การพบกันระหว่าง “เจิ้ง–สี” ซึ่งก็คือ เจิ้งลี่เหวิน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งเป็นฝ่ายค้านในไต้หวันกับสีจินผิง ผู้นำจีน กำหนดวันที่ 10 เม.ย. 2026 ต่อกรณีนี้ เฉินหมิงฉี รมช. กระทรวงการต่างประเทศของไต้หวัน เรียกร้องให้เจิ้งลี่เหวิน สื่อสารความคิดเห็นตามกระแสหลักของประชาชนไต้หวันอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าความพยายามของรัฐบาลไต้หวันในการเสริมสร้างศักยภาพด้านการป้องกันประเทศจะไม่ถูกรบกวนจากปัจจัยทางการเมือง เนื่องจากมีเพียง “ความแข็งแกร่ง” เท่านั้นที่จะรักษาสันติภาพได้
เฉินหมิงฉีให้สัมภาษณ์ที่สภานิติบัญญัติว่า หากเจิ้งลี่เหวินได้พบกับสีจิ้นผิง เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เขาหวังว่าจะสามารถถ่ายทอด 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) ต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่า สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่ขึ้นต่อกัน 2) ยืนหยัดในหลักการที่ว่า อนาคตของไต้หวันต้องถูกกำหนดโดยประชาชนไต้หวันผ่านกระบวนการประชาธิปไตย และ 3) เรียกร้องให้จีนยุติการส่งเครื่องบินและเรือทหารเข้ารบกวนไต้หวันโดยทันที ทั้ง 3 ประเด็นนี้ไม่ใช่ความเห็นส่วนบุคคล แต่เป็นเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนไต้หวัน และขอให้เจิ้งลี่เหวินถ่ายทอดอย่างครบถ้วนและถูกต้อง
ในด้านผลกระทบของการพบกันครั้งนี้ต่อข้อตกลงการจัดซื้ออาวุธระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ เฉินหมิงฉีกล่าวว่า การเสริมสร้างความมั่นคงด้านการป้องกันประเทศเป็นเป้าหมายที่รัฐบาลไต้หวันดำเนินมาโดยตลอด และหวังว่าจะไม่ถูกรบกวนจากปัจจัยทางการเมือง เพราะท้ายที่สุดแล้ว มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะรักษาสันติภาพได้