ภาคใต้ตอนล่างของไทยยังคงเผชิญกับสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ราย ทางการประกาศให้จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ และจะจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านนายชิวอิ้งหัว (丘應華) ประธานสมาคมนักธุรกิจไต้หวันในภาคใต้ของไทย ระบุว่า บางพื้นที่ในอำเภอหาดใหญ่ มีระดับน้ำท่วมสูงเกินหนึ่งชั้น ถนนสายหลักที่เชื่อมต่อภายนอกถูกน้ำท่วม การจราจรเป็นอัมพาต และมีชาวไต้หวันอย่างน้อย 5 รายขาดการติดต่อ
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดสงขลา พร้อมแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์มหาอุทกภัย นายกฯระบุผ่านแถลงการณ์ว่า อุทกภัยครั้งนี้สร้างความเสียหายในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างรุนแรง กระทบต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของภาครัฐและเอกชนเป็นวงกว้าง ขณที่ บางกอกโพสต์ รายงานว่า อุทกภัยในภาคใต้ของไทยส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย
นายชิวอิ้งหัว (丘應華) ประธานสมาคมนักธุรกิจไต้หวันในภาคใต้ของไทย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNA ว่า จากข้อมูลพบว่า ขณะนี้มีชาวไต้หวันอย่างน้อย 5 ราย รวมถึงพนักงานสัญชาติไต้หวันและชาวไต้หวันที่อาศัยอยู่ในหาดใหญ่ ขาดการติดต่อเนื่องจากสัญญาณการสื่อสารถูกตัดขาด อย่างไรก็ตาม เขาประเมินว่า บุคคลเหล่านี้น่าจะพักอาศัยอยู่ในอาคารสูง ไม่น่าจะตกอยู่ในอันตรายฉุกเฉิน แต่ยังหวังว่าจะสามารถติดต่อได้โดยเร็วที่สุด

ทางด้านสำนักงานตัวแทนไต้หวันประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ระบุว่า ได้ติดต่อผู้นำชุมชนไต้หวันในพื้นที่เพื่อแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจ พร้อมติดตามสถานการณ์ผลกระทบต่อนักธุรกิจไต้หวันและชาวไต้หวันในพื้นที่ สำนักงานตัวแทนไต้หวันประจำประเทศไทยระบุว่า ก่อนเกิดน้ำท่วม สมาชิกสมาคมนักธุรกิจไต้หวันในภาคใต้ของไทย ได้อพยพไปพักตามโรงแรมหรือบ้านญาติ ที่อยู่ในพื้นที่สูงแล้ว สำนักงานตัวแทนฯ จะติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่และบริเวณใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง พร้อมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการไต้หวันเพื่อให้ความช่วยเหลือที่จำเป็น
