เมื่อไม่นานมานี้ ตำรวจไทยพบเบาะแสแก๊งฟอกเงินข้ามชาติ จึงได้แจ้งข้อมูลข่าวกรองที่เกี่ยวข้องให้กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมไต้หวันทราบ หลังการสืบสวนติดตามมาเป็นเวลานาน พบว่าแก๊งฟอกเงินที่มีชายแซ่หลัวเห็นหัวหน้า ได้ช่วยฟอกเงินให้เว็บไซต์พนันของไทยและเวียดนาม โดยมีรายได้จากการทำผิดกฎหมายกว่า 400 ล้านเหรียญไต้หวัน ผู้ต้องสงสัย 21 รายถูกจับกุมในไต้หวัน และส่งดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 21 เมษายน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม แถลงข่าวผลการดำเนินงานคดีสำคัญ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของประเทศไทย ได้บุกจับกุมแก๊งฟอกเงินแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีผู้ต้องหาชาวมาเลเซียและชาวไทยเป็นผู้บงการ จากการตรวจสอบพยานหลักฐาน พบว่ามีผู้ต้องสงสัยชาวไต้หวันเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินในไต้หวันด้วย จึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยประสานงานของกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมไต้หวันที่ประจำอยู่ในประเทศไทยทันที
กองบังคับการตำรวจปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติของไต้หวัน ได้จัดตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง และสืบสวนคดีมาเป็นระยะเวลานาน พร้อมทั้งรายงานให้สำนักงานอัยการเขตซื่อหลินเป็นผู้สั่งการดำเนินคดี จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาชายแซ่หลัวซึ่งเป็นหัวหน้าเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ ได้เช่าสำนักงานในเขตเน่ยหู กรุงไทเป โดยอำพรางด้วยการเปิดบริษัทเทคโนโลยีบังหน้า ก่อนจะเปิดรับสมัครบุคลากรผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อดึงตัวชายแซ่เจิ้งมาทำหน้าที่ผู้จัดการ และรับพนักงานเข้าร่วมขบวนการฟอกเงินดังกล่าว

ตำรวจไต้หวัน–ไทยร่วมมือทลายแก๊งฟอกเงินข้ามชาติ จับผู้ต้องสงสัยในไต้หวันได้ 21 ราย (ภาพ setn.com)
ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจพบว่า ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา แก๊งนายหลัวได้ให้ความช่วยเหลือเว็บไซต์พนันของไทยและเวียดนามในการดำเนินธุรกรรมฝาก–ถอนเงิน ทั้งในสกุลเงินบาทและดองเวียดนาม โดยอาศัยระบบชำระเงินของบุคคลที่สาม ได้แก่ “Viet Pay” ของเวียดนาม และ “ThaiQR” ของไทย ผูกบัญชีม้าของชาวไทยและเวียดนามเป็นเครื่องมือในการฟอกเงินข้ามชาติ นอกจากนี้ เครือข่ายดังกล่าวยังร่วมมือกับแก๊งสแกมเมอร์ในการฟอกเงิน และรับส่วนแบ่งผลประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวด้วย