ธนาคารอีซัน (E.SUN Bank) กับบริษัท KPMG บริษัทด้านการตรวจสอบบัญชี ได้ร่วมกันสำรวจสถานการณ์การบริหารจัดการความมั่งคั่งและการส่งต่อมรดกของลูกค้ากลุ่มผู้มีสินทรัพย์ระดับสูงในไต้หวัน ผลการสำรวจระบุว่า จำนวนผู้ที่มีสินทรัพย์เกินร้อยล้านเหรียญไต้หวันในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 124,000 คนในปีนี้ โดยสินทรัพย์โดยรวมจะมีมูลค่าสูงถึง 46.1 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน
แบบสำรวจได้แบ่งกลุ่มลูกค้าที่มีฐานะร่ำรวยในไต้หวันเป็น 4 กลุ่มตามขนาดของสินทรัพย์ ได้แก่ กลุ่ม 100 ถึง 500 ล้านเหรียญไต้หวัน 500 ถึง 1,000 ล้านเหรียญไต้หวัน 1,000 ถึง 3,000 ล้านเหรียญไต้หวัน และมากกว่า 3,000 ล้านเหรียญไต้หวัน โดยกลุ่มลูกค้าที่มีสินทรัพย์รวมมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญไต้หวันมีอัตราการเติบโตสูง และมีการกระจุกตัวสูง โดยในปี 2025 กลุ่มคนรวยที่อยู่ระดับนี้มีจำนวนประมาณ 5,000 คน แต่ถือครองสินทรัพย์รวมกันสูงถึง 18.7 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน
นายหวงหนันโจว (黃男州) ประธานกรรมการบริษัท อี.ซัน ไฟแนนเชียล โฮลดิ้งส์ชี้ว่า จากการสำรวจพบว่า ไต้หวันแท้จริงแล้วเป็น “ประเทศที่ความมั่งคั่งซ่อนตัวอยู่ในประชาชน” กลุ่มลูกค้าที่มีสินทรัพย์สูงกว่า 100 ล้านเหรียญไต้หวัน มีสัดส่วนประมาณ 0.53% ของประชากรทั้งหมดในไต้หวัน พวกเขาไม่เพียงให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นของสินทรัพย์ แต่ยังใส่ใจเรื่องการส่งต่อความมั่งคั่งในครอบครัว และหวังว่าสินทรัพย์และความมั่งคั่งของตนจะสามารถส่งต่อได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เมื่อรัฐบาลผลักดันนโยบายศูนย์บริหารจัดการสินทรัพย์แห่งเอเชีย (Asia Asset Management Center หรือ AAMC) นอกจากจะเป็นโอกาสอันดีสำหรับสถาบันการเงินแล้ว ยังช่วยให้ธนาคารเอกชนและลูกค้ากลุ่มสินทรัพย์สูงในไต้หวันได้รับการบริการที่ดียิ่งขึ้นด้วย

จากการสำรวจพบว่า ไต้หวันแท้จริงแล้วเป็น “ประเทศที่ความมั่งคั่งซ่อนตัวอยู่ในประชาชน”(ภาพ CNA)
สิ่งที่น่าสังเกตคือ ผลสำรวจเผยว่า นอกจากกลุ่มคนรวยเดิมที่เติบโตอย่างมั่นคงแล้ว บรรดามหาเศรษฐีที่อยู่บนยอดพีระมิดแห่งความมั่งคั่ง ก็กำลังรวยขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงระหว่างปี 2023 ถึงปี 2025 มหาเศรษฐีที่มีสินทรัพย์เกิน 3,000 ล้านเหรียญไต้หวัน มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า มูลค่าทรัพย์สินโดยรวมพุ่งขึ้นเป็น 12.1 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มจาก 8% เป็นเกือบ 28% สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า คลื่นเทคโนโลยีและโครงสร้างเศรษฐกิจที่เน้นการใช้ทุนลงทุน ทำให้คนรวยยิ่งรวยอย่างชัดเจน