Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

"นักสู้แห่งฉงชิ่ง" อพยพอังกฤษ ท้าทายอำนาจจีน หวังเยือนไต้หวันสัมผัสน้ำใจ - สัมภาษณ์พิเศษ Rti (ตอนที่ 3)

06/09/2025 10:47
เรียบเรียงโดย : อโศก ศรีจันทร์
ฉีหงแอบฉายข้อความต่อต้านรัฐบาลจีนบนอาคารในเขตมหาวิทยาลัยนครฉงจากตึกหลังนี้ (ภาพจาก 戚洪)
ฉีหงแอบฉายข้อความต่อต้านรัฐบาลจีนบนอาคารในเขตมหาวิทยาลัยนครฉงจากตึกหลังนี้ (ภาพจาก 戚洪)

      ฉีหง (戚洪) ชายชาวจีนวัย 43 ปี เจ้าของฉายา "นักสู้แห่งฉงชิ่ง" เปิดใจหลังพาครอบครัวย้ายไปอังกฤษ เผยรู้สึก “หายใจได้อย่างอิสระ” แต่ยังวิตกความปลอดภัยจากอำนาจพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ขยายอิทธิพลไปต่างแดน

      นาจา 2 (哪吒2ภาพยนตร์แอนิเมชันจีน สร้างสถิติทำรายได้ถล่มทลายทั่วโลกในปีนี้ แต่แท้จริงแล้ว ในสังคมจีนก็มี "นาจาเวอร์ชันชาวบ้าน" ซ่อนอยู่มากมาย ฉีหงเปิดเผยว่า ตั้งแต่เล็กเขาเป็นคนไม่ยอมแพ้ คำพูดที่ทำให้เขารู้สึกสะท้อนใจที่สุดในภาพยนตร์คือ "ชีวิตข้า ข้าขอเลือกทางเดินเอง" เขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเมื่อแม่ดุด่าและขู่ให้ฟ้าผ่าลงโทษ เขากลับชี้นิ้วขึ้นฟ้าแล้วตะโกนว่า "ถ้าอย่างนั้น ผ่าผมให้ตายเลยสิ!" ฉีหงกล่าวว่า ตราบใดที่เป็นสิ่งถูกต้อง เขาจะไม่หวั่นเกรง พร้อมใช้ชีวิตอย่างไม่ก้มหัวต่ออำนาจ

ฉีหงแอบฉายข้อความต่อต้านรัฐบาลจีนบนอาคารในเขตมหาวิทยาลัยนครฉงจากตึกหลังนี้ กล้องซ่อนอยู่ที่วงกลมสีแดง (ภาพจาก 戚洪)

กังวลอิทธิพลนอกประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

      ฉีหง พาภรรยาและลูกอพยพไปอยู่สหราชอาณาจักร เขาเคยสร้างแรงสะเทือนใจด้วยการฉายข้อความต่อต้านรัฐบาลจีนบนอาคารในเขตมหาวิทยาลัยนครฉงชิ่ง จนถูกปิดบัญชีธนาคาร บัญชีออนไลน์ทั้งหมดถูกอายัด ขณะที่พี่ชายและญาติห่างถูกทางการควบคุมตัว เขาระบุว่าได้ฝากจดหมายถึงเจ้าหน้าที่ ขอให้ "ปฏิบัติหน้าที่ด้วยมนุษยธรรม และเผื่อทางหนีทีไล่ให้ตนเองด้วย"

      เขาให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Rti ว่า เมื่อเดินทางถึงอังกฤษ มีความรู้สึกว่าแม้แต่การหายใจยัง "เป็นอิสระ" อย่างไรก็ตาม ด้วยอิทธิพลที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนแผ่ขยายไปต่างประเทศ ทำให้เขายังมีความกังวลด้านความปลอดภัยในชีวิตอยู่ไม่น้อย

      ช่วงนี้เขาได้ติดต่อกับองค์กรประชาธิปไตยชาวจีนในต่างแดนหลายแห่ง ซึ่งทำให้เขามีความหวังต่อสังคมชาวจีนโพ้นทะเล เดิมทีเขาเคยได้ยินข่าวลือว่าองค์กรเหล่านี้ มักอ้างประชาธิปไตยเพื่อตักตวงผลประโยชน์ส่วนตน แต่เมื่อได้สัมผัสจริงกลับพบว่า พวกเขาดำเนินงานบนพื้นฐานของคุณค่าหลักสากล ช่วยเหลือผู้คนโดยไม่หวังผลตอบแทน

ข้อความต่อต้านรัฐบาลจีนบนอาคารในเขตมหาวิทยาลัยนครฉงชิ่ง (ภาพจาก 戚洪)

วัยเด็กดื้อรั้น ราวกับ "นาจาเวอร์ชันชาวบ้าน"

      กระแสภาพยนตร์นาจา 2 แพร่สะพัดไปทั่วจีนและต่างประเทศ ฉีหงยอมรับว่า เขาดูทั้งภาคแรกและภาคสอง และประโยค "ชีวิตข้า ข้าขอเลือกทางเดินเอง" นั้นตรงกับตัวเขามากที่สุด

      เขาเล่าว่า ตั้งแต่เล็กเป็นคนกล้าขวางกระแส ไม่ยอมก้มหัวต่ออำนาจ ไม่สนพิธีรีตองสังคม และเชื่อว่าตนเองมีนิสัย "ฝืนกฎเกณฑ์โดยกำเนิด" หากมั่นใจว่าสิ่งใดถูกต้อง ก็จะไม่สนเสียงวิจารณ์ ไม่เว้นแม้แต่จากครอบครัว เขาย้อนความหลังว่า ครอบครัวมีฐานะยากจน แม่เป็นสตรีหัวโบราณ มักขู่เขาว่า "ถ้าไม่เชื่อฟัง จะถูกฟ้าผ่าลงโทษ" วันหนึ่งเพราะความซุกซน เขาจึงตะโกนท้าทายขึ้นไปบนฟ้าอย่างไม่เกรงกลัวว่า "ผ่าผมให้ตายสิ!"

นาจา 2 เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันจีนแนวผจญภัยและแฟนตาซีที่ทำยอดขายสูงที่สุดในโลก (ภาพจาก wikipedia.org)

บัญชีถูกอายัด ญาติถูกจับ

      หลังจากเหตุการณ์ฉายข้อความต่อต้านรัฐบาลจีนบนตึกมหาวิทยาลัยในฉงชิ่ง เขาเริ่มได้รับแรงกดดันอย่างหนัก เขาเปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 2 บัญชีธนาคาร ระบบชำระเงินออนไลน์และบัตรธนาคารทั้งหมดของเขาถูกอายัด รวมทั้งบัญชี WeChat ก็ถูกปิด อีกทั้งพี่ชายและลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งก็ถูกทางการควบคุมตัวไป

      เขาจึงเรียกร้องต่อเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างมีมนุษยธรรม และฝากคำเตือนไว้ "ปฏิบัติหน้าที่ด้วยมนุษยธรรม และเผื่อทางหนีทีไล่ให้ตนเองด้วย" 

ซาบซึ้งในน้ำใจชาวไต้หวันที่เคยช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวจีน

      นี่เป็นครั้งแรกที่ฉีหงยอมเปิดใจสัมภาษณ์สื่อไต้หวัน เขากล่าวว่า อยากมีโอกาสไปเยือนเกาะไต้หวันด้วยตนเอง ไม่ว่าจะไปที่ใดไม่สำคัญ สิ่งที่เขาอยากสัมผัสที่สุดคือ "น้ำใจของผู้คนบนเกาะแห่งนี้"

      เขาทราบดีว่าในอดีต เมื่อบางพื้นที่ของจีนประสบภัยธรรมชาติ ประชาชนจากทั้งไต้หวันและฮ่องกงต่างร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวจีนเสมอ ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก

      ฉีหงทิ้งท้ายว่า เขาหวังว่าชาวจีนจะไม่ตกเป็นเหยื่อของการปลุกปั่นโดยนักการเมืองจนเกิดความเกลียดชังและแตกแยก เพราะนั่นไม่ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของใครดีขึ้นเลย ตรงกันข้าม หากทุกฝ่ายสามารถประคับประคองกันด้วยความเข้าใจและเมตตา นั่นต่างหากคือคุณค่าที่แท้จริงของความเป็น "มนุษย์"

ข่าวยอดนิยม

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解