นโยบายฟรีวีซ่าท่องเที่ยวให้กับประเทศในภูมิภาคอาเซียนของรัฐบาลไต้หวัน กลายเป็นช่องทางให้แก๊งมาเฟียแสวงหาผลประโยชน์ โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว (2568) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางไต้หวันได้ทลายเครือข่ายแก๊งมาเฟียจู๋เหลียนที่บงการให้แรงงานชาวเวียดนามลักลอบขนกัญชาเข้ามายังไต้หวัน ซึ่งหลังจากนั้นตำรวจก็ได้ขยายผลการสอบสวน และติดตามมาจนถึงช่วงเดือนสิงหาคม แล้วพบว่าแก๊งมาเฟียจู๋เหลียนยังมีเครือข่ายชื่อกลุ่มฉีซิงฮุ่ยด้วย โดยกลุ่มดังกล่าวยังได้ว่าจ้างหญิงไทยให้แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเพื่อใช้ฟรีวีซ่าลักลอบขนดอกกัญชาบริสุทธิ์น้ำหนัก 13 กิโลกรัม มูลค่าการซื้อขายในตลาดมืดกว่า 60 ล้านเหรียญไต้หวัน เดินทางเข้ามายังไต้หวัน โดยดอกกัญชาที่มีความบริสุทธิ์สูงจะมีมูลค่าสูงกว่ากัญชาทั่วไปถึง 5 เท่า อัยการและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังบุกตรวจค้นฐานที่มั่นของกลุ่มนี้หลายจุดทั้งที่กรุงไทเป นครนิวไทเป นครเถาหยวน และเมืองหยุนหลิน พร้อมกัน จนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนได้ทั้งหมด 19 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ต้องหาหลัก 3 คนกับหญิงไทย 1 คน ถูกศาลอนุมัติคำสั่งฝากขังเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ย้ำว่า ยาเสพติดส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงทางสังคมและสุขภาวะของประชาชน ดังนั้นผู้ที่มีส่วนร่วมไม่ว่าจะผลิต ขนส่ง หรือจัดจำหน่าย ถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา ซึ่งอาจต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังคงเดินหน้ากวาดล้างแก๊งมาเฟียกับขบวนการค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และใช้มาตรการขยายผลเพื่อถอนรากถอนโคนและทลายโครงสร้างองค์กรอาชญากรรมให้สิ้นซาก คืนสังคมที่ปลอดภัยและสงบสุขให้แก่พี่น้องประชาชน