เมื่อวันที่ 14 เมษายน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน ประกาศ พบผู้ป่วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเพิ่ม 1 ราย เป็นหญิงชาวต่างชาติอายุ 65 ปี ไม่มีประวัติโรคประจำตัว และไม่ได้รับการฉีดวัคซีน เธอเดินทางเข้าไต้หวันเมื่อวันที่ 1 เมษายน และเริ่มมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียนในวันที่ 3 จึงเดินทางไปโรงพยาบาลในวันรุ่งขึ้น พบว่ามีไข้และค่าการอักเสบอยู่ในระดับสูง ได้รับการวินิจฉัยว่าลำไส้อุดตันและติดเชื้อในกระแสเลือด เข้ารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยในแล้ว
นายหลินหย่งชิง (林詠青) นักระบาดวิทยาจากกรมควบคุมโรค ระบุว่า เนื่องจากผู้ป่วยมีภาวะติดเชื้อ ทางโรงพยาบาลจึงให้การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ต่อมาพบเชื้อแบคทีเรีย “ไนซีเรีย เมนิงไจทิดิส (Neisseria meningitides) ในเลือด จึงวินิจฉัยว่าเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) ปัจจุบันผู้ป่วยไข้ลดลงแล้ว สัญญาณชีพคงที่ และรู้สึกตัวดี แต่ยังคงมีอาการคลื่นไส้ ผู้ป่วยยังคงอยู่ระหว่างการรักษาในโรงพยาบาล โดยเข้ารับการรักษามาแล้วประมาณ 10 วัน
นางเจิงสูหุ้ย (曾淑慧) โฆษกกรมควบคุมโรคระบุว่า เนื่องจากคนที่ร่างกายแข็งแรง อาจเป็นพาหะแพร่เชื้อได้ ทำให้ผู้ป่วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในหลายประเทศมักไม่สามารถระบุชัดเจนว่าเป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศหรือภายในประเทศ ล่าสุด กรมควบคุมโรคได้ดำเนินการสอบสวนโรคกับผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้ง 21 ราย ซึ่งรวมถึงเพื่อนร่วมทางและบุคลากรในโรงพยาบาล ทั้งหมดไม่พบอาการต้องสงสัยติดเชื้อโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังโดยหน่วยงานสาธารณสุข
กรมควบคุมโรค เผยว่า พื้นที่แอฟริกาทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราไปจนถึงแอฟริกาตอนกลาง เป็นภูมิภาคที่มีการระบาดของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบรุนแรงที่สุดในโลก โดยช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมิถุนายนของทุกปีซึ่งเป็นฤดูแล้ง เป็นช่วงที่มีการระบาดสูงสุด อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมา เวียดนามฃกำลังเผชิญกับการระบาดอย่างรุนแรง โดยปีที่แล้วมีรายงานผู้ป่วยสะสม 95 ราย และการระบาดยังคงดำเนินต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ในปีนี้ สหราชอาณาจักรก็เกิดการระบาดของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบชนิด B แบบคลัสเตอร์ในโรงเรียน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และผู้ติดเชื้อสะสม 23 ราย