โรคไตไม่เพียงทำลายสุขภาพเท่านั้น แต่ยังอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงต่อโลกอีกด้วย ยกตัวอย่างผู้ป่วยโรคไตในไต้หวัน สืบเนื่องจากเข้ารับการรักษาพยาบาลถี่ ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ต่อปีประมาณ 1.03 ล้านตัน ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณการปล่อยก๊าซจากการบินรอบโลกประมาณ 1,700 เที่ยวบิน
ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังประมาณ 700 ถึง 1,000 ล้านคน โรคไตเรื้อรังยังติด 1 ใน 10 สาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของไต้หวันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังครองอันดับหนึ่งด้านค่าใช้จ่ายในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติของไต้หวันมานานหลายปี ภาระการดูแลรักษาโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคไตเรื้อรังนั้นหนักหน่วง เมื่อวันที่ 3 มีนาคม สมาคมโรคไตแห่งไต้หวัน (Taiwan Society of Nephrology) ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ผลักดันการป้องกันและรักษาโรคไตเรื้อรังตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญในการก้าวสู่ความยั่งยืนด้านสุขภาพ
ไต้หวันมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะเริ่มต้น (ระยะที่ 1–3) มากกว่า 1.97 ล้านคน อย่างไรก็ตาม นับเป็นเรื่องดีที่ในปี 2023 จำนวนผู้ป่วยฟอกไตลดลงเป็นครั้งแรก โดยลดลงเหลือ 97,262 คน แต่สมาคมแพทย์ชี้ว่า อัตราความชุกของผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตในไต้หวันยังคงสูงที่สุดในโลก บ่งชี้ว่า ไต้หวันยังต้องพัฒนาศักยภาพด้านการรับมือกับโรคไตเรื้อรังอีกมาก ทั้งนี้ ไต้หวันมีผู้ป่วยโรคไตระยะเริ่มต้นจำนวนมาก หากไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและปล่อยให้โรคทรุดลง ไต้หวันอาจต้องเผชิญกับความท้าทายที่รุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต
รายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของโรคไตเรื้อรังในไต้หวันประมาณการว่า ภายในปี 2027 ค่าใช้จ่ายสำหรับโรคไตเรื้อรัง (CKD) และการบำบัดทดแทนไตจะสูงถึง 62,180 ล้านเหรียญไต้หวัน การรักษาทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องจะก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนประมาณ 1.03 ล้านตัน เทียบเท่ากับการบินรอบโลกประมาณ 1,700 เที่ยว แสดงให้เห็นว่า เมื่อโรคไตเข้าสู่ระยะฟอกไตแล้ว จะส่งผลให้เกิดภาระทางการแพทย์และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมล้วนที่หนักหน่วง ดังนั้น หากสามารถตรวจพบและรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อชะลอการลุกลามของโรค ก็จะช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายทางการแพทย์และการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้
นายอู๋ม่ายซือ (吳麥斯) ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมโรคไตแห่งไต้หวัน (Taiwan Society of Nephrology) กล่าวว่า ผลการศึกษาฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่า ผู้ป่วยที่เข้ารับการฟอกไตในโรงพยาบาล
มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อปีสูงถึงประมาณ 1.7 เท่าของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ยต่อปีของประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ป่วยระยะที่ 4 ถึง 5 (ระยะสุดท้ายของโรค) มีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าการส่งเสริมการคัดกรองและรักษาโรคไตเรื้อรังตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม