กองบัญชาการหน่วยยามฝั่งภาค 4 ได้ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์เสริมในการปฏิบัติงานเพื่อเสริมความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าที่ขนส่งระหว่างท่าเรือพาณิชย์ปู้ไต้เมืองเจียอี้กับเส้นทางไป-กลับหมู่เกาะเผิงหู โดยนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา สามารถตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าได้แล้ว 6 ครั้ง รวมของกลางที่ยึดได้ 53 กล่อง และได้ส่งมอบตัวผู้ที่เกี่ยวข้องให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแล้ว
หน่วยยามฝั่งภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ตามกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของไต้หวัน บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคติน ถือเป็นสินค้าต้องห้าม โดยห้ามนำเข้า จำหน่าย และส่งมอบโดยเด็ดขาด การขนส่งในทุกรูปแบบถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยช่วงหลังมานี้ การซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าปะปนในสินค้า ถือเป็นวิธีลักลอบนำเข้าที่พบบ่อยมากที่สุด

นอกจากนี้ หน่วยยามฝั่งภาคที่ 4 ยังระบุอีกว่า จำนวนคดีการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบเพื่อรักษาความปลอดภัยในเขตท่าเรือ หน่วยยามฝั่งจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ โดยผสานการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีและประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเสริมการตรวจค้นในพื้นที่ท่าเรือ และป้องกันไม่ให้สินค้าต้องห้ามลักลอบเข้าทางการขนส่งทางทะเล
ทั้งนี้ หน่วยยามฝั่งเน้นย้ำว่า อุปกรณ์และเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถตรวจจับผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าที่ซุกซ่อนอยู่ในสินค้าได้อย่างรวดเร็ว จึงขอเตือนประชาชนอย่าลักลอบขนส่งบุหรี่ไฟฟ้าโดยเด็ดขาด