ธนาคารทรัพยากรมนุษย์เผยผลสำรวจวันนี้ (12 ก.พ.) ระบุว่า ปีนี้ (2569) มีประชาชนเพียง 43.1% ที่มีการวางแผนจะท่องเที่ยวภายในประเทศ ในขณะที่สัดส่วนของประชาชนซึ่งมีการวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศนั้นกลับสูงถึง 50.9% อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าประชาชนไต้หวันมีความต้องการไปต่างประเทศสูงกว่าการเที่ยวในประเทศอย่างชัดเจน โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาค่าที่พักในประเทศสูงเกินไป
ธนาคารทรัพยากรมนุษย์ 1111 เปิดเผยว่า หากอยู่ภายใต้เงื่อนไขของงบประมาณที่เท่ากัน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ถึง 80.3% จะเลือกไปท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นอันดับแรก มีเพียง 19.6% เท่านั้นที่ยินดีจะท่องเที่ยวภายในประเทศ และหากให้คะแนนความพึงพอใจต่อการท่องเที่ยวภายในประเทศจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ก็พบว่ามีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.9 คะแนนเท่านั้น โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าที่พักสูงเกินไป, การโก่งราคา, ที่จอดรถหายาก/ค่าจอดรถแพงเกินไป และราคาห้องพักระหว่างวันธรรมดากับวันหยุดที่ต่างกันมากเกินไป

คุณเจิงจ้งเวย (曾仲葳) โฆษกธนาคารทรัพยากรมนุษย์ 1111 ชี้ว่า เรื่องราคาได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนความต้องการท่องเที่ยวภายในประเทศให้ลดลง แต่อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวในประเทศยังคงมีข้อได้เปรียบในเรื่องวัฒนธรรม ภาษา การคมนาคมขนส่ง และระยะเวลาในการเดินทางที่สั้นกว่า ซึ่งเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปีนี้ได้แก่ ไทจง ไถหนาน อี๋หลาน เกาสง และไถตง ตามลำดับ