Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ผู้นำไต้หวันชี้ผลเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ จะเอื้อต่อไต้หวันในการขยายตลาดทั่วโลก เรียกร้องทุกฝ่ายสนับสนุน

16/01/2026 14:35
เรียบเรียงโดย : แสงชัย กิตติภูมิวงศ์
ผู้นำไต้หวันชี้ผลเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ จะเอื้อต่อไต้หวันในการขยายตลาดทั่วโลก เรียกร้องทุกฝ่ายสนับสนุน
ผู้นำไต้หวันชี้ผลเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ จะเอื้อต่อไต้หวันในการขยายตลาดทั่วโลก เรียกร้องทุกฝ่ายสนับสนุน

ผลการเจรจาภาษีศุลกากรระหว่างไต้หวันกับสหรัฐอเมริกาได้ข้อสรุปแล้ว ปธน. ไล่ชิงเต๋อ แถลงเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2026 กล่าวขอบคุณทีมเจรจาที่ทำงานอย่างหนัก พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าผลการเจรจาครั้งนี้จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมของไต้หวันสามารถ “สร้างฐานในไต้หวัน ขยายสู่ระดับโลก และทำตลาดทั่วโลก” พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนและพรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมกันสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าว เพื่อผลักดันก้าวไปข้างหน้าอย่างเป็นเอกภาพ

ปธน. ไล่ชี้ว่า คณะเจรจาสามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ ประการแรก คือการปรับลดภาษีศุลกากรตอบโต้เหลือร้อยละ 15 โดยไม่นับซ้อนทับกัน ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับที่สหรัฐฯ ใช้กับประเทศที่ขาดดุลการค้ารายใหญ่ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป ถือเป็นการเปิดโอกาสที่ดีให้ภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมของไต้หวันสามารถส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐได้มากขึ้น

ประการที่ 2 คือการได้รับการปฏิบัติในอัตราภาษีอนุเคราะห์อย่างยิ่งภายใต้มาตรา 232 โดยไต้หวันเป็นประเทศแรกของโลกที่สามารถเจรจาให้สหรัฐยอมรับเงื่อนไขนี้ได้ ส่งผลให้บริษัทไต้หวันที่ไปลงทุนในสหรัฐด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หรือผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง จะได้รับการยกเว้นภาษีภายในวงเงินที่กำหนด และในส่วนที่เกินจากวงเงินดังกล่าวก็ยังได้รับอัตราภาษีที่ดีที่สุด

ประการที่ 3 คือการผลักดัน “โมเดลไต้หวัน” ซึ่งหมายถึงแนวทางที่รัฐบาลไต้หวันใช้ในการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนในสหรัฐและความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยยึดหลักการให้ภาคธุรกิจวางแผนด้วยตนเอง รัฐบาลสนับสนุนด้านการค้ำประกันทางการเงินระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G) และช่วยสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรม โดยมีแกนหลักคือการ “ขยายห่วงโซ่อุปทาน” ไม่ใช่การ “ย้ายฐานอุตสาหกรรม” เป้าหมายคือการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ และรักษาบทบาทศูนย์กลางของไต้หวันในห่วงโซ่อุปทานสำคัญของโลก ตามแนวทางดังกล่าวสหรัฐฯ จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านที่ดิน น้ำ ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้บริษัทไต้หวันที่ไปลงทุนรวมตัวเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมได้ อันจะเอื้อต่อความร่วมมือกับบริษัทสหรัฐฯ ทั้งด้านการวิจัยพัฒนา การออกแบบ และการเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่

ประการที่ 4 คือไม่เพียงแต่ให้ “ผู้ประกอบการไต้หวัน” ไปลงทุนในสหรัฐเท่านั้น แต่สหรัฐยังเห็นชอบให้มี “ผู้ประกอบการสหรัฐฯ” เข้ามาลงทุนในไต้หวันด้วย เชื่อว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไต้หวันกับสหรัฐจะแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

ข่าวยอดนิยม

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解