เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ (賴清德) แห่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้แถลงผ่านคลิปวิดีโอภายหลังงานเลี้ยงน้ำชาเพื่อหารือแนวทางการบริหารบ้านเมืองระหว่างประธานสภาต่างๆของไต้หวัน เพื่อชี้แจงถึงความเสี่ยงด้านรัฐธรรมนูญและนโยบายการบริหารประเทศเผชิญอยู่ในขณะนี้ โดยประธานาธิบดีชี้ว่า การที่สภานิติบัญญัติเร่งรัดผ่านร่างกฎหมายการจัดสรรรายรับและรายจ่ายทางการคลัง และแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคัดค้านการปฏิรูประบบบำนาญ อาจนำไปสู่ความไม่สมดุลทางการคลัง เร่งให้กองทุนบำนาญล้มละลายเร็วขึ้น และการบริหารของรัฐบาลหยุดชะงัก ซึ่งเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญและความมั่นคงของชาติ
จากการที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายหลายประการ อาทิ ข้อพิพาทเกี่ยวกับกฎหมายการจัดสรรรายรับและรายจ่ายทางการคลัง การคัดค้านปฏิรูประบบบำนาญ และร่างงบประมาณประจำปีหน้าที่ยังไม่ผ่านการพิจารณา ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อจึงได้เชิญประธานของ 3 สภา ได้แก่ สภาบริหาร สภานิติบัญญัติ และสภาสอบคัดเลือก มาร่วมงานเลี้ยงน้ำชาเพื่อหารือแนวทางการบริหารบ้านเมือง แต่นายหานกั๋วอวี๋ (韓國瑜 ) ประธานสภานิติบัญญัติปฏิเสธที่จะเข้าร่วม อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันที่ 15 ธันวาคม นายจั๋วหรงไท่ (卓榮泰) นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไม่ยอมลงนามร่วมในร่างกฏหมายการจัดสรรรายรับและรายจ่ายทางการคลังที่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแล้ว โดยอ้าง “สิทธิการลงนามร่วม” ตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ ที่ระบุให้สามารถปฏิเสธที่จะไม่ลงนามร่วมได้หากเห็นว่าร่างกฏหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ประธานาธิบดีไล่ฯ สนับสนุนการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีจั๋วหรงไท่ (卓榮泰) ที่ไม่ลงนามร่วม และเรียกร้องให้สภานิติบัญญัติถอนร่างกฎหมายที่เป็นข้อพิพาทและขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญโดยทันที โดยย้ำว่าตนพร้อมที่จะไปรายงานสถานการณ์ของประเทศต่อสภานิติบัญญัติด้วยวิธีที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ