
<p class="MsoNormal">เตรียมผ้าขนหนูหนึ่งผืน ใช้ห้านิ้วเท้าออกแรงกำและยกผ้าขนหนูขึ้นมาค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง และทำ 3-5 รอบต่อวัน วิธีนี้จะช่วยฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเท้า เพื่อต้านทานแรงกดดัน</p>
<p class="MsoNormal">3.บริหารกล้ามเนื้อน่อง</p>
<p class="MsoNormal">การเขย่งปลายเท้าค้างไว้ 5-10 วินาที หรือเดินด้วยปลายเท้า บ่อยๆ จะช่วย ฝึกพังผืดใต้ฝ่าเท้าทางอ้อม และชดเชยการทำงานที่ไม่สมบูรณ์ของอุ้งเท้าด้านในได้&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal">　　※ ปัญหาภาวะเท้าแบนมักเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามหรือถูกละเลย ซึ่งการเพิกเฉยยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังได้ หากคุณมีข้อสงสัยหรือรู้สึกว่าเท้ามีปัญหา สิ่งสำคัญคือต้องไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาที่จำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคุณในอนาคต</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82393</guid>
      <pubDate>Mon, 04 Aug 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250804_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24017280" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - ภาวะเท้าแบน</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - ภาวะเท้าแบน</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"><span lang="TH" style="font-family: 'Arial Unicode MS','sans-serif';">　　　　　ภาวะเท้าแบนคือเมื่ออุ้งเท้าด้านในยุบตัวลง ทำให้เวลาเรายืนและลงน้ำหนักตัวอุ้งเท้าจะหายไปหรือแบนสัมผัสกับพื้น สาเหตุเกิดจากกระดูกรูปเรือที่อยู่ในกระดูกข้อเท้ายุบตัวลงมา เมื่อมองจากด้านหลังจะเห็นส้นเท้าบิดออกด้านนอก เพราะว่าร่างกายต้องการจะปรับสมดุลเพื่อให้เรายืนได้</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH" style="font-family: 'Arial Unicode MS','sans-serif';">สัญญาณที่เราสามารถสังเกตได้จากภายนอกคือ ส้นเท้าหรือนิ้วหัวแม่เท้าบิดออกด้านนอก รองเท้าเสียทรงผิดรูป และนิ้วเท้าดูกว้างและแบนขึ้น</span><span lang="EN-US"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/bf6022fb-1a31-48d4-ba00-836fbc89c285.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>121</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82340</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของอุปกรณ์เสริมอย่าง เคสโทรศัพท์มือถือ หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 手機殼 (โสว่จีเขอ) นั่นเอง ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนมีหลากหลายแบรนด์ หลายรุ่น หลายราคา ให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อหาตามกำลังทรัพย์และความต้องการใช้งาน แต่ไม่ว่าโทรศัพท์มือถือของคุณจะมีราคาเท่าไหร่ เมื่อซื้อมาแล้วเราก็คงคาดหวังให้มันคงสภาพดีและใช้งานไปได้นานๆ ซึ่งแน่นอนว่าต่อให้เราจะพยายามดูแลโทรศัพท์มือถืออย่างดีแค่ไหน อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดก็มีโอกาสเกิดขึ้นกับโทรศัพท์มือถือของเราได้เสมอ ดังนั้นการสวมใส่อุปกรณ์เสริมอย่าง &ldquo;เคสกันกระแทก&rdquo; ให้กับโทรศัพท์มือถือของเราจึงเป็นทางเลือกหลักเพียงอย่างเดียวที่จะช่วยปกป้องโทรศัพท์ราคาหลายหมื่นของเราได้&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยในท้องตลาดไต้หวันก็มีการจำหน่ายเคสกันกระแทกอยู่นับไม่ถ้วน แค่เดินดูในร้านหรือเลื่อนดูผ่านเว็บไซต์ก็ทำให้เราตาลายแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นบางแบรนด์ก็ชูจุดขายว่ามีมาตรฐานกันกระแทกระดับกองทัพ เน้นความพิเศษเฉพาะตัว หรือดีไซน์ที่เป็นลิมิเต็ด ที่จะช่วยให้โทรศัพท์มือถือของคุณดูดีและปลอดภัยไปพร้อมกัน แล้วเคสโทรศัพท์มือถือแบรนด์ไหนกันที่กำลังเป็นกระแสในกลุ่มผู้บริโภคชาวไต้หวัน วันนี้เรามีผลสำรวจความคิดเห็น&nbsp;10 อันดับแบรนด์เคสมือถือกันกระแทกยอดฮิต (ตอนที่ 1) มาบอกเหล่าให้รับทราบกัน ซึ่งงานนี้บอกเลยว่าเกือบครึ่งเป็นแบรนด์ไต้หวัน Made in Taiwan ที่การันตีได้ว่าคุณภาพคุ้มค่ากับราคาแน่นนอน&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 7 TOYSELECT 拓伊</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 8 imos</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 9 TORRAS 圖拉斯</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 10 MAGEASY</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=82340</guid>
      <pubDate>Sun, 03 Aug 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250803_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36034560" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของอุปกรณ์เสริมอย่าง เคสโทรศัพท์มือถือ หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 手機殼 (โสว่จีเขอ) นั่นเอง ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนมีหลากหลายแบรนด์ หลายรุ่น หลายราคา ให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อหาตามกำลังทรัพย์และความต้องการใช้งาน แต่ไม่ว่าโทรศัพท์มือถือของคุณจะมีราคาเท่าไหร่ เมื่อซื้อมาแล้วเราก็คงคาดหวังให้มันคงสภาพดีและใช้งานไปได้นานๆ ซึ่งแน่นอนว่าต่อให้เราจะพยายามดูแลโทรศัพท์มือถืออย่างดีแค่ไหน อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดก็มีโอกาสเกิดขึ้นกับโทรศัพท์มือถือของเราได้เสมอ ดังนั้นการสวมใส่อุปกรณ์เสริมอย่าง &ldquo;เคสกันกระแทก&rdquo; ให้กับโทรศัพท์มือถือของเราจึงเป็นทางเลือกหลักเพียงอย่างเดียวที่จะช่วยปกป้องโทรศัพท์ราคาหลายหมื่นของเราได้&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/8629fdf7-81e9-4f3f-9632-aa979fb9b34e.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>120</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ - 2025-07-29]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81943</link>
      <description><![CDATA[<p>เลี้ยงหอยกาบไม่ต้องพึ่งดวง! เกษตรกรรุ่นใหม่ ใช้จุลินทรีย์ 3 ชนิดดูแลคุณภาพน้ำ เลี้ยงหอยได้ตัวโต ผลผลิตสูง รายได้แตะหลักล้านต่อปี</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในขณะที่การผลิตหอยกาบในไต้วันลดลงต่อเนื่อง และเกษตรกรหลายรายเผชิญความยากลำบาก หลี่ซ่างหมิง(李尚銘) อดีตคนไอทีที่เพิ่งกลับบ้านเกิดเมืองลู่กังเพียง 5 ปี กลับสร้างผลงานสวนกระแส เลี้ยงหอยได้ตัวใหญ่ แข็งแรง ผลผลิตมากกว่าปกติถึง 2 เท่า ซึ่งเคล็ดลับอยู่ที่การจัดการน้ำอย่างเป็นระบบด้วย &ldquo;จุลินทรีย์วิเศษ 3 ชนิด&rdquo; ได้แก่ แบคทีเรียสังเคราะห์แสง: ช่วยกำจัดสารพิษ, แบซิลลัส ซับทิลิส: ย่อยเศษอาหารตกค้าง ส่วนแลคโตบาซิลลัส: เร่งการเจริญเติบโต ซึ่งกระบวนการเลี้ยงแบบวิทยาศาสตร์นี้ ได้กลายเป็นความหวังใหม่ของอุตสาหกรรมประมงดั้งเดิม</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;แม้จะเติบโตในครอบครัวชาวประมง แต่หลี่ซ่างหมิงไม่เคยสนใจงานเพาะเลี้ยงเลย จนกระทั่งพ่อบาดเจ็บจากการทำงาน เขาจึงตัดสินใจลาออกจากงานเทคโนโลยีที่มั่นคง หันมาสานต่อกิจการครอบครัว แม้พ่อแม่จะไม่เห็นด้วยในตอนแรก แต่เขาขอลองเริ่มจากบ่อเลี้ยงที่แย่ที่สุด และพิสูจน์ตัวเองทีละขั้น โดยจากปีแรกที่พอเลี้ยงตัวได้ ปีที่สองเริ่มมีกำไร ปีที่สามดูแลทั้งสี่บ่อเต็มตัว และในปีที่ห้า เขาก็สร้างผลผลิตระดับท็อป จนพ่อยอมเกษียณอย่างหมดห่วง</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;หลี่ซ่างหมิงกลายเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่รายได้หลักล้าน แต่เขากลับบอกว่า &ldquo;ความสำเร็จที่แท้จริง คือการให้พ่อแม่ใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างสบายใจ&rdquo;</p>
<p>หลังฝ่าฟันอุปสรรคหลายครั้ง หลี่ซั่งหมิงค่อย ๆ พัฒนาวิธีบริหารบ่อเลี้ยงหอยกาบในแบบของตัวเอง จนมั่นใจว่า &ldquo;แค่หอยโต เปลือกสวย คุณภาพดี ยังไงก็ขายได้&rdquo; เพราะเขาส่งขายให้ผู้รับซื้อประจำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องกังวลเรื่องตลาด โดยเน้นหลักคิดว่า &ldquo;ผู้ผลิตมีหน้าที่ดูแลคุณภาพ ส่วนการขายให้คนที่เชี่ยวชาญจัดการ จะทำให้ทั้งระบบมีประสิทธิภาพ&rdquo;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทุกปีช่วงเช็งเม้ง หลากฟาร์มมักเร่งขายหอยในราคาต่ำ เพราะสภาพน้ำแย่จากลมใต้พัดเข้า เกิดภาวะออกซิเจนต่ำในน้ำ กระตุ้นการเจริญของแบคทีเรียผลิตสารพิษ หลายรายจึงขายขาดทุนเพื่อลดความเสี่ยง แต่หลี่ซั่งหมิงไม่หวั่น เพราะเขาควบคุมคุณภาพน้ำได้ดี ไม่ต้องรีบขาย รอให้หอยโตถึงจุดที่ควร พร้อมขายในราคาดี สิ่งนี้พิสูจน์แล้วว่า ถ้ารักษาคุณภาพไว้ ตลาดจะตอบแทนคุณเอง นอกจากนี้ เขามองว่า ในยุคที่สังคมมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น อาชีพเลี้ยงสัตว์น้ำมีโอกาสสูงสำหรับคนรุ่นใหม่ ขอแค่ขยัน ก็ทำเงินหลักล้านได้ พร้อมแนะว่า การเริ่มธุรกิจตัวเอง ดีกว่าทำงานเป็นลูกจ้าง หากทำดี รายได้แตะหลักแสนถึงล้านต่อปีแน่นอน แม้จะมีความเสี่ยงบ้างจากภัยธรรมชาติหรือราคาตลาด แต่ก็มีมาตรการช่วยเหลือจากรัฐรองรับ</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ปัจจุบัน เขาดูแลบ่อเลี้ยงกว่า 5 เฮกตาร์ (มากกว่า 30 ไร่) ใช้เวลาเข้าไซต์แค่สัปดาห์ละ 3 วัน ทำงานเวลา 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ซึ่งเขามองว่า ชีวิตแบบนี้สบายกว่ามนุษย์เงินเดือนอีก หลี่ซั่งหมิงเชื่อมั่นในเส้นทางที่เลือก พร้อมฝากถึงคนรุ่นใหม่ว่า &ldquo;นี่ไม่ใช่การเสี่ยงโชค แต่งานที่ควรทำอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่างหาก&rdquo;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81943</guid>
      <pubDate>Tue, 29 Jul 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250729_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ - 2025-07-29</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ - 2025-07-29</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><strong><span style="color: #ba372a;"><span lang="TH">เลี้ยงหอยกาบไม่ต้องพึ่งดวง! เกษตรกรรุ่นใหม่ ใช้จุลินทรีย์ </span><span lang="EN-US">3 </span><span lang="TH">ชนิดดูแลคุณภาพน้ำ เลี้ยงหอยได้ตัวโต ผลผลิตสูง รายได้แตะหลักล้านต่อปี</span></span></strong><span lang="EN-US"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/20250717000253.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>119</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 29 ก.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81942</link>
      <description><![CDATA[<p>ไต้หวัน พัฒนาโดรน MIT บุกตลาดโลกด้วยเทคโนโลยีใหม่ ไม่มี GPS ก็บินได้ เจาะตลาด Non-red</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; บริษัท&nbsp; AVILON INTELLIGENCE (奧榮科技)จากไถหนานของไต้หวัน นำโดยทีมวิศวกรรุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง พัฒนาโดรนที่ผสาน AI และเทคโนโลยีการบินแบบไม่ต้องพึ่ง GPS เพื่อการใช้งานในพื้นที่อับสัญญาณ เช่น คลังสินค้า โรงงาน และพื้นที่ภัยพิบัติ โดยสามารถสร้างแผนที่ 3 มิติ วิเคราะห์ข้อมูล และเชื่อมต่อระบบจัดการแบบเรียลไทม์</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;AVILON INTELLIGENCE เริ่มจากรูปแบบธุรกิจจากการขายซอฟต์แวร์ ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจร ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการหลังการขาย โดยเน้นตลาด B2B และไม่แข่งตรงกับแบรนด์จีนรายใหญ่ เช่น DJI แต่เจาะช่องว่างใน "ห่วงโซ่อุปทานนอกจีน (non-red supply chain)" ที่กำลังเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในต่างประเทศ AVILON INTELLIGENCE ประสบความสำเร็จในการใช้งานจริง เช่น คลังเก็บเหล็กของโรงงานญี่ปุ่นในไทย และการขนส่งยาแบบไร้สัมผัสช่วงโควิด-19</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ปัจจุบัน AVILON INTELLIGENCE ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐของไต้หวัน เป็นหนึ่งในผู้ร่วมซ้อมแผนป้องกันภัยพิบัติระดับชาติของไต้หวัน ตั้งเป้าสร้างระบบนิเวศโดรนท้องถิ่นให้แข็งแรง แข่งขันได้บนเวทีโลก</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81942</guid>
      <pubDate>Tue, 29 Jul 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250729_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36015360" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 29 ก.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 29 ก.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><strong><span style="color: #ba372a;"><span lang="TH">ไต้หวัน พัฒนาโดรน </span><span lang="EN-US">MIT </span><span lang="TH">บุกตลาดโลกด้วยเทคโนโลยีใหม่ ไม่มี </span><span lang="EN-US">GPS</span><span lang="TH"> ก็บินได้ เจาะตลาด </span></span></strong><span lang="EN-US"><strong><span style="color: #ba372a;">Non-red</span></strong><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/20250718000010.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>118</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - นายแพทย์โจวแพทย์มือทองถูกรถเมล์ชนเสียชีวิต]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81811</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุสลดในพื้นที่ใกล้กับถนนจงซานหนานลู่และถนนอ้ายกั๋วตงลู่ ใจกลางเมืองไทเป นายแพทย์โจวเจียเจิ้ง (周佳正) ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมเต้านม โรงพยาบาลเถาหยวน(Taoyuan Hospital) สังกัดกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ถูกรถเมล์ที่กำลังเลี้ยวซ้ายพุ่งชนขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลาย&nbsp; นายแพทย์โจวถูกรถชนและติดอยู่ใต้ล้อหน้า แม้จะมีการนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที แต่อาการสาหัสจนไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ จากการสอบสวนของตำรวจ คนขับรถเมล์เป็นพนักงานของบริษัทซินซินเค่อยวิ่น มีชื่อว่านายหลี่ ถูกตั้งข้อหา &ldquo;ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย&rdquo;&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานขนส่งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที โดยเฉพาะจุดเสี่ยงใกล้เคียง เช่น บริเวณถนนหลัวซือฝูและถนนอ้ายกั๋วซีลู่ เพื่อประเมินสภาพทางม้าลาย และเตรียมดำเนินการปรับปรุงให้มีความปลอดภัยมากขึ้น&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">ทางด้านผู้ว่าการกรุงไทเป เจี่ยงว่านอัน ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และสั่งการให้สำนักงานขนส่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ผู้ว่าฯ ยังได้ขอให้ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางทั่วกรุงไทเป เสนอแนวทางและมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">ขณะที่บริษัทซินซินเค่อยวิ่น ได้ออกแถลงข่าวต่อสาธารณชนในวันที่ 20 กรกฎาคม โดยนายฟ่านต้าเหวย ประธานบริษัท ได้ประกาศรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ พร้อมทั้งประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารสูงสุด&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจในสังคมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในวงการแพทย์ ซึ่งสูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถอย่างยิ่งไปอีกหนึ่งคน โรงพยาบาลเถาหยวนได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของนายแพทย์โจว พร้อมระบุว่า ได้ส่งรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลไปปลอบขวัญและให้ความช่วยเหลือครอบครัวแล้ว ทางโรงพยาบาลระบุว่า นายแพทย์โจวทุ่มเทด้านสาขาศัลยกรรมมะเร็งเต้านมมาอย่างยาวนาน และได้รับความไว้วางใจและเป็นที่รักอย่างสูงจากผู้ป่วย เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและเศร้าโศกเสียใจให้แก่เจ้าหน้าที่ทั้งโรงพยาบาล&nbsp;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">โรงพยาบาลเถาหยวนยังอีกระบุว่า การจากไปของนายแพทย์โจวเป็นการสูญเสียที่มิอาจหาใครมาแทนได้ "ไม่เพียงสูญเสียแพทย์ที่ยอดเยี่ยมไป แต่ยังสูญเสียเพื่อนร่วมงานและผู้นำที่อบอุ่นและมุ่งมั่น" จิตวิญญาณและภาพลักษณ์ของเขาจะคงอยู่ในใจของทุกคนตลอดไป ส่วนสำหรับผู้ป่วยในของนายแพทย์โจว ทางโรงพยาบาลจะจัดหาแพทย์ประจำคนอื่นมารับช่วงดูแลต่อ ส่วนการผ่าตัดที่มีกำหนดไว้ก่อนหน้าจะถูกยกเลิกชั่วคราว และจะประสานให้แพทย์ท่านอื่นเข้าตรวจแทนในคลินิกผู้ป่วยนอก พร้อมยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวอย่างเต็มที่ในเรื่องต่าง ๆ ที่ตามมา และจะจัดพิธีไว้อาลัยในโอกาสที่เหมาะสมต่อไป</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;"></p>
<p class="MsoNormal">หลังจากกองคมนาคม กรุงไทเปได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ มีมติเห็นชอบ 5 มาตรการเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับคนเดินเท้า ดังนี้:</p>
<p class="MsoNormal">1. เพิ่มช่วงสัญญาณไฟเขียวสำหรับรถเมล์เลี้ยวซ้าย</p>
<p class="MsoNormal">จะปรับเปลี่ยนปกติรถเมล์จะเลี้ยวซ้ายต้องตัดผ่านกับรถและคนที่ผ่านไปมา เป็นมีเวลาให้รถเมล์เลี้ยวซ้ายแยกกันกับคนเดินและรถปกติ</p>
<p class="MsoNormal">2. เพิ่มเกาะกลางถนน ลดระยะการข้ามถนน</p>
<p class="MsoNormal">จะเพิ่มเกาะกลางเอาไว้พัก และแบ่งทางม้าลายออกเป็นส่วนๆ ให้คนเดินเท้าสามารถข้ามถนนในระยะที่สั้นลง และจะติดตั้งสัญญาณไฟคนเดินเท้าบริเวณเกาะกลางเพิ่ม </p>
<p class="MsoNormal">3. ปรับตำแหน่งทางม้าลาย เพิ่มทัศนวิสัยของผู้ขับขี่</p>
<p class="MsoNormal">จะมีการปรับตำแหน่งทางม้าลายบริเวณมุมตะวันตกเฉียงเหนือให้ร่นระยะลงหรือถอยห่างจากมุมถนน และประเมินการปรับตำแหน่งทางลาด </p>
<p class="MsoNormal">4. เพิ่มความเข้มงวดในการฝึกอบรมและบริหารจัดการคนขับรถเมล์</p>
<p class="MsoNormal">สำนักงานขนส่งฯ ได้กำชับให้สำนักงานขนส่งกรุงไทเป เพิ่มการอบรมผู้ประกอบการรถเมล์อย่างเข้มงวด โดยให้ปฏิบัติตามแนวคิด การหยุดให้ทางที่ทางแยก การใช้นิ้วตรวจสอบวัดระยะก่อนเลี้ยวขวา การตรวจสอบซ้ำหลายครั้งก่อนเลี้ยวซ้าย และการให้คนเดินเท้าข้ามถนนก่อน</p>
<p class="MsoNormal">5. ปรับปรุงไฟส่องสว่างบริเวณทางแยก เพื่อเพิ่มการมองเห็น</p>
<p class="MsoNormal">โดยจะตรวจสอบและเสริมไฟส่องสว่างบริเวณสี่แยกที่เกิดเหตุ เพื่อเพิ่มการมองเห็นระหว่างคนและรถในช่วงเวลากลางคืน ลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81811</guid>
      <pubDate>Mon, 28 Jul 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250728_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24006720" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - นายแพทย์โจวแพทย์มือทองถูกรถเมล์ชนเสียชีวิต</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - นายแพทย์โจวแพทย์มือทองถูกรถเมล์ชนเสียชีวิต</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">เมื่อวันที่ </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">19 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุสลดในพื้นที่ใกล้กับถนนจงซานหนานลู่และถนนอ้ายกั๋วตงลู่ ใจกลางเมืองไทเป นายแพทย์โจวเจียเจิ้ง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">(</span><span style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'Arial Unicode MS','sans-serif'; mso-ascii-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-hansi-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-bidi-font-family: 'TH Sarabun New';">周佳正</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมเต้านม โรงพยาบาลเถาหยวน</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">(Taoyuan Hospital) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">สังกัดกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ถูกรถเมล์ที่กำลังเลี้ยวซ้ายพุ่งชนขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลาย</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><span style="mso-spacerun: yes;">&nbsp; </span></span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">นายแพทย์โจวถูกรถชนและติดอยู่ใต้ล้อหน้า แม้จะมีการนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที แต่อาการสาหัสจนไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ จากการสอบสวนของตำรวจ คนขับรถเมล์เป็นพนักงานของบริษัทซินซินเค่อยวิ่น มีชื่อว่านายหลี่ ถูกตั้งข้อหา </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">&ldquo;</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">&rdquo;&nbsp;</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/739b3807-9219-4794-a840-d5d25b90dbd2.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>117</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81762</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านไปเดินงานมหกรรมการแสดงสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงสุดยิ่งใหญ่แห่งปีของไต้หวัน (ตอนที่ 2) กับงานที่มีชื่อว่า Taipei Pets Show 2025 ซึ่งจัดเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;4-7&nbsp;กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์แสดงสินค้าหนานกั่ง&nbsp;กรุงไทเป โดยปีนี้มีการรวบรวมผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงชั้นนำจากผู้ประกอบการ&nbsp;300&nbsp;ราย มากกว่า 750 แบรนด์ มาเข้าร่วมจัดแสดง และที่พิเศษไปกว่านั้นครั้งนี้บูธ&nbsp;Thai Pavilion&nbsp;มาในธีม "Thai Cute" ดินแดนแห่งความสุขของสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก ที่มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพระดับสากลในด้านอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของประเทศไทย&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: left;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับครั้งนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)&nbsp;ได้นำ&nbsp;20&nbsp;แบรนด์ชั้นนำจากอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงไทยมาร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ และขยายตลาดการแข่งขันเข้าสู่ไต้หวัน โดยบางแบรนด์ก็ได้มีโอกาสมาร่วมงานนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว จึงถือเป็นการต่อยอดจากการครั้งแรกในการร่วมมือกับผู้ประกอบไต้หวัน รวมถึงเป็นการพบปะกับลูกค้าเดิมที่เคยได้อุดหนุนสินค้าไปเมื่อครั้งที่แล้วด้วย โดยแบรนด์เหล่านี้มีความรู้สึกอย่างไรกับการได้กลับมาเยือนตลาดอีกครั้ง และตัวแบรนด์เองมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้าง วันนี้เรามีเสียงสัมภาษณ์ของผู้ประกอบการไทยเจ้าของบริษัท Dr.zkin มาบอกเล่าให้ฟังกัน&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81762</guid>
      <pubDate>Sun, 27 Jul 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250727_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36017280" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านไปเดินงานมหกรรมการแสดงสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงสุดยิ่งใหญ่แห่งปีของไต้หวัน (ตอนที่ 2) กับงานที่มีชื่อว่า Taipei Pets Show 2025<span lang="TH"> </span><span lang="TH">ซึ่งจัดเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;</span><span lang="EN-US">4-7</span>&nbsp;<span lang="TH">กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์แสดงสินค้าหนานกั่ง&nbsp;</span><span lang="TH">กรุงไทเป โดยปีนี้มีการรวบรวมผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงชั้นนำจากผู้ประกอบการ&nbsp;</span><span lang="EN-US">300&nbsp;</span><span lang="TH">ราย มากกว่า 750 แบรนด์ มาเข้าร่วมจัดแสดง และที่พิเศษไปกว่านั้น<span lang="TH">ครั้งนี้บูธ&nbsp;</span><span lang="EN-US">Thai Pavilion</span><span lang="TH">&nbsp;มาในธีม "</span><span lang="EN-US">Thai Cute" </span>ดินแดนแห่งความสุขของสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก ที่มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพระดับสากลในด้านอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของประเทศไทย&nbsp;</span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/8/original/f69a6842-a456-4a94-8a74-8201694df937.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>116</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่- 2025-07-22]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81306</link>
      <description><![CDATA[<p>ทำลายสถิติโลก! สถาบันวิจัยประมงพัฒนาการเพาะพันธุ์ปลาทะเลน้ำลึก &ldquo;ปลากะพงแดง&rdquo; ได้สำเร็จ ลูกปลาฟักออกมาเติบโตเกือบ 100 วันแล้ว</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สถาบันวิจัยการประมง (Fisheries Research Institute) ภายใต้กระทรวงเกษตรของไต้หวัน แถลงในวันที่ 19 มิถุนายน 2025 ว่า ได้ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลากะพงแดง ด้วยเทคโนโลยีเพาะพันธุ์ผสมเทียม โดยสามารถเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ที่รวบรวมจากทะเลลึกได้อย่างเสถียรมานานกว่า 1 ปี และได้ทำการเพาะฟักลูกปลาในเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ลูกปลาเติบโตมาเกือบ 100 วันแล้ว ทำลายสถิติเวลาในการเพาะเลี้ยงของจีนและญี่ปุ่นในสายพันธุ์เดียวกัน</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;จางจิ่นอี๋ (張錦宜) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการประมง ชี้ว่า ขณะนี้สามารถเลี้ยงปลาชนิดนี้ได้อย่างเสถียรในบ่อเลี้ยงกลางแจ้งที่ศูนย์วิจัยเพาะเลี้ยงประมงตงกั่ง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่า ปลากะพงแดงจะกลายเป็นปลามูลค่าสูงที่สามารถเลี้ยงในระบบฟาร์มได้ในอนาคต</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ การประมงในน่านน้ำชายฝั่งของไต้หวันกำลังเผชิญกับปัญหาการจับปลาเกินขนาดและทรัพยากรทางทะเลที่ลดลง สถาบันวิจัยประมงจึงได้ริเริ่ม &ldquo;โครงการเพาะพันธุ์เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรประมง&rdquo; ตั้งแต่ปี 2020 มุ่งหวังจะพัฒนาสายพันธุ์ใหม่เพื่อใช้ในการเพาะเลี้ยง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมประมง และฟื้นฟูทรัพยากรในท้องทะเล โดยที่ผ่านมาได้ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาทะเลหลายชนิด เช่น ปลาจวด (黑䱛), ปลาโนโดกุโระ หรือ&nbsp;ปลากะพงสีชมพูจากญี่ปุ่น&nbsp;(Rosy Seabass-赤鯥), ปลาอินทรีบั้ง (康氏馬加鰆) และปลาอีโต้มอญ (鬼頭刀) โดยเฉพาะปลาอีโต้มอญได้บรรลุเป้าหมายการเพาะเลี้ยงแบบ &ldquo;ครบวงจร&rdquo; แล้วในปัจจุบัน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81306</guid>
      <pubDate>Tue, 22 Jul 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250722_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36000960" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่- 2025-07-22</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่- 2025-07-22</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><strong><span style="color: #e03e2d;"><span lang="TH">ทำลายสถิติโลก! สถาบันวิจัยประมงพัฒนาการเพาะพันธุ์ปลาทะเลน้ำลึก &ldquo;ปลากะพงแดง&rdquo; ได้สำเร็จ ลูกปลาฟักออกมาเติบโตเกือบ </span>100 <span lang="TH">วันแล้ว</span></span></strong><o:p></o:p></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/b097f220-22e0-4154-9703-ceaaa2896aa7.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>115</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 22 ก.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81305</link>
      <description><![CDATA[<p>บริษัทไต้หวันพลิกเกมแผ่นซีดีเก่า รีไซเคิลสู่พลาสติกคุณภาพ ส่งออกป้อนสินค้าให้แบรนด์ระดับโลก</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เทคโนโลยีการผลิตพลาสติกในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาวัสดุพลาสติกที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมีการพัฒนา พลาสติกชีวภาพ (bioplastics) ที่ผลิตจากแหล่งทรัพยากรหมุนเวียน และสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนา เทคโนโลยีการรีไซเคิลพลาสติก ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการออกแบบบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ยั่งยืนมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม </p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ผู้ประกอบการรายหนึ่งในไต้หวันปรับตัวเข้ากับกระแสโลก เมื่อแผ่นซีดีหมดความนิยม บริษัท เย่เต๋อ(YES-TEK CO., LTD.鍱德公司)ในไต้หวันปรับทิศทางธุรกิจ นำแผ่นซีดีเก่ามารีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง ปรับคุณสมบัติเพื่อใช้งานได้หลากหลาย ทั้งทนความร้อน แรงกระแทก หรือแม้แต่ใสระดับออปติคอล ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ และสอดรับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เย่เต๋อเป็นบริษัทเดียวในไต้หวันที่มีครบทั้งโรงงานรีไซเคิลที่ได้รับอนุญาต เทคโนโลยีย้อมสีเกรดออปติคอล และความสามารถปรับสูตรเม็ดพลาสติกให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า พลาสติกรีไซเคิลของเย่เต๋ออยู่รอบตัวเรา ได้แก่ HP, Tesla, Rakuten eBook คือลูกค้าสำคัญ เย่เต๋อมีความเชี่ยวชาญด้านวัสดุ และรู้จักคุณสมบัติของพลาสติกเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นวัสดุสำหรับทำกระเป๋าเดินทางที่ต้องทนแรงกระแทกและอุณหภูมิต่ำ หรือพลาสติกโปร่งแสง ทนความร้อนสูงสำหรับงานอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น ผลิตเม็ดพลาสติกโปร่งแสงชนิดพิเศษพร้อมสีและคุณสมบัติป้องกันไฟฟ้าสถิต สำหรับใช้ทำกล่องเวเฟอร์ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งต้องผ่านแสงบางสีและกันบางสีได้ตามกระบวนการผลิต ส่วนชิ้นส่วนรถยนต์ของ Tesla เม็ดพลาสติกที่ใช้ต้องมีความทนทานต่อแรงกระแทกในระดับสูง จึงนำขยะซีดีมาปรับแต่งคุณสมบัติ แล้วส่งต่อให้โรงงานปลายน้ำขึ้นรูปเป็นสินค้าใช้งานจริงที่ตอบโจทย์ทั้ง คุณภาพ และ ความยั่งยืน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81305</guid>
      <pubDate>Tue, 22 Jul 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250722_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36029760" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 22 ก.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 22 ก.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><strong><span lang="TH" style="color: #ba372a;">บริษัทไต้หวันพลิกเกมแผ่นซีดีเก่า รีไซเคิลสู่พลาสติกคุณภาพ ส่งออกป้อนสินค้าให้แบรนด์ระดับโลก</span></strong><o:p></o:p></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/20250707000035.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>114</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - ระบบเผาผลาญเสื่อมถอย]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81209</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;หลินซื่อหาง (林世航) นักโภชนาการชาวไต้หวันได้อธิบายไว้ว่า ระบบเผาผลาญเป็นกระบวนการที่ร่างกายเปลี่ยนอาหารให้กลายเป็นพลังงาน ซึ่งพลังงานนี้ใช้ในการหายใจ เดิน คิด และแม้แต่ตอนนอน</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยปกติแล้ว ระบบเผาผลาญจะทำงานดีที่สุดในช่วงวัยรุ่น ซึ่งก็คือช่วงอายุประมาณ 18-25 ปี&nbsp; หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ ลดลงประมาณ 5-10% ทุกๆ 10 ปี ฟังดูไม่มากใช่ไหมคะ? แต่ถ้ายังใช้ชีวิตแบบเดิม กินเท่าเดิม ขยับตัวเท่าเดิม และขาดการออกกำลังกาย ก็จะทำให้พลังงานส่วนเกินสะสมเป็นไขมันได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;การสะสมไขมันในอวัยวะภายในจะสามารถพัฒนากลายเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวาน หลินซื่อหางระบุว่า&nbsp; ระบบการเผาผลาญที่แย่ไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นเฉพาะกับวัยกลางคนเท่านั้น งานวิจัยชี้ว่า ฮอร์โมนความเครียดสามารถลดการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกายได้ อาจส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยล้าหรือนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าและนอนไม่หลับได้</p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ปัจจุบัน เนื่องจากพนักงานออฟฟิศต้องการความสะดวกสบายและรวดเร็ว จึงเลือกสั่งอาหารกลางวันแบบกลุ่มจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ ซึ่งมักเป็นอาหารที่มีไขมันและเกลือสูง นอกจากนี้ ร้านเครื่องดื่มมือเขย่าก็มีให้เลือกมากมาย โดยเครื่องดื่มชามักจะเพิ่มท็อปปิ้งหวานๆ เคี้ยวหนุบหนับ หลินซื่อหางกล่าวว่าการทานอาหารที่มี ไขมันสูง เกลือสูง และน้ำตาลสูง อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผันผวนได้ง่าย ซึ่งจะก่อให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน (insulin resistance) และนำไปสูงการสะสมของไขมันในร่างกาย</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกเหนือจากต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ทุกวันแล้ว ยังอาจต้องเข้าร่วมการประชุมที่นาน ซึ่งไม่มีโอกาสในการขยับเคลื่อนไหวร่างกาย รวมถึงการนั่งรถยนต์หรือระบบขนส่งสาธารณะไปกลับเป็นเวลานาน หลินซื่อหางชี้ว่า การนั่งเป็นเวลานานและมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานช้าลง ไม่เพียงแต่จะทำให้มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น แต่ยังส่งผลต่อระบบเผาผลาญน้ำตาลในเลือดและไขมันอีกด้วย</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;หลินซื่อหางยังระบุอีกว่า การเผาผลาญที่ไม่ดีแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่หนึ่ง ร่างกายสะสมพลังงานส่วนเกินจนเกิดเป็นโรคอ้วน ประเภทที่สองคือร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารที่ไม่เพียงพอ ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและเสื้อผ้าคับขึ้นแล้ว อาการเหนื่อยล้า ง่วงซึม ผิวแห้ง มือเท้าเย็น และท้องผูก ฯลฯ ล้วนเป็นสัญญาณเตือนของระบบเผาผลาญที่แย่ลง และหากละเลยอาจทำให้มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในอนาคต</p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr">แล้วเราจะดูแลระบบเผาผลาญอย่างไร?</p>


<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับการรับมือกับการเผาผลาญที่เสื่อมถอย หลินซื่อหางแนะนำว่าให้ลดการบริโภคอาหารที่มีไขมัน เกลือ และน้ำตาลสูง พร้อมทั้งเสริมโปรไบโอติกและแร่ธาตุในปริมาณเล็กน้อยเพื่อช่วยการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกาย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและน้ำหนักตัว และที่สำคัญไม่ควรหวังพึ่งเพียงการกินอาหารที่เหมาะสมและถูกต้องเท่านั้น แต่ควรออกกำลังกายเป็นประจำ หากไม่มีเวลาไปฟิตเนส อาจใช้วิธีขึ้นบันไดแทนลิฟต์ หรือลงจากรถโดยสารก่อนถึงจุดหมายหนึ่งป้ายเพื่อเพิ่มการเดินในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น</p>
<p dir="ltr"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81209</guid>
      <pubDate>Mon, 21 Jul 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250721_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24006720" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - ระบบเผาผลาญเสื่อมถอย</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - ระบบเผาผลาญเสื่อมถอย</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr"><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp;หลินซื่อหาง (林世航) นักโภชนาการชาวไต้หวันได้อธิบายไว้ว่า ระบบเผาผลาญเป็นกระบวนการที่ร่างกายเปลี่ยนอาหารให้กลายเป็นพลังงาน ซึ่งพลังงานนี้ใช้ในการหายใจ เดิน คิด และแม้แต่ตอนนอน</span><b></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/d36fa79e-4261-4e7d-b959-796627db856e.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>113</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81173</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านไปเดินงานมหกรรมการแสดงสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงสุดยิ่งใหญ่แห่งปีของไต้หวัน (ตอนที่ 1) กับงานที่มีชื่อว่า Taipei Pets Show 2025 ซึ่งจัดเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;4-7&nbsp;กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์แสดงสินค้าหนานกั่ง&nbsp;กรุงไทเป โดยปีนี้มีการรวบรวมผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงชั้นนำจากผู้ประกอบการ&nbsp;300&nbsp;ราย มากกว่า 750 แบรนด์ มาเข้าร่วมจัดแสดง และที่พิเศษไปกว่านั้นครั้งนี้บูธ&nbsp;Thai Pavilion&nbsp;มาในธีม "Thai Cute" ดินแดนแห่งความสุขของสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก ที่มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพระดับสากลในด้านอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของประเทศไทย&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: left;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับครั้งนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)&nbsp;ได้นำ&nbsp;20&nbsp;แบรนด์ชั้นนำจากอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงไทยมาร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ และขยายตลาดการแข่งขันเข้าสู่ไต้หวัน โดยบางแบรนด์ก็ได้มีโอกาสมาร่วมงานนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว จึงถือเป็นการต่อยอดจากการครั้งแรกในการร่วมมือกับผู้ประกอบไต้หวัน รวมถึงเป็นการพบปะกับลูกค้าเดิมที่เคยได้อุดหนุนสินค้าไปเมื่อครั้งที่แล้วด้วย โดยแบรนด์เหล่านี้มีความรู้สึกอย่างไรกับการได้กลับมาเยือนตลาดอีกครั้ง และตัวแบรนด์เองมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้าง วันนี้เรามีเสียงสัมภาษณ์ของผู้ประกอบการไทยเจ้าของบริษัท O2 NATURE มาบอกเล่าให้ฟังกัน&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=81173</guid>
      <pubDate>Sun, 20 Jul 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250720_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36015360" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านไปเดินงานมหกรรมการแสดงสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงสุดยิ่งใหญ่แห่งปีของไต้หวัน (ตอนที่ 1) กับงานที่มีชื่อว่า Taipei Pets Show 2025<span lang="TH"> </span><span lang="TH">ซึ่งจัดเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;</span><span lang="EN-US">4-7</span>&nbsp;<span lang="TH">กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์แสดงสินค้าหนานกั่ง&nbsp;</span><span lang="TH">กรุงไทเป โดยปีนี้มีการรวบรวมผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงชั้นนำจากผู้ประกอบการ&nbsp;</span><span lang="EN-US">300&nbsp;</span><span lang="TH">ราย มากกว่า 750 แบรนด์ มาเข้าร่วมจัดแสดง และที่พิเศษไปกว่านั้น<span lang="TH">ครั้งนี้บูธ&nbsp;</span><span lang="EN-US">Thai Pavilion</span><span lang="TH">&nbsp;มาในธีม "</span><span lang="EN-US">Thai Cute" </span>ดินแดนแห่งความสุขของสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก ที่มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพระดับสากลในด้านอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของประเทศไทย&nbsp;</span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/8796511d-15ac-4e4d-934a-7f73ade447c6.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>112</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 15 ก.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80756</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้การปลูกข้าวมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากโรคพืชและแมลง รวมถึงการล้มของต้นข้าว สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตไถตงภายใต้กระทรวงเกษตรจึงใช้เวลากว่า 7 ปี พัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ &ldquo;ไถตง 36&rdquo; ซึ่งมีคุณสมบัติต้านทานโรคไหม้ข้าว ต้านเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ลำต้นเตี้ย แข็งแรง ไม่ล้มง่าย และต้นกล้ายังทนความหนาวเย็นได้ดี จึงถือเป็นพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน นอกจากนี้ ข้าวไถตงเบอร์ 36 ยังให้ผลผลิตสม่ำเสมอ รสชาติดี และมีกลิ่นหอมแบบ &ldquo;ป๊อปคอร์น&rdquo; ซึ่งเป็นกลิ่นหอมที่หายาก ต่างจากพันธุ์กลิ่นเผือกที่เป็นกลิ่นหอมกระแสหลักในปัจจุบัน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การบริโภคข้าวของชาวไต้หวันเน้นคุณภาพของเมล็ดข้าว ข้อมูลจากกรมการเกษตรและอาหาร ระบุว่า ในปี 2023 มีการปลูกข้าวหอมทั่วประเทศประมาณ 11,000 เฮกตาร์ คิดเป็น 5.5% ของพื้นที่เพาะปลูกสองรอบต่อปี โดยพันธุ์ข้าวหอมที่นิยมคือ &ldquo;ไถหนงเบอร์ 71 ที่เรียกว่า อี้เฉวียนเซียงหมี่&rdquo; &ldquo;เถาหยวนเบอร์ 3&rdquo; และ &ldquo;เกาสงเบอร์ 147&rdquo; ซึ่งมีกลิ่นหอมคล้ายเผือก ส่วนพันธุ์ที่มีกลิ่นหอมแบบ &ldquo;ป๊อปคอร์น&rdquo; หรือบางครั้งอธิบายว่าเป็นกลิ่น &ldquo;ใบเตย&rdquo; ได้แก่ &ldquo;ไทจงเบอร์ 194&rdquo; และ &ldquo;ไถตงเบอร์ 35&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แม้ &ldquo;ไถตงเบอร์ 35&rdquo; จะมีคุณภาพเมล็ดข้าวดี แต่มักไม่ทนโรคและแมลง อีกทั้งเมล็ดยังเล็ก สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตไถตงจึงพัฒนา &ldquo;ไถตง เบอร์ 36&rdquo; โดยใช้ &ldquo;ไถตงเบอร์ 35&rdquo; ซึ่งมีกลิ่นป๊อปคอร์นเป็นพ่อพันธุ์ และ &ldquo;ไถตงเบอร์ 30&rdquo; ซึ่งเมล็ดใหญ่และต้านโรคแมลงได้ดีเป็นแม่พันธุ์ โดยเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2025 ข้าวพันธุ์นี้ได้ผ่านการรับรองชื่อพันธุ์เรียบร้อยแล้ว</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กัวเฉิงเอิน(郭丞恩) ผู้ช่วยนักวิจัยและนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวจากสถานีวิจัยการเกษตรเขตไถตง ระบุว่าข้าว &ldquo;ไถตงเบอร์ 36&rdquo; มีความทนทานต่อโรคไหม้ทั้งในใบและรวงในระดับทนถึงปานกลาง และทนต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในระดับปานกลาง ลำต้นสูง 90&ndash;95 เซนติเมตร ถือว่าเตี้ย แข็งแรง ไม่ล้มง่าย หน่อข้าวยังผ่านการทดสอบว่าทนหนาวได้ในระดับสูงสุด ซึ่งคาดว่ารับถ่ายทอดลักษณะเด่นนี้มาจากแม่พันธุ์ &ldquo;ไถตงเบอร์ 30&rdquo;</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นายกัวเฉิงเอิน กล่าวว่า ข้าวพันธุ์นี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยตั้งเป้าให้เป็นข้าวคุณภาพสูง รสชาติดี จึงเหมาะแก่การใช้เป็นข้าวสำหรับแข่งขัน และด้วยความสามารถในการต้านโรคแมลงและทนต่อสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย จึงเหมาะสำหรับการส่งเสริมปลูกแบบอินทรีย์และเกษตรกรรมแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทางสถานีวิจัยฯ จะยื่นจดทะเบียนพันธุ์พืช &ldquo;ไถตงเบอร์ 36&rdquo; และวางแผนหาชาวนาเพื่อทดลองปลูกในพื้นที่ขนาดใหญ่ และพิจารณาแผนการส่งเสริมต่อไป</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80756</guid>
      <pubDate>Tue, 15 Jul 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250715_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36009600" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 15 ก.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 15 ก.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้การปลูกข้าวมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากโรคพืชและแมลง รวมถึงการล้มของต้นข้าว สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตไถตงภายใต้กระทรวงเกษตรจึงใช้เวลากว่า </span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">7 <span lang="TH">ปี พัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ &ldquo;ไถตง </span>36&rdquo; <span lang="TH">ซึ่งมีคุณสมบัติต้านทานโรคไหม้ข้าว ต้านเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ลำต้นเตี้ย แข็งแรง ไม่ล้มง่าย และต้นกล้ายังทนความหนาวเย็นได้ดี จึงถือเป็นพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน นอกจากนี้ ข้าวไถตงเบอร์ </span>36 <span lang="TH">ยังให้ผลผลิตสม่ำเสมอ รสชาติดี และมีกลิ่นหอมแบบ &ldquo;ป๊อปคอร์น&rdquo; ซึ่งเป็นกลิ่นหอมที่หายาก ต่างจากพันธุ์กลิ่นเผือกที่เป็นกลิ่นหอมกระแสหลักในปัจจุบัน</span><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/a18eecb8-4da5-4096-9643-817b30cdb705.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>111</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 15 ก.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80755</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">&nbsp;ฟาร์มเลี้ยงหมูไต้หวัน ปฏิวัติการบริหารจัดการ เลี้ยงหมูด้วยเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">เว็บข่าว vita.tw ในไต้หวันรายงานว่า &ldquo;เกาเต๋อฟาร์ม&rdquo; ในเขตไว้ผู่ เมืองไถจง เป็นฟาร์มหมูที่นำเทคโนโลยีและแนวคิดการเลี้ยงแบบมีมนุษยธรรมมาผสานกันอย่างลงตัว ภายใต้การบริหารของ เหลียนโหย่วเฉิง ผู้สืบทอดกิจการจากพ่อ เขาเปลี่ยนฟาร์มแบบดั้งเดิมที่เคยประสบปัญหากลิ่นเหม็นและการจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ ให้กลายเป็นฟาร์มทันสมัยที่เน้นคุณภาพชีวิตของหมูและสิ่งแวดล้อม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">โหย่วเฉิงนำระบบ ผลิตเป็นรอบทุก 3 สัปดาห์ มาใช้ โดยแบ่งการดูแลหมูออกเป็น 3 ช่วง: ผสมพันธุ์ คลอดลูก และหย่านม เพื่อให้การทำงานภายในฟาร์มมีจังหวะที่แน่นอน จัดสรรพื้นที่และแรงงานได้มีประสิทธิภาพ หมูแต่ละรุ่นได้รับการดูแลตามช่วงวัยอย่างเหมาะสม ช่วยลดการใช้ยาและควบคุมโรคได้ดียิ่งขึ้น ฟาร์มขนาด 3,000 ตัวสามารถบริหารโดยพนักงานเพียง 3 คน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากเทคโนโลยีอย่างระบบให้อาหารอัตโนมัติ ม่านน้ำลดอุณหภูมิ และเซนเซอร์ตรวจสภาพอากาศภายในโรงเรือนแล้ว เขายังทดลองเปิดเพลงภายในคอกหมูเพื่อกลบเสียงรบกวนจากสนามบินใกล้เคียง กลับพบว่าเสียงเพลงช่วยให้หมูสงบขึ้น กินอาหารดีขึ้น และลดพฤติกรรมก้าวร้าว จึงพัฒนาแนวคิดนี้เป็น &ldquo;ดนตรีบำบัด&rdquo; สำหรับหมู ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแนวทางประจำของฟาร์ม</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 22.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในด้านสิ่งแวดล้อม เขานำมูลหมูไปผ่านกระบวนการบำบัดเพื่อนำไปใช้ในภาคเกษตร และกำลังวางแผนใช้พลังงานแสงอาทิตย์รวมถึงผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสีย เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก&nbsp; เป้าหมายระยะยาวของเขาคือการสร้างแบรนด์หมูคุณภาพของตนเอง ต่อเนื่องจากพ่อซึ่งเคยพัฒนา &ldquo;หมูสาหร่าย&rdquo; และ &ldquo;หมูเทียนชู่&rdquo; ซึ่งเป็นหมูเลี้ยงพิเศษที่โดดเด่นด้วยสารอาหารและกระบวนการเลี้ยงแบบยั่งยืน โหย่วเฉิงยังวางแผนใช้ AI ตรวจสุขภาพหมูจากภาพวิดีโอ เพื่อให้การเลี้ยงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80755</guid>
      <pubDate>Tue, 15 Jul 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250715_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36011520" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 15 ก.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 15 ก.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="color: #ba372a;"><strong><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><span style="mso-spacerun: yes;">&nbsp;</span></span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">ฟาร์มเลี้ยงหมูไต้หวัน ปฏิวัติการบริหารจัดการ เลี้ยงหมูด้วยเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน</span></strong></span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/1bec9061-4438-4fa4-8aab-7a3e484989e1.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>110</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - ภาวะก่อนเบาหวาน]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80657</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">โรคเบาหวาน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง นายแพทย์เว่ยซื่อหาง (魏士航) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนักและเวชศาสตร์ครอบครัว เปิดเผยว่า สาเหตุหลักของการทำลายสมองจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงแบ่งเป็น 2 กลไก คือ กลไกจากทางหลอดเลือดและทางเส้นประสาท</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">นายแพทย์เว่ยซื่อหางอธิบายว่า น้ำตาลในเลือดที่สูงสามารถทำลายหลอดเลืองสมองผ่านความดันโลหิตสูง ส่งผลให้เกิดโรคสารสีขาวหรือโรคเนื้อขาว (White matter disease) และสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลืองสมอง (Vascular Dementia) ในด้านระบบประสาท ระดับน้ำตาลสูงเรื้อรังจะส่งผลกระทบต่อเซลล์ประสาทโดยตรง ทำให้เซลล์เสื่อมและตายเร็วกว่าปกติ ซึ่งแน่นอนว่าจะกระทบต่อความสามารถในการจดจำ เรียนรู้ และคิดวิเคราะห์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; อย่างไรก็ตาม ผู้คนส่วนมากยังขาดความตระหนักถึงภาวะก่อนเบาหวาน โดยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแค่เพียงระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเพียงเท่านั้น แค่เพียงคุมอาหารนิดหน่อยก็จะสามารถกลับคืนสู่ปกติได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เว่ยซื่อหาง ได้อธิบายถึงความรุนแรงของผลกระทบในภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น โดยอ้างอิงจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเบาหวาน โรคอ้วน และกระบวนการเผาผลาญ (Diabetes, Obesity and Metabolism)</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; งานวิจัยนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง โดยอาสาสมัครจำนวนเกือบ 450,000 คน ที่มีอายุระหว่าง 40 ถึง 69 ปี จาก&nbsp; UK Biobank (ธนาคารเก็บตัวอย่างทางชีวภาพห่งสหราชอาณาจักร) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่เก็บข้อมูลสุขภาพของประชาชนชาวอังกฤษ โดยเปรียบเทียบความเสี่ยงของผู้ที่อยู่ในภาวะก่อนเบาหวาน และผู้ที่มีระดับน้ำตาลปกติ</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผลวิจัยพบว่า คนที่อยู่ในภาวะก่อนเบาหวาน มีความเสี่ยงจะเกิดภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสูงขึ้นถึง 54% และมีโอกาสเกิดภาวะความรู้คิดบกพร่อง (Cognitive Impairment) สูงขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับคนที่มีระดับน้ำตาลปกติ</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;">นอกจากนี้ผลการทดสอบยังแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่อยู่ในภาวะระยะก่อนเป็นเบาหวานมีปฏิกิริยาตอบสนองช้ากว่าผู้ที่มีระดับในเลือดปกติประมาณ&nbsp;1% ในการทดสอบจับคู่สัญลักษณ์ แม้ว่าความแตกต่างนี้จะดูเล็กน้อย แต่เว่ยซื่อหางกล่าวว่า นี่เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลของสมองกำลังลดลงเมื่ออยู่ในภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งหมายความว่าผลกระทบของระดับน้ำตาลในเลือดต่อการทำงานของสมอง (Cognitive Function) นั้น อาจเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานอย่างเป็นทางการเสียอีก</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จากการศึกษายังพบว่า ผู้ที่อยู่ในภาวะระยะก่อนเป็นเบาหวาน มีโครงสร้างสมองที่ผิดปกติ โดย White Matter Hyperintensities - WMH คือบริเวณที่ปรากฏเป็นสีขาวสว่างบนภาพสแกน MRI (Magnetic Resonance Imaging) ของสมอง หรือรอยโรคในสมอง ใช้บ่งบอกถึงความผิดปกติในเนื้อเยื่อสมองส่วนสีขาว ถือเป็นตัวบ่งชี้ระยะเริ่มต้นของความผิดปกติของหลอดเลือดสมองหรือภาวะสมองเสื่อมที่เกี่ยวข้องกับอายุ พบว่าผู้ที่อยู่ในภาวะระยะก่อนเป็นเบาหวานมีปริมาณมากกว่าผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดปกติถึง 3% จึงบ่งชี้ว่าหลอดเลือดเล็กๆ ในสมองอาจได้รับความเสียหายแล้ว</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ "ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus)" ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างความจำและการเรียนรู้ ยังมีขนาดเล็กลง โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้มักพบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้น</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ผลการศึกษาทั้งหมดล้วนยืนยันว่า ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นสามารถสร้างความเสียหายต่อสมอง และความเสี่ยงจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงนั้น แท้จริงแล้วได้สะสมมาตั้งแต่ก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานเสียอีก จึงไม่ควรละเลยภาวะน้ำตาลในเลือดที่ผิดปกติ เพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาทองที่จะสามารถรักษาภาวะระยะก่อนเป็นเบาหวานให้กลับเป็นภาวะปกติได้ เมื่อพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ควรหันมาใส่ใจสุขภาพ หรือปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือโดยทันที</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80657</guid>
      <pubDate>Mon, 14 Jul 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250714_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24019200" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - ภาวะก่อนเบาหวาน</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - ภาวะก่อนเบาหวาน</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt;"><span style="color: #000000;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">โรคเบาหวาน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง นายแพทย์เว่ยซื่อหาง </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">(</span><span style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'Arial Unicode MS','sans-serif'; mso-ascii-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-hansi-font-family: 'TH Sarabun New'; mso-bidi-font-family: 'TH Sarabun New';">魏士航</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">) </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนักและเวชศาสตร์ครอบครัว เปิดเผยว่า สาเหตุหลักของการทำลายสมองจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงแบ่งเป็น </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">2 </span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">กลไก คือ กลไกจากทางหลอดเลือดและทางเส้นประสาท</span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';"><o:p></o:p></span></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/7c7241a4-8f7d-48f6-8972-e9370a2a7c33.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>109</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80614</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันประจำสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของสนามเด็กและสวนสาธารณะแบบบูรณาการยอดนิยมในไต้หวัน (ตอนที่ 2) เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสวนสาธารณะและสนามเด็กเล่นบูรณาการ กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของการท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวในไต้หวัน โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์หลายครอบครัวเลือกที่จะออกไปพักผ่อนและเช็กอินกับสถานที่เหล่านี้ ซึ่งความนิยมที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้แนวคิดการออกแบบพื้นที่สาธารณะเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยไม่เพียงโฟกัสที่เรื่องความสนุกสนาน แต่ยังคำนึงถึงความปลอดภัย การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของเด็กทุกคนอย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 1 นครไทจง 台中-中央公園</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2 นครไทจง 台中-文心森林公園</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สวนสาธารณะและสนามเด็กเล่นบูรณาการเหล่านี้มีจุดเด่นอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องเล่นที่เสริมสร้างพัฒนาการ การจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมกับเด็กในแต่ละช่วงวัย รวมถึงการออกแบบที่สอดแทรกองค์ประกอบของการผจญภัยและการเรียนรู้ ทำให้เด็กๆ ได้สำรวจโลกในมุมมองใหม่ พร้อมทั้งส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีการนำแนวคิดแบบไร้อุปสรรคมาผสมผสาน โดยจะมีทางลาดสำหรับรถเข็น อุปกรณ์เครื่องเล่นที่รองรับความหลากหลายของเด็กๆ รวมถึงโซนกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างเท่าเทียม&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3 กรุงไทเป 台北-大安森林公園</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4 นครนิวไทเป 新北-中和公園（四號公園）</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5 นครนิวไทเป 新北-大都會公園</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80614</guid>
      <pubDate>Sun, 13 Jul 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250713_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36008640" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันประจำสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของสนามเด็กและสวนสาธารณะแบบบูรณาการยอดนิยมในไต้หวัน (ตอนที่ 2) เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสวนสาธารณะและสนามเด็กเล่นบูรณาการ กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของการท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวในไต้หวัน โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์หลายครอบครัวเลือกที่จะออกไปพักผ่อนและเช็กอินกับสถานที่เหล่านี้ ซึ่งความนิยมที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้แนวคิดการออกแบบพื้นที่สาธารณะเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยไม่เพียงโฟกัสที่เรื่องความสนุกสนาน แต่ยังคำนึงถึงความปลอดภัย การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของเด็กทุกคนอย่างแท้จริง</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/6612984e-3d9d-4b18-8deb-536ad2171663.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>108</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 8 ก.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80193</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กระทรวงเกษตรของไต้หวันเปิดเผยว่า ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการเกษตรอัจฉริยะเมื่อปี 2017 ได้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนของการยกระดับภาคเกษตร โดยยกตัวอย่างจาก สหกรณ์เกษตร Tao-city veg.agricultural&nbsp;production cooperation(桃城蒔菜) ในเขตภาคเหนือ ลดต้นทุนแรงงานลงได้ถึง 40% และเพิ่มผลผลิตผักใบเขียวได้มากกว่า 20% พร้อมทั้งลดการใช้น้ำลงครึ่งหนึ่ง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กระทรวงเกษตรชี้ว่า นี่คือหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบของ &ldquo;เกษตรอัจฉริยะ&rdquo; ในเขตภาคเหนือ ภายใต้การสนับสนุนของสถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตเถาหยวน เจ้าของกิจการคือ ชิวก้วนจวิน(邱冠鈞) และภรรยา หยิวอิวเจีย(尤優佳) ได้ปรับใช้ระบบชลประทานอัจฉริยะ และร่วมมือกับระบบนิเวศเกษตรอัจฉริยะ เพื่อเปลี่ยนจากฟาร์มครอบครัวขนาดเล็ก กลายเป็นแปลงต้นแบบสำหรับการเพาะปลูกผักด้วยระบบอัจฉริยะ ควบคุมการผลิตในพื้นที่ถึง 15 เฮกตาร์ (ประมาณ 93 ไร่)</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การเปลี่ยนผ่านของ สหกรณ์เกษตร Tao-city เริ่มจากการนำเข้าเครื่องจักรเกษตรทันสมัยจากญี่ปุ่น สามารถทำงานได้ทั้ง หยอดเมล็ด, ย้ายกล้า และเก็บเกี่ยว โดยการหยอดเมล็ดด้วยเครื่องช่วยประหยัดเวลาได้ถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับแรงงานคน การย้ายกล้าผักเร็วขึ้น 3.8 เท่า และการเก็บเกี่ยวใช้เวลาน้อยลงกว่าครึ่ง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">กระทรวงเกษตรยังกล่าวว่า สหกรณ์แห่งนี้ได้เริ่มทดสอบระบบชลประทานอัจฉริยะตั้งแต่ปี 2019 โดยสามารถส่งคำสั่งโดยตรงไปยังระบบควบคุมในแปลงเพาะปลูก ทำให้การรดน้ำและลดอุณหภูมิจัดการได้แบบอัตโนมัติ ช่วยลดต้นทุนแรงงานได้ถึง 40% คิดเป็นเงินประมาณ 835,000 เหรียญไต้หวันต่อปี ลดการใช้น้ำลงกว่าครึ่ง และยังเพิ่มผลผลิตผักใบเขียวได้มากกว่า 20%</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากนี้ โรงเรือนปลูกผักจำนวน 185 โรงเรือน ของสหกรณ์แห่งนี้ได้ติดตั้งระบบชลประทานอัจฉริยะทั้งหมดแล้ว ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการรดน้ำรวมกว่า 4,558 ชั่วโมงต่อปี ประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ 4,278 หน่วย ลดการปล่อยคาร์บอนกว่า 2,118 กิโลกรัมต่อปี และช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 105,000 เหรียญไต้หวันต่อปี </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปัจจุบัน ผักจากสหกรณ์เกษตร Tao-city มีคุณภาพสูงและการผลิตที่สม่ำเสมอ จนได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ชื่อดังอย่าง ติ่งไท่ฟง (Din Tai Fung), wowprime(王品) และร้านสะดวกซื้อ FamilyMart ให้เป็นผู้จัดส่งสินค้าอย่างเป็นทางการ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">กระทรวงเกษตรเยี่ยมชมสหกรณ์เกษตร Tao-city </p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80193</guid>
      <pubDate>Tue, 08 Jul 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250708_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36012480" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 8 ก.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 8 ก.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">กระทรวงเกษตรของไต้หวันเปิดเผยว่า ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการเกษตรอัจฉริยะเมื่อปี </span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">2017 <span lang="TH">ได้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนของการยกระดับภาคเกษตร โดยยกตัวอย่างจาก สหกรณ์เกษตร</span></span><span lang="TH" style="font-size: 10.5pt; font-family: 'Arial',sans-serif; color: #d93025; background: white;"> </span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">Tao-city veg.agricultural&nbsp;production cooperation<span lang="TH">(</span></span><span lang="ZH-TW" style="font-family: '新細明體',serif; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-font-family: 'Angsana New'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-font-family: 'Angsana New'; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">桃城蒔菜</span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">) ในเขตภาคเหนือ ลดต้นทุนแรงงานลงได้ถึง </span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">40% <span lang="TH">และเพิ่มผลผลิตผักใบเขียวได้มากกว่า </span>20% <span lang="TH">พร้อมทั้งลดการใช้น้ำลงครึ่งหนึ่ง</span><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/ce047a6c-9748-47da-944d-519f2798670d.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>107</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 8 ก.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80192</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไชน่าแอร์ไลน์ เดินหน้าสู่เป้าหมายปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ไชน่าแอร์ไลน์ (China Airlines) สายการบินสัญชาติไต้หวัน เดินหน้าสู่เป้าหมายปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) อย่างจริงจัง โดยเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการบินระดับชาติที่ริเริ่มใช้เชื้อเพลิงการบินอย่างยั่งยืน (SAF &ndash; Sustainable Aviation Fuel) ในเที่ยวบินพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2017 พร้อมเร่งขยายการใช้งานต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางทางอากาศ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายเรื่องต้นทุนและปริมาณ SAF ที่ยังจำกัดทั่วโลก แต่ไชน่าแอร์ไลน์ก็วางเป้าหมายระยะยาวไว้อย่างชัดเจน โดยตั้งเป้าสัดส่วนการใช้ SAF ให้ถึง 65% ภายในปี 2050 พร้อมทั้งลงนามความร่วมมือกับบริษัทไต้หวั่นปิโตรเคมี (台塑石化) เพื่อจัดซื้อ SAF ที่ผลิตในประเทศกว่า 10,000 ตันภายใน 3 ปี และร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง TSMC ในโครงการลดคาร์บอนจากการเดินทางเพื่อธุรกิจ คาดว่าจะลดการปล่อยคาร์บอนได้มากกว่า 1,000 ตันต่อปี</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">นอกจากด้านสิ่งแวดล้อม ไชน่าแอร์ไลน์ยังเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านด้าน ดิจิทัลและเทคโนโลยี AI อย่างเต็มรูปแบบ โดยเป็นสายการบินสัญชาติแรกที่พัฒนา AI แชตบอตบริการลูกค้าแบบ Generative AI รองรับหลายสิบภาษา ช่วยให้สามารถตอบคำถามซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขยายสู่บทบาท &ldquo;เลขาดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว&rdquo; ให้คำแนะนำด้านเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยวได้แบบเรียลไทม์</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ขณะเดียวกัน AI และ Big Data ยังถูกนำมาใช้ในระบบภายใน เช่น การคาดการณ์สัมภาระและน้ำหนักของเที่ยวบิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ในเครื่องบินและลดต้นทุนการดำเนินงาน ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนของ &ldquo;การเปลี่ยนผ่านสองแกน&rdquo; ที่ไชน่าแอร์ไลน์ยึดถือ โดยแกนหนึ่งคือความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และอีกแกนคือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80192</guid>
      <pubDate>Tue, 08 Jul 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250708_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36002880" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 8 ก.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 8 ก.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><strong><span lang="TH" style="font-size: 16pt; font-family: 'Angsana New', serif; color: #e67e23;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 新細明體; mso-fareast-theme-font: minor-fareast; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi; mso-ansi-language: EN-US; mso-fareast-language: ZH-TW; mso-bidi-language: TH;">ไชน่าแอร์ไลน์ <span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><span lang="TH">เดินหน้าสู่เป้าหมายปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์</span></span></span></span></strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/20250625000016.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>106</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - ยารักษาโรคอัลไซเมอร์]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80089</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;อัลไซเมอร์เป็นโรคที่ทำลายการทำงานของสมอง ทำให้ความจำเสื่อม การคิดวิเคราะห์ลดลง และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้ ไต้หวันได้อนุมัติยารักษาโรคอัลไซเมอร์ตัวใหม่ 2 รายการ สำหรับผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมระยะเริ่มต้น ยาที่มีมูลค่าสูงหลักล้านดังกล่าวกำลังเป็นที่จับตาว่าควรได้รับการบรรจุเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพหรือไม่ ล่าสุดสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติไต้หวัน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับคำขอจากบริษัทผู้ผลิตยา 1 ราย และคาดว่าจะดำเนินการประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์และจัดการประชุมหารือเพื่อพิจารณาการบรรจุเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2568 นี้</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;จากผลการสำรวจทางระบาดวิทยาเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อมในชุมชนทั่วไต้หวัน โดยสถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติ (ปี 2024) พบว่า ผู้สูงอายุอายุ 65 ปีขึ้นไป มีอัตราความชุกของโรคสมองเสื่อมอยู่ที่ 7.99% คาดการณ์ว่าปัจจุบันทั่วไต้หวันมีผู้ป่วยสมองเสื่อมประมาณ 350,000 คน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็นทั้งหมด 470,000 คนในปี 2031 และอาจเพิ่มสูงขึ้นเป็น 680,000 คนในปี 2041</p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในจำนวนนี้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ มีสัดส่วนมากที่สุด อยู่ที่56.88% รองลงมาคือ ภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมอง(Vascular Dementia)&nbsp; อยู่ที่ 22.91% และ โรคพาร์กินสัน (Parkinson&rsquo;s Disease) ที่ 7.12%</p>
<p class="MsoNormal">อัตราการเกิดภาวะสมองเสื่อมยังเพิ่มสูงขึ้นตามอายุอย่างมีนัยสำคัญ:</p>
<p class="MsoNormal">โดยอายุ 65&ndash;69 ปี มีอัตราอยู่ที่ 2.40%</p>
<p class="MsoNormal">อายุ 70&ndash;74 ปี อยู่ที่ 5.16%</p>
<p class="MsoNormal">อายุ 80&ndash;84 ปี 16%</p>
<p class="MsoNormal">อายุ 85 ปีขึ้นไป: มีอัตราเป็นภาวะนี้สูงถึง 23.23%</p>
<p class="MsoNormal">นอกจากนี้ ยังพบว่า เพศหญิงมีอัตราการเป็นโรคสมองเสื่อมสูง โดยอยู่ที่ 9.36% เมื่อเทียบกับ ในเพศชายซึ่งอยู่ที่ 6.35%</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">ยาตัวใหม่ทั้งสองชนิดนี้มีคุณสมบัติคล้ายกัน แต่ความถี่ในการฉีดและประสิทธิผลต่างกัน</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;Leqembi เป็นยาที่วิจัยและพัฒนาร่วมกันโดย บริษัท Eisai (เอไซ) ประเทศญี่ปุ่น และบริษัท Biogen Inc ของอเมริกา โดยจะต้องทำการฉีดยาทุกๆ 2 สัปดาห์ หลังจากผ่านครึ่งปีไปแล้วจึงสามารถลดการฉีดยาเป็นเดือนละครั้ง โดยผู้ป่วยระยะแรกที่มีการสะสมโปรตีนอะไมลอยด์ไม่มาก สามารถลดจำนวนการสะสมลงได้ถึง 51% ซึ่งช่วยชะลอการเข้าสู่ระยะกลางหรือรุนแรงช้าลงได้ประมาณ 3 ปี</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal">&nbsp; &nbsp; &nbsp;Kisunla (欣智樂) พัฒนาโดยบริษัท Eli Lilly and Company (LLY) ประเทศสหรัฐอเมริกา&nbsp; โดยจะทำการฉีดยาเดือนละครั้ง จากผลการวิจัยพบว่าประมาณ 66% ของผู้ป่วยสามารถกำจัดโปรตีนอะไมลอยด์ให้หมดไปภายใน 1 ปี ส่วนผู้ป่วยที่เหลือจะใช้เวลาราว 1.5 ปี และผู้ป่วยบางรายสามารถหยุดฉีดได้หลังจากกำจัดโปรตีนได้สำเร็จ&nbsp; แต่ยังจำเป็นต้องมีการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งยาตัวนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาเป็นโรคอัลไซเมอร์ระยะกลางได้ถึง 50% หรือชะลอการเกิดของโรคได้ประมาณ 4&ndash;5 ปี</p>
<p class="MsoNormal"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt; margin: 12.0pt 0cm 12.0pt 0cm;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายแพทย์ เจินรุ่ยซิ่ง ผู้อำนวยการศูนย์โรคสมองเสื่อม แผนกประสาทวิทยา โรงพยาบาล Far Eastern Memorial Hospital กล่าวว่า ยารักษาอัลไซเมอร์ตัวใหม่ 2 ชนิด ใช้วิธีการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำหรือฉีดเข้าเส้น ต้องฉีดโดยสถานพยาบาลเท่านั้น และก่อนรับวัคซีนจะต้องผ่านการประเมินอย่างครบถ้วน โดยมีการประเมิน ทั้ง 1. PET Scan (เป็นการตรวจภาพวินิจฉัยที่อาศัยสารเภสัชรังสี) 2. การตรวจสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่อง MRI 3. การตรวจยีน ApoE เขายังเตือนว่า ในผู้ป่วยบางรายซึ่งมีจำนวนน้อย อาจเกิดภาวะสมองบวม(Cerebral Edema) หรือมีจุดแดง เป็นรอยเลือดที่ออกอยู่ใต้ผิวหนัง จึงจำเป็นต้องมีการติดตามโดยการมอนิเตอร์ เพื่อความปลอดภัยในการรักษา</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 36.0pt; margin: 12.0pt 0cm 12.0pt 0cm;">ปัจจุบัน คาดว่าทั่วไต้หวันมีผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์&nbsp;&ldquo;อัลไซเมอร์ระยะแรก + ผลตรวจโปรตีนเบตา &ndash; อะไมลอยด์เป็นบวก&rdquo; ประมาณ 130,000 คน อย่างไรก็ตาม มี ผู้ที่เคยมีประวัติโรคหลอดเลือดสมองหรือมีอาการชักภายใน 1 ปีที่ผ่านมา ผู้ที่มียีน APOE (&epsilon;4/&epsilon;4) และผู้ที่กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ซึ่ง 3 กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่อาจไม่เหมาะสมในการใช้ยารักษาอัลไซเมอร์</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80089</guid>
      <pubDate>Mon, 07 Jul 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250707_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24015360" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - ยารักษาโรคอัลไซเมอร์</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - ยารักษาโรคอัลไซเมอร์</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; line-height: 115%; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; mso-fareast-font-family: 'Arial Unicode MS';">&nbsp; &nbsp; &nbsp;อัลไซเมอร์เป็นโรคที่ทำลายการทำงานของสมอง ทำให้ความจำเสื่อม การคิดวิเคราะห์ลดลง และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ</span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/e827d099-a6fc-4920-8941-1c7fd460bbc7.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>105</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80038</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันประจำสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของสนามเด็กและสวนสาธารณะแบบบูรณาการยอดนิยมในไต้หวัน (ตอนที่ 1) เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสวนสาธารณะและสนามเด็กเล่นบูรณาการ กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของการท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวในไต้หวัน โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์หลายครอบครัวเลือกที่จะออกไปพักผ่อนและเช็กอินกับสถานที่เหล่านี้ ซึ่งความนิยมที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้แนวคิดการออกแบบพื้นที่สาธารณะเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยไม่เพียงโฟกัสที่เรื่องความสนุกสนาน แต่ยังคำนึงถึงความปลอดภัย การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของเด็กทุกคนอย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6 กรุงไทเป 台北-榮星花園公園</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 7 นครเกาสง 高雄-凹子底森林公園</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สวนสาธารณะและสนามเด็กเล่นบูรณาการเหล่านี้มีจุดเด่นอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องเล่นที่เสริมสร้างพัฒนาการ การจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมกับเด็กในแต่ละช่วงวัย รวมถึงการออกแบบที่สอดแทรกองค์ประกอบของการผจญภัยและการเรียนรู้ ทำให้เด็กๆ ได้สำรวจโลกในมุมมองใหม่ พร้อมทั้งส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีการนำแนวคิดแบบไร้อุปสรรคมาผสมผสาน โดยจะมีทางลาดสำหรับรถเข็น อุปกรณ์เครื่องเล่นที่รองรับความหลากหลายของเด็กๆ รวมถึงโซนกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างเท่าเทียม&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 8 นครเถาหยวน 桃園-風禾公園</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 9 นครไทจง 台中-頂魚寮公園</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 10 นครไทจง 台中-北屯兒童公園</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=80038</guid>
      <pubDate>Sun, 06 Jul 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250706_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36022080" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันประจำสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของสนามเด็กและสวนสาธารณะแบบบูรณาการยอดนิยมในไต้หวัน (ตอนที่ 1) เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสวนสาธารณะและสนามเด็กเล่นบูรณาการ กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของการท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวในไต้หวัน โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์หลายครอบครัวเลือกที่จะออกไปพักผ่อนและเช็กอินกับสถานที่เหล่านี้ ซึ่งความนิยมที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้แนวคิดการออกแบบพื้นที่สาธารณะเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยไม่เพียงโฟกัสที่เรื่องความสนุกสนาน แต่ยังคำนึงถึงความปลอดภัย การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของเด็กทุกคนอย่างแท้จริง</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/4d1e04c2-c581-48d8-a149-95b66c4cc2f3.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>104</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 1 ก.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79612</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มะลิ ได้ชื่อว่าเป็น &ldquo;ราชาแห่งไม้หอม&rdquo; กลิ่นหอมของชาอบดอกไม้แบบตะวันออก (香片) ส่วนใหญ่มาจากดอกมะลิเป็นหลัก เดิมทีตำบลฮัวถาน (花壇) ในไต้หวันเคยเป็นแหล่งปลูกมะลิที่สำคัญ แต่ด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น และการเข้ามาของชามะลินำเข้าราคาถูก ส่งผลให้มะลิไต้หวันค่อย ๆ ถูกลดบทบาทลง ยิ่งไปกว่านั้น ชามะลินำเข้าบางส่วนมีคุณภาพต่ำ ใช้กลิ่นสังเคราะห์ และมีภาพลักษณ์ว่า &ldquo;ราคาถูก, รสชาติไม่ดี, สารตกค้างสูง&rdquo; ทำให้ชามะลิค่อย ๆ สูญเสียความนิยม อย่างไรก็ตาม กลุ่มเกษตรกรผู้หลงใหลในมะลิ แห่งสหกรณ์การเกษตรฮัวถานไม่ยอมให้มะลิต้องหายไปจากเวทีอีกต่อไป พวกเขาลงมือปลูกมะลิอินทรีย์ด้วยตนเอง ผลิตชาอบมะลิคุณภาพสูง บรรจุภัณฑ์ยังได้รับรางวัลระดับโลก เช่น รางวัลรสชาติดีจากเบลเยียม (iTQi) และ รางวัลการออกแบบ iF จากเยอรมนี จนกระทั่งมีแบรนด์จากญี่ปุ่นมาติดต่อขอทำตลาดร่วมกัน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ต.ฮัวถันเมืองจางฮั่ว แหล่งปลูกดอกมะลิที่สำคัญ</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ศ.หวังเซิงหยาง(王升陽) แห่งภาควิชาเกษตรป่าไม้ มหาวิทยาลัยจงซิง อธิบายว่า มะลิได้รับฉายาว่า &ldquo;ราชาแห่งไม้หอม&rdquo; โดยเชื่อว่า คลีโอพัตรา ใช้น้ำหอมจากดอกมะลิยั่วเย้า ซีซาร์ ส่วนในอินเดีย มะลิคือ &ldquo;ดอกไม้แห่งความรัก&rdquo; นิยมใช้ในพิธีแต่งงาน นอกจากนี้ยังถือเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ในหลายศาสนา เช่น พุทธและอิสลาม &nbsp;ส่วนในด้านยาแผนจีนระบุว่า มะลิช่วยบรรเทาอาการท้องอืดและผิวหนังอักเสบ ใบและรากก็มีสรรพคุณทางยาเช่นกัน งานวิจัยสมัยใหม่พบว่า น้ำที่มาจากรากมะลิ มีฤทธิ์ช่วยให้หลับ และสารสกัดจากรากช่วยปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ ส่วนในรูปแบบการบริโภคมะลิที่แพร่หลายที่สุด คือ ชาอบดอกไม้ โดยระหว่างกระบวนการผลิตจะนำดอกมะลิผสมลงไปในชาเขียวหรือชาอู่หลง กลายเป็น &ldquo;ชามะลิ (香片)&rdquo; ที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทั้งนี้ มะลิประกอบด้วยสารหอมหลายชนิด เช่น Jasmone, Methyl jasmonate, และ Linalool ซึ่งงานวิจัยในญี่ปุ่นพบว่ามีฤทธิ์ช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้รู้สึกสดชื่นทั้งร่างกายและจิตใจ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">การเก็บดอกมะลิเป็นงานที่ทั้งร้อนและเหนื่อย</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; หยางจวิ้นเหลียง(楊俊良) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของสหกรณ์ฯ เล่าว่า มะลิถูกนำเข้ามาไต้หวันพร้อมผู้อพยพจากจีน และช่างชาจากจีนได้นำเทคนิคการอบกลิ่นดอกไม้มาเผยแพร่ ทำให้ไต้หวันเริ่มผลิตชามะลิเอง โดยเฉพาะตำบลฮัวถานซึ่งมีดินทรายที่เหมาะกับการปลูกมะลิ จนกลายเป็นแหล่งปลูกหลักของประเทศ ซึ่งในยุคทอง ฮัวถานมีชาวสวนปลูกมะลิกว่า 300 ครัวเรือน เมืองทั้งเมืองหอมอบอวลช่วงเย็นจากดอกมะลิที่บาน กลายเป็นช่วงเวลาสวยงามที่เรียกว่า &ldquo;Magic Jasmine Moment&rdquo; อย่างไรก็ตาม ดอกมะลิที่บานเต็มที่ไม่เหมาะกับการผลิตชา ต้องเก็บในช่วงดอกตูมก่อนบานเพื่อให้ได้กลิ่นดีที่สุด และต้องอบกับชาให้เสร็จภายในคืนเดียว กู้ปิ้ฉี เลขาธิการสหกรณ์ฯ ซึ่งเติบโตมากับไร่มะลิเล่าว่า แม้บรรยากาศจะโรแมนติก แต่ความจริงแล้วกระบวนการเก็บมะลินั้นเหนื่อยและร้อนมาก จนเธอไม่ค่อยชอบมะลินักในวัยเด็ก</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เคอหงโหมว(柯鴻模) ผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานของสหกรณ์ฯ เล่าว่า ช่วงฤดูเก็บดอกมะลิแรงงานมักไม่พอ ถึงขั้นต้องให้เด็กนักเรียนหยุดเรียนไปช่วยเก็บดอกมะลิ แม้มะลิจะมีกลิ่นหอมและเสน่ห์เฉพาะตัว แต่อาชีพนี้เหนื่อยหนัก ต้องเก็บด้วยมือท่ามกลางแดดร้อน แถมค่าจ้างแรงงานสูงขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่อยากสืบทอด ขณะเดียวกัน โรงงานชาหลายแห่งย้ายฐานไปจีนและเวียดนาม ส่งผลให้ชาอบดอกไม้ไต้หวันสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">การบรรจุภัณฑ์ชาอบมะลิมีความสวยงาม</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; กู้ปี้ฉี(顧碧琪) เลขาธิการสหกรณ์ฯ เสริมว่า ชามะลินำเข้าจากต่างประเทศหลายแห่งใช้วัตถุดิบคุณภาพต่ำหรือแต่งกลิ่นด้วยน้ำหอมสังเคราะห์ ทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น และอุตสาหกรรมชาอบดอกไม้ในไต้หวันถูกบีบคั้นจากทั้งต้นทุน ภาพลักษณ์ และตลาดที่หดตัว ปัจจุบันเหลือเพียงตำบลฮัวถานที่ยังปลูกมะลิอย่างเป็นระบบ บนพื้นที่เพียง 30 เฮกตาร์ มีชาวสวนเหลือไม่ถึง 50 ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และด้วยความผูกพันในวัยเด็ก กู้ปี้ฉีจึงตัดสินใจลุกขึ้นฟื้นฟูอุตสาหกรรมมะลิ โดยผลักดันการปลูกแบบปลอดสารเคมี แม้จะต้องเปลี่ยนแนวคิดเดิมที่เคยใช้สารเคมีจนกระทั่งชาวสวนยังไม่กล้าดื่มชาที่ตนเองปลูก เธอย้ำว่า &ldquo;ถ้าเรายังไม่กล้าดื่มเอง จะให้คนอื่นเชื่อว่า &lsquo;ชานี้ดี&rsquo; ได้อย่างไร&rdquo;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เมื่อชาวสวนสูงวัยไม่กล้าเปลี่ยนแนวทาง กู้ปี้ฉีจึงใช้ที่ดินของครอบครัวทดลองปลูกมะลิแบบปลอดสาร โดยทีมงานสหกรณ์ช่วยกันเรียนรู้จากศูนย์ จนแม้จะเจอปัญหาแมลงและผลผลิตตกเหลือเพียง 10% แต่ยังไม่ย่อท้อ พัฒนาต่อเนื่องจนผลผลิตกลับมาได้ถึง 50% และเข้าสู่กระบวนการขอรับรองเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ สหกรณ์ยังพัฒนา &ldquo;ชามะลิคุณภาพสูง&rdquo; โดยใช้ชาดีจากไต้หวัน เช่น ซื่อจี้ชุน จินซวน และชาแดง มาจับคู่กับมะลิอินทรีย์ สร้างสูตรใหม่ เปลี่ยนภาพลักษณ์ชามะลิที่เคยถูกมองว่าเป็นชาเกรดต่ำ พร้อมทั้งลงมือเก็บดอกเองทุกเช้า รีบอบกลิ่นในโรงงานตอนค่ำ ทำงานแข่งกับเวลาเพื่อรักษาคุณภาพ และหลังผลิตชาได้แล้ว สหกรณ์ยังพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย ส่งเข้าประกวดและรับรองมาตรฐานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ คว้าหลายรางวัลเพื่อยกระดับชื่อเสียงของมะลิฮัวถาน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ตลอดกว่า&nbsp;10 ปี สหกรณ์สามารถสร้างชื่อให้มะลิฮัวถานเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ทั้งในรูปของชาทูต กลิ่นหอมที่ชนะใจชาวญี่ปุ่น รวมถึงการต่อยอดสู่สินค้านวัตกรรมกว่า 40 รายการ เช่น สปาร์กลิ้งไวน์ แยม ลิปบาล์ม น้ำสมุนไพร ฯลฯ เพื่อให้ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่มเข้าถึง &ldquo;กลิ่นหอมแห่งฮัวถาน&rdquo; ได้ง่ายขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;">ชาอบมะลิฮัวถาน จัดแสดงในงานนิทรรศการอาหารที่ญี่ปุ่น</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79612</guid>
      <pubDate>Tue, 01 Jul 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250701_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 1 ก.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 1 ก.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span lang="TH">&nbsp; &nbsp; &nbsp; มะลิ ได้ชื่อว่าเป็น &ldquo;ราชาแห่งไม้หอม</span>&rdquo; <span lang="TH">กลิ่นหอมของชาอบดอกไม้แบบตะวันออก (</span><span lang="ZH-TW">香片</span>) <span lang="TH">ส่วนใหญ่มาจากดอกมะลิเป็นหลัก เดิมทีตำบลฮัวถาน</span> (<span lang="ZH-TW">花壇</span>) <span lang="TH">ในไต้หวันเคยเป็นแหล่งปลูกมะลิที่สำคัญ แต่ด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น และการเข้ามาของชามะลินำเข้าราคาถูก ส่งผลให้มะลิไต้หวันค่อย ๆ ถูกลดบทบาทลง ยิ่งไปกว่านั้น ชามะลินำเข้าบางส่วนมีคุณภาพต่ำ ใช้กลิ่นสังเคราะห์ และมีภาพลักษณ์ว่า &ldquo;ราคาถูก</span>, <span lang="TH">รสชาติไม่ดี</span>, <span lang="TH">สารตกค้างสูง&rdquo; ทำให้ชามะลิค่อย ๆ สูญเสียความนิยม อย่างไรก็ตาม กลุ่มเกษตรกรผู้หลงใหลในมะลิ แห่งสหกรณ์การเกษตรฮัวถานไม่ยอมให้มะลิต้องหายไปจากเวทีอีกต่อไป พวกเขาลงมือปลูกมะลิอินทรีย์ด้วยตนเอง ผลิตชาอบมะลิคุณภาพสูง บรรจุภัณฑ์ยังได้รับรางวัลระดับโลก เช่น รางวัลรสชาติดีจากเบลเยียม (</span>iTQi) <span lang="TH">และ รางวัลการออกแบบ </span>iF <span lang="TH">จากเยอรมนี จนกระทั่งมีแบรนด์จากญี่ปุ่นมาติดต่อขอทำตลาดร่วมกัน</span><o:p></o:p></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/886a1cc6-9bc1-4a6a-a812-741a752fce4f.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>103</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันจันทร์ที่ 1 ก.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79611</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">สงครามรัสเซีย-ยูเครน และอิสราเอล-อิหร่านจุดกระแสโดรนทหาร ไต้หวันเร่งขยายโอกาสใน &ldquo;ซัพพลายเชนไร้จีน&rdquo;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เฉินก้วนหรู(陳冠如) ประธานบริษัท Thunder Tiger Technologies-雷虎科技 กล่าวว่า ไต้หวันควรคว้าโอกาสจาก &ldquo;ซัพพลายเชนที่ไม่พึ่งพาจีนแดง (Non-Red Supply Chain)&rdquo; พัฒนาอุตสาหกรรมโดรนตอบสนองต่อความต้องการด้านยุทธวิธีสงครามอสมมาตร (asymmetric warfare) </p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ในงานสัมมนา 2025 Tech Forum: ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมโดรน ซึ่งจัดโดย Wealth Magazine เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. นายเฉินชี้ว่า โดรนสำหรับการทหารได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในด้านกลาโหม การศึกษาประสบการณ์จากการใช้งานในสงครามรัสเซีย-ยูเครน จะช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับไต้หวัน โดยจุดเด่นของโดรนคือการใช้ในสงครามแบบอสมมาตร ที่ฝ่ายเล็กสามารถตอบโต้โจมตีฝ่ายใหญ่ได้</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">เฉินก้วนหรูยังเน้นว่า หากไต้หวันพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตนเองและยึดหลัก "ผลิตในไต้หวัน 100%" จะสามารถควบคุมห่วงโซ่อุปทานที่ไม่ขึ้นกับจีนแผ่นดินใหญ่ได้อย่างเต็มที่ ด้านนายเซี่ยจินเหอ(謝金河) บรรณาธิการ Wealth Magazine ยังยกตัวอย่างสถานการณ์ปัจจุบันระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ที่โดรนกลายเป็นอาวุธสำคัญในสมรภูมิ ทำให้ทั่วโลกจับตาอุตสาหกรรมนี้เป็นพิเศษ</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79611</guid>
      <pubDate>Tue, 01 Jul 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250701_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36034560" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันจันทร์ที่ 1 ก.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันจันทร์ที่ 1 ก.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><span style="background-color: #ffffff; color: #ba372a;"><strong><span lang="TH" style="font-size: 16pt; font-family: 'Angsana New', serif; background-color: #ffffff;">สงครามรัสเซีย-ยูเครน และอิสราเอล-อิหร่านจุดกระแสโดรนทหาร ไต้หวันเร่งขยายโอกาสใน &ldquo;ซัพพลายเชนไร้จีน&rdquo;</span></strong></span><b><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><o:p></o:p></span></b></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/abc46b42-31d4-4a28-bc91-d3ab85a33fb9.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>102</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79517</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;เมื่อพูดถึงมะเร็ง หลายคนอาจรู้สึกกลัว แต่รู้ไหมว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นหนึ่งในโรคที่เราสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ และสามารถป้องกันได้ ถ้าเราเริ่มใส่ใจตั้งแต่วันนี้</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของไต้หวันได้ขยายกลุ่มเป้าหมายการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ฟรี เริ่มตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมา โดยครอบคลุมประชาชนอายุ 45-74 ปี รวมถึงผู้ที่มีอายุ 40-44 ปีที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้ ซึ่งการตรวจคัดกรองนั้น ไม่ต้องเจาะเลือด ไม่ต้องงดอาหาร แถมยังฟรีด้วย เป็นการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระที่ทำได้ง่าย ๆ และให้โควต้าตรวจฟรี ทุก ๆ 2 ปี</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;กรมสุขภาพประชาชนของไต้หวันได้ออกมาเปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2568 มีประชาชนเข้ารับการตรวจแล้วเกือบ 870,000 ราย&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ข้อมูลจากกรมสุขภาพประชาชนระบุว่า หากตรวจพบเจ้ามะตั้งแต่ระยะ 0 หรือระยะ 1 อัตราการรอดชีวิตในระยะเวลา 5 ปี จะสูงถึง 90% แต่ถ้าตรวจพบในระยะที่ 4 โอกาสรอดชีวิตจะเหลือไม่ถึง 20%&nbsp; &nbsp;จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน มะเร็งลำไส้ใหญ่ยังคงครองอันดับ 3 ของสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในปี 2568 ซึ่งรองจากมะเร็งปอดและมะเร็งตับ&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ที่น่าสังเกตคือ การจัดอันดับ 10 อันดับแรกของสาเหตุการเสียชีวิตด้วยมะเร็งในปีนี้ยังคงเหมือนกับปีที่ก่อน ๆ แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในไต้หวันยังคงคงที่ และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ยังคงเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากทุกปี&nbsp; นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมการตรวจแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญ</p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr">4 ขั้นตอนตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่</p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr">1. รับอุปกรณ์เก็บตัวอย่าง</p>
<p dir="ltr">นำบัตรประกันสุขภาพไปที่สถานพยาบาลที่เข้าร่วมระบบประกันสุขภาพ เพื่อขอรับหลอดเก็บอุจจาระ พร้อมเขียนชื่อกำกับบนหลอด</p>
<p dir="ltr">2. ขับถ่าย</p>
<p dir="ltr">ปูทิชชูในลักษณะแนวเฉียงลงในชักโครก แล้วนั่งขับถ่ายตามปกติ โดยให้อุจจาระตกค้างอยู่ในบริเวณที่แห้งของโถสุขภัณฑ์ หรือจะขับถ่ายลงบนกระดาษหนังสือพิมพ์ก็ได้ เพื่อเก็บตัวอย่าง</p>
<p dir="ltr">3. เก็บตัวอย่างอุจจาระ</p>
<p dir="ltr">หมุนฝาหลอดเก็บตัวอย่างแล้วดึงแท่งเก็บตัวอย่างออก&nbsp; จากนั้นใช้แท่งเก็บตัวอย่างขูดอุจจาระเบา ๆ ไป-มาเพื่อเก็บปริมาณที่เพียงพอ แล้วใส่แท่งกลับเข้าหลอดและปิดฝาให้แน่น</p>
<p dir="ltr">4. ส่งคืน</p>
<p dir="ltr">นำหลอดเก็บตัวอย่างกลับไปส่งที่สถานพยาบาลเพื่อทำการตรวจ</p>
<p></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79517</guid>
      <pubDate>Mon, 30 Jun 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250630_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24035520" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr"><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เมื่อพูดถึงมะเร็ง หลายคนอาจรู้สึกกลัว แต่รู้ไหมว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นหนึ่งในโรคที่เราสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ และสามารถป้องกันได้ ถ้าเราเริ่มใส่ใจตั้งแต่วันนี้</span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/7/original/4b11b8a3-aa05-4602-90c1-541b821ab778.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>101</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79485</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของ 10 อันดับแบรนด์แว่นตากันแดดในช่วงปีที่ผ่านมาที่คนไต้หวันรีวิวมาแล้วว่าสวยงาม ใส่ง่าย คุณภาพคุ้มราคา (高CP值) ตอนที่ 2 นั่นก็เพราะว่าพอถึงช่วงฤดูร้อนของทุกปีอุปกรณ์ที่คนไต้หวันจะนิยมพกติดตัวไว้ในกระเป๋านอกจากร่ม หมวก และกระบอกน้ำ ก็คือแว่นตากันแดด เพราะไต้หวันมีลักษณะภูมิประเทสแบบเกาะกลางมหาสมุทร พอถึงช่วงฤดูร้อนแสงแดดจะแรงจัด ซึ่งแสงแดดจัดก็มาพร้อมกับค่ารังสียูวีที่สูงด้วย ดังนั้นหากไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาอย่างแว่นตากันแดดก็จะส่งผลให้ดวงตาของคุณได้รับอันตรายต่างๆ ตามมาในระยะยาวอย่างมากมายเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความที่คนไต้หวันส่วนใหญ่กว่า 80% จะใส่แว่นสายตากันอยู่แล้ว ดังนั้นการเลือกซื้อแว่นตากันแดดของคนไต้หวัน นอกจากจะดูเรื่องความเหมาะกับใบหน้า เสริมบุคลิกภาพ ราคาเหมาะสมกับคุณภาพแล้ว ก็ต้องใช้งานได้ยาวนานและปกป้องดวงของเราได้จริงๆ เพราะฉะนั้นจะมีแบรนด์แว่นตากันแดดยี่ห้อไหนบ้างที่คนไต้หวันชื่นชอบมากที่สุด วันนี้เรามีมาบอกเล่าให้รับทราบกัน (อันดับที่ 1-5 มีแบรนด์แว่นตาของไต้หวันด้วย) เพื่อคุณผู้ฟังท่านใดกำลังมองหาแว่นตากันแดดอยู่ก็อาจนำแบรนด์เหล่านี้ไปใช้พิจารณาได้นะคะ&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 1 BLUE ELEPHANT</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2 ZIV</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3 JINS</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4&nbsp;KlassiC.</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5 OWNDAYS</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79485</guid>
      <pubDate>Sun, 29 Jun 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250629_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36015360" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของ 10 อันดับแบรนด์แว่นตากันแดดในช่วงปีที่ผ่านมาที่คนไต้หวันรีวิวมาแล้วว่าสวยงาม ใส่ง่าย คุณภาพคุ้มราคา (高CP值) ตอนที่ 2 นั่นก็เพราะว่าพอถึงช่วงฤดูร้อนของทุกปีอุปกรณ์ที่คนไต้หวันจะนิยมพกติดตัวไว้ในกระเป๋านอกจากร่ม หมวก และกระบอกน้ำ ก็คือแว่นตากันแดด เพราะไต้หวันมีลักษณะภูมิประเทสแบบเกาะกลางมหาสมุทร พอถึงช่วงฤดูร้อนแสงแดดจะแรงจัด ซึ่งแสงแดดจัดก็มาพร้อมกับค่ารังสียูวีที่สูงด้วย ดังนั้นหากไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาอย่างแว่นตากันแดดก็จะส่งผลให้ดวงตาของคุณได้รับอันตรายต่างๆ ตามมาในระยะยาวอย่างมากมายเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความที่คนไต้หวันส่วนใหญ่กว่า 80% จะใส่แว่นสายตากันอยู่แล้ว ดังนั้นการเลือกซื้อแว่นตากันแดดของคนไต้หวัน นอกจากจะดูเรื่องความเหมาะกับใบหน้า เสริมบุคลิกภาพ ราคาเหมาะสมกับคุณภาพแล้ว ก็ต้องใช้งานได้ยาวนานและปกป้องดวงของเราได้จริงๆ เพราะฉะนั้นจะมีแบรนด์แว่นตากันแดดยี่ห้อไหนบ้างที่คนไต้หวันชื่นชอบมากที่สุด วันนี้เรามีมาบอกเล่าให้รับทราบกัน (อันดับที่ 1-5 มีแบรนด์แว่นตาของไต้หวันด้วย) เพื่อคุณผู้ฟังท่านใดกำลังมองหาแว่นตากันแดดอยู่ก็อาจนำแบรนด์เหล่านี้ไปใช้พิจารณาได้นะคะ&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/72c4dee7-e7b4-4f9d-adfa-35270942ad3b.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>100</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 24 มิ.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79050</link>
      <description><![CDATA[<p>ญี่ปุ่นเผชิญวิกฤตขาดแคลนข้าวอย่างหนัก บริษัท KURIYA Co., Ltd. ที่มีประวัติยาวนาน 143 ปี จึงนำเข้าข้าวไต้หวันเป็นครั้งแรก ร่วมมือกับโรงสี &ldquo;ฟางหรง&rdquo; จากไถหนาน โดยเริ่มส่งออก 500 ตันไปจังหวัดคางาวะเมื่อ 5 มิ.ย. 2025 นับเป็นครั้งแรกที่ข้าวไต้หวันเข้าสู่ภูมิภาคชิโกกุ</p>
<p>ประธานบริษัท KURIYA ระบุว่า ข้าวไต้หวันมีรสชาติใกล้เคียงรสนิยมญี่ปุ่น และเชื่อว่าจะสามารถแข่งขันร่วมกับข้าวญี่ปุ่นและ Calrose จากสหรัฐฯ ได้ในตลาด ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาเกษตรกรสูงวัย (เฉลี่ย 71 ปี) และพื้นที่เพาะปลูกลดลง ส่งผลให้ปริมาณข้าวไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะเมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวพุ่งแตะเกือบ 41 ล้านคนในช่วงต้นปีนี้ ดังนั้น การนำเข้าครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานทางเลือกที่มั่นคงในระยะยาว ซึ่งข้าวที่โรงสีฟางหรงจัดส่งไปญี่ปุ่นในครั้งนี้คือพันธุ์ &ldquo;ไถหนาน เบอร์ 11&rdquo; บรรจุถุงละ 5 กิโลกรัม ราคาขาย 3,780 เยน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับราคาตลาดญี่ปุ่นแล้ว ถือว่าใกล้เคียงกับข้าว นานัทสึโบชิ (Nanatsu boshinanatsuboshi Seven Star Riceข้าวเจ็ดดาว) จากฮอกไกโดและข้าวนำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งต่างก็อยู่ในกลุ่มข้าวที่ราคาย่อมเยาสำหรับใช้ในครัวเรือน</p>
<p>โทคุนางะ ชินโกะ ระบุว่า ข้าวพันธุ์ไถหนาน เบอร์ 11 มีความหอม รสหวาน ใกล้เคียงข้าวญี่ปุ่น แม้ด้อยกว่าด้านความเงาและความหนึบเล็กน้อย แต่ถือเป็นข้าวคุณภาพดี เหมาะกับตลาดญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมื่อควบคุมปริมาณปุ๋ยไนโตรเจนได้ดี ข้าวจะรักษารสชาติได้อย่างเสถียร เขายังชื่นชมโรงสีฟางหรงที่ควบคุมคุณภาพเข้มงวด และมีระบบความร่วมมือแน่นแฟ้นกับเกษตรกร ทำให้มั่นใจในคุณภาพข้าวไต้หวัน อีกข้อได้เปรียบสำคัญคือ &ldquo;ออกตลาดเร็ว&rdquo; วางขายได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน เร็วกว่าข้าวญี่ปุ่นซึ่งเริ่มได้ในเดือนกันยายน</p>
<p>โทคุนางะย้ำว่า ข้าวไต้หวันมีศักยภาพอยู่ในตลาดญี่ปุ่นระยะยาว หากรักษาคุณภาพและความสม่ำเสมอได้ พร้อมแนะนำผู้ส่งออกไต้หวันให้ยึดคุณภาพเป็นหลัก และสร้างความร่วมมือใกล้ชิดกับผู้นำเข้า โดยข้าวล็อตแรก 500 ตันนี้ ได้รับชื่อว่า &ldquo;หยวนลู่ (縁路)&rdquo; สื่อถึง &ldquo;วาสนาที่เดินทางมาไกล&rdquo; เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างสองฝ่าย.</p>
<p>หวงลี่ฉิน ประธานบริหารโรงสีฟางหรงเผยว่า ชินโกะ โทคุนางะ เดินทางมาไต้หวันด้วยตนเองเพื่อตามหาข้าวคุณภาพ และเลือกข้าวพันธุ์ไถหนาน เบอร์ 11 หลังทดลองชิมหลายชนิด โดยนำตัวอย่าง 40 กก.กลับญี่ปุ่นเพื่อทดสอบเพิ่มเติม ผลตอบรับดีจึงสั่งเพิ่มอีก 20 กก. แม้ฟางหรงเชี่ยวชาญด้านข้าวหอม แต่โทคุนางะเห็นว่ากลิ่นข้าวหอมแรงเกินไปสำหรับตลาดญี่ปุ่น จึงเลือกข้าวไถหนาน เบอร์ 11 ที่มีกลิ่นอ่อน รสนุ่ม แม้พันธุ์ไถหนาน เบอร์ 16 จะใกล้เคียงข้าวโคชิฮิคาริของญี่ปุ่น แต่ผลผลิตต่ำและต้นทุนสูง ข้าวไถหนาน เบอร์ 11 จึงเป็นทางเลือกเหมาะสมที่สุด ซึ่งแม้ในไต้หวันจะไม่ค่อยนิยม เพราะข้าวสำรองมักเก็บนาน แต่จริง ๆ แล้ว ข้าวพันธุ์นี้เคยคว้ารางวัลแชมป์ระดับประเทศ และหากสดใหม่ก็อร่อยไม่แพ้ใคร</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">การส่งออกครั้งนี้สร้างความภูมิใจให้เกษตรกร เช่น เฉินหมิงซิง ผู้ร่วมงานกับฟางหรงมากว่า 13 ปี บอกว่า &ldquo;ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นข้าวตัวเองไปขายที่ญี่ปุ่น&rdquo; ขณะที่เฉินจงเหอ ผู้ปลูกข้าวมากว่า 50 ปี มองว่าการยอมรับจากญี่ปุ่นเป็นบทพิสูจน์คุณภาพของข้าวไต้หวัน ส่วนหวังเซินชุน กรรมการผู้จัดการบริษัทเฉิงหง ผู้ประสานความร่วมมือนี้ เผยว่า เดิมทีเป็นผู้นำเข้าข้าวญี่ปุ่นมาขายในไต้หวัน แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นผู้ส่งออกข้าวไต้หวันไปญี่ปุ่น ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญและยกระดับความสัมพันธ์การค้าอย่างลึกซึ้ง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24pt; line-height: 20pt; text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79050</guid>
      <pubDate>Tue, 24 Jun 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250624_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36026880" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 24 มิ.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 24 มิ.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span lang="TH">ญี่ปุ่นเผชิญวิกฤตขาดแคลนข้าวอย่างหนัก บริษัท </span>KURIYA Co., Ltd. <span lang="TH">ที่มีประวัติยาวนาน </span>143 <span lang="TH">ปี จึงนำเข้าข้าวไต้หวันเป็นครั้งแรก ร่วมมือกับโรงสี &ldquo;ฟางหรง&rdquo; จากไถหนาน โดยเริ่มส่งออก </span>500 <span lang="TH">ตันไปจังหวัดคางาวะเมื่อ </span>5 <span lang="TH">มิ.ย. </span>2025 <span lang="TH">นับเป็นครั้งแรกที่ข้าวไต้หวันเข้าสู่ภูมิภาคชิโกกุ</span><o:p></o:p></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/23e189b3-e633-4df2-9a67-4730634bb039.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>99</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 24 มิ.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79049</link>
      <description><![CDATA[<p>ร้านขนมหวานเล็กๆ ในเมืองลู่กัง พลิกเกมด้วยพลังของ AI ดิจิทัล</p>
<p>สองหนุ่มสาวกลับบ้านเกิดที่ลู่กังเพื่อสานฝันสร้างร้านขนมหวาน เหยียนหย่าจือ(嚴雅芝) และเหยาจ้งเอิน(姚仲恩) เริ่มฝึกฝนการทำขนมหวานมาตั้งแต่มัธยม และฝันอยากมีร้านเป็นของตัวเอง ปี 2022 พวกเขาตัดสินใจกลับมายังบ้านเกิดของหย่าจือที่ตำบลลู่กั่ง เมืองจางฮั่ว และก่อตั้งแบรนด์ &ldquo;Yami 雅蜜 甜點&rdquo; โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นรังสรรค์ขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสที่ทั้งสวยงามและอร่อย&nbsp; พวกเขาถนัดด้านการอบขนมมากกว่าการตลาดและการบริหาร ประกอบกับทำเลร้านที่ไม่ติดถนนหลัก ทำให้ธุรกิจไม่สามารถเติบโตได้ตามหวัง จนกระทั่งได้เข้าร่วมโครงการ &ldquo;ดิจิทัลเพื่อความก้าวหน้าร่วมกัน&rdquo; และเรียนรู้การใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่าง ChatGPT และ Canva เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สร้างเว็บไซต์ร้านค้า เข้าร่วมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จนสามารถพลิกฟื้นธุรกิจได้สำเร็จ มียอดสั่งซื้อช่วงวันพ่อเพิ่มขึ้นเท่าตัว จำนวนผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้น 23% รายได้รวมเพิ่มขึ้น 10% แสดงให้เห็นถึงพลังของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่สามารถช่วยธุรกิจขนาดเล็กได้อย่างแท้จริง</p>
<p>AI Marketing คือการทำการตลาดโดยยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) เพื่อ รวบรวมข้อมูล ⭢ วิเคราะห์ ⭢ คาดการณ์ ⭢ สร้างกลยุทธ์ ⭢ ดำเนินการอัตโนมัติ โดยครอบคลุมการใช้งานจริง เช่น การแนะนำสินค้าเฉพาะบุคคล, การสร้างเนื้อหา, การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้โฆษณา เพื่อให้ธุรกิจทำการตลาดได้แม่นยำขึ้น เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่ม และได้รับประโยชน์ดังต่อไปนี้</p>
<p>ข้อดีของการตลาดด้วย AI</p>

เพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI): AI ช่วยให้ผู้ทำการตลาดตัดสินใจได้แม่นยำยิ่งขึ้น เช่น ปรับปรุงการเจาะกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มการเข้าถึง และควบคุมงบโฆษณาให้คุ้มค่ามากที่สุด
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: เครื่องมือ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว ทำให้กระบวนการทำงานราบรื่นขึ้น
ลดข้อผิดพลาด: ระบบอัตโนมัติช่วยให้ส่งสารถึงลูกค้าเป้าหมายได้ตรงจุด ลดความผิดพลาดจากกลยุทธ์ที่ไม่แม่นยำ
ลดต้นทุนด้านแรงงานและเวลา: เช่น แชทบอตสามารถตอบคำถามลูกค้าแทนพนักงานได้ทันที หรือ AI สร้างเนื้อหาอัตโนมัติ ลดเวลาที่ต้องใช้
เพิ่มยอดขาย: ด้วยความสามารถในการคาดการณ์ลูกค้าที่มีแนวโน้มซื้อสินค้า จึงเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้มากขึ้น
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=79049</guid>
      <pubDate>Tue, 24 Jun 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250624_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36013440" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 24 มิ.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 24 มิ.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span lang="TH">ร้านขนมหวานเล็กๆ ในเมืองลู่กัง พลิกเกมด้วยพลังของ </span>AI <span lang="TH">ดิจิทัล</span><o:p></o:p></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/7849d3be-de5a-4242-9cde-acfe3ad4a0f3.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>98</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - การคุกคามทางเพศ]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78957</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน พบว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 มีคำร้องเรียนเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศถึง 1,213 คดี โดยผู้เสียหายกว่า 90% เป็นผู้หญิง และผู้ชายประมาณ 8.5% เท่านั้น และนั่นยังไม่ใช่ทั้งหมดนะคะ เพราะในปีเดียวกัน ยังมีคดีสะกดรอยตามถึง 2,806 คดี ผู้เสียหายส่วนใหญ่ก็ยังเป็นเพศหญิงเช่นกัน โดยกลุ่มอายุที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดคือวัย 21 ถึง 30 ปี</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สิ่งนี้นอกจากจะกระทบความปลอดภัยในชีวิตแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างชัดเจน ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับอาการวิตกกังวล นอนไม่หลับ หวาดระแวง และบางคนถึงขั้นเปลี่ยนที่อยู่อาศัยหรือเปลี่ยนงาน เพราะรู้สึกว่าไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติอีกต่อไป</p>
<p dir="ltr"></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีการจัดฟอรัมสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการป้องกันการคุกคามทางเพศ ซึ่งมีผู้เสนอแนวคิดว่า หากผู้กระทำผิดเข้ารับการอบรมเพศศึกษาและสอบผ่าน อาจได้รับการยกเว้นค่าปรับตามกฎหมาย แม้ว่าข้อเสนอนี้จะยังไม่กลายเป็นนโยบาย และไม่ได้รับฉันทามติจากที่ประชุม แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้สังคมหันมาคิดว่า เราจะจัดการกับผู้กระทำผิดอย่างไรดี</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ต่อเรื่องนี้ จางซิ่วเยวียน (張秀鴛) อธิบดีกรมบริการคุ้มครอง กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของไต้หวัน ได้กล่าวว่า การยกเว้นค่าปรับนั้นจะต้องมีเงื่อนไขที่เข้มงวดมาก และที่สำคัญคือไม่ควรลดทอนนโยบาย &ldquo;Zero Tolerance&rdquo; หรือความอดทนเป็นศูนย์ต่อการล่วงละเมิดทางเพศ</p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr">&nbsp;※ หากคุณอยู่ในไต้หวันและต้องการปรึกษาเกี่ยวกับกรณีการถูกคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศ</p>
<p dir="ltr">สามารถโทร สายด่วน 113 </p>
<p dir="ltr">ให้บริการฟรีทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด โดยจะมีนักสังคมสงเคราะห์ให้บริการเป็นภาษาจีน ไต้หวัน อังกฤษ เวียดนาม ไทย กัมพูชา อินโดนีเซีย รวมทั้งสิ้น 7 ภาษา</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78957</guid>
      <pubDate>Mon, 23 Jun 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250623_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24028800" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - การคุกคามทางเพศ</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - การคุกคามทางเพศ</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr"><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp;จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน พบว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 มีคำร้องเรียนเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศถึง 1,213 คดี โดยผู้เสียหายกว่า 90% เป็นผู้หญิง และผู้ชายประมาณ 8.5% เท่านั้น </span><b></b><span>และนั่นยังไม่ใช่ทั้งหมดนะคะ เพราะในปีเดียวกัน ยังมีคดีสะกดรอยตามถึง 2,806 คดี ผู้เสียหายส่วนใหญ่ก็ยังเป็นเพศหญิงเช่นกัน โดยกลุ่มอายุที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดคือวัย 21 ถึง 30 ปี</span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/fe3d97da-9b66-44bd-95b5-9865c2d02866.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>97</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78919</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของ 10 อันดับแบรนด์แว่นตากันแดดในช่วงปีที่ผ่านมาที่คนไต้หวันรีวิวมาแล้วว่าสวยงาม ใส่ง่าย คุณภาพคุ้มราคา (高CP值) ตอนที่ 1 นั่นก็เพราะว่าพอถึงช่วงฤดูร้อนของทุกปีอุปกรณ์ที่คนไต้หวันจะนิยมพกติดตัวไว้ในกระเป๋านอกจากร่ม หมวก และกระบอกน้ำ ก็คือแว่นตากันแดด เพราะไต้หวันมีลักษณะภูมิประเทสแบบเกาะกลางมหาสมุทร พอถึงช่วงฤดูร้อนแสงแดดจะแรงจัด ซึ่งแสงแดดจัดก็มาพร้อมกับค่ารังสียูวีที่สูงด้วย ดังนั้นหากไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาอย่างแว่นตากันแดดก็จะส่งผลให้ดวงตาของคุณได้รับอันตรายต่างๆ ตามมาในระยะยาวอย่างมากมายเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความที่คนไต้หวันส่วนใหญ่กว่า 80% จะใส่แว่นสายตากันอยู่แล้ว ดังนั้นการเลือกซื้อแว่นตากันแดดของคนไต้หวัน นอกจากจะดูเรื่องความเหมาะกับใบหน้า เสริมบุคลิกภาพ ราคาเหมาะสมกับคุณภาพแล้ว ก็ต้องใช้งานได้ยาวนานและปกป้องดวงของเราได้จริงๆ เพราะฉะนั้นจะมีแบรนด์แว่นตากันแดดยี่ห้อไหนบ้างที่คนไต้หวันชื่นชอบมากที่สุด วันนี้เรามีมาบอกเล่าให้รับทราบกัน (อันดับที่ 6-10 มีแบรนด์แว่นตาของไต้หวันด้วย) เพื่อคุณผู้ฟังท่านใดกำลังมองหาแว่นตากันแดดอยู่ก็อาจนำแบรนด์เหล่านี้ไปใช้พิจารณาได้นะคะ&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6 BIS IN DEI 膠囊眼鏡</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่&nbsp;7 RIETI</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่&nbsp;8 MELLER</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 9 VIGHT</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 10 ADHOC 艾德國際</p>
<p style="text-align: center;">ประโยชน์ของแว่นตากันแดด ได้แก่ ป้องกันรังสี UV, ลดแสงจ้า, ป้องกันสิ่งแปลกปลอม, ปกป้องผิวรอบดวงตา และเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น</p>
<p></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78919</guid>
      <pubDate>Sun, 22 Jun 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250622_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36002880" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของ 10 อันดับแบรนด์แว่นตากันแดดในช่วงปีที่ผ่านมาที่คนไต้หวันรีวิวมาแล้วว่าสวยงาม ใส่ง่าย คุณภาพคุ้มราคา (高CP值) ตอนที่ 1 นั่นก็เพราะว่าพอถึงช่วงฤดูร้อนของทุกปีอุปกรณ์ที่คนไต้หวันจะนิยมพกติดตัวไว้ในกระเป๋านอกจากร่ม หมวก และกระบอกน้ำ ก็คือแว่นตากันแดด เพราะไต้หวันมีลักษณะภูมิประเทสแบบเกาะกลางมหาสมุทร พอถึงช่วงฤดูร้อนแสงแดดจะแรงจัด ซึ่งแสงแดดจัดก็มาพร้อมกับค่ารังสียูวีที่สูงด้วย ดังนั้นหากไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาอย่างแว่นตากันแดดก็จะส่งผลให้ดวงตาของคุณได้รับอันตรายต่างๆ ตามมาในระยะยาวอย่างมากมายเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความที่คนไต้หวันส่วนใหญ่กว่า 80% จะใส่แว่นสายตากันอยู่แล้ว ดังนั้นการเลือกซื้อแว่นตากันแดดของคนไต้หวัน นอกจากจะดูเรื่องความเหมาะกับใบหน้า เสริมบุคลิกภาพ ราคาเหมาะสมกับคุณภาพแล้ว ก็ต้องใช้งานได้ยาวนานและปกป้องดวงของเราได้จริงๆ เพราะฉะนั้นจะมีแบรนด์แว่นตากันแดดยี่ห้อไหนบ้างที่คนไต้หวันชื่นชอบมากที่สุด วันนี้เรามีมาบอกเล่าให้รับทราบกัน (อันดับที่ 6-10 มีแบรนด์แว่นตาของไต้หวันด้วย) เพื่อคุณผู้ฟังท่านใดกำลังมองหาแว่นตากันแดดอยู่ก็อาจนำแบรนด์เหล่านี้ไปใช้พิจารณาได้นะคะ&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/a4a7df75-c42e-4a5d-a2b7-403c0f5b7271.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>96</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 17 มิ.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78507</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;หนอนเจาะขั้วผลลิ้นจี่ เป็นศัตรูพืชที่ดื้อยาฆ่าแมลงและสร้างความเสียหายหนักแก่สวนลิ้นจี่มานาน แต่ทีมนักวิจัยไต้หวันนำโดยฟางซิ่นซิ่ว(方信秀) พบว่า &ldquo;แสงเขียว&rdquo; สามารถหยุดการเคลื่อนไหวและยับยั้งการผสมพันธุ์ของหนอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่รบกวนการเติบโตของต้นลิ้นจี่ ต่างจากแสงฟ้าหรือแสงขาวที่แม้ได้ผลกับแมลง แต่ส่งผลเสียต่อผลผลิต ซึ่งวิธีนี้ไม่เพียงควบคุมแมลงได้ตรงจุด ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมกว่าการใช้สารเคมี แต่ยังรักษาระบบนิเวศในสวนไว้ได้ครบถ้วน ถือเป็นนวัตกรรม &ldquo;แสงแห่งความหวัง&rdquo; ที่ช่วยเกษตรกรได้อย่างแท้จริง และสามารถประยุกต์ใช้กับพืชอื่นอย่างต้นหอมได้ด้วย</p>
<p></p>
<p style="text-align: center;">หนอนเจาะขั้วผลลิ้นจี่ เป็นศัตรูพืชที่ดื้อยา</p>
<p style="text-align: left;">&nbsp; &nbsp;ฟางซิ่นซิ่วเผยว่า หนอนเจาะขั้วผลลิ้นจี่เริ่มระบาดทันทีหลังลิ้นจี่ติดผลอ่อน ซึ่งเป็นช่วงสำคัญในการควบคุมแมลง แต่เกษตรกรมักหลีกเลี่ยงการฉีดยาช่วงดอกบานเพื่อไม่รบกวนผึ้งผสมเกสร หากเริ่มเปิด &ldquo;แสงเขียว&rdquo; ตั้งแต่ช่วงนี้ จะช่วยตัดวงจรชีวิตแมลงได้ตั้งแต่ต้น เพราะหนอนไม่ชอบแสงและอากาศเย็น ทั้งนี้ ช่วงผลอ่อนยังมี &ldquo;ช่วงร่วงผลตามธรรมชาติ&rdquo; ซึ่งราว 30% เกิดจากแมลงทำลาย หากยังเปิดไฟต่อเนื่อง จะยับยั้งการฟักตัวและการแพร่พันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก่อนเก็บเกี่ยวก็เป็นช่วงเสี่ยง เพราะไม่สามารถใช้สารเคมีได้อีก แสงเขียวจึงทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันสุดท้าย ช่วยลดความเสียหายจากแมลงจนถึงวันเก็บเกี่ยว &ldquo;ลดการสูญเสีย ก็คือเพิ่มรายได้&rdquo; ปัจจุบันเทคนิคนี้ถูกนำไปใช้จริงในหลายพื้นที่ และช่วยลดศัตรูพืชเหลือเพียง 2% ทั้งในสวนอินทรีย์และเกษตรทั่วไป</p>
<p></p>
<p style="text-align: center;">จากการวิจัยพบว่าแสงสีเขียวปรับศัตรูหนอนลิ้นจี่ได้ดีที่สุด</p>
<p>&nbsp; &nbsp;เกษตรกรลิ้นจี่ที่เขตต้าเฉียว เมืองเกาสง เจียงคุนหลิน(蔣昆霖) เล่าว่า สวนของเขาทำเกษตรแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ว่าใช้วิธีไหนก็ยังควบคุมแมลงไม่ได้ เคยลองใช้ตาข่ายคลุมผล แต่เนื่องจากสวนอยู่บนเนินเขาที่มีลมแรงและพื้นที่ไม่เรียบ ตาข่ายจึงมักถูกลมพัดจนหลุด ทำให้ไม่ได้ผล พอเริ่มใช้เทคนิคแสงเขียว พบว่าศัตรูพืชลดลงชัดเจน ใช้ต่อเนื่องมา 4&ndash;5 ปี ผลลัพธ์ก็ยังคงดี &ldquo;ตอนนี้ลิ้นจี่สามารถส่งไปยังตลาดเกษตรอินทรีย์ได้แล้ว&rdquo; ส่วน เฉินชิงคุน(陳清坤) เกษตรกรที่ตำบลหลีกั่ง เมืองผิงตง(屏東里港) เจอกับสถานการณ์ที่หนักกว่า เพราะสวนลิ้นจี่ของเขาอยู่ใต้ต้นหมากที่ให้ร่มเงามืด ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับหนอนเจาะขั้วผลลิ้นจี่อย่างยิ่ง ความเสียหายหนักจนเก็บเกี่ยวผลได้ไม่ถึง 30% จนเขาเคยคิดจะโค่นต้นลิ้นจี่ทิ้งและเลิกปลูก แต่หลังจากร่วมมือกับ นักวิจัยฟางซิ่นซิ่ว และติดตั้งไฟเขียวในสวน ความเสียหายก็เริ่มลดลง ปัจจุบันเขาไม่เพียงแค่รักษาสวนไว้ได้ แต่ยังกลับมามีกำลังใจในการปลูกลิ้นจี่อีกครั้ง</p>
<p></p>
<p style="text-align: center;">แสงสีเขียวปรับศัตรูหนอนลิ้นจี่ได้ดีที่สุด</p>
<p>&nbsp; &nbsp;สวี่หลุนจ้าว(許倫肇) ผู้ก่อตั้งสหกรณ์ฟางจิ้ง เป็นทั้งเกษตรกรและผู้ส่งออกลิ้นจี่ เขากล่าวว่า ลิ้นจี่พันธุ์อวี้เหอเปา (玉荷包) ของไต้หวัน ที่ส่งออกแช่เย็นไปยังนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย มีความกังวลสูงมากเรื่อง &ldquo;แมลง&rdquo; และ &ldquo;สารตกค้าง&rdquo; แต่แสงเขียวช่วยเขาแก้ปัญหาสองอย่างนี้ได้ ปีที่แล้วลิ้นจี่ที่ส่งออกมีผลตรวจยาฆ่าแมลง &ldquo;เป็น 0&rdquo;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78507</guid>
      <pubDate>Tue, 17 Jun 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250617_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36010560" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 17 มิ.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 17 มิ.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;หนอนเจาะขั้วผลลิ้นจี่ เป็นศัตรูพืชที่ดื้อยาฆ่าแมลงและสร้างความเสียหายหนักแก่สวนลิ้นจี่มานาน แต่ทีมนักวิจัยไต้หวันนำโดยฟางซิ่นซิ่ว(方信秀) พบว่า &ldquo;แสงเขียว&rdquo; สามารถหยุดการเคลื่อนไหวและยับยั้งการผสมพันธุ์ของหนอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่รบกวนการเติบโตของต้นลิ้นจี่ ต่างจากแสงฟ้าหรือแสงขาวที่แม้ได้ผลกับแมลง แต่ส่งผลเสียต่อผลผลิต ซึ่งวิธีนี้ไม่เพียงควบคุมแมลงได้ตรงจุด ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมกว่าการใช้สารเคมี แต่ยังรักษาระบบนิเวศในสวนไว้ได้ครบถ้วน ถือเป็นนวัตกรรม &ldquo;แสงแห่งความหวัง&rdquo; ที่ช่วยเกษตรกรได้อย่างแท้จริง และสามารถประยุกต์ใช้กับพืชอื่นอย่างต้นหอมได้ด้วย</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/65f1b26e-b027-485d-9b5e-037680b2e718.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>95</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 17 มิ.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78436</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ไต้หวันสู่การสร้าง &ldquo;กลุ่มดาวเทียม&rdquo; กลุ่มแรกของประเทศ </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">&ldquo;ฟอร์โมแซท-8&rdquo; (Formosat-8) ซึ่งเป็น &ldquo;กลุ่มดาวเทียม&rdquo; ฝีมือคนไต้หวัน กลุ่มดาวเทียมแรกของประเทศ ได้มีการวางแผนส่งดาวเทียมดวงแรกในกลุ่ม (FS-8A) ไปยังสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมนี้ และมีกำหนดยิงขึ้นสู่อวกาศในเดือนตุลาคม </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">การส่งเสริมเทคโนโลยีอวกาศเป็นจุดสำคัญของการพัฒนาไต้หวัน ทั้งในด้านดาวเทียมตรวจอากาศ ดาวเทียมถ่ายภาพจากระยะไกลด้วยระบบแสง ดาวเทียมเรดาร์ (SAR) และดาวเทียมสื่อสาร ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของชาติและสวัสดิภาพของประชาชน ฟอร์โมแซท-8 จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการสำรวจภาพพื้นผิวโลกของไต้หวัน และกระบวนการผลิตดาวเทียมที่พึ่งพาตนเองได้ ยังเป็นแรงขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศอีกด้วย </p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ฟอร์โมแซท-8 เป็นโครงการนำร่องแรกภายใต้ &ldquo;แผนพัฒนาระยะยาวเทคโนโลยีอวกาศแห่งชาติ ระยะที่ 3&rdquo; ของไต้หวันซึ่งจะเป็นกลุ่มดาวเทียมถ่ายภาพด้วยแสง (optical remote sensing satellite) ประกอบด้วยดาวเทียม 6 ดวงความละเอียดสูง และอีก 2 ดวงความละเอียดสูงพิเศษ โดยจะทยอยปล่อยขึ้นสู่อวกาศทุกปี เริ่มตั้งแต่ปีนี้ และคาดว่าจะสร้างเครือข่ายครบสมบูรณ์ภายในปี 2031</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">อุตสาหกรรมอวกาศกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ไต้หวันมีความได้เปรียบด้านการวิจัยและกระบวนการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ไต้หวันไม่เพียงแค่ดำเนินโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศแนวลึก แต่ยังร่วมมือกับภาคเอกชนในกระบวนการพัฒนาดาวเทียมฟอร์โมแซท-8 ด้วย กลยุทธ์เหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งและประสานการก้าวเดินของภาคส่วนรัฐ เอกชน วิชาการ และการวิจัย พร้อมทั้งวางรากฐานให้การพัฒนาอวกาศของไต้หวันเป็นไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ฟอร์โมแซท-8 มีความสามารถด้านความละเอียดของภาพดีกว่าฟอร์โมแซท-5 อย่างเห็นได้ชัด โดยฟอร์โมแซท-5 มีความละเอียดภาพ 2 เมตร ขณะที่ดาว 6 ดวงแรกในกลุ่มฟอร์โมแซท-8 มีความละเอียด 1 เมตร และอีก 2 ดวงสุดท้ายมีความละเอียดต่ำกว่า 1 เมตร จากเดิมที่สามารถเห็นเพียง &ldquo;เงาลางๆ ของรถ&rdquo; ก็จะสามารถแยกแยะรูปทรงของรถได้ชัดเจนถึงขั้นแยกระหว่างรถบรรทุกกับรถเก๋ง</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">นอกจากนี้ กลุ่มดาวเทียมฟอร์โมแซท-8 จะทำงานแบบ &ldquo;ประสานทีม&rdquo; ในการถ่ายภาพพื้นที่เดียวกัน โดยสามารถเพิ่มความถี่ในการถ่ายภาพพื้นที่เดียวกันจากเดิมทุก 2 วัน เป็นได้สูงสุดถึง 3 ครั้งต่อวัน ทำให้ภาพพื้นผิวโลกมีความชัดเจนยิ่งขึ้น และสามารถสร้างเครือข่ายการตรวจสอบภาพถ่ายพื้นผิวและฐานข้อมูลภาพที่ครอบคลุมประเทศได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;">ภาพถ่ายจากดาวเทียมฝีมือไต้หวันไม่เพียงช่วยด้านการวางแผนการใช้ที่ดิน และการประเมินความเสียหายหลังภัยพิบัติเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ในการสอดส่องได้อย่างเชิงรุกอีกด้วย นอกจากนี้ ไต้หวันยังใช้ภาพถ่ายดาวเทียมของตนในการสนับสนุนโครงการระหว่างประเทศ เช่น &ldquo;Watch Asia&rdquo; ของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อช่วยเหลือประเทศพันธมิตรและประเทศอื่น ๆ ในการประเมินความเสียหายหลังเกิดภัยพิบัติ แสดงให้โลกเห็นว่า &ldquo;ไต้หวันช่วยได้&rdquo; (Taiwan can help)</p>
<p>ฟอร์โมแซท-8 ยังมีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนของชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตในไต้หวัน โดยการคัดเลือกใช้ชิ้นส่วนที่เชื่อถือได้จากภาคอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งช่วยยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมภายใน โครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากโครงการวิจัยและพัฒนาอื่น ๆ เช่น ดาวเทียมขนาดเล็กติดตามดาวฤกษ์ เรดาร์เรือใบที่ใช้จานสะท้อนแบบพาสซีฟ ดาวเทียมสื่อสาร ดาวเทียมฟอร์โมแซท-9 ดาวเทียมวงโคจรต่ำสำหรับ Beyond 5G และแผนพัฒนาอุตสาหกรรมโหลดออปติคัล</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78436</guid>
      <pubDate>Tue, 17 Jun 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250617_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36020160" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 17 มิ.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 17 มิ.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly; mso-pagination: widow-orphan;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><span style="color: #e67e23;">ไต้หวันสู่การสร้าง &ldquo;กลุ่มดาวเทียม&rdquo; กลุ่มแรกของประเทศ</span> </span><span lang="EN-US" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif;"><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/e3b2cd94-58ed-47dd-b6ef-83938d126038.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>94</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed)]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78433</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) หรือเรียกอีกชื่อว่า เมล็ดลินิน ชาวไต้หวันจัดว่าเป็น "หนึ่งในสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ" เป็นธัญพืชเมล็ดเล็ก ๆ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด เช่น กรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดกรดอัลฟาไลโนเลนิก&nbsp; ALA (จากพืช) ใยอาหาร ลิกแนน(Lignans) (สารพฤกษเคมีที่มีมีสารเอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งสารทั้งสองมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งและยังช่วยให้สุขภาพด้วยรวมดีขึ้นอีกด้วย) รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ จึงมีคุณสมบัติช่วยดูแล สุขภาพลำไส้ ลดไขมันในเลือด ควบคุมระดับน้ำตาล ต้านการอักเสบ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็งและข้ออักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีประโยชน์ต่อ ผู้หญิง ทั้งในเรื่องการปรับสมดุลฮอร์โมนและการบรรเทาอาการวัยทอง</p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr">คุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดแฟลกซ์</p>
<p dir="ltr">เมล็ดแฟลกซ์ 1 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 15 กรัม) ให้พลังงาน 80 แคลอรี่ ซึ่งประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 4 กรัม โปรตีน 2.7 กรัม และ ไขมัน 6.3 กรัม เมล็ดแฟลกซ์มีใยอาหารสูงมาก ในปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ จะมีใยอาหารถึง 2.81 กรัม</p>
<p dir="ltr">นอกจากนี้ เมล็ดแฟลกซ์ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุอย่าง แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม รวมถึง วิตามินบีรวม อีกทั้งยังมี ลิกแนน (Lignans) ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนและมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ โดยพบในเมล็ดแฟลกซ์ในปริมาณที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับอาหารชนิดอื่น</p>
<p dir="ltr">ปริมาณที่แนะนำให้บริโภค</p>
<p dir="ltr">สำหรับ ผู้ใหญ่: ไม่ควรเกิน 1 ช้อนโต๊ะต่อวัน</p>
<p dir="ltr">สำหรับ เด็กเล็ก: แนะนำให้เริ่มที่ &frac14; ถึง &frac12; ช้อนชา ต่อวัน</p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">(Photo: CancerCare.hk）</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;"></p>
<p dir="ltr">ประโยชน์ของเมล็ดแฟลกซ์</p>
<p dir="ltr">ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานตามปกติ</p>
<p dir="ltr">เมล็ดแฟลกซ์มีใยอาหาร 2 ชนิด ได้แก่ ใยอาหารที่ละลายน้ำได้ และ ใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ(insoluble fiber)&nbsp; โดยใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำจะช่วยเพิ่มปริมาตรของอุจจาระ ดูดซึมน้ำในลำไส้ และช่วยเร่งการเคลื่อนตัวของอาหารผ่านทางเดินอาหาร จึงสามารถบรรเทาอาการท้องผูกได้ ส่วนใยอาหารที่ละลายน้ำได้จะกลายเป็นเจลที่มีลักษณะหนืด ช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวกขึ้น</p>
<p dir="ltr">ป้องกันการเกิดมะเร็งบางชนิด</p>
<p dir="ltr">ในเมล็ดแฟลกซ์มีสารอาหารสำคัญหลายชนิด เช่น กรดแอลฟา-ไลโนเลนิก (&alpha;-linolenic acid), ลิกแนน (lignans), กรดฟีนอลิก (phenolic acids) และ ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ซึ่งล้วนมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับของอนุมูลอิสระในร่างกาย และมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ลดคอเรสเตอรอล</p>
<p dir="ltr">ใยอาหารชนิดละลายน้ำในเมล็ดแฟลกซ์ สามารถช่วยยับยั้งการดูดซึมไขมันในลำไส้ อีกทั้งยังสามารถจับกับน้ำดีในลำไส้เล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ โดยน้ำดีนั้นประกอบมาจากคอเลสเตอรอลในเลือด และมีหน้าที่ช่วยย่อยและดูดซึมไขมัน</p>
<p dir="ltr">ป้องกันโรคหัวใจ</p>
<p dir="ltr">ใยอาหารชนิดละลายน้ำในเมล็ดแฟลกซ์สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ในเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงของการอุดตันในหลอดเลือดได้ อีกทั้งจากงานวิจัยยังพบว่า กรดไขมันอัลฟา-ไลโนเลนิก (&alpha;-linolenic acid) ในปริมาณมากสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ถึง 14%</p>
<p dir="ltr">ควบคุมน้ำหนัก</p>
<p dir="ltr">ใยอาหารชนิดละลายน้ำในเมล็ดแฟลกซ์สามารถช่วยชะลอการย่อยอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มนาน ลดความอยากอาหาร จึงมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p dir="ltr">บรรเทาอาการวัยทอง</p>
<p dir="ltr">ลิกแนน (lignans) ที่พบในเมล็ดแฟลกซ์เป็นไฟโตเอสโตรเจนจากพืชตามธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในการปรับสมดุลการเผาผลาญและการทำงานของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย งานวิจัยระบุว่า ลิกแนนมีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงสามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการร้อนวูบวาบ (hot flashes) ในช่วงวัยทองได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Parikh et al, 2019)</p>
<p></p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ bowtie</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78433</guid>
      <pubDate>Mon, 16 Jun 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250616_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24000960" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed)</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed)</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr"><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) หรือเรียกอีกชื่อว่า เมล็ดลินิน ชาวไต้หวันจัดว่าเป็น "หนึ่งในสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ" เป็นธัญพืชเมล็ดเล็ก ๆ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด เช่น กรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดกรดอัลฟาไลโนเลนิก&nbsp; ALA (จากพืช) ใยอาหาร ลิกแนน(Lignans) (สารพฤกษเคมีที่มีมีสารเอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งสารทั้งสองมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งและยังช่วยให้สุขภาพด้วยรวมดีขึ้นอีกด้วย) รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ จึงมีคุณสมบัติช่วยดูแล สุขภาพลำไส้ ลดไขมันในเลือด ควบคุมระดับน้ำตาล ต้านการอักเสบ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็งและข้ออักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีประโยชน์ต่อ ผู้หญิง ทั้งในเรื่องการปรับสมดุลฮอร์โมนและการบรรเทาอาการวัยทอง</span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/a91164e6-7954-45e4-9365-c96fd33e8e73.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>93</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78342</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงยอดนิยมในไต้หวันอย่างสุนัข เพราะคนไต้หวันชอบเลี้ยงสุนัขมากๆ เรียกได้ว่าเลี้ยงเป็นเหมือนลูกเป็นเหมือนสมาชิกอีกคนในครอบครัว ส่งผลให้ตลาดของผลิตภัณฑ์สินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในไต้หวันเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะแค่เฉพาะในกรุงไทเปก็มีการจัดงานนิทรรศการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่ถึง 2 ครั้งต่อปี และขนาดของการจัดงานก็ขยายวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีแบรนด์อาหารสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ของใช้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศจำนวนไม่น้อยต้องมากเปิดตลาดในไต้หวัน เพราะคนไต้หวันที่เลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่มีกำลังซื้อและยินดีที่จ่ายให้กับลูกน้อยมีขนของพวกเขา โดยในส่วนของการเลี้ยงสุนัขนไต้หวันก็มีกฎระเบียบสำหรับจัดการดูแลผู้ที่ต้องการเลี้ยงไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะสุนัขสายพันธุ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ก็จะต้องมีใบรับรอง ผ่านการตรวจโรค และมีการติดชิพไว้ที่ตัวสุนัขด้วย ดังนั้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสุนัขสายพันธุ์ไหนเป็นที่โปรดปรานของคนรักสุนัขในไต้หวันมากที่สุดวันนี้มีมาบอกเล่าให้ฟังกัน (ตอนที่ 2)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 1 พิตบูลล์ (比特犬)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 2 ชิบะอินุ (柴犬)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 3 คอร์กี้ (柯基)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 4 ฮัสกี (哈士奇)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 5 ชิวาวา (吉娃娃)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">อันดับที่ 6 เฟรนช์ บูลด็อก (法國鬥牛犬)</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=78342</guid>
      <pubDate>Sun, 15 Jun 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250615_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36011520" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงยอดนิยมในไต้หวันอย่างสุนัข เพราะคนไต้หวันชอบเลี้ยงสุนัขมากๆ เรียกได้ว่าเลี้ยงเป็นเหมือนลูกเป็นเหมือนสมาชิกอีกคนในครอบครัว ส่งผลให้ตลาดของผลิตภัณฑ์สินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในไต้หวันเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะแค่เฉพาะในกรุงไทเปก็มีการจัดงานนิทรรศการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่ถึง 2 ครั้งต่อปี และขนาดของการจัดงานก็ขยายวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีแบรนด์อาหารสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ของใช้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศจำนวนไม่น้อยต้องมากเปิดตลาดในไต้หวัน เพราะคนไต้หวันที่เลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่มีกำลังซื้อและยินดีที่จ่ายให้กับลูกน้อยมีขนของพวกเขา โดยในส่วนของการเลี้ยงสุนัขนไต้หวันก็มีกฎระเบียบสำหรับจัดการดูแลผู้ที่ต้องการเลี้ยงไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะสุนัขสายพันธุ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ก็จะต้องมีใบรับรอง ผ่านการตรวจโรค และมีการติดชิพไว้ที่ตัวสุนัขด้วย ดังนั้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสุนัขสายพันธุ์ไหนเป็นที่โปรดปรานของคนรักสุนัขในไต้หวันมากที่สุดวันนี้มีมาบอกเล่าให้ฟังกัน (ตอนที่ 2)</span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/6c08a85f-4d31-4f6c-820c-46e1c3da1085.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>92</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 10 มิ.ย. 68]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77925</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;แม้ราคาหอยลายจะสูงขึ้น แต่ชาวประมงกลับยากจนลงเพราะสภาพอากาศสุดขั้วทำให้หอยตายง่าย คุณภาพน้ำแย่ลงจนเกิดวงจรน้ำเสียและโรคระบาด โชคดีที่จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (PSB) ช่วยฟื้นฟูคุณภาพน้ำและลดโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้มีราคาถูกและมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ฟรี จึงจุดประกายความหวังให้วงการหอยลายไต้หวันอีกครั้ง</p>
<p>&nbsp; &nbsp;โดยปกติ สารอินทรีย์ในบ่อ เช่น เศษอาหารและซากสิ่งมีชีวิต จะสลายตัวเป็นแอมโมเนียไนโตรเจน (氨氮) และไนไตรท์ (亞硝酸鹽) ก่อนจะเปลี่ยนเป็นไนเตรต (硝酸鹽) ต่อไป ซึ่งแอมโมเนียไนโตรเจนและไนไตรท์มีพิษสูงต่อหอยลาย ขณะที่ไนเตรตกลับช่วยส่งเสริมการเจริญของสาหร่ายที่เป็นแหล่งอาหารของหอยลาย แต่เนื่องจากอัตราการรอดของหอยลายต่ำมาโดยตลอด ชาวประมงจึงมักเพิ่มความหนาแน่นของการเลี้ยงเพื่อให้ได้ผลผลิตเพียงพอ ส่งผลให้สารพิษในบ่อ เช่น แอมโมเนียไนโตรเจนและไนไตรท์ สะสมในระดับที่สูงเกินไป ทำให้หอยลายต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน ส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตและอัตราการอยู่รอดอย่างชัดเจน</p>
<p>&nbsp; &nbsp;กัวหยางเจิ้ง(郭楊正) นักวิจัยจากสถาบันวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร เผยว่า จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงช่วยฟอกน้ำและย่อยของเสียในบ่อเลี้ยงแม้ในสภาพไร้ออกซิเจน ลดสารพิษอย่างแอมโมเนียและไฮโดรเจนซัลไฟด์ นอกจากนี้ยังช่วยยับยั้งเชื้อโรคอย่างวิบริโอที่มักระบาดหลังฝนตกหรืออากาศร้อน จึงช่วยรักษาสมดุลน้ำและลดความเสี่ยงต่อหอยลายอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>&nbsp; &nbsp;รอง ศ.ไช่หมิงอันเผยว่า เดิมผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมีราคาสูงถึง 3,000 เหรียญไต้หวันต่อ 6 ลิตร แต่เมื่อถ่ายทอดสูตรและเทคนิคการเพาะเลี้ยงเอง ต้นทุนจึงลดลงจนเหลือไม่กี่สิบเหรียญไต้หวันต่อ 20 ลิตร เขาย้ำว่าจุลินทรีย์ไม่ใช่ยารักษาโรค แต่เป็นอาหารเสริมที่ต้องใช้ต่อเนื่องจึงเห็นผล ทีมวิจัยยังช่วยตรวจคุณภาพน้ำ-สาหร่ายในบ่อหอย ทำให้ชาวประมงอย่างสวี่เฮ่าหรู(許顥襦) เพิ่มผลผลิตได้แม้สภาพอากาศแปรปรวน แต่ความเข้าใจนี้ยังไม่แพร่หลายในกลุ่มชาวประมงรุ่นเก่า ที่มักคาดหวังผลลัพธ์ทันทีจึงไม่กล้าลองใช้งาน</p>
<p>&nbsp; &nbsp;จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมีประโยชน์ต่อคุณภาพน้ำและการควบคุมโรค แต่ต้องใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เพราะความเข้มข้นและสายพันธุ์ต่างกัน ศ.ไช่หมิงอันแนะให้ชาวประมงปรึกษาผู้มีประสบการณ์หรือหน่วยงานวิชาการ ขณะเดียวกัน ทีมนักวิจัยยังร่วมตรวจวิเคราะห์สาหร่ายในบ่อเลี้ยง ส่งผลให้ผลผลิตหอยลายเพิ่มขึ้นถึง 40% ล่าสุด กรมประมงเตรียมจัดอบรมหลักสูตรจุลินทรีย์ฯ ฟรีในเดือนกรกฎาคม 2025 เพื่อขยายผลสู่เกษตรกรทั่วประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">สภาพหอยลายตายเป็นจำนวนมาก</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงช่วยฟื้นฟูฟาร์มเลี้ยงหอยลาย</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77925</guid>
      <pubDate>Tue, 10 Jun 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250610_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 10 มิ.ย. 68</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 10 มิ.ย. 68</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;แม้ราคาหอยลายจะสูงขึ้น แต่ชาวประมงกลับยากจนลงเพราะสภาพอากาศสุดขั้วทำให้หอยตายง่าย คุณภาพน้ำแย่ลงจนเกิดวงจรน้ำเสียและโรคระบาด โชคดีที่จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (PSB) ช่วยฟื้นฟูคุณภาพน้ำและลดโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้มีราคาถูกและมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ฟรี จึงจุดประกายความหวังให้วงการหอยลายไต้หวันอีกครั้ง</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/a9d0ba15-2df0-4e04-9126-f2bd4a9f6d39.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>91</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 10 มิ.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77919</link>
      <description><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">งานแสดงเทคโนโลยีการแพทย์ เน้น 3 หัวข้อหลัก ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การแพทย์เฉพาะบุคคล และการแพทย์แม่นยำ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">งานแสดงเทคโนโลยีการแพทย์และการดูแลสุขภาพนานาชาติไต้หวัน ประจำปี 2025 สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของไต้หวัน (TAITRA) ระบุว่า ปีนี้งานเน้น 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การแพทย์เฉพาะบุคคล และการแพทย์แม่นยำ พร้อมเปิดตัว &ldquo;โซนสัตวแพทย์&rdquo; เป็นครั้งแรก เพื่อตอบรับกระแสธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง โดยจำนวนบริษัทและบูธที่ร่วมจัดแสดงเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ปี 2025 นี้มีผู้ซื้อจากต่างประเทศกว่า 600 รายเดินทางมาร่วมงาน มีกำหนดจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจระหว่างประเทศกว่า 200 ครั้ง รวมทั้งมีบริษัทด้านการแพทย์และชีววิทยาเข้าร่วม 316 ราย ใช้พื้นที่จัดแสดงรวม 512 บูธ ขยายขนาดงานขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ปีนี้ยังได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Wellstar Health System ของสหรัฐฯ มาจัดสัมมนาอธิบายนโยบายจัดซื้อ และแนวโน้มตลาดสหรัฐ โดยที่สหรัฐยังคงเป็นหนึ่งในตลาดหลักของไต้หวัน ขณะที่ไต้หวันเองก็ส่งออกผลิตภัณฑ์การแพทย์ไปยังตลาดโลก เช่น อาเซียน ยุโรป และจีนแผ่นดินใหญ่ หวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะกระตุ้นความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม และสร้างโอกาสทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ศูนย์การแพทย์หลายแห่งของไต้หวันได้นำเสนอผลงานร่วมกับ NVIDIA นำ AI เข้าสู่แวดวงการแพทย์จริง ทั้งด้านการวินิจฉัย ระบบผู้ช่วยแพทย์ และการใช้งานในคลินิกจริง พร้อมระบุว่า ในยุคสังคมผู้สูงวัยของไต้หวัน การนำเทคโนโลยีใหม่ เช่น อุปกรณ์สวมใส่ มาใช้จะช่วยให้การดูแลสุขภาพมีคุณภาพ และคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ</p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent: 24.0pt; line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;">ในโซนสตาร์ทอัพ &ldquo;M-novator&rdquo; สมาคมส่งเสริมการค้าฯ ระบุว่า ปีนี้มีบริษัทสตาร์ทอัพด้านสุขภาพจาก 5 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เบลเยียม อิสราเอล เกาหลีใต้ และไต้หวัน มาร่วมจัดแสดง โดยเน้นโซลูชันด้านสุขภาพ เช่น การรักษาผ่านระบบดิจิทัล และการติดตามสุขภาพแบบใหม่</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จากสถิติของสมาคมฯ มีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อร่วมชมงานปีนี้รวม 4,254 คน แบ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในประเทศ 3,429 คน และผู้ซื้อจากต่างประเทศ 825 คน โดย 5 ประเทศที่มีผู้ซื้อเข้าร่วมมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไทย และสหรัฐอเมริกา</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77919</guid>
      <pubDate>Tue, 10 Jun 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250610_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36021120" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 10 มิ.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 10 มิ.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="line-height: 20.0pt; mso-line-height-rule: exactly;"><strong><span style="background-color: #ffffff;"><span lang="TH" style="font-size: 16pt; font-family: 'Angsana New', serif; background-color: #ffffff;">งานแสดงเทคโนโลยีการแพทย์ </span><span lang="TH" style="font-size: 16pt; font-family: 'Angsana New', serif; background-color: #ffffff;">เน้น </span></span></strong><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Angsana New',serif; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><strong><span style="background-color: #ffffff;">3 <span lang="TH">หัวข้อหลัก ปัญญาประดิษฐ์ (</span>AI), <span lang="TH">การแพทย์เฉพาะบุคคล และการแพทย์แม่นยำ</span></span></strong><o:p></o:p></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/20250605000100.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>90</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - Isoflavone]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77878</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น นมถั่วเหลืองและเต้าหู้ มีราคาไม่แพงและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นวัตถุดิบสำคัญในอาหารแต่ละมื้อในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสำหรับผู้รับประทานมังสวิรัติ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองถือเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่สามารถทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ อย่างไรก็ตาม มีเสียงลือเล่าอ้างว่าการบริโภคผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวและมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;แพทย์หญิงชิวเสี่ยวเฉิน (邱筱宸) จากแผนกสูตินรีเวช โรงพยาบาลซีหยวน westgarden ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การบริโภคผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองในปริมาณที่พอเหมาะไม่เพียงแต่จะไม่ส่งผลต่อสุขภาพของเยื่อบุโพรงมดลูกเท่านั้น แต่ยังมีผลดีต่อการปกป้องสุขภาพผู้หญิงอีกด้วย</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">เยื่อบุโพรงมดลูก (photo: Taipei Fertility Center)</p>
<p></p>

<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;การศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ที่บริโภคสารไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองมากกว่า มีโอกาสเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกน้อยกว่าผู้ที่ไม่บริโภค&ldquo;ไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง&rdquo; ในผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เป็นไฟโตเอสโตรเจนชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับเอสโตรเจนในมนุษย์ หลายคนเป็นกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเยื่อบุโพรงมดลูกได้ ชิวเสี่ยวเฉิน ชี้ให้เห็นว่าอันที่จริง ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า สำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนสารไอโซฟลาโวนช่วยบรรเทาอาการวัยหมดประจำเดือน ส่งผลดีต่อสุขภาพกระดูก หลอดเลือดหัวใจ สำหรับผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ไอโซฟลาโวนอาจเข้าไปแข่งขันกับเอสโตรเจนภายในร่างกายที่แข็งแรงกว่า ในที่นี้หมายถึงเอสโตรเจนภายในร่างกายที่มีอยู่แต่เดิมที่ผลิตจากรังไข่เป็นส่วนใหญ่ พอเรารับประทานอาหารจำพวกผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองเข้าไป สารไฟโตรเอสโตรเจนก็จะไปทำการแข่งขันกับเจ้าเอสโตรเจน ซึ่งไม่ใช่เรื่องไม่ดีนะคะ เพราะมีผลในการปรับสมดุลของฮอร์โมน</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ชิวเสี่ยวเฉิน เปิดเผยว่าจากการศึกษากลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ที่ทำการติดตามผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนจำนวน 46,027 คนเป็นเวลา 14 ปี พบว่าผู้หญิงที่บริโภคสารไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง (Soy Isoflavones) ในปริมาณสูง มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกน้อยกว่ากลุ่มที่บริโภคในปริมาณต่ำถึง 34%&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ งานวิจัยล่าสุดที่ได้รับการตีพิมพ์ในปี 2025 ซึ่งเป็นการ ทบทวนอย่างเป็นระบบและวิเคราะห์แบบองค์รวม (systematic review and meta-analysis) ยังยืนยันเพิ่มเติมอีกว่าการบริโภคสารไอโซฟลาโวนในปริมาณสูง ไม่ได้ส่งผลต่อความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก และยังอาจ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้อีกด้วย</p>

<p></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77878</guid>
      <pubDate>Mon, 09 Jun 2025 22:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/20250609_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24002880" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - Isoflavone</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - Isoflavone</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น นมถั่วเหลืองและเต้าหู้ มีราคาไม่แพงและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นวัตถุดิบสำคัญในอาหารแต่ละมื้อในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสำหรับผู้รับประทานมังสวิรัติ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองถือเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่สามารถทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ อย่างไรก็ตาม มีเสียงลือเล่าอ้างว่าการบริโภคผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวและมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/ad6a5f6c-f167-46e9-8b4c-6367d9924525.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>89</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 3 มิ.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77227</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ซูเปอร์มาร์เก็ต PX Mart (เฉวียนเหลียน&ndash;全聯) ผู้อยู่เบื้องหลังการโปรโมต &ldquo;สับปะรดฝ่ามือ&rdquo; เปิดเผยว่า ผลไม้ชนิดนี้มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์ลมหนาวรุนแรงที่พัดเข้าสู่ไต้หวันในปี 2016 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของสับปะรดพันธุ์ยอดนิยมอย่าง &ldquo;จินจ้วน&rdquo; (金鑽) ที่ปลูกในภาคใต้ของประเทศ ทำให้ผลผลิตที่ได้มีขนาดเล็กกว่ามาตรฐานเดิม ซึ่งปกติจะมีน้ำหนักเฉลี่ยต่อผลตั้งแต่ 1.2 กิโลกรัมขึ้นไป</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">สับปะรดฝ่ามือที่ขายในPX Mart</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ในอดีต สับปะรดลูกเล็กเหล่านี้มักถูกนำไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ เนื่องจากขายเป็นผลสดได้ราคาต่ำ แต่เมื่อ PX Mart สังเกตว่าชาวสวนมีรายได้ลดลง ขณะเดียวกันผู้บริโภคที่อาศัยในครัวเรือนขนาดเล็กเริ่มมีความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป จึงทดลองคัดเลือกสับปะรดลูกเล็กเหล่านี้มาวางจำหน่ายในร้าน ผลปรากฏว่าได้รับความนิยมเกินคาด และกลายเป็นสินค้าประจำถาวรไปโดยปริยาย</p>
<p>&nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตาม ชื่อเดิมอย่าง &ldquo;สับปะรดจินจ้วนลูกเล็ก&rdquo; อาจไม่ดึงดูดใจผู้บริโภค PX Mart จึงตั้งชื่อใหม่ว่า &ldquo;สับปะรดฝ่ามือ&rdquo; หรือภาษาจีนว่า &ldquo;ปาจั่งโฟ่งหลี&rdquo; (巴掌鳳梨) เพื่อสื่อถึงขนาดที่สามารถถือได้ด้วยฝ่ามือเดียว โดยน้ำหนักต่อผลอยู่ที่ประมาณ 800&ndash;1200 กรัม และยังคงผ่านเกณฑ์ความสุกและความหวานตามมาตรฐานของระบบเกษตรสัญญา ปัจจุบัน สับปะรดที่ปลูกในพื้นที่ตั้งแต่เมืองผิงตงจนถึงเมืองเจียอี้ ที่มีลักษณะตรงตามเงื่อนไขนี้ ต่างก็ใช้ชื่อว่า &ldquo;สับปะรดฝ่ามือ&rdquo; ทั้งสิ้น</p>
<p>&nbsp; &nbsp;หงหมิงชง(洪銘聰) &nbsp;เลขาธิการสมาคมเกษตรตำบลเกาซู่ อธิบายว่า สับปะรดลูกเล็กในแต่ละพื้นที่มักมีชื่อเรียกต่างกัน เช่น ในภาคใต้เคยเรียกว่า &ldquo;หวานใจ&rdquo; (小甜心) แม้จะมีหลายพันธุ์ แต่ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ &ldquo;จินจ้วน&rdquo; ดังนั้นสับปะรดลูกเล็กที่พบทั่วไปก็มักจะมาจากพันธุ์นี้ ส่วนร้าน &ldquo;อาเหม่ย&rdquo; ในเมืองเจียอี้ก็มีขาย &ldquo;สับปะรดเบบี้&rdquo; (寶貝鳳梨) เป็นครั้งคราว หมายถึงผลขนาดเล็กน้ำหนักราว 600&ndash;800 กรัม โดยร้านปลูก 3 พันธุ์หลัก ได้แก่ จินจ้วน, สับปะรดมะม่วง และสับปะรดอวี้หลานฮัว ซึ่งมักได้ผลเล็กตามธรรมชาติ เจ้าของร้านจึงตั้งชื่อว่า &ldquo;เบบี้&rdquo; เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและสะท้อนภาพลักษณ์ผลไม้ขนาดจิ๋วที่น่ารัก</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">สับปะรดผลเล็กตามธรรมชาติ</p>
<p>&nbsp; &nbsp;สับปะรดลูกเล็กไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดในการเพาะปลูกเสมอไป แต่เป็นเรื่องปกติในธรรมชาติ เช่นเดียวกับนักเรียนในห้องเดียวกันที่มีรูปร่างต่างกัน แม้จะได้รับการดูแลเหมือนกันก็ตาม เนื่องจากการปลูกสับปะรดในไต้หวันค่อนข้างหนาแน่น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีผลผลิตขนาดไม่ถึงมาตรฐานตลาด โดยเฉพาะเมื่อเจอสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น ฝนหนักหรือภาวะแห้งแล้ง ต้นสับปะรดที่ยังโตไม่เต็มที่จะให้ผลขนาดเล็กเมื่อเข้าสู่ช่วงกระตุ้นให้ออกดอก นอกจากนี้ ยังมีสับปะรดที่เกิดจาก &ldquo;การเก็บเกี่ยวรอบที่สอง&rdquo; ของต้นเดิม หลังผ่านฤดูหนาว ซึ่งเรียกว่า &ldquo;เอ้อตงไจ่二冬仔&rdquo; หรือ &ldquo;สับปะรดฤดูหนาวรอบสอง&rdquo; ซึ่งก็มักมีขนาดเล็กเช่นกัน</p>
<p>&nbsp; &nbsp;สับปะรดลูกเล็ก มีจุดเด่นที่เนื้อละเอียด น้ำและเส้นใยน้อย ทำให้ความหวาน (เฉลี่ย ~14 &deg;Brix) กระจายทั่วผล รสหวานกลมกล่อม ไม่บาดลิ้น และเก็บได้นาน ได้ชื่อทางการค้าว่า &ldquo;เพชรหวาน&rdquo; (蜜鑽鳳梨) โดยมีราคาถูกกว่าลูกใหญ่ จึงเป็นทางเลือกคุ้มค่าสำหรับผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม แม้เริ่มมีตลาด แต่ยังไม่เป็นที่นิยมหลัก ราคาขายต่ำกว่าแบบปกติ หากไม่มีระบบรับซื้อแบบพันธะสัญญา เกษตรกรมีความเสี่ยงขาดทุน เว้นแต่ความนิยมจะเพิ่มขึ้นจนราคาสูงพอเป็นแรงจูงใจในการผลิต</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">สับปะรดฝ่ามือ หวานอร่อย</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77227</guid>
      <pubDate>Tue, 03 Jun 2025 22:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/06/03/20250603_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36027840" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 3 มิ.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 3 มิ.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ซูเปอร์มาร์เก็ต PX Mart (เฉวียนเหลียน&ndash;全聯) ผู้อยู่เบื้องหลังการโปรโมต &ldquo;สับปะรดฝ่ามือ&rdquo; เปิดเผยว่า ผลไม้ชนิดนี้มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์ลมหนาวรุนแรงที่พัดเข้าสู่ไต้หวันในปี 2016 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของสับปะรดพันธุ์ยอดนิยมอย่าง &ldquo;จินจ้วน&rdquo; (金鑽) ที่ปลูกในภาคใต้ของประเทศ ทำให้ผลผลิตที่ได้มีขนาดเล็กกว่ามาตรฐานเดิม ซึ่งปกติจะมีน้ำหนักเฉลี่ยต่อผลตั้งแต่ 1.2 กิโลกรัมขึ้นไป</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/06/03/a0a20cf48dee70bb714acd7b7f38a1bf.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>88</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 3 มิ.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77229</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp;ทีมวิจัยจากไต้หวันพัฒนา "วัสดุเฟอร์โรอิเล็กทริก 2 มิติ" เป็นครั้งแรกของโลก </p>
<p>&nbsp; ศูนย์วิจัยรังสีซินโครตรอนแห่งชาติไต้หวัน (National Synchrotron Radiation Research Center - NSRRC) ชี้ว่า ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไต้หวัน (National Science and Technology Council : NSTC) และกระทรวงศึกษาธิการ ทีมวิจัยที่ประกอบด้วย NSRRC, มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง (NCKU) และมหาวิทยาลัยตั้นเจียง( Tamkang) ได้บุกเบิกการพัฒนา "วัสดุเฟอร์โรอิเล็กทริก 2 มิติ" เป็นครั้งแรกของโลก และเผยแพร่ผลงานวิจัยสำคัญนี้ในวารสารระดับโลก Advanced Materials เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา</p>
<p>&nbsp; &nbsp;NSRRC ระบุว่า ทีมวิจัยสามารถวางซ้อนแผ่นฟิล์ม หกเหลี่ยมโบรอนไนไตรด์ (h-BN) ที่บางเฉียบและมีคุณสมบัติเฟอร์โรอิเล็กทริก ลงบนกราฟีนได้สำเร็จเป็นครั้งแรก และยังยืนยันได้ว่าวัสดุดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงขั้วไฟฟ้าได้อย่างเสถียร นับเป็นการเปิดประตูสู่การพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็กลงและประสิทธิภาพสูงขึ้น และยังถือเป็นก้าวสำคัญของไต้หวันในสนามการแข่งขันระดับโลกของวัสดุ 2 มิติ</p>
<p>&nbsp; &nbsp;NSRRC แถลงว่า เฟอร์โรอิเล็กทริก (ferroelectricity) หมายถึงคุณสมบัติที่วัสดุสามารถมีขั้วไฟฟ้าที่เปลี่ยนทิศทางได้ราวกับสวิตช์ในตัววัสดุ สามารถควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในหน่วยความจำ เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์ประมวลผลพลังงานต่ำ</p>
<p>&nbsp; &nbsp;NSRRC ระบุว่า วัสดุเฟอร์โรอิเล็กทริกแบบดั้งเดิมมักมีความหนา ทำให้ยากต่อการย่อขนาดให้เล็กลง แต่การศึกษาครั้งนี้สามารถสร้างเฟอร์โรอิเล็กทริกในวัสดุ h-BN ที่มีความหนาระดับอะตอมได้สำเร็จ ทั้งที่ผลึกของ h-BN จะมีโครงสร้างสมมาตรตามธรรมชาติ ซึ่งโดยปกติแล้วไม่เอื้อต่อการเกิดเฟอร์โรอิเล็กทริกก็ตาม</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ศ. เฉินอี๋จวิน(陳宜君) แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง ยังได้พิสูจน์ว่า ฟิล์ม h-BN ที่บางเฉียบนี้ไม่เพียงควบคุมขั้วไฟฟ้าได้อย่างเสถียร แต่ยังแสดงคุณสมบัติการจดจำแบบเฟอร์โรอิเล็กทริก (ferroelectric memory) ได้อย่างชัดเจน แม้ใช้องค์ประกอบวงจรที่เรียบง่าย จึงมีศักยภาพในการใช้งานในระบบคำนวณเวกเตอร์-แมทริกซ์ความเร็วสูงและพลังงานต่ำ ซึ่งเป็นหัวใจของหน่วยความจำรุ่นถัดไปและชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI chip)</p>
<p>&nbsp; &nbsp;NSRRC ยังกล่าวเสริมว่า เนื่องจาก h-BN มีความเข้ากันได้ทางโครงสร้างสูงกับวัสดุสองมิติอื่น ๆ เช่น กราฟีน และโมลิบดีนัมไดซัลไฟด์ (MoS₂) จึงสามารถออกแบบชิปแบบโครงสร้างซ้อน (stacked heterostructure) ได้ในอนาคต ซึ่งจะช่วยผลักดันนวัตกรรมเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และออปโตอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวันให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77229</guid>
      <pubDate>Tue, 03 Jun 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/06/03/20250603_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36032640" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 3 มิ.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 3 มิ.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #800000;">&nbsp;</span><strong><span style="color: #800000;">ทีมวิจัยจากไต้หวันพัฒนา "วัสดุเฟอร์โรอิเล็กทริก 2 มิติ" เป็นครั้งแรกของโลก</span> </strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/13/81a54a3769c42a0627b4131d3e79bf23.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>87</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - ผักชี]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77236</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ผักชีถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในหลายเมนูอาหาร แต่ด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้บางคนไม่ชอบ อย่างไรก็ตาม แพทย์ไต้หวันได้เปิดเผยผ่านรายการทีวีว่าผักชีนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น ช่วยชะลอความเสื่อมจากโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ป้องกันการติดเชื้อ และต้านมะเร็ง แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ไม่ควรรับประทานมากเกินไป&nbsp;นายแพทย์หงหย่งเซียง (洪永祥) แพทย์แผนกตับไต ได้แชร์กรณีของหญิงสาววัย 35 ปีที่มักมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำๆ และต้องใช้ยาปฏิชีวนะบ่อยครั้ง แต่ต่อมาเธอเริ่มมีอาการขาบวมและปัสสาวะเป็นฟอง ทำให้กังวลว่ายาปฏิชีวนะอาจทำลายไต หลังจากแพทย์ตรวจร่างกายและพบว่าไม่มีความผิดปกติร้ายแรง&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;แพทย์ได้สอบถามเพิ่มเติมและพบว่า ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีรสเค็มหรือหวานมากในวันก่อนหน้า หรือในช่วงมีประจำเดือน จะมีอาการขาบวมอย่างเห็นได้ชัด จึงแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น ผักชีและกล้วย เพื่อช่วยบรรเทาอาการบวมน้ำ เธอดื่มน้ำผักชีวันละแก้วเป็นเวลาหนึ่งเดือน และพบว่าอาการบวมที่ขาลดลงอย่างมาก ปัญหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่เคยเป็นบ่อยๆ ก็ดีขึ้น ผักชีมีสรรพคุณช่วยต้านความเสื่อมของหลอดเลือด ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ช่วยป้องกันการติดเชื้อ และอาจช่วยป้องกันโรคพาร์กินสัน อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง เพราะผักชีมีโพแทสเซียมสูง อาจเสี่ยงต่อภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง (Hyperkalemia)&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;"></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มูลนิธิมะเร็งไต้หวันรายงานว่า สารอัลดีไฮด์ (Aldehyde) ในผักชีเป็นสาเหตุที่ทำให้ผักชีมีกลิ่นเฉพาะตัว และคนที่มียีน OR6A2 จะรู้สึกว่าผักชีมีกลิ่นเหมือนแมลงเหม็นหรือกลิ่นเหม็นของสบู่ แต่ประโยชน์ด้านสุขภาพของผักชีนั้นก็มีมากมาย เช่น ปกป้องระบบประสาท ลดความวิตกกังวล ลดไขมันในเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ต้านเชื้อแบคทีเรียและการอักเสบ และช่วยต้านมะเร็ง&nbsp;&nbsp;งานวิจัยโดย Huang et al. พบว่าผักชีสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งตับในมนุษย์ (HepG2) และเซลล์มะเร็งผิวหนังในหนู (B16F10) ส่วนการศึกษาโดย Elmas et al. พบว่าสารสกัดจากผักชีสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก (PC-3)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">💚 10 ประโยชน์ของผักชี ที่มากกว่าความหอม</p>
<p dir="ltr">1. ลดความดันโลหิต</p>
<p dir="ltr">2. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด</p>
<p dir="ltr">3. ต้านการอักเสบ</p>
<p dir="ltr">4. ช่วยย่อยอาหาร</p>
<p dir="ltr">5. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน</p>
<p dir="ltr">6. ขับสารพิษและโลหะหนัก</p>
<p dir="ltr">7. ชะลอวัย บำรุงผิว</p>
<p dir="ltr">8. ลดกลิ่นปาก</p>
<p dir="ltr">9. ป้องกันโรคหัวใจ</p>
<p dir="ltr">10. ต้านเซลล์มะเร็ง เช่น มะเร็งตับ-ต่อมลูกหมาก</p>
<p dir="ltr">ข้อควรระวัง: ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง! เพราะผักชีมีโพแทสเซียมสูง อาจเสี่ยงภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77236</guid>
      <pubDate>Mon, 02 Jun 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/06/02/20250602_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24038400" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - ผักชี</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - ผักชี</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ผักชีถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในหลายเมนูอาหาร แต่ด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้บางคนไม่ชอบ อย่างไรก็ตาม แพทย์ไต้หวันได้เปิดเผยผ่านรายการทีวีว่าผักชีนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น ช่วยชะลอความเสื่อมจากโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ป้องกันการติดเชื้อ และต้านมะเร็ง แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ไม่ควรรับประทานมากเกินไป&nbsp;นายแพทย์หงหย่งเซียง (洪永祥) แพทย์แผนกตับไต ได้แชร์กรณีของหญิงสาววัย 35 ปีที่มักมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำๆ และต้องใช้ยาปฏิชีวนะบ่อยครั้ง แต่ต่อมาเธอเริ่มมีอาการขาบวมและปัสสาวะเป็นฟอง ทำให้กังวลว่ายาปฏิชีวนะอาจทำลายไต หลังจากแพทย์ตรวจร่างกายและพบว่าไม่มีความผิดปกติร้ายแรง&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/6126d8c8-1218-4c33-890f-f0644b814c60.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>86</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ไต้หวัน ประจำวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77241</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพิธีจบการศึกษาในไต้หวัน เพราะในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปีสถาบันการศึกษาทั่วไต้หวันจะมีการจัดพิธีปัจฉิมนิเทศหรือพิธีรับปริญญาให้กับผู้ที่จบการศึกษาในระดับชั้นต่างๆ ทั้งนี้แม้ว่ารายละเอียดในพิธีจบการศึกษาของคนไต้หวันอาจจะไม่ได้เป็นทางการเหมือนกับในประเทศไทย แต่การสวมใส่ชุดครุย การขึ้นรับประกาศนียบัตร และการถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ก็ยังคงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ขาดไม่ได้ นอกจากนี้บรรยากาศการไปร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่จบการศึกษาก็คึกคักไม่แพ้กัน ซึ่งผู้ที่ไปร่วมแสดงความยินดีก็จะต้องมีการซื้อของขวัญไปมอบให้กับผู้ที่จบการศึกษาด้วย โดยของขวัญก็มีตั้งแต่ช่อดอกไม้ ตุ๊กตา ซองแดง สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น สิ่งของประดับตกแต่ง ฯลฯ แต่ในบรรดาของขวัญเหล่านี้ ของขวัญประเภทไหนที่ถูกใจผู้รับซึ่งเป็นบัณฑิตจบใหม่ในยุคปัจจุบันมากที่สุด วันนี้เรามีผลสำรวจความคิดเห็นคนไต้หวันมาบอกเล่าให้ฟังกัน คลิกฟังรายการที่นี่</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77241</guid>
      <pubDate>Sun, 01 Jun 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/06/03/fce495a32cf9dd3bd7895ab970d565ca.mp3" type="audio/mpeg" length="36001920" />
      <itunes:title>มิติใหม่ไต้หวัน ประจำวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ไต้หวัน ประจำวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><!-- x-tinymce/html -->&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพิธีจบการศึกษาในไต้หวัน เพราะในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปีสถาบันการศึกษาทั่วไต้หวันจะมีการจัดพิธีปัจฉิมนิเทศหรือพิธีรับปริญญาให้กับผู้ที่จบการศึกษาในระดับชั้นต่างๆ ทั้งนี้แม้ว่ารายละเอียดในพิธีจบการศึกษาของคนไต้หวันอาจจะไม่ได้เป็นทางการเหมือนกับในประเทศไทย แต่การสวมใส่ชุดครุย การขึ้นรับประกาศนียบัตร และการถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ก็ยังคงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ขาดไม่ได้ นอกจากนี้บรรยากาศการไปร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่จบการศึกษาก็คึกคักไม่แพ้กัน ซึ่งผู้ที่ไปร่วมแสดงความยินดีก็จะต้องมีการซื้อของขวัญไปมอบให้กับผู้ที่จบการศึกษาด้วย โดยของขวัญก็มีตั้งแต่ช่อดอกไม้ ตุ๊กตา ซองแดง สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น สิ่งของประดับตกแต่ง ฯลฯ แต่ในบรรดาของขวัญเหล่านี้ ของขวัญประเภทไหนที่ถูกใจผู้รับซึ่งเป็นบัณฑิตจบใหม่ในยุคปัจจุบันมากที่สุด วันนี้เรามีผลสำรวจความคิดเห็นคนไต้หวันมาบอกเล่าให้ฟังกัน <a href="https://th.rti.org.tw/assets/program/2025/06/03/fce495a32cf9dd3bd7895ab970d565ca.mp3"><span style="color: #0000ff;"><strong>คลิกฟังรายการที่นี่</strong></span></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/96910d2a-f4da-40c8-a7ab-c6f49bd45f27.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>85</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 27 พ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77265</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;สถาบันวิจัยการประมง (Fisheries Research Institute) ของไต้หวัน แถลงในวันที่ 16 เมษายน 2025 ว่า นอกจากจะประสบความสำเร็จในการเก็บไข่ปลาอินทรีบั้งที่ปฏิสนธิได้ในเดือนพฤษภาคม ปี 2023 และสามารถเลี้ยงลูกปลาให้มีชีวิตรอดได้ถึง 50 วันแล้ว ขณะนี้ยังสามารถพัฒนาเทคนิคการเพาะเลี้ยงในบ่อเลี้ยงปลาระบบปิดได้สำเร็จ โดยปลาอินทรีที่เพาะเลี้ยงได้มีอายุเกิน 600 วัน น้ำหนักมากกว่า 6 กิโลกรัม แสดงให้เห็นว่า &ldquo;การเพาะพันธุ์วงจรสมบูรณ์&rdquo; ใกล้เป็นจริงมากขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ลำตัวของปลาอินทรีบั้งมีสีเงินแวววาว ราคาแพง&nbsp;จึงเปรียบเปรยปลานี้ว่าเป็นทองคำขาวในทะเล</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ทางสถาบันวิจัยการประมง ระบุว่า ปลาที่เลี้ยงอยู่ในขณะนี้ จะถูกนำมาใช้เป็น "พ่อแม่พันธุ์รุ่นแรกจากการเพาะเลี้ยง" ซึ่งถือเป็นรุ่นแรกของโลก และจะเป็นก้าวสำคัญสู่การเพาะพันธุ์แบบสมบูรณ์ โดยไม่ต้องพึ่งการจับปลาจากธรรมชาติอีกต่อไป ผลการศึกษานี้ยังได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ Aquaculture International สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงของไต้หวัน</p>
<p>&nbsp; &nbsp;สถาบันวิจัยการประมง ชี้ว่า จุดเริ่มต้นของโครงการนี้คือความตั้งใจที่จะลดการพึ่งพาการจับปลาอินทรีบั้งจากธรรมชาติ โดยในเดือนพฤษภาคม 2023 ได้สร้างสถิติโลกด้วยการเพาะลูกปลาอินทรีที่มีชีวิตอยู่ได้ถึง 50 วันในบ่อเลี้ยง อย่างไรก็ตาม ลูกปลาว่ายน้ำเร็วมากและเกิดพฤติกรรมกัดกันชนขอบบ่อ หรือกระโดดออกจากบ่อจนตายเป็นจำนวนมาก</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ปลาตัวเมียที่เพาะเลี้ยงได้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ทีมวิจัยจึงไม่ยอมแพ้ ทำการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและอาหารอย่างต่อเนื่อง จนลูกปลาสามารถปรับตัวเข้ากับบ่อเพาะเลี้ยงบนบกได้ดี และเติบโตได้ต่อเนื่อง ปัจจุบัน ปลาอินทรีที่เลี้ยงมีน้ำหนักถึง 6&ndash;7 กิโลกรัม ความยาวลำตัว 70&ndash;80 เซนติเมตร และตรวจพบว่ามีการพัฒนา "อัณฑะ" และ "รังไข่" แล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่า พวกมันสามารถทำหน้าที่เป็นพ่อแม่พันธุ์ในอนาคตได้</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ ปลาอินทรีบั้ง หรือที่รู้จักในชื่อท้องถิ่นว่า &ldquo;ถู่ทัวอวี๋土魠魚&rdquo; เป็นปลาที่เนื้ออร่อย เป็นที่นิยมของผู้บริโภคอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงตรุษจีน ราคาต่อหนึ่งตัวสามารถสูงเกิน 10,000 เหรียญไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณทรัพยากรธรรมชาติของปลาอินทรีกลับลดลงอย่างน่าตกใจ จาก 6,600 ตันในปี 2002 เหลือเพียง 522 ตันในปี 2023 ซึ่งนี่คือเหตุผลหลักที่ทางสถาบันเริ่มทำการวิจัยด้านการเพาะพันธุ์มาเป็นเวลาหลาย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ปลาอินทรีเพศผู้ที่เพาะเลี้ยงได้</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77265</guid>
      <pubDate>Tue, 27 May 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/27/20250527_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36021120" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 27 พ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 27 พ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;สถาบันวิจัยการประมง (Fisheries Research Institute) ของไต้หวัน แถลงในวันที่ 16 เมษายน 2025 ว่า นอกจากจะประสบความสำเร็จในการเก็บไข่ปลาอินทรีบั้งที่ปฏิสนธิได้ในเดือนพฤษภาคม ปี 2023 และสามารถเลี้ยงลูกปลาให้มีชีวิตรอดได้ถึง 50 วันแล้ว ขณะนี้ยังสามารถพัฒนาเทคนิคการเพาะเลี้ยงในบ่อเลี้ยงปลาระบบปิดได้สำเร็จ โดยปลาอินทรีที่เพาะเลี้ยงได้มีอายุเกิน 600 วัน น้ำหนักมากกว่า 6 กิโลกรัม แสดงให้เห็นว่า &ldquo;การเพาะพันธุ์วงจรสมบูรณ์&rdquo; ใกล้เป็นจริงมากขึ้น</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/27/c6ca26644273935538d52361e355cb47.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>84</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 27 พ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77267</link>
      <description><![CDATA[<p>COMPUTEX เปิดฉากวันที่ 20 พ.ค. TAITRA ชี้ไต้หวันมีบทบาทสำคัญในยุคปฏิวัติ AI</p>
<p>&nbsp; &nbsp;งานแสดงเทคโนโลยีระดับโลก COMPUTEX Taipei 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 พฤษภาคม ณ Nangang Exhibition Hall 1 และ 2 มีผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 1,400 ราย จาก 25 เขตและประเทศ รวมทั้งสิ้น 4,800 บูธ หวงจื้อฟาง(黃志芳) ประธานสภาส่งเสริมการค้าแห่งไต้หวัน (TAITRA) ระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของอุตสาหกรรมด้วยความเร็วที่น่าตกใจ&nbsp; ไต้หวันอาศัยจุดแข็งด้านเซมิคอนดักเตอร์และพลังแห่งนวัตกรรมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ และมีบทบาทสำคัญในกระแส AI ทั่วโลก</p>
<p>&nbsp; &nbsp;งาน COMPUTEX 2025 จัดขึ้นภายใต้ธีม &ldquo;AI Next&rdquo; เพื่อตอบรับกับยุคเศรษฐกิจ AI โดยเน้น 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ การประมวลผลอัจฉริยะและหุ่นยนต์, เทคโนโลยีแห่งอนาคต และการเคลื่อนที่แห่งอนาคต (Future Mobility)</p>
<p>&nbsp; &nbsp;หวงจื้อฟาง กล่าวในงานแถลงข่าวระดับโลกของ COMPUTEX วันนี้ว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่ความก้าวหน้าของอัลกอริธึมไปจนถึงการลดข้อจำกัดในการใช้งานอย่างมาก ทำให้วงการอุตสาหกรรมกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่</p>
<p>&nbsp; &nbsp;เขากล่าวว่า AI ได้ก้าวข้าม &ldquo;ขอบเขตทัวริง&rdquo; ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร นี่เป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ของมนุษยชาติ เนื่องจากตอนนี้เครื่องจักรสามารถคิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์ในระดับที่ในอดีตจะต้องทำโดยมนุษย์เท่านั้น ด้วยความแข็งแกร่งในด้าน เซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก และพลังแห่งนวัตกรรม ไต้หวันกำลังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันคลื่นลูกใหม่ของการปฏิวัติ AI โดย COMPUTEX 2025 จะเน้นไปที่ AI และหุ่นยนต์, เทคโนโลยีแห่งอนาคต และการเคลื่อนที่แห่งอนาคต เพื่อร่วมกันสร้างพลังนวัตกรรมในทศวรรษข้างหน้า</p>
<p>&nbsp; &nbsp;สำหรับการกล่าวบรรยาย Keynote ในงาน COMPUTEX ปีนี้ ได้รวมเอาผู้นำจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกไว้ด้วยกัน เช่น &nbsp;เจนเซน หวง (Jensen Huang) CEO ของ NVIDIA, &nbsp;คริสเตียโน อามอน (Cristiano Amon) ประธานและ CEO ของ Qualcomm, &nbsp;หลิวหยางเหว่ย(劉揚偉) ประธานกลุ่ม Foxconn (Hon Hai), ไช่ลี่สิง (蔡力行) รองประธานและ CEO ของ MediaTek, &nbsp;เยนส์ ฮินริคเซน (Jens Hinrichsen) รองประธานอาวุโสของ NXP Semiconductorsโดยจะมีการอภิปรายเกี่ยวกับการใช้งาน AI ในหลากหลายสาขา เช่น การสื่อสาร, ยานยนต์, การผลิตอัจฉริยะ และการประมวลผลที่ขอบเครือข่าย (Edge Computing)</p>
<p>&nbsp; &nbsp;COMPUTEX Forum ได้จัดขึ้นในวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเน้นไปที่การพัฒนา ระบบนิเวศของ AI &nbsp;ช่วงเช้า มีผู้เชี่ยวชาญจาก NVIDIA, Google DeepMind, Texas Instruments, Advantech มาร่วมวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจในเรื่อง "AI หุ่นยนต์ และการประมวลผลขอบเครือข่าย" รวมถึงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ช่วงบ่าย มีการแชร์ประสบการณ์จากบริษัทเทคโนโลยี เช่น Arm, Intel, Adobe, Cadence เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ Generative AI อย่างล้ำหน้า พร้อมทั้งบริษัทระดับโลกอย่าง bp Castrol, Infineon, Seagate, Schneider Electric, Compal จะเปิดเผยแนวทางในการสร้าง ศูนย์ข้อมูล AI ที่มีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการในการประมวลผลและจัดการข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77267</guid>
      <pubDate>Tue, 27 May 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/27/20250527_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36037440" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 27 พ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 27 พ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #a52a2a;"><strong>COMPUTEX เปิดฉากวันที่ 20 พ.ค. TAITRA ชี้ไต้หวันมีบทบาทสำคัญในยุคปฏิวัติ AI</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/27/8f0dc155a226f38aa701dc20dcaab294.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>83</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - แรคโตพามีน (Ractopamine)]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77274</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;แรคโตพามีน (Ractopamine) หรือ สารเร่งเนื้อแดง เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่ใช้ในเกษตรกรรมเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของสัตว์ โดยเฉพาะในหมูและวัว จะกระตุ้นให้สัตว์พัฒนากล้ามเนื้อได้เร็วขึ้น</p>
<p dir="ltr">ทำให้สัตว์โตเร็วขึ้นและมีกล้ามเนื้อมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ลดการสะสมไขมันในร่างกาย แม้ว่าจะเป็นสารที่ช่วยเพิ่มผลผลิต แต่แรคโตพามีนก็เป็นที่ถกเถียงในหลายประเทศ หลายประเทศในยุโรปและจีนห้ามใช้สารตัวนี้เพราะกังวลถึงผลกระทบด้านสุขภาพของผู้บริโภคที่อาจจะได้รับสารตกค้างในเนื้อสัตว์</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปี 2020 ไต้หวันได้ตัดสินใจเปิดให้นำเข้าเนื้อหมูที่ใช้แรคโตพามีนได้ แต่ก็ได้กำหนดมาตรฐานให้มีการตรวจสอบและควบคุมอย่างเข้มงวด ไต้หวันอนุญาตให้เนื้อหมูที่มีแรคโตพามีนในปริมาณไม่เกิน 0.01 ppm ในส่วนของเนื้อและไขมัน และไม่เกิน 0.04 ppm ในส่วนของอวัยวะภายใน เช่น ตับและไต</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ล่าสุด...เมื่อเดือนพฤษภาคม สำนักงานควบคุมอาหารและยาไต้หวัน หรือ FDA ได้ตรวจพบแรคโตพามีนในเนื้อหมูที่นำเข้าจากออสเตรเลีย โดยพบว่าแรคโตพามีนในปริมาณ 0.001 ppm ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 0.01 ppm ถึงแม้จะอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย แต่ก็ถือเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจพบสารนี้ในเนื้อหมูที่นำเข้าจากต่างประเทศ ต่อมาไม่นาน...FDA ไต้หวันได้พบเนื้อหมูที่ปนเปื้อนแรคโตพามีนเพิ่มอีก 2 ล็อต ทำให้ตอนนี้มีการตรวจพบทั้งหมด 3 ล็อตจากโรงงานผลิตเดียวกันในออสเตรเลีย</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;แรคโตพามีน ในปริมาณต่ำไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ถ้าหากเราบริโภคเนื้อหมูที่มีสารตกค้างในปริมาณสูง หรือสะสมต่อเนื่องในระยะยาว ก็อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ โดยมีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น หัวใจเต้นเร็ว ความดันสูง มือสั่น อาจเกิดอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ หรือบริโภคในปริมาณสูงหรือสะสมมาก ๆ ก็อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้นพ.เหยียนจงไห่ ผู้อำนวยการศูนย์พิษวิทยา จากโรงพยาบาลฉางเกิงได้ออกมาเรียกร้องให้ FDA เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ และติดตามแหล่งที่มาของเนื้อหมูที่นำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77274</guid>
      <pubDate>Mon, 26 May 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/26/20250526_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24009600" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - แรคโตพามีน (Ractopamine)</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - แรคโตพามีน (Ractopamine)</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;แรคโตพามีน (Ractopamine) หรือ สารเร่งเนื้อแดง เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่ใช้ในเกษตรกรรมเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของสัตว์ โดยเฉพาะในหมูและวัว จะกระตุ้นให้สัตว์พัฒนากล้ามเนื้อได้เร็วขึ้น</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/29/b6a29e6ff0d274c33795fe1d53af62b7.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>82</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77279</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสไตล์การรักษ์โลกของคนไต้หวันที่สอดคล้องกับบุคลิกภาพ&nbsp;MBTI ในยุคปัจจุบันนี้หากพูดถึงการช่วยกันรักษาโลกของเราให้คงอยู่อย่างยั่งยืน&nbsp;ไม่จำเป็นต้องไปปลูกต้นไม้ในป่าใหญ่หรือประดิษฐ์เทคโนโลยีล้ำสมัยขึ้นมา เพราะที่จริงแล้วแค่เริ่มจากเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวันเราก็สามารถช่วยสิ่งแวดล้อมได้ เช่น การปิดไฟทุกครั้งหลังใช้งาน&nbsp;การรับประทานอาหารมังสวิรัติสัปดาห์ละครั้ง ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การไม่รับใบเสร็จที่เป็นกระดาษ ฯลฯ โดยกิจวัตรประจำวันเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าทุกคนร่วมมือกันจากการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะรวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ และทำให้โลกของเราก็จะต่อยๆ ดีขึ้น ดังนั้นวันนี้จึงมีผลสำรวจ&nbsp;10 กิจกรรมสีเขียวสุดฮิตที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นนิสัยรักโลกได้อย่างง่ายดาย และสามารถรู้ได้เลยว่า MBTI ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของคุณเป็นแบบไหน (ตอนที่ 2)&nbsp;คลิกฟังรายการที่นี่</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77279</guid>
      <pubDate>Sun, 25 May 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/25/20250525_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36010560" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสไตล์การรักษ์โลกของคนไต้หวันที่สอดคล้องกับบุคลิกภาพ&nbsp;MBTI ในยุคปัจจุบันนี้หากพูดถึงการช่วยกันรักษาโลกของเราให้คงอยู่อย่างยั่งยืน&nbsp;ไม่จำเป็นต้องไปปลูกต้นไม้ในป่าใหญ่หรือประดิษฐ์เทคโนโลยีล้ำสมัยขึ้นมา เพราะที่จริงแล้วแค่เริ่มจากเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวันเราก็สามารถช่วยสิ่งแวดล้อมได้ เช่น การปิดไฟทุกครั้งหลังใช้งาน&nbsp;การรับประทานอาหารมังสวิรัติสัปดาห์ละครั้ง ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การไม่รับใบเสร็จที่เป็นกระดาษ ฯลฯ โดยกิจวัตรประจำวันเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าทุกคนร่วมมือกันจากการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะรวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ และทำให้โลกของเราก็จะต่อยๆ ดีขึ้น ดังนั้นวันนี้จึงมีผลสำรวจ&nbsp;10 กิจกรรมสีเขียวสุดฮิตที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นนิสัยรักโลกได้อย่างง่ายดาย และสามารถรู้ได้เลยว่า MBTI ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของคุณเป็นแบบไหน (ตอนที่ 2)&nbsp;<strong><a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/05/25/20250525_2200_1007_th.mp3"><span style="color: #008000;">คลิกฟังรายการที่นี่</span></a></strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/image/thrti/images/listimg/2025/6/original/88d10212-f92b-4aa7-9582-e2b2f9764e16.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>81</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 20 พ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77303</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp;&nbsp; &nbsp;ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการพลิกฟื้นผืนดินเค็มแห้งแล้งในหมู่บ้านฉงผู่ ตำบลสุ่ยหลิน เมืองหยุนหลิน ให้สามารถกลับมาเพาะปลูกผักเกล็ดหิมะได้ คือ ศ.หวงอวี้หมิง(黃裕銘) อดีตอาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและดิน มหาวิทยาลัยจงซิง โดยเมื่อ 3 ปีก่อน เขาได้พบกับซูจื้อเฟิน(蘇治芬) ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าเมืองหยุนหลิน เธอได้กล่าวถึงพื้นที่ 42 เฮกตาร์(262.5ไร่)ในหมู่บ้านฉงผู่ ซึ่งเป็นที่ดินภายในคันกั้นน้ำซึ่งแห้งแล้งและไร้ประโยชน์มานาน และหวังว่าเขาจะสามารถใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเหลือ</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ หมู่บ้านฉงผู่ เคยเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตหน่อไม้ฝรั่งที่สำคัญของไต้หวัน แต่ด้วยสภาพพื้นที่ต่ำ ทำให้น้ำทะเลหลากเข้าท่วมเป็นประจำ เมื่อกว่า 30 ปีก่อน รัฐบาลจึงสร้างคันกั้นน้ำขึ้นเพื่อปกป้องหมู่บ้าน แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นการกักเก็บเกลือและความแห้งแล้งไว้ภายในดิน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ผืนดินรกร้างแตกระแหง ชั้นบนยังมีเกล็ดเกลือ ในหมู่บ้านฉงผู่</p>
<p>&nbsp; &nbsp;หลังจากที่ดินภายในคันกั้นน้ำถูกจัดเป็น &ldquo;เขตระบายน้ำ&rdquo; แม้ยังเป็นกรรมสิทธิ์ชาวบ้าน แต่ถูกจำกัดการใช้ประโยชน์ ไม่สามารถก่อสร้าง ขุดบ่อ หรือใช้น้ำใต้ดินได้ เกษตรกรแม้จะมีสิทธิทำการเกษตรในทางทฤษฎี แต่ขาดแคลนน้ำจนทำไม่ได้จริง ส่งผลให้เกษตรกรรมเสื่อมถอย หมู่บ้านฉงผู่เหลือเพียงผู้สูงอายุ คนรุ่นใหม่แม้อยากกลับมา ก็ไม่สามารถพึ่งพาผืนดินได้ โครงการช่วยเหลือก็มีข้อกำหนดที่เข้มงวดจนเข้าไม่ถึง ศ.หวงอวี้หมิงจึงเริ่มสำรวจ พบว่าดินมีเกลือสะสมสูง น้ำใต้ดินอยู่ตื้นแค่ 60 ซม. จำเป็นต้องปลูกพืชลำต้นสูง แต่กลับผิดกฎหมายในเขตนี้ ทำให้ไม่สามารถฟื้นฟูเกษตรกรรมได้ง่ายนัก</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">หลังปลูกผักเกล็ดหิมะ&nbsp;เก็บตัวอย่างชั้นดิน&nbsp;เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของความเค็มในดิน</p>
<p>&nbsp; &nbsp;เพราะเชื่อว่า &ldquo;แม้ดินแห้งแล้งก็สมควรได้รับความรัก&rdquo; ศ.หวงอวี้หมิงจึงเริ่มมองหาพืชที่ทนเค็มและใช้น้ำน้อย จนพบ ผักเกล็ดหิมะ (Mesembryanthemum crystallinum) ซึ่งเติบโตได้แม้เพียงน้ำค้าง และทนดินเค็มได้ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลยังชี้ว่า พืชชนิดนี้เจริญในน้ำเค็มระดับปานกลางดีกว่าน้ำจืด จึงเหมาะกับพื้นที่ขาดน้ำหรือปนเปื้อน นอกจากนี้ แม้ตลาดยังเล็ก แต่ผักชนิดนี้มีราคาขายปลีกสูงและศักยภาพทางเศรษฐกิจ โดยสามารถดูดเกลือจากดิน ช่วยกักเก็บน้ำในต้น และหากปลูกระยะยาว อาจช่วยฟื้นฟูดินเค็มและลดผลกระทบจากน้ำทะเลรุกได้ในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ผักเกล็ดหิมะที่ปลูกได้มีความงดงาม</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ศ.หวงอวี้หมิงมองว่าผักเกล็ดหิมะไม่ใช่แค่พืชผัก แต่มีศักยภาพในอุตสาหกรรมชีวภาพและความงาม งานวิจัยจากอียิปต์และลิเบียเผยว่าพืชนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านแบคทีเรีย และชะลอความเสื่อมของเซลล์ อีกทั้งยังช่วยยับยั้งวัชพืช</p>
<p>&nbsp; &nbsp;จากการคำนวณเบื้องต้น เพียง 1/4 เฮกตาร์ อาจให้ผลผลิตถึงหนึ่งตัน สร้างรายได้หลักหมื่นถึงหลักแสนเหรียญไต้หวัน ศ.หวงจึงผลักดันการตั้งกลุ่มผลิตและจำหน่าย พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับ และแนะนำให้ผู้บริโภคซื้อโดยตรงจากชาวบ้าน เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรกล้าปลูกต่อ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ผักเกล็ดหิมะประกอบเมนูเลิศรส</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77303</guid>
      <pubDate>Tue, 20 May 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/20/20250520_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36021120" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 20 พ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 20 พ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><strong>&nbsp;</strong>&nbsp; &nbsp;ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการพลิกฟื้นผืนดินเค็มแห้งแล้งในหมู่บ้านฉงผู่ ตำบลสุ่ยหลิน เมืองหยุนหลิน ให้สามารถกลับมาเพาะปลูกผักเกล็ดหิมะได้ คือ ศ.หวงอวี้หมิง(黃裕銘) อดีตอาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและดิน มหาวิทยาลัยจงซิง โดยเมื่อ 3 ปีก่อน เขาได้พบกับซูจื้อเฟิน(蘇治芬) ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าเมืองหยุนหลิน เธอได้กล่าวถึงพื้นที่ 42 เฮกตาร์(262.5ไร่)ในหมู่บ้านฉงผู่ ซึ่งเป็นที่ดินภายในคันกั้นน้ำซึ่งแห้งแล้งและไร้ประโยชน์มานาน และหวังว่าเขาจะสามารถใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเหลือ</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/20/22966d1751c48c73a1e89f0d25632564.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>80</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 20 พ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77305</link>
      <description><![CDATA[<p>สถาบันวิจัยในไต้หวัน พัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารด้วยแสงระหว่างดาวเทียม ประสิทธิภาพสูงรวดเร็ว แม่นยำ</p>
<p>&nbsp; &nbsp;สถาบันวิจัยหงไห่ แผนกวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ ได้แถลงในวันที่ 7 เมษายน 2025 ว่า ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (NTU) และสถาบัน NICT จากญี่ปุ่น (National Institute of Information and Communications Technology) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญในด้าน การสื่อสารด้วยแสงระหว่างดาวเทียม (Inter-Satellite Optical Communication) โดยมีเป้าหมายไปที่ เทคโนโลยีการสื่อสารความเร็วสูงแบบไร้เลนส์ และ การประยุกต์ใช้ในระบบดาวเทียมยุคใหม่</p>
<p>&nbsp; &nbsp;สถาบันวิจัยหงไห่(Hon Hai Research Institute, HHRI) เปิดเผยว่า ศ. กัว ห้าวจง (郭浩中) ผู้อำนวยการแผนกเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งยังดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยหยางหมิง เจียวทงแห่งชาติ (NYCU) พร้อมด้วย ดร. หงอวี๋เฮิง(洪瑜亨) และคณะวิจัย ได้แก่ โหมวเหวินเชี่ยน(繆文茜) และ เซียวฟู่เหอ(蕭復合) ได้ร่วมมือกับทีมของ ศ. หลินกงหรู(林恭如) แห่งมหาวิทยาลัย NTU และทีม ดร. เฉิงจื้อเสียน(程志賢) จาก NICT ประเทศญี่ปุ่น ในโครงการวิจัยร่วมระดับนานาชาติ</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ทีมวิจัยสามารถพัฒนาเลเซอร์แบบยิงแสงจากผิวหน้า (Surface-Emitting Laser) รุ่นใหม่ที่เรียกว่า PhCSEL (Buried-Photonic-Crystal Surface-Emitting Laser) ซึ่งฝังโครงสร้างผลึกแสง (Photonic Crystal) รูปพีระมิดกลวง 2 มิติภายใน ทำให้ได้ประสิทธิภาพด้านการส่งข้อมูลด้วยแสงที่สูงขึ้น ทั้งในด้านความเร็วและความเสถียร</p>
<p>&nbsp; &nbsp;สถาบันวิจัยหงไห่ ชี้ว่า การพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารด้วยดาวเทียมแบบออปติคทั่วโลกมีความคืบหน้า โดยจำนวนการติดตั้งดาวเทียมในวงโคจรต่ำของโลก (LEO) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในระบบเครือข่ายดาวเทียมแบบดั้งเดิม ดาวเทียมแต่ละดวงจำเป็นต้องเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีภาคพื้นดินเพื่อให้บริการ แต่เมื่อมีการติดตั้งดาวเทียมวงโคจรต่ำจำนวนมาก การก่อสร้างสถานีภาคพื้นดินให้เพียงพอจึงกลายเป็นเรื่องยากที่จะตามให้ทัน</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า &ldquo;การสื่อสารด้วยแสงระหว่างดาวเทียม&rdquo; (Inter-Satellite Link) ซึ่งใช้เทคโนโลยีการสื่อสารด้วยแสงเลเซอร์มาเป็นทางออก โดยเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างดาวเทียมผ่านลิงก์แสงในอวกาศ เพื่อส่งต่อข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งก่อนส่งมายังสถานีภาคพื้นดิน ลดความต้องการโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดินอย่างมาก และช่วยลดต้นทุนการก่อสร้าง ทั้งยังสามารถให้บริการเครือข่ายความเร็วสูงที่มีความเสถียรแก่พื้นที่ห่างไกล เช่น ขั้วโลกและมหาสมุทร</p>
<p>&nbsp; &nbsp;สถาบันวิจัยหงไห่ กล่าวด้วยว่า เทคโนโลยีการสื่อสารด้วยแสงในอากาศ (Free-space Optical Communication) เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีคลื่นวิทยุแบบดั้งเดิม มีข้อดีหลายประการ เช่น ความสามารถในการส่งข้อมูลแบบจุดต่อจุดที่แม่นยำมากกว่า ความปลอดภัยและการรักษาความลับที่สูงขึ้น รวมถึงไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรคลื่นความถี่และหลีกเลี่ยงปัญหาการรบกวน ซึ่งคุณสมบัติของแสงเลเซอร์ที่มีแบนด์วิดธ์สูงนี้ คาดว่าจะช่วยผลักดันให้เทคโนโลยีการสื่อสารก้าวจากยุคแบนด์แคบเข้าสู่ยุคแบนด์กว้างพิเศษ และกลายเป็นเทคโนโลยีแกนกลางของการสื่อสารในอวกาศในอนาคต</p>
<p>&nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ จะเป็นรากฐานสำหรับระบบการสื่อสารด้วยแสงความเร็วสูงแบบไม่ใช้เลนส์ในอนาคต รวมถึงการประยุกต์ใช้ในการสื่อสารผ่านดาวเทียม โดยทีมวิจัยมีแผนจะพัฒนาความสามารถในการปรับแถบความถี่และคุณภาพของลำแสงใน PhCSEL (Photonic Crystal Surface-Emitting Laser) เพื่อให้สามารถสื่อสารด้วยแสงแบบไม่ใช้เลนส์ที่มีอัตราความเร็วสูงขึ้นและระยะทางที่ไกลขึ้นได้ในอนาคต</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77305</guid>
      <pubDate>Tue, 20 May 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/20/20250520_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36021120" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 20 พ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 20 พ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #a52a2a;"><strong>สถาบันวิจัยในไต้หวัน พัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารด้วยแสงระหว่างดาวเทียม ประสิทธิภาพสูงรวดเร็ว แม่นยำ</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/20/a3d76f64b3cb0e41ba732f038c126c2d.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>79</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - ผลสำรวจการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนของเด็กไต้หวัน]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77312</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;Child Welfare League Foundatin มูลนิธิสงเคราะห์เด็กไต้หวันได้เปิดเผยผลสำรวจแบบสอบถามออนไลน์ซึ่งจัดทำขึ้นในช่วงปลายปี 2024 โดยมีนักเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายกว่า 16,000 คนทั่วไต้หวันเข้าร่วมตอบแบบสอบถาม&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่า อัตราการเกิดการกลั่นแกล้งในโรงเรียน ลดลงจากปีก่อนหน้า เหลือเพียง 10.2% ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณที่ดี ส่วนรูปแบบการกลั่นแกล้งที่พบนั้น&nbsp;&nbsp;การกลั่นแกล้งทางวาจา พบได้มากที่สุด&nbsp; รองลงมาคือ การกลั่นแกล้งทางความสัมพันธ์ เช่น การกีดกันจากเพื่อน หรือทำให้ผู้ถูกกลั่นแกล้งรู้สึกโดดเดี่ยว&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;แม้ว่าแนวโน้มของการกลั่นแกล้งจะลดลง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ผลกระทบด้านจิตใจของเด็กและเยาวชนจากการถูกกลั่นแกล้งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ จากข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าสัดส่วนของนักเรียนที่มี ปัญหาด้านการนอนหลับ เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ จากเดิม 19.5% เพิ่มขึ้นเป็น 30.1% และกว่าหนึ่งในสี่ของเด็กที่เคยถูกกลั่นแกล้ง มีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ประสบการณ์จากการถูกทำร้ายหรือมีบาดแผลในวัยเด็กเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดการถูกกลั่นแกล้ง จากสถิติพบว่า เด็กที่มีบาดแผลในวัยเด็กจะมีเปอร์เซ็นในการถูกกลั่นแกล้งมากกว่า ประมาณ 4.9% ของนักเรียนที่ผ่านประสบการณ์บาดแผลทางใจในวัยเด็ก อย่างเช่น คุณพ่อคุณแม่เสียชีวิต ถูกทำร้ายทางร่างกายหรือทางวาจา เด็กพวกนี้จะมีเปอร์เซ็นในการถูกกลั่นแกล้งแหละกลั่นแกล้งผู้อื่นสูงมากกว่าเด็กที่มีบาดแผลทางจิตใจน้อยกว่า ดังนั้น การเข้าใจและรับมือกับเด็กที่มีบาดแผลในวัยเด็กจึงเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการแก้ไขปัญหาการกลั่นแกล้ง</p>
<p style="text-align: center;"></p>
&nbsp;

<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นักเรียนมากกว่า 60% ในโรงเรียนถูกกลั่นแกล้งทางวาจา และจำนวนหนึ่งในสี่คนเคยพยายามทำร้ายร่างกายตัวเอง การสำรวจแสดงให้เห็นว่านักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายร้อยละ 10.2 ประสบกับการกลั่นแกล้งในโรงเรียนในปีที่ผ่านมา แม้ว่าอัตราจะลดลงเกือบ 30% จาก 15.1% ในปี 2023 แต่ปัญหานี้ก็ไม่อาจละเลยได้ โดยประเภทการกลั่นแกล้งที่พบบ่อยที่สุด คือ การกลั่นแกล้งทางวาจา ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 64.9 รองลงมาคือการกลั่นแกล้งทางความสัมพันธ์ คิดเป็นร้อยละ 24.5</p>

<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;การกลั่นแกล้งในโรงเรียนสร้างบาดแผลทางใจหลายด้านให้กับเด็ก โดยในจำนวนนี้แต่ละรายได้รับผลกระทบเชิงลบทางอารมณ์ 2-3 แบบ และมากกว่าครึ่งนึง （53.1%）รู้สึกโดดเดี่ยว และอีกเกือบครึ่งนึง（48.6%）รู้สึกถูกทำลาย self esteem อีกทั้งนักเรียนจำนวน 44.8% รู้สึกหมดหนทาง แต่ทีน่าเป็นห่วงคือ 30.1% ของนักเรียนที่ถูกกลั่นแกล้งนอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับ สัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2566 (19.5%)</p>

<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ นักเรียนเกือบหนึ่งในสี่ (22.5%) ที่เคยถูกกลั่นแกล้งมีความตั้งใจที่จะทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบร้ายแรงของการกลั่นแกล้งในโรงเรียนต่อสุขภาพจิต แม้ว่าเปอร์เซ็นของการกลั่นแกล้งจะลดลง แต่ผลกระทบทางจิตใจต่อนักเรียนกลับรุนแรงมากขึ้น และจำเป็นต้องได้รับความสนใจอย่างเร่งด่วนจากทุกภาคส่วน</p>

<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;มูลนิธิสงเคราะห์เด็กไต้หวัน เน้นย้ำว่าผลการศึกษาครั้งนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแทรกแซงในระยะเริ่มต้นและการลดประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจในเด็กและวัยรุ่น ในเวลาเดียวกัน การส่งเสริมแนวคิดการศึกษาที่คำนึงถึงความรุนแรงในมหาวิทยาลัยจะไม่เพียงแต่ช่วยลดการเกิดการกลั่นแกล้งได้อย่างมากเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความรุนแรงทางจิตใจของผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งและช่วยให้ปรับตัวและรับมือได้ดียิ่งขึ้นด้วย</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>



]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77312</guid>
      <pubDate>Mon, 19 May 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/thrti/files/202506/20250519_2120_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24000960" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - ผลสำรวจการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนของเด็กไต้หวัน</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - ผลสำรวจการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนของเด็กไต้หวัน</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;Child Welfare League Foundatin มูลนิธิสงเคราะห์เด็กไต้หวันได้เปิดเผยผลสำรวจแบบสอบถามออนไลน์ซึ่งจัดทำขึ้นในช่วงปลายปี 2024 โดยมีนักเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายกว่า 16,000 คนทั่วไต้หวันเข้าร่วมตอบแบบสอบถาม&nbsp;&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/20/c04ab17190dc9cbfca3bd4030d28dca5.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>78</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77317</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสไตล์การรักษ์โลกของคนไต้หวันที่สอดคล้องกับบุคลิกภาพ&nbsp;MBTI ในยุคปัจจุบันนี้หากพูดถึงการช่วยกันรักษาโลกของเราให้คงอยู่อย่างยั่งยืน&nbsp;ไม่จำเป็นต้องไปปลูกต้นไม้ในป่าใหญ่หรือประดิษฐ์เทคโนโลยีล้ำสมัยขึ้นมา เพราะที่จริงแล้วแค่เริ่มจากเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวันเราก็สามารถช่วยสิ่งแวดล้อมได้ เช่น การปิดไฟทุกครั้งหลังใช้งาน&nbsp;การรับประทานอาหารมังสวิรัติสัปดาห์ละครั้ง ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การไม่รับใบเสร็จที่เป็นกระดาษ ฯลฯ โดยกิจวัตรประจำวันเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าทุกคนร่วมมือกันจากการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะรวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ และทำให้โลกของเราก็จะต่อยๆ ดีขึ้น ดังนั้นวันนี้จึงมีผลสำรวจ&nbsp;10 กิจกรรมสีเขียวสุดฮิตที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นนิสัยรักโลกได้อย่างง่ายดาย และสามารถรู้ได้เลยว่า MBTI ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของคุณเป็นแบบไหน (ตอนที่ 1) คลิกฟังรายการที่นี่</p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77317</guid>
      <pubDate>Sun, 18 May 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/18/20250518_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36004800" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสไตล์การรักษ์โลกของคนไต้หวันที่สอดคล้องกับบุคลิกภาพ&nbsp;MBTI ในยุคปัจจุบันนี้หากพูดถึงการช่วยกันรักษาโลกของเราให้คงอยู่อย่างยั่งยืน&nbsp;ไม่จำเป็นต้องไปปลูกต้นไม้ในป่าใหญ่หรือประดิษฐ์เทคโนโลยีล้ำสมัยขึ้นมา เพราะที่จริงแล้วแค่เริ่มจากเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวันเราก็สามารถช่วยสิ่งแวดล้อมได้ เช่น การปิดไฟทุกครั้งหลังใช้งาน&nbsp;การรับประทานอาหารมังสวิรัติสัปดาห์ละครั้ง ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การไม่รับใบเสร็จที่เป็นกระดาษ ฯลฯ โดยกิจวัตรประจำวันเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าทุกคนร่วมมือกันจากการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะรวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ และทำให้โลกของเราก็จะต่อยๆ ดีขึ้น ดังนั้นวันนี้จึงมีผลสำรวจ&nbsp;10 กิจกรรมสีเขียวสุดฮิตที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นนิสัยรักโลกได้อย่างง่ายดาย และสามารถรู้ได้เลยว่า MBTI ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของคุณเป็นแบบไหน (ตอนที่ 1) <a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/05/18/20250518_2200_1007_th.mp3"><span style="color:#008000"><strong>คลิกฟังรายการที่นี่</strong></span></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/05/19/a6076b09f7442f780e41f1bd3ae4ea75.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>77</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 13 พ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77339</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ถ้าอยากชมดอกไม้ช่วงฤดูร้อน บอกเลยว่าห้ามพลาดไฮเดรนเยียที่เบ่งบานเต็มที่ในเดือนพฤษภาคม&ndash;มิถุนายน ดอกไฮเดรนเยียที่บานฟูเต็มก้อนกลม ๆ นั้น มักจะกลายเป็นดาวเด่นในกล้องและมือถือของนักท่องเที่ยวทั้งหลาย แต่รู้ไหมคะว่า สิ่งที่เราคิดว่าเป็น "กลีบดอกไม้" เหล่านั้น จริง ๆ แล้วคือ "กลีบเลี้ยง" ต่างหาก? นอกจากนี้ ไฮเดรนเยียไม่ได้มีแต่ทรงกลมเท่านั้น ยังมีทรงแบนที่บางคนเรียกว่า "ทรงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน" (เนื่องจากกลีบเลี้ยงกระจายออก มีดอกเล็ก ๆ ตรงกลาง เห็นเป็นแอ่งลึกเหมือน "ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน" นักเลี้ยงต้นไม้เลยตั้งชื่อเล่นให้แบบน่ารัก ๆ ซึ่งก็คือ เมดิเตอร์เรเนียน) และที่น่าทึ่งคือ สีของดอกไฮเดรนเยียก็สามารถเปลี่ยนไปได้ตามสภาพดินอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ที่ต้องการอุณหภูมิต่ำในการกระตุ้นการออกดอก เกษตรกรจึงต้องนำต้นไม้ไปผ่านกระบวนการปรับอุณหภูมิให้เย็นลงก่อน ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และภาวะโลกร้อนก็ทำให้การควบคุมช่วงเวลาออกดอกยากขึ้นไปอีก ดังนั้น สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตเถาหยวน ได้พัฒนาสายพันธุ์ใหม่ &ldquo;ผีเสื้อเต้นรำ舞蝶&rdquo; จากพันธุ์ไฮเดรนเยียพื้นเมืองของไต้หวันที่ชื่อว่า &ldquo;(หัวปาเซียน華八仙)&rdquo; จุดเด่นคือไม่ต้องใช้ความเย็นเพื่อกระตุ้นการออกดอก สามารถเบ่งบานได้เองในฤดูใบไม้ผลิ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ไฮเดรนเยียหลากสีจัดสวนมีความสวยงาม</p>
<p>&nbsp; &nbsp;สวี่หย่าถิง (許雅婷) นักวิจัยจากสถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตเถาหยวน อธิบายว่า ไฮเดรนเยียเป็นไม้ดอกเมืองหนาว ดอกตูมต้องผ่านอากาศเย็นจัดเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโต ซึ่งเปรียบได้กับการ &ldquo;นอนหลับ&rdquo; หนึ่งช่วงก่อนตื่นมาออกดอกในฤดูใบไม้ผลิ ด้วยเหตุนี้ เกษตรกรจึงต้องนำต้นไม้เข้าห้องเย็นในฤดูหนาว หรือบางรายอาจขนย้ายต้นไม้ขึ้นไปปลูกบนภูเขาในฤดูร้อนเพื่อช่วยเร่งกระบวนการสร้างตาดอก และในภาวะที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ทำให้ระยะเวลาที่ไฮเดรนเยียต้องการอากาศเย็นยาวนานขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งและการเก็บรักษาในห้องเย็นเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ในสภาพแวดล้อมที่เย็นและชื้นของห้องเย็น ต้นไฮเดรนเยียยังมีความเสี่ยงต่อโรค เช่น โรครา ทำให้ต้องใช้สารป้องกันเชื้อราเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนและความเสี่ยงต่อการสูญเสียพืชผล ยิ่งไปกว่านั้น ไฮเดรนเยียมีช่วงเวลาขายที่ดีที่สุดในฤดูใบไม้ผลิ หากเลยเข้าสู่ฤดูร้อน ยอดขายจะลดลง ดังนั้น หากการออกดอกล่าช้าเนื่องจากอุณหภูมิที่ไม่แน่นอน ก็จะเพิ่มแรงกดดันให้กับเกษตรกรมากขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ไฮเดรนเยียพันธุ์ผีเสื้อเต้นรำมีความโดดเด่นด้วยคุณสมบัติไม่ต้องจำศีล</p>
<p>&nbsp; &nbsp;สำหรับที่มาของ ชื่อ "ปาเซียน-八仙" เนื่องจากลักษณะของกลุ่มดอกที่ประกอบไปด้วยดอกย่อยแปดดอกจับกลุ่มกัน ดูคล้าย "พวงมาลัยของนางฟ้า" มากกว่ารูปทรงกลมแน่นของไฮเดรนเยียทั่วไป นอกจากนี้ เนื่องจากหัวปาเซียนสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของไต้หวันได้ดี มันจึงสามารถอยู่รอดในพื้นที่ราบตลอดฤดูหนาว และออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการปรับอุณหภูมิ</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ก็มีคำถามว่า ทำไมเราจึงไม่ค่อยเห็นไฮเดนยเยียสายพันธุ์หัวปาเซียนในตลาดดอกไม้ทั่วไป? คุณสวี่หย่าถิง อธิบายว่า สาเหตุหลักเป็นเพราะ ขนาดของช่อดอกที่เล็กกว่าไฮเดรนเยียทั่วไป ทำให้มีอายุการโชว์ความงามสั้นกว่า และลักษณะของดอกดูโปร่งกว่าที่ตลาดเคยชิน ส่งผลให้ในอดีต หัวปาเซียนไม่ได้รับความนิยมมากนัก และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ลักษณะของต้นหัวปาเซียนที่มีขนาดใหญ่ โดยสามารถเติบโตจนมีความสูงเท่าผู้ใหญ่ และมีจำนวนกิ่งก้านน้อยกว่าพันธุ์ไฮเดรนเยียทั่วไป ทำให้จำนวนดอกต่อต้นน้อยลงตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้ พันธุ์นี้จึงถูกใช้งานในงานจัดสวนขนาดใหญ่ มากกว่าที่จะใช้ในกระถางหรือตกแต่งพื้นที่ขนาดเล็ก</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">หัวปาเซียน พันธุ์ไฮเดรนเยียพื้นเมืองของไต้หวัน</p>
<p>&nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตาม หลังใช้ความพยายามยาวนานกว่า 9 ปี ในที่สุด สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตเถาหยวนก็ได้เปิดตัว "ไฮเดรนเยียเถาหยวนหมายเลข 1" หรือพันธุ์ "ผีเสื้อเต้นรำ-舞蝶" ซึ่งเป็นพันธุ์ที่สืบสายเลือดจากหัวปาเซียน จุดเด่นคือ สามารถเติบโตในพื้นที่ราบของภาคเหนือและภาคกลางของไต้หวันในช่วงฤดูหนาวโดยไม่ต้องนำเข้าห้องเย็น และยังคงออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน นอกจากนี้ ในช่วงอากาศเย็น ต้นไม้ยังคงเขียวชอุ่มโดยไม่ผลัดใบอีกด้วย</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77339</guid>
      <pubDate>Tue, 13 May 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/13/20250513_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36025920" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 13 พ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 13 พ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ถ้าอยากชมดอกไม้ช่วงฤดูร้อน บอกเลยว่าห้ามพลาดไฮเดรนเยียที่เบ่งบานเต็มที่ในเดือนพฤษภาคม&ndash;มิถุนายน ดอกไฮเดรนเยียที่บานฟูเต็มก้อนกลม ๆ นั้น มักจะกลายเป็นดาวเด่นในกล้องและมือถือของนักท่องเที่ยวทั้งหลาย แต่รู้ไหมคะว่า สิ่งที่เราคิดว่าเป็น "กลีบดอกไม้" เหล่านั้น จริง ๆ แล้วคือ "กลีบเลี้ยง" ต่างหาก? นอกจากนี้ ไฮเดรนเยียไม่ได้มีแต่ทรงกลมเท่านั้น ยังมีทรงแบนที่บางคนเรียกว่า "ทรงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน" (เนื่องจากกลีบเลี้ยงกระจายออก มีดอกเล็ก ๆ ตรงกลาง เห็นเป็นแอ่งลึกเหมือน "ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน" นักเลี้ยงต้นไม้เลยตั้งชื่อเล่นให้แบบน่ารัก ๆ ซึ่งก็คือ เมดิเตอร์เรเนียน) และที่น่าทึ่งคือ สีของดอกไฮเดรนเยียก็สามารถเปลี่ยนไปได้ตามสภาพดินอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ที่ต้องการอุณหภูมิต่ำในการกระตุ้นการออกดอก เกษตรกรจึงต้องนำต้นไม้ไปผ่านกระบวนการปรับอุณหภูมิให้เย็นลงก่อน ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และภาวะโลกร้อนก็ทำให้การควบคุมช่วงเวลาออกดอกยากขึ้นไปอีก ดังนั้น สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตเถาหยวน ได้พัฒนาสายพันธุ์ใหม่ &ldquo;ผีเสื้อเต้นรำ舞蝶&rdquo; จากพันธุ์ไฮเดรนเยียพื้นเมืองของไต้หวันที่ชื่อว่า &ldquo;(หัวปาเซียน華八仙)&rdquo; จุดเด่นคือไม่ต้องใช้ความเย็นเพื่อกระตุ้นการออกดอก สามารถเบ่งบานได้เองในฤดูใบไม้ผลิ</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/13/9ac09ffb56255ea61a200ed78b60eb06.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>76</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 13 พ.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77341</link>
      <description><![CDATA[<p>Google พัฒนาเกมมือถือส่งเสริมการป้องกันการฉ้อโกง เตรียมเปิดตัวในไต้หวัน</p>
<p>&nbsp; &nbsp;Google จัดงาน ฟอรัมความปลอดภัยไซเบอร์เอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 2 ณ กรุงไทเปในวันช่วงปลายเดือนเมษายน 2025&nbsp; แถลงผลสำเร็จด้านการป้องกันการฉ้อโกง ระบุว่าเกมมือถือ ShieldUp! ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับกลวิธีการฉ้อโกงที่พบบ่อย จะขยายการให้บริการสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีกำหนดเปิดตัวในไต้หวันช่วงครึ่งหลังของปีนี้</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ เกม ShieldUp! ได้เปิดตัวในประเทศอินเดียเป็นแห่งแรก นอกจากไต้หวันแล้ว ยังมีกำหนดเปิดให้บริการในออสเตรเลีย สิงคโปร์ และประเทศไทยภายในปี 2025 นี้เช่นกัน</p>
<p>&nbsp; &nbsp;นายวิลสัน แอล. ไวท์ (Wilson L. White) รองประธานฝ่ายกิจการภาครัฐและนโยบายสาธารณะระดับโลกของ Google เปิดเผยว่า ShieldUp! เป็นเกมมือถือที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างทักษะในการป้องกันการฉ้อโกง โดยให้ผู้เล่นได้เผชิญกับสถานการณ์จำลองที่มีการลดความรุนแรงของกลวิธีการฉ้อโกง เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อภัยคุกคามดังกล่าวในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย</p>
<p>&nbsp; &nbsp;นายไวท์กล่าวเพิ่มเติมว่า ไต้หวันมีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมการเล่นเกม โดยจากผลการสำรวจล่าสุดพบว่าจำนวนผู้เล่นเกมในไต้หวันมีจำนวนเกือบ 18 ล้านคน การใช้รูปแบบเกมมาประยุกต์ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการฉ้อโกงได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยให้ประชาชนมีความเข้าใจและสามารถป้องกันภัยจากสแปมและกลโกงรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เขาระบุด้วยว่า ในปี 2024 ความสูญเสียจากการฉ้อโกงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าสูงถึง 6.88 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 22.4 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 86% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไต้หวัน และคิดเป็นสองในสามของความสูญเสียจากการฉ้อโกงทั่วโลก</p>
<p>&nbsp; &nbsp;นายไวท์ยังชี้ให้เห็นว่า กิจกรรมการฉ้อโกงจำนวนมากมีต้นกำเนิดจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และจากการพบปะกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลในหลายประเทศ พบว่า "การฉ้อโกง" มักเป็นหนึ่งใน 3 ปัญหาสำคัญที่ได้รับการกล่าวถึง</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ในโอกาสนี้ นายไวท์ยังกล่าวว่า Google ได้สร้างความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลของไต้หวัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ สำหรับการตรวจจับและต่อต้านการฉ้อโกง พร้อมทั้งส่งเสริมการให้ความรู้แก่ผู้ใช้งาน เพื่อเสริมสร้างเกราะป้องกันออนไลน์ที่แข็งแกร่ง และสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น</p>
<p>&nbsp; &nbsp;หลินหย่าฟาง(林雅芳) ผู้จัดการทั่วไป Google ไต้หวัน กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ไต้หวันเป็นเจ้าภาพจัด ฟอรั่มต่อต้านการฉ้อโกงเอเชียแปซิฟิก ในปี 2025 นี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่สำคัญของไต้หวันในเวทีระหว่างประเทศด้านการป้องกันการฉ้อโกง และแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านกรณีศึกษาและมาตรการต่าง ๆ ที่ไต้หวันสามารถแบ่งปันได้ และเธอยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันการฉ้อโกงเป็นประเด็นที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องเสริมสร้างความตระหนักรู้และความระมัดระวังอยู่เสมอ โดยเน้นย้ำว่า "ผู้ไม่ประสงค์ดีมักมีความรวดเร็วกว่าผู้รักษาความปลอดภัย" ดังนั้น การรับมือกับการฉ้อโกงออนไลน์จึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77341</guid>
      <pubDate>Tue, 13 May 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/13/20250513_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36013440" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 13 พ.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 13 พ.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #ff8c00;"><strong>Google พัฒนาเกมมือถือส่งเสริมการป้องกันการฉ้อโกง เตรียมเปิดตัวในไต้หวัน</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/13/5008a59465015c6ea81bd48021966360.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>75</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - 9 วิธีดูแลลำไส้และจัดการความเครียด]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77347</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">9 วิธีดูแลลำไส้และจัดการความเครียดในชีวิตประจำวัน</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;เนื่องจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน ความเครียดกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะสุขภาพของระบบทางเดินอาหาร นพ. เฉินป๋อเยี่ยน จึงได้แนะนำ 9 วิธีดูแลลำไส้เพื่อจัดการกับความเครียดที่สามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">1. ฟังเพลง</p>
<p dir="ltr">&nbsp;การฟังเพลงบรรเลงที่ผ่อนคลายช่วยลดการหลั่งฮอร์โมนความเครียดและทำให้จิตใจสงบ การฟังเพลงสามารถปรับปรุงสุขภาพลำไส้ได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้จากความเครียด เช่น ลำไส้แปรปรวน (IBS) เพราะเพลงช่วยลดการหลั่งฮอร์โมนความเครียดและบรรเทาความผิดปกติของการเคลื่อนไหวของลำไส้</p>
<p dir="ltr">งานวิจัยยังพบว่าการฟังเพลงคลาสสิก เช่น เพลงโมซาร์ต หรือดนตรีธรรมชาติ เป็นประจำช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้และเพิ่มกิจกรรมของโปรไบโอติก นอกจากนี้ เสียงเพลงยังช่วยกระตุ้นเส้นประสาทเวกัส ซึ่งเป็นการส่งเสริมระบบประสาทพาราซิมพาเทติกที่มีผลดีต่อสุขภาพลำไส้</p>
<p dir="ltr">แนะนำให้ฟังเพลงผ่อนคลายวันละ 15-30 นาที พร้อมกับการฝึกหายใจลึกๆ ซึ่งช่วยปรับการทำงานของลำไส้ ลดความเครียด และเสริมสุขภาพจุลินทรีย์ในลำไส้</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">2. ทำกิจกรรมกลางแจ้ง<br>การทำกิจกรรมกลางแจ้งมีประโยชน์ต่อสุขภาพลำไส้ โดยเฉพาะการลดความเครียดและปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ การออกกำลังกายกลางแจ้งหรือออกไปสัมผัสกับธรรมชาติช่วยลดการหลั่งฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) ซึ่งช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับลำไส้ เช่น ท้องอืดหรือท้องผูก</p>
<p dir="ltr">แนะนำให้ออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็วหรือวิ่งเหยาะๆ และควรเลือกสถานที่ที่มีธรรมชาติ เช่น สวนสาธารณะหรือป่าไม้ เพื่อเสริมความหลากหลายของจุลินทรีย์ในลำไส้</p>
&nbsp;

<p dir="ltr">3. ออกกำลังกายเป็นประจำ<br>การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยลดความเครียดและส่งเสริมสุขภาพลำไส้ โดยช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ และลดการอักเสบเรื้อรัง</p>
<p dir="ltr">แนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น เดินเร็วหรือปั่นจักรยาน วันละ 30 นาที พร้อมกับการฝึกกล้ามเนื้อ เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และลดความเครียด</p>
&nbsp;

<p dir="ltr">4.&nbsp; นอนหลับให้เพียงพอ<br>การนอนหลับที่เพียงพอช่วยให้ลำไส้และกระเพาะอาหารได้พักผ่อน และส่งผลดีต่อสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ งานวิจัยพบว่าการนอนหลับที่ไม่เพียงพอหรือมีคุณภาพต่ำ ส่งผลให้จุลินทรีย์ในลำไส้เสียสมดุลและเพิ่มความเสี่ยงของโรคเกี่ยวกับลำไส้อักเสบ</p>
<p dir="ltr">แนะนำให้เข้านอนและตื่นนอนในเวลาเดิมทุกวัน โดยนอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง ลดการใช้หน้าจอก่อนนอน และหลีกเลี่ยงคาเฟอีนเพื่อส่งเสริมการนอนหลับที่มีคุณภาพ</p>
<p dir="ltr">5. การทำสมาธิ</p>
<p dir="ltr">การทำสมาธิสามารถลดความเครียดและส่งเสริมสุขภาพลำไส้ได้ เนื่องจากช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ลดฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) และปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">งานวิจัยในปี 2020 พบว่าผู้ที่ฝึกสมาธิแบบเจริญสติเป็นเวลา 8 สัปดาห์มีอาการลำไส้แปรปรวนลดลง และจุลินทรีย์ในลำไส้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น แนะนำให้ฝึกสมาธิหรือทำสมาธิพร้อมกับฟังเพลงเบาๆ วันละ 10&ndash;20 นาที เพื่อช่วยลดความเครียดและส่งเสริมการทำงานของระบบทางเดินอาหาร</p>
&nbsp;

<p dir="ltr">6. ฝึกการหายใจลึก ๆ&nbsp;</p>
<p dir="ltr">การฝึกการหายใจลึกช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ลดฮอร์โมนความเครียด และปรับสมดุลของลำไส้&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">แนะนำเทคนิคการหายใจ เช่น หายใจเข้า 4 วินาที กลั้นหายใจ 4 วินาที และหายใจออกช้าๆ 8 วินาที ทำซ้ำ 10&ndash;15 นาทีต่อวัน จะช่วยลดอาการแน่นท้องและบรรเทาความเครียด&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>

<p dir="ltr">7. การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ไฟเบอร์ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในลำไส้ และช่วยลดความเครียดที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และผลิตกรดไขมันสายสั้นที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">แนะนำให้บริโภคไฟเบอร์ 25&ndash;30 กรัมต่อวัน จากผัก ผลไม้ ธัญพืช และพืชตระกูลถั่ว&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">8. การเสริมโปรไบโอติก</p>
<p dir="ltr">โปรไบโอติกช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ลดความไม่สบายที่เกิดจากความเครียด และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อาหารที่มีโปรไบโอติก เช่น โยเกิร์ต กิมจิ หรือมิโสะ ช่วยปรับปรุงการย่อยอาหารและลดอาการอักเสบในลำไส้&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">9. การรับประทานอาหารอย่างสมดุล</p>
<p dir="ltr">การรับประทานอาหารครบหมวดหมู่ เช่น ธัญพืช ผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ และไขมันดี ช่วยให้ลำไส้ได้รับสารอาหารที่จำเป็น ลดการหลั่งคอร์ติซอล และช่วยป้องกันความผันผวนของระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและระบบทางเดินอาหาร&nbsp;&nbsp;</p>
<br>&nbsp;



&nbsp;
&nbsp;
&nbsp;]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77347</guid>
      <pubDate>Mon, 12 May 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://d1qd3zoyy91a2c.cloudfront.net/audio/program/thrti/files/202506/20250512_2120_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24048000" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - 9 วิธีดูแลลำไส้และจัดการความเครียด</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - 9 วิธีดูแลลำไส้และจัดการความเครียด</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr"><strong><em>9 วิธีดูแลลำไส้และจัดการความเครียดในชีวิตประจำวัน</em></strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/13/394d75a52d9c01202a4925e6f0c01372.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>74</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77352</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทำความรู้จักกับนักออกแบบหรือนักสร้างสรรค์ภาพประกอบรุ่นใหม่จากประเทศไทยที่มาร่วมจัดแสดงผลงานการออกแบบต่างๆ ภายในงาน 2025 Illustration Taipei (ตอนที่ 2) ซึ่งจะจัดขึ้นที่ Expo Dome กรุงไทเป ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าหยวนซาน ในระหว่างวันที่ 3-6 เม.ย. 68 ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 200,000 คน ซึ่งงานนี้กลายเป็นหนึ่งในมหกรรมศิลปะภาพประกอบที่ทรงอิทธิพลที่สุดในไต้หวัน โดยมีศิลปินที่ภาพประกอบและผู้ที่ชื่นชอบภาพประกอบจากทั่วโลกเดินทางมาเข้าร่วมชมงานนี้&nbsp;โดยศิลปินแต่ละคนจะมีมุมมองและเทคนิคเฉพาะตัวในการสร้างสรรค์ผลงาน จึงทำให้เกิดการขยายวิสัยทัศน์งานศิลปะในระดับนานาชาติ เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม อันสะท้อนให้เห็นว่าศิลปะไร้ซึ่งพรมแดน&nbsp;(คลิกฟังรายการที่นี่)</p>

<p style="text-align: center;"></p>

<p style="text-align: center;">แบรนด์ Zky.studio</p>

<p style="text-align: center;"></p>

<p style="text-align: center;">แบรนด์ MeMiann Studio</p>

<p style="text-align: center;"></p>

<p style="text-align: center;">แบรนด์ SUPPLY @h7ddns</p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=77352</guid>
      <pubDate>Sun, 11 May 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/11/20250511_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36022080" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทำความรู้จักกับนักออกแบบหรือนักสร้างสรรค์ภาพประกอบรุ่นใหม่จากประเทศไทยที่มาร่วมจัดแสดงผลงานการออกแบบต่างๆ ภายในงาน 2025 Illustration Taipei (ตอนที่ 2) ซึ่งจะจัดขึ้นที่ Expo Dome กรุงไทเป ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าหยวนซาน ในระหว่างวันที่ 3-6 เม.ย. 68 ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 200,000 คน ซึ่งงานนี้กลายเป็นหนึ่งในมหกรรมศิลปะภาพประกอบที่ทรงอิทธิพลที่สุดในไต้หวัน โดยมีศิลปินที่ภาพประกอบและผู้ที่ชื่นชอบภาพประกอบจากทั่วโลกเดินทางมาเข้าร่วมชมงานนี้&nbsp;โดยศิลปินแต่ละคนจะมีมุมมองและเทคนิคเฉพาะตัวในการสร้างสรรค์ผลงาน จึงทำให้เกิดการขยายวิสัยทัศน์งานศิลปะในระดับนานาชาติ เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม อันสะท้อนให้เห็นว่าศิลปะไร้ซึ่งพรมแดน&nbsp;<a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/05/11/20250511_2200_1007_th.mp3"><span style="color:#0000ff"><strong>(คลิกฟังรายการที่นี่)</strong></span></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/05/17/e8f353d2aef61aefb6614dcf0dd27061.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>73</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน - 2025-05-06]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71896</link>
      <description><![CDATA[<p>2025-05-06</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71896</guid>
      <pubDate>Tue, 06 May 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/06/20250506_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36004800" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน - 2025-05-06</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน - 2025-05-06</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>2025-05-06</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/06/20ad52d79064abfc4db354c8406eb603.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>72</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค - 2025-05-06]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71898</link>
      <description><![CDATA[<p>2025-05-06</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71898</guid>
      <pubDate>Tue, 06 May 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/06/20250506_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36030720" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค - 2025-05-06</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค - 2025-05-06</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>2025-05-06</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/06/276c0a5aed01accef4e97873fb96a912.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>71</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - ลำไส้คือสมองส่วนที่สอง]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71903</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ลำไส้ได้รับการขนานนามว่าเป็น "สมองส่วนที่สองของร่างกาย" เนื่องจากมีเซลล์ประสาทกว่า 100 ล้านเซลล์ ซึ่งมีจำนวนรองลงมาจากสมองเท่านั้น และยังสามารถทำงานได้อย่างอิสระจากระบบประสาทส่วนกลาง&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นพ.เฉิน ป๋อเยี่ยน (陳柏諺) จากแผนกระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลคาเธ่ย์ (Cathay General Hospital) ระบุว่า ลำไส้และสมองเชื่อมโยงกันผ่าน "แกนลำไส้และสมอง" (Gut-Brain Axis) ที่ทำหน้าที่สื่อสารสองทางอย่างซับซ้อน Gut-brain axis หมายถึง การติดต่อสื่อสารกันระหว่างสมองและลำไส้ โดยทำงานผ่านระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system: CNS) และระบบประสาทที่ลำไส้ (enteric nervous system: ENS) นั่นหมายความว่าการติดต่อสื่อสารนี้เป็นการนำคำสั่งจากสมองไปยังทางเดินอาหาร และระบบทางเดินอาหารก็สามารถสื่อสารกลับไปยังสมองได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมีผลควบคุมการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย เช่น ระบบภูมิคุ้มกัน การย่อยอาหาร เมแทบอลิซึม ความอยากอาหาร และความเครียด</p>

<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;แกนลำไส้และสมองมีหัวใจสำคัญคือการส่งข้อมูลระหว่างลำไส้และสมองผ่านเส้นประสาทเวกัส ซึ่งทำหน้าที่เป็น "ทางด่วนสองทาง" ในการส่งข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของลำไส้ไปยังสมอง และรับคำสั่งจากสมองกลับมายังลำไส้ เมื่อเกิดการลำไส้อักเสบหรือมีความเครียด เส้นประสาทเวกัสจะส่งสัญญาณไปยังระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรม</p>

<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ จุลินทรีย์ในลำไส้ที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารแล้ว ยังทำหน้าที่เป็น "โรงงานเคมี" ที่ผลิตสารสื่อประสาท เช่น เซโรโทนิน โดปามีน และอะดรีนาลีน สารเหล่านี้สามารถส่งผลต่อการทำงานของสมองผ่านระบบประสาทหรือกระแสเลือด ช่วยควบคุมอารมณ์และการตอบสนองต่อความเครียด รวมถึงกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย และส่งผลกระทบต่อสมองและสุขภาพจิต</p>

<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ในทางกลับกัน เมื่อระบบลำไส้ทำงานได้ดีและจุลินทรีย์ในลำไส้อยู่ในสมดุล จะสามารถผลิตเซโรโทนินและเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข ลดความเสี่ยงของการอักเสบ และเสริมการทำงานของระบบประสาท สุขภาพลำไส้จึงไม่เพียงส่งผลต่อการย่อยอาหาร แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อสมองและสุขภาพโดยรวม การรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้สามารถลดการอักเสบ ส่งเสริมการทำงานของสมอง และช่วยให้รับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น การรับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และจัดการความเครียด ล้วนเป็นวิธีที่ช่วยให้แกนลำไส้และสมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงยิ่งขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p dir="ltr">เมื่อคนเรามีความเครียด ทำไมลำไส้ถึงมีปัญหา?&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นพ.เฉินป๋อเยี่ยน อธิบายว่า เมื่อรู้สึกเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล ซึ่งส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของลำไส้และสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ อาจทำให้เกิดอาการท้องผูกหรือท้องเสีย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของลำไส้ต่อความเครียดโดยตรง นอกจากนี้ ลำไส้ยังส่งสัญญาณสถานะผิดปกติกลับไปยังสมองผ่านเส้นประสาทเวกัส ทำให้รู้สึกกังวลหรืออารมณ์แปรปรวน&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นพ.เฉินยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ความเครียดกระตุ้นต่อมหมวกไตและต่อมใต้สมองให้หลั่งฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอลและอะดรีนาลีน ซึ่งแม้จะช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อความเครียดได้ดีขึ้น แต่ก็อาจส่งผลกระทบด้านลบต่อระบบทางเดินอาหารได้ หากอยู่ในภาวะเครียดเป็นเวลานาน การเคลื่อนไหวของลำไส้อาจช้าลงหรือเร็วขึ้นจนทำให้ระบบทางเดินอาหารเสียสมดุล และยังสามารถส่งผลต่อสมองผ่านทางเส้นประสาทเวกัสหรือระบบภูมิคุ้มกัน อาจทำให้มีสมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน หรือเกิดภาวะซึมเศร้าได้&nbsp;</p>
&nbsp;


]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71903</guid>
      <pubDate>Mon, 05 May 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/05/20250505_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24023040" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - ลำไส้คือสมองส่วนที่สอง</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - ลำไส้คือสมองส่วนที่สอง</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ลำไส้ได้รับการขนานนามว่าเป็น "สมองส่วนที่สองของร่างกาย" เนื่องจากมีเซลล์ประสาทกว่า 100 ล้านเซลล์ ซึ่งมีจำนวนรองลงมาจากสมองเท่านั้น และยังสามารถทำงานได้อย่างอิสระจากระบบประสาทส่วนกลาง&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/07/e24756a821494e277709f8c19176e510.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>70</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71908</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทำความรู้จักกับนักออกแบบหรือนักสร้างสรรค์ภาพประกอบรุ่นใหม่จากประเทศไทยที่มาร่วมจัดแสดงผลงานการออกแบบต่างๆ ภายในงาน 2025 Illustration Taipei (ตอนที่ 1) ซึ่งจะจัดขึ้นที่ Expo Dome กรุงไทเป ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าหยวนซาน ในระหว่างวันที่ 3-6 เม.ย. 68 ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 200,000 คน ซึ่งงานนี้กลายเป็นหนึ่งในมหกรรมศิลปะภาพประกอบที่ทรงอิทธิพลที่สุดในไต้หวัน โดยมีศิลปินที่ภาพประกอบและผู้ที่ชื่นชอบภาพประกอบจากทั่วโลกเดินทางมาเข้าร่วมชมงานนี้&nbsp;โดยศิลปินแต่ละคนจะมีมุมมองและเทคนิคเฉพาะตัวในการสร้างสรรค์ผลงาน จึงทำให้เกิดการขยายวิสัยทัศน์งานศิลปะในระดับนานาชาติ เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม อันสะท้อนให้เห็นว่าศิลปะไร้ซึ่งพรมแดน (คลิกฟังรายการที่นี่)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">แบรนด์ pi-near (เสียงสัมภาษณ์ช่วงนาทีที่ 04.50-10.39)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">แบรนด์ stickwithme4ev (เสียงสัมภาษณ์ช่วงนาทีที่ 10.45-13.56)</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71908</guid>
      <pubDate>Sun, 04 May 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/05/04/20250504_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36016320" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทำความรู้จักกับนักออกแบบหรือนักสร้างสรรค์ภาพประกอบรุ่นใหม่จากประเทศไทยที่มาร่วมจัดแสดงผลงานการออกแบบต่างๆ ภายในงาน 2025 Illustration Taipei (ตอนที่ 1) ซึ่งจะจัดขึ้นที่ Expo Dome กรุงไทเป ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าหยวนซาน ในระหว่างวันที่ 3-6 เม.ย. 68 ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 200,000 คน ซึ่งงานนี้กลายเป็นหนึ่งในมหกรรมศิลปะภาพประกอบที่ทรงอิทธิพลที่สุดในไต้หวัน โดยมีศิลปินที่ภาพประกอบและผู้ที่ชื่นชอบภาพประกอบจากทั่วโลกเดินทางมาเข้าร่วมชมงานนี้&nbsp;โดยศิลปินแต่ละคนจะมีมุมมองและเทคนิคเฉพาะตัวในการสร้างสรรค์ผลงาน จึงทำให้เกิดการขยายวิสัยทัศน์งานศิลปะในระดับนานาชาติ เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม อันสะท้อนให้เห็นว่าศิลปะไร้ซึ่งพรมแดน <a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/05/04/20250504_2200_1007_th.mp3"><span style="color: #800080;"><strong>(คลิกฟังรายการที่นี่)</strong></span></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/05/11/ffdd82f1c763bcd023949793618c436c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>69</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 29 เม.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71932</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ใครว่า &ldquo;ชาเชิงพาณิชย์&rdquo; ของไต้หวันไม่มีตลาด? แบรนด์เครื่องดื่มมือเขย่า(手搖飲)ชื่อดังจากภาคใต้ของไต้หวันอย่าง Magic Teaหรือในภาษาจีน &ldquo;ฉาจือโม๋กุ่ย茶之魔手&rdquo; ได้ประกาศในต้นเดือนเมษายนว่าหลังจากที่มีสวนชาที่ทำสัญญาเช่าปลูกในเขตหนานโถวกว่า 200 เฮกตาร์แล้ว(1,250ไร่) ล่าสุดยังจะขยายเพิ่มอีก 17 เฮกตาร์(106.25 ไร่)ในเขตตงซาน นครไถหนาน พร้อมจัดตั้งโรงงานผลิตชา เพื่อป้อนวัตถุดิบให้กับร้านในเครือกว่า 600 สาขาทั่วประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">Magic Tea ก่อตั้งในนครไถหนาน ตั้งแต่ปี 1993&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp;หวังเสียนหมิง(王賢明) ผู้ก่อตั้งและประธาน Magic Tea &nbsp;กล่าวว่า จุดแข็งของชาไต้หวันอยู่ที่ความประณีต โดยเฉพาะในด้านเทคนิคการผลิตชาอู่หลง ซึ่งถือว่าเป็นอันดับหนึ่งของโลก อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของชาไต้หวันคือ ขนาดของอุตสาหกรรมยังเล็ก ทำให้ในอดีตไม่ดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่ แต่เมื่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงและกระแสปกป้องผลผลิตในประเทศทั่วโลกเพิ่มขึ้น ค่าแรง วัสดุ และค่าขนส่งล้วนมีแนวโน้มแพงขึ้น จึงยากที่จะได้ชาราคาถูกอีกต่อไป ทำให้ช่องว่างของราคาชานำเข้าและชาไต้หวันค่อย ๆ ลดลง ซึ่งในระยะยาว ชาคุณภาพดีของไต้หวันย่อมมีตลาดแน่นอน<br>&nbsp; &nbsp;ชาในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มมักเรียกว่า &ldquo;ชาเชิงพาณิชย์&rdquo; ชิวฉุยโฟง(邱垂豐) รองผู้อำนวยการสถานีวิจัยและส่งเสริมพันธุ์ชาสำหรับเครื่องดื่มในไต้หวันกล่าวว่า ประมาณ 95% ของชาที่ใช้ในธุรกิจเครื่องดื่มยังคงเป็นชานำเข้า มีเพียง 5% เท่านั้นที่เป็นชาผลิตในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีบางแบรนด์ใช้แต่วัตถุดิบชานำเข้า ขณะที่บางแบรนด์ผสมทั้งชาในประเทศและชาต่างประเทศ โดยชานำเข้าส่วนใหญ่เป็นชาดำหรือชาแดง (ประมาณ 56% เช่น สายพันธุ์อัสสัม) และชาเขียว (44%) ส่วนชาภายในประเทศที่นิยมใช้คือสายพันธุ์ &ldquo;ซื่อจี้ชุน&rdquo; (四季春) สาเหตุที่ชาภายในประเทศมีสัดส่วนน้อย เป็นเพราะราคาสูงและผลผลิตน้อย ทำให้ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการในตลาดได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น Magic Tea เล็งเห็นความต้องการชาภายในประเทศเกินกำลังผลิต จึงได้ขยายพื้นที่สวนเพื่อรองรับ โดย Magic Tea ได้ก่อตั้งในนครไถหนาน ตั้งแต่ปี 1993 ปัจจุบันมีสาขาทั่วไต้หวันกว่า 600 แห่ง แต่ส่วนใหญ่อยู่ในภาคใต้ จึงได้รับฉายาว่า &ldquo;ราชาแห่งชาไข่มุกแดนใต้手搖飲南霸天&rdquo; และยังเป็นแบรนด์เดียวในไต้หวันที่มีทั้งสวนชาและโรงงานผลิตชาเป็นของตัวเอง</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">Magic Tea ขยายพื้นที่ปลูกชาที่นครไถหนานอีก 17 เฮกตาร์</p>
<p>&nbsp; &nbsp;หลี่ซื่อเผิง(李士朋) ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมวัฒนธรรมชา กล่าวว่า สวนชาของ Magic Tea ในหนานโถวมีกว่า 200 เฮกตาร์ ทั้งแบบถือครองเองและแบบสัญญาเช่า นอกจากนี้ยังมีสวนในหลงถัน นครเถาหยวน และเขตหลีซาน นครไทถจง โดยสวนในหนานโถวและเถาหยวนเน้นผลิตชาเชิงพาณิชย์ ส่วนหลีซานผลิตชาเกรดพรีเมียม คุณหลี่ ยังกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันชาเกือบทั้งหมดของ Magic Tea เป็นชาผลิตในไต้หวัน ยกเว้นเมนูชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey tea) ที่ยังใช้ใบชาจากศรีลังกาเท่านั้น แต่ด้วยตลาดชาไข่มุกยังคงเติบโต ความต้องการชาภายในประเทศก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหน้าร้อนที่ยอดขายเพิ่มมาก ทำให้ชาที่ผลิตในหนานโถว &ldquo;ไม่พอใช้&rdquo; จึงต้องขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มเติม<br>&nbsp; &nbsp;แม้หนานโถวจะเป็นแหล่งผลิตชาชั้นดี แต่พื้นที่พัฒนากลับใกล้เต็มขีดจำกัด Magic Tea จึงมองหาโอกาสใหม่ที่เมืองไถหนาน บ้านเกิดของแบรนด์ แม้พื้นที่ตงซานจะขึ้นชื่อเรื่องลำไย มะม่วง และกาแฟ แต่ผลตรวจดินพบว่าความเป็นกรด-ด่าง และการระบายน้ำเหมาะกับการปลูกชา จึงตัดสินใจตั้งฐานการผลิตใหม่บนพื้นที่ 17 เฮกตาร์ แบ่งเป็นสวนชาและโรงงานแปรรูปครบวงจร โดยคาดว่าชา "เมดอินไถหนาน" ถ้วยแรก จะพร้อมจำหน่ายในปี 2028</p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71932</guid>
      <pubDate>Tue, 29 Apr 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/29/20250429_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36019200" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 29 เม.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 29 เม.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ใครว่า &ldquo;ชาเชิงพาณิชย์&rdquo; ของไต้หวันไม่มีตลาด? แบรนด์เครื่องดื่มมือเขย่า(手搖飲)ชื่อดังจากภาคใต้ของไต้หวันอย่าง Magic Teaหรือในภาษาจีน &ldquo;ฉาจือโม๋กุ่ย茶之魔手&rdquo; ได้ประกาศในต้นเดือนเมษายนว่าหลังจากที่มีสวนชาที่ทำสัญญาเช่าปลูกในเขตหนานโถวกว่า 200 เฮกตาร์แล้ว(1,250ไร่) ล่าสุดยังจะขยายเพิ่มอีก 17 เฮกตาร์(106.25 ไร่)ในเขตตงซาน นครไถหนาน พร้อมจัดตั้งโรงงานผลิตชา เพื่อป้อนวัตถุดิบให้กับร้านในเครือกว่า 600 สาขาทั่วประเทศ</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/29/bbef33eada80bcfa8c8c744717db5d3a.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>68</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 29 เม.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71934</link>
      <description><![CDATA[<p>ไต้หวันรับมือความเสี่ยงสายเคเบิลใต้น้ำ สร้างเครือข่ายสื่อสารครอบคลุมทุกมิติ<br>&nbsp; &nbsp;ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นและเหตุการณ์เรือประมงจีนลากสายเคเบิลใต้น้ำของไต้หวันขาดบ่อยครั้ง ทำให้เกิดความกังวลต่อความมั่นคงของระบบสื่อสาร โดยเฉพาะสายเคเบิลภายในไต้หวันที่มีความเสี่ยงมากกว่าสายระหว่างประเทศ เนื่องจากอยู่ระหว่างช่องแคบไต้หวันที่ตื้นและมีเรือแล่นผ่านจำนวนมาก ในขณะที่สายระหว่างประเทศส่วนใหญ่ฝังอยู่ลึกในมหาสมุทรแปซิฟิก จึงปลอดภัยกว่ามาก<br>&nbsp; &nbsp;สายเคเบิลใต้น้ำแม้เป็นเทคโนโลยีเก่าแก่ แต่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อของไต้หวันกับโลกภายนอก ปัจจุบัน ไต้หวันมีสายเคเบิลใต้น้ำรวม 24 เส้น แบ่งเป็นภายในประเทศ 10 เส้น และระหว่างประเทศ 14 เส้น อย่างไรก็ตาม สายเคเบิลมีอายุการใช้งานประมาณ 20&ndash;30 ปี และการซ่อมแซมใช้เวลาและค่าใช้จ่ายสูง ในบางกรณีอาจต้องสร้างสายใหม่ซึ่งใช้เวลานานถึง 2&ndash;3 ปี<br>&nbsp; &nbsp;สายเคเบิลภายในประเทศส่วนใหญ่เป็นการลงทุนโดยบริษัท Chunghwa Telecom ซึ่งเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว การเรียกร้องค่าชดเชยมักเป็นไปได้ยาก ต่างจากสายระหว่างประเทศที่มีผู้ร่วมทุนหลายฝ่าย เช่น บริษัทจากญี่ปุ่นหรือ Meta ที่สามารถดำเนินการเรียกร้องในระดับสากลได้<br>&nbsp; &nbsp;รัฐบาลไต้หวันได้ประกาศให้สายเคเบิลเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของชาติ พร้อมสนับสนุนงบประมาณบางส่วน และมีระบบแจ้งเตือนหากมีเรือเข้าใกล้ตำแหน่งสายเคเบิลผ่านระบบ AIS โดยร่วมมือกับหน่วยยามฝั่งเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย รวมถึงมีการซ้อมรับมือในกรณีเกิดความเสียหาย เพื่อสร้างหลักประกัน &ldquo;การสื่อสารไม่ถูกตัดขาด&rdquo; ไต้หวันจึงต้องสร้างระบบสำรองเสริมผ่านการสื่อสารทางอากาศ เช่น ไมโครเวฟ และดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO satellite) เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อได้แม้สายเคเบิลขาดทั้งหมด โดยเฉพาะในเหตุการณ์แผ่นดินไหวฮวาเหลียน เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2024 ดาวเทียม LEO มีบทบาทสำคัญในการช่วยสื่อสารกับพื้นที่ประสบภัย<br>&nbsp; &nbsp;Chunghwa Telecom ยังคงขยายสายเคเบิลระหว่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อสร้างช่องทางสำรอง หากสายใดขัดข้อง ก็สามารถสลับการใช้งานได้ทันที พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกัน เช่น การฝังลึก การหุ้มป้องกัน และระบบเฝ้าระวังตลอดเวลา<br>กล่าวได้ว่า ไต้หวันมุ่งพัฒนาเครือข่ายสื่อสารที่ครอบคลุมทั้ง &ldquo;อวกาศ-อากาศ-ภาคพื้นดิน-ใต้ทะเล&rdquo; ไม่ว่าจะเป็นสายเคเบิลใต้น้ำ สายเคเบิลภาคพื้นดิน เครือข่ายมือถือ ใยแก้วนำแสง และดาวเทียมทุกระดับ เพื่อเสริมความยืดหยุ่นและความมั่นคงของระบบสื่อสาร รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71934</guid>
      <pubDate>Tue, 29 Apr 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/29/20250429_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36012480" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 29 เม.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 29 เม.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #ff8c00;"><strong>ไต้หวันรับมือความเสี่ยงสายเคเบิลใต้น้ำ สร้างเครือข่ายสื่อสารครอบคลุมทุกมิติ</strong></span><br>&nbsp; &nbsp;ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นและเหตุการณ์เรือประมงจีนลากสายเคเบิลใต้น้ำของไต้หวันขาดบ่อยครั้ง ทำให้เกิดความกังวลต่อความมั่นคงของระบบสื่อสาร โดยเฉพาะสายเคเบิลภายในไต้หวันที่มีความเสี่ยงมากกว่าสายระหว่างประเทศ เนื่องจากอยู่ระหว่างช่องแคบไต้หวันที่ตื้นและมีเรือแล่นผ่านจำนวนมาก ในขณะที่สายระหว่างประเทศส่วนใหญ่ฝังอยู่ลึกในมหาสมุทรแปซิฟิก จึงปลอดภัยกว่ามาก<br>&nbsp; &nbsp;สายเคเบิลใต้น้ำแม้เป็นเทคโนโลยีเก่าแก่ แต่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อของไต้หวันกับโลกภายนอก ปัจจุบัน ไต้หวันมีสายเคเบิลใต้น้ำรวม 24 เส้น แบ่งเป็นภายในประเทศ 10 เส้น และระหว่างประเทศ 14 เส้น อย่างไรก็ตาม สายเคเบิลมีอายุการใช้งานประมาณ 20&ndash;30 ปี และการซ่อมแซมใช้เวลาและค่าใช้จ่ายสูง ในบางกรณีอาจต้องสร้างสายใหม่ซึ่งใช้เวลานานถึง 2&ndash;3 ปี<br>&nbsp; &nbsp;สายเคเบิลภายในประเทศส่วนใหญ่เป็นการลงทุนโดยบริษัท Chunghwa Telecom ซึ่งเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว การเรียกร้องค่าชดเชยมักเป็นไปได้ยาก ต่างจากสายระหว่างประเทศที่มีผู้ร่วมทุนหลายฝ่าย เช่น บริษัทจากญี่ปุ่นหรือ Meta ที่สามารถดำเนินการเรียกร้องในระดับสากลได้<br>&nbsp; &nbsp;รัฐบาลไต้หวันได้ประกาศให้สายเคเบิลเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของชาติ พร้อมสนับสนุนงบประมาณบางส่วน และมีระบบแจ้งเตือนหากมีเรือเข้าใกล้ตำแหน่งสายเคเบิลผ่านระบบ AIS โดยร่วมมือกับหน่วยยามฝั่งเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย รวมถึงมีการซ้อมรับมือในกรณีเกิดความเสียหาย เพื่อสร้างหลักประกัน &ldquo;การสื่อสารไม่ถูกตัดขาด&rdquo; ไต้หวันจึงต้องสร้างระบบสำรองเสริมผ่านการสื่อสารทางอากาศ เช่น ไมโครเวฟ และดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO satellite) เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อได้แม้สายเคเบิลขาดทั้งหมด โดยเฉพาะในเหตุการณ์แผ่นดินไหวฮวาเหลียน เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2024 ดาวเทียม LEO มีบทบาทสำคัญในการช่วยสื่อสารกับพื้นที่ประสบภัย<br>&nbsp; &nbsp;Chunghwa Telecom ยังคงขยายสายเคเบิลระหว่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อสร้างช่องทางสำรอง หากสายใดขัดข้อง ก็สามารถสลับการใช้งานได้ทันที พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกัน เช่น การฝังลึก การหุ้มป้องกัน และระบบเฝ้าระวังตลอดเวลา<br>กล่าวได้ว่า ไต้หวันมุ่งพัฒนาเครือข่ายสื่อสารที่ครอบคลุมทั้ง &ldquo;อวกาศ-อากาศ-ภาคพื้นดิน-ใต้ทะเล&rdquo; ไม่ว่าจะเป็นสายเคเบิลใต้น้ำ สายเคเบิลภาคพื้นดิน เครือข่ายมือถือ ใยแก้วนำแสง และดาวเทียมทุกระดับ เพื่อเสริมความยืดหยุ่นและความมั่นคงของระบบสื่อสาร รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/29/3f7498b40e60b8931bc9dff592dfc29d.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>67</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - ไข่]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71941</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ชาวไต้หวันโดยเฉลี่ย 1 คนจะบริโภคไข่ประมาณ 290 ฟองต่อปี หรือประมาณ 5-6 ฟองต่อสัปดาห์ โดยวิธีที่ดีที่สุดในการบริโภคไข่ คือกินไข่ที่ใช้วิธีต้มทั้งเปลือก ข้อดีของการบริโภคไข่ต้มนะคะ หนึ่งคือโปรตีนในไข่ต้มนั้นย่อยง่าย และมีอัตราการถูกดูดซึมสูงถึง 99.7% และสอง การเก็บรักษาวิตามินในไข่ยังคงสมบูรณ์ที่สุด แม้ว่าบางคนอาจชอบรับประทานไข่ดิบ แต่การดูดซึมสารอาหารจากไข่ดิบอยู่ที่ประมาณ 50% เท่านั้น ในส่วนของการต้มไข่นั้น ไม่ควรใช้เวลาต้มนานเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดชั้นสีเทาที่บริเวณรอบๆ ไข่แดง ซึ่งเป็นซัลไฟด์ที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่าง ไฮโดรเจนซัลไฟด์ กับธาตุเหล็กในไข่แดง อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่เป็นอันตรายต่อการบริโภค&nbsp;</p>
&nbsp; &nbsp; &nbsp;งานวิจัยจากเนเธอร์แลนด์ระบุว่า ไทโรซีน (Tyrosine) ในไข่ สามารถเพิ่มความเร็วในการตอบสนองต่อสถานการณ์อันตรายของมนุษย์ได้&nbsp; ในบทความของนายแพทย์เฉินจวิ้นอี้ (陳駿逸) ที่ว่าด้วยบทบาทของธาตุอาหารในกระบวนการบำบัดมะเร็ง พบว่า ซีลีเนียมในไข่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการสร้างกลูตาไธโอนเพอร์ออกซิเดส (Glutathione Peroxidase)&nbsp; ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย เอนไซม์ชนิดนี้สามารถย่อยสลายอนุมูลอิสระได้ หากมีอนุมูลอิสระมากเกินไปในร่างกาย จะทำให้เกิดสารที่สร้างความเสียหายในปริมาณมาก


&nbsp;

<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;อัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมีความสัมพันธ์เชิงลบกับปริมาณซีลีเนียมในอาหาร ซึ่งหมายความว่าการขาดซีลีเนียมในอาหารประจำวันจะเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด และไข่ก็มีซีลีเนียมจำนวนมาก เพราะฉะนั้นเราควรบริโภคไข่ทุกวัน</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">กินไข่ช่วยลดน้ำหนัก</p>
<p dir="ltr">การรับประทานไข่วันละ 1-2 ฟองในมื้อเช้าช่วยลดน้ำหนักได้ เนื่องจากโปรตีนในไข่ช่วยเพิ่มความอิ่มท้องได้นานกว่าคาร์โบไฮเดรต เมื่อเทียบกับคาร์โบไฮเดรต โปรตีนจะใช้เวลาในการย่อยนานกว่า ดังนั้นจะทำให้ไม่หิวก่อนเวลาอาหารกลางวัน และยังช่วยลดการอยากทานขนมหรือของว่าง ก็เลยทำให้ถั่วเปลือกแข็งกลายเป็นของว่างยอดนิยมสำหรับการลดน้ำหนัก แม้ว่าจะมีไขมันมาก แต่ก็มีโปรตีนคุณภาพสูง ตัวไข่เองมีไขมันเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงเต็มไปด้วยโปรตีนและทำให้อิ่มง่าย ในช่วงลดน้ำหนัก แนะนำให้กินไข่ต้มใบชาหนึ่งหรือสองฟองแทนมื้อเย็น จะช่วยให้อิ่ม และไม่อยากกินอาหารมื้อดึกอีก</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ปริมาณไข่ที่เหมาะสมในแต่ละวัน</p>
<p dir="ltr">&nbsp;ไข่ ถั่ว ปลา และเนื้อสัตว์เป็นแหล่งโปรตีนที่พบได้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันของเรา แพทย์ไต้หวันแนะนำว่าโปรตีนเหล่านี้ควรคิดเป็น 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของแคลอรี่ทั้งหมดจากอาหารในแต่ละวัน ไข่ 1 ฟองประกอบด้วยโปรตีนอย่างน้อย 5 กรัม หากสมมติว่าคนทั่วไปควรบริโภคโปรตีนน้อยกว่า 200 กรัม (800 แคลอรี่) ต่อวัน การรับประทานไข่ 2-3 ฟองจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน แต่กลับมีประโยชน์มากมาย</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">คำแนะนำในการบริโภคไข่</p>
<p dir="ltr">การรับประทานไข่แบบปรุงสุกมีความปลอดภัยมากกว่าไข่ดิบ เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อแบคทีเรียและเพิ่มอัตราการดูดซึมสารอาหาร บันทึกในตำราแพทย์แผนจีนระบุว่า การรับประทานไข่ปรุงสุกช่วยบำรุงกระเพาะและม้ามได้ดี&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">บทความนี้นำมาจากหนังสือ รักษาบำบัดด้วยไข่ ตำรับบำรุงสุขภาพห้าอวัยวะตามหลักแพทย์แผนจีน โดย นายอู๋หงเฉียน(吳宏乾) ผู้อำนวยการคลินิกแพทย์แผนจีนอี๋เซิง (宜陞中醫診所)</p>
&nbsp;


]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71941</guid>
      <pubDate>Mon, 28 Apr 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/28/20250428_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24023040" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - ไข่</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - ไข่</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ชาวไต้หวันโดยเฉลี่ย 1 คนจะบริโภคไข่ประมาณ 290 ฟองต่อปี หรือประมาณ 5-6 ฟองต่อสัปดาห์ โดยวิธีที่ดีที่สุดในการบริโภคไข่ คือกินไข่ที่ใช้วิธีต้มทั้งเปลือก ข้อดีของการบริโภคไข่ต้มนะคะ หนึ่งคือโปรตีนในไข่ต้มนั้นย่อยง่าย และมีอัตราการถูกดูดซึมสูงถึง 99.7% และสอง การเก็บรักษาวิตามินในไข่ยังคงสมบูรณ์ที่สุด แม้ว่าบางคนอาจชอบรับประทานไข่ดิบ แต่การดูดซึมสารอาหารจากไข่ดิบอยู่ที่ประมาณ 50% เท่านั้น ในส่วนของการต้มไข่นั้น ไม่ควรใช้เวลาต้มนานเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดชั้นสีเทาที่บริเวณรอบๆ ไข่แดง ซึ่งเป็นซัลไฟด์ที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่าง ไฮโดรเจนซัลไฟด์ กับธาตุเหล็กในไข่แดง อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่เป็นอันตรายต่อการบริโภค&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/05/02/dd5034cd63a84970b99914789d04d0b1.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>66</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71946</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาไปรู้จักกับศูนย์การค้าแห่งใหม่ของกรุงไทเป ชื่อว่า Mitsui Shopping Park LaLaport Nangang (มิตซุย ช็อปปิ้ง พาร์ค ลาลาพอร์ต หนานกั่ง) ที่เพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา โดยวิธีการเดินทางสามารถโดยรถไฟฟ้าไปลงสถานี&nbsp;Nangang Software Park แล้วเดินต่อไปอีกเพียง 1 นาที&nbsp;หรือจะนั่งไปลงที่สถานี Nangang Exhibition Center แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 3 นาทีก็ได้ ศูนย์การค้าแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 47,000 ตารางเมตร มีจำนวนร้านค้ามากกว่า 300 ร้านค้า ไม่ว่าจะแบรนด์แฟชั่น ร้านอาหาร&nbsp;และร้านค้าปลีกต่างๆ โดยการออกแบบตกแต่งภายในห้างใช้แนวคิด &quot;Musubi&quot; ที่ผสมผสานธรรมชาติกับเทคโนโลยีไว้ด้วยกัน ซึ่งในบรรดาร้านค้าต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในห้าง&nbsp;LaLaport Nangang จะมีร้านไหนเป็นกระแสนิยมในกลุ่มคนไต้หวันบ้าง พร้อมแล้วไปรับฟังกันเลย&nbsp;(คลิกฟังรายการตอนที่ 2)</p>

<p style="text-align: center;"></p>

<p style="text-align: center;"></p>

<p style="text-align: center;"></p>

<p style="text-align: center;"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71946</guid>
      <pubDate>Sun, 27 Apr 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/27/20250427_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36015360" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาไปรู้จักกับศูนย์การค้าแห่งใหม่ของกรุงไทเป ชื่อว่า Mitsui Shopping Park LaLaport Nangang (มิตซุย ช็อปปิ้ง พาร์ค ลาลาพอร์ต หนานกั่ง) ที่เพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา โดยวิธีการเดินทางสามารถโดยรถไฟฟ้าไปลงสถานี&nbsp;Nangang Software Park แล้วเดินต่อไปอีกเพียง 1 นาที&nbsp;หรือจะนั่งไปลงที่สถานี Nangang Exhibition Center แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 3 นาทีก็ได้ ศูนย์การค้าแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 47,000 ตารางเมตร มีจำนวนร้านค้ามากกว่า 300 ร้านค้า ไม่ว่าจะแบรนด์แฟชั่น ร้านอาหาร&nbsp;และร้านค้าปลีกต่างๆ โดยการออกแบบตกแต่งภายในห้างใช้แนวคิด &quot;Musubi&quot; ที่ผสมผสานธรรมชาติกับเทคโนโลยีไว้ด้วยกัน ซึ่งในบรรดาร้านค้าต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในห้าง&nbsp;LaLaport Nangang จะมีร้านไหนเป็นกระแสนิยมในกลุ่มคนไต้หวันบ้าง พร้อมแล้วไปรับฟังกันเลย&nbsp;<a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/04/27/20250427_2200_1007_th.mp3"><span style="color:#0000ff"><strong>(คลิกฟังรายการตอนที่ 2)</strong></span></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/05/04/8baa367be0bb3aae17b8a716d089d969.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>65</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 22 เม.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71970</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;เพื่อปรับปรุงคุณภาพดินและลดการใช้ปุ๋ยเคมี กระทรวงเกษตรไต้หวันร่วมกับสถาบันวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร(Food Industry Research and Development Institute) ผลักดันการใช้แบคทีเรียสังเคราะห์แสง (Photosynthetic Bacteria) ในภาคเกษตรกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกษตรกรหลายรายในเมืองหยุนหลินทดลองใช้แบคทีเรียชนิดนี้ และพบว่าสามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้จริง ในขณะที่คุณภาพและผลผลิตของพืชกลับเพิ่มขึ้น<br>&nbsp; &nbsp;เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2025 ได้มีการจัดตั้ง สมาคมพัฒนาและให้ความรู้เกี่ยวกับแบคทีเรียสังเคราะห์แสงเพื่อการเกษตรแห่งเมืองหยุนหลิน โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายการแลกเปลี่ยนความรู้และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีจุลินทรีย์ชนิดนี้ในวงกว้าง<br>ช่วยพืชแข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศ ลดต้นทุนการเพาะปลูก<br>&nbsp; &nbsp;สถาบันวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร ได้ส่งเสริมการใช้แบคทีเรียสังเคราะห์แสงในภาคเกษตรและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในหลายเมืองทั่วไต้หวัน ถูจิ่งอวี๋ (凃景瑜) นักวิจัยของสถาบันกล่าวว่า การใช้ในภาคเกษตรให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด โดยมีประโยชน์สำคัญ ได้แก่ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของรากพืช ทำให้พืชแข็งแรงขึ้น, เพิ่มความสามารถในการต้านทานภัยธรรมชาติ เช่น ภัยแล้งหรือฝนตกหนัก ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร ลดต้นทุนการผลิต และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับการทำเกษตรแบบดั้งเดิม<br>&nbsp;&nbsp; หลินหงเหริน (林弘仁) เกษตรกรวัย 70 ปี ซึ่งปลูกมะเขือเทศเชอร์รี กะหล่ำปลี และโทงเทงฝรั่ง (Cape Gooseberry) ในเมืองหยุนหลิน เล่าว่า ในปี 2019 เขาได้เข้าเรียนหลักสูตรเกี่ยวกับแบคทีเรียสังเคราะห์แสง (Photosynthetic Bacteria) ที่สอนโดย ดร.เลี่ยวลี่หลิง (廖麗伶) จากสถาบันวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร แม้ว่าในตอนแรกเขาจะยังไม่มั่นใจในประสิทธิภาพของจุลินทรีย์ชนิดนี้ แต่เมื่อลองใช้แล้วกลับพบว่าพืชเติบโตได้ดี แม้เจอภาวะน้ำท่วมก็ไม่เน่าเสีย อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยและสารเคมีการเกษตรได้อย่างชัดเจน<br>&nbsp; &nbsp;จวงจิงฉุน (莊婧淳) ผู้ก่อตั้งสมาคมกล่าวว่า แบคทีเรียสังเคราะห์แสงไม่ได้ช่วยแค่ปรับปรุงคุณภาพดินและลดการใช้ปุ๋ยเคมี แต่ยังทำให้ดินสามารถใช้งานได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ในอนาคต สมาคมมีแผนขยายการส่งเสริมความรู้ผ่าน หลักสูตรด้านสิ่งแวดล้อม เกษตรปลอดสารพิษ และการศึกษาด้านอาหารและการเกษตร เพื่อช่วยให้เกษตรกร ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และเพิ่มผลกำไรจากการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">สมาคมพัฒนาและให้ความรู้เกี่ยวกับแบคทีเรียสังเคราะห์แสงเพื่อการเกษตรแห่งเมืองหยุนหลิน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71970</guid>
      <pubDate>Tue, 22 Apr 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/22/20250422_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36020160" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 22 เม.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 22 เม.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;เพื่อปรับปรุงคุณภาพดินและลดการใช้ปุ๋ยเคมี กระทรวงเกษตรไต้หวันร่วมกับสถาบันวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร(Food Industry Research and Development Institute) ผลักดันการใช้แบคทีเรียสังเคราะห์แสง (Photosynthetic Bacteria) ในภาคเกษตรกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกษตรกรหลายรายในเมืองหยุนหลินทดลองใช้แบคทีเรียชนิดนี้ และพบว่าสามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้จริง ในขณะที่คุณภาพและผลผลิตของพืชกลับเพิ่มขึ้น<br>&nbsp; &nbsp;เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2025 ได้มีการจัดตั้ง สมาคมพัฒนาและให้ความรู้เกี่ยวกับแบคทีเรียสังเคราะห์แสงเพื่อการเกษตรแห่งเมืองหยุนหลิน โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายการแลกเปลี่ยนความรู้และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีจุลินทรีย์ชนิดนี้ในวงกว้าง<br>ช่วยพืชแข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศ ลดต้นทุนการเพาะปลูก<br>&nbsp; &nbsp;สถาบันวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร ได้ส่งเสริมการใช้แบคทีเรียสังเคราะห์แสงในภาคเกษตรและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในหลายเมืองทั่วไต้หวัน ถูจิ่งอวี๋ (凃景瑜) นักวิจัยของสถาบันกล่าวว่า การใช้ในภาคเกษตรให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด โดยมีประโยชน์สำคัญ ได้แก่ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของรากพืช ทำให้พืชแข็งแรงขึ้น, เพิ่มความสามารถในการต้านทานภัยธรรมชาติ เช่น ภัยแล้งหรือฝนตกหนัก ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร ลดต้นทุนการผลิต และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับการทำเกษตรแบบดั้งเดิม<br>&nbsp;&nbsp; หลินหงเหริน (林弘仁) เกษตรกรวัย 70 ปี ซึ่งปลูกมะเขือเทศเชอร์รี กะหล่ำปลี และโทงเทงฝรั่ง (Cape Gooseberry) ในเมืองหยุนหลิน เล่าว่า ในปี 2019 เขาได้เข้าเรียนหลักสูตรเกี่ยวกับแบคทีเรียสังเคราะห์แสง (Photosynthetic Bacteria) ที่สอนโดย ดร.เลี่ยวลี่หลิง (廖麗伶) จากสถาบันวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร แม้ว่าในตอนแรกเขาจะยังไม่มั่นใจในประสิทธิภาพของจุลินทรีย์ชนิดนี้ แต่เมื่อลองใช้แล้วกลับพบว่าพืชเติบโตได้ดี แม้เจอภาวะน้ำท่วมก็ไม่เน่าเสีย อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยและสารเคมีการเกษตรได้อย่างชัดเจน<br>&nbsp; &nbsp;จวงจิงฉุน (莊婧淳) ผู้ก่อตั้งสมาคมกล่าวว่า แบคทีเรียสังเคราะห์แสงไม่ได้ช่วยแค่ปรับปรุงคุณภาพดินและลดการใช้ปุ๋ยเคมี แต่ยังทำให้ดินสามารถใช้งานได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ในอนาคต สมาคมมีแผนขยายการส่งเสริมความรู้ผ่าน หลักสูตรด้านสิ่งแวดล้อม เกษตรปลอดสารพิษ และการศึกษาด้านอาหารและการเกษตร เพื่อช่วยให้เกษตรกร ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และเพิ่มผลกำไรจากการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/16/3223a2c12946988dac696c7faa070043.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>64</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 22 เม.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71972</link>
      <description><![CDATA[<p>ทีม นศ. ม.ไต้หวัน ออกแบบสปริงควบคุมของเหลวในอวกาศ มีศักยภาพสูงในการนำไปทดลองในอวกาศ&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp;ทีมนักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (NTU) เสนอแนวคิด "วอลซ์ของเหลว" ซึ่งเป็นการทดลองเกี่ยวกับการควบคุมของเหลวในสภาพไร้น้ำหนัก โดยใช้วงแหวนสปริงที่สามารถขยายและบิดตัวได้ เพื่อให้ของเหลวเคลื่อนที่ตามโครงสร้างอย่างเป็นธรรมชาติ ผลงานนี้ได้รับการคัดเลือกจากองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (Japan Aerospace Exploration Agency; JAXA) ให้เป็นหนึ่งในโครงการที่มีศักยภาพสูงสุด และจะถูกนำไปทดลองโดยนักบินอวกาศในอนาคต<br>&nbsp; &nbsp;รศ. เจียงหย่าอวี้ (蔣雅郁) ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน เป็นผู้นำทีมนักศึกษาปริญญาโท เสนอแนวคิด "วอลซ์ของเหลว: พลศาสตร์ของไหลสังเกตการณ์เต้นระบำของวงแหวนสปริง&rdquo; ร่วมแข่งขันนำเสนอแนวคิดการทดลองในภาวะไร้น้ำหนักสำหรับสถานีอวกาศนานาชาติปี 2025 ซึ่งพวกเขาสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง และได้รับสิทธิ์ส่งผลงานไปยัง JAXA เพื่อพิจารณาคัดเลือกขั้นสุดท้าย ในบรรดาผลงานกว่า 500 โครงการจาก 9 ประเทศ ผลงานของพวกเขาได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 11 โครงการที่มีศักยภาพสูงสุด และคาดว่าจะถูกนำไปทดสอบในอวกาศช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า<br>&nbsp; &nbsp;รศ. เจียงกล่าวว่า การแข่งขันนี้จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยเฉิงกงภายใต้การมอบหมายของศูนย์อวกาศแห่งชาติไต้หวัน เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้ศึกษาปรากฏการณ์ต่างๆ ในสภาพไร้น้ำหนัก โดยปีนี้มีผลงานจากทั่วไต้หวัน 67 โครงการ ทีมของเธอรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับอันดับหนึ่งของไต้หวัน และได้รับคำชมจากนักบินอวกาศที่เข้าร่วมการตัดสิน<br>&nbsp;&nbsp; เฉินเหวินชิ่ง (陳文慶) สมาชิกทีมอธิบายว่า บนโลกมี 3 สิ่งที่ควบคุมได้ยาก ได้แก่ เวลา, แมว และ ของเหลว เทคนิคการควบคุมของเหลวบนโลกอาจใช้ไม่ได้ผลในอวกาศ ดังนั้นทีมจึงทดลองใช้วงแหวนสปริงและถุงน้ำเพื่อทดสอบแนวคิดนี้ โดยเทของเหลวลงในวงแหวนสปริงในสภาพไร้น้ำหนัก เพื่อศึกษาว่าจะเกิดแรงที่มองไม่เห็นจากแรงตึงผิวสอดคล้องกับกฎแรงดันลาพลาซ (Laplace pressure) หรือไม่ ซึ่งอาจช่วยให้สามารถควบคุมของเหลวให้อยู่ภายในวงแหวนของสปริงได้อย่างเสถียร<br>&nbsp;&nbsp; ทีมวิจัยค้นพบว่า ในวงสปริงขนาดเล็ก ของเหลวสามารถถูกกักเก็บอยู่ในโครงสร้างขดเกลียวของวงแหวนสปริงได้ภายใต้แรงตึงผิว แต่ในวงสปริงระดับที่ใหญ่ขึ้น แรงโน้มถ่วงจะทำให้ของเหลวไหลออกมา อย่างไรก็ตาม การทดลองในสภาวะไร้น้ำหนักของสถานีอวกาศจะช่วยให้ทีมสามารถตรวจสอบพฤติกรรมของเหลวขณะที่วงแหวนสปริงขยาย, บิด หรือโค้งงอ ซึ่งของเหลวจะสามารถไหลไปตามโครงสร้างได้อย่างราบรื่น ราวกับนักเต้นรำที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกับนักบินอวกาศ<br>&nbsp;&nbsp; เทคนิคการควบคุมของไหลนี้จะมีประโยชน์อย่างมากในอนาคต โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์, การผลิตยา หรือแม้แต่โครงการตั้งถิ่นฐานในอวกาศ<br>&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71972</guid>
      <pubDate>Tue, 22 Apr 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/22/20250422_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36000960" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 22 เม.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 22 เม.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #ff8c00;"><strong>ทีม นศ. ม.ไต้หวัน ออกแบบสปริงควบคุมของเหลวในอวกาศ มีศักยภาพสูงในการนำไปทดลองในอวกาศ&nbsp;</strong></span><br>&nbsp; &nbsp;ทีมนักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (NTU) เสนอแนวคิด "วอลซ์ของเหลว" ซึ่งเป็นการทดลองเกี่ยวกับการควบคุมของเหลวในสภาพไร้น้ำหนัก โดยใช้วงแหวนสปริงที่สามารถขยายและบิดตัวได้ เพื่อให้ของเหลวเคลื่อนที่ตามโครงสร้างอย่างเป็นธรรมชาติ ผลงานนี้ได้รับการคัดเลือกจากองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (Japan Aerospace Exploration Agency; JAXA) ให้เป็นหนึ่งในโครงการที่มีศักยภาพสูงสุด และจะถูกนำไปทดลองโดยนักบินอวกาศในอนาคต<br>&nbsp; &nbsp;รศ. เจียงหย่าอวี้ (蔣雅郁) ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน เป็นผู้นำทีมนักศึกษาปริญญาโท เสนอแนวคิด "วอลซ์ของเหลว: พลศาสตร์ของไหลสังเกตการณ์เต้นระบำของวงแหวนสปริง&rdquo; ร่วมแข่งขันนำเสนอแนวคิดการทดลองในภาวะไร้น้ำหนักสำหรับสถานีอวกาศนานาชาติปี 2025 ซึ่งพวกเขาสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง และได้รับสิทธิ์ส่งผลงานไปยัง JAXA เพื่อพิจารณาคัดเลือกขั้นสุดท้าย ในบรรดาผลงานกว่า 500 โครงการจาก 9 ประเทศ ผลงานของพวกเขาได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 11 โครงการที่มีศักยภาพสูงสุด และคาดว่าจะถูกนำไปทดสอบในอวกาศช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า<br>&nbsp; &nbsp;รศ. เจียงกล่าวว่า การแข่งขันนี้จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยเฉิงกงภายใต้การมอบหมายของศูนย์อวกาศแห่งชาติไต้หวัน เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้ศึกษาปรากฏการณ์ต่างๆ ในสภาพไร้น้ำหนัก โดยปีนี้มีผลงานจากทั่วไต้หวัน 67 โครงการ ทีมของเธอรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับอันดับหนึ่งของไต้หวัน และได้รับคำชมจากนักบินอวกาศที่เข้าร่วมการตัดสิน<br>&nbsp;&nbsp; เฉินเหวินชิ่ง (陳文慶) สมาชิกทีมอธิบายว่า บนโลกมี 3 สิ่งที่ควบคุมได้ยาก ได้แก่ เวลา, แมว และ ของเหลว เทคนิคการควบคุมของเหลวบนโลกอาจใช้ไม่ได้ผลในอวกาศ ดังนั้นทีมจึงทดลองใช้วงแหวนสปริงและถุงน้ำเพื่อทดสอบแนวคิดนี้ โดยเทของเหลวลงในวงแหวนสปริงในสภาพไร้น้ำหนัก เพื่อศึกษาว่าจะเกิดแรงที่มองไม่เห็นจากแรงตึงผิวสอดคล้องกับกฎแรงดันลาพลาซ (Laplace pressure) หรือไม่ ซึ่งอาจช่วยให้สามารถควบคุมของเหลวให้อยู่ภายในวงแหวนของสปริงได้อย่างเสถียร<br>&nbsp;&nbsp; ทีมวิจัยค้นพบว่า ในวงสปริงขนาดเล็ก ของเหลวสามารถถูกกักเก็บอยู่ในโครงสร้างขดเกลียวของวงแหวนสปริงได้ภายใต้แรงตึงผิว แต่ในวงสปริงระดับที่ใหญ่ขึ้น แรงโน้มถ่วงจะทำให้ของเหลวไหลออกมา อย่างไรก็ตาม การทดลองในสภาวะไร้น้ำหนักของสถานีอวกาศจะช่วยให้ทีมสามารถตรวจสอบพฤติกรรมของเหลวขณะที่วงแหวนสปริงขยาย, บิด หรือโค้งงอ ซึ่งของเหลวจะสามารถไหลไปตามโครงสร้างได้อย่างราบรื่น ราวกับนักเต้นรำที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกับนักบินอวกาศ<br>&nbsp;&nbsp; เทคนิคการควบคุมของไหลนี้จะมีประโยชน์อย่างมากในอนาคต โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์, การผลิตยา หรือแม้แต่โครงการตั้งถิ่นฐานในอวกาศ<br>&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/16/e8ca6606dd64af807e2cf93296b0e1ec.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>63</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - สัมภาษณ์พิเศษ คุณหมอสมชาย กับโรคยอดฮิตที่มากับหน้าร้อน]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71979</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;เสียงสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์พูดคุยกับคุณหมอสมชาย โตมรกุล &nbsp;อดีตหัวหน้าแผนกกุมารเวช และปัจจุบันเป็นแพทย์ประจำแผนกตรวจสุขภาพ โรงพยาบาล PAOCHIEN HOSPITAL เมืองผิงตง เกี่ยวกับโรคที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน ความเสี่ยงและการป้องกัน</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สุขภาพของผู้ใหญ่โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด อาจตกอยู่ในความเสี่ยงเกิดโรคต่างๆ โดยไม่รู้ตัว รายการสารานุกรมสุขภาพตอนนี้จึงเชิญคุณหมอผู้เชี่ยวชาญมาร่วมพูดคุยถึง &ldquo;โรคที่พบบ่อยในหน้าร้อน&rdquo; พร้อมคำแนะนำในการดูแลสุขภาพ</p>
<p></p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">นายแพทย์สมชาย โตมรกุล แพทย์แผนกตรวจสุขภาพ โรงพยาบาล PAOCHIEN HOSPITAL&nbsp;</p>
&nbsp;
&nbsp;]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71979</guid>
      <pubDate>Mon, 21 Apr 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/21/20250421_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24035520" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - สัมภาษณ์พิเศษ คุณหมอสมชาย กับโรคยอดฮิตที่มากับหน้าร้อน</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - สัมภาษณ์พิเศษ คุณหมอสมชาย กับโรคยอดฮิตที่มากับหน้าร้อน</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;เสียงสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์พูดคุยกับคุณหมอสมชาย โตมรกุล &nbsp;อดีตหัวหน้าแผนกกุมารเวช และปัจจุบันเป็นแพทย์ประจำแผนกตรวจสุขภาพ โรงพยาบาล PAOCHIEN HOSPITAL เมืองผิงตง เกี่ยวกับโรคที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน ความเสี่ยงและการป้องกัน</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/25/79e50014fc3831b969fbe9adcfc49680.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>62</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71985</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาไปรู้จักกับศูนย์การค้าแห่งใหม่ของกรุงไทเป ชื่อว่า Mitsui Shopping Park LaLaport Nangang (มิตซุย ช็อปปิ้ง พาร์ค ลาลาพอร์ต หนานกั่ง) ที่เพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา โดยวิธีการเดินทางสามารถโดยรถไฟฟ้าไปลงสถานี&nbsp;Nangang Software Park แล้วเดินต่อไปอีกเพียง 1 นาที&nbsp;หรือจะนั่งไปลงที่สถานี Nangang Exhibition Center แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 3 นาทีก็ได้ ศูนย์การค้าแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 47,000 ตารางเมตร มีจำนวนร้านค้ามากกว่า 300 ร้านค้า ไม่ว่าจะแบรนด์แฟชั่น ร้านอาหาร&nbsp;และร้านค้าปลีกต่างๆ โดยการออกแบบตกแต่งภายในห้างใช้แนวคิด &quot;Musubi&quot; ที่ผสมผสานธรรมชาติกับเทคโนโลยีไว้ด้วยกัน ซึ่งในบรรดาร้านค้าต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในห้าง&nbsp;LaLaport Nangang จะมีร้านไหนเป็นกระแสนิยมในกลุ่มคนไต้หวันบ้าง พร้อมแล้วไปรับฟังกันเลย&nbsp;(คลิกฟังรายการตอนที่ 1)</p>

<p style="text-align: center;"></p>

<p style="text-align: center;"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=71985</guid>
      <pubDate>Sun, 20 Apr 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/20/20250420_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36013440" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาไปรู้จักกับศูนย์การค้าแห่งใหม่ของกรุงไทเป ชื่อว่า Mitsui Shopping Park LaLaport Nangang (มิตซุย ช็อปปิ้ง พาร์ค ลาลาพอร์ต หนานกั่ง) ที่เพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา โดยวิธีการเดินทางสามารถโดยรถไฟฟ้าไปลงสถานี&nbsp;Nangang Software Park แล้วเดินต่อไปอีกเพียง 1 นาที&nbsp;หรือจะนั่งไปลงที่สถานี Nangang Exhibition Center แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 3 นาทีก็ได้ ศูนย์การค้าแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 47,000 ตารางเมตร มีจำนวนร้านค้ามากกว่า 300 ร้านค้า ไม่ว่าจะแบรนด์แฟชั่น ร้านอาหาร&nbsp;และร้านค้าปลีกต่างๆ โดยการออกแบบตกแต่งภายในห้างใช้แนวคิด &quot;Musubi&quot; ที่ผสมผสานธรรมชาติกับเทคโนโลยีไว้ด้วยกัน ซึ่งในบรรดาร้านค้าต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในห้าง&nbsp;LaLaport Nangang จะมีร้านไหนเป็นกระแสนิยมในกลุ่มคนไต้หวันบ้าง พร้อมแล้วไปรับฟังกันเลย&nbsp;<a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/04/20/20250420_2200_1007_th.mp3"><strong>(คลิกฟังรายการตอนที่ 1)</strong></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/04/26/ff307fe65512d329181c06d6e54f8fc8.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>61</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 15 เม.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72008</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ฤดูกาลชมดอกกุหลาบพันปี(ตู้จวนฮัว-杜鵑花) หรือดอกอาซาเลีย (Azalea) ที่เขตจินซานกับเขตว่านหลี่เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และสิ้นสุดในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ใครที่มีโอกาศไปชมงานต้องบอกด้วยเสียงเดียวกันว่ามีความสวยงามมาก เพราะความงดงามมีความแตกต่างจากดอกกุหลาบพันธ์ปีที่พบเห็นตามเกาะกลางถนนหรือลานสาธารณะทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายพันธุ์ที่หลิ่วจือฟาง(柳枝芳)&rdquo; ซึ่งเป็นทั้งเกษตรกรและนักวิจัยพัฒนากุหลาบพันธ์ปีถือว่ามีลักษณะโดดเด่นมาก แม้คุณพ่อของหลิ่วจือฟาง จะเป็นชาวสวนดอกไม้รุ่นแรกของเขตว่านหลี่ (萬里) ในนครนิวไทเป แต่ในวัยหนุ่ม เขาเลือกออกไปหาประสบการณ์นอกบ้านเกิด โดยในช่วงเวลานั้น เศรษฐกิจของไต้หวันกำลังเติบโต อุตสาหกรรมพืชสวนและดอกไม้กำลังเฟื่องฟู และด้วยสายเลือดของนักเพาะพันธุ์ดอกไม้ เขาจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิด เพื่อสร้างอาณาจักรแห่งดอกไม้ของตนเอง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางแห่งการพัฒนาและสร้างสรรค์ดอกกุหลาบพันปีสายพันธุ์ใหม่</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ดอกกุหลาบพันปีที่คุณหลิ่วจือฟางพัฒนา</p>
<p>&nbsp; &nbsp;คุณหลิ่วจือฟาง บอกว่า ถ้าต้องการสู้ ก็ต้องมีความได้เปรียบ ซึ่งนี่คือแนวคิดที่ผลักดันให้เขามุ่งมั่นพัฒนาการเพาะพันธุ์กุหลาบพันปีให้เหนือกว่าคู่แข่ง แต่ในช่วงแรก เทคนิคการขยายพันธุ์กุหลาบพันปี ยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้น เขาจึงต้องทุ่มเทเวลาเกือบ 10 ปี เพื่อพัฒนาเทคนิคการขยายพันธุ์ โดยเฉพาะการเพาะต้นอ่อนจากสายพันธุ์ของ "แวคซิเนียม ไรท์ทีไอ- Vaccinium wrightii- " ซึ่งเป็นพืชในตระกูลกุหลาบพันปี ให้ออกรากเร็วขึ้นและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น ผลลัพธ์คือ เขาสามารถเพาะพันธุ์กุหลาบพันปีที่แข็งแรงขึ้น สวยงามขึ้น และด้วยนวัตกรรมการเพาะพันธุ์นี้ เขาได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นเสินหนง ในปี 1998 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างอาณาจักรแห่งดอกไม้ของเขา<br>&nbsp; &nbsp;แม้ไต้หวันจะปลูกกุหลาบพันปีได้ดี แต่กลับมีสายพันธุ์ไม่หลากหลาย คุณหลิ่วจือฟางจึงตั้งใจนำพันธุ์ใหม่เข้ามาเอง แต่ติดขัดเพราะต่างชาติไม่ขายให้ ด้วยตลาดที่เล็กเกินไป เขาจึงตัดสินใจ &ldquo;สร้างมันขึ้นมาเอง&rdquo; แม้ไม่มีประสบการณ์ก็เริ่มเรียนรู้จากศูนย์ ลงมือคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์อย่างพิถีพิถัน และเดินทางตามหาพันธุ์หายากจากแหล่งต่างๆ เพราะสำหรับเขา การปรับปรุงพันธุ์ไม่ใช่แค่การทดลอง แต่คือการเดินทางที่เต็มไปด้วยความฝัน ความพยายาม และการรอคอยอันยาวนานกว่าจะเห็นดอกไม้ผลิบาน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ดอกกุหลาบพันปีที่คุณหลิ่วจือฟางพัฒนา</p>
<p>&nbsp; คุณหลิ่วจือฟางทดลองผสมกุหลาบพันปีพันธุ์ &ldquo;แมงปอม่วง&rdquo; ซึ่งเป็นดอกชั้นเดียว กับพันธุ์ดอกซ้อน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้กุหลาบพันปีดอกซ้อนสีม่วงเข้มหายากในตลาด แต่ผลลัพธ์กลับเกินความคาดหมาย เพราะนอกจากได้ดอกซ้อนสีม่วงและชมพูอ่อนตามเป้าแล้ว ยังได้พันธุ์ใหม่ที่มีกลีบดอกปลายแยกริ้วคล้ายขนนก ซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อน และหลงรักทันที โดยเฉพาะลักษณะเวลาร่วงหล่นที่กลีบดอกโปรยลงเป็นเส้นเบาบางบนผิวน้ำ ต่างจากกุหลาบทั่วไปที่ร่วงทั้งช่อ เขาจึงมองว่าการเพาะพันธุ์ดอกไม้เป็นศิลปะแห่งความไม่แน่นอน แม้จะศึกษาและวางแผนอย่างละเอียด แต่ผลลัพธ์ก็ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้ เขาเคยผสมพันธุ์ดอกไม้เพื่อให้ได้สีม่วงซ้อน แต่กลับได้ดอกสีขาวล้วน ซึ่งเกิดจากยีนสีขาวที่ซ่อนอยู่ในสายพันธุ์พ่อแม่ โดยไม่สามารถอธิบายได้แน่ชัด ความเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมยังอาจส่งผลให้ดอกไม้ไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ เช่น ไม่มีละอองเกสร หรือไม่สามารถสร้างฝักเมล็ด นี่คือความท้าทายของนักเพาะพันธุ์ ที่ต้องยอมรับทั้งความสำเร็จและความสูญเปล่าที่อาจใช้เวลานานนับปี</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ดอกกุหลาบพันปีที่คุณหลิ่วจือฟางพัฒนา</p>
<p>&nbsp; &nbsp;แม้เขาจะพัฒนากุหลาบพันปีใหม่กว่า 600 สายพันธุ์ แต่กลับยังไม่เปิดตัวใดๆ ในตลาด เนื่องจากสายพันธุ์ยังไม่เสถียร ต้องใช้เวลาในการทดสอบความคงที่ของลักษณะพันธุกรรม อีกทั้งต้นทุนการผลิตสูง หากไม่มีคำสั่งซื้อมากพอ การผลิตเชิงพาณิชย์ก็ไม่คุ้มค่า นอกจากนี้ พื้นที่ที่ใช้ทดลองเพาะพันธุ์ อาจนำไปปลูกดอกไม้เชิงพาณิชย์เพื่อสร้างรายได้มหาศาล แต่เขายังเลือกที่จะลงทุนเพื่อสร้าง &ldquo;ทางเลือกใหม่&rdquo; ให้กับวงการดอกไม้ต่อไปอย่างมุ่งมั่น<br>&nbsp; &nbsp;สวี่หย่าถิง(許雅婷) นักวิจัยจากสถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตเถาหยวน กล่าวว่า หลิ่วจือฟาง มีสายตาที่เฉียบแหลมในการสังเกตพืช คนที่จะทำได้ขนาดนี้ ต้องมีใจรักและความหลงใหลในพืชอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม หลิ่วจือฟาง กล่าวว่า เขาไม่มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ แต่แค่อยากให้ผู้คนได้เห็นกุหลาบพันปีว่านหลี่ ในอดีต เขาเคยมองว่าตัวเองเป็นเพียง เกษตรกรผู้ผลิต และ กุหลาบพันปีเป็นแค่เครื่องมือหาเลี้ยงครอบครัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาตระหนักว่า เขาสามารถเป็นได้มากกว่านั้น คือ สามารถเป็นนักวิจัยก็ได้ และสามารถสร้างดอกไม้ที่โลกนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ได้</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ดอกกุหลาบพันปีที่คุณหลิ่วจือฟางพัฒนา</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72008</guid>
      <pubDate>Tue, 15 Apr 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/15/20250415_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 15 เม.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 15 เม.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ฤดูกาลชมดอกกุหลาบพันปี(ตู้จวนฮัว-杜鵑花) หรือดอกอาซาเลีย (Azalea) ที่เขตจินซานกับเขตว่านหลี่เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และสิ้นสุดในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ใครที่มีโอกาศไปชมงานต้องบอกด้วยเสียงเดียวกันว่ามีความสวยงามมาก เพราะความงดงามมีความแตกต่างจากดอกกุหลาบพันธ์ปีที่พบเห็นตามเกาะกลางถนนหรือลานสาธารณะทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายพันธุ์ที่หลิ่วจือฟาง(柳枝芳)&rdquo; ซึ่งเป็นทั้งเกษตรกรและนักวิจัยพัฒนากุหลาบพันธ์ปีถือว่ามีลักษณะโดดเด่นมาก แม้คุณพ่อของหลิ่วจือฟาง จะเป็นชาวสวนดอกไม้รุ่นแรกของเขตว่านหลี่ (萬里) ในนครนิวไทเป แต่ในวัยหนุ่ม เขาเลือกออกไปหาประสบการณ์นอกบ้านเกิด โดยในช่วงเวลานั้น เศรษฐกิจของไต้หวันกำลังเติบโต อุตสาหกรรมพืชสวนและดอกไม้กำลังเฟื่องฟู และด้วยสายเลือดของนักเพาะพันธุ์ดอกไม้ เขาจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิด เพื่อสร้างอาณาจักรแห่งดอกไม้ของตนเอง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางแห่งการพัฒนาและสร้างสรรค์ดอกกุหลาบพันปีสายพันธุ์ใหม่</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/15/afb5939983c47463db8870ff75a01dab.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>60</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 15 เม.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72010</link>
      <description><![CDATA[<p>เรือวิจัยทางทะเลลี่จิ้น (勵進號) ติดตั้งระบบปล่อยอุปกรณ์วัดอุณหภูมิ ความเค็ม และความลึกของน้ำทะเล</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ศูนย์วิจัยทางทะเล สถาบันวิจัยมหาสมุทรไต้หวัน(Taiwan Ocean Research Institute:TORI) แถลงในวันที่ 18 มีนาคม 2025 ว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เครื่องมือและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในเรือวิจัยทางทะเล &ldquo;ลี่จิ้น勵進&rdquo; ได้มีการติดตั้งระบบใหม่ในการปล่อยเครื่องวัดอุณหภูมิ-ความเค็ม-ความลึก (Conductivity &ndash; Temperature &ndash; Depth หรือ CTD) เป็นครั้งแรก โดยมี ไช่หงอิ๋ง (蔡宏營) ผู้อำนวยการสถาบันฯ, เมิ่งเผยเจี๋ย (孟培傑) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทางทะเล, อู๋ฉี (吳騏) รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ สวี่เจียเหวย (許家維) วิศวกรอาวุโส เข้าร่วมและแบ่งปันข้อมูล<br>&nbsp; &nbsp;ไช่หงอิ๋ง ได้กล่าวในพิธีเปิดว่า เครื่องวัด CTD มีหน้าที่วัด อุณหภูมิ ความเค็ม และความลึกของน้ำทะเล แต่ในกระบวนการปล่อยอุปกรณ์ลงสู่ทะเล อาจเกิดการสั่นสะเทือนหรือกระแทก ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายได้ ดังนั้น ระบบปล่อยอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง<br>&nbsp; &nbsp;สวี่เจียเหวย (許家維) วิศวกรอาวุโสของศูนย์วิจัยทางทะเล กล่าวว่า เรือวิจัย "ลี่จิ้น" เป็นหนึ่งในเรือวิจัยทางทะเลที่สำคัญที่สุดของแวดวงวิชาการไต้หวัน โดยก่อนหน้านี้ การเก็บกู้เครื่องวัดอุณหภูมิ-ความเค็ม-ความลึก (CTD) จำเป็นต้องใช้ รอกลากจูง (winch) และต้องมีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 4 คน คอยช่วยเหลือ&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อสภาพอากาศแปรปรวนหรือคลื่นลมแรง อุปกรณ์อาจแกว่งตัวอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ การปฏิบัติงานดังกล่าวยังต้องใช้พื้นที่และกำลังคนจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อการติดตั้งอุปกรณ์สำรวจขนาดใหญ่อื่น ๆ เช่น อุปกรณ์วัดแผ่นดินไหว และอุปกรณ์เก็บตัวอย่างแกนตะกอนใต้ทะเล<br>&nbsp; &nbsp;สวี่เจียเหวย ยังกล่าวด้วยว่า เครื่องวัด CTD มีน้ำหนักถึง 700 กิโลกรัม และจะหนักถึง 1,000 กิโลกรัมเมื่อมีน้ำเต็ม ดังนั้น การปล่อยและเก็บกู้เครื่องมือนี้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิบัติงานบนเรือวิจัย<br>เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ศูนย์วิจัยทางทะเลแห่งสถาบันวิจัยมหาสมุทรไต้หวัน ได้เริ่มวางแผนติดตั้ง ระบบปล่อยเครื่องวัด CTD ตั้งแต่ปี 2021 และในวันที่ &nbsp;18 มีนาคม ได้เปิดใช้งานระบบดังกล่าวอย่างเป็นทางการ นับเป็นครั้งแรกในไต้หวันที่มีการใช้ระบบปล่อยอุปกรณ์เฉพาะทางเช่นนี้<br>&nbsp; &nbsp;ระบบปล่อย CTD ใหม่นี้ ติดตั้งอยู่ที่กราบซ้ายของเรือวิจัย "ลี่จิ้น" โดยมีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้การปฏิบัติงานง่ายขึ้น ได้แก่ รอกเฉพาะทางและแขนกลไฮดรอลิก ที่ช่วยควบคุมการเคลื่อนที่ของเครื่องมือ, โครงสร้าง Docking Head ที่ช่วยยึดเครื่อง CTD ให้อยู่กับที่ก่อนการปล่อย และแขนกลไฮดรอลิกแบบยืดหดได้ ที่ช่วยนำเครื่อง CTD ลงสู่ผิวน้ำโดยอัตโนมัติ ลดความจำเป็นในการใช้แรงงานคน<br>&nbsp; &nbsp;ด้วยระบบใหม่นี้ การปฏิบัติงานที่เคยต้องใช้เจ้าหน้าที่ 4-5 คน สามารถลดลงเหลือเพียง 2-3 คน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยได้อย่างมาก สถาบันวิจัยมหาสมุทรไต้หวันระบุว่า ประสบการณ์จากการพัฒนาระบบปล่อย CTD นี้ จะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาระบบปล่อยอุปกรณ์สำรวจขนาดใหญ่ที่ใช้สายเคเบิลในอนาคต เช่น อุปกรณ์สำรวจใต้ทะเลลึก หรืออุปกรณ์ตรวจวัดแผ่นดินไหวใต้น้ำ ซึ่งจะช่วยให้การศึกษาทางสมุทรศาสตร์ของไต้หวันก้าวหน้ายิ่งขึ้น</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72010</guid>
      <pubDate>Tue, 15 Apr 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/15/20250415_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36016320" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 15 เม.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 15 เม.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #a52a2a;"><strong>เรือวิจัยทางทะเลลี่จิ้น (勵進號) ติดตั้งระบบปล่อยอุปกรณ์วัดอุณหภูมิ ความเค็ม และความลึกของน้ำทะเล</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/15/55b100bc5107cfc090f33b99f272f4d4.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>59</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - ประโยชน์ของมัทฉะ]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72016</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;คุณเป็นสายมัทฉะหรือเปล่า? กระแสการดื่มมัทฉะกำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก ไม่เพียงเพราะสีเขียวสดและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม มัทฉะมีประโยชน์ตามที่เล่าขานกันจริงหรือไม่? มาดูงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จากสหรัฐฯ ไปพร้อมกันเลยค่ะ</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">มัทฉะมีคาเฟอีนมากกว่าชาเขียวทั่วไป&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;จากรายงาน มัทฉะเป็นผงชาเข้มข้นที่ทำจากใบของต้นชา Camellia sinensis โดยมีรสชาติที่หวานและนุ่มนวลกว่าชาเขียวทั่วไป จุดที่แตกต่างคือ มัทฉะเติบโตในร่ม ทำให้มีความเข้มข้นของสารไฟโตนิวเทรียนท์หรือพฤกษเคมีบางชนิดสูงขึ้น อย่างเช่น โพลีฟีนอลและสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มัทฉะมักจะรับประทานในรูปแบบผง โดยการละลายน้ำร้อน ซึ่งแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปที่ใช้ใบแช่ในน้ำร้อน แต่ว่าในตลาดปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มัทฉะในรูปแบบถุงชา ที่ใช้แช่ในน้ำร้อนให้เลือกด้วย อย่างไรก็ตาม ควรทราบว่า มัทฉะขนาด 8 ออนซ์ (ประมาณ 240 มล.) มีคาเฟอีนอยู่ที่ 38-89 มก.ถึง แม้ว่าจะน้อยกว่ากาแฟ แต่ก็สูงกว่าชาเขียวทั่วไป&nbsp;&nbsp;</p>
<p><br>มัทฉะช่วยลดความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือ (LDL)</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;งานวิจัยพบว่า มัทฉะอุดมไปด้วย สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น คาเทชิน (catechin) คลอโรฟิลล์ (chlorophyll) และเควอซิทิน (quercetin)&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เควอซิทินเป็นสารที่อยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ เป็นสารที่ให้ฤทธิ์ในการต้าน ออกซิเดชั่นสูงที่สุด มีมากในหัวหอม หอมแดง และพืชตระกูลถั่ว ให้ฤทธิ์ในการป้องกันการอักเสบ ป้องกันแบคทีเรีย และไวรัส ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค ควบคุมการออกฤทธิ์ของฮอร์โมน ช่วยป้องกันอาการแพ้ ป้องกันการแข็งตัวของเลือด ป้องกันการเกิดออกซิเดชั่น ในหลอดเลือด</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;จากผลการวิเคราะห์จากวารสาร European Journal of Nutrition พบว่า คาเทชินและรูติน (rutin) ในชาเขียวมีส่วนช่วยลดระดับความดันโลหิตและ LDL&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ โพลีฟีนอลในมัทฉะยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ขณะที่ กรดอะมิโน L-theanine ในมัทฉะมีความสัมพันธ์กับการช่วยเพิ่มสมาธิและความตื่นตัว อีกทั้งยังมีงานวิจัยบางส่วนระบุว่าสารต้านอนุมูลอิสระและโพลีฟีนอลอาจช่วยเพิ่มความไวของอินซูลิน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพด้านเมตาบอลิซึม อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาในมนุษย์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลลัพธ์เกี่ยวกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการทำงานของสมอง&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">※ มัทฉะมีประโยชน์มากมายแและมีวิธีทานได้หลากหลาย แต่ควรหลีกเลี่ยงความร้อนสูงเพื่อลดการสูญเสียของสารต้านอนุมูลอิสระ&nbsp;</p>
&nbsp;]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72016</guid>
      <pubDate>Mon, 14 Apr 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/14/20250414_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24009600" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - ประโยชน์ของมัทฉะ</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - ประโยชน์ของมัทฉะ</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;คุณเป็นสายมัทฉะหรือเปล่า? กระแสการดื่มมัทฉะกำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก ไม่เพียงเพราะสีเขียวสดและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม มัทฉะมีประโยชน์ตามที่เล่าขานกันจริงหรือไม่? มาดูงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จากสหรัฐฯ ไปพร้อมกันเลยค่ะ</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/15/2f4a3028c5f354454196b8ad279a9cec.jpeg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>58</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72021</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาไปเยี่ยมชมสตูดิโอของคุณหลี่อวี้เซิง (李育昇) นักออกแบบเครื่องแต่งกายละครเวทีย้อนยุค และเป็นผู้บุกเบิกการออกเแบบเครื่องแต่งกายให้กับองค์เทพเจ้าที่คนไต้หวันนับถือสักการะด้วย โดยการออกแบบของคุณหลี่อสี้เซิงจะเป็นการนำเอาประสบการณ์จากการออกแบบเครื่องแต่งกายละครเวทีมาผสมผสานกับศิลปะพื้นบ้านและความเชื่อทางศาสนา เพื่อสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายสำหรับเทพเจ้าในศาลเจ้าไต้หวัน&nbsp;</p>

<p style="text-align: center;"></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;คุณหลี่อวี้เซิงเติบโตในครอบครัวที่มีการประกอบอาชีพเกี่ยวกับการตัดเย็บเสื้อผ้า และเริ่มต้นอาชีพนักออกแบบเสื้อผ้าในวงการละครเวทีตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 จนในปี ค.ศ.2017 เขาเริ่มหันมาสนใจการออกแบบเครื่องแต่งกายสำหรับเทพเจ้า โดยผลงานของเขามีการผสมผสานระหว่างศิลปะดั้งเดิมและองค์ประกอบร่วมสมัย เช่น การใช้ลวดลายของสัตว์ประจำชาติไต้หวัน รวมถึงมีการแบบตัวอักษรจีนประดับไว้บนผลงานการออกแบบของเขาด้วย</p>

<p style="text-align: center;"></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้เขายังขยายขอบเขตของศิลปะและความศรัทธาให้ทันสมัยขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดด้านเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงการถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ของเทพเจ้าในหลากหลายมิติอันสะท้อนถึงความหลากหลายทางอารมณ์และความหลากหลายทางเพศของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน เพราะสำหรับคุณหลีอวี้เซิงจิตวิญญาณของวัฒนธรรมดั้งเดิมและนวัตกรรมไม่ได้เป็นขั้วตรงข้ามกัน&nbsp;แต่มันคือกระบวนการโต้ตอบและพัฒนาไปตามกาลเวลา</p>

<p style="text-align: center;"></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; คุณหลี่อวี้เซิงมองว่าการสร้างสรรค์ผลงานของเขาไม่ใช่เพียงแค่การอนุรักษ์และสืบทอดศิลปวัฒนธรรม&nbsp;แต่เป็นรากเหง้าที่สามารถแตกกิ่งก้านและเติบโตไปพร้อมกับยุคสมัย โดยให้หวังผลงานของเขาเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ช่วยให้คนไต้หวันได้มองเห็นอัตลักษณ์ของตัวเอง ในทุกมิติ ผ่านองค์ประกอบที่ผสมผสานกันอย่างประณีตระหว่าง ศรัทธา ประเพณี และศิลปะร่วมสมัย</p>

<p style="text-align: center;"></p>

<p style="text-align: center;"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72021</guid>
      <pubDate>Sun, 13 Apr 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/13/20250413_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36005760" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาไปเยี่ยมชมสตูดิโอของคุณหลี่อวี้เซิง (李育昇) นักออกแบบเครื่องแต่งกายละครเวทีย้อนยุค และเป็นผู้บุกเบิกการออกเแบบเครื่องแต่งกายให้กับองค์เทพเจ้าที่คนไต้หวันนับถือสักการะด้วย โดยการออกแบบของคุณหลี่อสี้เซิงจะเป็นการนำเอาประสบการณ์จากการออกแบบเครื่องแต่งกายละครเวทีมาผสมผสานกับศิลปะพื้นบ้านและความเชื่อทางศาสนา เพื่อสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายสำหรับเทพเจ้าในศาลเจ้าไต้หวัน&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/04/16/93bd8d1e666b1d890afb8cec704c2b3c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>57</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 8 เม.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72043</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;กลิ่นหอมของข้าวสวยร้อนๆ ไม่ได้แค่ปลุกความหิว แต่ยังสะกดใจวงการน้ำหอมยุโรปได้อย่างเหนือความคาดหมาย สวีจื้อเจี๋ย(許智傑) นักปรุงน้ำหอมจากไต้หวันแห่งแบรนด์ &ldquo;พาพิลลอน ดู๊ก PAPILLON DOUX &ldquo; ได้นำข้าวพันธุ์ เกาสง &nbsp;หมายเลข 147 มาสกัดเป็นกลิ่นหอม และพัฒนาสู่ครีมทามือ เขาเป็นผู้ที่มีประสาทสัมผัสด้านกลิ่นที่เฉียบแหลมมาตั้งแต่เด็ก จบการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับสารเคมีปริมาณน้อยในสิ่งมีชีวิตที่ทำให้เกิดกลิ่นที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเมื่ออาจารย์สอนสรีรวิทยาเคยกล่าวว่า "เมื่อคนได้กลิ่นบางอย่าง อารมณ์ก็จะเปลี่ยนไป" คำพูดนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เขาศึกษาเรื่องกลิ่นอย่างจริงจัง</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">สวีจื้อเจี๋ย นักปรุงน้ำหอมจากไต้หวันแห่งแบรนด์&nbsp;PAPILLON DOUX</p>
<p>&nbsp; &nbsp;หลังจบการศึกษา เขาเริ่มต้นอาชีพในอุตสาหกรรมอาหารในตำแหน่งผู้พัฒนาอาหาร โดยใช้ประสาทรับกลิ่นอันยอดเยี่ยมของเขาเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เพียงแค่ได้กลิ่นก็ทำให้ลูกค้าอยากซื้อ ต่อมาเขาตัดสินใจเข้าสู่วงการน้ำหอมอย่างเต็มตัว และก่อตั้งแบรนด์ PAPILLON DOUX ซึ่งแปลว่า "ผีเสื้อหอมหวาน-香甜的蝴蝶" ในภาษาฝรั่งเศส โดยผลิตภัณฑ์ของ PAPILLON DOUX มุ่งเน้นการเชื่อมโยงกับผลผลิตทางการเกษตรของไต้หวัน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอาหาร &nbsp;เขาเชื่อว่ากลิ่นสามารถเป็นสะพานเชื่อมให้คนหันมาสนับสนุนการเกษตรของไต้หวัน และสามารถต่อยอดสู่แนวคิดที่เขาเรียกว่า "ศาสตร์แห่งกลิ่นเพื่อการสร้างคุณค่าใหม่" เขาจึงเริ่มศึกษาและทดลองกลิ่นจากวัตถุดิบในท้องถิ่น จนกระทั่งเกิดแนวคิดที่จะนำ "ข้าว" มาเป็นหัวใจหลักของน้ำหอม ซึ่งทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะตลาดน้ำหอมยุโรปส่วนใหญ่เน้น กลิ่นดอกไม้ เป็นหลัก รองลงมาคือกลิ่นผลไม้และไม้หอม แทบไม่มีใครใช้ "กลิ่นธัญพืช" เป็นตัวชูโรง แถมยังมีบางคนมองว่ากลิ่นข้าวเป็นกลิ่นเชิงลบ เพื่อนๆ หลายคนถึงกับเตือนเขาว่า "ข้าวกับน้ำหอมเข้ากันไม่ได้!"</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">สวีจื้อเจี๋ยสะสมสารสกัดจากธรรมชาติมากกว่า 400 ชนิด&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตาม สวี่จื้อเจี๋ยเคยร่วมงานกับกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น และพบว่า ญี่ปุ่นกำลังพยายามนำเกษตรกรรมเข้าสู่อุตสาหกรรมเครื่องหอม เพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้บริโภคที่มีต่อผลิตผลทางการเกษตรของประเทศ พวกเขาเชื่อว่า หากทำให้คนรู้สึกดีกับกลิ่นของอาหาร ก็อาจทำให้พวกเขาอยากรับประทานมากขึ้น ด้วยแนวคิดนี้ คุณสวี่จื้อเจี๋ยมั่นใจว่า หากสามารถทำให้ผู้คนหลงใหลในกลิ่นหอมของข้าวได้ ก็จะสามารถเพิ่มความต้องการบริโภคข้าวไต้หวันในระดับสากลได้อย่างแน่นอน เขาจึงตัดสินใจลงมือทำ แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายก็ตาม<br>&nbsp; &nbsp;การพัฒนาน้ำหอมจากข้าวไม่ใช่เรื่องง่าย สวี่จื้อเจี๋ย บอกว่า น้ำหอมที่ดีต้องทำให้ผู้ใช้รู้สึกสดชื่นและมีความสุข แต่ถ้าสกัดกลิ่นข้าวออกมาโดยตรง นอกจากต้นทุนจะสูงแล้ว ผลลัพธ์อาจทำให้คนรู้สึกเหมือน &lsquo;มีข้าวติดตัว&rsquo; แทนที่จะเป็นความหอมที่ชวนให้หลงใหล ดังนั้น วิธีที่เป็นไปได้มากกว่าคือ การวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของกลิ่นข้าว และนำไปผสมกับกลิ่นสกัดอื่นๆ เพื่อสร้างความลงตัว ปัญหาคือ ไม่มีใครเคยศึกษากลิ่นข้าวไต้หวันอย่างจริงจังมาก่อน เขาจึงต้องเริ่มจากศูนย์ ด้วยการทดลองซื้อข้าวพันธุ์ต่างๆ มาหุงและทดสอบกลิ่นด้วยตัวเอง พร้อมใช้เทคนิคการวิเคราะห์ทางเคมีเพื่อสกัดสารประกอบสำคัญ จากนั้นทดลองปรับสูตรครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อให้ได้กลิ่นที่ใกล้เคียงกับข้าวหอมและให้ความรู้สึกน่าหลงใหล</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">สวีจื้อเจี๋ย วิจัยและพัฒนาความหอมจากข้าวเพื่อทำผลิตภัณฑ์</p>
<p>&nbsp; &nbsp;เนื่องจากข้าวแต่ละสายพันธุ์ของไต้หวันมีกลิ่นหอมที่แตกต่างกัน เขาจึงต้องการหาวิธีเชื่อมโยงการตลาดเข้ากับภาคการเกษตรของไต้หวัน จนในที่สุด ได้รับการสนับสนุนจาก เกาเจิ้นหย่วน(高鎮遠) รองผู้อำนวยการสำนักเกษตรเมืองเกาสง ให้ร่วมมือกับสมาคมเกษตรเหม่ยหนง ในการพัฒนาครีมทามือที่มี "ข้าวเกาสง 147" เป็นหัวใจหลักของกลิ่นหอม เขายอมรับว่า ตอนแรกไม่ได้ให้ความสนใจกับข้าวเกาสง 147 เป็นพิเศษ แต่เมื่อได้ลองชิมข้าวสายพันธุ์นี้จากเหม่ยหนงกลับต้องตะลึง เพราะไม่เพียงแต่รสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ยังมีกลิ่น หอมอ่อนๆ ของเผือก ที่ชัดเจนแต่ไม่ฉุน ทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจในการปรุงกลิ่นหอมของผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมา และเพื่อพัฒนาให้เสร็จเร็วที่สุด เขาทดลองผลิต วันละ 2-3 สูตร จากนั้นทดสอบกลิ่น คัดเลือก และปรับปรุงซ้ำไปซ้ำมา กระบวนการนี้ใช้เวลานาน ถึงครึ่งปี และผ่านการทดสอบมากกว่า 70 สูตร จนได้ผลิตภัณฑ์ครีมทามือที่สมบูรณ์แบบ</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72043</guid>
      <pubDate>Tue, 08 Apr 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/08/20250408_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36023040" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 8 เม.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 8 เม.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;กลิ่นหอมของข้าวสวยร้อนๆ ไม่ได้แค่ปลุกความหิว แต่ยังสะกดใจวงการน้ำหอมยุโรปได้อย่างเหนือความคาดหมาย สวีจื้อเจี๋ย(許智傑) นักปรุงน้ำหอมจากไต้หวันแห่งแบรนด์ &ldquo;พาพิลลอน ดู๊ก PAPILLON DOUX &ldquo; ได้นำข้าวพันธุ์ เกาสง &nbsp;หมายเลข 147 มาสกัดเป็นกลิ่นหอม และพัฒนาสู่ครีมทามือ เขาเป็นผู้ที่มีประสาทสัมผัสด้านกลิ่นที่เฉียบแหลมมาตั้งแต่เด็ก จบการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับสารเคมีปริมาณน้อยในสิ่งมีชีวิตที่ทำให้เกิดกลิ่นที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเมื่ออาจารย์สอนสรีรวิทยาเคยกล่าวว่า "เมื่อคนได้กลิ่นบางอย่าง อารมณ์ก็จะเปลี่ยนไป" คำพูดนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เขาศึกษาเรื่องกลิ่นอย่างจริงจัง</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/08/d2aa14972134107ceadb9b93c3391a67.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>56</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 8 เม.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72045</link>
      <description><![CDATA[<p>เมื่อ AI กลายเป็นโค้ชคู่ใจ ทีมเล็กก็เติบโตแบบก้าวกระโดด<br>&nbsp; &nbsp;อู๋เอินต๋า (Andrew Ng) ผู้ได้รับฉายา "บิดาแห่ง Google Brain" ได้เข้าร่วมงาน AI EXPO ซึ่งเป็นงานประชุมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน โดยกล่าวว่า ด้วยความช่วยเหลือของ AI การเรียนรู้สามารถกลายเป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อไปตลอดชีวิต ผู้คนทั่วไปสามารถใช้โมเดล AI ที่พัฒนาโดยบริษัทขนาดใหญ่เพื่อสร้างแอปพลิเคชัน AI ได้ง่ายขึ้น และแม้แต่ทีมขนาดเล็กก็สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br>&nbsp; &nbsp;อู๋เอินต๋าเริ่มต้นโครงการวิจัย Google Brain ในปี 2011 โดยใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) เพื่อปฏิวัติระบบ AI ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกด้าน AI นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มการเรียนการสอนด้าน AI DeepLearning.AI<br>&nbsp; &nbsp;ระหว่างการสนทนากับ ศ.หูเสี่ยวเหว่ย(胡筱薇) รองศาสตราจารย์จากคณะวิทยาการคำนวณอัจฉริยะและสารสนเทศควอนตัม มหาวิทยาลัยจงหยวน อู๋เอินต๋าได้กล่าวว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตการทำงานของเขาเกี่ยวกับ AI เนื่องจากขณะนี้บริษัทขนาดใหญ่ได้ให้บริการเครื่องมือที่หลากหลาย ทำให้ทุกคนสามารถพัฒนาแอปพลิเคชัน AI ได้ง่ายกว่าที่เคย<br>&nbsp; &nbsp;เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยการเปิดตัวของโมเดล AI แบบโอเพนซอร์ส เช่น Llama เป็นต้น ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการพัฒนา AI อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากโมเดลโอเพนซอร์สเหล่านี้สามารถเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตให้ทุกคนใช้ได้ฟรี และด้วยพลังของ AI แม้แต่ทีมขนาดเล็กก็สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br>&nbsp; &nbsp;อู๋เอินต๋ายังเน้นว่า สำหรับพนักงานที่ต้องการเรียนรู้ทักษะด้าน AI การลงมือทำโปรเจกต์จริงเป็นสิ่งสำคัญมาก ในปัจจุบัน องค์กรสามารถสร้างต้นแบบ (Prototype) ของไอเดียต่าง ๆ ได้เร็วขึ้นมาก โดยระยะเวลาในการพัฒนาจากเดิมที่ใช้เวลาหลายเดือนลดลงเหลือเพียงไม่กี่วัน<br>อู๋เอินต๋ายังกล่าวด้วยว่าการเรียนรู้ AI ควรมุ่งเน้นไปที่การฝึกฝนทักษะเชิงปฏิบัติและการแก้ปัญหา โดยเครื่องมืออย่างแชตบอทสามารถช่วยนักเรียนลดอุปสรรคในการเรียนรู้ นอกจากนี้ องค์กรยังควรส่งเสริมให้ผู้บริหารระดับสูงเรียนรู้เกี่ยวกับ AI เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในองค์กร</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72045</guid>
      <pubDate>Tue, 08 Apr 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/08/20250408_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36002880" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 8 เม.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 8 เม.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #ff8c00;"><strong>เมื่อ AI กลายเป็นโค้ชคู่ใจ ทีมเล็กก็เติบโตแบบก้าวกระโดด</strong></span><br>&nbsp; &nbsp;อู๋เอินต๋า (Andrew Ng) ผู้ได้รับฉายา "บิดาแห่ง Google Brain" ได้เข้าร่วมงาน AI EXPO ซึ่งเป็นงานประชุมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน โดยกล่าวว่า ด้วยความช่วยเหลือของ AI การเรียนรู้สามารถกลายเป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อไปตลอดชีวิต ผู้คนทั่วไปสามารถใช้โมเดล AI ที่พัฒนาโดยบริษัทขนาดใหญ่เพื่อสร้างแอปพลิเคชัน AI ได้ง่ายขึ้น และแม้แต่ทีมขนาดเล็กก็สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br>&nbsp; &nbsp;อู๋เอินต๋าเริ่มต้นโครงการวิจัย Google Brain ในปี 2011 โดยใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) เพื่อปฏิวัติระบบ AI ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกด้าน AI นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มการเรียนการสอนด้าน AI DeepLearning.AI<br>&nbsp; &nbsp;ระหว่างการสนทนากับ ศ.หูเสี่ยวเหว่ย(胡筱薇) รองศาสตราจารย์จากคณะวิทยาการคำนวณอัจฉริยะและสารสนเทศควอนตัม มหาวิทยาลัยจงหยวน อู๋เอินต๋าได้กล่าวว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตการทำงานของเขาเกี่ยวกับ AI เนื่องจากขณะนี้บริษัทขนาดใหญ่ได้ให้บริการเครื่องมือที่หลากหลาย ทำให้ทุกคนสามารถพัฒนาแอปพลิเคชัน AI ได้ง่ายกว่าที่เคย<br>&nbsp; &nbsp;เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยการเปิดตัวของโมเดล AI แบบโอเพนซอร์ส เช่น Llama เป็นต้น ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการพัฒนา AI อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากโมเดลโอเพนซอร์สเหล่านี้สามารถเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตให้ทุกคนใช้ได้ฟรี และด้วยพลังของ AI แม้แต่ทีมขนาดเล็กก็สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br>&nbsp; &nbsp;อู๋เอินต๋ายังเน้นว่า สำหรับพนักงานที่ต้องการเรียนรู้ทักษะด้าน AI การลงมือทำโปรเจกต์จริงเป็นสิ่งสำคัญมาก ในปัจจุบัน องค์กรสามารถสร้างต้นแบบ (Prototype) ของไอเดียต่าง ๆ ได้เร็วขึ้นมาก โดยระยะเวลาในการพัฒนาจากเดิมที่ใช้เวลาหลายเดือนลดลงเหลือเพียงไม่กี่วัน<br>อู๋เอินต๋ายังกล่าวด้วยว่าการเรียนรู้ AI ควรมุ่งเน้นไปที่การฝึกฝนทักษะเชิงปฏิบัติและการแก้ปัญหา โดยเครื่องมืออย่างแชตบอทสามารถช่วยนักเรียนลดอุปสรรคในการเรียนรู้ นอกจากนี้ องค์กรยังควรส่งเสริมให้ผู้บริหารระดับสูงเรียนรู้เกี่ยวกับ AI เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในองค์กร</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/08/0f775f0e1aefd474c6e92b1c0a1f8bcd.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>55</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - มะเร็งปากมดลูก]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72052</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">📣📣&nbsp;ข่าวดี !!</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ผู้ที่มีบัตรประกันสุขภาพสามารถทำการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกฟรี&nbsp;</p>
<p dir="ltr">เงื่อนไข</p>
<p dir="ltr">อายุ 25-29 ปี ตรวจฟรี ทุกๆ 3 ปี</p>
<p dir="ltr">อายุ 30 ปีขึ้นไป ตรวจฟรี ปีละครั้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">สำหรับการเข้ารีบวัคซีน HPV</p>
<p dir="ltr">วัคซีนแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์ 4 สายพันธุ์ 9 สายพันธุ์</p>
<p dir="ltr">โดยราคาโดสละประมาณ 3000-7000 เหรียญไต้หวัน</p>
<p dir="ltr">สามารถสอบถามหรือเลือกเข้ารับที่คลินิกสูตินรีเวชใกล้บ้าน</p>
&nbsp;
<p dir="ltr">อาการเบื้องต้นโรคมะเร็ง (EP.2)</p>
<p dir="ltr">มะเร็งตับ: ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด B และ C&nbsp; ภาวะตับแข็งจากสาเหตุต่าง ๆ (เช่น การเกิดพังผืดในตับหรือก็คือไขมันพอกตับ) การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือกลุ่มอาการเมตาบอลิกที่มีความผิดปกติของการทำงานของตับร่วมด้วย&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">มะเร็งช่องปาก: อาการประกอบด้วย การบวมเป็นก้อนแข็งหรือมีรอยลอกภายในหรือรอบ ๆ ช่องปาก&nbsp;รู้สึกชาหรือเจ็บโดยไม่ทราบสาเหตุ มีเลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ มีจุดสีขาวหรือแดงที่เยื่อบุในช่องปาก การเคลื่อนไหวของลิ้นถูกจำกัด และรู้สึกเจ็บหรือมีปัญหาในการกลืนหรือเคี้ยว&nbsp;</p>
<p dir="ltr">มะเร็งปากมดลูก: มีตกขาวมากขึ้นและมีกลิ่นผิดปกติ, เลือดออกทางช่องคลอดโดยไม่ใช่ประจำเดือน ปวดท้องน้อย และมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72052</guid>
      <pubDate>Mon, 07 Apr 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/07/20250407_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24010560" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - มะเร็งปากมดลูก</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - มะเร็งปากมดลูก</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">📣📣&nbsp;<strong>ข่าวดี !!</strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/09/92283578c44647a36751a0b1c6a76ca1.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>54</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72057</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับห้องน้ำภายในบ้านเรือนของคนไต้หวัน อย่างที่เราทราบกันว่าไต้หวันมีลักษณะภูมิประเทศแบบกาะจึงมีพื้นที่ที่เป็นผืนดินค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของคนไต้หวันจะเป็นลักษณะคอนโดหรืออพาร์ทเมนต์บนตึกสูงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งส่งผลให้พื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านมีจำกัดด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นการออกแบบตกแต่งภายในตัวบ้านของคนไต้หวันจึงต้องใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้พื้นที่ใช้สอยทุกมุมภายในบ้านเกิดประโยชน์ต่อผู้อยู่อาศัยมากที่สุด ซึ่งหนึ่งโซนภายในบ้านที่มีความสำคัญมากก็คือห้องน้ำ เพราะนอกจากจะเป็นสถานที่ที่สมาชิกในบ้านใช้ร่วมกันเป็นประจำทุกวันแล้ว บางครั้งหากมีแขกมาเยี่ยมเยือนที่บ้านก็มีโอกาสใช้งานห้องน้ำด้วยเช่นกัน ดังนั้นการจัดสรรพื้นที่ภายในห้องน้ำ หรือการติดตั้งอุปกรณ์สุขภัณฑ์ต่างๆ จำเป็นต้องละเอียดรอบคอบ เพราะสุขภัณฑ์เหล่านี้ต้องมีการเชื่อมต่อกับระบบน้ำและระบบระบายน้ำ หากผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้เราต้องรื้อห้องน้ำใหม่และกลายเป็นภาระให้กับผู้อยู่อาศัยในระยะยาวได้ เรามาฟังกันดีกว่า ว่าจากผลสำรวจความคิดเห็นของคนไต้หวัน มีการนำปัจจัยด้านใดบ้างที่นำมาใช้พิจารณาเมื่อต้องเลือกซื้อสุขภัณฑ์ในห้องน้ำมาใช้งาน (ตอนที่ 2)&nbsp;คลิกฟังรายการที่นี่</p>

<p style="text-align: center;"></p>

<p style="text-align: center;"></p>

<p style="text-align: center;"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72057</guid>
      <pubDate>Sun, 06 Apr 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/06/20250406_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับห้องน้ำภายในบ้านเรือนของคนไต้หวัน อย่างที่เราทราบกันว่าไต้หวันมีลักษณะภูมิประเทศแบบกาะจึงมีพื้นที่ที่เป็นผืนดินค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของคนไต้หวันจะเป็นลักษณะคอนโดหรืออพาร์ทเมนต์บนตึกสูงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งส่งผลให้พื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านมีจำกัดด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นการออกแบบตกแต่งภายในตัวบ้านของคนไต้หวันจึงต้องใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้พื้นที่ใช้สอยทุกมุมภายในบ้านเกิดประโยชน์ต่อผู้อยู่อาศัยมากที่สุด ซึ่งหนึ่งโซนภายในบ้านที่มีความสำคัญมากก็คือห้องน้ำ เพราะนอกจากจะเป็นสถานที่ที่สมาชิกในบ้านใช้ร่วมกันเป็นประจำทุกวันแล้ว บางครั้งหากมีแขกมาเยี่ยมเยือนที่บ้านก็มีโอกาสใช้งานห้องน้ำด้วยเช่นกัน ดังนั้นการจัดสรรพื้นที่ภายในห้องน้ำ หรือการติดตั้งอุปกรณ์สุขภัณฑ์ต่างๆ จำเป็นต้องละเอียดรอบคอบ เพราะสุขภัณฑ์เหล่านี้ต้องมีการเชื่อมต่อกับระบบน้ำและระบบระบายน้ำ หากผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้เราต้องรื้อห้องน้ำใหม่และกลายเป็นภาระให้กับผู้อยู่อาศัยในระยะยาวได้ เรามาฟังกันดีกว่า ว่าจากผลสำรวจความคิดเห็นของคนไต้หวัน มีการนำปัจจัยด้านใดบ้างที่นำมาใช้พิจารณาเมื่อต้องเลือกซื้อสุขภัณฑ์ในห้องน้ำมาใช้งาน (ตอนที่ 2)&nbsp;<strong><a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/04/06/20250406_2200_1007_th.mp3"><span style="color:#0000ff"><u>คลิกฟังรายการที่นี่</u></span></a></strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/04/12/747da1ec434af58aec27bb66c167bff7.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>53</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 1 เม.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72079</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ที่ชุมชนซินหู ตำบลเปาจง เมืองหยุนหลิน มีฟาร์มสหกรณ์ซินหู(SHIN HU COOPERATION FARM) ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบอะควาโปนิกส์รูปแบบบ่อเลี้ยงปลา ซึ่งเป็นแห่งเดียวในไต้หวัน โดยใช้น้ำจากบ่อปลาในการปลูกผักกาดหอมห่อ (Head Lettuce-美生菜) ในเนื้อที่ 0.4 เฮกตาร์(2.5ไร่) ผลผลิตได้มากกว่า 3 ตันต่อปี และระบบนี้ยังได้รับการบันทึกลงในฐานข้อมูลของ Knowledge Hub ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน นอกจากนี้ ยังสามารถต่อยอดสู่การเพาะปลูกสตรอว์เบอร์รีได้สำเร็จและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">สตรอว์เบอร์รี่ปลูกปลูกในระบบอควาโปนิกส์(photo:ubrand.udn)</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ทางฟาร์มระบุว่า ผลผลิตของผักกาดหอมห่อหรือที่หลายคนเรียกว่า &ldquo;ผักกาดแก้ว&rdquo; &nbsp;ไม่เพียงแต่ส่งจำหน่ายให้กับแมคโดนัลด์และร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven เท่านั้น แต่ยังส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อีกด้วย ทั้งนี้ เมื่อสองปีก่อน ฟาร์มได้ร่วมมือกับสำนักงานตำบลเปาจงในการส่งเสริมระบบ "อะควาโปนิกส์" ในบ่อเลี้ยงปลา โดยสร้างโรงเรือนบนขอบบ่อเลี้ยงปลาและใช้ประโยชน์จากน้ำที่อุดมไปด้วยสารอาหารจากบ่อปลาในการปลูกผักกาดหอมห่อ จากนั้นจึงนำเศษผักที่ตัดแต่งออกไปเป็นอาหารปลา เกิดเป็นระบบหมุนเวียนที่เอื้อต่อกันระหว่างพืชและปลา ทำให้ได้ผักกาดแก้วออร์แกนิกคุณภาพสูง จนได้รับการยอมรับจากสำนักงานเกษตรและอาหาร<br>&nbsp; &nbsp;ไล่อี้เหิง (賴逸恆) ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของฟาร์มสหกรณ์ซินหู เปิดเผยว่า ฟาร์มได้ซื้อต้นกล้าสตรอว์เบอร์รี่จากตำบลต้าหู เมืองเหมียวลี่ (แหล่งปลูกสตรอว์เบอร์รี่ชื่อดังของไต้หวัน) มาทดลองปลูกในระบบอควาโปนิกส์ และในเดือนมกราคม 2025 ที่ผ่านมาก็เริ่มให้ผลผลิต สตรอว์เบอร์รี่ที่ปลูกได้ผลโต สีสวย เริ่มเก็บเกี่ยวได้แล้ว แม้ยังไม่มีวางจำหน่ายทั่วไป แต่พนักงานของฟาร์มสามารถซื้อได้ และได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">สตรอว์เบอร์รี่ปลูกปลูกในระบบอควาโปนิกส์</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ไล่อี้เหิง กล่าวว่า เทคนิคอะควาโปนิกส์แตกต่างจากการปลูกแบบดั้งเดิม เนื่องจากต้นสตรอว์เบอร์รี่แต่ละต้นจะปลูกในกระถางที่แยกกัน ทำให้ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโรค แต่ละต้นจะออกดอกประมาณ 3-4 ดอก และแต่ละดอกสามารถให้ผลสตรอว์เบอร์รี่ได้ราว 7 ลูก ซึ่งมีขนาดใหญ่ รสชาติหวานฉ่ำ คาดว่าจะสามารถผลิตสตรอว์เบอร์รีออร์แกนิกได้ถึง 15,000 ผล นอกจากนี้ ฟาร์มยังได้ ติดตั้งระบบควบคุมอุณหภูมิของน้ำและไฟปลูกพืช ทำให้สามารถยืดระยะเวลาการเก็บเกี่ยวไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ที่สำคัญ กระบวนการปลูกนี้ ไม่ใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลงเลย อย่างไรก็ตาม ฟาร์มยังพบปัญหาผลสตรอว์เบอร์รี่บางส่วนเกิดรอยแตก เนื่องจากการผสมเกสรไม่สมบูรณ์ ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุง แต่โดยรวมแล้ว ระบบมีเสถียรภาพสูงและให้ผลผลิตคุณภาพดีเยี่ยม</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">สตรอว์เบอร์รี่ปลูกปลูกในระบบอควาโปนิกส์</p>
<p>&nbsp; &nbsp;หลังจากฟาร์มประสบความสำเร็จในการปรับปรุงระบบอควาโปนิกส์แบบบ่อปลา หลายเมืองและสหกรณ์การเกษตรได้เข้ามาศึกษาดูงาน เพื่อเรียนรู้แนวทางนำไปประยุกต์ใช้งาน คุณไล่อี้เหิง บอกว่า หากสามารถเพิ่มปริมาณผลผลิตได้เพียงพอ ฟาร์มวางแผนร่วมมือกับร้านค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไต้หวันได้ลิ้มลองสตรอว์เบอร์รี่ที่อร่อยและปลอดภัย ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมเกษตรไต้หวัน</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72079</guid>
      <pubDate>Tue, 01 Apr 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/01/20250401_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36012480" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 1 เม.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 1 เม.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ที่ชุมชนซินหู ตำบลเปาจง เมืองหยุนหลิน มีฟาร์มสหกรณ์ซินหู(SHIN HU COOPERATION FARM) ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบอะควาโปนิกส์รูปแบบบ่อเลี้ยงปลา ซึ่งเป็นแห่งเดียวในไต้หวัน โดยใช้น้ำจากบ่อปลาในการปลูกผักกาดหอมห่อ (Head Lettuce-美生菜) ในเนื้อที่ 0.4 เฮกตาร์(2.5ไร่) ผลผลิตได้มากกว่า 3 ตันต่อปี และระบบนี้ยังได้รับการบันทึกลงในฐานข้อมูลของ Knowledge Hub ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน นอกจากนี้ ยังสามารถต่อยอดสู่การเพาะปลูกสตรอว์เบอร์รีได้สำเร็จและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/01/4a06245b42a3ae273da72157292e0f6f.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>52</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่1 เม.ย.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72081</link>
      <description><![CDATA[<p>หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI อย่างแพร่ หลายผู้คนต่างคาดหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนบุคลากรด้านการดูแล และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ศ.สวีเย่เหลียง(徐業良)&nbsp;ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสวัสดิการผู้สูงอายุแห่งมหาวิทยาลัยหยวนจื้อ นำทีมพัฒนา ผลิตภัณฑ์ดูแลอัจฉริยะ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ระบบวิเคราะห์และแปลผลข้อมูลสุขภาพ<br>&nbsp; &nbsp;การศึกษากรณีตัวอย่างทั้งในและต่างประเทศเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการดูแลผู้สูงอายุเป็นหัวข้อที่ค่อนข้างท้าทาย เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI ได้รับความนิยมอย่างมาก หากลองค้นหาบน Google ก็จะพบตัวอย่างการใช้ AI มากมาย และแต่ละงานวิจัยก็มีเนื้อหาที่ซับซ้อน AI อาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แม้ว่าจะมีเทคโนโลยี AI หลากหลายประเภท แต่คำถามสำคัญคือ มีการนำไปใช้จริงในผลิตภัณฑ์ดูแลผู้สูงอายุหรือไม่?<br>&nbsp; &nbsp;ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีฯ ม. หยวนจื้อ ดูแลฐานข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการดูแลผู้สูงอายุของบริษัทภายในไต้หวัน โดยใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดในการกำหนดว่า ผลิตภัณฑ์ต้องสามารถรวบรวม วิเคราะห์ และให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับข้อมูลของผู้สูงอายุ เพื่อให้เกิดการดูแลที่แม่นยำ ได้รวบรวมข้อมูลของบริษัทกว่า 100 แห่ง และผลิตภัณฑ์ดูแลอัจฉริยะกว่า 160 รายการ จากการตรวจสอบฐานข้อมูล พบว่า มี 20 ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าใช้ AI และบางผลิตภัณฑ์ถึงกับใส่คำว่า AI ไว้ในชื่อโดยตรง ซึ่งผู้บริโภคก็มักจะพบคำว่า AI ในโฆษณาต่างๆ ของผลิตภัณฑ์เหล่านี้<br>&nbsp; &nbsp;ในปี 2022 ChatGPT เปิดตัวและทำให้ Generative AI (GAI) กลายเป็นกระแสระดับโลก AI ประเภทนี้เข้าถึงผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วและถูกนำมาใช้เป็นเทคโนโลยีเพื่อทุกคน<br>&nbsp; &nbsp;Generative AI นำไปสู่การพัฒนาแชทบอทอีกระลอก หลายโครงการวิจัยและผลิตภัณฑ์พยายามเชื่อมต่อกับ ChatGPT เพื่อพัฒนาแชทบอทสำหรับผู้สูงอายุ โดยมีเป้าหมายหลักคือช่วยลดความเหงา ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในวงการดูแลผู้สูงอายุ<br>ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสวัสดิการผู้สูงอายุแห่งมหาวิทยาลัยหยวนจื้อมุ่งพัฒนา หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ คาดหวังจะช่วยเหลือผู้สูงอายุทางด้านต่างๆ รวมทั้งเป็นเพื่อนคุยคลายเหงาให้กับผู้สูงอายุด้วย</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72081</guid>
      <pubDate>Tue, 01 Apr 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/04/01/20250401_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36018240" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่1 เม.ย.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่1 เม.ย.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #a52a2a;"><strong>หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/01/fc2ad8dab6548f89c67c1e9d8ddc28dd.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>51</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - 10 อันดับโรคมะเร็งในไต้หวัน]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72089</link>
      <description><![CDATA[<p style="text-align: center;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน ได้เผยแพร่ โรคมะเร็ง 10 อันดับแรกที่พบในไต้หวันมากที่สุดจากการขึ้นทะเบียนประจำปี ค.ศ. 2022 ประกอบด้วย อันดับ 1 มะเร็งปอดที่ครองแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่สองแล้ว&nbsp;รองลงมาคือมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งยังคงครองแชมป์มะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศชายต่อเนื่องกัน 13 ปีแล้ว&nbsp;อันดับ 3 คือมะเร็งเต้านม ซึ่งยังคงครองแชมป์มะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิงติดต่อกันเป็นเวลา 20 ปีแล้ว&nbsp;อันดับที่ 4 มะเร็งตับ, อันดับที่ 5 มะเร็งต่อมลูกหมาก&nbsp;อันดับที่ 6 มะเร็งช่องปาก&nbsp;อันดับที่ 7 มะเร็งต่อมไทรอยด์&nbsp;อันดับที่ 8 มะเร็งกระเพาะอาหาร&nbsp;อันดับที่ 9 มะเร็งผิวหนัง และอันดับที่ 10 มะเร็งในมดลูก</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">มะเร็งในระยะเริ่มต้นมักไม่มีอาการเด่นชัด สำหรับโรคมะเร็งบางประเภท เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งผิวหนัง มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด Non-Hodgkin และมะเร็งรังไข่ ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานยืนยันจากการวิจัยระดับสากลที่แนะนำให้ทำการตรวจคัดกรองในผู้ที่ไม่มีอาการ&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">(ภาพจาก&nbsp;Pixabay)</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p>อาการเบื้องต้นของโรคมะเร็ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">มะเร็งต่อมลูกหมาก: อาการปัสสาวะลำบาก เช่น ปัสสาวะอ่อนแรง ปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะกะทันหัน ปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อย หรือมีอาการปวดกระดูกปวดข้อโดยไม่ทราบสาเหตุ&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">มะเร็งต่อมไทรอยด์: ก้อนเนื้อที่คอใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว มีเสียงแหบ หายใจลำบาก มีอาการไอเรื้อรัง หรือกลืนอาหารลำบาก&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">มะเร็งกระเพาะอาหาร: อาการที่มักพบเจอทั่วไป ได้แก่ คลื่นไส้ ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร และน้ำหนักลดลง&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">มะเร็งผิวหนัง: พบก้อนแข็งนูนที่ผิวหนัง มีแผลเรื้อรังที่รักษาไม่หาย หรือไฝที่มีการเปลี่ยนสีหรือขนาดผิดปกติ</p>
<p dir="ltr">มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก: มีเลือดออกหลังหมดประจำเดือน เลือดออกผิดปกติในช่วงที่ไม่ได้มีประจำเดือน รวมถึงรอบเดือนมาไม่ปกติ เลือดออกต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือประจำเดือนไม่มานานแล้วแต่กลับมีเลือดออกมากผิดปกติ&nbsp;</p>
<p dir="ltr">มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน : มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุและเกิน 38&deg;C น้ำหนักลดเกิน 10% ในช่วงระยะเวลา 6 เดือน เหงื่อออกมากในตอนกลางคืน หรือพบการบวมในบริเวณต่อมน้ำเหลือง เช่น คอ รักแร้ ขาหนีบ แต่ไม่มีอาการเจ็บปวด</p>
<p dir="ltr">มะเร็งรังไข่: คลำพบก้อนเนื้อในช่องท้องส่วนล่างหรือท้องน้อย มีอาการที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องอืด ปวดท้อง หรือท้องผูก&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">มะเร็งปอด: ไอเรื้อรังหรือไอหนักขึ้นเรื่อยๆ เสมหะมีเลือดปนหรือไอเป็นเลือด หายใจลำบากและมีเสียงหวีด มีอาการเจ็บหน้าอกและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงแหบ รู้สึกปวดตามข้อต่อ น้ำหนักลดลงและเบื่ออาหารโดยไม่ทราบสาเหตุ&nbsp;</p>
<p dir="ltr">มะเร็งลำไส้ใหญ่: มีเลือดปนในอุจจาระ ปวดท้องเรื้อรังหรือรู้สึกไม่สบายในช่องท้อง การขับถ่ายที่ไม่ปกติ (เช่น ท้องผูก, ท้องเสีย)&nbsp;รูปทรงของอุจจาระเปลี่ยนไป (บาง, เหลว)&nbsp;รู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุด ภาวะโลหิตจาง รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนแรง&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">มะเร็งเต้านม: คลำพบก้อนแข็งในเต้านมหรือมีของเหลวไหลออกจากหัวนม ผิวหนังเต้านมหรือหัวนมหย่อนคล้อย เต้านมมีอาการแดงบวม ต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้บวมโต หัวนมบุ๋มลง หรือมีแผลหรือผื่นขึ้นที่หัวนม&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">หากพบความผิดปกติในร่างกาย หรืออาการเหล่านี้&nbsp;ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงที</p>
<p>&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72089</guid>
      <pubDate>Mon, 31 Mar 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/31/20250331_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24095040" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - 10 อันดับโรคมะเร็งในไต้หวัน</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - 10 อันดับโรคมะเร็งในไต้หวัน</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p style="text-align: center;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน ได้เผยแพร่ โรคมะเร็ง 10 อันดับแรกที่พบในไต้หวันมากที่สุดจากการขึ้นทะเบียนประจำปี ค.ศ. 2022 ประกอบด้วย อันดับ 1 มะเร็งปอดที่ครองแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่สองแล้ว&nbsp;รองลงมาคือมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งยังคงครองแชมป์มะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศชายต่อเนื่องกัน 13 ปีแล้ว&nbsp;อันดับ 3 คือมะเร็งเต้านม ซึ่งยังคงครองแชมป์มะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิงติดต่อกันเป็นเวลา 20 ปีแล้ว&nbsp;อันดับที่ 4 มะเร็งตับ, อันดับที่ 5 มะเร็งต่อมลูกหมาก&nbsp;อันดับที่ 6 มะเร็งช่องปาก&nbsp;อันดับที่ 7 มะเร็งต่อมไทรอยด์&nbsp;อันดับที่ 8 มะเร็งกระเพาะอาหาร&nbsp;อันดับที่ 9 มะเร็งผิวหนัง และอันดับที่ 10 มะเร็งในมดลูก</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/02/b8ad18b1112cc227df017be4dc3c43be.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>50</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72094</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับห้องน้ำภายในบ้านเรือนของคนไต้หวัน อย่างที่เราทราบกันว่าไต้หวันมีลักษณะภูมิประเทศแบบกาะจึงมีพื้นที่ที่เป็นผืนดินค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของคนไต้หวันจะเป็นลักษณะคอนโดหรืออพาร์ทเมนต์บนตึกสูงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งส่งผลให้พื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านมีจำกัดด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นการออกแบบตกแต่งภายในตัวบ้านของคนไต้หวันจึงต้องใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้พื้นที่ใช้สอยทุกมุมภายในบ้านเกิดประโยชน์ต่อผู้อยู่อาศัยมากที่สุด ซึ่งหนึ่งโซนภายในบ้านที่มีความสำคัญมากก็คือห้องน้ำ เพราะนอกจากจะเป็นสถานที่ที่สมาชิกในบ้านใช้ร่วมกันเป็นประจำทุกวันแล้ว บางครั้งหากมีแขกมาเยี่ยมเยือนที่บ้านก็มีโอกาสใช้งานห้องน้ำด้วยเช่นกัน ดังนั้นการจัดสรรพื้นที่ภายในห้องน้ำ หรือการติดตั้งอุปกรณ์สุขภัณฑ์ต่างๆ จำเป็นต้องละเอียดรอบคอบ เพราะสุขภัณฑ์เหล่านี้ต้องมีการเชื่อมต่อกับระบบน้ำและระบบระบายน้ำ หากผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้เราต้องรื้อห้องน้ำใหม่และกลายเป็นภาระให้กับผู้อยู่อาศัยในระยะยาวได้ เรามาฟังกันดีกว่า ว่าจากผลสำรวจความคิดเห็นของคนไต้หวัน มีการนำปัจจัยด้านใดบ้างที่นำมาใช้พิจารณาเมื่อต้องเลือกซื้อสุขภัณฑ์ในห้องน้ำมาใช้งาน (ตอนที่ 1)&nbsp;คลิกฟังรายการที่นี่</p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72094</guid>
      <pubDate>Sun, 30 Mar 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/30/20250330_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36015360" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับห้องน้ำภายในบ้านเรือนของคนไต้หวัน อย่างที่เราทราบกันว่าไต้หวันมีลักษณะภูมิประเทศแบบกาะจึงมีพื้นที่ที่เป็นผืนดินค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของคนไต้หวันจะเป็นลักษณะคอนโดหรืออพาร์ทเมนต์บนตึกสูงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งส่งผลให้พื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านมีจำกัดด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นการออกแบบตกแต่งภายในตัวบ้านของคนไต้หวันจึงต้องใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้พื้นที่ใช้สอยทุกมุมภายในบ้านเกิดประโยชน์ต่อผู้อยู่อาศัยมากที่สุด ซึ่งหนึ่งโซนภายในบ้านที่มีความสำคัญมากก็คือห้องน้ำ เพราะนอกจากจะเป็นสถานที่ที่สมาชิกในบ้านใช้ร่วมกันเป็นประจำทุกวันแล้ว บางครั้งหากมีแขกมาเยี่ยมเยือนที่บ้านก็มีโอกาสใช้งานห้องน้ำด้วยเช่นกัน ดังนั้นการจัดสรรพื้นที่ภายในห้องน้ำ หรือการติดตั้งอุปกรณ์สุขภัณฑ์ต่างๆ จำเป็นต้องละเอียดรอบคอบ เพราะสุขภัณฑ์เหล่านี้ต้องมีการเชื่อมต่อกับระบบน้ำและระบบระบายน้ำ หากผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้เราต้องรื้อห้องน้ำใหม่และกลายเป็นภาระให้กับผู้อยู่อาศัยในระยะยาวได้ เรามาฟังกันดีกว่า ว่าจากผลสำรวจความคิดเห็นของคนไต้หวัน มีการนำปัจจัยด้านใดบ้างที่นำมาใช้พิจารณาเมื่อต้องเลือกซื้อสุขภัณฑ์ในห้องน้ำมาใช้งาน (ตอนที่ 1)&nbsp;<u><a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/03/30/20250330_2200_1007_th.mp3"><span style="color:#0000ff"><strong>คลิกฟังรายการที่นี่</strong></span></a></u></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/11/97383e8408b0065e65b4d3fa42ec7eb5.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>49</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 25 มี.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72117</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ล่าสุด สถาบันวิจัยสารเคมีเกษตร (Agricultural Chemicals Research Institute) ภายใต้กระทรวงเกษตรของไต้หวันได้ศึกษาวิจัยมากว่า 20 ปี และยืนยันว่า แบคทีเรียเรืองแสง (Photorhabdus luminescens) มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดไรแดง อีกทั้งยังปลอดภัยต่อมนุษย์ รวมถึงสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมว ปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้ได้ถูกถ่ายทอดไปยังบริษัทสารเคมีทางการเกษตรซิงหนง(興農農藥公司-Sinon Corporation) ซึ่งมีการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตัวแรกแล้ว เป็นสารกำจัดไรสำหรับมะละกอ นอกจากนี้ มีการตั้งราคาที่เข้าถึงง่าย ใกล้เคียงกับสารเคมีทั่วไปอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">แบคทีเรียเรืองแสงสามารถทำลายไรแดง</p>
<p>&nbsp; &nbsp;เซี่ยโฟ่งเจีย(謝奉家) หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์สถาบันวิจัยสารเคมีเกษตร ระบุว่า ไรแดงเป็นศัตรูพืชขนาดเล็กที่สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกร โดยเฉพาะ ไรแมงมุมคันซาวา หรือที่รู้จักกันในชื่อ "แมงมุมแดง" และ ไรแดงสองจุด หรือ "แมงมุมขาว" ซึ่งถูกยกให้เป็นศัตรูพืชที่กำจัดได้ยากที่สุด ทั้งนี้ ไรแดง (Tetranychus sp.) เป็นแมงศัตรูพืชขนาดเล็กมาก ตัวสีแดง รูปร่างคล้ายแมงมุม ระบาดมากในช่วงอากาศแห้ง ตัวเต็มวัยวางไข่สีเหลือง และไข่ฟักเป็นตัวอ่อนได้ภายใน 2-3 วัน ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยมักอาศัยอยู่บริเวณเส้นใบ ด้านใต้ใบมะเขือ และดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ใบเป็นจุดด่างเหลือง ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และมีสีเงินเคลือบ ใบงองุ้ม ต้นชะงักการเจริญเติบโต ใบ ยอด แคระแกร็น หากใบเสียหายมาก จะกระทบต่อการติดดอกออกผล<br>&nbsp; &nbsp;ไรแดงสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว มีวงจรชีวิตสั้น และสามารถพัฒนาภูมิต้านทานต่อสารเคมีได้ง่าย ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อพืชผัก ผลไม้ และไม้ดอก เป็นศัตรูสำคัญของพืชหลายชนิด ได้แก่ มะละกอ กุหลาบ ฝ้าย สตรอเบอรี่ ท้อ สาลี่ องุ่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ละหุ่ง กระเทียม แตงไทย ถั่วฝักยาว มะเขือ ไฮเดรนเยีย แกลดิโอลัส &nbsp;ดาวเรือง โป๊ยเซียน ข้าว ชา และหม่อน แม้ว่าปัจจุบันจะมีสารกำจัดไรชนิดเคมีอยู่ถึง 19 ชนิดในตลาด แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกษตรกรจำนวนมากจึงต้องใช้วิธี สลับการใช้สารกำจัดไร ส่งผลให้เกิดปัญหาสารเคมีตกค้างในพืชเกินค่ามาตรฐานบ่อยครั้ง<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังจากที่สถาบันวิจัยสารเคมีเกษตร ทุ่มเทค้นคว้ามากว่า 20 ปี ในที่สุด ก็พบจุลินทรีย์ที่สามารถกำจัดไรแดงได้ ซึ่งก็คือ แบคทีเรียเรืองแสง ซึ่งผลิตสารเมตาโบไลต์ที่สามารถฆ่า หนอนใยผัก เชื้อรา และ ไรแดง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแบคทีเรียเรืองแสงก็เป็นแบคทีเรียรูปแท่งประเภทแกรมลบ ที่สามารถเปล่งแสงเย็นได้ แม้ว่าจะเรืองแสง แต่การค้นหามันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">แบคทีเรียเรืองแสงภายใต้สภาวะปกติ (ซ้าย) และในที่มืด (ขวา) โดยแสดงลักษณะของโคโลนีและการเรืองแสง</p>
<p>&nbsp; &nbsp;เซี่ยโฟ่งเจีย อธิบายว่า ปกติแล้ว เชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เกษตรมักพบในดิน แต่แบคทีเรียชนิดนี้ไม่ได้อาศัยอยู่ในดินโดยตรง กลับซ่อนตัวอยู่ใน ลำคอของไส้เดือนฝอยที่เป็นปรสิตของแมลง อย่าง ไส้เดือนฝอยเฮเธอโรฮับดิทิส( Heterorhabditis) เนื่องจากไส้เดือนฝอยมีขนาดเล็กมากอยู่แล้ว และแบคทีเรียยิ่งเล็กกว่านั้นอีก การแยกเพาะเลี้ยงจึงเป็นเรื่องที่ยากเย็นสุดขีด&mdash;เพียงแค่คัดกรองแบคทีเรียนี้ก็ใช้เวลานานถึงหนึ่งปีเต็ม อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก แบคทีเรียเรืองแสง สามารถเรืองแสงได้ นักวิจัยจึงต้องทำงานภายใต้ห้องมืดเพื่อแยกคัดกรอง จนในที่สุดก็สามารถแยกสายพันธุ์ย่อยของแบคทีเรียได้ถึงสามชนิด ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีความสามารถในการกำจัดศัตรูพืชในระดับที่แตกต่างกัน<br>&nbsp; &nbsp;เซี่ยโฟ่งเจีย เปรียบกระบวนการกำจัดศัตรูพืชของ แบคทีเรียเรืองแสง ว่าเหมือนกับ "แผนม้าไม้เมืองทรอย" โดยที่ ไส้เดือนฝอยเปรียบเสมือนม้าไม้ที่แฝงตัวเข้าไปในร่างของแมลงศัตรูพืช และตัวการที่แท้จริงในการสังหารคือ แบคทีเรียเรืองแสงที่ซ่อนอยู่ภายใน เมื่อไส้เดือนฝอยบุกรุกเข้าสู่ร่างของศัตรูพืช แบคทีเรียเรืองแสงจะปล่อยสารเมตาโบไลต์ออกมาทำลายระบบทางเดินอาหารของเหยื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรงจนแมลง ไส้ขาดไส้ทะลัก และตายในที่สุด กระบวนการเดียวกันนี้ยังสามารถใช้กำจัดเชื้อราและไรแดงได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">แปลงทดลองปลูกมะละกอที่ใช้แบคทีเรียเรืองแสงในจู๋ซาน เมืองหนานโถว ต้นแข็งแรงมาก</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72117</guid>
      <pubDate>Tue, 25 Mar 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/25/20250325_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36001920" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 25 มี.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 25 มี.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ล่าสุด สถาบันวิจัยสารเคมีเกษตร (Agricultural Chemicals Research Institute) ภายใต้กระทรวงเกษตรของไต้หวันได้ศึกษาวิจัยมากว่า 20 ปี และยืนยันว่า แบคทีเรียเรืองแสง (Photorhabdus luminescens) มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดไรแดง อีกทั้งยังปลอดภัยต่อมนุษย์ รวมถึงสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมว ปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้ได้ถูกถ่ายทอดไปยังบริษัทสารเคมีทางการเกษตรซิงหนง(興農農藥公司-Sinon Corporation) ซึ่งมีการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตัวแรกแล้ว เป็นสารกำจัดไรสำหรับมะละกอ นอกจากนี้ มีการตั้งราคาที่เข้าถึงง่าย ใกล้เคียงกับสารเคมีทั่วไปอีกด้วย</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/25/bc0e474ff64c718267ef4197b7a1bd44.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>48</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 25 มี.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72119</link>
      <description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัยคริสตัลแห่ง ม.เฉิงกง</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ศูนย์วิจัยคริสตัลแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง (成大) เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่อาคารเดลต้าในเขตสวนวิทยาศาสตร์ภาคใต้ (Southern Taiwan Science Park - 南科) นับเป็นสถาบันการศึกษาเพียงแห่งเดียวในไต้หวันที่มีเทคโนโลยีการเติบโตของผลึกซิลิคอนคาร์ไบด์(SiC) ขนาดใหญ่ที่อุณหภูมิสูงพิเศษ (มากกว่า 2300&deg;C) ซึ่งจะเป็นการยกระดับเทคโนโลยีวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันไปอีกขั้น<br>&nbsp; &nbsp;ภายใต้การเป็นสักขีพยานของ หลินป๋อเฉียว (林柏樵) เลขานุการอาวุโสกระทรวงศึกษาธิการ และ ไล่หมิงจื้อ (賴明治) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไต้หวัน (National Science and Technology Council : NSTC) ศูนย์วิจัยคริสตัลได้จัดแสดงเทคโนโลยีล่าสุดเกี่ยวกับผลึก SiC และแกลเลียมออกไซด์ (Ga₂O₃) พร้อมวางแผนร่วมมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรมระดับโลกเพื่อเร่งกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้วัสดุ SiC และ Ga₂O₃ ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ออปติกส์ เลเซอร์ และการแพทย์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไต้หวัน<br>&nbsp; &nbsp;มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกงระบุว่า ศูนย์วิจัยคริสตัลสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของเทคโนโลยีการเติบโตของผลึก SiC ที่อุณหภูมิสูง และผลิตผลึก SiC ขนาดใหญ่ที่มีความบริสุทธิ์สูง ซึ่งถือเป็นวัสดุสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์กำลังไฟฟ้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของยานยนต์ไฟฟ้า การสื่อสาร 5G และระบบจัดการพลังงานประสิทธิภาพสูง อีกทั้งยังช่วยให้อุตสาหกรรมไต้หวันสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น<br>&nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยคริสตัลยังประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในด้านแกลเลียมออกไซด์ ซึ่งเป็นวัสดุที่มีแถบพลังงานกว้างพิเศษ (ultra-wide bandgap) และได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นวัสดุหลักสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังสูงในอนาคต ทีมวิจัยใช้เทคนิคการเติบโตของผลึกแบบหลอมเหลวที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อผลิตผลึกแกลเลียมออกไซด์คุณภาพสูง ซึ่งจะช่วยเร่งกระบวนการพาณิชย์และเสริมสร้างขีดความสามารถของอุตสาหกรรมหลักของไต้หวัน<br>&nbsp; &nbsp;มหาวิทยาลัยเฉิงกงยังเปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยคริสตัลกำลังขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยได้จัดตั้งศูนย์วิจัยในลิทัวเนียและลัตเวียเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเลเซอร์แผ่นบางกำลังสูง (Thin Disk Laser - TDL) ร่วมกับทีมวิจัยในท้องถิ่น อีกทั้งยังประสบความสำเร็จในด้านเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระบบเลเซอร์ทางการแพทย์ขั้นสูง การแปรรูปด้วยความแม่นยำ และการสื่อสารด้วยแสง ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับความสามารถในการแข่งขันของไต้หวันในตลาดเทคโนโลยีผลึกระดับโลก</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72119</guid>
      <pubDate>Tue, 25 Mar 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/25/20250325_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36019200" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 25 มี.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 25 มี.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #ff8c00;"><strong>ศูนย์วิจัยคริสตัลแห่ง ม.เฉิงกง</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/26/20250226000137M.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>47</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - โรคไตและแนวทางป้องกัน]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72126</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ไต หรือที่คนไต้หวันเรียกกันทั่วไปว่า "腰子" ตั้งอยู่บริเวณส่วนบนของช่องท้องด้านหลัง โดยมีอยู่ข้างละหนึ่ง ที่ด้านซ้ายและขวาของกระดูกสันหลัง ลักษณะคล้ายถั่วปากอ้า และมีขนาดเล็กกว่ากำปั้นของผู้ใหญ่เล็กน้อย ไตมีหน้าที่หลักในการกรองเลือดและขับของเสียออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมปริมาณน้ำในร่างกาย รักษาดุลยภาพกรด-ด่างของเลือด ควบคุมสมดุลของเกลือแร่ รวมถึงสร้างเอนไซม์เรนิน (Renin) และแองจิโอเทนซิน (Angiotensin) ที่มีบทบาทในการควบคุมความดันโลหิต อีกทั้งยังผลิตฮอร์โมนอีริโทรโพอิติน (Erythropoietin - EPO) ที่ช่วยกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดง และสร้าง active form ของวิตามินดีที่ช่วยดูดซึมแคลเซียมในลำไส้ รวมถึงสร้างฮอร์โมนชนิดอื่นๆ ด้วย กล่าวได้ว่า หากไตได้รับความเสียหาย ระบบต่างๆ ในร่างกายอาจทำงานผิดปกติหรือถึงขั้นล้มเหลวได้&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp; โรคไตอักเสบแบ่งตามระยะของโรคได้เป็นสองประเภท ได้แก่ ไตอักเสบเฉียบพลันและไตอักเสบเรื้อรัง โดยภาวะไตอักเสบเฉียบพลันที่พบบ่อย ได้แก่ หน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน (Acute glomerulonephritis) การอักเสบในเนื้อไต (Tubulointerstitial Nephritis) และกรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis) หากภาวะอักเสบเฉียบพลันไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจพัฒนาเป็นภาวะไตอักเสบเรื้อรังได้ และในบรรดาโรคไตอักเสบเรื้อรัง หน่วยไตอักเสบ (Glomerulonephritis) ถือเป็นสาเหตุอันดับสองของโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (Uremia) ในไต้หวัน&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">อาการของภาวะไตอักเสบมีอะไรบ้าง?&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ดังนั้น หากมีความผิดปกติในการขับปัสสาวะ ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคไตได้ โดยทั่วไป หากพบว่าปริมาณปัสสาวะหรือสีของปัสสาวะเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีฟองในปัสสาวะมากผิดปกติ หรือมีปัสสาวะปนเลือด ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย นอกจากนี้ อาการปวดบริเวณเอวหรือหลังมักถูกเข้าใจว่าเป็นอาการของโรคไต อย่างไรก็ตาม หากไม่มีความผิดปกติของการขับปัสสาวะ และอาการปวดดีขึ้นเมื่อได้พัก อาจเกิดจากท่านั่งหรือท่าเดินที่ไม่เหมาะสมหรืออาจเกิดจากการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">(photo from HEHO)</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">แนวทางปฏิบัติและวิธีการป้องกันโรคไต</p>
<p dir="ltr">&ndash; ดื่มน้ำให้เพียงพอ</p>
<p dir="ltr">&ndash; ควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด</p>
<p dir="ltr">&ndash; ออกกำลังกายสม่ำเสมอ</p>
<p dir="ltr">&ndash; หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อ</p>
<p dir="ltr">&ndash; งดสูบบุหรี่และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์</p>
<p dir="ltr">&ndash; ตรวจสุขภาพเป็นประจำ</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">โภชนาการที่เหมาะสม</p>
<p dir="ltr">&ndash; ลดการบริโภคเกลือ</p>
<p dir="ltr">&ndash; บริโภคโปรตีนอย่างเหมาะสม</p>
<p dir="ltr">&ndash; ควบคุมระดับฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม</p>
<p dir="ltr">&ndash; เพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสม</p>
<p dir="ltr">&ndash; หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูป</p>
<p dir="ltr">&ndash; เลือกไขมันที่ดีต่อสุขภาพ</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72126</guid>
      <pubDate>Mon, 24 Mar 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/24/20250324_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24159360" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - โรคไตและแนวทางป้องกัน</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - โรคไตและแนวทางป้องกัน</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ไต หรือที่คนไต้หวันเรียกกันทั่วไปว่า "腰子" ตั้งอยู่บริเวณส่วนบนของช่องท้องด้านหลัง โดยมีอยู่ข้างละหนึ่ง ที่ด้านซ้ายและขวาของกระดูกสันหลัง ลักษณะคล้ายถั่วปากอ้า และมีขนาดเล็กกว่ากำปั้นของผู้ใหญ่เล็กน้อย ไตมีหน้าที่หลักในการกรองเลือดและขับของเสียออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมปริมาณน้ำในร่างกาย รักษาดุลยภาพกรด-ด่างของเลือด ควบคุมสมดุลของเกลือแร่ รวมถึงสร้างเอนไซม์เรนิน (Renin) และแองจิโอเทนซิน (Angiotensin) ที่มีบทบาทในการควบคุมความดันโลหิต อีกทั้งยังผลิตฮอร์โมนอีริโทรโพอิติน (Erythropoietin - EPO) ที่ช่วยกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดง และสร้าง active form ของวิตามินดีที่ช่วยดูดซึมแคลเซียมในลำไส้ รวมถึงสร้างฮอร์โมนชนิดอื่นๆ ด้วย กล่าวได้ว่า หากไตได้รับความเสียหาย ระบบต่างๆ ในร่างกายอาจทำงานผิดปกติหรือถึงขั้นล้มเหลวได้&nbsp;&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/25/be44674d19d954f7b54ac902333b5bed.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>46</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72131</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะมาพูดถึงของขวัญสำหรับเด็กทารกที่คนไต้หวันโหวตมาแล้วว่าเป็นของจำเป็นและเหมาะสมมากๆ ที่จะมอบให้กับครอบครัวที่มีเด็กทารก อย่างที่เราทราบกันดีว่าตอนนี้ไต้หวันเผชิญกับปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี ส่งผลให้รัฐบาลไต้หวันต้องออกมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีบุตรมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเงินอุดหนุนค่าคลอด ค่าเลี้ยงดูบุตร ค่าทำเด็กหลอดแก้ว ฯลฯ โดยแต่ละนครและเมืองจะมีเรทเงินอุดหนุนที่แตกต่างกันไปตามอัตราค่าครองชีพของพื้นที่นั้นๆ โดยเมื่อมีทารกเกิดใหม่คนไต้หวันก็มีวัฒนธรรมการให้ของขวัญรับขวัญเช่นเดียวกับที่ประเทศไทย และเมื่อเด็กทารกมีอายุครบเดือนพ่อแม่ของเด็กก็จะมีการมอบของกลับไปให้กับคนที่ให้ของรับขวัญลูกของตนเอง ซึ่งถ้าเป็นลูกสาวจะนิยมให้ของหวานอย่างขนมเค้กน้ำผึ้งเป็นของตอบแทน แต่ถ้าเป็นลูกชายจะนิยมให้ของคาวอย่างข้าวบะจ่างที่มีเครื่องเคียงเป็นน่องไก่ทอดและไข่ต้ม คลิกฟังรายการที่นี่</p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72131</guid>
      <pubDate>Sun, 23 Mar 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/23/20250323_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36009600" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะมาพูดถึงของขวัญสำหรับเด็กทารกที่คนไต้หวันโหวตมาแล้วว่าเป็นของจำเป็นและเหมาะสมมากๆ ที่จะมอบให้กับครอบครัวที่มีเด็กทารก อย่างที่เราทราบกันดีว่าตอนนี้ไต้หวันเผชิญกับปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี ส่งผลให้รัฐบาลไต้หวันต้องออกมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีบุตรมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเงินอุดหนุนค่าคลอด ค่าเลี้ยงดูบุตร ค่าทำเด็กหลอดแก้ว ฯลฯ โดยแต่ละนครและเมืองจะมีเรทเงินอุดหนุนที่แตกต่างกันไปตามอัตราค่าครองชีพของพื้นที่นั้นๆ โดยเมื่อมีทารกเกิดใหม่คนไต้หวันก็มีวัฒนธรรมการให้ของขวัญรับขวัญเช่นเดียวกับที่ประเทศไทย และเมื่อเด็กทารกมีอายุครบเดือนพ่อแม่ของเด็กก็จะมีการมอบของกลับไปให้กับคนที่ให้ของรับขวัญลูกของตนเอง ซึ่งถ้าเป็นลูกสาวจะนิยมให้ของหวานอย่างขนมเค้กน้ำผึ้งเป็นของตอบแทน แต่ถ้าเป็นลูกชายจะนิยมให้ของคาวอย่างข้าวบะจ่างที่มีเครื่องเคียงเป็นน่องไก่ทอดและไข่ต้ม <a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/03/23/20250323_2200_1007_th.mp3"><span style="color:#0000ff"><strong>คลิกฟังรายการที่นี่</strong></span></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/11/e750734fbbbb91cecc24023b34ab28c4.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>45</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 18 มี.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72153</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไต้หวันมีการปลูกแตงโม โดยเปลี่ยนจากแตงโมผลใหญ่ที่มีเปลือกสีอ่อน ไปสู่แตงโมขนาดเล็กที่หรูหราและมีความประณีตมากขึ้น ในปี 2023 บริษัท โนน ยูซีด(Known-You Seed-農友種苗) หรือ บริษัท เพื่อนเกษตรกร ที่คนไทยคุ้นเคย ได้เปิดตัวแตงโมขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมในตลาดอย่างล้นหลาม และในปี 2024 ทางบริษัทยังได้สร้างความแปลกใหม่ด้วยการเปิดตัว "แตงโมผิวเขียวเข้ม" ภาษาจีนเรียกว่า &ldquo;เฮยผีซีกัว(黑皮西瓜)&rdquo; ที่สร้างความประทับใจเกี่ยวกับเรื่องของแตงโม</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">แตงโมผิวเขียวเข้ม ได้แก่&nbsp;หย่าจวิน雅君,&nbsp;มาการง-馬卡龍 และ&nbsp;เฮยหลาน-黑蘭</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &nbsp;แตงโมเป็นผลไม้ที่ผู้ก่อตั้งบริษัท โนน ยูซีด &nbsp;คุณเฉินเหวินอี้(陳文郁) หลงใหลมากที่สุด และถือเป็นผลิตภัณฑ์ตั้งต้นของบริษัท พันธุ์แตงโมที่พวกเขาพัฒนาส่งออกไปยังหลายสิบประเทศ โดยมีฐานพัฒนาอยู่ที่ตำบลวั่นตัน เมืองผิงตง ซึ่งมีพื้นที่ปลูกแตงโมกว่า 20 เฮกตาร์(125 ไร่) โดยทีมวิจัยพันธุ์ใช้ความพยายามทุกวันเพื่อคัดเลือกและพัฒนา ให้คนทั่วโลกได้ลิ้มรสแตงโมที่อร่อย</p>
<p>&nbsp; &nbsp;คุณเฉินเว่ยถิง(陳威廷) ประธานบริษัทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มพื้นที่ปลูกแตงโมทั่วโลกกำลังลดลง และไต้หวันก็เช่นกัน ซึ่งปัจจัยที่สำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น ในปี 2024 ไต้หวันประสบกับไต้ฝุ่นถึง 3 ลูกที่พัดขึ้นฝั่ง ทำลายอุตสาหกรรมแตงโมอย่างหนัก ในหลายประเทศทั่วโลก แตงโมยังคงปลูกกลางแจ้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นหลัก เมื่อสภาพอากาศเลวร้าย การผลิตก็ยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ การปรับปรุงสายพันธุ์จึงเป็นวิธีช่วยให้เกษตรกรรับมือกับความท้าทายด้านสภาพอากาศ&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">มาการงแตงโม เนื้อแดง เปลือกเขียวเข้ม เล็กกะทัดรัด</p>
<p>&nbsp; &nbsp;นอกจากปัญหาด้านการผลิตแล้ว ด้านการขายยังมีวิกฤตเช่นกัน คุณสวี่จวิ้นเจี๋ย(許竣傑) ผู้จัดการฝ่ายเมล็ดพันธุ์ผักและผลไม้ของบริษัทฯ กล่าวว่า ความต้องการผลไม้จะเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล เช่น เทศกาลไหว้พระจันทร์ เทศกาลตรุษจีน และเทศกาลบ๊ะจ่าง แต่บางครั้งเกษตรกรจะเร่งเก็บแตงโมที่ยังไม่สุกดีเพื่อขายในตลาด ทำให้ผู้บริโภคผิดหวังกับรสชาติและลดการซื้อในอนาคต ส่งผลให้เกิดวงจรอุบาทว์ในอุตสาหกรรมนี้ ดังนั้น ในปี 2024 ทางบริษัทฯ ได้เปิดตัวแตงโมจิ๋ว (Miniball) ที่ท้าทายต่ออุตสาหกรรมแตงโม คุณเหลียงกั๋วเซิ่ง(梁國聖) ผู้จัดการฝ่ายการตลาดวิเคราะห์ว่า แตงโมจิ๋วไม่เพียงแต่มีรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่และรสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ยังมีขนาดที่เหมาะสม ไม่ใหญ่เกินไป ทำให้รับประทานเป็นของหวานหลังมื้ออาหารได้อย่างสบายใจ อีกทั้งเปลือกบางของมันยังลดปริมาณขยะในครัวเรือน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในเมืองได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในภาคเหนือของไต้หวันที่ได้รับความนิยมมาก&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">เฮยหลานแตงโม เนื้อเหลือง เปลือกเขียวเข้ม</p>
<p>&nbsp; &nbsp;คุณจางเจียฮุ่ย(張佳惠) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและรองผู้จัดการทั่วไปกล่าวว่า การปลูกแตงโมจิ๋วแตกต่างจากการปลูกแตงโมแบบดั้งเดิมที่มีขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้น เกษตรกรผู้เชี่ยวชาญในการปลูกแตงโมใหญ่อาจ ไม่ประสบความสำเร็จในการปลูกแตงโมจิ๋วเสมอไป ทั้งนี้ แตงโมจิ๋วเหมาะกับการปลูกในโรงเรือนแบบแขวนตาข่ายที่มีความประณีต อีกทั้งยังสามารถปลูกในพื้นที่ขนาดเล็กได้ ทำให้ดึงดูดเกษตรกรหน้าใหม่เข้ามา โดยเฉพาะเกษตรกรที่เคยปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่หรือเมล่อนญี่ปุ่น สามารถใช้โรงเรือนเดิมปลูกแตงโมจิ๋วเพื่อเพิ่มรายได้ คุณจางเจียฮุ่ยยังกล่าวเสริมว่า แตงโมจิ๋วคือเทรนด์แห่งอนาคตอย่างแน่นอน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">หย่าจวินแตงโม เนื้อแดง เปลือกเขียวเข้ม</p>
<p>&nbsp; &nbsp;โดยในช่วงปลายปี 2024 ที่ผ่านมา บริษัท โนน ยูซีด ได้เปิดฟาร์มวิจัยแตงโมให้สาธารณชนเยี่ยมชมเป็นครั้งแรก พร้อมจัดงานเปิดตัวสายพันธุ์แตงโมใหม่ โดยมีแตงโมหลากหลายสายพันธุ์วางเรียงรายเต็มพื้นที่ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งสายพันธุ์แตงโมผิวเขียวเข้มที่พัฒนาแล้วในปัจจุบัน ได้แก่ &ldquo;มาการง&rdquo; ที่มีขนาดเล็กและกลมมน, &ldquo;หย่าจวิน&rdquo; ที่เขียวเข้มแวววาว และ &ldquo;เฮยหลาน&rdquo; ที่มีเนื้อสีส้ม โดยแตงโมสายพันธุ์ &ldquo;มาการง&rdquo; เป็นพันธุ์ที่บริษัทแนะนำเป็นพิเศษและถือเป็นไฮไลต์ของงานเปิดตัวนี้ แตงโมสายพันธุ์นี้มีเนื้อสีแดง รสชาติหวานฉ่ำและสดชื่น เนื้อแตงละลายในปากจนได้รับการตั้งชื่อตามขนมหวานฝรั่งเศสอย่าง "มาการง" ด้วยลักษณะภายนอกที่กลมมน เปลือกสีเขียวเข้มเป็นเงางาม และน้ำหนักผลละเพียง 1-2 กิโลกรัม เหมาะสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ และยังสามารถบรรจุเป็นของขวัญในรูปแบบกล่องของขวัญได้ ส่วนสายพันธุ์ &ldquo;หย่าจวิน&rdquo; มีรูปร่างทรงรีสั้น เปลือกสีเขียวเข้ม เนื้อสีแดงสด เนื้อละเอียด รสหวานฉ่ำ มีความกรอบเล็กน้อย เหมาะสำหรับการรับประทานในงานสังสรรค์หรือตามร้านอาหาร และอีกสายพันธุ์ &ldquo;เฮยหลาน&rdquo; มีรูปร่างคล้ายกัน แต่เนื้อภายในเป็นสีส้มสดใส มีเนื้อกรอบและคุณสมบัติเด่นคือ &ldquo;เก็บรักษาได้นาน&rdquo; จากการทดสอบของบริษัท พบว่าสามารถเก็บในตู้เย็นได้นาน 2-3 สัปดาห์ โดยยังคงรสชาติอร่อยและเนื้อสัมผัสไม่เปลี่ยน จึงเหมาะสำหรับการส่งออกเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">แตงโมเรียงตัวกันเป็นตัวอักษร Happy เห็นแล้วมีความสุข</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72153</guid>
      <pubDate>Tue, 18 Mar 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/18/20250318_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36019200" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 18 มี.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 18 มี.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไต้หวันมีการปลูกแตงโม โดยเปลี่ยนจากแตงโมผลใหญ่ที่มีเปลือกสีอ่อน ไปสู่แตงโมขนาดเล็กที่หรูหราและมีความประณีตมากขึ้น ในปี 2023 บริษัท โนน ยูซีด(Known-You Seed-農友種苗) หรือ บริษัท เพื่อนเกษตรกร ที่คนไทยคุ้นเคย ได้เปิดตัวแตงโมขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมในตลาดอย่างล้นหลาม และในปี 2024 ทางบริษัทยังได้สร้างความแปลกใหม่ด้วยการเปิดตัว "แตงโมผิวเขียวเข้ม" ภาษาจีนเรียกว่า &ldquo;เฮยผีซีกัว(黑皮西瓜)&rdquo; ที่สร้างความประทับใจเกี่ยวกับเรื่องของแตงโม</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/18/0a0417856fe3694716b3d97828605019.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>44</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 18 มี.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72155</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;จุลศัลยกรรมสัตว์ทดลองเป็นกระบวนการสำคัญในการทดสอบยาใหม่และงานวิจัยก่อนคลินิก</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ศูนย์สัตว์ทดลองแห่งสถาบันวิจัยแห่งชาติ (NARLabs) ได้เปิดตัว "ฐานการศึกษาศัลยกรรมจุลศัลยกรรมสัตว์ทดลองแบบสื่อสารเรียลไทม์" แห่งแรกของโลก ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนได้รับการฝึกฝนแบบ "หนึ่งคนต่อหนึ่งเครื่อง" และสามารถสื่อสารกับอาจารย์แบบเรียลไทม์ผ่านระบบไฮบริด<br>&nbsp; &nbsp;ศูนย์แห่งนี้พัฒนา เครื่องมือจำลองชีวภาพ ที่เลียนแบบเนื้อเยื่อและอวัยวะสัตว์ เช่น ผิวหนัง หลอดเลือด และท่อส่งของเหลว เพื่อให้ผู้เรียนฝึกมือก่อนใช้สัตว์ทดลองจริง วิธีนี้ช่วยลดจำนวนสัตว์ที่ต้องเสียชีวิตระหว่างการฝึกลงอย่างมาก<br>&nbsp; &nbsp;ดร.ฉินเสียนจิ้ง ผู้อำนวยการศูนย์สัตว์ทดลอง กล่าวว่า เดิมทีการฝึกศัลยกรรมจุลศัลยกรรมต้องให้กลุ่มนักเรียนรุมดูหน้าจอกล้องจุลทรรศน์ของอาจารย์พร้อมกัน แต่ที่นี่ให้ผู้เรียน "หนึ่งคนต่อหนึ่งเครื่อง" ทำให้สามารถฝึกปฏิบัติได้จริงแบบเต็มที่ โดยมีอาจารย์ให้คำแนะนำผ่านกล้องแบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังรองรับการเรียนทางไกลผ่านสตรีมมิ่ง นักเรียนสามารถเข้าถึงการสอนได้จากทุกที่ ขณะที่ในห้องเรียนสามารถรองรับผู้ฝึกสูงสุด 12 คน<br>&nbsp; ผลจากการฝึกที่ฐานการศึกษาแห่งนี้ พบว่าในกรณีของ การผ่าตัดอุดตันหลอดเลือดสมอง อัตราการรอดชีวิตของสัตว์ทดลองเพิ่มขึ้นจาก ต่ำกว่า 80% เป็นเกือบ 100% ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพการผ่าตัดอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้&nbsp;ฐานการศึกษานี้ยังขยายขอบเขตไปสู่ การฝึกเทคนิคปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF), การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์, การบริหารยา และการเก็บตัวอย่างชีวภาพจากสัตว์ ซึ่งทำให้ที่นี่เป็นศูนย์ฝึกอบรมเพียงแห่งเดียวที่รวมทั้ง ศัลยกรรมจุลศัลยกรรม, ศัลยกรรมจำลองชีวภาพ, การฝึกด้านเอ็มบริโอ และการพัฒนานวัตกรรมทางสัตวแพทย์<br>&nbsp; &nbsp;เพื่อให้การดูแลสัตว์ทดลองมีประสิทธิภาพ ศูนย์ได้ติดตั้ง ระบบดมยาสลบ, ระบบติดตามสัญญาณชีพ และระบบเลี้ยงดูสัตว์ทดลอง ตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ เป้าหมายในอนาคตคือการเชื่อมโยงเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยและบริษัทยาชั้นนำทั่วโลก ทำให้ไต้หวันกลายเป็น ศูนย์กลางการฝึกฝนและทดสอบศัลยกรรมจุลศัลยกรรมระดับโลก</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72155</guid>
      <pubDate>Tue, 18 Mar 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/18/20250318_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 18 มี.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 18 มี.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp;<span style="color: #ff8c00;"><strong> &nbsp;จุลศัลยกรรมสัตว์ทดลองเป็นกระบวนการสำคัญในการทดสอบยาใหม่และงานวิจัยก่อนคลินิก</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/11/20250311000114M.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>43</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - โรคไต]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72162</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ช่วงไม่กี่ปีมานี้ คนไต้หวันหันมานิยมอาหารสไตล์ตะวันตกกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด หรืออาหารฟาสต์ฟู้ดต่างๆ ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับพฤติกรรมที่ขาดการออกกำลังกาย ก็ทำให้หลายคนเผชิญกับปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะโรคอ้วนและโรคสามสูง ไม่ว่าจะเป็นไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง หรือระดับน้ำตาลในเลือดที่พุ่งสูงเกินมาตรฐาน และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ โรคเหล่านี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตเรื้อรังอีกด้วย&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;จากสถิติปี 2566 โรคไตเรื้อรังติดอันดับที่ 10 ของสาเหตุการเสียชีวิตในไต้หวัน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 5,800 คน และที่สำคัญ ตอนนี้เริ่มพบผู้ป่วยที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ จากผลสำรวจของสมาคมโรคไตไต้หวันพบว่า 96% ของผู้ป่วยโรคไตไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังป่วย แต่ข่าวดีคือ หากเราตรวจพบและได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะสามารถลดความเสี่ยงอาการรุนแรงได้มากถึง 61%&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; และเพื่อช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการตรวจสุขภาพไตได้ครอบคลุมมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป ประชาชนที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปสามารถเข้ารับการตรวจไตฟรีทุก 5 ปี และที่สำคัญ ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้ ยารักษาโรคไตเรื้อรังจะถูกบรรจุเข้าไปในระบบประกันสุขภาพของไต้หวันด้วย&nbsp; ปัจจุบันไต้หวันยังได้ผลักดันโครงการ "ฟอกไตที่บ้าน" ให้รวมอยู่ในสิทธิ์ประกันสุขภาพ โดยคาดว่าจะเริ่มใช้เร็วที่สุดในเดือนพฤษภาคมปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตเป็นประจำ ลดภาระการเดินทางไปโรงพยาบาล เพิ่มความสะดวกและยืดหยุ่นในชีวิตประจำวัน</p>

<p style="text-align: center;">(photo from Heho健康)</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72162</guid>
      <pubDate>Mon, 17 Mar 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/17/20250317_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24017280" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - โรคไต</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - โรคไต</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ช่วงไม่กี่ปีมานี้ คนไต้หวันหันมานิยมอาหารสไตล์ตะวันตกกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด หรืออาหารฟาสต์ฟู้ดต่างๆ ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับพฤติกรรมที่ขาดการออกกำลังกาย ก็ทำให้หลายคนเผชิญกับปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะโรคอ้วนและโรคสามสูง ไม่ว่าจะเป็นไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง หรือระดับน้ำตาลในเลือดที่พุ่งสูงเกินมาตรฐาน และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ โรคเหล่านี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตเรื้อรังอีกด้วย&nbsp;&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/18/ef2774a7115b02a6e65a8b2e2acbbaca.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>42</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72166</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาไปรู้จักกับนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเคยจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์เกาสง โดยเป็นการนำเอาศิลปะมาใช้เป็นสื่อกลางเพื่อช่วยให้คนไต้หวันได้รู้จักกับภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น อย่างที่เราทราบกันดีว่าปัจจุบันในไต้หวันมีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่กับพี่น้องแรงงานต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วมาพำนักอาศัยอยู่ในไต้หวันเพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงพยายามหาวิธีการให้คนไต้หวันการยอมรับและเข้าใจถึงความความหลากหลายทางสังคมที่เกิดขึ้น เพื่อลดช่องว่างของความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่อาจจะนำมาซึ่งความขัดแย้งได้ เพราะฉะนั้นงานนิทรรศการต่างๆ เหล่านี้จึงถือเป็นอีกจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะช่วยเปิดโลกทัศน์ของคนไต้หวันต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คลิกฟังรายการที่นี่</p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72166</guid>
      <pubDate>Sun, 16 Mar 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/03/18/a7f70d257d35873b4617e9a2202456c7.mp3" type="audio/mpeg" length="36014400" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาไปรู้จักกับนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเคยจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์เกาสง โดยเป็นการนำเอาศิลปะมาใช้เป็นสื่อกลางเพื่อช่วยให้คนไต้หวันได้รู้จักกับภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น อย่างที่เราทราบกันดีว่าปัจจุบันในไต้หวันมีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่กับพี่น้องแรงงานต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วมาพำนักอาศัยอยู่ในไต้หวันเพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงพยายามหาวิธีการให้คนไต้หวันการยอมรับและเข้าใจถึงความความหลากหลายทางสังคมที่เกิดขึ้น เพื่อลดช่องว่างของความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่อาจจะนำมาซึ่งความขัดแย้งได้ เพราะฉะนั้นงานนิทรรศการต่างๆ เหล่านี้จึงถือเป็นอีกจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะช่วยเปิดโลกทัศน์ของคนไต้หวันต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ <a href="https://th.rti.org.tw/assets/program/2025/03/18/a7f70d257d35873b4617e9a2202456c7.mp3"><strong>คลิกฟังรายการที่นี่</strong></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/04/11/ba4ae16e4a43a4096c633b5e6b5d23c9.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>41</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 11 มี.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72189</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ปลาบู่ทรายลายขาว (Amblygobius phalaena) หรือที่รู้จักในชื่อ "ปลาบู่ทรายวงแหวน" เป็นปลาที่ช่วยทำความสะอาดตู้เลี้ยงสัตว์ทะเลเพื่อรักษาสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะการกรองทรายพื้นตู้ให้สะอาด ซึ่งในตลาดยุโรปและอเมริกามีราคาสูงถึง 35 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัว อย่างไรก็ตาม ปลาชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศแนวปะการัง การจับจากธรรมชาติทำให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ดังนั้น สถาบันวิจัยการประมง ภายใต้กระทรวงเกษตรไต้หวัน (Fisheries Research Institute) จึงได้พัฒนาวิธีเพาะเลี้ยงปลาบู่ทรายลายขาวในระบบปิดสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก คาดว่าจะช่วยลดการจับจากธรรมชาติ และผลงานวิจัยนี้ยังได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Fishes และ North American Journal of Aquaculture ในปี 2023 ด้วย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p>&nbsp; &nbsp;ปลาบู่ทรายลายขาวมีลวดลายและสีสันหลากหลาย มีพฤติกรรมกรองทรายเพื่อหาอาหาร ทำให้พื้นทรายในตู้ปลาสะอาด ในไต้หวัน มักเรียกกันว่า &ldquo;ปลาบู่กรองทรายวงแหวน&rdquo; หรือ &ldquo;ปลาบู่วงแหวน&rdquo; ปัจจุบัน ตลาดปลาสวยงามทั่วโลกต้องพึ่งพาการจับจากธรรมชาติ โดยแหล่งสำคัญ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเขตน้ำตื้นรอบไต้หวัน เช่น หมู่เกาะเผิงหู เสี่ยวหลิวฉิว ตงซา และหนานซา<br>&nbsp; &nbsp;ชิวเพ่ยเซิ่ง(邱沛盛) ผู้ช่วยวิจัยของสถาบันฯ ระบุว่า การพัฒนาเทคนิคเพาะพันธุ์ปลาทะเลมักเริ่มต้นจากปลาการ์ตูน อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยพบว่าลูกปลาบู่ทรายลายขาวไม่กินโรติเฟอร์ ซึ่งเป็นอาหารหลักของลูกปลาการ์ตูน แต่สามารถเลี้ยงรอดด้วยเซลล์ขนพริ้วขนาดเล็ก 40-60 ไมโครเมตร และตัวอ่อนหอยนางรมในระยะ trochophore นอกจากนี้ ยังได้ปรับสภาพน้ำให้ใกล้เคียงกับถิ่นที่อยู่อาศัย ส่งผลให้การเพาะพันธุ์ประสบความสำเร็จ<br>&nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตาม บริษัท Biota ซึ่งเป็นผู้เพาะพันธุ์ปลาสวยงามระดับโลก ได้พัฒนาเทคนิคเพาะพันธุ์ปลาบู่ 3 ชนิด รวมถึงปลาบู่ทรายลายขาว ตั้งแต่ปี 2023 แต่เทคนิคของบริษัทนี้เป็นความลับทางการค้า ในขณะที่สถาบันวิจัยฯ ของไต้หวันได้เผยแพร่ข้อมูลการเพาะพันธุ์อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกของโลก<br>&nbsp; &nbsp;ปัจจุบัน ตลาดปลาบู่ทรายลายขาวยังคงพึ่งพาการจับจากธรรมชาติ ซึ่งมักส่งผลให้ปลาตายระหว่างขนส่งเป็นจำนวนมาก และไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในตู้ปลาได้ดี ผู้เลี้ยงต้องพึ่งพาการให้อาหารตามธรรมชาติ เช่น สาหร่ายก้นตู้ เมื่อน้ำหมดสารอาหาร ปลาจะค่อยๆ อ่อนแอและตายลง นอกจากนี้ มีเพียงส่วนน้อยที่สามารถฝึกให้กินอาหารเม็ดได้ และมักมีราคาสูงกว่า</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p>&nbsp; &nbsp;ส่วนลูกปลาบู่ที่เพาะเลี้ยงโดยสถาบันฯ สามารถกินอาหารเม็ดได้ภายใน 35-40 วันหลังฟัก ซึ่งทำให้สามารถเลี้ยงในตู้ปลาที่บ้านได้ง่ายขึ้น ในอนาคต สถาบันฯ มีแผนถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศ ซึ่งราคาปลาบู่ทรายลายขาวในตลาดยุโรปและอเมริกาอยู่ที่ตัวละ 30-38 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 980-1,245 เหรียญไต้หวัน) ส่วนในไต้หวันมีราคาประมาณ 150-200 เหรียญไต้หวัน/ตัว คุณชิวเพ่ยเซิ่ง บอกว่า ความแตกต่างของราคาเกิดจากต้นทุนการขนส่งและการค้าหลายชั้น อย่างไรก็ตาม หากพัฒนาอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสำเร็จ ราคาปลาที่ได้จากการเพาะพันธุ์จะมีเสถียรภาพและสามารถแข่งขันได้มากขึ้น<br>&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72189</guid>
      <pubDate>Tue, 11 Mar 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/11/20250311_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36037440" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 11 มี.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 11 มี.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ปลาบู่ทรายลายขาว (Amblygobius phalaena) หรือที่รู้จักในชื่อ "ปลาบู่ทรายวงแหวน" เป็นปลาที่ช่วยทำความสะอาดตู้เลี้ยงสัตว์ทะเลเพื่อรักษาสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะการกรองทรายพื้นตู้ให้สะอาด ซึ่งในตลาดยุโรปและอเมริกามีราคาสูงถึง 35 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัว อย่างไรก็ตาม ปลาชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศแนวปะการัง การจับจากธรรมชาติทำให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ดังนั้น สถาบันวิจัยการประมง ภายใต้กระทรวงเกษตรไต้หวัน (Fisheries Research Institute) จึงได้พัฒนาวิธีเพาะเลี้ยงปลาบู่ทรายลายขาวในระบบปิดสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก คาดว่าจะช่วยลดการจับจากธรรมชาติ และผลงานวิจัยนี้ยังได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Fishes และ North American Journal of Aquaculture ในปี 2023 ด้วย</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/03/7046b89385d2e6a301bba93d479b9553.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>40</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 11 มี.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72191</link>
      <description><![CDATA[<p>การพัฒนาพลังงานลมในไต้หวันประสบผลสำเร็จ ไต้หวันกำลังจะเปิดการประมูลก่อสร้างเฟส 3-3&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp;ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา รัฐบาลไต้หวันได้ผลักดันการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมลมนอกชายฝั่ง (Offshore Wind Power) อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในไต้หวัน ดำเนินโครงการสนับสนุนให้เกิดการผลิตชิ้นส่วนในประเทศ (Localization) โจวอวี่ซิน(鄒宇新) รองอธิบดีกรมพัฒนาอุตสาหกรรม กระทรวงเศรษฐการแถลงว่า หลังจากการพัฒนาพลังงานลมนอกชายฝั่งในประเทศมานานกว่าสิบปี อุตสาหกรรมท้องถิ่นได้ผ่านการฝึกฝนจนมีความเชี่ยวชาญ ทั้งในด้านเทคโนโลยี คุณภาพ ราคาแข่งขันได้ และส่งมอบตรงเวลา ซึ่งมีระดับเท่ากับมาตรฐานสากลแล้ว ดังนั้นการพัฒนาโครงการเฟส 3-3 เชื่อว่าผู้ผลิตไต้หวันจะมีความสามารถในการแข่งขันได้ ในอนาคตจะก้าวไปแข่งขันในตลาดระดับเอเชียและระดับโลก<br>&nbsp; &nbsp;โจวอวี่ซิน ชี้ว่า นโยบายพลังงานลมนอกชายฝั่งของไต้หวันแบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยแต่ละระยะใช้เวลา 5 ปี ระยะแรกเป็น &ldquo;ช่วงการเรียนรู้&rdquo; ในช่วง 5 ปีแรก รัฐบาลได้คัดเลือกโครงการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตในไต้หวันประมาณ 20 รายการ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ รายการที่ไต้หวันมีศักยภาพในการผลิตเอง รายการที่ต้องพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มเติมให้สามารถแข่งขันได้ในด้านคุณภาพ ราคา และระยะเวลาส่งมอบ &nbsp;&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp;เขายอมรับว่าช่วงแรกของกระบวนการเรียนรู้นั้นยากลำบากมาก ภาคอุตสาหกรรมต้องลงทุนก่อน นำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และต้องผ่านการทดสอบคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพื่อนำไปใช้งานในฟาร์มกังหันลม แม้ว่าความตั้งใจเดิมจะต้องการให้การผลิตในประเทศถึง 100% แต่ในทางปฏิบัติ ด้านคุณภาพ ราคา และระยะเวลาส่งมอบยังไม่พร้อมในการแข่งขันได้อย่างเต็มที่<br>&nbsp; ระยะที่ 2 เป็น &ldquo;ช่วงเติบโต" ในช่วง 5 ปีที่ 2 &nbsp;หรือในโครงการพัฒนาเฟส 3-1 และ 3-2 อุตสาหกรรมต้องเร่งพัฒนาด้านเทคโนโลยีและคุณภาพให้ดียิ่งขึ้น เช่น การลดต้นทุนและปรับปรุงระยะเวลาการส่งมอบให้เร็วขึ้น เมื่อการพัฒนาในสองช่วงแรกเสร็จสิ้นแล้ว<br>&nbsp; ระยะที่ 3 เป็น &ldquo;ช่วงเติบโตเต็มที่&rdquo; โครงการเฟส 3-3 ถือเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมในไต้หวันเข้าสู่ระดับที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล เมื่อภาคอุตสาหกรรมมีความแข็งแกร่งและมีมาตรฐานระดับโลก รัฐบาลควรยุติโครงการส่งเสริมการผลิตในประเทศ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตเอง แล้วสามารถออกไปแข่งขันในตลาดเอเชียและระดับนานาชาติ<br>&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72191</guid>
      <pubDate>Tue, 11 Mar 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/11/20250311_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36013440" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 11 มี.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 11 มี.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #ff8c00;"><strong>การพัฒนาพลังงานลมในไต้หวันประสบผลสำเร็จ ไต้หวันกำลังจะเปิดการประมูลก่อสร้างเฟส 3-3&nbsp;</strong></span><br>&nbsp; &nbsp;ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา รัฐบาลไต้หวันได้ผลักดันการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมลมนอกชายฝั่ง (Offshore Wind Power) อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในไต้หวัน ดำเนินโครงการสนับสนุนให้เกิดการผลิตชิ้นส่วนในประเทศ (Localization) โจวอวี่ซิน(鄒宇新) รองอธิบดีกรมพัฒนาอุตสาหกรรม กระทรวงเศรษฐการแถลงว่า หลังจากการพัฒนาพลังงานลมนอกชายฝั่งในประเทศมานานกว่าสิบปี อุตสาหกรรมท้องถิ่นได้ผ่านการฝึกฝนจนมีความเชี่ยวชาญ ทั้งในด้านเทคโนโลยี คุณภาพ ราคาแข่งขันได้ และส่งมอบตรงเวลา ซึ่งมีระดับเท่ากับมาตรฐานสากลแล้ว ดังนั้นการพัฒนาโครงการเฟส 3-3 เชื่อว่าผู้ผลิตไต้หวันจะมีความสามารถในการแข่งขันได้ ในอนาคตจะก้าวไปแข่งขันในตลาดระดับเอเชียและระดับโลก<br>&nbsp; &nbsp;โจวอวี่ซิน ชี้ว่า นโยบายพลังงานลมนอกชายฝั่งของไต้หวันแบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยแต่ละระยะใช้เวลา 5 ปี ระยะแรกเป็น &ldquo;ช่วงการเรียนรู้&rdquo; ในช่วง 5 ปีแรก รัฐบาลได้คัดเลือกโครงการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตในไต้หวันประมาณ 20 รายการ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ รายการที่ไต้หวันมีศักยภาพในการผลิตเอง รายการที่ต้องพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มเติมให้สามารถแข่งขันได้ในด้านคุณภาพ ราคา และระยะเวลาส่งมอบ &nbsp;&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp;เขายอมรับว่าช่วงแรกของกระบวนการเรียนรู้นั้นยากลำบากมาก ภาคอุตสาหกรรมต้องลงทุนก่อน นำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และต้องผ่านการทดสอบคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพื่อนำไปใช้งานในฟาร์มกังหันลม แม้ว่าความตั้งใจเดิมจะต้องการให้การผลิตในประเทศถึง 100% แต่ในทางปฏิบัติ ด้านคุณภาพ ราคา และระยะเวลาส่งมอบยังไม่พร้อมในการแข่งขันได้อย่างเต็มที่<br>&nbsp; ระยะที่ 2 เป็น &ldquo;ช่วงเติบโต" ในช่วง 5 ปีที่ 2 &nbsp;หรือในโครงการพัฒนาเฟส 3-1 และ 3-2 อุตสาหกรรมต้องเร่งพัฒนาด้านเทคโนโลยีและคุณภาพให้ดียิ่งขึ้น เช่น การลดต้นทุนและปรับปรุงระยะเวลาการส่งมอบให้เร็วขึ้น เมื่อการพัฒนาในสองช่วงแรกเสร็จสิ้นแล้ว<br>&nbsp; ระยะที่ 3 เป็น &ldquo;ช่วงเติบโตเต็มที่&rdquo; โครงการเฟส 3-3 ถือเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมในไต้หวันเข้าสู่ระดับที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล เมื่อภาคอุตสาหกรรมมีความแข็งแกร่งและมีมาตรฐานระดับโลก รัฐบาลควรยุติโครงการส่งเสริมการผลิตในประเทศ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตเอง แล้วสามารถออกไปแข่งขันในตลาดเอเชียและระดับนานาชาติ<br>&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2024/02/02/eae70a9e93468f6eededd654ff190125.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>39</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - 8 ท่าบริหาร ป้องกันข้อเข่าเสื่อม]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72198</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp;&nbsp; &nbsp;ข้อเข่าเสื่อมพบได้ในกลุ่มคนวัยกลางคน โดยเฉพาะหลังอายุ 50 ปี ซึ่งมีอัตราการเกิดสูงถึง 20-30% หากมีอาการปวดเข่าเกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายแพทย์เฉินกวนหาว (陳冠豪) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ โรงพยาบาลซวงเหอ แนะนำว่าการดูแลสุขภาพข้อเข่าไม่ได้มีแค่การผ่าตัดเท่านั้น แต่ต้องดูแลแบบองค์รวม เขาย้ำว่าอาการปวดเข่าไม่ใช่เพียงผลจากข้อเสื่อม แต่อาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบ โรคเกาต์ หรือปัญหาจากกระดูกสันหลังและข้อสะโพก หากอาการปวดเข่ายาวนานกว่า 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาให้ตรงจุด</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;"></p>
<p dir="ltr">นายสวี่ฮั่นเหวิน (許瀚文) นักกายภาพบำบัด&nbsp;ได้แบ่งปันชุดท่ากายบริหาร "ปกป้องสะโพกและข้อเข่า" ซึ่งประกอบด้วย 8 ท่า โดยเริ่มจากการวอร์มอัพและต่อด้วยการออกกำลังกายและการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ:</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;1.เดินอยู่กับที่ (วอร์มอัพ)</p>
<p dir="ltr">- ทำซ้ำซ้าย-ขวา ข้างละ 10 ครั้ง</p>
<p dir="ltr">- แกว่งแขนตามธรรมชาติ ยกเท้าขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ไม่ต้องยกสูง และไม่ต้องรีบ&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;2. ยกเข่าสูง</p>
<p dir="ltr">- ทำซ้ำซ้าย-ขวา ข้างละ 10 ครั้ง</p>
<p dir="ltr">- ลักษณะคล้ายกับเดินอยู่กับที่ แต่ยกเข่าสูงขึ้นกว่าเดิม</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;3.ยกขาและหมุนเปิด-ปิด</p>
<p dir="ltr">- นั่งบนเก้าอี้ ยกขาข้างหนึ่งขึ้นเล็กน้อย จากนั้นหมุนขาเข้าและออก</p>
<p dir="ltr">- ทำซ้ำซ้าย-ขวา ข้างละ 10 ครั้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;4.บีบขาเข้าหากัน</p>
<p dir="ltr">- นั่งบนเก้าอี้ วางมือซ้ายที่ต้นขาขวา ออกแรงต้านไว้ ขณะที่ขาก็ออกแรงดันสู้</p>
<p dir="ltr">- ค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำซ้าย-ขวา ข้างละ 5 ครั้ง</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;5.นั่งเตะขา</p>
<p dir="ltr">- นั่งบนเก้าอี้ ยกขาขึ้นให้ตรง แล้วเหยียดออกไปข้างหน้า</p>
<p dir="ltr">- ทำซ้ำซ้าย-ขวา ข้างละ 10 ครั้ง</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;6.เขย่งปลายเท้า</p>
<p dir="ltr">- นั่งบนเก้าอี้ เขย่งปลายเท้าข้างซ้ายและขวาสลับกัน</p>
<p dir="ltr">- ทำซ้ำ 10 ครั้ง</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;7.ยืดเหยียดด้านหลังต้นขา</p>
<p dir="ltr">- นั่งบนเก้าอี้ วางเท้าราบกับพื้น ยืดแขนไปข้างหน้าสู่ปลายเท้า</p>
<p dir="ltr">- ไม่จำเป็นต้องแตะปลายเท้า ค้างไว้ข้างละ 15 วินาที</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;8.ยืดเหยียดด้านหน้าต้นขา</p>
<p dir="ltr">- นั่งบนเก้าอี้ ขาข้างหนึ่งตั้งฉาก 90 องศา ขาอีกข้างยื่นไปข้างหลังและแตะพื้น</p>
<p dir="ltr">- ค้างไว้ข้างละ 15 วินาที</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p dir="ltr">คำแนะนำ:</p>
<p dir="ltr">&omicron;&nbsp;ควรทำท่าเหล่านี้ในพื้นที่ปลอดภัย และสวมใส่เสื้อผ้าสำหรับการออกกำลังกายที่เหมาะสม</p>
<p dir="ltr">&omicron;&nbsp;ระหว่างทำท่าบริหาร ให้หายใจตามปกติและอย่ากลั้นหายใจ</p>
<p dir="ltr">&omicron; การทำท่าเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและลดแรงกดที่ข้อเข่าและข้อสะโพก เพิ่มความยืดหยุ่นและป้องกันการบาดเจ็บ</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72198</guid>
      <pubDate>Mon, 10 Mar 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/10/20250310_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24019200" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - 8 ท่าบริหาร ป้องกันข้อเข่าเสื่อม</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - 8 ท่าบริหาร ป้องกันข้อเข่าเสื่อม</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp;&nbsp; &nbsp;ข้อเข่าเสื่อมพบได้ในกลุ่มคนวัยกลางคน โดยเฉพาะหลังอายุ 50 ปี ซึ่งมีอัตราการเกิดสูงถึง 20-30% หากมีอาการปวดเข่าเกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/11/2712e1c1b2828fadf4a14823729604cc.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>38</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72205</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของการประกอบธุรกิจที่มาพร้อมกับความยั่งยืน เพราะปัจจุบันในไต้หวันบริษัททั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ นอกจากจะให้ความสนใจการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) แล้ว ก็ยังหันมาให้ความสำคัญกับแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนใน 3 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อม สังคม&nbsp;และบรรษัทภิบาล หรือที่เรียกสั้นว่า ESG ด้วย เพราะในยุคนี้&nbsp;&nbsp;ESG ถือเป็นกติกาใหม่ที่ทั้งโลกรับรู้ร่วมกันในการทำธุรกิจ เพราะในแนวโน้มที่โลก&nbsp; เศรษฐกิจ และองค์กรทางการเมืองมองเห็นความยั่งยืนเป็นเป้าหมายอันดับ 1 จะได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าบริษัทที่เน้นผลกำไรเป็นหลัก นั่นจึงเป็นเหตุผลให้บริษัทของไต้หวันในทุกภาคอุตสาหกรรมที่มีการซื้อขายอยู่ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์หันมาความสนใจ และพยายามวางแผนโครงการหรือนโยบายต่างๆ ออกมาให้สอดคล้องกับแนวคิด ESG เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าในปี ค.ศ. 2025 นี้ แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทใดบ้างที่สอดคล้องกับแนวคิด ESG จนเป็นกระแสพูดถึงในโลกโซเชียลไต้หวันมากที่สุด คลิกฟังรายการที่นี่</p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72205</guid>
      <pubDate>Sun, 09 Mar 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/09/20250309_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36020160" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของการประกอบธุรกิจที่มาพร้อมกับความยั่งยืน เพราะปัจจุบันในไต้หวันบริษัททั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ นอกจากจะให้ความสนใจการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) แล้ว ก็ยังหันมาให้ความสำคัญกับแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนใน 3 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อม สังคม&nbsp;และบรรษัทภิบาล หรือที่เรียกสั้นว่า ESG ด้วย เพราะในยุคนี้&nbsp;&nbsp;ESG ถือเป็นกติกาใหม่ที่ทั้งโลกรับรู้ร่วมกันในการทำธุรกิจ เพราะในแนวโน้มที่โลก&nbsp; เศรษฐกิจ และองค์กรทางการเมืองมองเห็นความยั่งยืนเป็นเป้าหมายอันดับ 1 จะได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าบริษัทที่เน้นผลกำไรเป็นหลัก นั่นจึงเป็นเหตุผลให้บริษัทของไต้หวันในทุกภาคอุตสาหกรรมที่มีการซื้อขายอยู่ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์หันมาความสนใจ และพยายามวางแผนโครงการหรือนโยบายต่างๆ ออกมาให้สอดคล้องกับแนวคิด ESG เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าในปี ค.ศ. 2025 นี้ แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทใดบ้างที่สอดคล้องกับแนวคิด ESG จนเป็นกระแสพูดถึงในโลกโซเชียลไต้หวันมากที่สุด <a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/03/09/20250309_2200_1007_th.mp3"><strong>คลิกฟังรายการที่นี่</strong></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/14/9ca648fc6622a168875b3d1fc0db160a.jpeg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>37</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 4 มี.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72225</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;เมลอนเป็นพืชตระกูลแตงที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากมีรสหวาน หอม และอุดมไปด้วยวิตามินเอและซี โดยในไต้หวันมีการพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมลอนที่เรียกว่า "หยางเซียงกัว" (洋香瓜) เป็นแตงหวานที่มีเปลือกหนากว่าเมลอนพื้นเมือง (เซียงกัว - 香瓜) และถูกนำเข้ามาในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เกษตรกรต้องการเมลอนเนื้อเขียวลายตาข่ายที่ทนต่อโรคราน้ำค้างได้ดี โดยเฉพาะในช่วงอากาศเย็น เพื่อรองรับความต้องการนี้ สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรไถหนานได้พัฒนา "ไถหนาน หมายเลข 16" ซึ่งมีรสหวานฉ่ำ ผิวตาข่ายแน่น และทนต่อโรคราน้ำค้าง ช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมเมลอนของไต้หวัน<br>&nbsp; &nbsp;ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา งานแสดงพันธุ์แตงในไต้หวันเผยให้เห็นความหลากหลายของเมลอนที่เพิ่มขึ้น ทั้งพันธุ์ลายตาข่าย เปลือกเรียบ และเนื้อกรอบคล้ายแคนตาลูป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธุ์นำเข้าจากญี่ปุ่นและปรับปรุงให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม พื้นที่เพาะปลูกเมลอนลดลงจาก 3,000 เฮกตาร์ในปี 2014 เหลือเพียง 2,000 เฮกตาร์ แต่การแข่งขันในตลาดกลับเพิ่มขึ้น ทำให้การพัฒนาสายพันธุ์ต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน การปลูกเมลอนในไต้หวันยังคงใช้ระบบเลื้อยบนพื้นในอุโมงค์เตี้ยเป็นหลัก ขณะที่การปลูกแบบตั้งตรงในโรงเรือนยังมีอยู่น้อย<br>&nbsp; &nbsp;สำหรับการปลูกเมลอนในช่วงอากาศร้อน สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตไถหนาน ได้พัฒนาเมลอนเนื้อเขียวลายตาข่ายพันธุ์ "ไถหนาน หมายเลข 13" ในปี 2014 ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นด้าน ความทนทานต่ออากาศร้อน และกลายเป็นพันธุ์หลักสำหรับการเพาะปลูกในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาพันธุ์เมลอนที่มีอยู่ในตลาด กลับพบว่ายังขาดพันธุ์ที่เหมาะสมกับอากาศเย็นและมีความสามารถในการต้านทานโรคได้ดี<br>&nbsp; &nbsp;เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกเมลอนได้ในช่วง ปลายฤดูใบไม้ร่วงถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ จึงมีการพัฒนาเมลอนพันธุ์ใหม่ที่ ให้ผลผลิตดี ทนต่อโรคราน้ำค้าง และเจริญเติบโตแข็งแรง โดยใช้ เทคนิคการปรับปรุงพันธุ์แบบผสมข้ามสายพันธุ์ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2010 ผ่านการคัดเลือกสาย</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72225</guid>
      <pubDate>Tue, 04 Mar 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/04/20250304_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36036480" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 4 มี.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 4 มี.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;เมลอนเป็นพืชตระกูลแตงที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากมีรสหวาน หอม และอุดมไปด้วยวิตามินเอและซี โดยในไต้หวันมีการพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมลอนที่เรียกว่า "หยางเซียงกัว" (洋香瓜) เป็นแตงหวานที่มีเปลือกหนากว่าเมลอนพื้นเมือง (เซียงกัว - 香瓜) และถูกนำเข้ามาในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เกษตรกรต้องการเมลอนเนื้อเขียวลายตาข่ายที่ทนต่อโรคราน้ำค้างได้ดี โดยเฉพาะในช่วงอากาศเย็น เพื่อรองรับความต้องการนี้ สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรไถหนานได้พัฒนา "ไถหนาน หมายเลข 16" ซึ่งมีรสหวานฉ่ำ ผิวตาข่ายแน่น และทนต่อโรคราน้ำค้าง ช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมเมลอนของไต้หวัน<br>&nbsp; &nbsp;ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา งานแสดงพันธุ์แตงในไต้หวันเผยให้เห็นความหลากหลายของเมลอนที่เพิ่มขึ้น ทั้งพันธุ์ลายตาข่าย เปลือกเรียบ และเนื้อกรอบคล้ายแคนตาลูป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธุ์นำเข้าจากญี่ปุ่นและปรับปรุงให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม พื้นที่เพาะปลูกเมลอนลดลงจาก 3,000 เฮกตาร์ในปี 2014 เหลือเพียง 2,000 เฮกตาร์ แต่การแข่งขันในตลาดกลับเพิ่มขึ้น ทำให้การพัฒนาสายพันธุ์ต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน การปลูกเมลอนในไต้หวันยังคงใช้ระบบเลื้อยบนพื้นในอุโมงค์เตี้ยเป็นหลัก ขณะที่การปลูกแบบตั้งตรงในโรงเรือนยังมีอยู่น้อย<br>&nbsp; &nbsp;สำหรับการปลูกเมลอนในช่วงอากาศร้อน สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตไถหนาน ได้พัฒนาเมลอนเนื้อเขียวลายตาข่ายพันธุ์ "ไถหนาน หมายเลข 13" ในปี 2014 ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นด้าน ความทนทานต่ออากาศร้อน และกลายเป็นพันธุ์หลักสำหรับการเพาะปลูกในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาพันธุ์เมลอนที่มีอยู่ในตลาด กลับพบว่ายังขาดพันธุ์ที่เหมาะสมกับอากาศเย็นและมีความสามารถในการต้านทานโรคได้ดี<br>&nbsp; &nbsp;เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกเมลอนได้ในช่วง ปลายฤดูใบไม้ร่วงถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ จึงมีการพัฒนาเมลอนพันธุ์ใหม่ที่ ให้ผลผลิตดี ทนต่อโรคราน้ำค้าง และเจริญเติบโตแข็งแรง โดยใช้ เทคนิคการปรับปรุงพันธุ์แบบผสมข้ามสายพันธุ์ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2010 ผ่านการคัดเลือกสาย</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/03/74120f03f6b763ee097467dd0acd7da3.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>36</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 4 มี.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72227</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ในขณะที่หลายประเทศเร่งพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model - LLM) ไต้หวันก็เดินหน้าพัฒนาโครงการ "TAIDE" (Trustworthy AI Dialogue Engine - เครื่องยนต์สนทนา AI ที่เชื่อถือได้) โดย หลี่อวี้เจี๋ย(李育杰) ผู้รับผิดชอบโครงการกล่าวว่า ทรัพยากรของไต้หวันมีจำกัด การให้บริการสาธารณะในวงกว้างมีต้นทุนสูง และไม่สามารถพึ่งพารัฐบาลได้เพียงอย่างเดียวเพื่อผลักดัน AI สู่ระบบสาธารณะ อย่างไรก็ตาม TAIDE อาจสามารถนำไปใช้ใน การสอนภาษาจีน การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และสาขาเฉพาะอื่น ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ<br>&nbsp; &nbsp;โครงการ TAIDE เริ่มขึ้นในเดือนเมษายน ปี 2023 โดยมีเป้าหมาย พัฒนาโมเดล AI แบบโอเพนซอร์สที่เน้นภาษาจีนตัวเต็ม และผสานองค์ประกอบของภาษา ค่านิยม และวัฒนธรรมของไต้หวัน เพื่อสร้าง AI ที่สามารถสะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งในการเสวนา "แนวโน้ม AI: อธิปไตย AI สู่การใช้งานจริง" ซึ่งจัดโดย สำนักข่าวกลางไต้หวัน (CNA) มีผู้เชี่ยวชาญด้าน AI หลายคนร่วมแบ่งปันมุมมอง เช่น หลี่อวี้เจี๋ย นักวิจัยจาก Academia Sinica ผู้เชี่ยวชาญด้านอัลกอริธึมแมชชีนเลิร์นนิง หวงฮั่นซวน(黃瀚萱) นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ข้อมูล Academia Sinica เซียวจิ่งเติง(蕭景燈) ซีอีโอของบริษัทสตาร์ทอัพ Thuniverse AI<br>&nbsp; &nbsp;หลี่อวี้เจี๋ยกล่าวถึงการแข่งขันของจีนในการพัฒนาโมเดล AI โดยยกตัวอย่าง DeepSeek ซึ่งอ้างว่าสามารถฝึกโมเดลได้ด้วยงบไม่ถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.97 พันล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่) ซึ่งถูกกว่าของ OpenAI อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังของความสำเร็จนี้คือ ต้นทุนด้านบุคลากรที่สูงมาก และความทุ่มเทของวิศวกรที่ปรับปรุงทุกขั้นตอนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด<br>&nbsp; &nbsp;หวงฮั่นซวน ชี้ว่า แม้ว่าโมเดลภาษาขนาดใหญ่จะก้าวหน้ามาก แต่ยังมีจุดอ่อนใน ด้านการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เช่น การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และการเขียนโปรแกรม ซึ่งแตกต่างจากโมเดลที่เน้นการสร้างภาษาจากความรู้สึก (Language Intuition) ซึ่ง OpenAI ได้พัฒนา โมเดล o1 ซึ่งมีความสามารถในการใช้เหตุผลที่ซับซ้อนสูงกว่ารุ่นก่อนหน้า เช่น GPT-4 และเข้าใกล้ระดับผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น อย่างไรก็ตาม โมเดลเหล่านี้ยังคงมีข้อจำกัดในการประมวลผล ภาษาต่าง ๆ นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ไต้หวันควรพิจารณา<br>&nbsp; &nbsp;ปัจจุบัน จีนมีบทบาทสำคัญในวงการ AI โดยเฉพาะในด้านประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) ซึ่งมีสัดส่วน 40% ของงานวิจัยระดับนานาชาติ อย่างไรก็ตาม การใช้โมเดลจากจีนอาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น การส่งข้อมูลและการจัดการข้อมูลที่อ่อนไหว<br>&nbsp; &nbsp;หวงฮั่นซวนยังกล่าวถึงแผนของไต้หวันในการ พัฒนารูปแบบการใช้ข้อมูล AI ใหม่ ๆ โดยกระทรวงดิจิทัลของไต้หวันกำลังพิจารณาเปิดให้ใช้ ข้อมูลข่าวสารและสื่อวิดีโอ ในการฝึกโมเดล เพื่อให้ AI ของไต้หวันสามารถรองรับการใช้งานแบบ "มัลติโหมด" (Multimodal) ได้ดีขึ้นในอนาคต<br>&nbsp; &nbsp;สรุป : แม้ว่าไต้หวันจะไม่มีทรัพยากรมหาศาลเหมือนประเทศมหาอำนาจ แต่สามารถใช้ กลยุทธ์การพัฒนา AI เฉพาะทาง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และสร้างความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก โดย TAIDE อาจเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดัน AI ที่สะท้อนอัตลักษณ์และตอบสนองความต้องการในท้องถิ่นของไต้หวัน<br>&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72227</guid>
      <pubDate>Tue, 04 Mar 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/04/20250304_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36038400" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 4 มี.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 4 มี.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ในขณะที่หลายประเทศเร่งพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model - LLM) ไต้หวันก็เดินหน้าพัฒนาโครงการ "TAIDE" (Trustworthy AI Dialogue Engine - เครื่องยนต์สนทนา AI ที่เชื่อถือได้) โดย หลี่อวี้เจี๋ย(李育杰) ผู้รับผิดชอบโครงการกล่าวว่า ทรัพยากรของไต้หวันมีจำกัด การให้บริการสาธารณะในวงกว้างมีต้นทุนสูง และไม่สามารถพึ่งพารัฐบาลได้เพียงอย่างเดียวเพื่อผลักดัน AI สู่ระบบสาธารณะ อย่างไรก็ตาม TAIDE อาจสามารถนำไปใช้ใน การสอนภาษาจีน การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และสาขาเฉพาะอื่น ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ<br>&nbsp; &nbsp;โครงการ TAIDE เริ่มขึ้นในเดือนเมษายน ปี 2023 โดยมีเป้าหมาย พัฒนาโมเดล AI แบบโอเพนซอร์สที่เน้นภาษาจีนตัวเต็ม และผสานองค์ประกอบของภาษา ค่านิยม และวัฒนธรรมของไต้หวัน เพื่อสร้าง AI ที่สามารถสะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งในการเสวนา "แนวโน้ม AI: อธิปไตย AI สู่การใช้งานจริง" ซึ่งจัดโดย สำนักข่าวกลางไต้หวัน (CNA) มีผู้เชี่ยวชาญด้าน AI หลายคนร่วมแบ่งปันมุมมอง เช่น หลี่อวี้เจี๋ย นักวิจัยจาก Academia Sinica ผู้เชี่ยวชาญด้านอัลกอริธึมแมชชีนเลิร์นนิง หวงฮั่นซวน(黃瀚萱) นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ข้อมูล Academia Sinica เซียวจิ่งเติง(蕭景燈) ซีอีโอของบริษัทสตาร์ทอัพ Thuniverse AI<br>&nbsp; &nbsp;หลี่อวี้เจี๋ยกล่าวถึงการแข่งขันของจีนในการพัฒนาโมเดล AI โดยยกตัวอย่าง DeepSeek ซึ่งอ้างว่าสามารถฝึกโมเดลได้ด้วยงบไม่ถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.97 พันล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่) ซึ่งถูกกว่าของ OpenAI อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังของความสำเร็จนี้คือ ต้นทุนด้านบุคลากรที่สูงมาก และความทุ่มเทของวิศวกรที่ปรับปรุงทุกขั้นตอนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด<br>&nbsp; &nbsp;หวงฮั่นซวน ชี้ว่า แม้ว่าโมเดลภาษาขนาดใหญ่จะก้าวหน้ามาก แต่ยังมีจุดอ่อนใน ด้านการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เช่น การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และการเขียนโปรแกรม ซึ่งแตกต่างจากโมเดลที่เน้นการสร้างภาษาจากความรู้สึก (Language Intuition) ซึ่ง OpenAI ได้พัฒนา โมเดล o1 ซึ่งมีความสามารถในการใช้เหตุผลที่ซับซ้อนสูงกว่ารุ่นก่อนหน้า เช่น GPT-4 และเข้าใกล้ระดับผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น อย่างไรก็ตาม โมเดลเหล่านี้ยังคงมีข้อจำกัดในการประมวลผล ภาษาต่าง ๆ นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ไต้หวันควรพิจารณา<br>&nbsp; &nbsp;ปัจจุบัน จีนมีบทบาทสำคัญในวงการ AI โดยเฉพาะในด้านประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) ซึ่งมีสัดส่วน 40% ของงานวิจัยระดับนานาชาติ อย่างไรก็ตาม การใช้โมเดลจากจีนอาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น การส่งข้อมูลและการจัดการข้อมูลที่อ่อนไหว<br>&nbsp; &nbsp;หวงฮั่นซวนยังกล่าวถึงแผนของไต้หวันในการ พัฒนารูปแบบการใช้ข้อมูล AI ใหม่ ๆ โดยกระทรวงดิจิทัลของไต้หวันกำลังพิจารณาเปิดให้ใช้ ข้อมูลข่าวสารและสื่อวิดีโอ ในการฝึกโมเดล เพื่อให้ AI ของไต้หวันสามารถรองรับการใช้งานแบบ "มัลติโหมด" (Multimodal) ได้ดีขึ้นในอนาคต<br>&nbsp; &nbsp;สรุป : แม้ว่าไต้หวันจะไม่มีทรัพยากรมหาศาลเหมือนประเทศมหาอำนาจ แต่สามารถใช้ กลยุทธ์การพัฒนา AI เฉพาะทาง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และสร้างความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก โดย TAIDE อาจเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดัน AI ที่สะท้อนอัตลักษณ์และตอบสนองความต้องการในท้องถิ่นของไต้หวัน<br>&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/03/7d0e825c0d0953d986ea6d4678a1261a.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>35</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - ผลไม้ขึ้นรายังทานได้ไหม]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72234</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ช่วงนี้มีประเด็นร้อนในโซเชียลเกี่ยวกับร้านเครื่องดื่มเฟรนไชน์ที่ถูกกล่าวหาว่านำมะละกอที่ขึ้นราไปปอกเปลือกแล้วนำมาทำเป็นน้ำผลไม้ปั่นขายให้ลูกค้า ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ทางกองอนามัยกรุงไทเปต้องลงพื้นที่ตรวจสอบร้านหลายสาขาเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา แม้ว่าจะยังไม่พบว่ามีการใช้วัตถุดิบที่ขึ้นรา หรือหมดอายุ แต่ก็พบว่ามีบางสาขา เช่น สาขา Xinyi A8 ไม่สามารถแสดงหลักฐานแหล่งที่มาของมะละกอได้ ทางการจึงให้เวลาแก้ไขปรับปรุุงจนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ขณะที่สาขาสถานีไทเปเมน พบปัญหาเรื่องความสะอาดของช่องระบายอากาศ และต้องแก้ไขภายในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้</p>
<p dir="ltr"></p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;จากเหตุการณ์นี้ ทำให้ชาวไต้หวันหลายคนเกิดความสงสัยและโพสต์ถามบนโซเชียลมิเดียว่า ถ้าหากผลไม้ขึ้นรา แต่ปอกเปลือกออกแล้วจะยังกินได้หรือไม่? ด้าน นพ.จางเจียหมิง (張醫師) ผู้อำนวยการแผนกสูติ-นรีเวชโรงพยาบาลทหารผ่านศึกกรุงไทเป (Taipei Veterans General Hospital) ได้ออกมาตอบว่า จริง ๆ แล้วเชื้อราที่เราเห็นบนผิวของผลไม้นั้นเป็นเพียง "ปลายยอดภูเขาน้ำแข็ง" เพราะแท้จริงแล้ว สปอร์ของเชื้อราและสารพิษของมันได้กระจายเข้าสู่เนื้อของผลไม้ไปแล้ว</p>
<p dir="ltr"><br></p>
<p dir="ltr">ผลไม้ขึ้นรา อย่าปอกเปลือกแล้วกินต่อ! เพราะเชื้อราลามไปทั้งผลแล้ว&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">หลายคนอาจเคยเจอปัญหาซื้อผลไม้มาแล้วลืมกิน พอหยิบออกมาดูพบว่ามีราขึ้นนิดหน่อย เลยคิดว่าหากตัดส่วนที่เสียทิ้งแล้วก็จะสามารถกินต่อได้ แต่ นพ.จาง อธิบายว่า ตัวอย่างเช่น เชื้อรา Penicillium เพนิซิลเลียม หรือราเขียวที่พบได้บ่อยในผลไม้ เชื้อราพวกนี้ไม่ได้อยู่แค่บนผิวเปลือกที่มองเห็น แต่ Mycelium ไมซีเลียมหรือเส้นใยของรา สามารถแทรกซึมเข้าสู่เนื้อผลไม้ได้ลึกกว่าที่คิด หากเรากินเข้าไป ก็เท่ากับรับสารพิษของเชื้อราเข้าสู่ร่างกาย</p>
<p></p>
<p dir="ltr">"Patulin" สารพิษจากเชื้อราทำลายลำไส้และเสี่ยงมะเร็ง!&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">หากพูดถึงสารพิษจากรา Mycotoxin แล้ว ก็ต้องพูดถึง Patulin หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า "棒麴毒素" ซึ่งเป็นสารพิษที่พบได้บ่อยในผลไม้ที่เน่าเสีย โดยเฉพาะแอปเปิ้ล ลูกแพร์ องุ่น และมะละกอที่กำลังเป็นประเด็นในตอนนี้ นพ.จางอธิบายว่า สารพิษชนิดนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ผลไม้เน่าเสีย แต่ยังมีความทนต่อความร้อนสูง ดังนั้น แม้จะนำไปปั่นเป็นน้ำผลไม้ หรือแปรรูปเป็นแยม ก็ยังคงมีสารพิษหลงเหลืออยู่ ซึ่งผลกระทบหากสารพิษนี้เข้าสู่ร่างกาย ได้แก่</p>
<p dir="ltr">- ทำลายระบบลำไส้และกระเพาะอาหาร อาจทำให้เกิดอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">- หากสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและไต&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">- องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) จัดให้ Patulin อยู่ในสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 3&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">เชื้อราบนผลไม้ = กองทัพจุลินทรีย์ที่เรามองไม่เห็น!&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ในความเป็นจริง เบื้อหลังของเชื้อราในผลไม้ไม่ได้มีแค่ชนิดเดียว แต่ยังมี เชื้อรา Penicillium Aspergillus Mucor และ Alternaria ที่อยู่รอบตัวเราทุกวัน โดยเฉพาะ Aspergillus เป็นเชื้อราที่ผลิต Ochratoxin ซึ่งเป็นสารที่ทำลายไต นอกจากนี้ เชื้อรา Aspergillus ยังปล่อยสารพิษ Aflatoxin ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ร้ายแรงที่สุดตัวหนึ่ง การรับสารเหล่านี้เข้าร่างกายเป็นเวลานานสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งตับได้ อีกทั้ง Mucorยังสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในปอดในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งอาจมีความรุนแรงถึงชีวิตได้&nbsp;</p>
<p><br></p>
<p dir="ltr">เก็บผลไม้ในตู้เย็นก็ยังขึ้นราได้!&nbsp;</p>
<p dir="ltr">หลายคนอาจคิดว่าการแช่ผลไม้ในตู้เย็นจะช่วยยืดอายุและป้องกันเชื้อราได้ แต่จริง ๆ แล้ว อุณหภูมิต่ำเพียงช่วย "ชะลอ" การเจริญเติบโตของเชื้อราเท่านั้น หากผลไม้เริ่มมีเชื้อราขึ้นแล้ว ต่อให้แช่ตู้เย็นก็ไม่สามารถกำจัดสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ได้ ดังนั้น ถ้าพบว่าผลไม้ขึ้นรา ควรทิ้งทั้งลูก อย่าเสียดาย</p>
<p></p>
<p dir="ltr">วิธีป้องกัน: เลือกผลไม้ให้ถูกต้อง &amp; เก็บให้ถูกวิธี&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">เลือกซื้ออย่างไร&nbsp;</p>
<p dir="ltr">- เลือกผลไม้ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยช้ำหรือรอยเสียหาย เพราะเชื้อรามักเริ่มก่อตัวจากจุดที่เสียหายบนผลไม้&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">- ซื้อในปริมาณที่พอเหมาะ อย่าซื้อเยอะจนกินไม่หมด&nbsp; อย่าประหยัดเพื่อที่จะซื้อผลไม้จำนวนมากในราคาถูก เพราะหากกินไม่หมดจะขึ้นราได้</p>
<p dir="ltr">เก็บรักษาผลไม้ยังไงให้ไม่ขึ้นรา&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">- เก็บผลไม้ไว้ในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท โดยเฉพาะผลไม้ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบสูง อย่างเช่น มะละกอและองุ่น มักจะเกิดเชื้อราได้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงการเก็บไว้ในพื้นที่อับชื้น</p>
<p dir="ltr">- หากเก็บไว้ในตู้เย็น พึงรู้ไว้ว่าตู้เย็นไม่ใช่ ตู้กันบูด อุณหภูมิที่ต่ำเพียงแค่ช่วยยืดเวลาในการเก็บรักษาและชะลอเวลาการแพร่กระจายของเชื้อราเท่านั้น หากพบว่ามีผลไม้ลูกหนึ่งเริ่มเน่าเสีย ให้รีบแยกออก เพราะเชื้อราสามารถแพร่กระจายไปยังลูกอื่น ๆ ได้&nbsp;&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72234</guid>
      <pubDate>Mon, 03 Mar 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/03/20250303_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24000960" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - ผลไม้ขึ้นรายังทานได้ไหม</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - ผลไม้ขึ้นรายังทานได้ไหม</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ช่วงนี้มีประเด็นร้อนในโซเชียลเกี่ยวกับร้านเครื่องดื่มเฟรนไชน์ที่ถูกกล่าวหาว่านำมะละกอที่ขึ้นราไปปอกเปลือกแล้วนำมาทำเป็นน้ำผลไม้ปั่นขายให้ลูกค้า ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ทางกองอนามัยกรุงไทเปต้องลงพื้นที่ตรวจสอบร้านหลายสาขาเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา แม้ว่าจะยังไม่พบว่ามีการใช้วัตถุดิบที่ขึ้นรา หรือหมดอายุ แต่ก็พบว่ามีบางสาขา เช่น สาขา Xinyi A8 ไม่สามารถแสดงหลักฐานแหล่งที่มาของมะละกอได้ ทางการจึงให้เวลาแก้ไขปรับปรุุงจนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ขณะที่สาขาสถานีไทเปเมน พบปัญหาเรื่องความสะอาดของช่องระบายอากาศ และต้องแก้ไขภายในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/03/9f64a7bea51c013d0ca75b9822ffbb9c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>34</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72239</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องของ &quot;สร้างบ้านสร้างเมืองด้วยไม้ไผ่ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมของชนพื้นเมืองไต้หวัน&quot; เพราะชนพื้นเมืองไต้หวันมีการนำ &ldquo;ไผ่&rdquo; มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันในด้านต่างๆ ตั้งแต่การประกอบอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และที่อยู่อาศัย กล่าวได้ว่า&ldquo;ไผ่&rdquo;มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชนพื้นเมืองไต้หวันอย่างแยกจากกันไม่ได้ โดยเฉพาะการนำไผ่มาใช้สร้างบ้านเรือน ที่ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาทางสถาปัตยกรรมของชนพื้นเมือง ที่สั่งสมมานานนับหลายร้อยปี แต่ยังแฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของชนพื้นเมือง</p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สภาพภูมิศาสตร์และภูมิอากาศของไต้หวันที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของต้นไผ่ ทำให้พบเห็นไผ่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายตั้งแต่ที่ราบไปจนถึงภูเขาสูง ด้วยเหตุนี้ ไม้ไผ่จึงกลายเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายสำหรับชนพื้นเมืองของไต้หวัน ซึ่งในวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของชนพื้นเมืองบางเผ่าผู้ชายจะต้องสานไม้ไผ่มากินอยเป็น ในขณะที่ผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้เรียนรู้วิธีการจักสาน แต่ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว โครงไม้ที่ใช้ในการทำเกษตร โครงไม้ไผ่ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงหอยนางรมที่ใช้ในไต้หวัน รวมถึงดาบไม้จากไม้ไผ่ที่ส่งออกไปยังญี่ปุ่น ล้วนเป็นอุตสาหกรรมไผ่มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของชนพื้นเมืองในไต้หวีน</p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72239</guid>
      <pubDate>Sun, 02 Mar 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/03/02/20250302_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36001920" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องของ &quot;สร้างบ้านสร้างเมืองด้วยไม้ไผ่ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมของชนพื้นเมืองไต้หวัน&quot; เพราะชนพื้นเมืองไต้หวันมีการนำ &ldquo;ไผ่&rdquo; มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันในด้านต่างๆ ตั้งแต่การประกอบอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และที่อยู่อาศัย กล่าวได้ว่า&ldquo;ไผ่&rdquo;มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชนพื้นเมืองไต้หวันอย่างแยกจากกันไม่ได้ โดยเฉพาะการนำไผ่มาใช้สร้างบ้านเรือน ที่ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาทางสถาปัตยกรรมของชนพื้นเมือง ที่สั่งสมมานานนับหลายร้อยปี แต่ยังแฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของชนพื้นเมือง</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/14/dbeb2f5ae51a6725b9ca79e68caecfa2.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>33</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 25 ก.พ.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72260</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ชื่อเสียงของปลาสดจากเขื่อนสือเหมินเป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้เผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดผู้บริโภค รวมถึงปัญหาขาดแคลนพันธุ์ปลา อย่างไรก็ตาม เมื่อคนรุ่นใหม่หวนกลับมายังบ้านเกิดและเข้าร่วมกลุ่มผลิตและจำหน่าย พวกเขาได้ริเริ่มแนวทางใหม่ๆ เช่น การแปรรูปเนื้อปลา และการให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคปลา เพื่อให้ปลาน้ำจืดสามารถเป็นอาหารบนโต๊ะได้อย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ปลาหัวโตเป็นปลาเศรษฐกิจจากเขื่อนสือเหมิน แต่ปัจจุบันเผชิญกับปัญหาขาดแคลนพันธุ์ปลา</p>
<p>&nbsp; &nbsp;สำหรับประวัติความเป็นมาของการจับปลาในเขื่อนสือเหมินนั้นต้องบอกว่า &ldquo;ไม่เหมือนใคร&rdquo; เพราะเป็นอุตสาหกรรมประมงเพียงหนึ่งเดียวใน &ldquo;เขื่อนเก็บน้ำ&rdquo; ของไต้หวัน ซึ่งการจับปลาในเขื่อนสือเหมิน หลายคนอาจสงสัยว่าทำได้อย่างไร เพราะปกติแล้วที่นี่ไม่อนุญาตให้ตกปลา แล้วเหตุใดจึงมีชาวประมงจับปลาภายในเขื่อน? หลิวเหวินเสียง(劉文翔) สมาชิกของกลุ่มผลิตและจำหน่ายปลาซ่งหรือปลาหัวโต รุ่นที่ 2บอกว่า บริเวณที่ตั้งของเขื่อนสือเหมินเดิมเคยเป็นถิ่นอาศัยของชาวฮกเกี้ยน ชาวฮากกา และชนพื้นเมืองไต้หวัน ซึ่งตั้งรกรากอยู่ใกล้แหล่งน้ำ และดำรงชีพด้วยการจับปลาน้ำจืด เช่น ปลาอายุ หรือ เซียงอวี๋ (年魚, 香魚) และตกปลาเพื่อยังชีพ แต่หลังจากรัฐบาลสาธารณรัฐจีนอพยพมายังไต้หวัน ชาวประมงท้องถิ่นได้รวมตัวกันก่อตั้งสมาคมประมงเขตต้าซี อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการก่อสร้างเขื่อนสือเหมิน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่เดิมถูกบังคับให้ย้ายออก และสมาคมประมงต้าซีก็ต้องยุบตัวลง ส่งผลให้ชาวประมงต้องเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมประมงเมืองเถาหยวนแทน<br>&nbsp; &nbsp;เกาหมิง พ่าซัง(高明‧帕桑) เจ้าหน้าที่พิเศษจากสำนักงานเกษตรเมืองเถาหยวน บอกว่า ครัวเรือนที่ถูกบังคับให้ย้ายออกในขณะนั้นสามารถยื่นขออนุญาตทำการประมงต่อไปได้ตามกฎระเบียบ &ldquo;ข้อกำหนดว่าด้วยการจับสัตว์น้ำและปลาในเขื่อนสือเหมิน&rdquo;และต่อมาได้มีการก่อตั้งกลุ่มผลิตและจำหน่ายปลาหัวโต ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มประมงไม่กี่แห่งที่สามารถดำเนินกิจการในเขื่อนเก็บน้ำได้<br>&nbsp; &nbsp;ด้วยประวัติความเป็นมาที่ไม่เหมือนใครนี้ ทำให้ชาวประมงที่เขื่อนสือเหมินต้องทำงานภายใต้ "เจ้านายสองคน" โดยในด้านการจัดจำหน่ายและการอัปเดตอุปกรณ์ทำประมง อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมประมงเมืองเถาหยวน ขณะที่การควบคุมการจับปลา อยู่ในความดูแลของสำนักงานทรัพยากรน้ำภาคเหนือ นอกจากนี้ ชาวประมงยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบการจับปลาและประสานงานกับการดำเนินงานของเขื่อน เช่น เมื่อเขื่อนมีแผนที่จะใช้เรือขุดลอกตะกอน ชาวประมงต้องเร่งเก็บอวนของตนเพื่อป้องกันไม่ให้อวนถูกทำลายโดยเรือขุดลอก</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">การจับปลาในเขื่อนสือเหมินต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบของเขื่อน</p>
<p>&nbsp; &nbsp;การจับปลาในเขื่อนเก็บน้ำจะทำให้เกิดมลภาวะของน้ำในเขื่อนหรือไม่? หลิวเหวินเสียง(劉文翔) สมาชิกของกลุ่มผลิตและจำหน่ายปลาซ่งหรือปลาหัวโต รุ่นที่ 2 ชี้ว่า ตามข้อกำหนดของ "แนวทางการจับปลาในเขื่อนเก็บน้ำสือเหมิน" ชาวประมงสามารถจับปลาได้เฉพาะในพื้นที่ที่กำหนด โดยใช้แหที่มีขนาดช่องตาข่ายใหญ่เพื่อล่าปลาตัวเต็มวัย และห้ามใช้เหยื่ออาหารหรือสารเคมีใด ๆ ซึ่งหมายความว่าปลาเติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติอย่างสมบูรณ์<br>&nbsp; &nbsp;สวีเซิ่งต๋า(徐盛達) หัวหน้ากลุ่มผลิตและจำหน่ายปลาหัวโตกลุ่มที่ 2 บอกว่า เขื่อนเก็บน้ำสือเหมินห้ามเลี้ยงปลาโดยเด็ดขาด มีเพียงหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต เช่น สำนักงานเขตเหนือของการประปาและสมาคมประมงเขตเถาหยวน เท่านั้น ที่สามารถปล่อยพันธุ์ปลาได้ อีกทั้งมีการจำกัดจำนวนชาวประมงที่ได้รับอนุญาตให้จับปลาในเขื่อนเก็บน้ำได้สูงสุดเพียง 72 คน นอกจากนี้ยังมีกฎว่าห้ามชาวประมงฆ่าหรือขายปลาโดยตรงที่ริมเขื่อนกักเก็บน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำปนเปื้อน<br>&nbsp; &nbsp;หลิวเหวินเสียง กล่าวเน้นว่า เนื่องจากคุณภาพน้ำในเขื่อนเก็บน้ำค่อนข้างคงที่ และมีปลาหัวโตช่วยควบคุมคุณภาพน้ำ ดังนั้น ปลาน้ำจืดจากเขื่อนสือเหมินจึงแทบไม่มี "กลิ่นดิน" ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มักเลือกปลาจากเขื่อนเก็บน้ำสือเหมินเพราะมีชื่อเสียงด้านความสดอร่อย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปลาจากอ่างเก็บน้ำสือเหมินจะมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ร้านอาหารที่โฆษณาขายปลาสดจากสือเหมิน บางร้านอาจไม่ได้ใช้ปลาที่จับจากเขื่อนเก็บน้ำจริง ดังนั้น ชาวประมงสือเหมินจึงรวมตัวกันจัดตั้ง กลุ่มผลิตและจำหน่ายปลา โดยบางคนที่เปิดร้านอาหารเองจะแสดงบัตรประจำตัวชาวประมง ไว้ในร้าน เพื่อรับรองว่าใช้วัตถุดิบแท้จากเขื่อนสือเหมิน รวมถึงรับซื้อปลาจากกลุ่มผลิตและจำหน่ายโดยตรง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าได้ลิ้มรส "ปลาจากเขื่อนสือเหมินแท้"</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ปลาที่จับได้จากเขื่อนมีความสดมาก</p>
<p>&nbsp; &nbsp;การจับปลาในเขื่อนสือเหมินอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวด เช่น กำหนดพื้นที่จับปลา ห้ามใช้เหยื่ออาหารหรือสารเคมี และจำกัดจำนวนชาวประมง เพื่อรักษาคุณภาพน้ำและระบบนิเวศ อย่างไรก็ตาม ชาวประมงเผชิญความท้าทาย เช่น จำนวนปลาลดลง เนื่องจากสำนักงานเขตเหนือของการประปาล้มเหลวในการประมูลปล่อยลูกปลา ชาวประมงจึงมีแผนเรียกร้องผ่านแพลตฟอร์มสาธารณะ เพื่อผลักดันให้เพิ่มจำนวนลูกปลาและปรับปรุงช่องทางสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72260</guid>
      <pubDate>Tue, 25 Feb 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/25/20250225_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36009600" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 25 ก.พ.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 25 ก.พ.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ชื่อเสียงของปลาสดจากเขื่อนสือเหมินเป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้เผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดผู้บริโภค รวมถึงปัญหาขาดแคลนพันธุ์ปลา อย่างไรก็ตาม เมื่อคนรุ่นใหม่หวนกลับมายังบ้านเกิดและเข้าร่วมกลุ่มผลิตและจำหน่าย พวกเขาได้ริเริ่มแนวทางใหม่ๆ เช่น การแปรรูปเนื้อปลา และการให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคปลา เพื่อให้ปลาน้ำจืดสามารถเป็นอาหารบนโต๊ะได้อย่างยั่งยืน</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/25/7e37f7bf0b37b2c8d57f9bc2bae70082.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>32</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 25 ก.พ.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72262</link>
      <description><![CDATA[<p>คอมเพรสเซ่อร์แบบแบริ่งแม่เหล็ก(Active Magnetic Bearing Compressor/Chiller) ของสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ITRI) ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในโรงพยาบาลและอาคารธุรกิจ ซึ่งสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับเครื่องทำความเย็นแบบดั้งเดิม&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp;ความต้องการพลังงานทั่วโลกที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกที่รุนแรง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานกลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในปัจจุบัน องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานเป็นหนึ่งในวิธีหลักในการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั่วโลก เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายนี้ ทั่วโลกกำลังเร่งยกระดับพัฒนาด้านการใช้พลังงาน โดยมุ่งลดการพึ่งพาอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสูง และเสริมสร้างการใช้พลังงานทดแทน ในภาวะเช่นนี้ เทคโนโลยีการประหยัดพลังงานของอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสูง เช่น เครื่องปรับอากาศ ได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก<br>&nbsp; &nbsp;จากการคาดการณ์ของ IEK Consulting ในปี 2027 ตลาดอาคารที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Net Zero Buildings) จะมีมูลค่าถึง 109.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงเป็นโอกาสอุตสาหกรรมประหยัดพลังงานจะจะขยายตัวอย่างมาก โดยเฉพาะระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูง เทคโนโลยีการจัดการพลังงาน และมอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง สำหรับไต้หวัน การส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานและการอัพเกรดอุปกรณ์เป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นในการรับมือต่อความท้าทายการลดการปล่อยคาร์บอนทั่วโลกและก้าวไปข้างหน้าในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมในประเทศ<br>&nbsp; &nbsp;เครื่องปรับอากาศเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมากที่สุดในภาคการอยู่อาศัยและอุตสาหกรรม เป็นเป้าหมายสำคัญในการหาวิธีประหยัดพลังงาน สถาบันวิจัยอุตสาหกรรมได้ร่วมมือกับผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศและคอมเพรสเซอร์ชั้นนำในไต้หวัน โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพลังงานกระทรวงเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาเครื่องทำความเย็นแบบแบริ่งแม่เหล็ก และใช้สารทำความเย็นที่ไม่ก่อให้เกิดการปล่อยความร้อนในบรรยากาศ โดยเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบเครื่องปรับอากาศ แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 1,700 กิโลกรัมต่อ TOR (Ton of Refrigeration) &nbsp;และสามารถประหยัดพลังงานได้สูงสุดถึง 60%<br>&nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น มอเตอร์อิเล็กทรอนิกส์แบบเปลี่ยนความเร็ว (EC Motor) ที่สามารถปรับความเร็วและกำลังได้อย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 40%&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp;เทคโนโลยีเหล่านี้ได้รับการนำไปใช้จริงในเครื่องปรับอากาศของแบรนด์ในประเทศ เช่น TECO (東元) และ SAMPO (聲寶) โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเครื่องปรับอากาศได้ระหว่าง 5% ถึง 11% และทำให้มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น รวมทั้งยังสามารถนำไปใช้ในตลาดอื่น ๆ เช่น ศูนย์ข้อมูลที่ใช้พลังงานสูง</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72262</guid>
      <pubDate>Tue, 25 Feb 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/25/20250225_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36036480" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 25 ก.พ.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 25 ก.พ.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #a52a2a;"><strong>คอมเพรสเซ่อร์แบบแบริ่งแม่เหล็ก(Active Magnetic Bearing Compressor/Chiller) ของสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ITRI) ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในโรงพยาบาลและอาคารธุรกิจ ซึ่งสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับเครื่องทำความเย็นแบบดั้งเดิม&nbsp;</strong></span><br>&nbsp; &nbsp;ความต้องการพลังงานทั่วโลกที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกที่รุนแรง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานกลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในปัจจุบัน องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานเป็นหนึ่งในวิธีหลักในการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั่วโลก เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายนี้ ทั่วโลกกำลังเร่งยกระดับพัฒนาด้านการใช้พลังงาน โดยมุ่งลดการพึ่งพาอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสูง และเสริมสร้างการใช้พลังงานทดแทน ในภาวะเช่นนี้ เทคโนโลยีการประหยัดพลังงานของอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสูง เช่น เครื่องปรับอากาศ ได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก<br>&nbsp; &nbsp;จากการคาดการณ์ของ IEK Consulting ในปี 2027 ตลาดอาคารที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Net Zero Buildings) จะมีมูลค่าถึง 109.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงเป็นโอกาสอุตสาหกรรมประหยัดพลังงานจะจะขยายตัวอย่างมาก โดยเฉพาะระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูง เทคโนโลยีการจัดการพลังงาน และมอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง สำหรับไต้หวัน การส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานและการอัพเกรดอุปกรณ์เป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นในการรับมือต่อความท้าทายการลดการปล่อยคาร์บอนทั่วโลกและก้าวไปข้างหน้าในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมในประเทศ<br>&nbsp; &nbsp;เครื่องปรับอากาศเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมากที่สุดในภาคการอยู่อาศัยและอุตสาหกรรม เป็นเป้าหมายสำคัญในการหาวิธีประหยัดพลังงาน สถาบันวิจัยอุตสาหกรรมได้ร่วมมือกับผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศและคอมเพรสเซอร์ชั้นนำในไต้หวัน โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพลังงานกระทรวงเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาเครื่องทำความเย็นแบบแบริ่งแม่เหล็ก และใช้สารทำความเย็นที่ไม่ก่อให้เกิดการปล่อยความร้อนในบรรยากาศ โดยเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบเครื่องปรับอากาศ แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 1,700 กิโลกรัมต่อ TOR (Ton of Refrigeration) &nbsp;และสามารถประหยัดพลังงานได้สูงสุดถึง 60%<br>&nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น มอเตอร์อิเล็กทรอนิกส์แบบเปลี่ยนความเร็ว (EC Motor) ที่สามารถปรับความเร็วและกำลังได้อย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 40%&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp;เทคโนโลยีเหล่านี้ได้รับการนำไปใช้จริงในเครื่องปรับอากาศของแบรนด์ในประเทศ เช่น TECO (東元) และ SAMPO (聲寶) โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเครื่องปรับอากาศได้ระหว่าง 5% ถึง 11% และทำให้มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น รวมทั้งยังสามารถนำไปใช้ในตลาดอื่น ๆ เช่น ศูนย์ข้อมูลที่ใช้พลังงานสูง</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/25/ed05f8f10d51f62036f46893d8d240f9.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>31</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - 3 จุด ประคบร้อน บรรเทาอาการติดเชื้อในลำไส้]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72269</link>
      <description><![CDATA[<p style="text-align: center;">ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงที่เชื้อโนโรไวรัสแพร่ระบาด (Norovirus)&nbsp; ส่งผลให้เกิดโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบได้ง่าย เชื้อนี้ติดต่อได้ง่ายและมีระยะฟักตัวประมาณ 10-50 ชั่วโมง โดยการติดเชื้อมักเกิดจากการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อน การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น การใช้ภาชนะร่วมกัน สัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อ หรือสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน มักพบการแพร่ระบาดในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น มหาวิทยาลัย ร้านอาหาร และโรงแรม&nbsp;&nbsp;<br></p>
<p style="text-align: center;">นายแพทย์หลินซุ่นกู่ (林舜穀)</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายแพทย์หลินซุ่นกู่ (林舜穀) อาจารย์แพทย์แผนจีน โรงพยาบาลไทเปซิตี้ (Taipei City Hospital) สาขาเหรินอ้าย กล่าวว่า อาการท้องร่วง ปวดท้อง ท้องร้อง ท้องอืด และคลื่นไส้ที่เกิดจากโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบหรือการติดเชื้อในลำไส้มีความสัมพันธ์กับม้าม กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ และลำไส้เล็ก การประคบร้อนที่จุดฝังเข็มสามารถปรับลมปราณของม้ามและกระเพาะอาหาร ปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ กระตุ้นพลังหยางและขับความชื้น และช่วยให้กระเพาะอาหารและลำไส้ฟื้นตัวเร็วขึ้น&nbsp;&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;จุดฝังเข็มสำคัญที่ช่วยบรรเทาอาการท้องร่วง ได้แก่ จุดจางเหมิน (章門穴) ซึ่งเป็นจุดของม้าม โดยตั้งอยู่ด้านข้างของหน้าท้องใต้ปลายกระดูกซี่โครงที่ 11 จุดนี้ช่วยกระตุ้นพลังหยางของม้าม ส่งเสริมการเผาผลาญของเหลว และลดการหลั่งสารคัดหลั่งในลำไส้มากเกินไป เนื่องจากม้ามมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย หากม้ามอ่อนแอ ร่างกายจะดูดซึมน้ำได้ไม่ดีและทำให้เกิดอาการท้องร่วง&nbsp;&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;อีกจุดหนึ่งคือ จุดเทียนซู (天樞穴) ซึ่งเป็นจุดของลำไส้ใหญ่ อยู่ห่างจากสะดือออกไปด้านข้างประมาณ 2 นิ้ว จุดนี้ช่วยปรับสมดุลการเคลื่อนไหวของลำไส้ ลดอาการลำไส้เกร็งตัวผิดปกติ และบรรเทาอาการท้องร่วง เนื่องจากลำไส้ใหญ่มีหน้าที่ดูดซึมของเหลวและขับถ่ายอุจจาระ หากลมปราณไหลเวียนไม่ดี อาจส่งผลให้เกิดอาการท้องร่วงหรือท้องผูกได้&nbsp;&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;จุดสำคัญอีกจุดหนึ่งคือ จุดกวนหยวน (關元穴) ซึ่งเป็นจุดของลำไส้เล็ก อยู่บริเวณใต้สะดือประมาณ 3 นิ้ว การประคบร้อนที่จุดนี้ช่วยกระตุ้นพลังหยางของระบบย่อยอาหาร ลดการบีบตัวของลำไส้ และบรรเทาอาการปวดท้องและท้องร้องผิดปกติ เนื่องจากลำไส้เล็กทำหน้าที่ดูดซึมสารอาหาร หากได้รับผลกระทบจากความเย็น อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วงได้&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายแพทย์หลินกล่าวว่า การประคบร้อนที่จุดฝังเข็มเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของลมปราณในลำไส้และกระเพาะอาหาร ช่วยให้ลำไส้ทำงานเป็นปกติ ลดการคัดหลั่งของเหลวมากเกินไป และยังช่วยกระตุ้นพลังหยาง ขับความเย็น และลดการบีบตัวของลำไส้ที่มากเกินไป โดยเฉพาะอาการท้องร่วงที่เกิดจากความเย็นหรือม้ามอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการท้องร่วงรุนแรงแม้รับประทานอาหารเพียงเล็กน้อย ผู้ที่มีอาการปวดท้องรุนแรง ท้องผูก หรือมีอาการถ่ายเป็นเลือด รวมถึงผู้ที่มีไข้สูง ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษา&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;แพทย์ยังเตือนอีกว่า การประคบร้อนที่จุดฝังเข็มสามจุด ใช้สำหรับอาการท้องร่วงที่เกิดจากความเย็นเท่านั้น หากมีอาการท้องร่วงที่เกิดจากการทานอาหารทานอาหารเล็กน้อยก็ท้องเสียไม่หยุด หรือผู้ที่ม้ามและกระเพาะอาหารอ่อนแอ รวมถึงผู้ที่อยู่ในระยะฟื้นตัวจากโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบเฉียบพลัน อาการปวดท้องจะบรรเทาลง แต่ลำไส้ยังคงไวต่อความรู้สึก จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหารประเภทท้องผูก ปวดท้องรุนแรง หรือมีอาการเจ็บท้องอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะผู้ที่มีไข้สูง ถ่ายเป็นเลือด หรือปวดท้องรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาทันที&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><br>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;">อย่างไรก็ดี ขอให้คุณผู้ฟังให้ความใส่ใจด้านสุขอนามัย ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลล้างมือทุกครั้งหลังใช้ห้องน้ำ และก่อนรับประทานหรือเตรียมอาหาร ก็ควรล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ ปรุงอาหารให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72269</guid>
      <pubDate>Mon, 24 Feb 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/24/20250224_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24000960" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - 3 จุด ประคบร้อน บรรเทาอาการติดเชื้อในลำไส้</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - 3 จุด ประคบร้อน บรรเทาอาการติดเชื้อในลำไส้</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p style="text-align: center;">ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงที่เชื้อโนโรไวรัสแพร่ระบาด (Norovirus)&nbsp; ส่งผลให้เกิดโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบได้ง่าย เชื้อนี้ติดต่อได้ง่ายและมีระยะฟักตัวประมาณ 10-50 ชั่วโมง โดยการติดเชื้อมักเกิดจากการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อน การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น การใช้ภาชนะร่วมกัน สัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อ หรือสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน มักพบการแพร่ระบาดในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น มหาวิทยาลัย ร้านอาหาร และโรงแรม&nbsp;&nbsp;<br><img alt="" src="https://th.rti.org.tw/upload/Judy/2025/_2025-02-25_135933.png"></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/25/01b825db7ad8677ea432e428c2bda5f9.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>30</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72274</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวภารกิจพลังความอบอุ่นจากไต้หวันสู่ฟิลิปปินส์ของ 3 องค์กรในไต้หวันได้แก่ 1. ฟาร์มตัวอย่างของทีมผู้เชี่ยวชาญไต้หวัน (Taiwan Technical Mission หรือ TTM) ซึ่งจะช่วยพัฒนาการดำรงชีวิตของเกษตรกรรายย่อยในท้องถิ่นให้ดีขึ้น 2.มูลนิธิช่วยเหลือเด็กและครอบครัวไต้หวัน&nbsp; (Taiwan Fund for Children and Families หรือ TFCF) ประจำฟิลิปปินส์ ที่จะเดินทางไปตามชุมชนต่างๆ เพื่อค้นหาครอบครัวชาวฟิลิปปินส์ที่ต้องการความช่วยเหลือ ไปจนถึงการช่วยเหลือและร่วมกันพัฒนาชุมชน เพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนมีความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;และ 3.&nbsp;มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในฟิลิปปินส์ ที่ลงหลักปักฐานในฟิลิปปินส์มานานกว่า 30 ปี เพื่อช่วยเหลือและรักษาพยาบาลชาวฟิลิปปินส์มาแล้วจำนวนนับไม่ถ้วน คลิกฟังรายการที่นี่</p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72274</guid>
      <pubDate>Sun, 23 Feb 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/23/20250223_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36008640" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวภารกิจพลังความอบอุ่นจากไต้หวันสู่ฟิลิปปินส์ของ 3 องค์กรในไต้หวันได้แก่ 1. ฟาร์มตัวอย่างของทีมผู้เชี่ยวชาญไต้หวัน (Taiwan Technical Mission หรือ TTM) ซึ่งจะช่วยพัฒนาการดำรงชีวิตของเกษตรกรรายย่อยในท้องถิ่นให้ดีขึ้น 2.มูลนิธิช่วยเหลือเด็กและครอบครัวไต้หวัน&nbsp; (Taiwan Fund for Children and Families หรือ TFCF) ประจำฟิลิปปินส์ ที่จะเดินทางไปตามชุมชนต่างๆ เพื่อค้นหาครอบครัวชาวฟิลิปปินส์ที่ต้องการความช่วยเหลือ ไปจนถึงการช่วยเหลือและร่วมกันพัฒนาชุมชน เพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนมีความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;และ 3.&nbsp;มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในฟิลิปปินส์ ที่ลงหลักปักฐานในฟิลิปปินส์มานานกว่า 30 ปี เพื่อช่วยเหลือและรักษาพยาบาลชาวฟิลิปปินส์มาแล้วจำนวนนับไม่ถ้วน <a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/02/23/20250223_2200_1007_th.mp3"><span style="color:#0000cd"><strong>คลิกฟังรายการที่นี่</strong></span></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/14/ebc0377392794a36ac466467cd798d8f.jpeg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>29</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 18 ก.พ.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72295</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ต่อกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นจะเข้าใกล้การผลิตปลาไหลผสมเทียมในเชิงพาณิชย์มากขึ้น เลี่ยวจวิ้นถิง(廖峻廷) ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทลี่เซิง(利生生-AQUAMARINE GREEN BIOTECH CO., LTD.) ซึ่งตั้งอยู่ในสวนเทคโนโลยีการเกษตรของกระทรวงเกษตรในเมืองผิงตง กล่าวด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของไต้หวันที่จะพัฒนาลูกปลาไหลผสมเทียมและฟื้นฟูอุตสาหกรรมการเลี้ยงปลาไหลด้วย โดยชี้ว่า ถ้าสามารถจัดการในขั้นตอนต้นน้ำได้สำเร็จ ก็จะช่วยกระตุ้นการพัฒนาอุตสาหกรรมในขั้นปลายน้ำทั้งหมดให้ขยายตัวตามไปด้วย เขาบอกว่า"นี่คือธุรกิจที่เผาเงินจำนวนมาก" ตลอดเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทางบริษัทได้ลงทุนไปกว่า 1,000 ล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อพัฒนาการเพาะพันธุ์ปลาไหลญี่ปุ่นในระบบผสมเทียม&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">บ. AQUAMARINE GREEN BIOTECH</p>
<p>&nbsp; &nbsp;มีคำถามว่า 10 ปีถือว่ายาวหรือสั้น? ก็ต้องบอกว่า ถ้าเทียบกับญี่ปุ่น ย้อนกลับไปในปี 1973 ญี่ปุ่นสามารถผลิตไข่ปลาไหลที่ได้รับการปฏิสนธิเป็นครั้งแรก และใช้เวลาอีก 29 ปี จนในปี 2002 สามารถเลี้ยงตัวอ่อนไปจนถึงระยะ "ปลาไหลใส" (Glass Eel) และในปี 2010 จึงประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาไหลเทียมจนสามารถเลี้ยงจนโตเต็มวัยได้ครบวงจร และขณะนี้ยังคงเดินหน้าเพื่อลดต้นทุนระยะปลาไหลใสต่อไป ส่วนบริษัทหลี่เซิงที่ก่อตั้งในปี 2013 ยังคงเดินหน้าต่อไปเช่นกัน โดยในปี 2024 สามารถเพาะพันธุ์ลูกปลาไหลผสมเทียมตัวแรกของไต้หวันสำเร็จ และตั้งเป้าลดต้นทุนและผลิตลูกปลาไหลในเชิงพาณิชย์ต่อไปในอนาคตด้วย<br>&nbsp;&nbsp; สำหรับญี่ปุ่นเมื่อปลายปี 2023 ที่ผ่านมา ได้พัฒนาวิธีการที่ทำให้ต้นทุนการเพาะพันธุ์ลูกปลาไหลอยู่ที่ 1,800 เยนต่อตัว แต่หากต้องการทำกำไร ต้นทุนจะต้องลดลงเหลือต่ำกว่า 200 เยน &nbsp;คุณเลี่ยวจวิ้นถิง บอกว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปริมาณการจับลูกปลาไหลในธรรมชาติลดลง ทำให้ราคาลูกปลาไหลอยู่ที่ประมาณ 600 เยนต่อตัว และในช่วงที่จับได้มาก ราคาจะลดลงเหลือเพียง 100 เยนต่อตัว ดังนั้นเป้าหมายระยะยาวของบริษัทลี่เซิงคือการลดต้นทุนให้ต่ำกว่า 100 เยนต่อตัว เพื่อสร้างรูปแบบธุรกิจที่ยั่งยืน เพราะว่าคุณไม่สามารถตั้งสมมติฐานได้ว่าลูกปลาไหลจะขายได้เฉพาะช่วงที่ราคาสูงเท่านั้น แต่หากสามารถลดต้นทุนให้ต่ำกว่า 200 เยนต่อตัวได้ก่อน บริษัทลี่เซิงก็พร้อมจะเริ่มการผลิตลูกปลาไหลในปริมาณมากทันที<br>&nbsp; &nbsp;คุณเลี่ยวจวิ้นถิง อดีตเคยเป็นวิศวกรระดับแนวหน้า เคยทำงานกับ เรียลเทก เซมิคอนดักเตอร์(Realtek Semiconductor) ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบชิปที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของไต้หวัน รวมถึงเคยร่วมงานกับ Actions Semiconductor(炬力)บริษัทในประเทศจีนที่ถือหุ้นใหญ่โดยตระกูลเย่ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักของ Realtek เขายังมีส่วนร่วมในสิทธิบัตรหลายรายการและการบริหารบริษัท และปัจจุบันผู้ถือหุ้นหลักของลี่เซิงส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">คุณเลี่ยวจวิ้นถิง&nbsp; ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทลี่เซิง</p>
<p>&nbsp; &nbsp;คุณเลี่ยวจวิ้นถิง ได้เล่าถึงช่วงเวลาทำงานใน Realtek ว่า เขาเป็นผู้ออกแบบชิปสำหรับเครื่องอ่านการ์ด (Card Reader) และนำทีมจนทำให้ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่ง โดยใช้เวลาเกือบ 10 ปี โดย 8 ปีแรกมุ่งเน้นแต่การวิจัยและพัฒนา ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทำให้เขาและผู้ถือหุ้นยอมรับการลงทุนระยะยาวที่ต้องใช้เงินทุนมหาศาล โดยหวังว่าการวิจัยและพัฒนาจะนำไปสู่ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีและความได้เปรียบในตลาด หลังจากทำงานกับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ถึงสองแห่ง เขาตัดสินใจเกษียณก่อนวัยในช่วงอายุ 40 กว่าๆ เพื่อพิจารณาทิศทางการสร้างธุรกิจใหม่ เขาบอกว่า เมื่อ 10 ปีก่อน มองว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวันจะแข็งแกร่งต่อไป เขาและหุ้นส่วนจึงต้องการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าสูงและสามารถสนับสนุนเศรษฐกิจไต้หวัน นอกเหนือจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสังคม<br>&nbsp;&nbsp; เขาบอกว่า สิ่งที่เหมาะสมสำหรับไต้หวันในการลงทุนคืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ เมื่อรวมกับเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์แล้ว จะสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด และเชื่อว่าแนวโน้มเป็นเช่นนี้ และตอนนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง ซึ่งก่อนก่อตั้งบริษัทหลี่เซิง เขาและทีมงานใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการวิจัยและสำรวจอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพในด้านยาและสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ พวกเขามองว่าการพัฒนายาใหม่ใช้เวลานานเกินไป ต้องใช้เงินทุนมหาศาล ซึ่งนักลงทุนจำนวนน้อยไม่สามารถรองรับได้ ขณะที่อุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์มีบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติหลายแห่งครอบครองทั้งเทคโนโลยีและเงินทุน ทำให้การแข่งขันยากมาก และการวิจัยเกี่ยวกับสัตว์บกในหลายประเทศค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว อีกทั้งไต้หวันก็มีพัฒนาการที่ดีเช่นกัน ดังนั้น พวกเขาจึงหันไปให้ความสนใจกับสัตว์น้ำแทน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ปลาไหลสายพันธุ์ญี่ปุ่น</p>
<p>&nbsp; &nbsp;คุณเลี่ยวจวิ้นถิง กำหนดเกณฑ์สำคัญสองข้อสำหรับการลงทุน ได้แก่ ตลาดต้องใหญ่พอ และต้องมีอุปสรรคในการเข้าถึงสูงพอ อุปสรรคที่สูงช่วยลดการแข่งขันเกินควร ในขณะที่อุตสาหกรรมการประกอบและผลิตอิเล็กทรอนิกส์มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ เพราะอุปสรรคในการเข้าสู่อุตสาหกรรมค่อนข้างต่ำ ทำให้มีคู่แข่งจำนวนมาก ส่วนตลาดที่ใหญ่ หมายถึงโอกาสในการสร้างมูลค่าที่สูง เขาบอกว่า ตลาดปลาน้ำจืดส่วนใหญ่เป็นตลาดระดับภูมิภาค ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วถูกตัดออกไป ยกเว้นปลาน้ำจืดบางชนิดที่อาจพัฒนาเป็นธุรกิจข้ามชาติ เช่น ปลาไนล์ทิลาเปีย หรือปลานิลไต้หวัน ซึ่งอุตสาหกรรมนี้มีการพัฒนาอย่างเต็มที่แล้ว หากเปรียบเทียบกับปลาน้ำจืด สัตว์น้ำในทะเลมีหลายชนิดที่สามารถตอบสนองตลาดสากลได้ เขาตั้งคำถามว่า ตลาดปลาทูน่าและปลาแซลมอนใหญ่ไหม? เขาตอบว่า &ldquo;ใหญ่มาก&rdquo; แล้วล็อบสเตอร์มีตลาดขนาดใหญ่ไหม? เขาตอบว่า &ldquo;มี&rdquo; ส่วนปลาไหลก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นปลาน้ำจืด แต่แท้จริงแล้วเป็นปลาที่อพยพไปเติบโตในทะเล ดังนั้น การเพาะพันธุ์ปลาไหลด้วยการผสมเทียมจึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของไต้หวัน ซึ่งเป็นการเดินตามรอยความสำเร็จของญี่ปุ่นในการพัฒนาธุรกิจสัตว์น้ำขั้นสูง<br>&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72295</guid>
      <pubDate>Tue, 18 Feb 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/18/20250218_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36031680" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 18 ก.พ.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 18 ก.พ.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ต่อกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นจะเข้าใกล้การผลิตปลาไหลผสมเทียมในเชิงพาณิชย์มากขึ้น เลี่ยวจวิ้นถิง(廖峻廷) ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทลี่เซิง(利生生-AQUAMARINE GREEN BIOTECH CO., LTD.) ซึ่งตั้งอยู่ในสวนเทคโนโลยีการเกษตรของกระทรวงเกษตรในเมืองผิงตง กล่าวด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของไต้หวันที่จะพัฒนาลูกปลาไหลผสมเทียมและฟื้นฟูอุตสาหกรรมการเลี้ยงปลาไหลด้วย โดยชี้ว่า ถ้าสามารถจัดการในขั้นตอนต้นน้ำได้สำเร็จ ก็จะช่วยกระตุ้นการพัฒนาอุตสาหกรรมในขั้นปลายน้ำทั้งหมดให้ขยายตัวตามไปด้วย เขาบอกว่า"นี่คือธุรกิจที่เผาเงินจำนวนมาก" ตลอดเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทางบริษัทได้ลงทุนไปกว่า 1,000 ล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อพัฒนาการเพาะพันธุ์ปลาไหลญี่ปุ่นในระบบผสมเทียม&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/17/99e9cecbf39617a34db24c5dccbdf883.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>28</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 18 ก.พ.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72297</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;งาน "Xponential Europe 2025" มหกรรมยานไร้คนขับและระบบอัตโนมัติทางทะเล บก และอากาศแห่งยุโรป เปิดฉากขึ้นในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2025 ที่ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี เพื่อนำเสนอโอกาสการใช้งานอากาศยานไร้คนขับในอนาคตของยุโรป&nbsp;<br>&nbsp;&nbsp; ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม AI ยานไร้คนขับแห่งเอเชียในเมืองเจียอี้ และสมาคมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไต้หวัน จะร่วมมือกับ 15 บริษัทไต้หวันเข้าร่วมงานครั้งนี้ &nbsp;<br>&nbsp;&nbsp; งานนี้เป็นงานแสดงเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับระดับเรือธง ซึ่งจัดขึ้นในยุโรปเป็นครั้งแรก ภายใต้การบริหารของ Messe D&uuml;sseldorf GmbH โดยมีบริษัทจาก 28 ประเทศทั่วโลก รวมเกือบ 170 บริษัทเข้าร่วม &nbsp;<br>&nbsp;&nbsp; ระหว่างวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ งานนี้จะนำเสนอระบบยานไร้คนขับและระบบอัตโนมัติใหม่ล่าสุดในยุโรป ครอบคลุม ยานอัตโนมัติทุกประเภท ตั้งแต่ อากาศ, ภาคพื้นดิน, ทางน้ำ ไปจนถึงอวกาศ ตลอดจนการจัดแสดงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ, การเคลื่อนที่อัตโนมัติ และหุ่นยนต์&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ยังมีเวทีสัมมนาเชิงลึก เพื่อนำเสนอและถกประเด็นเกี่ยวกับโอกาสการใช้งานอากาศยานไร้คนขับในยุโรปในอนาคต<br>&nbsp; &nbsp;งานแสดงครั้งนี้ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่ แพลตฟอร์มวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี, อุปกรณ์และวัสดุ, นโยบายและกฎระเบียบ, โครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงาน รวมถึงประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับยานไร้คนขับ &nbsp;จุดเด่นของงานคือ การบูรณาการระบบอัตโนมัติเข้ากับอุตสาหกรรมหนักแบบดั้งเดิม โดยคาดว่าจะมีการนำเสนอแนวคิดนวัตกรรมใหม่ ๆ สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งหนึ่งในผู้ร่วมจัดแสดงที่สำคัญคือ Rheinmetall บริษัทผู้ผลิตอาวุธและเทคโนโลยีป้องกันประเทศรายใหญ่ของเยอรมนี &nbsp;<br>&nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ นับตั้งแต่การรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 การทำสงครามด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้น ทั้งสองฝ่ายใช้โดรนและระบบไร้คนขับในปฏิบัติการรบอย่างแพร่หลาย ขณะที่สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปต่างให้การสนับสนุนทางทหารแก่ยูเครนอย่างต่อเนื่อง เยอรมนีถือเป็นผู้สนับสนุนยูเครนรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะในด้านยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีล้ำสมัย &nbsp;<br>&nbsp;&nbsp; ตัวอย่างเทคโนโลยีไร้คนขับที่น่าจับตามองในงาน HX-2 ซึ่งผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดรนที่พัฒนาโดยสตาร์ทอัพเยอรมัน Helsling , mini-Taurus drones โดรนโจมตีขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อภารกิจพิเศษ และ Blue Whale โดรนใต้น้ำที่พัฒนาโดย Thyssenkrupp ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของเยอรมนี ร่วมกับ Israel Aerospace Industries (IAI) ซึ่งความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมและเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเยอรมนีในการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมหนักแบบเดิมไปสู่ยุคของเทคโนโลยีอัจฉริยะ<br>&nbsp; &nbsp;สำหรับประวัติศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม AI ยานไร้คนขับในเจียอี้ เร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและขยายตลาดสู่สากล ด้วยการเข้าร่วมมหกรรมยานไร้คนขับในครั้งนี้ มีประวัติก่อตั้งขึ้นในปี 2022 โดยมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มยานไร้คนขับภายในไต้หวัน ปัจจุบันมีเกือบ 50 องค์กรจากภาคการศึกษาและอุตสาหกรรมเข้าร่วมดำเนินการ &nbsp;โดยศูนย์ฯ ส่งเสริมการใช้งานโดรนให้ใกล้ชิดกับสังคมมากขึ้น ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น &nbsp;การสาธิตและนิทรรศการ, โชว์ศักยภาพของอากาศยานไร้คนขับ, โรงเรียนโดรนและเวิร์กช็อป เพื่อสร้างความเข้าใจด้านเทคโนโลยีในรูปแบบที่สนุกและเข้าถึงได้ง่าย &nbsp;<br>&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72297</guid>
      <pubDate>Tue, 18 Feb 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/18/20250218_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36016320" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 18 ก.พ.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 18 ก.พ.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;งาน "Xponential Europe 2025" มหกรรมยานไร้คนขับและระบบอัตโนมัติทางทะเล บก และอากาศแห่งยุโรป เปิดฉากขึ้นในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2025 ที่ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี เพื่อนำเสนอโอกาสการใช้งานอากาศยานไร้คนขับในอนาคตของยุโรป&nbsp;<br>&nbsp;&nbsp; ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม AI ยานไร้คนขับแห่งเอเชียในเมืองเจียอี้ และสมาคมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไต้หวัน จะร่วมมือกับ 15 บริษัทไต้หวันเข้าร่วมงานครั้งนี้ &nbsp;<br>&nbsp;&nbsp; งานนี้เป็นงานแสดงเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับระดับเรือธง ซึ่งจัดขึ้นในยุโรปเป็นครั้งแรก ภายใต้การบริหารของ Messe D&uuml;sseldorf GmbH โดยมีบริษัทจาก 28 ประเทศทั่วโลก รวมเกือบ 170 บริษัทเข้าร่วม &nbsp;<br>&nbsp;&nbsp; ระหว่างวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ งานนี้จะนำเสนอระบบยานไร้คนขับและระบบอัตโนมัติใหม่ล่าสุดในยุโรป ครอบคลุม ยานอัตโนมัติทุกประเภท ตั้งแต่ อากาศ, ภาคพื้นดิน, ทางน้ำ ไปจนถึงอวกาศ ตลอดจนการจัดแสดงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ, การเคลื่อนที่อัตโนมัติ และหุ่นยนต์&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ยังมีเวทีสัมมนาเชิงลึก เพื่อนำเสนอและถกประเด็นเกี่ยวกับโอกาสการใช้งานอากาศยานไร้คนขับในยุโรปในอนาคต<br>&nbsp; &nbsp;งานแสดงครั้งนี้ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่ แพลตฟอร์มวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี, อุปกรณ์และวัสดุ, นโยบายและกฎระเบียบ, โครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงาน รวมถึงประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับยานไร้คนขับ &nbsp;จุดเด่นของงานคือ การบูรณาการระบบอัตโนมัติเข้ากับอุตสาหกรรมหนักแบบดั้งเดิม โดยคาดว่าจะมีการนำเสนอแนวคิดนวัตกรรมใหม่ ๆ สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งหนึ่งในผู้ร่วมจัดแสดงที่สำคัญคือ Rheinmetall บริษัทผู้ผลิตอาวุธและเทคโนโลยีป้องกันประเทศรายใหญ่ของเยอรมนี &nbsp;<br>&nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ นับตั้งแต่การรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 การทำสงครามด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้น ทั้งสองฝ่ายใช้โดรนและระบบไร้คนขับในปฏิบัติการรบอย่างแพร่หลาย ขณะที่สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปต่างให้การสนับสนุนทางทหารแก่ยูเครนอย่างต่อเนื่อง เยอรมนีถือเป็นผู้สนับสนุนยูเครนรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะในด้านยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีล้ำสมัย &nbsp;<br>&nbsp;&nbsp; ตัวอย่างเทคโนโลยีไร้คนขับที่น่าจับตามองในงาน HX-2 ซึ่งผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดรนที่พัฒนาโดยสตาร์ทอัพเยอรมัน Helsling , mini-Taurus drones โดรนโจมตีขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อภารกิจพิเศษ และ Blue Whale โดรนใต้น้ำที่พัฒนาโดย Thyssenkrupp ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของเยอรมนี ร่วมกับ Israel Aerospace Industries (IAI) ซึ่งความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมและเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเยอรมนีในการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมหนักแบบเดิมไปสู่ยุคของเทคโนโลยีอัจฉริยะ<br>&nbsp; &nbsp;สำหรับประวัติศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม AI ยานไร้คนขับในเจียอี้ เร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและขยายตลาดสู่สากล ด้วยการเข้าร่วมมหกรรมยานไร้คนขับในครั้งนี้ มีประวัติก่อตั้งขึ้นในปี 2022 โดยมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มยานไร้คนขับภายในไต้หวัน ปัจจุบันมีเกือบ 50 องค์กรจากภาคการศึกษาและอุตสาหกรรมเข้าร่วมดำเนินการ &nbsp;โดยศูนย์ฯ ส่งเสริมการใช้งานโดรนให้ใกล้ชิดกับสังคมมากขึ้น ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น &nbsp;การสาธิตและนิทรรศการ, โชว์ศักยภาพของอากาศยานไร้คนขับ, โรงเรียนโดรนและเวิร์กช็อป เพื่อสร้างความเข้าใจด้านเทคโนโลยีในรูปแบบที่สนุกและเข้าถึงได้ง่าย &nbsp;<br>&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/20/21e4b565b99b919095c90896824c193c.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>27</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - OHCA ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนอกโรงพยาบาล]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72304</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ช่วงนี้ที่ไต้หวันสภาพอากาศแปรปรวน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว&nbsp;ซึ่งเรื่องนี้เป็นภัยต่อสุขภาพของมนุษย์&nbsp;โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ ล่าสุดเนื่องจากอากาศหนาวสุดขั้ว&nbsp;ส่งผลให้มีเคสภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนอกโรงพยาบาล (OHCA) เป็นจำนวนมาก&nbsp;หน่วยกู้ภัยและทีมแพทย์ฉุกเฉินต้องทำงานกันอย่างหนัก&nbsp; จากรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน มีการระบุว่า ภาวะอากาศหนาวหรือร้อนจัดนั้นเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหัวใจมากกว่าที่จะทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และจากสถิติพบว่า คนที่อาศัยอยู่นอกเมืองได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วมากกว่าคนที่อยู่ในเมืองอีกด้วย&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายแพทย์ สวีจั่นหยาง (徐展陽) แพทย์ศัลยกรรมหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลฉือจี้ กรุงไทเป ได้ออกมาชี้ว่า ช่วงเวลาหลังจากที่หัวใจหยุดเต้นก่อนจะถึงโรงพยาบาลนั้นสำคัญมาก โดยเฉพาะ 20 นาทีแรก เพราะถ้าสมองขาดออกซิเจนนานเกินไป อาจทำให้เกิดความเสียหายถาวร ดังนั้น ถ้ามีใครล้มหมดสติไปจากภาวะนี้ คนรอบข้างควรรีบช่วยทำ CPR (การกดหน้าอกช่วยฟื้นคืนชีพ) ทันที และหากมีเครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ด้วย ก็จะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตขึ้นไปอีก&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p></p>
<p>วิธีทำ CPR ง่ายๆ&nbsp;&nbsp;ที่ควรท่องจำไว้คือ "叫叫CABD"</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>1. "叫" แรก &ndash; เรียกและตรวจสอบดูว่าผู้ป่วยยังมีสติและหายใจอยู่ไหม&nbsp;</p>
<p>2. "叫" ที่สอง &ndash; เรียกขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง และโทรแจ้ง 119&nbsp;</p>
<p>3. ส่วน CABD&nbsp; ได้แก่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>C (Compression) &ndash; การกดหน้าอก</p>
<p>การกดหน้าอกช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนอีกครั้งในผู้ที่หมดสติหรือต้องการกู้ชีพ เริ่มต้นโดยให้ผู้ป่วยนอนราบบนพื้นแข็ง จากนั้นผู้ช่วยเหลือนั่งคุกเข่าข้างลำตัวผู้ป่วย วางส้นมือข้างหนึ่งบริเวณครึ่งล่างของกระดูกหน้าอก และวางมืออีกข้างทับประสานกัน แขนทั้งสองเหยียดตรง ตั้งฉากกับหน้าอกผู้ป่วย แล้วเริ่มกดหน้าอกให้ลึกอย่างน้อย 2 นิ้ว ด้วยอัตราไม่ต่ำกว่า 100 ครั้งต่อนาที โดยออกแรงกดให้สม่ำเสมอทุกครั้ง&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>A (Airway) &ndash; เปิดทางเดินหายใจ</p>
<p>การเปิดทางเดินหายใจมีความสำคัญ เนื่องจากผู้ที่หมดสติอาจมีภาวะโคนลิ้นหรือกล่องเสียงอุดกั้นทางเดินหายใจ หากไม่มีอาการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังบริเวณคอ ควรใช้วิธียกขากรรไกร (Jaw Thrust) โดยให้ผู้ช่วยเหลืออยู่ด้านบนศีรษะของผู้ป่วย แล้วใช้มือทั้งสองข้างดึงขากรรไกรขึ้น เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>B (Breathing) &ndash; ช่วยหายใจ (ถ้าทำได้)</p>
<p>การช่วยหายใจด้วยวิธีเป่าปากช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอ และช่วยขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เริ่มต้นโดยใช้มือข้างหนึ่งปิดจมูกผู้ป่วย อีกข้างหนึ่งเชยคางขึ้น จากนั้นเป่าลมเข้าทางปากเป็นเวลาประมาณ 1 วินาที และสังเกตหน้าอกของผู้ป่วย หากเห็นว่าหน้าอกขยายแสดงว่าลมเข้าไปในปอดได้สำเร็จ&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>D (Defibrillation) &ndash; ใช้เครื่อง AED หากมี</p>
<p>หากมีเครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ควรนำมาใช้โดยเร็วที่สุด ทำตามคำแนะนำของเครื่องเพื่อช่วยให้หัวใจกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติ&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; นายแพทย์สวี เล่าว่า คนไต้หวันยินดีทำ CPR ให้คนในครอบครัวหรือคนที่รู้จักกัน แต่ถ้าเป็นคนแปลกหน้า บางคนอาจมีการลังเล เพราะกลัวว่าจะมีปัญหาทางกฎหมาย ต่างจากฝั่งยุโรปและอเมริกาที่คนทั่วไปกล้าลงมือช่วยเหลือมากกว่า&nbsp;ความจริงแล้ว ไต้หวันก็มีกฎหมายคุ้มครองคนที่ช่วยชีวิตผู้อื่นเหมือนกัน กฎหมายนี้เรียกว่า หลักการให้ความคุ้มครองทางกฎหมายกับผู้ช่วยเหลือ เรียกว่า Good Samaritan laws หรือกฎหมายผู้ที่มีใจกุศล เพื่อคุ้มครองบุคคลที่สามให้เกิดความแน่ใจว่า จะไม่ถูกฟ้องกลับหากเข้าไปแทรกแซงสถานการณ์ ซึ่งอยู่ใน กฏหมายการแพทย์ฉุกเฉิน มาตรา 14-2 ที่ระบุไว้ว่า หากประชาชนช่วยเหลือคนที่หมดสติ โดยใช้เครื่องมือหรือทำการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน จะไม่ต้องรับผิดชอบทางแพ่งหรือทางอาญา</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;คุณหลิวอวี้ชิง (劉玉菁) รองอธิบดีกรมการแพทย์ฉุกเฉินของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ได้ออกมายืนยันว่า จนถึงปัจจุบัน ไม่เคยมีกรณีที่ประชาชนช่วย CPR ให้คนแปลกหน้าแล้วถูกฟ้องร้องเลยเพราะแบบนี้ ทางหน่วยงานของรัฐจึงพยายามร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลมากขึ้น เช่น การให้ความรู้ CPR ตามสถานีรถไฟใต้ดิน เพื่อให้คนทั่วไปได้เรียนรู้ในขณะที่รอรถไฟ&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72304</guid>
      <pubDate>Mon, 17 Feb 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/17/20250217_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24062400" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - OHCA ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนอกโรงพยาบาล</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - OHCA ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนอกโรงพยาบาล</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ช่วงนี้ที่ไต้หวันสภาพอากาศแปรปรวน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว&nbsp;ซึ่งเรื่องนี้เป็นภัยต่อสุขภาพของมนุษย์&nbsp;โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ ล่าสุดเนื่องจากอากาศหนาวสุดขั้ว&nbsp;ส่งผลให้มีเคสภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนอกโรงพยาบาล (OHCA) เป็นจำนวนมาก&nbsp;หน่วยกู้ภัยและทีมแพทย์ฉุกเฉินต้องทำงานกันอย่างหนัก&nbsp; จากรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน มีการระบุว่า ภาวะอากาศหนาวหรือร้อนจัดนั้นเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหัวใจมากกว่าที่จะทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และจากสถิติพบว่า คนที่อาศัยอยู่นอกเมืองได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วมากกว่าคนที่อยู่ในเมืองอีกด้วย&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/18/34e2af714d5e739f3c0f0ffb401f0fb3.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>26</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72309</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับห้าง Outlet ยอดนิยม 9 แห่งในไต้หวันที่คนไต้หวันโหวตแล้วว่าน่าไปเดินชอปปิ้งมากที่สุด ปกติแล้วหากเราเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศและต้องการจะชอปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมในราคาย่อมเยาก็จะต้องนึกถึงห้าง&nbsp;Outlet ซึ่งเป็นสถานที่รวมรวบสินค้าแบรนด์ต่างๆ ไว้ด้วยกัน โดยสินค้าเหล่านี้นอกจากจะมีราคาถูกกว่าสินค้าที่วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าทั่วไปกว่า 50% แล้ว ก็ยังสามารถหย่อนภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวได้ด้วย ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาไต้หวันก็มีการสร้างห้าง&nbsp;Outlet ใน 6 นครเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะห้าง&nbsp;Outlet นอกจากจะช่วยกระตุ้นการซื้อสินค้าของคนในท้องถิ่นแล้ว ก็ยังเป็นสถานที่ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยให้เดินทางไปจับจ่ายใช้สอยได้ด้วย คลิกฟังรายการที่นี่</p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=72309</guid>
      <pubDate>Sun, 16 Feb 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/16/20250216_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36003840" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับห้าง Outlet ยอดนิยม 9 แห่งในไต้หวันที่คนไต้หวันโหวตแล้วว่าน่าไปเดินชอปปิ้งมากที่สุด ปกติแล้วหากเราเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศและต้องการจะชอปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมในราคาย่อมเยาก็จะต้องนึกถึงห้าง&nbsp;Outlet ซึ่งเป็นสถานที่รวมรวบสินค้าแบรนด์ต่างๆ ไว้ด้วยกัน โดยสินค้าเหล่านี้นอกจากจะมีราคาถูกกว่าสินค้าที่วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าทั่วไปกว่า 50% แล้ว ก็ยังสามารถหย่อนภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวได้ด้วย ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาไต้หวันก็มีการสร้างห้าง&nbsp;Outlet ใน 6 นครเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะห้าง&nbsp;Outlet นอกจากจะช่วยกระตุ้นการซื้อสินค้าของคนในท้องถิ่นแล้ว ก็ยังเป็นสถานที่ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยให้เดินทางไปจับจ่ายใช้สอยได้ด้วย <a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/02/16/20250216_2200_1007_th.mp3"><span style="color:#ff0000"><strong>คลิกฟังรายการที่นี่</strong></span></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/14/089cf141b1bfa0fa3f3723921390f4a4.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>25</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 11 ก.พ.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64861</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ในช่วงนี้ กล้วยหอมในไต้หวันมีปริมาณลดลงอย่างมาก เหลือเพียง 30% ของผลผลิตปกติ เนื่องจากเมื่อปีที่แล้ว ไต้หวันต้องเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นหลายระลอก ไล่ตั้งแต่ ไต้ฝุ่นแคมี ไต้ฝุ่นกระท้อน และไต้ฝุ่นกองเร็ย แต่ละลูกพัดกระหน่ำสร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไม่เพียงแต่กล้วยหอมเท่านั้น พายุยังสร้างความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตรในภาคใต้ของไต้หวันอย่างมหาศาล โดยเฉพาะ แหล่งปลูกกล้วยหอมสำคัญในภาคกลางและภาคใต้ เช่น เกาสงและผิงตง ที่ผลผลิตลดลงถึง 70% หากสภาพอากาศในไต้หวันปกติ ผลผลิตเข้าสู่ภาวะปกติ คงต้องรอถึงช่วงเดือนมิถุนายนแล้ว</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">กล้วยหอมที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ต&nbsp;นน.600 กรัม/75 NTD.</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">กล้วยหอมที่ขายในร้านผลไม้ นน.600 กรัม/69 NTD.</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ดังนั้น รายการ "ที่นี่ไต้หวัน" ในครั้งนี้จึงขอพาทุกท่านมารู้จักกับการปลูก กล้วยหอมทองของอำเภอสร้างคอม ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์เด่นประจำหมู่บ้านที่สร้างรายได้เป็นอย่างดี<br>&nbsp; &nbsp;คุณสมสมัยเล่าว่า ในช่วงแรกของการปลูก ทางเกษตรอำเภอได้นำพันธุ์กล้วยหอมทองจากจังหวัดปทุมธานีมาให้ทดลองปลูก โดยในตอนแรกมีเพียงไม่กี่ครัวเรือนที่ปลูก แต่เมื่อความต้องการในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคเป็นผลไม้สด หรือแปรรูปเป็นกล้วยฉาบ ล้วนรสชาติอร่อย จึงมีการชักชวนให้คนในหมู่บ้านขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้น</p>
<p>&nbsp; &nbsp;กล้วยหอมทองสร้างคอม มีผลใหญ่ รสชาติหอมหวาน เนื้อแน่น ไม่เละ และที่สำคัญ ปลอดสารเคมี ทำให้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีพ่อค้ามารับซื้อถึงหมู่บ้าน โดยราคาปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ขายเพียง กิโลกรัมละ 15-18 บาท ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น กิโลกรัมละ 30 บาท โดยหนึ่งหวีมีน้ำหนักประมาณ 1.7-3 กิโลกรัม หรือคิดเป็นหวีละเกือบ 100 บาท และหากส่งต่อไปขายปลีก ราคาจะพุ่งขึ้นไปถึง กิโลกรัมละ 60 บาท แต่ถ้าวางขายในแผงของหมู่บ้าน ตกหวีละ 65-85 บาท<br>&nbsp; &nbsp;ปัจจุบันมี 10 ครอบครัวในหมู่บ้านที่ปลูกกล้วยหอมทอง แต่ด้วยความต้องการที่สูง ทำให้ผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย หากคุณผู้ฟังที่อยู่ในประเทศไทยสนใจปลูกกล้วยหอมทองจากอำเภอสร้างคอม สามารถติดต่อคุณสมสมัยได้ เพราะมีหน่อกล้วยหอมทองจำหน่ายด้วยนะคะ&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">กล้วยหอมทองสวนศิริจันทร์ที่พร้อมส่งขาย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">หน่ออ่อนกล้วยหอมทองสวนศิริจันทร์พร้อมส่งขาย</p>
<p>รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถรับฟังจากรายการหรือชมผ่าน YouTube ได้เลยค่ะ<br>&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64861</guid>
      <pubDate>Tue, 11 Feb 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/11/20250211_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36011520" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 11 ก.พ.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 11 ก.พ.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ในช่วงนี้ กล้วยหอมในไต้หวันมีปริมาณลดลงอย่างมาก เหลือเพียง 30% ของผลผลิตปกติ เนื่องจากเมื่อปีที่แล้ว ไต้หวันต้องเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นหลายระลอก ไล่ตั้งแต่ ไต้ฝุ่นแคมี ไต้ฝุ่นกระท้อน และไต้ฝุ่นกองเร็ย แต่ละลูกพัดกระหน่ำสร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไม่เพียงแต่กล้วยหอมเท่านั้น พายุยังสร้างความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตรในภาคใต้ของไต้หวันอย่างมหาศาล โดยเฉพาะ แหล่งปลูกกล้วยหอมสำคัญในภาคกลางและภาคใต้ เช่น เกาสงและผิงตง ที่ผลผลิตลดลงถึง 70% หากสภาพอากาศในไต้หวันปกติ ผลผลิตเข้าสู่ภาวะปกติ คงต้องรอถึงช่วงเดือนมิถุนายนแล้ว</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/04/06c998d7ce8b36ad375922b2386bfe71.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>24</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 11 ก.พ.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64862</link>
      <description><![CDATA[<p>แก้ปัญหาการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานความร้อนใต้พิภพ บริษัทเทคไต้หวันรุกตลาดกักเก็บพลังงาน<br>&nbsp;&nbsp; &nbsp;ไต้หวันกำลังเผชิญปัญหาการจำกัดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเช่นเดียวกับยุโรป เนื่องจากปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินความต้องการหรือระบบไม่สามารถรองรับได้ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้ Blade Hydrogen Technology Co., Ltd. ได้วางแผนเข้าสู่ตลาดกักเก็บพลังงานผ่าน "โมดูลอิเล็กโทรไลซิสผลิตไฮโดรเจน" ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียนหลายภาคส่วน โดยบริษัทเป็นสตาร์ทอัพแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ของไต้หวัน และถือครองสิทธิบัตรเกี่ยวกับเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ปัจจุบัน รายได้หลักมาจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ซึ่งจำหน่ายให้แก่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น เซมิคอนดักเตอร์และปิโตรเคมี<br>&nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตาม ความต้องการเครื่องกำเนิดไฟฟ้าย่อมถึงจุดอิ่มตัวในวันหนึ่ง บริษัทจึงคำนึงถึงปัญหาการจำกัดการผลิตไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นจากการผลิตพลังงานหมุนเวียน และเตรียมเข้าสู่ตลาดกักเก็บพลังงาน<br>&nbsp; &nbsp;สำหรับ Blade Hydrogen Technology นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่อย่างใด ประธานบริษัท หลี่จวินหาน(李鈞函) อธิบายว่า หลักการทำงานของเซลล์เชื้อเพลิงคือการใช้ไฮโดรเจนทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศเพื่อผลิตไฟฟ้าและน้ำ ในทางกลับกัน หากมีไฟฟ้าและน้ำ ก็สามารถเปลี่ยนน้ำกลับไปเป็นไฮโดรเจนและออกซิเจนได้ นั่นหมายความว่า "อิเล็กโทรไลซิสผลิตไฮโดรเจน" และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงล้วนพัฒนาบนพื้นฐานของเทคโนโลยีเดียวกัน<br>&nbsp; &nbsp;ภายหลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานของยุโรป ปัญหาพลังงานหมุนเวียนล้นเกินทวีความรุนแรงขึ้น หลายประเทศถึงขั้นเกิด ราคาค่าไฟฟ้าติดลบ (Negative Electricity Prices) ปัญหาการทิ้งไฟฟ้า (curtailment) ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังเกิดขึ้นแล้ว ทำให้แนวคิด "การผลิตไฮโดรเจนผ่านอิเล็กโทรไลซิสจากพลังงานหมุนเวียน" ถูกนำมาใช้เป็นทางออก ซึ่งขณะนี้ Hydrogen Prosperity Green Energy ได้เริ่มผลิตโมดูลอิเล็กโทรไลซิสผลิตไฮโดรเจนในปริมาณเล็กน้อย และส่งออกไปยังผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียนในยุโรปแล้ว<br>&nbsp; &nbsp;พื้นที่ที่มีพลังงานหมุนเวียนอุดมสมบูรณ์ เช่น มองโกเลีย และ ไต้หวัน มีศักยภาพสูงในการใช้เทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนเพื่อจัดการพลังงานส่วนเกิน อย่าง มองโกเลีย สามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในทะเลทรายเพื่อผลิตไฟฟ้า และใช้กระบวนการอิเล็กโทรไลซิสสร้างไฮโดรเจนส่งไปยังเมืองใหญ่อย่างปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ส่วนไต้หวัน เผชิญปัญหาการจำกัดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่ง เนื่องจากต้องใช้สายเคเบิลใต้ทะเลที่มีราคาสูง และอาจเกิดไฟฟ้าส่วนเกินจนต้องหยุดการผลิต<br>&nbsp; &nbsp;ทางออกหนึ่งคือการใช้ "เรือขนส่งไฮโดรเจน" ที่ติดตั้งโมดูลอิเล็กโทรไลซิส ผลิตไฮโดรเจนจากฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่ง และนำกลับมาใช้เป็นพลังงานบนเกาะ ซึ่งช่วยลดการสูญเสียไฟฟ้าและเพิ่มเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า<br>&nbsp; &nbsp;Hydrogen Prosperity Green Energy กำลังเจรจากับผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนหลายประเภท รวมถึงพลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งอาจผลิตไฟฟ้าปริมาณมากในช่วงเวลาสั้น ๆ จนระบบสายส่งของ Taipower ไม่สามารถรองรับได้ นอกจากนี้ พลังงานจากท้องทะเล (Marine Energy) ก็เป็นอีกภาคส่วนที่มีศักยภาพสูง แต่ยังเผชิญกับปัญหา กระแสน้ำคุโรชิโอะ (Kuroshio Current) ซึ่งทำให้การติดตั้งสายเคเบิลใต้ทะเลเป็นเรื่องที่ท้าทาย ดังนั้น ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้จึงเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่สำคัญของบริษัท<br>&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64862</guid>
      <pubDate>Tue, 11 Feb 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/11/20250211_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36019200" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 11 ก.พ.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 11 ก.พ.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #a52a2a;"><strong>แก้ปัญหาการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานความร้อนใต้พิภพ บริษัทเทคไต้หวันรุกตลาดกักเก็บพลังงาน</strong></span><br>&nbsp;&nbsp; &nbsp;ไต้หวันกำลังเผชิญปัญหาการจำกัดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเช่นเดียวกับยุโรป เนื่องจากปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินความต้องการหรือระบบไม่สามารถรองรับได้ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้ Blade Hydrogen Technology Co., Ltd. ได้วางแผนเข้าสู่ตลาดกักเก็บพลังงานผ่าน "โมดูลอิเล็กโทรไลซิสผลิตไฮโดรเจน" ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียนหลายภาคส่วน โดยบริษัทเป็นสตาร์ทอัพแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ของไต้หวัน และถือครองสิทธิบัตรเกี่ยวกับเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ปัจจุบัน รายได้หลักมาจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ซึ่งจำหน่ายให้แก่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น เซมิคอนดักเตอร์และปิโตรเคมี<br>&nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตาม ความต้องการเครื่องกำเนิดไฟฟ้าย่อมถึงจุดอิ่มตัวในวันหนึ่ง บริษัทจึงคำนึงถึงปัญหาการจำกัดการผลิตไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นจากการผลิตพลังงานหมุนเวียน และเตรียมเข้าสู่ตลาดกักเก็บพลังงาน<br>&nbsp; &nbsp;สำหรับ Blade Hydrogen Technology นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่อย่างใด ประธานบริษัท หลี่จวินหาน(李鈞函) อธิบายว่า หลักการทำงานของเซลล์เชื้อเพลิงคือการใช้ไฮโดรเจนทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศเพื่อผลิตไฟฟ้าและน้ำ ในทางกลับกัน หากมีไฟฟ้าและน้ำ ก็สามารถเปลี่ยนน้ำกลับไปเป็นไฮโดรเจนและออกซิเจนได้ นั่นหมายความว่า "อิเล็กโทรไลซิสผลิตไฮโดรเจน" และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงล้วนพัฒนาบนพื้นฐานของเทคโนโลยีเดียวกัน<br>&nbsp; &nbsp;ภายหลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานของยุโรป ปัญหาพลังงานหมุนเวียนล้นเกินทวีความรุนแรงขึ้น หลายประเทศถึงขั้นเกิด ราคาค่าไฟฟ้าติดลบ (Negative Electricity Prices) ปัญหาการทิ้งไฟฟ้า (curtailment) ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังเกิดขึ้นแล้ว ทำให้แนวคิด "การผลิตไฮโดรเจนผ่านอิเล็กโทรไลซิสจากพลังงานหมุนเวียน" ถูกนำมาใช้เป็นทางออก ซึ่งขณะนี้ Hydrogen Prosperity Green Energy ได้เริ่มผลิตโมดูลอิเล็กโทรไลซิสผลิตไฮโดรเจนในปริมาณเล็กน้อย และส่งออกไปยังผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียนในยุโรปแล้ว<br>&nbsp; &nbsp;พื้นที่ที่มีพลังงานหมุนเวียนอุดมสมบูรณ์ เช่น มองโกเลีย และ ไต้หวัน มีศักยภาพสูงในการใช้เทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนเพื่อจัดการพลังงานส่วนเกิน อย่าง มองโกเลีย สามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในทะเลทรายเพื่อผลิตไฟฟ้า และใช้กระบวนการอิเล็กโทรไลซิสสร้างไฮโดรเจนส่งไปยังเมืองใหญ่อย่างปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ส่วนไต้หวัน เผชิญปัญหาการจำกัดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่ง เนื่องจากต้องใช้สายเคเบิลใต้ทะเลที่มีราคาสูง และอาจเกิดไฟฟ้าส่วนเกินจนต้องหยุดการผลิต<br>&nbsp; &nbsp;ทางออกหนึ่งคือการใช้ "เรือขนส่งไฮโดรเจน" ที่ติดตั้งโมดูลอิเล็กโทรไลซิส ผลิตไฮโดรเจนจากฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่ง และนำกลับมาใช้เป็นพลังงานบนเกาะ ซึ่งช่วยลดการสูญเสียไฟฟ้าและเพิ่มเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า<br>&nbsp; &nbsp;Hydrogen Prosperity Green Energy กำลังเจรจากับผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนหลายประเภท รวมถึงพลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งอาจผลิตไฟฟ้าปริมาณมากในช่วงเวลาสั้น ๆ จนระบบสายส่งของ Taipower ไม่สามารถรองรับได้ นอกจากนี้ พลังงานจากท้องทะเล (Marine Energy) ก็เป็นอีกภาคส่วนที่มีศักยภาพสูง แต่ยังเผชิญกับปัญหา กระแสน้ำคุโรชิโอะ (Kuroshio Current) ซึ่งทำให้การติดตั้งสายเคเบิลใต้ทะเลเป็นเรื่องที่ท้าทาย ดังนั้น ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้จึงเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่สำคัญของบริษัท<br>&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/07/7fc49aa7130505f334d4355a9baa3d14.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>23</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ -  การกินอาหาร DASH Diet]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64865</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">ฤดูหนาวเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ แพทย์ไต้หวันแนะปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารตามแนวทาง DASH Diet</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในฤดูหนาวที่อุณหภูมิลดต่ำลง หลอดเลือดจะหดตัวและความดันโลหิตมักสูงขึ้น จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Hypertension Research ปี 2564 พบว่า การลดลงของอุณหภูมิจาก 20 องศาเซลเซียสเหลือ 10 องศาเซลเซียส สามารถทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น 5 ถึง 10 มิลลิเมตรปรอท นอกจากนี้ อัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในฤดูหนาวยังสูงกว่าฤดูร้อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">กรณีศึกษาและปัจจัยที่ส่งผลต่อความดันโลหิต</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายแพทย์สวี่จื่ออวี๋ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนักและเวชศาสตร์ครอบครัว กล่าวถึงผู้ป่วยวัย 57 ปี ที่พยายามควบคุมความดันโลหิตด้วยการลดน้ำหนักและใช้ยาลดความดัน แต่ยังมีค่าความดันเฉลี่ยสูงถึง 150/90 มิลลิเมตรปรอท โดยพบว่าสาเหตุสำคัญคือพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีซอสปรุงรสสูง นอนไม่เป็นเวลา และผลกระทบจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;"></p>
<p dir="ltr">แนะนำแนวทางการปรับพฤติกรรมเพื่อควบคุมความดันโลหิต</p>
<p dir="ltr"><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายแพทย์สวี่แนะนำให้ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารร่วมกับการใช้ยาลดความดัน โดยยึดหลักการ &ldquo;จานอาหาร 211&rdquo; ซึ่งแบ่งเป็น ผัก 50% โปรตีน 25% และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน 25% รวมถึงปฏิบัติตามแนวทาง DASH (Dietary Approaches to Stop Hypertension) ที่เน้นการปรับพฤติกรรมการกิน 5 ประการ ได้แก่</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">1. บริโภคธัญพืชไม่ขัดสี</p>
<p dir="ltr">2. เพิ่มผักปริมาณมากและผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสม</p>
<p dir="ltr">3. เลือกนมไขมันต่ำ</p>
<p dir="ltr">4. เลือกเนื้อขาว เช่น ปลา หรือไก่ แทนเนื้อแดง</p>
<p dir="ltr">5. บริโภคถั่วเปลือกแข็งและไขมันที่ดีต่อสุขภาพในปริมาณพอเหมาะ</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม</p>
<p dir="ltr"><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;แม้ว่าอาหารแบบ "211 DASH Diet" จะเหมาะสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่ผู้ป่วยโรคไตที่มีภาวะการทำงานของไตผิดปกติควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารให้เหมาะสม</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ นายแพทย์สวี่แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อจัดทำแผนดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและการควบคุมความดันโลหิตในระยะยาว</p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64865</guid>
      <pubDate>Mon, 10 Feb 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/10/20250210_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24009600" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ -  การกินอาหาร DASH Diet</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ -  การกินอาหาร DASH Diet</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr"><strong>ฤดูหนาวเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ แพทย์ไต้หวันแนะปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารตามแนวทาง DASH Diet</strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/11/7a007bf059c79a8522e228adf9458744.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>22</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64868</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะมาบอกเล่าเรื่องราวของการฟื้นฟูศิลปวิทยาของวัฒนธรรมไม้ไผ่ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนไต้หวันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ไต้หวันมีทรัพยากรป่าไผ่อันอุดมสมบูรณ์ ในสังคมเกษตรกรรมดั้งเดิม ไผ่มีความผูกพันกับวิถีชีวิตของผู้คนเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น การใช้ประโยชน์จากไผ่ก็พัฒนาจากความเรียบง่ายสู่ความทันสมัย และยังยกระดับจนกลายเป็นวิถีชีวิตในแบบเฉพาะตัวอีกด้วย (คลิกฟังรายการที่นี่)</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;จากการสำรวจของกระทรวงเกษตรไต้หวันพบว่า ไต้หวันมีไผ่มากกว่า 89 ชนิด ซึ่ง 25 ชนิดเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่น โดยไผ่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของไต้หวัน 6 ชนิด ได้แก่ ไผ่หวานอ่างขาง (Dendrocalamus latiflorus) ไผ่โมโซ (Phyllostachys edulis) ไผ่หนาม (Bambusa stenostachya) ไผ่เขียว (Bambusa oldhamii) ไผ่กิ่งยาว (Dendrocalamus asper) และไผ่มากินอย (Phyllostachys makinoi) ซึ่งเป็นไผ่ลำเดี่ยวสายพันธุ์เฉพาะของไต้หวัน&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p>&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64868</guid>
      <pubDate>Sun, 09 Feb 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/09/20250209_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36005760" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะมาบอกเล่าเรื่องราวของการฟื้นฟูศิลปวิทยาของวัฒนธรรมไม้ไผ่ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนไต้หวันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ไต้หวันมีทรัพยากรป่าไผ่อันอุดมสมบูรณ์ ในสังคมเกษตรกรรมดั้งเดิม ไผ่มีความผูกพันกับวิถีชีวิตของผู้คนเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น การใช้ประโยชน์จากไผ่ก็พัฒนาจากความเรียบง่ายสู่ความทันสมัย และยังยกระดับจนกลายเป็นวิถีชีวิตในแบบเฉพาะตัวอีกด้วย<a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/02/09/20250209_2200_1007_th.mp3"><span style="color: #008000;"><strong> (คลิกฟังรายการที่นี่)</strong></span></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/03/14/4a294d8445dd82d24034fe2428df2f1d.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>21</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 4 ก.พ.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64891</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;อย่าดูถูกเจ้าฟักทองจิ๋วเหล่านี้! ไม่ว่าจะเป็น "เสี่ยวเฮย" (小黑ฟักทองเขียวเข้ม), "เสี่ยวไป๋" (小白ฟักทองขาว), "จวี๋หวาน" (橘丸ฟักทองส้ม) และ "อวี้ฮุย" (玉輝ฟักทองเขียวอ่อน) ฟักทองพอดีมือเหล่านี้กำลังปฏิวัติโต๊ะอาหารและตลาดของขวัญ ด้วยความสะดวกในการปรุงอาหาร แถมยังจัดเป็นชุดของขวัญ 4 สีที่ดูดีมีเสน่ห์ ตอบโจทย์ครอบครัวเล็กและคนรักสุขภาพ คุณสวี่จวิ้นเจี๋ย (許竣傑) จากบริษัทโนนยู ซีด (Known-You Seed Co., Ltd.) เผยว่า ฟักทองจิ๋วเกิดจากกระแสครอบครัวขนาดเล็กที่ต้องการฟักทองขนาดพอเหมาะ และยังตอบโจทย์ตลาดของขวัญ ด้วยการเก็บได้นาน แถมรสชาติดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกง่ายและขายดีขึ้นทุกวัน</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ฟักทองลูกเล็ก เสริมโชคลาภ</p>
<p>&nbsp; &nbsp;คำว่า &ldquo;จิ๋ว&rdquo; สำหรับฟักทอง ก็หมายถึงฟักทองที่มีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 500-600 กรัม หรือขนาดพอดีมือจับได้ อย่างไรก็ตาม คุณสวี่จวิ้นเจี๋ยได้ชี้แจงว่า คำว่าฟักทองจิ๋วนี้เป็นเพียงคำที่ใช้เรียกตามความเคยชิน ไม่ใช่คำจำกัดความทางวิทยาศาสตร์ที่เคร่งครัด และด้วยลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์ ฟักทองจิ๋วจะไม่มีวันโตจนกลายเป็นฟักทองขนาดใหญ่ ในขณะที่ฟักทองใหญ่ที่ยังไม่โตเต็มที่ (baby pumpkin) ก็ไม่สามารถนำมาแทนฟักทองจิ๋วได้ เพราะยังไม่ถึงระยะที่เหมาะสมสำหรับการบริโภค<br>&nbsp; &nbsp;สำหรับฟักทองสายพันธุ์ &ldquo;เสี่ยวเฮย&rdquo; (ฟักทองดำ) และ &ldquo;เสี่ยวหง&rdquo; (ฟักทองแดง) ได้รับการพัฒนาขึ้นโดย เฉินเหวินอวี้(陳文郁) ผู้ก่อตั้งบริษัท โนนยู ซีด เมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ในยุคนั้นฟักทองผลเล็กยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร จนกระทั่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทได้พัฒนาสายพันธุ์ใหม่ที่ทนต่อโรคและมีคุณภาพสูงขึ้น เช่น &ldquo;อวี้ฮุย&rdquo; (玉輝ฟักทองเขียว), &ldquo;จินฝู&rdquo; (金福ฟักทองทองคำ) และ &ldquo;จวี๋หวั่น&rdquo; (橘丸ฟักทองส้ม) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พัฒนาต่อยอดจากเสี่ยวหง(小紅) ซึ่งในบรรดาฟักทองเหล่านี้ &ldquo;อวี้ฮุย&rdquo; มีจุดเด่นที่ระดับความหวานสูงสุดถึง 14 &deg;Bx ใกล้เคียงกับความหวานของมันเทศ และยังมีกลิ่นหญ้าสดที่อ่อนกว่า จึงเป็นฟักทองที่มีศักยภาพทางการตลาดสูง</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ฟักทองเขียวเข้มได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากที่สุด</p>
<p>&nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตาม หากต้องพูดถึงดาวเด่นแห่งฟักทองจิ๋ว &ldquo;เสี่ยวเฮย小黑&rdquo; ยังคงครองตำแหน่งนี้อย่างภาคภูมิ เนื่องจากผู้บริโภคในไต้หวันคุ้นเคยกับฟักทองพันธุ์สีเข้ม ซึ่งมีลักษณะเฉพาะแบบฟักทองเกาลัด เมื่อมองแล้วจะให้ความรู้สึกอร่อย อีกทั้งเสี่ยวเฮยยังมีคุณภาพที่เสถียรและเป็นที่ยอมรับในตลาดสูง นอกจากนี้ ยังได้รับความนิยมจากเกษตรกร เนื่องจากให้ผลผลิตต่อเนื่องและมีอัตราการติดผลที่ดีมาก ซึ่งกระแสความนิยมของฟักทองจิ๋วไม่ได้จำกัดแค่ในไต้หวันเท่านั้น แต่ยังเริ่มเป็นที่ชื่นชอบในตลาดต่างประเทศอีกด้วย<br>&nbsp; &nbsp;เจิ้งหย่าหลิง(鄭雅玲) และสามีของเธอ คุณเซี่ยหมิงเฟิง(謝明峰) เจ้าของฟาร์ม &ldquo;เซี่ยหนานกัว謝南瓜&rdquo; ในตำบลโฟ่งหลิน เมืองฮัวเหลียน(花蓮鳳林) ซึ่งเป็นฟาร์มฟักทองที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ได้ปลูกฟักทองพันธุ์อาเฉิง(阿成南瓜)เพื่อจำหน่ายให้กับเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Carrefour, PX Mart และ Costco มานานกว่าสิบปี โดยเมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน ลูกค้าที่ว่าจ้างปลูกเริ่มมีความต้องการฟักทองจิ๋วเพิ่มขึ้น คุณเจิ้งหย่าหลิงมองว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตอบโจทย์ครอบครัวขนาดเล็ก อีกทั้งผู้บริโภคในประเทศเริ่มตระหนักถึงคุณประโยชน์ของฟักทองที่ไม่แพ้มันเทศ และยังสามารถนำฟักทองจิ๋วไปย่างหรืออบซึ่งเหมาะกับเมนูสุขภาพและการลดน้ำหนัก ส่งผลให้ฟักทองจิ๋วยิ่งเป็นที่นิยม ซึ่งในปัจจุบัน พื้นที่ปลูกของฟาร์ม "เซี่ยหนานกัว" ขนาด 50 เฮกตาร์(312.5ไร่) โดย 1/3 ได้ถูกเปลี่ยนมาปลูกฟักทองจิ๋วแทน อีกทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตยังขอให้ลดขนาดของฟักทองอาเฉิงดั้งเดิมให้มีน้ำหนักไม่เกิน 1,000 กรัม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าฟักทองจิ๋วกำลังกลายเป็นสินค้าที่มีตลาดขนาดใหญ่</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ฟักทองสีส้มปลูกยากที่สุด</p>
<p>&nbsp; &nbsp;อู๋อิงซิ่น(吳英信) เกษตรกรในเขตเหรินอู่ นครเกาสง(高雄仁武) ที่ปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่เป็นหลัก ได้จัดสรรพื้นที่ 6 เฟิน (ประมาณ 1.5 ไร่) เพื่อปลูกฟักทองขนาดกลาง เช่น อีผิ่น(一品) และ ตงเซิง(東昇) รวมถึงฟักทองจิ๋ว เสี่ยวเฮย เล็กน้อยในช่วงฤดูใบไม้ร่วง โดยจะเก็บเกี่ยวในช่วงก่อนและหลังตรุษจีน นับเป็นรายได้โบนัสช่วงปลายปี และในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เขาสร้างฐานลูกค้าประจำที่มั่นคง โดยเมื่อลูกค้าสั่งซื้อมะเขือเทศเชอร์รี่แบบจัดส่งถึงบ้าน เขาจะนำฟักทองมาขายควบคู่ไปด้วย ทำให้การจำหน่ายมีความมั่นคง อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าฟักทองเสี่ยวเฮยตัวปลอมเริ่มมีมากขึ้นในตลาด เกษตรกรและผู้บริโภคจึงควรระมัดระวังในการเลือกซื้อ</p>
<p style="text-align: center;"></p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64891</guid>
      <pubDate>Tue, 04 Feb 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/04/20250204_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36004800" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 4 ก.พ.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 4 ก.พ.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;อย่าดูถูกเจ้าฟักทองจิ๋วเหล่านี้! ไม่ว่าจะเป็น "เสี่ยวเฮย" (小黑ฟักทองเขียวเข้ม), "เสี่ยวไป๋" (小白ฟักทองขาว), "จวี๋หวาน" (橘丸ฟักทองส้ม) และ "อวี้ฮุย" (玉輝ฟักทองเขียวอ่อน) ฟักทองพอดีมือเหล่านี้กำลังปฏิวัติโต๊ะอาหารและตลาดของขวัญ ด้วยความสะดวกในการปรุงอาหาร แถมยังจัดเป็นชุดของขวัญ 4 สีที่ดูดีมีเสน่ห์ ตอบโจทย์ครอบครัวเล็กและคนรักสุขภาพ คุณสวี่จวิ้นเจี๋ย (許竣傑) จากบริษัทโนนยู ซีด (Known-You Seed Co., Ltd.) เผยว่า ฟักทองจิ๋วเกิดจากกระแสครอบครัวขนาดเล็กที่ต้องการฟักทองขนาดพอเหมาะ และยังตอบโจทย์ตลาดของขวัญ ด้วยการเก็บได้นาน แถมรสชาติดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกง่ายและขายดีขึ้นทุกวัน</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/02/b3de6941130d9c4157363cb3ab0dbbdc.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>20</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 4 ก.พ.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64893</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;อุทยานธรณีเย๋หลิ่วในเขตว่านหลี่ นครนิวไทเป เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะ "หินเศียรราชินี" ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังและดึงดูดผู้คนมากมายให้มาเยี่ยมชม อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โขดหินแห่งนี้เผชิญกับความเสี่ยงที่ส่วนของคอเศียรราชินีจะหักเนื่องจากการกัดเซาะของลมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี แต่ตอนนี้วิกฤตดังกล่าวอาจได้รับการแก้ไข เมื่อ ศ.อวี๋ปิ่งเซิ่ง(余炳盛) จากคณะวิศวกรรมทรัพยากร ม.เทคโนโลยีแห่งชาติไทเป (National Taipei University of Technology :NTUT) และทีมวิจัยของเขาได้พัฒนาเทคนิคใหม่ที่สามารถช่วยชะลอการกัดเซาะของหินรูปร่างพิเศษเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">คอของเศียรราชินีแห่งเย๋หลิวใกล้จะหักแล้ว</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ศ. อวี๋ปิ่งเซิ่ง ได้เริ่มโครงการเมื่อปี 2023 ภายใต้ชื่อ "ทักษะแท้จริงของหมู่บ้านชาวประมง &ndash; การอนุรักษ์ภูมิทัศน์ชายฝั่งว่านหลี่เย๋หลิ่วและความยั่งยืนทางวัฒนธรรมของหมู่บ้านชาวประมง" โดยทีมงานของเขาได้พัฒนาเทคโนโลยี "การเสริมความแข็งแรงของหินทรายเลียนแบบธรรมชาติ" ซึ่งสามารถเสริมโครงสร้างของโขดหินได้โดยไม่กระทบต่อรูปลักษณ์ภายนอก ปัจจุบัน ทีมงานจากมหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการเสริมความแข็งแรงให้กับโขดหินรูปเห็ดในอุทยานธรณีเย๋หลิ่วอย่างต่อเนื่อง<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ม.เทคโนโลยีแห่งชาติไทเป ระบุว่า ทีมวิจัยได้พัฒนาวิธีเสริมความแข็งแรงให้กับหินโดยผสานความรู้ทางธรณีวิทยาและวิทยาศาสตร์วัสดุ ด้วยการใช้ของเหลวพ่นสารเสริมความแข็งแรงให้ซึมเข้าไปในโครงสร้างภายในของหิน ไม่ใช่แค่เคลือบผิวด้านนอก แต่ยังเติมเต็มและเสริมความแข็งแรงได้อย่างแท้จริง อีกทั้งรักษารูปลักษณ์ธรรมชาติของหินไว้ให้มากที่สุด&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">เสริมความแข็งแรงของหินรูปเห็ด</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ในการประเมินผลของเทคโนโลยีนี้ ทีมของ ศ.จางเจ๋อหาว(張哲豪) จากภาควิชาวิศวกรรมโยธา ได้ใช้เครื่องสแกนเลเซอร์ 3 มิติเก็บข้อมูลรูปร่างของหิน และทำการวิเคราะห์พบว่า ส่วนของหินที่ผ่านการเสริมความแข็งแรงมีอัตราการกัดเซาะลดลงถึง 1 ใน 10 เมื่อเทียบกับส่วนที่ไม่ได้รับการเสริมความแข็งแรง นอกจากนี้ ความสำเร็จของโครงการได้รับการยอมรับจากสำนักงานบริหารเขตทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลเหนือและภูเขากวนอิน รวมถึงอุทยานธรณีเย๋หลิ่ว โดยในปีนี้ได้ขยายการเสริมความแข็งแรงไปยังหินรูปร่างพิเศษอีก 3 แห่ง<br>&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64893</guid>
      <pubDate>Tue, 04 Feb 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/04/20250204_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36027840" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 4 ก.พ.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 4 ก.พ.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;อุทยานธรณีเย๋หลิ่วในเขตว่านหลี่ นครนิวไทเป เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะ "หินเศียรราชินี" ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังและดึงดูดผู้คนมากมายให้มาเยี่ยมชม อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โขดหินแห่งนี้เผชิญกับความเสี่ยงที่ส่วนของคอเศียรราชินีจะหักเนื่องจากการกัดเซาะของลมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี แต่ตอนนี้วิกฤตดังกล่าวอาจได้รับการแก้ไข เมื่อ ศ.อวี๋ปิ่งเซิ่ง(余炳盛) จากคณะวิศวกรรมทรัพยากร ม.เทคโนโลยีแห่งชาติไทเป (National Taipei University of Technology :NTUT) และทีมวิจัยของเขาได้พัฒนาเทคนิคใหม่ที่สามารถช่วยชะลอการกัดเซาะของหินรูปร่างพิเศษเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/02/864c73002480851c279b225884102383.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>19</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - Aphasia (ep.2) ตอนจบ]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64900</link>
      <description><![CDATA[<p>Aphasia จะสามารถหายขาดได้หรือไม่ ปัจจัยอะไรที่ส่งผลต่อการฟื้นตัว?</p>
<p><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อว่าจะสามารถฟื้นตัวจากความพิการทางสมองได้หรือไม่ แต่ทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับอายุ สาเหตุ และพื้นที่สมองที่ได้รับผลกระทบ ยิ่งผู้ป่วยอายุมากเท่าไร การฟื้นฟูจากโรคนี้ก็แย่ลงเท่านั้น โดยทั่วไป หากสาเหตุเกิดจากการบาดเจ็บของสมองจะฟื้นตัวได้ดีกว่าการเกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง ในบรรดาโรคหลอดเลือดในสมอง สาเหตุจากโรคหลอดเลือดสมองจะฟื้นฟูได้ดีกว่าโรคหลอดเลือดสมองตีบ นอกจากนี้โรคอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน&nbsp; ก็อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของภาวะบกพร่องทางการสื่อสารเช่นกัน</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; ในปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถรักษาได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยสามารถรับการบำบัดด้วยการพูดเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของการพูดที่หลงเหลืออยู่ได้ แม้ว่าการฟื้นตัวของอาฟาเซียจะเป็นกระบวนการที่ช้าและค่อยเป็นค่อยไป แต่การใช้วิธีภาษาบำบัดและความอดทนจากทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถช่วยให้เกิดการพัฒนาให้ดีขึ้นได้</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p dir="ltr">วิธีการรักษา&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;หากพบอาการแสดงจากภาวะ aphasia และจัดการรักษาตั้งแต่แรก ๆ จะให้ผลการรักษาดกว่าการปล่อยอาการไว้ในระยะเวลานาน ทั้งนี้แนวทางการรักษาจะดำเนินไปพร้อมกับการรักษาตามอาการหลอดเลือดสมอง ประกอบด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">- การรักษาตามอาการและสาเหตุที่เกิด เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (CVA) รักษาด้วยการได้รับยา rt-PA, mechanical thrombectomy หรือ Carotid endarterectomy ผู้ป่วย hemorrhagic CVA, TBI, brain tumors รักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อลดแรงดันภายในกะโหลก (Surgical decompression) หรือสาเหตุจากการติดเชื้อ รักษาโดยการให้ยาสเตียรอยด์ (Steroids) ยาต้านไวรัส (Antivirals) หรือยาปฏิชีวนะ (Antibiotics)</p>
<p dir="ltr">- การรักษาด้วยยา: ในช่วงระยะเฉียบพลันที่มีอาการ เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดภายในสมอง ช่วยการฟื้นฟูการทำงานของสมอง ทดแทนสารสื่อประสาทที่ถูกทำลายไป</p>
<p dir="ltr">- การรักษาด้วยเครื่องมือ: การกระตุ้นสมองด้วยกระแสไฟฟ้าอย่างอ่อนผ่านกะโหลกศีรษะ (transcranial direct current stimulation (tDCS)), การกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านกะโหลกศีรษะ (transcranial magnetic stimulation (rTMS))</p>
<p dir="ltr">- วิธีการบำบัดการพูดและภาษา (Speech and language therapy): ฝึกและทบทวนการใช้คำ การใช้ประโยคหรือการสร้างประโยคที่ถูกต้อง การพูดทวน หรือการถาม-ตอบคำถาม รวมถึงการเรียนรู้คำศัพท์และการออกเสียงของคำต่าง ๆ</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p dir="ltr">การประเมินอาการ โรคAphasia</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เพื่อวินิจฉัยว่าคุณมีภาวะบกพร่องทางการสื่อความหรือไม่ และประเมินระดับความรุนแรง ปัจจุบันใช้แบบทดสอบที่เรียกว่า CCAT (Concise Chinese Aphasia Test) ซึ่งเป็นแบบทดสอบภาษาในผู้ป่วยที่มีอาการเสียการสื่อความในภาษาจีน การทดสอบนี้มีความกระชับและง่ายต่อการใช้งาน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ผ่านการจับคู่ภาพกับคำศัพท์และวัตถุอุปกรณ์ช่วยสื่อสาร เพื่อประเมินความสามารถด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน&nbsp; ในสถานพยาบาลบางแห่ง อาจใช้ แบบประเมินความสามารถทางภาษาในผู้ใหญ่ (Adult Language Ability Screening Form) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกหรือผู้ป่วยติดเตียง การทดสอบนี้ใช้เวลาเพียง 30 นาที ก็สามารถประเมินอาการเบื้องต้นได้</p>
<p style="text-align: center;"></p>

<p dir="ltr">ทริควิธีการสื่อสารและช่วยเหลือผู้ป่วย Aphasia</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p>1. ความยากในการทำความเข้าใจของผู้ป่วยไม่ได้เกิดจากการสูญเสียการได้ยิน ดังนั้นควรพูดให้ช้าและชัดเจน ไม่จำเป็นต้องเพิ่มระดับเสียง</p>
<p>2. ควรใช้น้ำเสียงและทัศนคติในการพูดกับผู้ป่วยแบบเดิม และควรให้ความเคารพ อย่าจงใจใช้วิธีการพูดเหมือนพูดกับเด็ก</p>
<p>3. พูดกับผู้ป่วยแบบต่อหน้า ยืนข้างหน้าผู้ป่วย สามารถใช้ท่าทางหรือการแสดงออกทางสีหน้าช่วยในการเข้าใจ เช่น การใช้การมองตา การแสดงสีหน้า หรือท่าทางใช้คำง่าย ๆ และหลีกเลี่ยงคำศัพท์ที่ซับซ้อน</p>
<p>4. มีความเฉพาะเจาะจงในเนื้อหาและหลีกเลี่ยงการใช้คำที่เป็นนามธรรม หากจำเป็น สามารถเพิ่มท่าทางและการเคลื่อนไหวเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น</p>
<p>5. หลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องที่อาจกระตุ้นอารมณ์ เช่น การพูดถึงเรื่องเจ็บป่วยหรืออดีตที่ไม่ดี หรือประเด็นต่างๆ เช่น ศาสนา และการเมือง</p>
<p>6. ให้เวลาผู้ป่วยในการตอบคำถามหรือแสดงความคิดเห็น อย่ากดดันหรือขัดจังหวะ</p>
<p>7. สนับสนุนให้ผู้ป่วยใช้คำพูดในชีวิตประจำวัน เช่น "สวัสดี" หรือ "ขอบคุณ" เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการสื่อสาร</p>
<p>8. ไม่ว่าผู้ป่วยจะพูดอะไรที่เหมาะสมหรือไม่ก็ตาม อย่าใจร้อนหรือพยายามหลีกเลี่ยงการใช้น้ำเสียงตำหนิ</p>
&nbsp;
&nbsp;
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64900</guid>
      <pubDate>Mon, 03 Feb 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/03/20250203_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24023040" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - Aphasia (ep.2) ตอนจบ</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - Aphasia (ep.2) ตอนจบ</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><strong>Aphasia จะสามารถหายขาดได้หรือไม่ ปัจจัยอะไรที่ส่งผลต่อการฟื้นตัว?</strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/02/06/b6e5c3b48879917cba3d473973857b3c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>18</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64905</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาไปรู้จักกับศูนย์ป่าบำบัดสือปี้ ในเมืองหยุนหลิน ที่ได้รับการขนานนามว่า &ldquo;แลนด์มาร์กแห่งป่าไผ่โลก&rdquo;&nbsp;หมู่บ้านเฉาหลิ่ง ในตำบลกู่เคิง เมืองหยุนหลิน ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,600-1,750 เมตร ถือเป็นหมู่บ้านบนภูเขาที่สูงที่สุดในเมืองหยุนหลิน มีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย อาทิ หินรูปทรงแปลกประหลาด น้ำตก และลำธาร เป็นต้น โดยในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา ป่าไม้ได้กลายเป็นสถานที่สำหรับการดูแลสุขภาพและการบำบัดรักษา อีกทั้งยังเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศ ป่าไผ่ผืนใหญ่ที่สือปี้กลายเป็นตัวเลือกเดียวในเมืองหยุนหลินที่เหมาะสำหรับการพัฒนาให้เป็นสถานที่แห่งการบำบัดด้วยป่า จึงได้มีการสร้างศูนย์ป่าบำบัดสือปี้ (石壁森林療癒基地) ขึ้นมา&nbsp;ที่มีตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าไผ่ที่เงียบสงบบนพื้นที่ประมาณ 625 ไร่ คลิกฟังรายการที่นี่</p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64905</guid>
      <pubDate>Sun, 02 Feb 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/02/02/20250202_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36018240" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไไต้หวันสัปดาห์นี้จะพาไปรู้จักกับศูนย์ป่าบำบัดสือปี้ ในเมืองหยุนหลิน ที่ได้รับการขนานนามว่า &ldquo;แลนด์มาร์กแห่งป่าไผ่โลก&rdquo;&nbsp;หมู่บ้านเฉาหลิ่ง ในตำบลกู่เคิง เมืองหยุนหลิน ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,600-1,750 เมตร ถือเป็นหมู่บ้านบนภูเขาที่สูงที่สุดในเมืองหยุนหลิน มีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย อาทิ หินรูปทรงแปลกประหลาด น้ำตก และลำธาร เป็นต้น โดยในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา ป่าไม้ได้กลายเป็นสถานที่สำหรับการดูแลสุขภาพและการบำบัดรักษา อีกทั้งยังเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศ ป่าไผ่ผืนใหญ่ที่สือปี้กลายเป็นตัวเลือกเดียวในเมืองหยุนหลินที่เหมาะสำหรับการพัฒนาให้เป็นสถานที่แห่งการบำบัดด้วยป่า จึงได้มีการสร้างศูนย์ป่าบำบัดสือปี้ (石壁森林療癒基地) ขึ้นมา&nbsp;ที่มีตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าไผ่ที่เงียบสงบบนพื้นที่ประมาณ 625 ไร่ <a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/02/02/20250202_2200_1007_th.mp3"><span style="color:#008000"><strong>คลิกฟังรายการที่นี่</strong></span></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/02/08/b3025ac09472c0d18dd9cb26c70cc153.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>17</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 28 ม.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64928</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;โรคไหม้ข้าวเป็นศัตรูสำคัญของชาวนาที่ปลูกข้าว โดยเฉพาะในไต้หวัน โรคนี้เกิดจากเชื้อราที่ทำให้ใบและรวงข้าวเกิดจุดด่างและลดผลผลิตลงอย่างมาก ข้าวสายพันธุ์คุณภาพสูงอย่าง &ldquo;เถาหยวน หมายเลข 3&rdquo; ซึ่งมีชื่อเสียงด้านความนุ่มและกลิ่นหอมอ่อนคล้ายเผือก กลับมีจุดอ่อนสำคัญ คือ ไม่ทนต่อโรคไหม้ข้าว ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงในฤดูปลูก โดยเฉพาะในช่วงที่มีอากาศร้อนชื้นหลังฝนตก ซึ่งเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการระบาดของโรคนี้<br>&nbsp; &nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหา สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตเถาหยวนได้พัฒนาข้าวสายพันธุ์ใหม่ &ldquo;เถาหยวน หมายเลข 7&rdquo; ตลอดระยะเวลา 8 ปี ข้าวสายพันธุ์นี้มีคุณสมบัติเด่นเหมือนสายพันธุ์เดิม ทั้งเมล็ดข้าวที่นุ่มเด้งและหอมกลิ่นเผือก แต่เพิ่มความสามารถในการต้านทานโรคไหม้ข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียผลผลิต และเพิ่มความมั่นคงในด้านปริมาณและคุณภาพข้าว</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ข้าวพันธุ์เถาหยวน หมายเลข 7 ภาพซ้ายเป็นข้าวเปลือก ภาพขวาเป็นข้าวข้าว</p>
<p>&nbsp; &nbsp;เจี่ยนเจินอิ้ว(簡禎佑) &nbsp;ผู้ช่วยวิจัยจากสถานีวิจัยฯ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มความชื้นและอุณหภูมิในฤดูปลูกแรก ยิ่งเร่งการระบาดของโรคไหม้ข้าว การพัฒนาสายพันธุ์ที่ต้านทานโรคจึงเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยชาวนาเผชิญกับความท้าทายดังกล่าว โดยเฉพาะในยุคที่การปลูกข้าวแบบดั้งเดิมและแบบออร์แกนิกต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการป้องกันโรค ทั้งในด้านการใช้สารเคมีและวัสดุชีวภาพ<br>&nbsp; &nbsp;ข้าวสายพันธุ์ &ldquo;เถาหยวน หมายเลข 3&rdquo; ซึ่งได้รับการพัฒนามาอย่างยาวนาน มีคุณสมบัติเด่นด้านกลิ่นหอมคล้ายเผือกและเนื้อสัมผัสนุ่มเด้ง แต่กลับมีจุดอ่อนสำคัญ คือ ไม่ทนต่อโรคไหม้ข้าว และไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในปัจจุบัน นอกจากนี้ หลังผ่านการขยายพันธุ์หลายรุ่น คุณภาพสายพันธุ์เริ่มเสื่อมสภาพ กลิ่นหอมจางลง และมีแนวโน้มเกิดโรคง่ายขึ้น ทำให้ชาวนาเริ่มลดการปลูกสายพันธุ์นี้ เนื่องจากผลผลิตที่ได้มักเหลือเพียง 30% ของปกติเมื่อเกิดโรคไหม้ข้าว และเมล็ดข้าวที่ได้มีคุณภาพลดลงอย่างมาก<br>เฉินเอี้ยนชิง(陳燕卿) อดีตประธานสมาคมข้าวไต้หวัน กล่าวว่า สารที่ให้กลิ่นหอมในข้าวพันธุ์เถาหยวน หมายเลข 3 มักระเหยได้ง่าย เมื่อเผชิญกับอุณหภูมิสูงหรือโรคไหม้ข้าว ข้าวที่ได้จะมีกลิ่นหอมจางลง คุณภาพและปริมาณลดต่ำลง ส่งผลให้การพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ที่ทนต่อโรคไหม้ข้าวกลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างเร่งด่วน<br>&nbsp; &nbsp;ตั้งแต่ปี 2015 สถานีวิจัยเถาหยวนได้เริ่มโครงการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ โดยร่วมมือกับสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติแห่งฟิลิปปินส์ นำเข้าสายพันธุ์ข้าวต้านทานโรคไหม้ข้าวมาทดลองคัดเลือกในพื้นที่ภาคเหนือของไต้หวัน โดยทำการผสมพันธุ์สายพันธุ์ใหม่เข้ากับข้าวเถาหยวน หมายเลข 3 และใช้เทคนิค "ผสมพันธุ์ย้อนกลับ" หลายครั้ง เพื่อรักษาลักษณะเด่นของสายพันธุ์ดั้งเดิมไว้</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ข้าวเถาหยวน หมายเลข 7 (ซ้าย ) รวงสวย ข้าวเถาหยวน หมายเลข 3 เป็นโรคไหม้ข้าว</p>
<p>&nbsp; &nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงจากการสืบทอดข้อเสียของข้าวเถาหยวน หมายเลข 3 นักวิจัยจึงใช้เทคนิคเครื่องหมายโมเลกุล (Molecular Marker) ในการคัดเลือกพันธุ์ เทคนิคนี้ช่วยตรวจสอบยีนต้านทานโรค เช่น ยีน Pita-2 ที่มีประสิทธิภาพในการต้านทานโรคไหม้ข้าวในพื้นที่ภาคเหนือของไต้หวัน เทคนิคดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) แต่ช่วยเร่งกระบวนการคัดเลือกพันธุ์ให้แม่นยำยิ่งขึ้น<br>&nbsp; &nbsp;หลังจากการวิจัยและทดลองในแปลงนาจริงกว่า 15 แปลงในเขตเถาหยวนและซินจู๋ นักวิจัยได้พัฒนาข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติทั้งความต้านทานโรคไหม้ข้าว และคงความนุ่มเด้ง หอมกลิ่นเผือกของสายพันธุ์เถาหยวน หมายเลข 3 ใช้เวลา 8 ปีเต็ม ก่อนจะเปิดตัวข้าวสายพันธุ์ &ldquo;เถาหยวน หมายเลข 7&rdquo; อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นความหวังใหม่ของชาวนาในการเพิ่มความเสถียรของผลผลิตและคุณภาพข้าว</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ข้าวเถาหยวน หมายเลข 7 ปลูกแบบออร์แกนิกที่เขตซินอู</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64928</guid>
      <pubDate>Tue, 28 Jan 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/28/20250128_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36026880" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 28 ม.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 28 ม.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;โรคไหม้ข้าวเป็นศัตรูสำคัญของชาวนาที่ปลูกข้าว โดยเฉพาะในไต้หวัน โรคนี้เกิดจากเชื้อราที่ทำให้ใบและรวงข้าวเกิดจุดด่างและลดผลผลิตลงอย่างมาก ข้าวสายพันธุ์คุณภาพสูงอย่าง &ldquo;เถาหยวน หมายเลข 3&rdquo; ซึ่งมีชื่อเสียงด้านความนุ่มและกลิ่นหอมอ่อนคล้ายเผือก กลับมีจุดอ่อนสำคัญ คือ ไม่ทนต่อโรคไหม้ข้าว ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงในฤดูปลูก โดยเฉพาะในช่วงที่มีอากาศร้อนชื้นหลังฝนตก ซึ่งเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการระบาดของโรคนี้<br>&nbsp; &nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหา สถานีวิจัยและส่งเสริมการเกษตรเขตเถาหยวนได้พัฒนาข้าวสายพันธุ์ใหม่ &ldquo;เถาหยวน หมายเลข 7&rdquo; ตลอดระยะเวลา 8 ปี ข้าวสายพันธุ์นี้มีคุณสมบัติเด่นเหมือนสายพันธุ์เดิม ทั้งเมล็ดข้าวที่นุ่มเด้งและหอมกลิ่นเผือก แต่เพิ่มความสามารถในการต้านทานโรคไหม้ข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียผลผลิต และเพิ่มความมั่นคงในด้านปริมาณและคุณภาพข้าว</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/27/4fd2ee94f1c5a1570759cc4a023a5d17.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>16</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 28 ม.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64930</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;บริษัทสตาร์ทอัพจากไต้หวัน SiriuXense (澔心科技) ได้สร้างความประทับใจด้วยเทคโนโลยี AI ที่ช่วยวิเคราะห์สภาวะร่างกายของทารกและสร้างบทเพลงกล่อมเด็กโดยเฉพาะ อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะของบริษัทไม่เพียงได้รับรางวัลนวัตกรรมจากงานนี้ แต่ยังติดอันดับ 50 สุดยอดผลิตภัณฑ์ โดย USA Today อีกด้วย<br>&nbsp; &nbsp;งานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค (CES) ในปี 2025 เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผสานเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะอุปกรณ์สวมใส่ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก ตั้งแต่อุปกรณ์แหวนอัจฉริยะสำหรับตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไปจนถึงเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ไม่เพียงแค่อุปกรณ์สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีอุปกรณ์สำหรับทารกที่พัฒนาขึ้นมาใหม่และมีความหลากหลายมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา<br>&nbsp; &nbsp;บริษัทสตาร์ทอัพจากไต้หวัน SiriuXense (澔心科技) ได้พัฒนาอุปกรณ์ "การดูแลอัจฉริยะสำหรับทารก" โดยใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ตรวจจับเสียง อุปกรณ์นี้ทำจากวัสดุซิลิโคนและสามารถติดตามอุณหภูมิร่างกาย การหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ และการเคลื่อนไหว รวมถึงการเคลื่อนไหวของลำไส้ของทารก โดยใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้เพื่อทำความเข้าใจสภาพการนอนของทารก และแจ้งเตือนผู้ปกครองเมื่อพบสัญญาณของภาวะหยุดหายใจหรือการหายใจลำบาก<br>&nbsp; &nbsp;อุปกรณ์นี้เปรียบเสมือนพี่เลี้ยงอัจฉริยะของทารกที่ไม่เพียงช่วยดูแลสุขภาพของทารก แต่ยังสามารถสร้างบทเพลงกล่อมเด็กที่ปรับแต่งตามลักษณะเฉพาะของทารก เพื่อช่วยให้ทารกหลับง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ปกครองมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น จึงถือเป็นข่าวดีสำหรับพ่อแม่มือใหม่หลาย ๆ คน<br>เทคโนโลยีของ SiriuXense (澔心科技) ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งปีในงาน CES และติดอันดับ 50 ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม โดย USA Today นอกจากนี้ ยังมีสตาร์ทอัพอีก 3 แห่งที่นำโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไต้หวัน (National Science and Technology Council : NSTC)ได้รับรางวัลนวัตกรรมในปีนี้ โดยงาน CES 2025 มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 4,500 บริษัท รวมถึงบริษัทสตาร์ทอัพกว่า 1,400 ราย ซึ่งการโดดเด่นท่ามกลางผู้เข้าร่วมจำนวนมากถือเป็นความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา<br>&nbsp; &nbsp;แพลตฟอร์มรีวิวผลิตภัณฑ์ Wirecutter ภายใต้ New York Times ก็ได้แนะนำเทคโนโลยีของ SiriuXense โดยระบุว่า แม้อุปกรณ์นี้จะไม่ใช่ตัวเลือกเดียวในตลาดสำหรับการดูแลทารกอัจฉริยะ แต่ยังมีผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกัน เช่น Dream Sock ถุงเท้าอัจฉริยะสำหรับเด็กจากแบรนด์ Owlet ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของ SiriuXense และผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันสะท้อนถึงศักยภาพของเทคโนโลยี AI ในการช่วยพ่อแม่มือใหม่ดูแลลูกน้อยได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64930</guid>
      <pubDate>Tue, 28 Jan 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/28/20250128_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36033600" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 28 ม.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 28 ม.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;บริษัทสตาร์ทอัพจากไต้หวัน SiriuXense (澔心科技) ได้สร้างความประทับใจด้วยเทคโนโลยี AI ที่ช่วยวิเคราะห์สภาวะร่างกายของทารกและสร้างบทเพลงกล่อมเด็กโดยเฉพาะ อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะของบริษัทไม่เพียงได้รับรางวัลนวัตกรรมจากงานนี้ แต่ยังติดอันดับ 50 สุดยอดผลิตภัณฑ์ โดย USA Today อีกด้วย<br>&nbsp; &nbsp;งานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค (CES) ในปี 2025 เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผสานเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะอุปกรณ์สวมใส่ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก ตั้งแต่อุปกรณ์แหวนอัจฉริยะสำหรับตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไปจนถึงเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ไม่เพียงแค่อุปกรณ์สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีอุปกรณ์สำหรับทารกที่พัฒนาขึ้นมาใหม่และมีความหลากหลายมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา<br>&nbsp; &nbsp;บริษัทสตาร์ทอัพจากไต้หวัน SiriuXense (澔心科技) ได้พัฒนาอุปกรณ์ "การดูแลอัจฉริยะสำหรับทารก" โดยใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ตรวจจับเสียง อุปกรณ์นี้ทำจากวัสดุซิลิโคนและสามารถติดตามอุณหภูมิร่างกาย การหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ และการเคลื่อนไหว รวมถึงการเคลื่อนไหวของลำไส้ของทารก โดยใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้เพื่อทำความเข้าใจสภาพการนอนของทารก และแจ้งเตือนผู้ปกครองเมื่อพบสัญญาณของภาวะหยุดหายใจหรือการหายใจลำบาก<br>&nbsp; &nbsp;อุปกรณ์นี้เปรียบเสมือนพี่เลี้ยงอัจฉริยะของทารกที่ไม่เพียงช่วยดูแลสุขภาพของทารก แต่ยังสามารถสร้างบทเพลงกล่อมเด็กที่ปรับแต่งตามลักษณะเฉพาะของทารก เพื่อช่วยให้ทารกหลับง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ปกครองมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น จึงถือเป็นข่าวดีสำหรับพ่อแม่มือใหม่หลาย ๆ คน<br>เทคโนโลยีของ SiriuXense (澔心科技) ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งปีในงาน CES และติดอันดับ 50 ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม โดย USA Today นอกจากนี้ ยังมีสตาร์ทอัพอีก 3 แห่งที่นำโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไต้หวัน (National Science and Technology Council : NSTC)ได้รับรางวัลนวัตกรรมในปีนี้ โดยงาน CES 2025 มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 4,500 บริษัท รวมถึงบริษัทสตาร์ทอัพกว่า 1,400 ราย ซึ่งการโดดเด่นท่ามกลางผู้เข้าร่วมจำนวนมากถือเป็นความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา<br>&nbsp; &nbsp;แพลตฟอร์มรีวิวผลิตภัณฑ์ Wirecutter ภายใต้ New York Times ก็ได้แนะนำเทคโนโลยีของ SiriuXense โดยระบุว่า แม้อุปกรณ์นี้จะไม่ใช่ตัวเลือกเดียวในตลาดสำหรับการดูแลทารกอัจฉริยะ แต่ยังมีผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกัน เช่น Dream Sock ถุงเท้าอัจฉริยะสำหรับเด็กจากแบรนด์ Owlet ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของ SiriuXense และผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันสะท้อนถึงศักยภาพของเทคโนโลยี AI ในการช่วยพ่อแม่มือใหม่ดูแลลูกน้อยได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/29/ad654fe814ff9b6e464e3fd0a2410311.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>15</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - 6 โรคและปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในช่วงตรุษจีน]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64937</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;จากข้อมูลของสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติไต้หวัน ระบุว่า สาเหตุที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาแผนกฉุกเฉินที่พบบ่อยในช่วงตรุษจีน ได้แก่ โรคกระเพาะและลำไส้อักเสบเฉียบพลัน การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน อุบัติเหตุต่างๆ และโรคเรื้อรังที่ผู้ป่วยควบคุมไม่ดีจนเกิดอาการเฉียบพลัน เนื่องจากช่วงตรุษจีน โรงพยาบาลหลายแห่งหยุดให้บริการ ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยแผนกฉุกเฉินเพิ่มขึ้น และเวลารอเข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับวันปกติ&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายแพทย์จางจื้อหรง(章志榮) แพทย์แผนกฉุกเฉินโรงพยาบาล Far Eastern Memorial Hospital ระบุว่า ในช่วงตรุษจีนผู้คนมักออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน และอาหารที่่รับประทานมักมีไขมันสูง หรือถ้าทานในบ้านก็อาจเป็นอาหารที่อุ่นซ้ำหลายครั้ง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด แสบร้อนกลางอก ปวดท้อง อาเจียน หรือท้องเสีย การป้องกันที่สำคัญคือการล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก เช่น ขนมเข่ง รวมถึงบริโภคผักและผลไม้อย่างสมดุล และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม หากมีอาการรู้สึกไม่สบายในระบบทางเดินอาหาร อาจลองพิจารณาทานโปรไบโอติกเพื่อช่วยปรับสมดุลลำไส้ และรอให้ลำไส้พักผ่อนจนกว่าจะหายดี ก่อนกลับมารับประทานอาหารปกติ&nbsp;&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p dir="ltr">6 โรคและปัญหาสุขภาพ ที่เข้าพบแพทย์ในช่วงตรุษจีนมากที่สุด</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1. ไข้หวัดใหญ่ การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ</p>
<p>ในช่วงฤดูหนาว การติดเชื้อเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่และไวรัสอื่นๆ มักพบได้บ่อยขึ้นนาย แพทย์จางแนะนำว่าให้รักษาความอบอุ่น และปฏิบัติตามสุขอนามัยทางเดินหายใจ หากมีอาการรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่สาธารณะ หลีกเลี่ยงผู้คน และสวมหน้ากากอนามัย เพื่อไม่ให้เกิดการแพ่รระบาดต่อผู้อื่น&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2. อุบัติเหตุจากการทำอาหารหรือจุดประทัด</p>
<p>กิจกรรมอย่างการทำอาหารหรือจุดประทัด อาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ ในการจุดประจัดควรระวัง อย่าวางเข้าใกล้ส่วนหูตาจมูก เพื่อป้องกันการเกิดอันตราย หากเกิดแผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก ควรดำเนินการตามขั้นตอน ได้แก่ ล้างด้วยน้ำสะอาด ถอดสิ่งที่สัมผัสกับบริเวณแผล แช่แผลในน้ำเย็น ปิดแผลด้วยผ้าสะอาด และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;3. ภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง</p>
<p>สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น หอบหืด ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน ควรเตรียมยาที่จำเป็นให้พร้อม นายแพทย์จางเตือนว่า การขาดยาหรือการไม่ควบคุมดูแลโรคให้ดี อาจทำให้เกิดอาการเฉียบพลันหรือภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้&nbsp; นอกจากจะให้ความสำคัญในการกินยาแล้ว อย่าลืมออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตและความยืดหยุ่นของร่างกาย นอกจากนี้ การนอนหลับให้เพียงพอและรักษาความมั่นคงทางอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบร้ายแรง เช่น กล้ามเนื้อหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;4. ก้างปลาติดคอ</p>
<p>อาหารประเภทปลาเป็นเมนูยอดนิยมในวันตรุษจีน จึงเกิดเหตุการณ์ก้างปลาติดคอได้บ่อย แนะนำให้เคี้ยวอาหารอย่างละเอียด และหลีกเลี่ยงการกลืนอาหารพร้อมกันหลายชนิด หากโชคไม่ดีเกิดก้างปลาติดคอขึ้นมาจริงๆ ห้ามกลืนข้าวหรือพยายามอาเจียนแรงๆ เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่หลอดอาหาร หรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที</p>
<p><br>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;5. ไข้ในเด็กเล็ก</p>
<p>หากเด็กมีไข้ในระยะเริ่มต้น ให้ใช้วิธีลดไข้เบื้องต้น เช่น การดื่มน้ำมากๆ หรือเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น ควรสังเกตอาการโดยรวม หากอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีไข้สูงกว่า 40&deg;C ต่อเนื่องนานเกิน 3 วัน ควรรีบพาเด็กไปโรงพยาบาล นอกจากนี้ นายแพทย์จางยังแนะนำให้เตรียมยาลดไข้แบบน้ำหรือชนิดเหน็บไว้ในบ้าน เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพราะช่วงตรุษจีนร้านยาบางแห่งก็ปิดให้บริการเช่นกัน</p>
<p style="text-align: center;"><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;การฉลองตรุษจีนและการรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัวเป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานและมีความสุข แต่ในมื้ออาหารบางอย่าง เช่น พระกระโดดกำแพง หม้อไฟ ฯลฯ ซึ่งมักมีไขมันและเกลือสูง คุณเฉินชือหยุน นักโภชนาการจากโรงพยาบาลการจัดการสุขภาพเป่ยโถวกล่าวว่า ควรยึดหลักการ "สามต่ำหนึ่งสูง" โดยการเลือกทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เกลือต่ำ น้ำตาลต่ำ และไฟเบอร์สูง เนื่องจากช่วงตรุษจีนตลาดบางแห่งหยุดให้บริการ ควรพิจารณาทานอาหารเสริมเพื่อเสริมคุณค่าทางโภชนาการ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">อาหารเสริมที่แนะนำสำหรับช่วงตรุษจีน:</p>
<p></p>
<p>น้ำมันปลา&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ช่วยทั้งตาและหัวใจ น้ำมันปลามีกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่อุดมไปด้วย ซึ่งช่วยในการดูแลสุขภาพหัวใจและดวงตา ช่วยลดการอักเสบและภาวะซึมเศร้า ซึ่งเหมาะมากในการทานในช่วงเทศกาลตรุษจีนเพื่อช่วยปรับระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ โดยช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลดีและลดไตรกลีเซอไรด์ เพื่อรักษาสุขภาพหัวใจ</p>
<p>ผู้ที่ทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือดไม่ปกติ สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ หรือผู้ที่จะทำการผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงการทานน้ำมันปลา</p>
<p></p>
<p dir="ltr">โปรไบโอติก&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ช่วยปรับระบบการย่อยอาหารและขับถ่าย ในช่วงตรุษจีนที่ในแต่ละมื้อมีแต่อาหารหนักและมันมาก อาจทำให้เกิดปัญหาการย่อยอาหารได้ นักโภชนาการเชิน ชือหยุนกล่าวว่า ช่วงตรุษจีนมักเกิดการย่อยอาหารไม่ดีหรือปัญหาการขับถ่ายไม่สะดวก ดังนั้น การทานโปรไบโอติกในปริมาณที่เหมาะสมทุกวันสามารถช่วยปรับสภาพของระบบทางเดินอาหารได้ โดยการเปลี่ยนแปลงสภาพของแบคทีเรียในลำไส้ ช่วยรักษาสุขภาพของลำไส้และช่วยในการดูดซึมอาหาร การย่อยอาหารและการขับถ่าย</p>
<p><br>โคเอนไซม์ Q10&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ช่วยปรับปรุงการหมุนเวียนและคอเลสเตอรอล โคเอนไซม์ Q10 เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญที่สามารถช่วยในการผลิตพลังงานในเซลล์ได้ ในการทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีโคเอนไซม์ Q10 ร่วมกับน้ำมันปลา มีประโยชน์ในการช่วยรักษาสุขภาพหัวใจและลดคอเลสเตอรอลได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ทานยาลดคอเลสเตอรอลหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือผู้ที่มีโรคตับและไต หรือหญิงตั้งครรภ์และสตรีที่ให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงการทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีโคเอนไซม์ Q10</p>
&nbsp;]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64937</guid>
      <pubDate>Mon, 27 Jan 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/27/20250127_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24026880" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - 6 โรคและปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในช่วงตรุษจีน</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - 6 โรคและปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในช่วงตรุษจีน</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;จากข้อมูลของสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติไต้หวัน ระบุว่า สาเหตุที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาแผนกฉุกเฉินที่พบบ่อยในช่วงตรุษจีน ได้แก่ โรคกระเพาะและลำไส้อักเสบเฉียบพลัน การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน อุบัติเหตุต่างๆ และโรคเรื้อรังที่ผู้ป่วยควบคุมไม่ดีจนเกิดอาการเฉียบพลัน เนื่องจากช่วงตรุษจีน โรงพยาบาลหลายแห่งหยุดให้บริการ ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยแผนกฉุกเฉินเพิ่มขึ้น และเวลารอเข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับวันปกติ&nbsp;&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/27/e83639c9b977df8d5c4c113b14b7fac1.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>14</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64942</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนด้วยเรื่องราวของการจัดบ้านตามปีนนักษัตรนำพาโชคดีต้อนรับปีมะเส็ง 2568 อย่างที่เราทราบกันว่าก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนคนไต้หวันจะทำการเก็บกวาดทำความสะอาดครั้งใหญ่หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 大掃除 (ต้าเส่าฉู) โดยเป็นกิจกรรมที่สมาชิกในครอบครัวจะได้มาร่วมตัวกันดูแลทำความสะอาดบ้านหรือที่อยู่อาศัย&nbsp;เพื่อให้บ้านสะอาดพร้อมรับสิ่งดีๆ ในวันตรุษจีน&nbsp;นอกจากนี้ต้องมีการจัดบ้าน และตกแต่งบ้านด้วยไอเทมต่างๆ เพื่อเพิ่มความศิริมงคลด้วย ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ย บ้านที่จะมีโชคดี มีเงินทองไหลเข้ามา จะต้องเป็นบ้านที่สะอาด ไม่รกรุงรังหรือวางของเกะกะ เพื่อให้พลังงานชี่ไหลเวียนได้อย่างเต็มที่ คลิกฟังรายการที่นี่</p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64942</guid>
      <pubDate>Sun, 26 Jan 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/26/20250126_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36000960" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนด้วยเรื่องราวของการจัดบ้านตามปีนนักษัตรนำพาโชคดีต้อนรับปีมะเส็ง 2568 อย่างที่เราทราบกันว่าก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนคนไต้หวันจะทำการเก็บกวาดทำความสะอาดครั้งใหญ่หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 大掃除 (ต้าเส่าฉู) โดยเป็นกิจกรรมที่สมาชิกในครอบครัวจะได้มาร่วมตัวกันดูแลทำความสะอาดบ้านหรือที่อยู่อาศัย&nbsp;เพื่อให้บ้านสะอาดพร้อมรับสิ่งดีๆ ในวันตรุษจีน&nbsp;นอกจากนี้ต้องมีการจัดบ้าน และตกแต่งบ้านด้วยไอเทมต่างๆ เพื่อเพิ่มความศิริมงคลด้วย ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ย บ้านที่จะมีโชคดี มีเงินทองไหลเข้ามา จะต้องเป็นบ้านที่สะอาด ไม่รกรุงรังหรือวางของเกะกะ เพื่อให้พลังงานชี่ไหลเวียนได้อย่างเต็มที่ <strong>คลิกฟังรายการที่นี่</strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/02/01/379e883270cf991156bf96cd05d1103a.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>13</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 21 ม.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64965</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp;เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2024 ซึ่งตรงกับวันชาติไต้หวัน ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อแนะนำ ไช่หยุนหรง(蔡昀融) &nbsp;ผู้คว้าเหรียญทองจาก WorldSkills ครั้งที่ 47 ซึ่งเปรียบเสมือน "โอลิมปิกสายอาชีพ" เขาได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้นและคว้ารางวัล "Best of Nation" ด้วย ไช่หยุนหรงเติบโตในครอบครัวช่างไม้และเริ่มสนใจงานไม้มาตั้งแต่วัยเด็ก โดยได้แรงบันดาลใจจากคุณพ่อ เขาสร้างผลงานแรกคือ "ม้านั่งตัวเล็ก" และต่อยอดทักษะด้วยความพยายามจนประสบความสำเร็จระดับโลก</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ไช่หยุนหรง เป็นคนสุขุม มีวินัยในตัวเองสูง&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp;เมื่อเข้าสู่มัธยมต้น ไช่หยุนหรงเริ่มฝึกฝนงานไม้อย่างจริงจังตามคำแนะนำของคุณพ่อ โดยมีครูผู้ฝึกสอนที่เคยสอนพ่อของเขาเป็นผู้นำทาง ไช่หยุนหรงเริ่มต้นเส้นทางแข่งขันด้วยอันดับ 4 ในประเภทงานไม้ประตูและหน้าต่างปี 2021 ก่อนคว้าเหรียญทองประเภทเดียวกันในปี 2022 และเหรียญเงินงานไม้เฟอร์นิเจอร์ในปี 2023 ในปี 2024 เขาสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์โลกจากการแข่งขัน WorldSkills<br>&nbsp; &nbsp;ไช่หยุนหรงเริ่มฝึกงานไม้อย่างจริงจังตั้งแต่มัธยมต้น โดยใช้เวลาปิดเทอมฝึกเข้มที่ศูนย์ฝึกแรงงานในไทจง และฝึกด้วยตนเองที่บ้านระหว่างเปิดเทอม ก่อนแข่ง WorldSkills เขาหยุดเรียนเพื่อฝึกวันละ 8 โมงเช้าถึง 3-4 ทุ่มนานหนึ่งปี แม้การฝึกพื้นฐานจะซ้ำซากและเหนื่อยล้า แต่เขาได้รับกำลังใจจากครอบครัวและครู พร้อมเตือนตนเองว่านี่คือโอกาสสุดท้ายในการแข่งขันระดับโลก</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ไช่หยุนหรงที่มีทักษะด้านกีฬา รู้จักหาวิธีผ่อนคลายความเครียดจากการฝึกงานไม้ที่หนักหน่วง เขามักหาเวลาออกไปวิ่ง เล่นบาสเกตบอล หรือปิงปองกลางแจ้ง เพื่อไม่ให้ตัวเองจมอยู่ในบรรยากาศของโรงฝึกงานไม้ตลอดเวลา และในช่วงเตรียมตัวแข่งขัน ครอบครัวของเขาเดินทางจากเจียอี้มายังไถจงแทบทุกสัปดาห์เพื่อร่วมรับประทานอาหารและให้กำลังใจ การกระทำที่อบอุ่นนี้ทำให้เขารู้สึกถึงแรงผลักดันและกำลังใจว่า &ldquo;ไม่ได้อยู่ลำพัง&rdquo;<br>&nbsp; &nbsp;จางหย่งชาง (張永昌) ครูสอนงานไม้ของไช่หยุนหรงในโรงเรียน มัธยมอาชีวศึกษาเจียอี้ (嘉義高工) กล่าวว่า ความสำเร็จของเขาในงานไม้มาจากความมีความรับผิดชอบ ความสุขุม และวินัยในตัวเองอย่างสูง ซึ่งช่วยให้ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวดได้ และคุณพ่อของเขา คือ ไช่อวี้หลิน (蔡裕霖) กล่าวด้วยว่า ลูกชายของเขาเป็นคนละเอียดอ่อน ใจเย็น และสามารถอดทนกับการทำงานไม้ได้ดี อีกทั้งยังมีพื้นฐานด้านงานไม้ที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาโดดเด่น</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ไช่หยุนหรง กับ คุณพ่อไช่อวิ้หลิน</p>
<p>&nbsp; &nbsp;การแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ หรือ WorldSkills ปี 2024 จัดขึ้นในเดือนกันยายนที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส ไช่หยุนหรงกล่าวถึงชัยชนะด้วยความดีใจว่า "ดีใจมากที่ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง" แต่เมื่อกลับถึงบ้าน มีสมาชิกของครอบครัวและญาติกว่า 10 คนที่มาต้อนรับเขาที่สนามบินพร้อมตะโกนเรียกชื่อ ทำให้เขารู้สึกเขิน<br>&nbsp; &nbsp;ในการแข่งขันประเภทงานไม้เฟอร์นิเจอร์ เขาเล่าว่าผู้เข้าแข่งขันจะได้รับแบบแปลนที่ต้องวิเคราะห์และวางแผนวิธีการผลิตก่อนลงมือทำ เขาหัวเราะและเล่าว่า แบบแปลนที่ได้รับในครั้งนั้นแตกต่างจากที่ใช้กันทั่วไปในไต้หวัน ทำให้เขารู้สึก &ldquo;มองไม่ออก&rdquo; ในตอนแรก แต่หลังจากปรึกษากับหัวหน้าผู้ตัดสินและครู เขาก็สามารถเข้าใจและเริ่มลงมือได้อย่างมั่นใจ เขาวิเคราะห์ว่า ในการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ระดับฝีมือของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนใกล้เคียงกันมาก แต่สิ่งที่ตัดสินผลแพ้ชนะคือการวางแผนขั้นตอนและจัดสรรเวลาให้เหมาะสม เช่น ผลงานแต่ละชิ้นประกอบด้วยส่วนประกอบย่อยจำนวนมาก ซึ่งผู้เข้าแข่งขันหลายคนไม่สามารถทำงานได้เสร็จทันเวลา แต่เขาสามารถจัดการเวลาและแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถเสร็จงานได้เร็วกว่าคนอื่น เขายอมรับว่า ในช่วงแข่งขันต้องทำงานอย่างเร่งรีบจนไม่มีเวลาคิดว่าจะทำไม่ทันหรือไม่ มีแต่เพียงก้มหน้าก้มตาทำอย่างเต็มที่ และเพื่อหลีกเลี่ยงความกังวลที่อาจส่งผลต่อผลงาน เขาเลือกที่จะไม่มองความคืบหน้าของผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ แต่ตั้งใจทำงานตามจังหวะของตนเอง จนสามารถคว้าเหรียญทองมาได้ในที่สุด</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">ไช่หยุนหรงและเพื่อน กับ ครูสอนงานไม้จางหย่งชาง</p>
<p>&nbsp; &nbsp;หลังคว้ารางวัลจากการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ เขากล่าวว่าชีวิตของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก เขายังคงใช้ชีวิตในฐานะนักเรียนทั่วไป สำหรับในอนาคต ไช่หยุนหรง ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.5 กล่าวว่า เขาวางแผนศึกษาต่อในสาขาวิทยาศาสตร์และการออกแบบไม้ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติผิงตง (National Pingtung University of Science and Technology) เพื่อพัฒนาต่อในด้านงานไม้และการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ นอกจากนี้ เขายังตั้งเป้าหมายที่จะใช้ประสบการณ์ของตัวเองส่งเสริมการศึกษาสายอาชีพ เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าสายอาชีพทำอะไร โดยเขาเริ่มวางแผนที่จะเป็นวิทยากรบรรยายในโรงเรียนระดับมัธยมต้น แบ่งปันประสบการณ์การแข่งขันของเขา และหวังว่าน้อง ๆ รุ่นหลังจะสามารถค้นพบเส้นทางของตัวเองได้</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64965</guid>
      <pubDate>Tue, 21 Jan 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/21/20250121_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36021120" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 21 ม.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 21 ม.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp;เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2024 ซึ่งตรงกับวันชาติไต้หวัน ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อแนะนำ ไช่หยุนหรง(蔡昀融) &nbsp;ผู้คว้าเหรียญทองจาก WorldSkills ครั้งที่ 47 ซึ่งเปรียบเสมือน "โอลิมปิกสายอาชีพ" เขาได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้นและคว้ารางวัล "Best of Nation" ด้วย ไช่หยุนหรงเติบโตในครอบครัวช่างไม้และเริ่มสนใจงานไม้มาตั้งแต่วัยเด็ก โดยได้แรงบันดาลใจจากคุณพ่อ เขาสร้างผลงานแรกคือ "ม้านั่งตัวเล็ก" และต่อยอดทักษะด้วยความพยายามจนประสบความสำเร็จระดับโลก</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/14/d17f0fd9f7b815c982c306692ae097b9.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>12</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 21 ม.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64967</link>
      <description><![CDATA[<p>การผลิตไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพของนครนิวไทเป</p>
<p>&nbsp; &nbsp;เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานที่ยั่งยืนและบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ผู้ว่านครนิวไทเป โหวโหย่วอี๋ (侯友宜) ได้ไปตรวจดูการผลิตพลังงานความร้อนใต้พิภพที่โรงไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพจินซานซื่อข้วงจื่อผิง (金山四磺子坪) เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2024 ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาพลังงานความร้อนใต้พิภพภูเขาไฟแห่งแรกในไต้หวัน โดยคาดหวังว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พิภพของนิวไทเปจะกลายเป็นอันดับหนึ่งของไต้หวัน<br>&nbsp; &nbsp;สำนักพัฒนาเศรษฐกิจระบุว่าเขตจินซาน และ วั่นหลี่ เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาพลังงานความร้อนใต้พิภพมากที่สุดในไต้หวัน โดยคาดว่าปริมาณการผลิตไฟฟ้าต่อปีจะถึง 1,600 ล้านหน่วย ซึ่งสามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับครอบครัว 4 คนจำนวน 360,000 ครัวเรือนตลอดทั้งปี<br>โหวโหย่วอี๋ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายลงเนื่องจากผลกระทบของก๊าซเรือนกระจกทำให้การปรับเปลี่ยนพลังงานของเมืองกลายเป็นแนวโน้มสำคัญของโลก นิวไทเปมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการประหยัดพลังงานและการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พิภพเป็นนโยบายสำคัญในการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนของรัฐบาล<br>&nbsp; &nbsp;โหวโหย่วอี๋ กล่าวว่า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พิภพสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก มีความเสถียร เป็นหนึ่งในพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญ เป็นพลังงานที่ยั่งยืนอีกด้วย พื้นที่ใต้ภูเขาไฟต้าถุน (大屯) มีโครงสร้างชั้นเก็บความร้อนใต้พิภพที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพการพัฒนาใช้ประโยชน์พลังงานความร้อนใต้พิภพสูงสุด คิดเป็นประมาณ 70% ของทรัพยากรความร้อนใต้พิภพตื้นของไต้หวัน จึงถูกเลือกเป็นพื้นที่สาธิตสำหรับการพัฒนาพลังงานความร้อนใต้พิภพ<br>&nbsp; &nbsp;เซิ่งเสี่ยวหรง (盛筱蓉) ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเศรษฐกิจกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 1966 ไต้หวันได้ทุ่มเททรัพยากรอย่างแข็งขันในการสำรวจพลังงานความร้อนใต้พิภพของภูเขาไฟต้าถุน แต่แหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพของภูเขาไฟมีความเป็นกรดสูง ทำให้ท่อถูกกัดกร่อนได้ง่าย วิธีการก่อสร้างและวัสดุในยุคแรกมีข้อจำกัด ทำให้ไม่สามารถพัฒนาอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าได้สำเร็จ แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เครื่องกำเนิดไฟฟ้าระบบไอน้ำแห้งผสานการผลิตไฟฟ้าแบบเย็น ในที่สุดในเดือนตุลาคม 2023 โรงไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพ จินซานซื่อหวงจื่อผิงก็เสร็จสมบูรณ์ กลายเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาพลังงานความร้อนใต้พิภพแบบภูเขาไฟในไต้หวัน<br>&nbsp; &nbsp;สำนักพัฒนาเศรษฐกิจแถลงว่า โรงไฟฟ้าแห่งนี้เป็นโครงการพัฒนาพลังงานความร้อนใต้พิภพแบบภูเขาไฟแห่งแรกในไต้หวัน โดยมีกำลังติดตั้ง 1.2 เมกะวัตต์ ปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าต่อปี 6.4 ล้านหน่วย จ่ายไฟฟ้าให้กับครอบครัว 4 คนจำนวน 1,500 ครัวเรือนตลอดทั้งปี เขตจินซานและวั่นหลี่เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพพัฒนาพลังงานความร้อนใต้พิภพมากที่สุดในไต้หวัน และยังมีโรงไฟฟ้าอีก 3 แห่งที่กำลังก่อสร้าง เมื่อเสร็จสิ้นแล้วคาดว่าจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าถึง 1.6 พันล้านหน่วย ซึ่งเทียบเท่ากับการจ่ายไฟฟ้าให้กับครอบครัว 4 คนจำนวน 360,000 ครัวเรือนตลอดทั้งปี</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64967</guid>
      <pubDate>Tue, 21 Jan 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/21/20250121_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36021120" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 21 ม.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 21 ม.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #a52a2a;"><strong>การผลิตไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพของนครนิวไทเป</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/21/bf29f010c4e034ec9319bc480b7b0ed3.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>11</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - Aphasia (ep.1)]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64974</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;จ้าวลู่ซือ (趙露思) นักแสดงหญิงชาวจีนวัย 26 ปี&nbsp; ถูกพบในสภาพที่ไม่สามารถเดินหรือพูดได้ ขณะนั่งอยู่บนรถเข็นเพื่อเข้ารับการรักษา ภาพเหล่านี้ได้กลายเป็นกระแสไวรัลบน Weibo ในช่วงที่ผ่านมา มีรายงานว่า จ้าวลู่ซือถูกตรวจพบว่าเป็นโรค "失語症" (Aphasia) และไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือพูดได้ ทางทีมงานของเธอยืนยันว่าเธอกำลังเข้ารับการรักษาและอยู่ระหว่างการพักฟื้น ทำให้เป็นประเด็นได้รับความสนใจและมีการพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง&nbsp; แต่ว่า โรคนี้คืออะไร? เกิดจากอะไร? และอาการเป็นอย่างไร? และจะหายขาดได้หรือไม่?&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;จ้าวลู่ซือ (趙露思) นักแสดงหญิงชาวจีนวัย 26 ปี&nbsp;</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;Aphasia (อะ-เฟ-เซีย) หรือภาวะบกพร่องทางการสื่อความ เป็นความผิดปกติทางการสื่อสาร และเป็นภาวะที่เกิดจากการที่ส่วนของสมองที่เกี่ยวข้องกับการพูดและการเข้าใจภาษาถูกทำลาย เช่น จากอุบัติเหตุ โรคหลอดเลือดสมอง หรือเนื้องอกในสมอง ส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารได้อย่างปกติ การทำงานของสมองในการเข้าใจและรับส่งข้อความจะถูกรบกวน ทำให้เกิดปัญหาทั้งในด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน</p>
<p dir="ltr">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ข้อมูลจากโรงพยาบาลฉางเกิงเมมโมเรียล โรค Aphasia สามารถแบ่งตามอาการได้เป็น 3 ประเภทหลัก&nbsp;</p>
<p dir="ltr">1. ความบกพร่องทางด้านการพูด (Motor or Expressive aphasia)&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ผู้ป่วยสามารถเข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดได้ แต่ไม่สามารถแสดงออกหรือสื่อสารความหมายของตัวเองได้ อาจพูดได้แค่คำหรือประโยคที่ไม่สมบูรณ์ การพูดหรือการเขียนจะได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่การอ่านอาจไม่ได้รับผลกระทบมาก</p>
<p dir="ltr">2. ความบกพร่องทางด้านความเข้าใจ (Sensory or Receptive aphasia)&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ผู้ป่วยสามารถพูดได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ผู้ฟังมักจะไม่เข้าใจเนื่องจากคำพูดไม่มีความหมาย และผู้ป่วยเองก็ไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดได้ มักจะตอบคำถามผิดหรือไม่ตรงประเด็น การเข้าใจภาษาพูดและการอ่านจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง</p>
<p dir="ltr">3. ความบกพร่องทั้งด้านความเข้าใจและการพูด (Global aphasia)&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ผู้ป่วยมีความยากลำบากทั้งในการแสดงออกและการเข้าใจภาษา เนื่องจากพื้นที่ของสมองที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาได้รับความเสียหาย ผู้ป่วยประสบปัญหาทั้งในการเข้าใจคำพูด การพูด การอ่าน และการเขียน</p>
<p><br><br>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">สาเหตุของ Aphasia</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สาเหตุหลักของAphasiaมาจากโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนี้ยังรวมถึงภาวะเส้นเลือดอุดตันในสมอง, เลือดออกในสมองภาวะที่หลอดเลือดในสมองแตก อุบัติเหตุที่ศีรษะ หรือการติดเชื้อในสมองที่อาจทำให้เกิดภาวะนี้ได้ ตัวอย่างเช่น กรณีของนักแสดงบรูกส์ วิลลิสที่ได้เผยเกี่ยวกับFrontotemporal Dementia (FTD) อาการป่วยของเขา หรือที่รู้จักในชื่ออื่นๆ คือ Pick&rsquo;s disease หรือ frontal lobe dementia คือภาวะที่มีการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาทบริเวณสมองส่วนหน้า (Frontal lobe) และส่วนขมับ (Temporal lobe) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการถ่ายทำภาพยนตร์แอ็คชั่นที่ได้รับการบาดเจ็บ</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสังเกตคือการทำงานของสมองแต่ละซีกของแต่ละคนต่างกัน แพทย์หญิงจากโรงพยาบาลว่านฟาง กล่าวว่า สำหรับคนที่ถนัดขวา ศูนย์กลางภาษาจะอยู่ที่สมองซีกซ้าย ถ้าฝั่งซึกซ้ายของสมองถูกกระทบ เช่น เส้นเลือดในสมองแตก เนื้องอก หรือได้รับบาดเจ็บ ก็อาจทำให้เกิดภาวะอะเฟเซียได้ ส่วนคนที่ถนัดมือซ้ายก็จะตรงข้ามกัน โดยข้อมูลจากสมาคมโสตสัมผัสวิทยาและการพูดไต้หวันระบุว่า ในไต้หวันมีผู้ป่วยโรคอะเฟซีย ในไต้หวันแล้วประมาณ 40,000 ถึง 65,000 คน</p>
<p style="text-align: center;"><br><br>อาการของโรคนี้มีอะไรบ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ภาวะเสียการสื่อความแบบรับรู้ผิดปกติ (Receptive aphasia)</p>
<p dir="ltr">ผู้ป่วยไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดได้ เนื่องจากสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้และประมวลผลข้อมูลผิดปกติ</p>
<p dir="ltr">พฤติกรรมของผู้ป่วย: พูดคล่องแคล่วและต่อเนื่อง แต่เนื้อหาที่พูดมักไม่ตรงกับบทสนทนา</p>
<p dir="ltr">ตัวอย่าง: หากถามว่า &ldquo;คุณชื่ออะไร&rdquo; ผู้ป่วยอาจตอบว่า &ldquo;ทานข้าวแล้ว&rdquo;</p>
<p dir="ltr">ไม่สามารถทำตามคำสั่งง่าย ๆ ได้ เช่น หากบอกให้หลับตา ผู้ป่วยจะไม่ตอบสนอง เนื่องจากไม่เข้าใจคำพูด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ภาวะเสียการสื่อความแบบแสดงออกผิดปกติ (Motor Aphasia)&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ผู้ป่วยมีความยากลำบากในการพูดหรืออาจพูดไม่ได้เลย แต่ยังเข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดได้ดี</p>
<p dir="ltr">พฤติกรรมของผู้ป่วย: พูดตอบคำถามไม่ได้ แต่สามารถใช้การเขียนหรือท่าทางสื่อสารแทน</p>
<p dir="ltr">ตัวอย่าง: หากถามว่า &ldquo;ชื่ออะไรครับ&rdquo; ผู้ป่วยจะพูดตอบไม่ได้ แต่สามารถเขียนชื่อของตัวเองได้ หรือเมื่อบอกให้ยกมือ ผู้ป่วยจะทำตามคำสั่งทันที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ภาวะเสียการสื่อความแบบรับรู้และแสดงออกผิดปกติ&nbsp; (Global Aphasia)</p>
<p dir="ltr">ผู้ป่วยไม่สามารถฟังหรือพูดสื่อสารได้เลย</p>
<p dir="ltr">พฤติกรรมของผู้ป่วย: ไม่เข้าใจคำพูดและไม่สามารถสื่อสารกลับได้</p>
<p dir="ltr">ตัวอย่าง: หากบอกให้หลับตา ผู้ป่วยอาจไม่ตอบสนองหรือทำผิดคำสั่ง เช่น ยกแขนขึ้นแทน</p>
<p dir="ltr">ผู้ป่วยอาจมีอาการกระวนกระวาย หรือขาดสมาธิ เนื่องจากไม่สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ภาวะเสียการสื่อความแบบเฉพาะชื่อผิดปกติ (Naming aphasia)</p>
<p dir="ltr">ผู้ป่วยไม่สามารถเรียกชื่อสิ่งของหรือคำศัพท์ที่ต้องการได้ แต่เข้าใจหน้าที่หรือการใช้งานของสิ่งนั้น</p>
<p dir="ltr">ตัวอย่าง: เมื่อแสดงปากกาและถามว่าคืออะไร ผู้ป่วยไม่สามารถบอกคำว่า &ldquo;ปากกา&rdquo; ได้ แต่จะอธิบายว่าใช้สำหรับเขียน และสามารถพูดตามคำที่ได้ยินได้ปกติ</p>
&nbsp;]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64974</guid>
      <pubDate>Mon, 20 Jan 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/20/20250120_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24028800" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - Aphasia (ep.1)</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - Aphasia (ep.1)</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;จ้าวลู่ซือ (趙露思) นักแสดงหญิงชาวจีนวัย 26 ปี&nbsp; ถูกพบในสภาพที่ไม่สามารถเดินหรือพูดได้ ขณะนั่งอยู่บนรถเข็นเพื่อเข้ารับการรักษา ภาพเหล่านี้ได้กลายเป็นกระแสไวรัลบน Weibo ในช่วงที่ผ่านมา มีรายงานว่า จ้าวลู่ซือถูกตรวจพบว่าเป็นโรค "失語症" (Aphasia) และไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือพูดได้ ทางทีมงานของเธอยืนยันว่าเธอกำลังเข้ารับการรักษาและอยู่ระหว่างการพักฟื้น ทำให้เป็นประเด็นได้รับความสนใจและมีการพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง&nbsp; แต่ว่า โรคนี้คืออะไร? เกิดจากอะไร? และอาการเป็นอย่างไร? และจะหายขาดได้หรือไม่?&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/23/257d259e208a350719b5d7da3bae14a2.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>10</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64979</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของคุณหลี่เจิ้นฮุย ผู้เชี่ยวชาญล่ามภาษามือในไต้หวัน ผู้ที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสารเพื่อผู้พิการทางการได้ยิน (ตอนที่ 2) คุณหลี่เจิ้นฮุย (李振輝) เป็นล่ามภาษามือคนแรกในไต้หวันที่อาศัยภาษามือในการทำหากิน และยังเป็นคนแรกๆ ที่ได้ออกทีวี โดยใช้ภาษามือและสายตาแสดงออกควบคู่กัน เพื่อสื่อสารให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินสามารถรับรู้ได้ถึงเหตุการณ์ที่ขึ้น ตั้งแต่พิธีเฉลิมฉลองวันชาติ การอภิปรายเลือกตั้งประธานาธิบดี ไปจนถึงการแถลงนโยบายสำคัญของสภาบริหารและสภานิติบัญญัติไต้หวัน การถ่ายทอดสดเหตุการณ์สำคัญเหล่านี้ เราจะเห็นกรอบเล็กๆ ที่มีเขาอยู่ในนั้นตรงมุมจอโทรทัศน์ที่กำลังออกอากาศ&nbsp;คลิกฟังรายการที่นี่</p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=64979</guid>
      <pubDate>Sun, 19 Jan 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/19/20250119_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36004800" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของคุณหลี่เจิ้นฮุย ผู้เชี่ยวชาญล่ามภาษามือในไต้หวัน ผู้ที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสารเพื่อผู้พิการทางการได้ยิน (ตอนที่ 2) คุณหลี่เจิ้นฮุย (李振輝) เป็นล่ามภาษามือคนแรกในไต้หวันที่อาศัยภาษามือในการทำหากิน และยังเป็นคนแรกๆ ที่ได้ออกทีวี โดยใช้ภาษามือและสายตาแสดงออกควบคู่กัน เพื่อสื่อสารให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินสามารถรับรู้ได้ถึงเหตุการณ์ที่ขึ้น ตั้งแต่พิธีเฉลิมฉลองวันชาติ การอภิปรายเลือกตั้งประธานาธิบดี ไปจนถึงการแถลงนโยบายสำคัญของสภาบริหารและสภานิติบัญญัติไต้หวัน การถ่ายทอดสดเหตุการณ์สำคัญเหล่านี้ เราจะเห็นกรอบเล็กๆ ที่มีเขาอยู่ในนั้นตรงมุมจอโทรทัศน์ที่กำลังออกอากาศ&nbsp;<a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/01/19/20250119_2200_1007_th.mp3"><span style="color:#0000ff"><strong>คลิกฟังรายการที่นี่</strong></span></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/01/26/e6b2f9d092f7cbbcee7ec848567a5e0c.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>9</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 14 ม.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65001</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;พุซซี่วิลโล่ ภาษาจีนเรียกว่า อิ๋นหลิ่ว(銀柳) เป็นดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์ของเมืองอี๋หลาน แหล่งปลูกอยู่ที่ตำบลซานซิง ดอกไม้ชนิดนี้มีช่วงการผลิตตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ชื่อ "อิ๋นหลิ่ว(銀柳)" ออกเสียงคล้ายกับคำว่า "เงินทอง" ในภาษา ไถอวี่(台語) จึงเป็นดอกไม้ที่นิยมใช้สำหรับการตกแต่งภายในบ้านในช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่วนในภาษาไทยเรียกได้หลายชื่อที่สื่อความหมายใกล้เคียงกัน เช่น ดอกตุ่มเงินตุ่มทอง ดอกกระดุมเงินกระดุมทอง หรือดอกต้นเงินต้นทอง เนื่องจากดอกพุซซี่วิลโล่มีสีขาวบริสุทธิ์ อ่อนนุ่ม คล้ายขนสัตว์ ขนาดเล็กรูปกลมรีขึ้นประปรายบนกิ่งก้านยาวสีเข้ม เมื่อดอกทิ้งไว้จนแห้ง สามารถใช้เป็นดอกไม้แห้งที่มีอายุการใช้งานได้นาน และยังคงความสดใสได้ตลอดทั้งปี เพราะฉะนั้นจึงเหมาะสำหรับใส่แจกัน เพื่อตกแต่งบ้านและสถานที่ต่าง ๆ&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">สอนปักดอกไม้จากพุซซี่วิลโล่</p>
<p>&nbsp; &nbsp;ในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึง ซึ่งตรงกับช่วงฤดูผลิตของดอกพุซซี่วิลโล่ ทางกรมการเกษตรและอาหาร(Agriculture and Food Agency) ภาคตะวันออกของไต้หวันได้ร่วมมือกับสมาคมเกษตรกรในตำบลซานซิง เพื่อส่งเสริมการใช้ดอกพุซซี่วิลโล่ที่ผลิตในประเทศ โดยจะมีการจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในปลายเดือนธันวาคม ปี 2024 &nbsp;และในงานนี้มีการแนะนำดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์ สื่อถึงความโชคดีและความมั่งคั่ง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถนำไปประดับบ้านต้อนรับเทศกาลตรุษจีน เชื่อว่าการตั้งดอกพุซซี่วิลโล่ไว้ในบ้านจะช่วยเสริมโชคลาภ นำความมั่งมีศรีสุขมาให้ และสร้างความโชคดีตลอดทั้งปี โดยขนาดความยาวของพุซซี่วิลโล่มีความหมายต่างกัน ได้แก่ ความยาว 3 ฟุต (91.4 ซม.) หมายถึงการต้อนรับโชคลาภ, ความยาว 4 ฟุต 2 (128 ซม.) หมายถึงความมั่งคั่ง, ความยาว 5 ฟุต 1 (155.4 ซม.) หมายถึงความร่ำรวย, ความยาว 6 ฟุต 2 (190 ซม.) หมายถึงการมีบุตร เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">พุซซี่วิลโล่ที่ตัดจากสวน</p>
<p>&nbsp; &nbsp;นอกจากการใช้ในงานดอกไม้แล้ว ดอกพุซซี่วิลโล่ยังถูกพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายโดยสหกรณ์เกษตรเพื่อการตลาดหมิงชิ่ง(明慶農產運銷合作社)ในเมืองอี๋หลาน เช่น พวงแขวนประดับ ของเสริมโชค กระถางต้นไม้ขนาดเล็ก ถุงกำจัดกลิ่นและป้องกันความชื้น เป็นต้น อีกทั้งยังได้ร่วมมือกับบริษัทไบโอเทคโลโนยีเพื่อพัฒนาสารสกัดและมาส์กหน้าจากพุซซี่วิลโล่ ขยายขอบเขตการใช้งานและยกระดับคุณค่า โดยไม่เหลือชิ้นส่วนให้สูญเปล่า</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">พัฒนาผลิตภัณฑ์จากพุซซี่วิลโล่</p>
<p>&nbsp; &nbsp;เพื่อผลักดันการพัฒนาที่หลากหลายของอุตสาหกรรมพุซซี่วิลโล่ กรมการเกษตรและอาหารภาคตะวันออกได้สนับสนุนสมาคมเกษตรกรในเขตซานซิงและสหกรณ์หมิงชิ่ง จัดกิจกรรมมากมาย เช่น นิทรรศการงานสร้างสรรค์ DIY กิจกรรมสัมผัสธรรมชาติในสวนดอกไม้ การส่งเสริมการศึกษาเรื่องดอกไม้สำหรับครอบครัว เป็นต้น เพื่อทำให้ผู้บริโภครู้จักอุตสาหกรรมพุซซี่วิลโล่มากยิ่งขึ้นอีกด้วย</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65001</guid>
      <pubDate>Tue, 14 Jan 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/14/20250114_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36013440" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 14 ม.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 14 ม.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;พุซซี่วิลโล่ ภาษาจีนเรียกว่า อิ๋นหลิ่ว(銀柳) เป็นดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์ของเมืองอี๋หลาน แหล่งปลูกอยู่ที่ตำบลซานซิง ดอกไม้ชนิดนี้มีช่วงการผลิตตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ชื่อ "อิ๋นหลิ่ว(銀柳)" ออกเสียงคล้ายกับคำว่า "เงินทอง" ในภาษา ไถอวี่(台語) จึงเป็นดอกไม้ที่นิยมใช้สำหรับการตกแต่งภายในบ้านในช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่วนในภาษาไทยเรียกได้หลายชื่อที่สื่อความหมายใกล้เคียงกัน เช่น ดอกตุ่มเงินตุ่มทอง ดอกกระดุมเงินกระดุมทอง หรือดอกต้นเงินต้นทอง เนื่องจากดอกพุซซี่วิลโล่มีสีขาวบริสุทธิ์ อ่อนนุ่ม คล้ายขนสัตว์ ขนาดเล็กรูปกลมรีขึ้นประปรายบนกิ่งก้านยาวสีเข้ม เมื่อดอกทิ้งไว้จนแห้ง สามารถใช้เป็นดอกไม้แห้งที่มีอายุการใช้งานได้นาน และยังคงความสดใสได้ตลอดทั้งปี เพราะฉะนั้นจึงเหมาะสำหรับใส่แจกัน เพื่อตกแต่งบ้านและสถานที่ต่าง ๆ&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/14/2652ae73f4aa9857c5d462d2a2eb2ce1.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>8</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 14 ม.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65003</link>
      <description><![CDATA[<p>บริษัทสตาร์ทอัพจากไต้หวันเปิดตัวเทคโนโลยีล้ำสมัยวงการแพทย์ นำเสนอแนวคิดแห่งอนาคต ในงาน CES 2025&nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp;เมื่อตื่นนอนในตอนเช้า คุณเพียงยืนหน้ากระจก และในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที คุณก็สามารถรู้ข้อมูลสุขภาพของตัวเอง เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ค่าออกซิเจนในเลือด สุขภาพหัวใจและปอด รวมถึงอัตราการหายใจ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่ เพียงแค่ดูในกระจกก็สามารถเข้าใจสุขภาพของคุณได้อย่างง่ายดาย นี่คือผลงานของบริษัทสตาร์ทอัพไต้หวัน Face Heart (鉅怡智慧)ได้นำเสนอเทคโนโลยี "ไร้การสัมผัส" นี้ในงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค (CES) ที่สหรัฐฯ โดยการประยุกต์ใช้ในการแพทย์ทางไกลและการดูแลสุขภาพระยะไกล และในอนาคต คุณอาจใช้งานได้เองที่บ้าน เทคโนโลยีนี้ได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมติดต่อกันเป็นปีที่ 2&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp;การกลืน "แคปซูลดิจิทัล" ขนาดเท่าเม็ดน้ำมันปลา สามารถตรวจจับความเครียดและอุณหภูมิภายในร่างกายที่มองไม่เห็นได้ในทันที บริษัท Dot Space(明健聯合公司) ได้พัฒนาแคปซูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เล็กที่สุดในโลก โดยมีจุดเด่นที่การออกแบบเสาอากาศซึ่งจดสิทธิบัตรแล้ว และโมดูลบลูทูธพลังงานต่ำที่ช่วยให้แคปซูลสามารถตรวจจับข้อมูลได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 150 ชั่วโมง จนกระทั่งถูกขับออกจากร่างกายของผู้ป่วย&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp;หลิวเหิงรุ่ย(劉恆瑞) ผู้จัดการโครงการ กล่าวในงาน CES ว่า แคปซูลจะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติผ่านการกระตุ้นด้วยแม่เหล็กจากภายนอกร่างกาย และส่งข้อมูลเกี่ยวกับแรงดันและอุณหภูมิได้ทันที ซึ่งนอกจากจะเหมาะสำหรับผู้ป่วยแล้ว ยังสามารถพัฒนาสู่ตลาดสำหรับนักบินอวกาศและนักกีฬาระดับมืออาชีพได้ด้วย<br>&nbsp; &nbsp;ไม่เพียงแค่สุขภาพกาย แต่ปัญหาสุขภาพจิตของคนยุคใหม่ยังสามารถปรับปรุงได้ด้วยเทคโนโลยี &nbsp;เช่น บริษัท Bamboo Technology(竹謙科技) ของไต้หวัน ได้รวมความเชี่ยวชาญของจิตแพทย์และนักจิตวิทยาเข้ากับโมเดล AI สร้าง " นักจิตวิทยา AI " แก้ไขปัญหาการขาดแคลนนักจิตวิทยาอย่างมีประสิทธิภาพ หวงจู๋อิ๋ง(黃筑萾) ซีอีโอของบริษัท Bamboo Technology ซึ่งเคยรับผิดชอบด้านการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาแก่เจ้าหน้าที่ในกองทัพ &nbsp;เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า "มากกว่าครึ่ง" ของผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตไม่เคยเข้ารับการรักษา เนื่องจากปัญหาการถูกตีตราและความกังวลว่า "คนอื่นจะมองพวกเขาอย่างไร" ดังนั้น การบำบัดผ่านช่องทางเสมือนจริงจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการช่วยเหลือได้มากขึ้น<br>&nbsp; &nbsp;สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการพูดคุยกับนักจิตวิทยาในชีวิตจริง เว็บไซต์ "ห้องสนทนาเปิดใจ聊心茶室" ทำหน้าที่เป็นเหมือนแพลตฟอร์ม Uber ในวงการจิตวิทยา โดยรวมรวมนักจิตวิทยาและระบบชำระเงินออนไลน์ไว้ในที่เดียว ทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหานักจิตวิทยาที่เหมาะสมกับปัญหาของตนเองได้อย่างสะดวก เจียงรุ่ยหมิ่น(江瑞敏) ประธานฝ่ายเทคโนโลยีของห้องสนทนาใจ ให้ความเห็นว่า สุขภาพจิตต้องการความเชื่อมโยงทางอารมณ์ การสื่อสารระหว่างมนุษย์ยังคงมีความสำคัญ ดังนั้นแพลตฟอร์มนี้จึงยังคงให้นักจิตวิทยามนุษย์ทำหน้าที่ให้บริการแก่ผู้ป่วย<br>&nbsp; &nbsp;ในงาน CES ครั้งนี้ มีบริษัทด้าน "ดิจิทัลเฮลท์" (Digital Health) มากกว่า 600 แห่งจากทั่วโลกเข้าร่วม โดยมีทีมจากไต้หวันถึง 17 แห่ง ที่นำเสนอเทคโนโลยีตั้งแต่การตรวจวัดสุขภาพ การดูแลในชีวิตประจำวัน การตรวจพบโรคในระยะแรก ไปจนถึงการดูแลสุขภาพจิต ซึ่ง AI และเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงแนวทางของมนุษย์ในเรื่องการเกิด แก่ เจ็บ และตาย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;ible Technology Incพัฒนาสร้อยคอที่ทั้งทันสมัยและใช้งานได้จริง เพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;Dot Space พัฒนาแคปซูลดิจิทัล ขนาดเท่าเม็ดน้ำมันปลา เพียงแค่กลืนก็ตรวจจับความเครียดและอุณหภูมิภายในร่างกายที่มองไม่เห็นได้ในทันที&nbsp;</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65003</guid>
      <pubDate>Tue, 14 Jan 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/14/20250114_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36024000" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 14 ม.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 14 ม.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #a52a2a;"><strong>บริษัทสตาร์ทอัพจากไต้หวันเปิดตัวเทคโนโลยีล้ำสมัยวงการแพทย์ นำเสนอแนวคิดแห่งอนาคต ในงาน CES 2025&nbsp;</strong></span></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/09/20250109000148M.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>7</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - 2025-01-13]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65010</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">เชื้อไวรัส hMPV หรือ ฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัสคืออะไร?&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp; เชื้อฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส เป็นไวรัส RNA สายเดี่ยวที่อยู่ในตระกูล Paramyxoviridae เป็นเชื้อที่มีมานานแต่ในปัจจุบันมีการตรวจพบเชื้อได้มากขึ้น มักมีการระบาดในช่วงปลายฤดูฝนถึงช่วงฤดูหนาว เชื้อติดต่อผ่านทางเดินหายใจโดยการไอ จาม และการสัมผัสน้ำมูกหรือน้ำลายของผู้ป่วย นายแพทย์ อู๋ชางเถิง (吳昌騰) แพทย์แผนกกุมารเวชศาสตร์ฉุกเฉินจากโรงพยาบาลฉางเกิงเมมโมเรียลเขตหลิวโข่ว กล่าวว่า ไวรัสนี้ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 2001ในเนเธอร์แลนด์ เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน เป้าหมายหลักของไวรัสคือทำลายเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจ การจำลองของไวรัสพบว่ามักเกิดขึ้นในโพรงจมูกและเนื้อเยื่อปอด และก่อให้เกิดการซึมผ่านของหลอดเลือดและบริเวณรอบๆ ทางเดินหายใจ&nbsp;&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><br>&nbsp;</p>
<p>สถานการณ์ปัจจุบัน</p>
<p dir="ltr">ไต้หวัน</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp; จำนวนผู้ป่วยจากไวรัส hMPV ในไต้หวันมีจำนวนน้อย อาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ โดยทั่วไปแล้วจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง แต่กลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจต้องระวังความเสี่ยง ขณะนี้กรมควบคุมโรคยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อยู่ หากพบการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ จะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป</p>
<p dir="ltr">จีน</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ไวรัส HMPV กำลังระบาดในจีน โดยเฉพาะในเด็ก ทำให้โรงพยาบาลบางแห่งมีคนไข้ล้น โลกออนไลน์ก็มีภาพคนแน่นโรงพยาบาล คล้ายช่วงแรกของโควิด-19 แต่ยังไม่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทางการจีนบอกว่าเป็นการระบาดตามฤดูกาลและกำลังเฝ้าระวัง&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">อินเดีย</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp; อินเดียเพิ่งพบผู้ติดเชื้อ 2 คน เป็นเด็กเล็ก ทางกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่ายังไม่รุนแรง แต่ก็เฝ้าระวังและเตรียมรับมือ&nbsp;&nbsp;</p>
<p>ไทย</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ไทยยังไม่มีรายงานการระบาดของ hMPV ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าไวรัสนี้ไม่ใช่ไวรัสใหม่ มีมานานแล้ว แต่อาจต้องระวังในกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ&nbsp;&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;"><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อาการหลังติดเชื้อไวรัส hMPV มักเป็นอาการที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจคล้ายไข้หวัดใหญ่ นายแพทย์อู๋ชี้ว่า หากเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน อาจมีอาการเป็นไข้ จมูกอักเสบ คออักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ หรือหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน หากติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ซึ่งมักต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อาการอาจรวมถึงหายใจลำบาก ไข้ ไอ หายใจมีเสียงหวีด และในกรณีรุนแรง ภาพถ่ายรังสีทรวงอกอาจพบลักษณะปอดมีการแทรกซึมและถุงลมโป่งพองเกินปกติ ก่อนหน้านี้ไวรัสชนิดนี้ไม่มีวิธีการตรวจ นอกจากใช้ทางชีวโมเลกุล ปัจจุบันวิธีการตรวจนั้นง่ายมาก สามมารถใช้ ATK ที่ตรวจโควิด swab จมูกเพื่อตรวจผลการติดเชื้อ&nbsp; นายแพทย์อู๋ยังกล่าวอีกว่าอาการจากการติดเชื้อ hMPV มีความคล้ายคลึงกับไวรัสทางเดินหายใจฤดูหนาวชนิดอื่น เช่น ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ไวรัสทั้งสองชนิดนี้มักมีการระบาดในช่วงเวลาเดียวกัน และอาจเกิดการติดเชื้อร่วมได้ งานวิจัยชี้ว่าเด็กที่ติดเชื้อร่วมระหว่าง hMPV และ RSV มีความเสี่ยงในการเข้ารักษาตัวในห้อง ICU เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า&nbsp;&nbsp;ข้อควรระวังจากการติดเชื้อไวรัส hMPV อาการทั่วไปคือมีไข้สูง มักจะประมาณ 3 ถึง 7 วัน แต่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้แก่:&nbsp; ภาวะขาดน้ำ ซึ่งมักมาพร้อมอาการปัสสาวะน้อยลง&nbsp; การติดเชื้อในหูชั้นกลาง (หูอักเสบ) โรคปอดบวม ที่อาจรุนแรงขึ้นในผู้ป่วยบางราย&nbsp; ดังนั้น ผู้ปกครองควรสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการดื่มน้ำและปริมาณปัสสาวะ หากมีอาการแย่ลงหรือมีภาวะแทรกซ้อน ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสม</p>
<p><br>กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อรุนแรง&nbsp;</p>
<p>1. ทารกและเด็กเล็ก&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp;&nbsp;&nbsp;- เด็กทารกในปีแรกเกิดมีความเสี่ยงสูงสุด โดยเฉพาะเด็กอายุ 0-5 เดือน&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp;&nbsp;&nbsp;- การศึกษาพบว่า มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มากกว่า 90% เคยติดเชื้อ hMPV มาแล้ว&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">2. ผู้สูงอายุ&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp;&nbsp;&nbsp;- เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงตามอายุ ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ hMPV อย่างรุนแรง อาจรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบหรือเสียชีวิต&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">3. ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp;&nbsp;&nbsp;- อย่างเช่น ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่รับเคมีบำบัด หรือผู้ป่วย HIV/AIDS&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp;&nbsp;&nbsp;- ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีโอกาสติดเชื้อ hMPV อย่างรุนแรงเนื่องจากภูมิคุ้มกันไม่สามารถต้านทานไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;<br>&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp; ปัจจุบัน ไวรัสhMPV ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน การรักษา ยังคงเป็นการรักษาตามอาการ (supportive therapy) อย่างเช่นเป็นไข้แพทย์ก็จะจ่ายยาลดไข้ เจ็บคอแพทย์ก็จะจ่ายยาแก้เจ็บคอ บางรายแพทย์อาจให้ใช้เครื่องพ่นยาหรือการบำบัดด้วยละอองยา เพื่อช่วยบรรเทาอาการทางเดินหายใจ และควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นในร่างกาย</p>
<p style="text-align: center;"></p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p dir="ltr">วิธีป้องกันการติดเชื้อ hMPV&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">การดูแลรักษาและการป้องกัน ทำได้เช่นเดียวกันกับโรคทางเดินหายใจอื่นๆ ดูแลเรื่องสุขลักษณะ ให้ร่างกายแข็งแรง หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย สวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนหนาแน่นหรือเมื่อมีการระบาด&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะ&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสิ่งแวดล้อม เช่น ของเล่นเด็ก หรือพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อย&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า โดยเฉพาะดวงตา ปาก และจมูก หากมือยังไม่ได้ล้าง&nbsp;&nbsp;</p>
&nbsp;]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65010</guid>
      <pubDate>Mon, 13 Jan 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/13/20250113_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24017280" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - 2025-01-13</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - 2025-01-13</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr"><strong>เชื้อไวรัส hMPV หรือ ฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัสคืออะไร?&nbsp;</strong></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/16/fdea0a5c97e2a321706b49904297faf3.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>6</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65015</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของคุณหลี่เจิ้นฮุย ผู้เชี่ยวชาญล่ามภาษามือในไต้หวัน ผู้ที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสารเพื่อผู้พิการทางการได้ยิน (ตอนที่ 1) คุณหลี่เจิ้นฮุย (李振輝) เป็นล่ามภาษามือคนแรกในไต้หวันที่อาศัยภาษามือในการทำหากิน และยังเป็นคนแรกๆ ที่ได้ออกทีวี โดยใช้ภาษามือและสายตาแสดงออกควบคู่กัน เพื่อสื่อสารให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินสามารถรับรู้ได้ถึงเหตุการณ์ที่ขึ้น ตั้งแต่พิธีเฉลิมฉลองวันชาติ การอภิปรายเลือกตั้งประธานาธิบดี ไปจนถึงการแถลงนโยบายสำคัญของสภาบริหารและสภานิติบัญญัติไต้หวัน การถ่ายทอดสดเหตุการณ์สำคัญเหล่านี้ เราจะเห็นกรอบเล็กๆ ที่มีเขาอยู่ในนั้นตรงมุมจอโทรทัศน์ที่กำลังออกอากาศ คลิกฟังรายการที่นี่</p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center">&nbsp;</p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65015</guid>
      <pubDate>Sun, 12 Jan 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/12/20250112_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36005760" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวของคุณหลี่เจิ้นฮุย ผู้เชี่ยวชาญล่ามภาษามือในไต้หวัน ผู้ที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสารเพื่อผู้พิการทางการได้ยิน (ตอนที่ 1) คุณหลี่เจิ้นฮุย (李振輝) เป็นล่ามภาษามือคนแรกในไต้หวันที่อาศัยภาษามือในการทำหากิน และยังเป็นคนแรกๆ ที่ได้ออกทีวี โดยใช้ภาษามือและสายตาแสดงออกควบคู่กัน เพื่อสื่อสารให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินสามารถรับรู้ได้ถึงเหตุการณ์ที่ขึ้น ตั้งแต่พิธีเฉลิมฉลองวันชาติ การอภิปรายเลือกตั้งประธานาธิบดี ไปจนถึงการแถลงนโยบายสำคัญของสภาบริหารและสภานิติบัญญัติไต้หวัน การถ่ายทอดสดเหตุการณ์สำคัญเหล่านี้ เราจะเห็นกรอบเล็กๆ ที่มีเขาอยู่ในนั้นตรงมุมจอโทรทัศน์ที่กำลังออกอากาศ <a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/01/12/20250112_2200_1007_th.mp3"><span style="color:#0000ff"><strong>คลิกฟังรายการที่นี่</strong></span></a></p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/01/17/30b0142681d973d69a51d638d3cf875a.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>5</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 7 ม.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65036</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ไต้หวันเคยได้รับสมญานามว่าเป็น "อาณาจักรปลาไหล" โดยการเพาะเลี้ยงปลาไหลส่วนใหญ่มุ่งเน้นส่งออกไปยังญี่ปุ่น ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ไต้หวันครองส่วนแบ่งตลาดญี่ปุ่นมากกว่า 50% หรือกล่าวได้ว่าปลาไหลทุกสองตัวที่ขายในญี่ปุ่นจะมีหนึ่งตัวมาจากไต้หวัน อย่างไรก็ตาม เมื่ออุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงปลาไหลในจีนเริ่มเติบโต ไต้หวันต้องเผชิญกับความท้าทายด้านส่วนแบ่งตลาดในญี่ปุ่น ทางด้านกรมประมงไต้หวันชี้ว่า ไต้หวันไม่ควรแข่งขันด้านราคา แต่ควรใช้จุดแข็งจาก "ลูกปลาไหลรุ่นแรก" เพื่อส่งเสริมการเพาะเลี้ยงแบบใช้สิ่งอำนวยความสะดวก (ระบบปิด) เพื่อสร้างเสถียรภาพในการผลิต พัฒนาความก้าวหน้าทางเทคนิค และใช้ปลาไหลคุณภาพสูงฟื้นคืนตลาดทั้งในและต่างประเทศ<br>&nbsp; &nbsp;เมื่อราว 20-30 ปีก่อน ปลาไหลที่ไต้หวันเพาะเลี้ยงมีคุณภาพดีกว่าของญี่ปุ่นเสียอีก โดยเฉพาะปลาไหลสดซึ่งรสชาติอร่อยกว่า เย่ซิ่นหมิง(葉信明) ประธานมูลนิธิปลาไหลแห่งไต้หวันและยังเป็นรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการประมงไต้หวัน(Fisheries Research Institute) กล่าวว่า อดีตความรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมปลาไหลไต้หวันสะท้อนถึงศักยภาพของชาวประมงในยุคนั้น อย่างไรก็ตาม ผลผลิตและการส่งออกปลาไหลของไต้หวันแตะจุดสูงสุดในช่วงต้นทศวรรษ 1990 และเริ่มลดลงเมื่อปลาไหลจากจีนเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น<br>&nbsp; &nbsp;ในทศวรรษ 1980 ญี่ปุ่นเริ่มลงทุนในอุตสาหกรรมปลาไหลที่จีน ต่อมานักธุรกิจไต้หวันบางรายก็เริ่มย้ายการลงทุนไปยังจีน เย่ซิ่นหมิงชี้ว่าเดิมทีจีนแข่งขันด้วยราคาต่ำ แต่ด้วยความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทำให้ปลาไหลจีนมีราคาขายที่สูงกว่าไต้หวัน ซึ่งจากข้อมูลของสมาคมสหกรณ์การประมงเพาะเลี้ยงปลาไหลแห่งญี่ปุ่น ชี้ให้เห็นว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งตลาดปลาไหลในญี่ปุ่นมาจากจีนถึง 64% ขณะที่ญี่ปุ่นผลิตเอง 33% และไต้หวันเหลือเพียง 2-3%<br>&nbsp; &nbsp;นายเย่ซิ่นหมิง ระบุว่า ระบบการเพาะเลี้ยงปลาไหลของจีนเป็นรูปแบบฟาร์มขนาดใหญ่ มีการผลิตอย่างเสถียรและปริมาณมาก พร้อมทั้งมีการเพาะเลี้ยงปลาไหลสำหรับการส่งออกโดยเฉพาะ โดยเลือกผลิตภัณฑ์คุณภาพดีเพื่อเจาะตลาดโลก แต่ในทางกลับกัน ฟาร์มปลาไหลของไต้หวันมีขนาดเล็กและกระจัดกระจาย ชาวประมงมักทำธุรกิจแบบรายย่อยโดยขายปลาให้ผู้ค้าส่ง และไม่มีอำนาจต่อรองราคา ทำให้ขาดแรงจูงใจและเงินทุนสำหรับการลงทุนในอุปกรณ์หรือการพัฒนานวัตกรรม ดังนั้น การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมปลาไหลในไต้หวันจึงกลายเป็นเรื่องเร่งด่วน กรมประมงชี้ว่าการใช้จุดเด่นจาก "ลูกปลาไหลรุ่นแรก" และการลงทุนในระบบเพาะเลี้ยงแบบปิด อาจช่วยสร้างเสถียรภาพและยกระดับคุณภาพปลาไหลไต้หวันให้สามารถกลับมาแข่งขันในตลาดได้อีกครั้ง<br>&nbsp;&nbsp; ไต้หวันคว้าความได้เปรียบในตลาด แต่ต้องเผชิญกับทรัพยากรที่ลดลงและการแข่งขันจากจีน ทั้งนี้ ลูกปลาไหลญี่ปุ่น (Anguilla japonica หรือที่เรียกว่า ปลาไหลขาว) จะอพยพขึ้นเหนือจากมหาสมุทรบริเวณด้านตะวันตกของร่องลึกมาเรียนาเข้าสู่กระแสน้ำในแต่ละปี ไต้หวันมีความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ ทำให้สามารถเริ่มจับลูกปลาไหลได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงแรกสุดในกลุ่ม 4 ประเทศเอเชียตะวันออก(ได้แก่ ไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) และเพื่อให้มีปลาไหลจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นในช่วง "วันกลางฤดูร้อน" (Midsummer Ox Day-ชาวญี่ปุ่นกล่าวกันว่าถ้าได้ทานปลาไหลในช่วงนี้จะทำให้ร่างกายแข็งแรงทนต่อโรคช่วงหน้าร้อน) ของเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ผู้เพาะเลี้ยงญี่ปุ่นจำเป็นต้องปล่อยลูกปลาไหลลงบ่อภายในปลายเดือนมกราคม จึงมักเสนอราคาสูงเพื่อซื้อลูกปลาไหลจากไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ทรัพยากรลูกปลาไหลธรรมชาติที่ลดลงในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทำให้แม้ไต้หวันมีกฎห้ามส่งออกลูกปลาไหลในช่วงเวลาที่กำหนด แต่ก็ยังมีการลักลอบส่งออกไปญี่ปุ่น ส่งผลให้ปริมาณลูกปลาไหลในบ่อเลี้ยงภายในประเทศลดลงและราคาพุ่งสูงขึ้น<br>&nbsp; &nbsp;การเพาะเลี้ยงปลาไหลในไต้หวันส่วนใหญ่เน้นใช้ปลาไหลญี่ปุ่น โดยผลิตเป็นทั้งปลาไหลสดและผลิตภัณฑ์ปลาไหลย่าง (蒲燒鰻) เพื่อส่งออกไปยังญี่ปุ่น สำหรับปลาไหลจากจีน เน้นใช้ ปลาไหลอเมริกา (Anguilla rostrata) ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า วังเจี้ยฝู่(汪介甫) ผู้บริหารมูลนิธิพัฒนาปลาไหลไต้หวันระบุว่า ราคาลูกปลาไหลญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 70 เหรียญไต้หวันต่อตัว ขณะที่ลูกปลาไหลอเมริกามีราคาถูกกว่า มีเพียง 20-30 เหรียญไต้หวันต่อตัว ด้วยต้นทุนที่แตกต่างนี้ ส่งผลให้ตลาดปลาไหลย่างแปรรูปในญี่ปุ่นเกือบทั้งหมดเปลี่ยนไปใช้ปลาไหลอเมริกาที่เพาะเลี้ยงในจีน ยกตัวอย่าง ปลาไหลญี่ปุ่นที่ผ่านการแปรรูปในไต้หวัน เมื่อวางจำหน่ายในญี่ปุ่นมีราคาขายแทบจะเท่ากับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่นเอง โดยปลาไหลที่ผ่านการแปรรูปในญี่ปุ่นมีราคาขายปลีกในซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ที่ประมาณ 1,900 ถึง 2,800 เยนต่อชิ้น ขณะที่ "ผลิตภัณฑ์ปลาไหลอเมริกาที่แปรรูปในจีน" มีราคาประมาณ 980 ถึง 1,100 เยนต่อชิ้น ซึ่งครองตลาดราคาถูก และส่งผลให้ซูเปอร์มาร์เก็ตจำหน่ายปลาไหลย่างสำเร็จรูปที่ผลิตในจีนและญี่ปุ่นเป็นกลุ่มสินค้าหลัก ซึ่งแม้ว่าตลาดปลาไหลสดในญี่ปุ่นยังคงยึดมั่นในวัฒนธรรมและรสชาติแบบดั้งเดิมที่เน้นใช้ปลาไหลญี่ปุ่น แต่ตลาดปลาไหลแปรรูปกลับไม่เคร่งครัดเรื่องชนิดปลา จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ปลาไหลย่างจากจีนครองตลาดในกลุ่มราคาถูก</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65036</guid>
      <pubDate>Tue, 07 Jan 2025 23:30:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/07/20250107_2230_0525_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36029760" />
      <itunes:title>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 7 ม.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 7 ม.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp;ไต้หวันเคยได้รับสมญานามว่าเป็น "อาณาจักรปลาไหล" โดยการเพาะเลี้ยงปลาไหลส่วนใหญ่มุ่งเน้นส่งออกไปยังญี่ปุ่น ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ไต้หวันครองส่วนแบ่งตลาดญี่ปุ่นมากกว่า 50% หรือกล่าวได้ว่าปลาไหลทุกสองตัวที่ขายในญี่ปุ่นจะมีหนึ่งตัวมาจากไต้หวัน อย่างไรก็ตาม เมื่ออุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงปลาไหลในจีนเริ่มเติบโต ไต้หวันต้องเผชิญกับความท้าทายด้านส่วนแบ่งตลาดในญี่ปุ่น ทางด้านกรมประมงไต้หวันชี้ว่า ไต้หวันไม่ควรแข่งขันด้านราคา แต่ควรใช้จุดแข็งจาก "ลูกปลาไหลรุ่นแรก" เพื่อส่งเสริมการเพาะเลี้ยงแบบใช้สิ่งอำนวยความสะดวก (ระบบปิด) เพื่อสร้างเสถียรภาพในการผลิต พัฒนาความก้าวหน้าทางเทคนิค และใช้ปลาไหลคุณภาพสูงฟื้นคืนตลาดทั้งในและต่างประเทศ<br>&nbsp; &nbsp;เมื่อราว 20-30 ปีก่อน ปลาไหลที่ไต้หวันเพาะเลี้ยงมีคุณภาพดีกว่าของญี่ปุ่นเสียอีก โดยเฉพาะปลาไหลสดซึ่งรสชาติอร่อยกว่า เย่ซิ่นหมิง(葉信明) ประธานมูลนิธิปลาไหลแห่งไต้หวันและยังเป็นรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการประมงไต้หวัน(Fisheries Research Institute) กล่าวว่า อดีตความรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมปลาไหลไต้หวันสะท้อนถึงศักยภาพของชาวประมงในยุคนั้น อย่างไรก็ตาม ผลผลิตและการส่งออกปลาไหลของไต้หวันแตะจุดสูงสุดในช่วงต้นทศวรรษ 1990 และเริ่มลดลงเมื่อปลาไหลจากจีนเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น<br>&nbsp; &nbsp;ในทศวรรษ 1980 ญี่ปุ่นเริ่มลงทุนในอุตสาหกรรมปลาไหลที่จีน ต่อมานักธุรกิจไต้หวันบางรายก็เริ่มย้ายการลงทุนไปยังจีน เย่ซิ่นหมิงชี้ว่าเดิมทีจีนแข่งขันด้วยราคาต่ำ แต่ด้วยความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทำให้ปลาไหลจีนมีราคาขายที่สูงกว่าไต้หวัน ซึ่งจากข้อมูลของสมาคมสหกรณ์การประมงเพาะเลี้ยงปลาไหลแห่งญี่ปุ่น ชี้ให้เห็นว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งตลาดปลาไหลในญี่ปุ่นมาจากจีนถึง 64% ขณะที่ญี่ปุ่นผลิตเอง 33% และไต้หวันเหลือเพียง 2-3%<br>&nbsp; &nbsp;นายเย่ซิ่นหมิง ระบุว่า ระบบการเพาะเลี้ยงปลาไหลของจีนเป็นรูปแบบฟาร์มขนาดใหญ่ มีการผลิตอย่างเสถียรและปริมาณมาก พร้อมทั้งมีการเพาะเลี้ยงปลาไหลสำหรับการส่งออกโดยเฉพาะ โดยเลือกผลิตภัณฑ์คุณภาพดีเพื่อเจาะตลาดโลก แต่ในทางกลับกัน ฟาร์มปลาไหลของไต้หวันมีขนาดเล็กและกระจัดกระจาย ชาวประมงมักทำธุรกิจแบบรายย่อยโดยขายปลาให้ผู้ค้าส่ง และไม่มีอำนาจต่อรองราคา ทำให้ขาดแรงจูงใจและเงินทุนสำหรับการลงทุนในอุปกรณ์หรือการพัฒนานวัตกรรม ดังนั้น การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมปลาไหลในไต้หวันจึงกลายเป็นเรื่องเร่งด่วน กรมประมงชี้ว่าการใช้จุดเด่นจาก "ลูกปลาไหลรุ่นแรก" และการลงทุนในระบบเพาะเลี้ยงแบบปิด อาจช่วยสร้างเสถียรภาพและยกระดับคุณภาพปลาไหลไต้หวันให้สามารถกลับมาแข่งขันในตลาดได้อีกครั้ง<br>&nbsp;&nbsp; ไต้หวันคว้าความได้เปรียบในตลาด แต่ต้องเผชิญกับทรัพยากรที่ลดลงและการแข่งขันจากจีน ทั้งนี้ ลูกปลาไหลญี่ปุ่น (Anguilla japonica หรือที่เรียกว่า ปลาไหลขาว) จะอพยพขึ้นเหนือจากมหาสมุทรบริเวณด้านตะวันตกของร่องลึกมาเรียนาเข้าสู่กระแสน้ำในแต่ละปี ไต้หวันมีความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ ทำให้สามารถเริ่มจับลูกปลาไหลได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงแรกสุดในกลุ่ม 4 ประเทศเอเชียตะวันออก(ได้แก่ ไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) และเพื่อให้มีปลาไหลจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นในช่วง "วันกลางฤดูร้อน" (Midsummer Ox Day-ชาวญี่ปุ่นกล่าวกันว่าถ้าได้ทานปลาไหลในช่วงนี้จะทำให้ร่างกายแข็งแรงทนต่อโรคช่วงหน้าร้อน) ของเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ผู้เพาะเลี้ยงญี่ปุ่นจำเป็นต้องปล่อยลูกปลาไหลลงบ่อภายในปลายเดือนมกราคม จึงมักเสนอราคาสูงเพื่อซื้อลูกปลาไหลจากไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ทรัพยากรลูกปลาไหลธรรมชาติที่ลดลงในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทำให้แม้ไต้หวันมีกฎห้ามส่งออกลูกปลาไหลในช่วงเวลาที่กำหนด แต่ก็ยังมีการลักลอบส่งออกไปญี่ปุ่น ส่งผลให้ปริมาณลูกปลาไหลในบ่อเลี้ยงภายในประเทศลดลงและราคาพุ่งสูงขึ้น<br>&nbsp; &nbsp;การเพาะเลี้ยงปลาไหลในไต้หวันส่วนใหญ่เน้นใช้ปลาไหลญี่ปุ่น โดยผลิตเป็นทั้งปลาไหลสดและผลิตภัณฑ์ปลาไหลย่าง (蒲燒鰻) เพื่อส่งออกไปยังญี่ปุ่น สำหรับปลาไหลจากจีน เน้นใช้ ปลาไหลอเมริกา (Anguilla rostrata) ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า วังเจี้ยฝู่(汪介甫) ผู้บริหารมูลนิธิพัฒนาปลาไหลไต้หวันระบุว่า ราคาลูกปลาไหลญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 70 เหรียญไต้หวันต่อตัว ขณะที่ลูกปลาไหลอเมริกามีราคาถูกกว่า มีเพียง 20-30 เหรียญไต้หวันต่อตัว ด้วยต้นทุนที่แตกต่างนี้ ส่งผลให้ตลาดปลาไหลย่างแปรรูปในญี่ปุ่นเกือบทั้งหมดเปลี่ยนไปใช้ปลาไหลอเมริกาที่เพาะเลี้ยงในจีน ยกตัวอย่าง ปลาไหลญี่ปุ่นที่ผ่านการแปรรูปในไต้หวัน เมื่อวางจำหน่ายในญี่ปุ่นมีราคาขายแทบจะเท่ากับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่นเอง โดยปลาไหลที่ผ่านการแปรรูปในญี่ปุ่นมีราคาขายปลีกในซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ที่ประมาณ 1,900 ถึง 2,800 เยนต่อชิ้น ขณะที่ "ผลิตภัณฑ์ปลาไหลอเมริกาที่แปรรูปในจีน" มีราคาประมาณ 980 ถึง 1,100 เยนต่อชิ้น ซึ่งครองตลาดราคาถูก และส่งผลให้ซูเปอร์มาร์เก็ตจำหน่ายปลาไหลย่างสำเร็จรูปที่ผลิตในจีนและญี่ปุ่นเป็นกลุ่มสินค้าหลัก ซึ่งแม้ว่าตลาดปลาไหลสดในญี่ปุ่นยังคงยึดมั่นในวัฒนธรรมและรสชาติแบบดั้งเดิมที่เน้นใช้ปลาไหลญี่ปุ่น แต่ตลาดปลาไหลแปรรูปกลับไม่เคร่งครัดเรื่องชนิดปลา จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ปลาไหลย่างจากจีนครองตลาดในกลุ่มราคาถูก</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/07/d8c77620312428a70a2f4835cba65203.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>4</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 7 ม.ค.2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65038</link>
      <description><![CDATA[<p>ความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำด้าน IT เป็นก้าวสำคัญในการประยุกต์ใช้พลังงานสีเขียวในไต้หวัน<br>&nbsp; &nbsp;เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2024 นรม จั๋วหรงไท่ได้พบกับประธานบริษัท Supermicro ของสหรัฐฯ นายเหลียงเจี้ยนโฮ่ว (梁見後), ประธานบริษัท Supermicro Taiwan นายเหลียงเจี้ยนกั๋ว(梁見國) และประธานกลุ่ม Guo Rui นายหลินป๋อเหวิน(林博文) นรม. จั๋วขอบคุณบริษัท Supermicro ที่ตอบสนองต่อแผนการเร่งการลงทุนในไต้หวันในปี 2019 ของรัฐบาล ชื่นชมอิทธิพลของบริษัท Supermicro ในด้าน AI ทั่วโลก และการร่วมมือกันของชาวไต้หวันในต่างประเทศต่อการพัฒนาของโลก ยินดีที่บริษัท Supermicro และกลุ่ม Guo Rui ประกาศว่าจะสร้างศูนย์คอมพิวเตอร์สีเขียวที่ใหญ่ที่สุดในโลกในไต้หวัน อันจะดึงดูดบริษัททั่วโลกมาลงทุนในไต้หวันเพิ่มขึ้นด้วย<br>&nbsp; &nbsp;โฆษกสภาบริหาร หลี่ฮุ่ยจือ(李慧芝) กล่าวว่าโครงการความร่วมมือกับบริษัท Supermicro ที่เสนอโดย Guo Rui Green Energy รัฐบาลมองในแง่ดีว่าเป็นการลงทุนข้ามชาติของบริษัทต่างๆ นายกรัฐมนตรีจั๋วหรงไท่จะพยายามสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ดีในไต้หวัน โดยได้ขอให้เลขาธิการสภาบริหาร ก่งหมิงซิน และกระทรวงเศรษฐการช่วยประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ไต้หวันเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวและ AI ทั่วโลก และเสริมสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน<br>&nbsp; &nbsp;บริษัท Supermicro ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 โดยนายเหลียงเจี้ยนโฮ่ว ชาวไต้หวันที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโซลูชันคอมพิวเตอร์เป็นหลัก นายเหลียงเจี้ยนโฮ่วกล่าวว่า การกลับมาไต้หวันครั้งนี้ เป็นการแสดงความรักและการสนับสนุนต่อไต้หวัน เน้นการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Guo Rui Green Energy และสร้างความมั่นใจให้กับรัฐบาลและประชาชนไต้หวัน เขาชี้ให้เห็นว่า Supermicro ยังคงเป็นผู้นำในด้านการจัดหาเซิร์ฟเวอร์ AI ทั่วโลก และเตรียมพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าในด้านพลังงานสีเขียวและการคำนวณ<br>&nbsp; &nbsp;นายหลินป๋อเหวินกล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการประยุกต์ใช้พลังงานสีเขียวในระดับใหม่ ผ่านความร่วมมือกับ Supermicro ไม่เพียงแต่จะเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศของไต้หวัน แต่ยังจะยกระดับการประยุกต์ใช้พลังงานสีเขียว สร้างโอกาสการจ้างงานมากขึ้น และเสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น</p>]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65038</guid>
      <pubDate>Tue, 07 Jan 2025 22:15:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/07/20250107_2215_0520_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36004800" />
      <itunes:title>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 7 ม.ค.2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 7 ม.ค.2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p><span style="color: #a52a2a;"><strong>ความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำด้าน IT เป็นก้าวสำคัญในการประยุกต์ใช้พลังงานสีเขียวในไต้หวัน</strong></span><br>&nbsp; &nbsp;เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2024 นรม จั๋วหรงไท่ได้พบกับประธานบริษัท Supermicro ของสหรัฐฯ นายเหลียงเจี้ยนโฮ่ว (梁見後), ประธานบริษัท Supermicro Taiwan นายเหลียงเจี้ยนกั๋ว(梁見國) และประธานกลุ่ม Guo Rui นายหลินป๋อเหวิน(林博文) นรม. จั๋วขอบคุณบริษัท Supermicro ที่ตอบสนองต่อแผนการเร่งการลงทุนในไต้หวันในปี 2019 ของรัฐบาล ชื่นชมอิทธิพลของบริษัท Supermicro ในด้าน AI ทั่วโลก และการร่วมมือกันของชาวไต้หวันในต่างประเทศต่อการพัฒนาของโลก ยินดีที่บริษัท Supermicro และกลุ่ม Guo Rui ประกาศว่าจะสร้างศูนย์คอมพิวเตอร์สีเขียวที่ใหญ่ที่สุดในโลกในไต้หวัน อันจะดึงดูดบริษัททั่วโลกมาลงทุนในไต้หวันเพิ่มขึ้นด้วย<br>&nbsp; &nbsp;โฆษกสภาบริหาร หลี่ฮุ่ยจือ(李慧芝) กล่าวว่าโครงการความร่วมมือกับบริษัท Supermicro ที่เสนอโดย Guo Rui Green Energy รัฐบาลมองในแง่ดีว่าเป็นการลงทุนข้ามชาติของบริษัทต่างๆ นายกรัฐมนตรีจั๋วหรงไท่จะพยายามสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ดีในไต้หวัน โดยได้ขอให้เลขาธิการสภาบริหาร ก่งหมิงซิน และกระทรวงเศรษฐการช่วยประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ไต้หวันเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวและ AI ทั่วโลก และเสริมสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน<br>&nbsp; &nbsp;บริษัท Supermicro ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 โดยนายเหลียงเจี้ยนโฮ่ว ชาวไต้หวันที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโซลูชันคอมพิวเตอร์เป็นหลัก นายเหลียงเจี้ยนโฮ่วกล่าวว่า การกลับมาไต้หวันครั้งนี้ เป็นการแสดงความรักและการสนับสนุนต่อไต้หวัน เน้นการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Guo Rui Green Energy และสร้างความมั่นใจให้กับรัฐบาลและประชาชนไต้หวัน เขาชี้ให้เห็นว่า Supermicro ยังคงเป็นผู้นำในด้านการจัดหาเซิร์ฟเวอร์ AI ทั่วโลก และเตรียมพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าในด้านพลังงานสีเขียวและการคำนวณ<br>&nbsp; &nbsp;นายหลินป๋อเหวินกล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการประยุกต์ใช้พลังงานสีเขียวในระดับใหม่ ผ่านความร่วมมือกับ Supermicro ไม่เพียงแต่จะเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศของไต้หวัน แต่ยังจะยกระดับการประยุกต์ใช้พลังงานสีเขียว สร้างโอกาสการจ้างงานมากขึ้น และเสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/07/d4715ec4469912bdfd48eca413ef0503.png" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>3</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[สารานุกรมสุขภาพ - 2025-01-06]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65045</link>
      <description><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในช่วงเดือน ตุลาคม ถึง&nbsp; พฤศจิกายน 2567 ฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ได้สร้างความกังวลอย่างยิ่งในไต้หวัน ด้วยจำนวนผู้ป่วยอาการแทรกซ้อนรุนแรงแบ่งเป็นผู้ป่วยสายพันธุ์ A ชนิด H1N1 และผู้ป่วยชนิด H3N2 และสายพันธุ์ B จากข้อมูลสายพันธุ์ที่ยังคงพบมากที่สุดคือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ชนิด H1N1 ที่เริ่มระบาดในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ช่วงนี้สภาพอากาศเย็นลง ทำให้ไวรัสที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจระบาดได้ง่ายขึ้น อีกทั้งกิจกรรมในช่วงปลายปีที่เพิ่มขึ้นก็ยิ่งเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ปีนี้มีปัญหาทำให้การฉีดวัคซีนช้ากว่าปกติ เช่น ปัญหาวัคซีนเปลี่ยนสี และผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นถึงสองลูก ทำให้มีการฉีดวัคซีนลดลงประมาณ 5 แสนโดสเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ไต้หวันได้เปิดให้ฉีดวัคซีนเป็นระยะๆ โดยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนก็เริ่มเปิดให้ประชาชนกลุ่มอายุ 50-64 ปีที่ไม่มีโรคเรื้อรังได้รับการฉีดด้วย ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 16 ธันวาคม มีประชาชนได้รับวัคซีนรวมประมาณ 5.63 ล้านคน คิดเป็นกว่า 85% ของวัคซีนที่มีทั้งหมด ปัจจุบันเหลือวัคซีนอยู่ประมาณ 960,000 โดส&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;"></p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;คุณกัวหงเว่ย (郭宏偉) ผู้อำนวยการศูนย์ระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน เปิดเผยว่า ขณะนี้อัตราผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่เข้ารับการรักษาในแผนกปกติและฉุกเฉินอยู่ที่ 11.2% ซึ่งเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 11% และสะท้อนให้เห็นว่าประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ฤดูกาลแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่แล้ว ระหว่างวันที่ 24-30 ธันวาคม 2567 มีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรงเพิ่มขึ้น 19 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 10 ราย ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 30 ธันวาคม 2567 มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรงสะสม 369 ราย และผู้เสียชีวิตสะสม 85 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งจำนวนนี้ถือเป็นสถิติสูงสุดในช่วงเวลาเดียวกันในรอบ 10 ปี&nbsp;&nbsp;</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2567&nbsp; ถึง กุมภาพันธ์ปีนี้ 2568 ในช่วงวันที่ 28 มีนาคม จะมีการขยายเงื่อนไขการใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากภาครัฐให้ครอบคลุมถึง &ldquo;ผู้ที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ รวมถึงสมาชิกในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมชั้นของผู้ที่เป็นโรคคล้ายไข้หวัดใหญ่</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ปัจจุบัน ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐได้ถูกนำไปใช้ในสถาบันการแพทย์ประมาณ 4,000 แห่งในเทศเขตและเมืองต่างๆ CDC ระบุว่าหวังว่าแพทย์ให้ความใส่ใจมากขึ้นและสอบถามประวัติการเดินทางและการปฎิสัมพันธ์ของผู้ป่วย หากผู้ป่วยเข้าเกณฑ์การแจ้งเตือนไข้หวัดใหญ่ชนิดรุนแรงที่มีความซับซ้อนจากไข้หวัดใหญ่ ควรแจ้งผู้ป่วยที่พบโดยเร็วที่สุด ควรให้การรักษาด้วยยาโดยเร็วที่สุดเพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตอย่างรุนแรง</p>
<p dir="ltr" style="text-align: center;"></p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;โฆษกกรมควบคุมโรคคาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงพีคสุดของการแพร่ระบาดจะอยู่ก่อนและหลังเทศกาลตรุษจีน ซึ่งอาจมีผู้ป่วยต่อสัปดาห์สูงถึง 150,000 คนครั้ง ดังนั้นกรมควบคุมโรคจึงแนะนำให้ประชาชนที่เข้าเกณฑ์รีบเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ฟรีที่สถานพยาบาลที่ร่วมโครงการ และขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ให้สวมหน้ากากอนามัยและรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในช่วงเวลานี้</p>
<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปี 2568 รัฐบาลไต้หวันประกาศขยายการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีให้กับประชาชนทั่วประเทศที่อายุเกิน 6 เดือนและยังไม่ได้รับวัคซีน โดยจะให้บริการไปจนกว่าวัคซีนจะหมด โดยประชาชนที่มีสิทธิ์ต้องอายุ 6 เดือนขึ้นไป และมีสัญชาติไต้หวัน หรือเป็นชาวต่างชาติที่ถือบัตรถิ่นที่อยู่หรือเอกสารรับรองต่าง ๆ สำหรับผู้ที่สนใจ ตอนนี้มีสถานพยาบาลที่เป็นเครือข่ายให้บริการอยู่กว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลใกล้บ้านผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานสาธารณสุข หรือสายด่วน 1922 และแนะนำให้จองคิวล่วงหน้า&nbsp;</p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65045</guid>
      <pubDate>Mon, 06 Jan 2025 21:20:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/06/20250106_2220_0522_th.mp3" type="audio/mpeg" length="24052800" />
      <itunes:title>สารานุกรมสุขภาพ - 2025-01-06</itunes:title>
      <itunes:subtitle>สารานุกรมสุขภาพ - 2025-01-06</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p dir="ltr">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในช่วงเดือน ตุลาคม ถึง&nbsp; พฤศจิกายน 2567 ฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ได้สร้างความกังวลอย่างยิ่งในไต้หวัน ด้วยจำนวนผู้ป่วยอาการแทรกซ้อนรุนแรงแบ่งเป็นผู้ป่วยสายพันธุ์ A ชนิด H1N1 และผู้ป่วยชนิด H3N2 และสายพันธุ์ B จากข้อมูลสายพันธุ์ที่ยังคงพบมากที่สุดคือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ชนิด H1N1 ที่เริ่มระบาดในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/images/2025/01/06/728b18cc30140f022fc740748e0792ea.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>2</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568]]></title>
      <link>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65050</link>
      <description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะมาพูดถึง 10 อันดับแพลตฟอร์มบนมือถือสำหรับใช้ดูหนัง ดูซีรีย์ และดูรายการทีวีต่างๆ ที่คนไต้หวันนิยมมาที่สุดประจำปีที่ผ่านมา เพราะในยุคสมัยที่ทุกอย่างรวมอยู่บนโทรศัพท์มือถือการเสพสื่อบันเทิงก็ถูกปรับเปลี่ยนจากหน้าจอโทรทัศน์ย้ายไปอยู่บนมือถือเช่นกัน ยิ่งในไต้หวันประเทศแห่งเทคโนโลยีและมีสัญญาณเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่แรงมากๆ การเสพสื่อบันเทิงต่างๆ ผ่านมือถือจึงไม่ใช่เรื่องยากลำบากอีกต่อ โดยแพลตฟอร์มเหล่านี้จะมาพร้อมกับแพ็คเกจค่าบริการหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นที่จับมือร่วมกับเครือข่ายมือถือไว้เป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภคด้วย เพราะฉะนั้นถึงตัวคุณจะอยู่ไต้หวันแต่ก็สามารถดูหนัง ซีรีย์ หรือรายการทีวีจากต่างประเทศได้ อีกทั้งยังสามารถเลือกภาษาในการรับชมได้อีกด้วย (คลิกฟังรายการที่นี่)&nbsp;</p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>

<p style="text-align:center"></p>
]]></description>
      <guid>https://www.rti.org.tw/th/programnews?uid=4&amp;amp;pid=65050</guid>
      <pubDate>Sun, 05 Jan 2025 22:00:00 +0800</pubDate>
      <enclosure url="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/audio/2025/01/05/20250105_2200_1007_th.mp3" type="audio/mpeg" length="36010560" />
      <itunes:title>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568</itunes:title>
      <itunes:subtitle>มิติใหม่ ไต้หวัน ประจำวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568</itunes:subtitle>
      <itunes:summary><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มิติใหม่ไต้หวันสัปดาห์นี้จะมาพูดถึง 10 อันดับแพลตฟอร์มบนมือถือสำหรับใช้ดูหนัง ดูซีรีย์ และดูรายการทีวีต่างๆ ที่คนไต้หวันนิยมมาที่สุดประจำปีที่ผ่านมา เพราะในยุคสมัยที่ทุกอย่างรวมอยู่บนโทรศัพท์มือถือการเสพสื่อบันเทิงก็ถูกปรับเปลี่ยนจากหน้าจอโทรทัศน์ย้ายไปอยู่บนมือถือเช่นกัน ยิ่งในไต้หวันประเทศแห่งเทคโนโลยีและมีสัญญาณเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่แรงมากๆ การเสพสื่อบันเทิงต่างๆ ผ่านมือถือจึงไม่ใช่เรื่องยากลำบากอีกต่อ โดยแพลตฟอร์มเหล่านี้จะมาพร้อมกับแพ็คเกจค่าบริการหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นที่จับมือร่วมกับเครือข่ายมือถือไว้เป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภคด้วย เพราะฉะนั้นถึงตัวคุณจะอยู่ไต้หวันแต่ก็สามารถดูหนัง ซีรีย์ หรือรายการทีวีจากต่างประเทศได้ อีกทั้งยังสามารถเลือกภาษาในการรับชมได้อีกด้วย <a href="https://th.rti.org.tw/assets/audio/2025/01/05/20250105_2200_1007_th.mp3"><span style="color:#0000ff"><strong>(คลิกฟังรายการที่นี่)</strong></span></a>&nbsp;</p>]]></itunes:summary>
      <itunes:image href="https://webfile.rti.org.tw/web/rti.org.tw/th/code/public/assets/program/2025/01/11/7aee506f3031ea608f7dfa048fc6b833.jpg" />
      <itunes:explicit>false</itunes:explicit>
      <itunes:episode>1</itunes:episode>
      <itunes:season>1</itunes:season>
      <itunes:episodeType>full</itunes:episodeType>
    </item>
  </channel>
</rss>