กระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในสหรัฐอเมริกาได้ขับเคลื่อนการลงทุนด้านอุปกรณ์และส่งออกสินค้าของไต้หวันอย่างคึกคัก ส่งผลให้ปี 2568 เศรษฐกิจไต้หวันมีผลงานที่โดดเด่น โดยอัตราการเติบโตในช่วงสามไตรมาสแรกอยู่ที่ 5.45%, 8.01% และ 7.64% ตามลำดับ สถาบันต่างๆ ได้ทยอยปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของปีนี้ และเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวัน (Taiwan Institute of Economic Research) ได้ประกาศการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจล่าสุดของปีนี้ไว้ที่ 5.94% ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจจงหัว (Chung-Hua Institution for Economic Research) ที่ 5.45%
จางเจี้ยนอี (張建一) ประธานสถาบันวิจัยเศรษฐกิจฯ เชื่อว่า ด้วยผลการส่งออกที่ดีเกินคาดประกอบกับรัฐบาลเริ่มแจกเงินสด 10,000 เหรียญไต้หวัน จะช่วยกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชน และอาจส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้มีโอกาสทะลุ 6% อย่างไรก็ตาม เนื่องจากฐานเปรียบเทียบที่สูงขึ้นในปีนี้ สำหรับปีหน้า (พ.ศ.2569) คาดว่าอัตราการเติบโตจะชะลอตัวลงอยู่ที่ประมาณ 2.6% แต่ผลประกอบการของอุตสาหกรรมดั้งเดิมจะค่อยๆ ฟื้นตัว และคาดว่าจะฟื้นตัวได้ดีกว่าปีนี้
ประเด็นที่น่าสนใจคือ จางเจี้ยนอี ยังเปิดเผยว่า ผลการเจรจาภาษีศุลกากรต่างตอบแทนระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ น่าจะประกาศผลเร็วๆ นี้ โดยไต้หวันมีโอกาสปรับลดภาษีลงเหลือ 15% และไม่มีการบวกภาษีเดิม ขณะที่ภาษีรถยนต์ที่ไต้หวันเรียกเก็บจากสหรัฐฯ ก็อาจจะลดลงเหลือ 2.5% เช่นกัน