ปธน.ไล่ชิงเต๋อ ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพแห่งไต้หวัน ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2026 ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์เสริม “ความยืดหยุ่นด้านยา” (Drug Resilience) เพื่อรับมือความเสี่ยงจากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมย้ำว่าความมั่นคงในการจัดหายาไม่ใช่เพียงประเด็นสาธารณสุข แต่ยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศและศักยภาพการป้องกันของสังคมโดยรวม
ผู้นำไต้หวันมีข้อสั่งการสำคัญ 3 ประการ คือ
1) เร่งวางยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านยาอย่างครบวงจร เพื่อสร้างแนวป้องกันระบบสาธารณสุขที่ปลอดภัยและควบคุมได้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเศรษฐการกระทรวงสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง และหน่วยงานกำกับความปลอดภัยนิวเคลียร์ ทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันนโยบาย “ผลิตในประเทศ ใช้ในประเทศ การบริหารจัดการอัจฉริยะ และความร่วมมือระหว่างประเทศ” เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและกระจายความเสี่ยงของซัพพลายยา
2) รัฐบาลจะสร้างระบบติดตามและบริหารจัดการซัพพลายเชนยาอย่างแม่นยำ โดยจะเร่งสำรวจรายการยาสำคัญ ร่วมกับการออกมาตรการจูงใจและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตยาภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในระบบโลจิสติกส์ การสำรองยา และระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อให้สามารถจัดสรรยาได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในภาวะปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน
3) ปรับปรุงกฎระเบียบและเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมชีวการแพทย์ของไต้หวัน พร้อมดึงดูดภาคเอกชนให้ลงทุนด้านการวิจัยและการผลิตยา
นอกจากนี้ ปธน. ไล่ สั่งการให้พิจารณาระงับการสำรวจราคายาเป็นเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปีนี้ เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลทบทวนโครงสร้างระบบยาอย่างรอบด้าน ปัจจุบันระบบประกันสุขภาพของไต้หวันครอบคลุมยาประมาณ 14,000 รายการ แต่สถานพยาบาลใช้จริงราว 1,700 รายการ ซึ่งรัฐบาลจะทำการจัดหมวดหมู่และประเมินกำลังการผลิตภายในประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบยาทั้งระบบในระยะยาว