Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ปธน.ไต้หวันเสนอเป้าหมาย 3 ระยะ ยกระดับขีดความสามารถทางกลาโหม หลินเฟยฝานชี้ ประเมินจากภัยคุกคามและแผนการสร้างความพร้อมรบของกองทัพ

03/12/2025 00:58
เรียบเรียงโดย : เจนนรี ตันตารา
หลินเฟยฝาน (林飛帆) รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติไต้หวัน
หลินเฟยฝาน (林飛帆) รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติไต้หวัน

     นายหลินเฟยฝาน (林飛帆) รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติไต้หวัน กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับรายการ “สองฝั่งช่องแคบ”  (兩岸ING) ของสถานีวิทยุอาร์ทีไอ เมื่อวัน 2 ธันวาคม ระบุว่า เป้าหมายการเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการป้องกันประเทศ 3 ระยะ ที่ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อเสนอตาม “แผนปฏิบัติการความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อการปกป้องประชาธิปไตยไต้หวัน” ไม่ใช่การคาดเดา แต่เป็นการประเมินที่แม่นยำโดยอิงจากข้อมูลข่าวกรองจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และสถาบันวิจัยชั้นนำ พลวัตทางทหารในภูมิภาค และแผนการเสริมสร้างความพร้อมรบของกองทัพไต้หวันในปัจจุบัน

ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เสนอ “แผนปฏิบัติการความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อการปกป้องประชาธิปไตยไต้หวัน” 

     ท่ามกลางภัยคุกคามจากจีนและการพัฒนาขีดความสามารถทางกลาโหมเพื่อตอบรับรูปแบบสงครามในอนาคต เมื่อไม่นานมานี้ ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้เสนอ “แผนปฏิบัติการความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อการปกป้องประชาธิปไตยไต้หวัน” พร้อมงบประมาณพิเศษด้านกลาโหมมูลค่า 1.25 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน โดยประธานาธิบดียังระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งตั้งเป้าเตรียมความพร้อมสำหรับ “การใช้กำลังรวมชาติไต้หวัน” ให้แล้วเสร็จภายในปี ค.ศ. 2027 ดังนั้น ไต้หวันจึงคาดหวังว่าจะบรรลุความพร้อมรบระดับสูงภายในปี ค.ศ. 2027 เพื่อยับยั้งภัยคุกคามจากจีนอย่างมีประสิทธิภาพ และภายในปี 2033 จะยกระดับไปสู่การสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศที่มีความแข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และยับยั้งภัยคุกคามได้อย่างรอบด้าน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างกองกำลังป้องกันที่สามารถปกป้องประชาธิปไตยไต้หวันได้อย่างถาวร

     หลินเฟยฝาน (林飛帆) รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติไต้หวัน ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “สองฝั่งช่องแคบ”  (兩岸ING) ของสถานีวิทยุอาร์ทีไอระบุว่า “ปี 2027” เป็นปีสำคัญที่ผู้บริหารระดับสูงของสหรัฐฯ และสถาบันคลังสมองชั้นนำได้ย้ำเตือนมาโดยตลอด เนื่องจากรายงานข่าวกรองหลายฉบับ รวมถึงรายงานจากกองบัญชาการอินโด-แปซิฟิก ชี้ว่า ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน ได้สั่งการให้กองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLA) ต้องมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางทหารต่อไต้หวันให้ได้ก่อนปี 2027 หลินเฟยฝานอธิบายว่า ปี 2027 เป็นเพียงช่วงเวลาที่ขีดความสามารถจะก่อรูปเป็นรูปธรรม มิได้หมายความว่า ในเวลานั้นจะต้องเกิดการใช้กำลังอย่างแน่นอน แต่ไต้หวันจำเป็นต้องสร้างศักยภาพในการยับยั้งให้เพียงพอ ก่อนที่จีนจะมีความพร้อมทางทหารอย่างสมบูรณ์ 

     หลินเฟยฝาน ชี้ว่า ไต้หวันตั้งเป้ายกระดับความพร้อมรบระดับสูงภายในปี 2027 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้รัฐบาลปักกิ่งตระหนักอย่างชัดเจนว่า การกระทำที่บุ่มบ่ามใด ๆ ย่อมต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงลิ่ว ยิ่งฝ่ายไต้หวันเตรียมพร้อมมากเท่าใด ก็ยิ่งมีศักยภาพในการชะลอเวลา หรือแม้แต่ยับยั้งอีกฝ่ายไม่ให้ตัดสินใจเปิดการโจมตีได้มากขึ้นเท่านั้น เขากล่าวว่า หากเราสามารถยกระดับความพร้อมรบของเราให้ทันภายในปี 2027 และตามทันความทะเยอทะยานของอีกฝ่ายที่จะบุกไต้หวัน หากเราสามารถสร้างกลไกการยับยั้งที่มีประสิทธิภาพได้ก่อนปี 2027 เราก็จะยิ่งมีความสามารถในการชะลอ หรือเลื่อนเวลาออกไปได้มากขึ้น กล่าวคือ ทำอย่างไรจึงจะยืดเวลาการตัดสินใจของจีน และทำให้จีนตระหนักว่า หากคิดจะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อไต้หวัน จีนจะต้องชดใช้ด้วยต้นทุนที่มีราคาสูงมาก

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解