จากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพี ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชามีความตึงเครียดมายาวนานเนื่องจากข้อพิพาทด้านอธิปไตยเหนือดินแดน และได้เกิดการปะทะกันเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 48 ราย ต่อมาทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงภายใต้การเจรจาของสหรัฐอเมริกาและมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ชี้แจงว่ากัมพูชาได้ลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ จึงระงับการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และในวันที่ 12 พฤศจิกายน ทั้งสองประเทศได้เริ่มเปิดฉากยิงในพื้นที่ชายแดน
เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีความตึงเครียดเพิ่มขึ้น เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน จึงได้ประกาศเตือนภัยการเดินทางเป็นระดับ 2 สีเหลือง ให้ระมัดระวังตนเองมากขึ้นสำหรับเดินทางไปยังประเทศไทย และได้ประกาศเตือนภัยการเดินทางระดับ 3 สีส้ม ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไป 4 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์

กรมการกงสุลไต้หวันชี้ว่า นอกจากหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยัง 4 จังหวัดชายแดนดังกล่าวแล้ว หากต้องเดินทางไปยังจังหวัดใกล้เคียง เช่น สระแก้ว ตราด และจันทบุรี ควรติดตามข่าวสารล่าสุดจากทางการไทยอย่างใกล้ชิด และระมัดระวังความปลอดภัยและทรัพย์สินส่วนบุคคลอยู่เสมอ
ทั้งนี้ กรมการกงสุลฯ ระบุว่า หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว กรุณาลงทะเบียนข้อมูลการเคลื่อนไหวของพลเมืองไต้หวันในต่างประเทศ บนเว็บไซต์ของกรมการกงสุล หรือผ่านบัญชี LINE ของกรมการกงสุล ID: @boca.tw ก่อนออกเดินทาง นอกจากนี้ ควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชันคู่มือความปลอดภัยในการเดินทางต่างประเทศ เพื่อสามารถตรวจสอบข้อมูลความปลอดภัยในการเดินทางในต่างประเทศได้อย่างสะดวก