ข้อมูลจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ราคาน้ำมันเครื่องบินระหว่างประเทศที่บริษัท CPC ไต้หวันประกาศเมื่อวันที่ 1 เมษายน อยู่ที่ลิตรละ 1.2816 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 41 เหรียญไต้หวัน) เพิ่มขึ้น 122% เมื่อเทียบกับก่อนเกิดสงคราม ขณะที่ราคาน้ำมันเครื่องบินสำหรับเส้นทางการบินภายในประเทศอยู่ที่ลิตรละ 44.2 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 116% ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานของสายการบินเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
กระทรวงคมนาคมชี้แจงว่า ปัจจุบันการจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัท CPC Corporation และ Formosa Plastics Group (台塑) ยังเป็นไปตามปกติ แต่ในบางประเทศ เช่น เมียนมาร์ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ผู้จำหน่ายน้ำมันบางรายได้เริ่มใช้มาตรการปริมาณการเติมน้ำมันเครื่องบิน โดยไม่อนุญาตให้เติมเกินค่าเฉลี่ยรายเดือนในอดีต ในระยะนี้ ผลกระทบหลักต่อการดำเนินงานของสายการบินยังคงมาจากต้นทุนน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมัน สายการบินต่าง ๆ กำลังวางแผนปรับตารางเที่ยวบินด้วยการลดหรือควบรวมเที่ยวบินเข้าด้วยกัน สถิติจากกรมการบินพลเรือน กระทรวงคมนาคม ระบุว่า ตารางบินในช่วงฤดูร้อนปีนี้ มีเที่ยวบินเฉลี่ยสัปดาห์ละ 3,029 เที่ยว ข้อมูล ณ วันที่ 13 เมษายนพบว่า เดือนเมษายนมีการยกเลิกเที่ยวบินสัปดาห์ละ 7.3 เที่ยว คิดเป็นประมาณ 0.2% ของเที่ยวบินทั้งหมด ขณะที่เดือนพฤษภาคมยกเลิกเฉลี่ยสัปดาห์ละ 52.6 เที่ยว คิดเป็น 1.7% ส่วนเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ยกเลิกสัปดาห์ละ 1 เที่ยว
เมื่อวันที่ 15 เมษายน นายเฉินซื่อไข่ (陳世凱) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตอบกระทู้ถามของนางสาวว่านเหม่ยหลิง (萬美玲) สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรคก๊กมินตั๋ง ที่ระบุว่า ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวกำลังจะมาเยือน มาตรการลดและควบรวมเที่ยวบินของสายการบินจะส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารอย่างมาก จึงมีข้อสงสัยว่า สามารถรับประกันได้หรือไม่ว่า ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวจะไม่มีการลดเที่ยวบินลงอีก นายเฉินซื่อไข่ตอบว่า กระทรวงคมนาคมไม่สามารถห้ามไม่ให้สายการบินหยุดการลดเที่ยวบินได้ แต่จะติดตามและทำความเข้าใจปัญหาที่สายการบินเผชิญ และให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อช่วยให้สายการบินหลีกเลี่ยงการลดเที่ยวบิน ทั้งนี้ ทางกระทรวงจะเพิ่มการสื่อสารกับสายการบินต่างๆ ให้มากขึ้น