กระทรวงมหาดไทยไต้หวันระบุว่า อัตราการใช้นามสกุลของมารดาในเด็กแรกเกิดเพิ่มขึ้นถึง 6% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะในเมืองฮัวหลียนและเมืองไถตง โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค. - ก.ย.) มีเด็กแรกเกิดทั้งหมด 81,381 คน โดยมีเด็ก 4,884 คน ใช้นามสกุลของมารดา คิดเป็น 6.0% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด อัตราการใช้นามสกุลของมารดาที่เกิดจากการตกลงร่วมกันระหว่างบิดาและมารดาอยู่ที่ 3.4% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเช่นกัน อัตราการใช้นามสกุลบิดาลดลงจาก 94.7% ในปีพ.ศ.2563 เหลือ 93.9% ในเดือนกันยายน พ.ศ.2568
กระทรวงมหาดไทยไต้หวันระบุว่า ภายใต้หลักความเสมอภาคทางเพศ คำนึงถึงสิทธิของบุคคลในการมีชื่อของตนเองและเพื่อให้บิดามารดามีสิทธิเลือกนามสกุลให้บุตรอย่างเท่าเทียม ในปี พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2553 จึงได้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งโดยกำหนดให้บิดาและมารดาต้องตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนการจดทะเบียนเกิดว่าจะใช้นามสกุลของใคร หากไม่สามารถตัดสินได้ สำนักงานทะเบียนราษฎร์จะเลือกโดยการจับฉลาก
กระทรวงมหาดไทยไต้หวันกล่าวว่า เมืองที่มีอัตราการใช้นามสกุลมารดาสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่: เมืองไถตง 16.8% เมืองฮัวเหลียน 16.5% เมืองผิงตง 9.0% เมืองหนานโถว 7.4% เมืองจีหลง 7.3%
กระทรวงมหาดไทยไต้หวันระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ตามสถิติวิธีการเลือกนามสกุลโดยการตกลงร่วมกัน มีการเลือกนามสกุลบิดา 96.5% เลือกนามสกุลมารดา 3.4% สถิติวิธีการเลือกนามสกุลโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินใจ จะเลือกนามสกุลมารดา 99.0% เลือกนามสกุลบิดา 0.8% แสดงให้เห็นว่าไต้หวันยังเป็นประเทศที่การสืบตระกูลฝั่งบิดาเป็นส่วนใหญ่ แต่การสืบตระกูลฝั่งมารดาก็เริ่มมีสัดส่วนมากขึ้น