ธนาคารกลางไต้หวัน ได้เริ่มกระบวนการปรับโฉมธนบัตรไต้หวัน ซึ่งได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมากนายหยางจินหลง (楊金龍) ผู้ว่าการธนาคารกลาง เปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่า ธนบัตรรุ่นใหม่มีต้นทุนเฉลี่ยใบละ 5 เหรียญไต้หวัน วางแผนจะเริ่มจัดสรรงบประมาณในปี ค.ศ. 2028 เพื่อทยอยเปลี่ยนธนบัตร ตามแผนของธนาคารกลาง จะมีการเปลี่ยนธนบัตรปีละประมาณ 700 ล้านถึง 1,000 ล้านใบ หากคิดจากต้นทุนใบละ 5 เหรียญไต้หวัน จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 ล้านเหรียญไต้หวันต่อปี
ในการประชุมสภานิติบัญญัติเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมานายหลัวหมิงไฉ (羅明才) ส.ส. พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ได้ตั้งกระทู้ถามว่า ปัจจุบันประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก แต่การเปลี่ยนธนบัตรโฉมใหม่ต้องใช้งบประมาณสูงกว่า 50,000 ล้านเหรียญไต้หวัน ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันผู้คนใช้ธนบัตรน้อยลงเรื่อย ๆ และหันไปใช้การชำระเงินผ่านมือถือมากขึ้น ทำไมรัฐบาลจึงต้องผลิตธนบัตรจำนวนมากถึงขนาดนั้น และยังเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย รัฐบาลควรสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้การชำระเงินผ่านมือถือมากกว่า
นายกรัฐมนตรีจั๋วหรงไท่กล่าวว่า ธนบัตรไต้หวันชุดปัจจุบันไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนมาเป็นเวลา 24 ปีแล้ว ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ธนบัตรใหม่ในอนาคตจะเน้นความยั่งยืน ความปลอดภัย และความเป็นสากลมากขึ้น โดยธนาคารกลางกำลังอยู่ระหว่างการวางแผน และจะสร้างฉันทามติร่วมกับสังคมตลอดกระบวนการ
นายหยางจินหลงชี้แจงว่า ตัวเลข 50,000 ล้านเหรียญไต้หวันที่ประมาณการในอดีต ส่วนใหญ่คือค่าใช้จ่ายในการปรับโฉมเหรียญอยู่ที่ 40,000 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ในครั้งนี้จะไม่มีการปรับโฉมเหรียญ ซึ่งต้นทุนการผลิตธนบัตรรุ่นใหม่แต่ละใบ เมื่อเทียบกับรุ่นเก่าเพิ่มขึ้นเพียง 1.5 เหรียญไต้หวัน หากดูจากระยะเวลา 24 ปี ถือว่าราคาไม่ได้สูงขึ้นมากนัก นายหยางจินหลงกล่าวว่า การชำระเงินผ่านมือถือ ยังไม่สามารถแทนที่ธนบัตรได้ ธนบัตรยังคงจำเป็นต้องอยู่ หากไม่ปรับโฉมธนบัตรในตอนนี้ และรอไปปรับในภายหลัง ต้นทุนจะสูงกว่านี้ เขายังกล่าวด้วยว่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ การที่ธนบัตรไต้หวันไม่ได้ปรับเปลี่ยนมา 24 ปี ถือว่าช้ามาก เพราะประเทศอื่น ๆ มักจะปรับโฉมธนบัตรทุก ๆ 11 ถึง 15 ปี