เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทีมเฉพาะกิจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นครนิวไทเป ทลายคดีเกี่ยวกับการกระทำที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม แก๊งค้าประเวณีข้ามชาติ นำโดยนายอู๋ ได้ใช้แพลตฟอร์มเช่น Facebook และ LINE จัดหาหญิงชาวไทย 16 คนมาทำงานค้าประเวณีในไต้หวันโดยใช้ข้ออ้างว่ามาเที่ยวไปทำงานไปมาบังหน้า โดยมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย สถานที่ทำงานครอบคลุมโรงแรมและร้านอาหารหลายแห่งในนครเถาหยวนและเมืองซินจู๋ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงาน ในการสืบสวนคดี สำนักงานอัยการเมืองเถาหยวนสั่งฟ้องในข้อหาขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม เทศบาลนครเถาหยวนยังได้สั่งปรับนายหวังซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารที่พัวพันคดี และนายอู๋ ผู้ต้องหาหลัก รายละ 150,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนหญิงไทยทั้งหมดถูกส่งตัวกลับประเทศแล้ว
รายงานข่าวระบุว่า นายอู๋ ผู้ต้องหาหลัก ได้จ้างนักศึกษาสาวชาวไทยมาทำงานเป็นล่ามด้วยเงินเดือน 30,000 เหรียญไต้หวัน เดิมทีเป็นหนึ่งในสาวขายบริการของแก๊งนี้ แต่หลังจากกลายเป็นแฟนของนายอู๋ ได้ผันตัวมาเป็นนายหน้า ชักชวนเพื่อนร่วมชาติคนอื่น ๆ ให้เดินทางมาไต้หวันเพื่อท่องเที่ยวและค้าประเวณี โดยมีคนไต้หวันทำหน้าที่ดูแลจัดการทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการเช่าที่พัก การนัดหมายลูกค้า การรับ-ส่งหญิงค้าบริการ ค่าบริการครั้งละ 4,000 เหรียญไต้หวัน โดยแก๊งจะหักค่านายหน้า 1,000-1,500 เหรียญไต้หวัน ส่วนที่เหลือเป็นของหญิงค้าบริการ

หลังมีหลักฐานเพียงพอ ทีมเฉพาะกิจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเปได้บุกตรวจค้นอพาร์ตเมนต์เช่า และจับกุมหญิงไทยได้ทั้งหมด 16 คน นายอู๋ ผู้ต้องหาหลักยอมรับว่ามีการจ้างงานอย่างผิดกฎหมาย ส่วนนายหวังเจ้าของร้านอาหารอ้างว่า ตนเป็นเพียงเจ้าของอาคารและไม่ทราบเรื่องกิจกรรมผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เทศบาลนครเถาหยวนลงความเห็นวินิจฉัยว่า นายหวังและนายอู๋ได้ละเมิดกฎหมายการจ้างงาน มาตรา 44 การให้ที่พักพิงผิดกฎหมาย และมาตรา 57 วรรคหนึ่ง การจ้างงานผิดกฎหมาย จึงได้สั่งปรับผู้ต้องหาทั้งสองรายเป็นเงินรายละ 150,000 เหรียญไต้หวัน