ไต้หวันและสหรัฐอเมริกาได้ลงนามในข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade - ART) เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 มีผลให้ไต้หวันเตรียมปรับมาตรการนำเข้าเนื้อวัวและเนื้อหมูจากสหรัฐฯ โดยยึดหลักวิทยาศาสตร์และมาตรฐานสากล กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (TFDA) ระบุว่า จะเปิดให้นำเข้าเนื้อวัวบดและเครื่องในวัวบางประเภท เช่น หัวใจ ตับ และไต สำหรับเครื่องในที่ประชาชนมีความกังวลสูง เช่น กะโหลกศีรษะ สมอง ดวงตา ไขสันหลัง ปอด ตับอ่อน และม้าม ยังคงห้ามนำเข้าเช่นเดิม
ไช่สูเจิน (蔡淑貞) รองผู้อำนวยการ TFDA ชี้แจงว่า สหรัฐฯ ได้รับการรับรองจาก องค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) ตั้งแต่ปี 2013 ว่ามีความเสี่ยงโรควัวบ้าในระดับต่ำมาก เนื้อวัวทุกช่วงอายุปลอดภัย และไม่พบ BSE แบบดั้งเดิมมากว่า 20 ปี จึงไม่อยู่ในข่ายกฎหมายควบคุมของไต้หวัน
ในส่วนของสารเร่งเนื้อแดง “แรคโตพามีน” (Ractopamine) TFDA ระบุว่า ปัจจุบันไต้หวันกำหนดค่าปริมาณตกค้างสูงสุด (MRL) เฉพาะในกล้ามเนื้อวัวเท่านั้น เมื่อมีการเปิดนำเข้าเครื่องใน จึงจะจัดทำการประเมินความเสี่ยงตามพฤติกรรมการบริโภคของประชาชน และกำหนดค่า MRL สำหรับตับ ไต และไขมันเพิ่มเติม ส่วนหัวใจวัวจะใช้เกณฑ์เดียวกับเครื่องในอื่น ๆที่บริโภคได้
สำหรับเนื้อหมู ไต้หวันยังคงอนุญาตนำเข้าตามรายการเดิม โดย TFDA เตรียมทบทวนมาตรฐานแรคโตพามีนในไตหมู ซึ่งปัจจุบันเข้มงวดกว่ามาตรฐานสากล ซึ่งจะต้องผ่านการประเมินความเสี่ยง การรับฟังความเห็นผู้เชี่ยวชาญ และกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามกฎหมายต่อไป