วันนี้ (31 ตุลาคม) ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ (賴清德) ได้เข้าร่วมเป็นประธานในพิธีสถาปนากองกำลังรถถัง M1A2T ของกองทัพบกอย่างเป็นทางการ โดยนอกจากให้กำลังใจทหารที่รับมอบยุทโธปกรณ์แล้ว ยังกล่าวว่า การเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการกลาโหมเป็นการปกป้องประเทศชาติ เพราะมีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะนำมาซึ่งสันติภาพที่แท้จริง ประธานาธิบดียังเน้นย้ำว่าหากต้องการจะรักษาสถานะในช่องแคบไต้หวัน เราจำเป็นต้องยืนหยัดในการคัดค้านนโยบาย "หนึ่งประเทศ สองระบบ" และการดำเนินการใดๆ ที่ผลักดันให้เกิดการรวมชาติ เขายังย้ำว่าสองฝั่งช่องแคบไม่ได้ขึ้นตรงต่อกัน และอนาคตของไต้หวันจะต้องถูกตัดสินจากประชาชน 23 ล้านคน
รถถัง M1A2T ที่ไต้หวันจัดซื้อจากสหรัฐอเมริกา ได้รับการยกย่องว่ามีความแข็งแกร่งที่สุดในโลก โดยชุดแรกจัดส่งมาถึงไต้หวันเมื่อปลายปี ค.ศ. 2024 และมีสถาปนากองกำลังขึ้นอย่างเป็นทางการวันนี้ที่ตำบลหูโข่ว เมืองซินจู๋ สังกัดกองพันผสมที่ 3 กองพลน้อยยานเกราะที่ 584 โดยมีประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อเดินทางไปเข้าร่วมเป็นประธานในพิธีสถาปนาและสวนสนามด้วยตนเอง

ประธานาธิบดีกล่าวให้โอวาทว่า กองพันผสมที่ 3 กองพลน้อยยานเกราะที่ 584 เป็นหน่วยแรกที่เปลี่ยนมาใช้รถถัง M1A2T ตั้งแต่การฝึกอบรมและตอนนี้คือการรับมอบยุทโธปกรณ์ ก็ได้ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง การทดสอบประสิทธิภาพการยิง และการประเมินความสามารถการรบเบื้องต้นที่ยอดเยี่ยม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ของการฝึกฝนที่เหนือชั้นของกองพลยานเกราะ ผมจึงขอเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนกล่าวขอบคุณนายทหารและพลทหารของกองทัพ
ประธานาธิบดีชี้ให้เห็นว่า การสถาปนาจัดตั้งกองกำลังใหม่ถือเป็นความท้าทาย และเป็นหลักไมล์สำคัญที่แสดงให้เห็นว่ากองทัพกำลังก้าวไปสู่การฝึกอบรมใหม่ แนวคิดใหม่ อาวุธใหม่ และเทคโนโลยีใหม่ ต่อไปต้องใช้หลักการสงครามอสมมาตร เพิ่มกำลังรบอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้กลยุทธ์ "ยืนหยัดป้องกัน ยับยั้งหลายชั้น"

ประธานาธิบดีย้ำว่า การเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการป้องกันประเทศ เพื่อปกป้องประเทศชาติบ้านเมืองรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไทหวัน เพราะการลงนามในข้อตกลง หรือแม้แต่การยอมรับข้อเรียกร้องของผู้รุกราน การสละอธิปไตย ล้วนแล้วไม่สามารถบรรลุสันติภาพได้ มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะนำมาซึ่งสันติภาพที่แท้จริง
ประธานาธิบดีอธิบายว่า การที่ประชาชนไต้หวันปกป้องอธิปไตย ธำรงไว้ซึ่งการดำเนินชีวิตตามระบอบประชาธิปไตยและเสรีภาพ ไม่ควรถูกมองว่านั่นเป็นการยั่วยุ รวมถึงการลงทุนด้านกลาโหมก็คือการลงทุนเพื่อสันติภาพด้วยเช่นกัน