ช่วงเช้าของวันที่ 9 มีนาคม 2569 ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อได้ให้การต้อนรับคณะผู้ได้รับรางวัล “ผู้จัดการร้านดีเด่นระดับประเทศ ครั้งที่ 28” ณ ทำเนียบประธานาธิบดี ประธานาธิบดีไล่กล่าวในระหว่างการปราศรัยว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ซึ่งประกอบด้วยวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดจิ๋วเป็นส่วนใหญ่ ครอบคลุมทั้งภาคการค้าปลีก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และบริการออนไลน์ ด้วยเครือข่ายสาขาที่กระจายอยู่ทุกมุมเมืองและบริการที่ครอบคลุมตลอด 24 ชั่วโมง ธุรกิจเหล่านี้จึงเป็นส่วนสำคัญในชุมชน มีความใกล้ชิดกับประชาชน และช่วยอำนวยความสะดวกในทุกด้านของชีวิตประจำวัน อีกทั้งเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวัน
ประธานาธิบดีไล่ได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกคน ที่ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการให้บริการและเป็นต้นแบบในอุตสาหกรรมงานบริการ
ประธานาธิบดีไล่ยังชี้ว่า ในปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันพุ่งสูงถึง 8.68% ซึ่งถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดในรอบ 15 ปี โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจค้าปลีก และภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีผลประกอบการเพิ่มขึ้น 1.43% และ 3.54% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นว่าภาคธุรกิจบริการของไต้หวันมีความเข้มแข็ง และสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากความทุ่มเทของกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ และผู้จัดการร้านทุกคนที่ใส่ใจบริหารงาน
ประธานาธิบดีไล่เน้นย้ำว่า สำนักงานงบประมาณ บัญชีกลางและสถิติ สังกัดสภาบริหาร สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) คาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันในปีนี้จะอยู่ที่ 7.71% ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาที่ต่อเนื่องและยั่งยืน ด้วยความร่วมมือกันของนโยบายแรงงานและการยกระดับและปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม รัฐบาลส่งเสริมให้ภาคธุรกิจใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ และหวังว่าผู้ได้รับรางวัลผู้จัดการร้านดีเด่นทุกท่านจะร่วมกันนำ AI ไปใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อประชาชนจะได้รับการบริการที่ดียิ่งขึ้น