ตำบลถงหลัว เมืองเหมียวลี่ เป็นแหล่งเพาะปลูกดอกเบญจมาศหรือดอกเก๊กฮวยใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ซึ่งในเดือนกรกฎาคมปีนี้ ดอกเบญจมาศที่ถงหลัวประมาณ 30-40% ได้รับความเสียหายเนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องจนทำให้ต้นพืชบางส่วนตาย เกษตรกรผู้เพาะปลูกดอกเบญจมาศจึงมีความวิตกกังวลต่อไต้ฝุ่นฟงวองที่พัดผ่านไต้หวันในครั้งนี้ แต่โชคดีไต้ฝุ่นระลอกนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ตำบลถงหลัว โดยมีเพียงฝนตกเป็นหย่อมๆ กับลมกระโชกเป็นครั้งคราวเท่านั้น ประกอบกับในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนที่ผ่านมา เกษตรกรส่วนใหญ่ได้เสริมแรงยึดด้วยตาข่ายและเชือก จึงทำให้ต้นดอกเบญจมาศได้รับผลกระทบไม่มากนัก

คุณหวงจื้อเหวย (黃志維) ที่ปรึกษาของสหกรณ์การเกษตรตำบลถงหลัว เมืองเหมียวลี่ กล่าวว่า เพื่อลดเชื้อโรคในดิน จึงจำเป็นต้องมีการสลับปลูกดอกเบญจมาศกับข้าวนาปีแบบปีเว้นปี ซึ่งปีนี้มีพื้นที่ปลูกดอกเบญจมาศในถงหลัวประมาณ 50 เฮกตาร์ และปัจจุบันดอกได้เริ่มผลิบานแล้วประมาณ 40% ดังนั้นตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนธันวาคมนี้ เป็นเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมดอกเบญจมาศที่ถงหลัว ซึ่งจะมีทั้งดอกเบญจมาศสีขาวและสีเหลืองทอง ปกคลุมไปทั่วทั้งหมู่บ้านจิ่วหู, จางซู่ และเฉาหยาง ของตำบลถงหลัว จึงขอเชิญนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมความงามของดอกเบญจมาศในปีนี้

และเพื่อเป็นการส่งเสริมภาคเกษตรกรรมและวัฒนธรรมเกี่ยวกับดอกเบญจมาศในท้องถิ่น สหกรณ์การเกษตรจึงได้มีการจัดงาน “เทศกาลดอกเบญจมาศกับเผือกของถงหลัว” ขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งครั้งนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 22-23 พ.ย. 68 ณ ฟาร์มชิวเหม่ยเหริน ตำบลถงหลัว โดยนอกจากประชาชนจะได้ชมความงดงามของดอกเบญจมาศแล้ว ก็ยังจะได้ลิ้มรสเผือกที่เพาะปลูกในหมู่บ้านจงผิงของตำบลถงหลัว ซึ่งใช้น้ำที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุจากแม่น้ำโฮ่วหลงในการเพาะปลูก ทำให้เผือมีเนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อน มีความเป็นแป้งสูง และมีกลิ่นหอมเข้มข้น อีกทั้งยังมีชาสาวงามแห่งบูรพาหรือที่เรียกว่าชาตงฟางเหม่ยเหริน กับเฉาก๊วย ที่เป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของสหกรณ์การเกษตรถงหลัวมาจัดแสดงด้วยเช่นกัน