การเจรจาภาษีศุลกากรต่างตอบแทนระหว่างไต้หวันกับสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอด 9 เดือน ได้บรรลุเป้าหมายสำคัญแล้ว เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 นายกรัฐมนตรีจั๋วหรงไท่ (卓榮泰) พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรีเจิ้งลี่จวิน (鄭麗君) ร่วมกันแถลงในงานสรุปผลการเจรจาภาษีต่างตอบแทนระหว่างไต้หวันกับสหรัฐอเมริกา โดยรอง นรม.เจิ้งลี่จวินผู้นำทีมเจรจาระบุว่า ไต้หวันกับสหรัฐฯ ได้พบปะหารือแล้ว 6 ครั้ง รวมถึงการประชุมทางออนไลน์อีกหลายครั้ง และได้บรรลุข้อตกลงในหลายประการ ประการแรกคือการปรับลดอัตราภาษีศุลกากรต่างตอบแทนเหลือ15% โดยไม่จัดเก็บภาษีซ้ำซ้อน ถือเป็นชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (Most favoured nation ; MFN) เทียบเท่ากับพันธมิตรของสหรัฐฯ อย่างสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
ประการที่ 2 สำหรับภาษีอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 232 สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะมอบสิทธิพิเศษแก่ไต้หวันเช่นกัน โดยรองนายกรัฐมนตรีชี้ว่า ไต้หวันถือเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้รับสิทธิพิเศษในการได้รับสิทธิ์โควตาปลอดภาษีเกี่ยวกับสินค้าดังกล่าวและการปฏิบัติแบบ MFN
เจิ้งลี่จวินอธิบายว่า แม้ว่าภาษีอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 232 จะเป็นการเจรจาต่อในอนาคต และอัตราภาษีในระยะที่สองของสหรัฐฯ ยังไม่ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ไต้หวันได้บรรลุข้อตกลงรูปแบบสิทธิพิเศษไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งรวมถึงการยกเว้นภาษีสินค้านำเข้าภายในโควตาที่กำหนด และจัดเก็บภาษี 15% สำหรับส่วนที่เกินจากโควตา