Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

นายกฯ ไต้หวันชี้ผลเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ตอกย้ำแนบแน่นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ค่ายประชาธิปไตย

06/02/2026 14:57
เรียบเรียงโดย : แสงชัย กิตติภูมิวงศ์
นรม. จั๋วหรงไท่ของไต้หวัน ในพิธีเปิดงานแถลงผลโครงการ “แผนฟื้นฟูและพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมแบบหลากหลาย” จัดโดยกระทรวงเศรษฐการเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2026 Photo:CNA,Taiwan
นรม. จั๋วหรงไท่ของไต้หวัน ในพิธีเปิดงานแถลงผลโครงการ “แผนฟื้นฟูและพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมแบบหลากหลาย” จัดโดยกระทรวงเศรษฐการเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2026 Photo:CNA,Taiwan

นรม. จั๋วหรงไท่ของไต้หวัน กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีศุลกากรกับสหรัฐอเมริกาว่า เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ตอกย้ำความเป็น พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมของค่ายประเทศประชาธิปไตย ระหว่างกัน ผลการเจรจาดังกล่าวจะช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไต้หวันในระยะยาว

นรม. ไต้หวันกล่าวระหว่างพิธีเปิดงานแถลงผลโครงการ “แผนฟื้นฟูและพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมแบบหลากหลาย” จัดโดยกระทรวงเศรษฐการเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2026 โดย นรม. ระบุว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ให้คำปรึกษาและสนับสนุนผู้ประกอบการกว่า 247,000 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 9.7 พันล้านเหรียญไต้หวัน และช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 363 ล้านหน่วย

สำหรับการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ  นรม. กล่าวว่า ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุผลการเจรจาภาษีต่างตอบแทน และเตรียมลงนามข้อตกลงการค้าที่เท่าเทียม โดยทีมบริหารของไต้หวันได้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน และรอเพียง รอง นรม. เจิ้งลี่จวิน เดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อการเจรจารอบสุดท้าย

ผลการเจรจาที่สำคัญ ได้แก่ การปรับอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากไต้หวันลงเหลือ 15% โดยไม่นับซ้ำซ้อน และการที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ได้รับสถานะสิทธิพิเศษสูงสุดภายใต้มาตรา 232 ซึ่งไต้หวันได้รับเงื่อนไขที่ดีที่สุดเป็นประเทศแรกของโลก

        นรม. ไต้หวันกล่าวด้วยว่า ปธน. ไล่ชิงเต๋อ ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านการเงินและกองทุนสนับสนุนเอสเอ็มอีประสานกับผู้ประกอบการเชิงรุก เพื่อรับฟังปัญหาและให้ความช่วยเหลือหลังผลการเจรจาสิ้นสุด พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI และ “วงจรชีวิตอัจฉริยะของประชาชนทั้งประเทศ” ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงและศักยภาพการแข่งขันของชาติอย่างรอบด้าน

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解