โรงสีข้าวซินโฟงในตำบลซินหยวน เมืองผิงตง เดินหน้าพัฒนาคุณภาพข้าวผ่านการจัดตั้ง “เขตกลุ่มสัญญาการผลิต–การตลาดข้าวซินโฟง” เพื่อรวมกระบวนการผลิตและจำหน่ายเป็นหนึ่งเดียว ช่วยให้ควบคุมคุณภาพได้อย่างเป็นระบบและทำให้เป็นที่รู้จักในตลาด จนสามารถบุกตลาดญี่ปุ่นได้สำเร็จ โดยล็อตแรกปริมาณ 20 ตัน ได้บรรจุตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2025

ในการส่งออกครั้งนี้ โรงสีซินโฟงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัทนำเข้าผลิตภัณฑ์เกษตรจากญี่ปุ่น ภายใต้การเป็นสักขีพยานของกรมการเกษตรและอาหาร สาขาภาคใต้ ข้าวที่ส่งออกเป็นพันธุ์ “เกาสง 145” ซึ่งผ่านการรับรองระบบตรวจสอบย้อนกลับครบถ้วน และเป็นหนึ่งในพันธุ์เด่นของไต้หวันที่ได้รับความนิยม
ไล่หมิงหยาง(賴明陽) ผู้อำนวยการสำนักงานภาคใต้ กรมการเกษตรและอาหาร กล่าวว่าการสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มสัญญาการผลิต–การตลาด ช่วยสร้างระบบบริหารจัดการแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิต แปรรูป เก็บรักษา ไปจนถึงการจำหน่าย ทำให้คุณภาพข้าวมีความสม่ำเสมอและสร้างแบรนด์ได้แข็งแรงขึ้น เกษตรกรยังได้รับการประกันราคาและเงินสนับสนุนการซื้อพันธุ์ข้าวคุณภาพดีด้วย เขาย้ำว่า ญี่ปุ่นเป็นตลาดข้าวพรีเมียมที่มีมาตรฐานเข้มงวด การที่ข้าวซินโฟงได้รับการยอมรับจึงเป็นหลักฐานว่า “ข้าวดีไต้หวัน” มีศักยภาพแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งทางการจะเดินหน้าผลักดันการผลิตแบบกลุ่มต่อไป
ข้าวพันธุ์เกาสง 145 มีจุดเด่นทั้งความเหนียว หนึบ และรสหวานใกล้เคียงข้าวญี่ปุ่น ทำให้ผู้นำเข้าตัดสินใจนำเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น ล็อตแรกปริมาณ 20 ตัน และมีเป้าหมายจะขยายเป็น 200 ตัน เพื่อนำวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านพรีเมียมตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ในญี่ปุ่น

หลินชิงเฟิน(林清棻) ผู้สืบทอดรุ่นที่ 2 ของโรงสีซินโฟง ได้เดินหน้าปรับปรุงระบบอบแห้ง ห้องเย็น และอุปกรณ์จัดการข้าวเปลือก ให้สามารถรักษาคุณภาพเมล็ดข้าวและยืดอายุการเก็บรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรงสียังผ่านมาตรฐาน TGAP, HACCP และ ISO22000 พร้อมขยายพื้นที่สัญญาการผลิตในปี 2025 เป็น 4,576 เฮกตาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 1,500 เฮกตาร์จากปีก่อน สะท้อนว่าการรวมกลุ่มเกษตรกรเริ่มเห็นผลชัดเจน ทั้งนี้ ปริมาณส่งออกข้าวไต้หวันถึงเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ราว 110,000 ตัน โดยประมาณ 9.3% ส่งออกไปยังญี่ปุ่น