กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2025 ตอบโต้คำวิจารณ์จากสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน ที่โจมตีนายหลินเจียหลง รมว. กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันเกี่ยวกับท่าทีต่อความสัมพันธ์ไต้หวัน–ญี่ปุ่น โดยย้ำว่าญี่ปุ่นเป็น “หุ้นส่วนที่มีค่านิยมใกล้เคียงกับไต้หวัน” และจีนไม่มีสิทธิเข้าแทรกแซงการติดต่อแลกเปลี่ยนของประเทศประชาธิปไตย รวมถึงไม่ควรใช้ถ้อยคำก้าวร้าวข่มขู่ไต้หวัน ซึ่งสะท้อนท่าทีแบบมหาอำนาจที่แสวงหาอิทธิพลเหนือผู้อื่น และตอกย้ำภาพลักษณ์ว่า “จีนคือผู้ก่อปัญหา” ในภูมิภาค
กระทรวงต่างประเทศชี้ว่า ไต้หวันและญี่ปุ่นยึดถือค่านิยมร่วมด้านเสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และหลักนิติธรรม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั้งสองฝ่าย ล้วนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดยาวนาน ไต้หวันจะเดินหน้าขยายความร่วมมือในหลากหลายด้าน เพื่อยกระดับสู่ “หุ้นส่วนรอบด้าน” อย่างต่อเนื่อง
ด้านสถานะอธิปไตย กระทรวงการต่างประเทศย้ำว่า สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เป็นรัฐเอกราชโดยสมบูรณ์ อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนชาวไต้หวัน ขณะที่สาธารณรัฐประชาชนจีน “ไม่เคยปกครองไต้หวัน” และสถานะที่ไม่ขึ้นต่อกันเป็นข้อเท็จจริงที่นานาชาติรับรู้ รวมถึงเป็นมติที่ชัดเจนในสังคมไต้หวัน
เซียวกวงเหว่ย(蕭光偉) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ท่าทีของจีนที่ใช้ถ้อยคำกดดันไต้หวันอย่างแข็งกร้าว ไม่เพียงแสดงถึงพฤติกรรมแบบชาติมหาอำนาจที่ใช้อำนาจเหนือผู้อื่น แต่ยังเผยให้เห็นถึงความพยายามบ่อนทำลายเสถียรภาพภูมิภาค พร้อมเตือนว่า “จีนต่างหากคือผู้ต้องการเปลี่ยนแปลงกติการะหว่างประเทศ”
กระทรวงต่างประเทศ ยังชี้ว่า จีนเพิ่มการซ้อมรบรอบไต้หวัน ทั้งในทะเลจีนตะวันออก ทะเลจีนใต้ และช่องแคบไต้หวัน รวมถึงปฏิบัติการ “พื้นที่สีเทา” ที่สร้างแรงกดดันต่อประเทศในภูมิภาค ส่งผลให้ความตึงเครียดพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ไต้หวันในฐานะสมาชิกที่รับผิดชอบของประชาคมโลก จะร่วมมือใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และพันธมิตรประชาธิปไตย เพื่อปกป้องสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก