ไต้ฝุ่นฟงวองเคลื่อนตัวออกไป ทำให้พื้นที่เกษตรในเขตหยุนหลิน–เจียอี้–ไถหนานไม่ได้รับความเสียหาย ในทางกลับกันยังนำมาซึ่งภาพแห่งความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะ “กะหล่ำปลีฤดูหนาว” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของเมืองหยุนหลินและเจียอี้ เริ่มทยอยเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว ผลผลิตมากและคุณภาพดี แต่ก็นำมาซึ่งปัญหาราคาตกต่ำ ทำให้เกษตรกรบางรายกังวลว่าหากล้นตลาดราคาจะยิ่งร่วง จึงโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กเชิญชวนประชาชนมาช่วย “เก็บกะหล่ำปลีด้วยตนเอง” เพื่อระบายผลผลิต
ที่เขตเจียอี้ มีเกษตรกรจัดโปรโมชัน “เก็บเองลูกละ 10 เหรียญ” ดึงดูดผู้คนจำนวนมาก ขณะที่บางรายเลือกขนกะหล่ำปลีสดจากไร่ไปขายในตัวเมืองเจียอี้ ชูจุดขาย “สดใหม่ เก็บเช้านี้ ขายเย็นนี้” ราคาลูกละ 40 เหรียญ, 3 ลูก 100 เหรียญ หรือ 10 ลูก 300 เหรียญ โดยช่วงที่ก่อนหน้านี้ที่เมืองเจียอี้ประกาศหยุดงาน–หยุดเรียนเพราะไต้ฝุ่น พ่อค้าแม่ค้าตลาดก้งเหอ(共和市場)ในเจียอี้ยังจัดโปรโมชัน “กะหล่ำปลีลูกเล็ก ลูกละ 20 เหรียญ” จนเกิดกระแสแห่ซื้อ หมดเกลี้ยงในไม่กี่ชั่วโมง
ไม่ใช่แค่เกษตรกรในเมืองหยุนหลินและเจียอี้เท่านั้น แม้แต่ชาวสวนในเมืองจางฮั่วบางส่วนก็เปิดสวนให้ประชาชนเข้าไปเก็บเอง เพื่อช่วยลดต้นทุนแรงงานและค่าขนส่ง กรมการเกษตรและอาหารยังเคยออกประกาศเตือนตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมว่า ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา พื้นที่ปลูกกะหล่ำปลีทั่วไต้หวันเกินปริมาณ เสี่ยงเกิดภาวะล้นตลาดและราคาผันผวน อีกทั้งฤดูใบไม้ร่วงปีนี้อากาศอบอุ่น ทำให้รอบการเก็บเกี่ยวของพื้นที่สูงและพื้นที่ราบทับซ้อนกัน ปัญหาผลผลิตล้นตลาดจึงชัดเจนยิ่งขึ้น
ปัจจุบันราคากะหล่ำปลีจากพื้นที่สูงประมาณ 25–35 เหรียญไต้หวันต่อชั่ง( 1 ชั่งเท่ากับ 600 กรัม) ถือว่าอยู่ในระดับปกติ แม่บ้านหลายคนบอกว่า เข้าฤดูหนาวเมื่อใด กะหล่ำปลีไม่ว่าจะปลูกบนเขาหรือพื้นที่ราบ รสหวานและเนื้อกรอบดีเยี่ยม เป็นวัตถุดิบคู่ใจของฤดูหม้อไฟ “ตอนนี้ราคาถูก ทำหม้อไฟหรือผัดผักก็คุ้มสุด ๆ” เหล่าแม่บ้านกล่าวพร้อมรอยยิ้ม กระแสกะหล่ำปลีล้นตลาดในปีนี้ ทำให้โต๊ะอาหารหน้าหนาวยิ่งอุดมสมบูรณ์กว่าเดิม