สามีภรรยาชาวไทยคู่หนึ่งเดินทางเข้ามายังไต้หวันด้วยฟรีวีซ่าท่องเที่ยว แล้วมาทำงานผิดกฎหมายในภาคเกษตรกรรมที่เมืองไถตง แต่ปรากฎว่าถูกนายจ้างโกงไม่จ่ายค่าแรงไม่จ่ายค่าจ้าง ทั้งคู่จึงเดินทางมาที่เขตโฮ่วปี้ในนครไถหนานเพื่อหานายจ้างใหม่แต่ก็ไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากตำรวจสายตรวจ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า สามีภรรยาชาวไทยคู่นี้พำนักอยู่ในไต้หวันเกินกำหนด จึงได้ประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้ดำเนินการตามกฎหมายเพื่อส่งตัวกลับประเทศไทยต่อไป
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า สามีภรรยาชาวไทยคู่นี้เดินทางเข้ามายังไต้หวันเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568 โดยมีนายหน้าจัดหาแรงงานที่ไทยเป็นผู้จัดการให้เพื่อมาทำงานในภาคการเกษตรที่เมืองไถตง แต่ต่อมากลับถูกนายจ้างโกงไม่จ่ายค่าจ้างให้ จึงแจ้งให้นายหน้าคนเดิมช่วยจัดการหานายจ้างใหม่ให้ และนั่งรถแท็กซี่จากเมืองไถตงมาที่นครไถหนานในวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568 แต่เมื่อมาถึงเขตโฮ่วปี้ นครไถหนาน กลับไม่พบนายจ้างใหม่ ทั้งคู่จึงยืนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและสิ้นหวัง จนมีตำรวจสายตรวจขับรถผ่านมา ทั้งสองจึงรีบเข้าไปขอความช่วยเหลือ ตอนแรกตำรวจคิดว่าทั้งคู่อาจจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่คู่สามีภรรยาชาวไทยใช้แอปพลิเคชันแปลภาษาในโทรศัพท์มือถือสื่อสารกับตำรวจว่า “ตนถูกหลอกมา อยากกลับประเทศไทย"
หลังจากตำรวจตรวจสอบแล้ว พบว่า ทั้งคู่นี้พำนักอยู่ในไต้หวันเกินกำหนดมานานกว่า 1 เดือนแล้ว จึงได้ประสานงานกับทีมเฉพาะกิจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นครไถหนาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย แล้วค่อยส่งตัวกลับประเทศไทยต่อไป