สืบเนื่องจากช่วงที่ผ่านมา คดีแรงงานต่างชาติพัวพันกับการซื้อขายบัญชีม้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เมื่อวันที่ 1 ก.ค. สถานีตำรวจเมืองเถาหยวนจึงได้เชิญผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จากฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย ใช้ภาษาของตนมาร่วมรณรงค์ เตือนแรงงานต่างชาติ อย่าขายบัญชีธนาคารของตนให้ผู้อื่นโดยเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้แก๊งมิจฉาชีพนำไปใช้เป็นบัญชีม้า ซึ่งจะทำให้โดนคดีกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปด้วย
นายขว้างชิ่งไท่ (鄺慶泰) หัวหน้ากองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบแรงงานต่างชาติจำนวนไม่น้อย หลังจากเดินทางมาทำงานในไต้หวันได้ไม่นาน ก็ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกใช้ให้ทำงานรับจ้างกดเงิน และมีแก๊งมิจฉาชีพจำนวนหนึ่งใช้โอกาสในช่วงที่แรงงานต่างชาติใกล้เดินทางกลับประเทศ หลอกซื้อบัญชีธนาคารเพื่อนำไปใช้เป็นบัญชีม้า จากสถิติตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน นครเถาหยวนตรวจพบบัญชีม้าสะสม 8,966 คดี ในจำนวนนี้ ประมาณ 20% หรือ 1,753 คดี เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างชาติที่ถือบัตรถิ่นที่อยู่ในไต้หวัน จึงขอย้ำเตือนแรงงานต่างชาติว่า เมื่อกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ บัญชีม้าก็ต้องรับผิดทางอาญาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขายหรือผู้ซื้อ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น

นางเฉินลี่จู (陳麗珠) เลขาธิการสมาคมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอินโดนีเซียแห่งนครเถาหยวน กล่าวว่า แรงงานต่างชาติบางรายคิดว่า หลังจากเดินทางกลับประเทศ บัญชีธนาคารในไต้หวันของตนเองจะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป บางคนถูกเพื่อนแนะนำให้ขายบัญชีในราคาประมาณ 10,000 ถึง 20,000 เหรียญไต้หวัน ซึ่งถือเป็นราคาที่เกือบเท่ากับเงินเดือนหนึ่งเดือนของแรงงานต่างชาติ อย่างไรก็ตาม พวกเขามักจะพบว่าสิ่งนี้เป็นการกระทำผิดกฎหมาย หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่สนามบิน และไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ จากสถิติพบว่า คดีลักษณะนี้พบมากที่สุดในกลุ่มชาวเวียดนาม รองลงมาคือชาวฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและไทย
นางเฉินลี่จูระบุว่า แรงงานต่างชาติมาทำงานที่ไต้หวันก็เพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว นอกจากนี้ ยังมีกรณีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า แรงงานต่างชาติบางคนขัดสนเรื่องเงิน จึงนำบัตรเอทีเอ็มและรหัสผ่านไปจำนำเพื่อยืมเงิน แต่เมื่อเงินเดือนออก ต้องการไถ่บัตรคืน กลับพบว่าบัญชีถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และกลายเป็นบัญชีม้าไปแล้ว ทางสมาคมจึงหวังว่าจะสามารถใช้การรณรงค์เป็นภาษาแม่ เพื่อเตือนแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวันให้ระมัดระวังและไม่กระทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย