เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม กองกำกับการตำรวจท่าอากาศยานเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ด่านศุลกากรไทเป ร่วมกับหน่วยตรวจรักษาความปลอดภัย กองกำกับการตำรวจท่าอากาศยานได้ตรวจสอบสัมภาระโหลดใต้เครื่องของผู้โดยสารขาเข้าด้วยเครื่องเอกซเรย์ และพบว่าภาพกระเป๋าเดินทางของผู้ต้องสงสัยหญิงสัญชาติไทย นามสมมติว่า นาย ก. อายุ 33 ปี มีความผิดปกติ เมื่อเปิดกระเป๋าพบว่า ภายในมีเพียงห่อสุญญากาศจำนวนหลายสิบห่อ บรรจุช่อดอกกัญชา ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 น้ำหนักรวม 16.78 กิโลกรัม จึงรายงานให้สำนักงานอัยการนครเถาหยวนดำเนินการสอบสวนเพื่อขยายผลเพิ่มเติมต่อไป
หลี่เหวยเจีย (李維佳) หัวหน้าหน่วยสืบสวนที่ 1 กองกำกับการตำรวจท่าอากาศยาน ระบุว่า จากการสืบสวนของตำรวจการบินพบว่า นาย ก. มีประวัติการใช้ยาเสพติดในประเทศไทย รายได้จากงานประจำไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ก่อนเกิดเหตุไม่กี่เดือน เขาได้รู้จักกับขบวนการค้ายาเสพติดที่โรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศไทย เมื่อฝ่ายขบวนการค้ายาทราบว่า นาย ก. มีแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่ไม่มีเงินค่าเดินทาง จึงเสนอจะออกค่าตั๋วเครื่องบินและค่าที่พักให้ รวมมูลค่าประมาณ 50,000 เหรียญไต้หวันเป็นค่าตอบแทน โดยว่าจ้างให้ นาย ก. นำกระเป๋าสัมภาระที่บรรจุช่อดอกกัญชาเดินทางเข้ามาในไต้หวัน ซึ่งจะมีคนติดต่อรับช่วงต่อเอง แม้นาย ก. จะรู้ดีว่าในกระเป๋ามียาเสพติด แต่ด้วยความอยากเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ เขาจึงตกลงลักลอบขนยาเสพติดผ่านด่านศุลกากร แต่สุดท้ายกลับถูกจับได้ ทำให้ต้องรับโทษตามกฎหมายอย่างไม่คุ้มเสีย
ทั้งนี้ กองกำกับการตำรวจท่าอากาศยาน ยังคงเพิ่มความเข้มงวดสกัดกั้นและตรวจจับยาเสพติดบริเวณชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนว่าการลักลอบขนส่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 เข้ามายังไต้หวัน ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 10 ปี และอาจถูกปรับไม่เกิน 15 ล้านเหรียญไต้หวันด้วย จึงขอให้ประชาชนอย่านำตัวเองไปเสี่ยงกับกระทำผิดกฎหมาย