สถานีวิจัยและขยายผลการเกษตรเหมียวลี่ (Miaoli District Agriculural Research and Extension station) เปิดเผยว่า กีวีของไต้หวันหรือที่คนทั่วไปมักเรียกว่า “หมีโหวเถา” (獼猴桃) ตั้งแต่กลางเดือนกันยายนเป็นต้นไปเป็นช่วงให้ผลผลิตสูง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผลผลิตมีปริมาณไม่มาก เมื่อเทียบกับความต้องการของผู้บริโภค จึงทำให้กีวีเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมและขายดีในตลาด
สถานีวิจัยฯ ชี้ว่า ต้นกีวีชอบสภาพอากาศเย็น กีวีในไต้หวันส่วนใหญ่จึงปลูกในพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไป ซึ่งได้แก่ เขตต้าหูเมืองเหมียวลี่ ตำบลเจียนสือเมืองซินจู๋ และภูเขาหลีซานนครไทจง ฯลฯ โดยเกษตรกรใช้ข้อได้เปรียบจากสภาพอากาศเย็นบนภูเขาสูงและวิธีการปลูกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บางพื้นที่งดใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยเคมี ซึ่งนอกจากจะช่วยปกป้องระบบนิเวศแล้ว ยังส่งผลให้กีวีของไต้หวันมีรสชาติธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์และมีคุณภาพที่ปลอดภัยด้วย
สถานีวิจัยฯ เชื่อว่า กีวีที่ปลูกในไต้หวันมีรสชาติดีกว่ากีวีนำเข้า เนื่องจากกีวีนำเข้าจำเป็นต้องขนส่งทางไกล จึงมักเก็บเกี่ยวเมื่อผลสุกเพียง 70-80% แต่กีวีของไต้หวันสามารถรอให้ผลสุกถึง 90% หรือสุกเต็มค่อยเก็บเกี่ยว ซึ่งทำให้กีวีมีปริมาณน้ำตาลสูงกว่า เนื้อผลไม้จะนุ่มละเอียดกว่า และมีอัตราส่วนความเปรี้ยวและความหวานที่สมดุลกว่าอีกด้วย