ทำเนียบประธานาธิบดีแถลงเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ว่า ในช่วงเช้าวันที่ 14 มีนาคมนี้ รองประธานาธิบดีเซียวเหม่ยฉิน (蕭美琴)ได้กล่าวปราศรัยเป็นภาษาอังกฤษผ่านระบบวิดีโอทางไกล ในกิจกรรม “สัปดาห์ความเท่าเทียมทางเพศของไต้หวัน - ราตรีแห่งวัฒนธรรมงสตรีไต้หวัน” ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ณ นครนิวยอร์ก
รองประธานาธิบดีเซียวเหม่ยฉินกล่าวว่า แม้ในขณะนี้ไต้หวันจะไม่ได้เป็นประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ แต่ไต้หวันยังคงเป็นพลังแห่งความดีงามที่สำคัญในสังคมโลกเสมอมา ในช่วงเวลานี้ของทุกปี ไต้หวันได้ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับ "คณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรีแห่งสหประชาชาติ" (CSW) เพื่อพิสูจน์ผ่านการปฏิบัติจริงว่า ความมุ่งมั่นของไต้หวันที่มีต่อสิทธิมนุษยชนนั้นไร้พรมแดน สำหรับในไต้หวัน ความเท่าเทียมทางเพศไม่ได้เป็นเพียงแค่นโยบายหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักการสำคัญในการบริหารประเทศอีกด้วย
รองผู้นำไต้หวันยังกล่าวอีกว่า นับตั้งแต่ไต้หวันได้นำ “อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ” (CEDAW) มาปรับใช้เป็นกฎหมายภายในประเทศในปี 2555 โดยไต้หวันได้จัดตั้งกรอบการทำงานที่โปร่งใสซึ่งมีสถิติเพศภาวะและงบประมาณที่คำนึงถึงเพศภาวะ
รองประธานาธิบดีเน้นย้ำว่า ไต้หวันเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ในทุกรูปแบบด้วยความแน่วแน่ โดยในเดือนมีนาคมปี 2568 ไต้หวันได้เปิดตัว “แผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อป้องกันความรุนแรงทางเพศ” ฉบับแรกอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างระบบยุติธรรมและระบบบริหารเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การเสริมสร้างศักยภาพของศูนย์จัดการภาพลามกอนาจารเพื่อปราบปรามความรุนแรงทางเพศในโลกดิจิทัล ไปจนถึงการยกระดับความรับผิดชอบในการป้องกันของนายจ้างและการวางระบบแจ้งเหตุในสถานที่ทำงานที่มีความยุติธรรมยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้คือการถักทอเครือข่ายความปลอดภัยทางสังคมที่ครอบคลุมและแน่นหนา