สภาบริหาร สาธารรัฐจีน(ไต้หวัน) ได้เสนอร่างกฎหมายพิเศษว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับแผนเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการป้องกันประเทศและขีดความสามารถในการรบแบบอสมมาตร ซึ่งเป็นโครงการระยะเวลา 8 ปี โดยมีงบประมาณ 1.25 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อให้สภานิติบัญญัติพิจารณา อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 สภานิติบัญญัติได้มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายที่เสนอโดยพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) และพรรคประชาชนไต้หวัน (TPP) วาระ 3 โดยมีการจำกัดเพดานงบประมาณไว้ที่ 780,000 ล้านเหรียญไต้หวัน โดยไม่รวมรายการจัดซื้อเชิงพาณิชย์และการจ้างผลิตยุทโธปกรณ์
นายกรัฐมนตรีจั๋วหรงไท่ (卓榮泰) ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมการประชุม สภานิติบัญญัติเพื่อตอบกระทู้ถาม เมื่อถูกถามว่า สภาบริหารจะเสนอพิจารณากฎหมายพิเศษฉบับใหม่ หรือเสนอเพิ่มงบประมาณ หรือจะบรรจุลงในงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทนหรือไม่? จั๋วหรงไท่ เน้นย้ำว่า จิ๊กซอว์ 3 ชิ้นของการจัดซื้อด้านกลาโหมนั้นขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่งไปไม่ได้ รัฐบาลจะแสวงหาแนวทางที่เป็นประโยชน์ที่สุด ภายใต้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายงบประมาณ เพื่อตอบสนองการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันภายในประเทศให้สามารถพึ่งพาตนเองได้
นอกจากนี้ ต่อประเด็นการประชุมทรัมป์-สีจิ้นผิง ที่กำลังจะจัดขึ้น ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าสหรัฐฯ จะปรับเปลี่ยนนโยบายการจำหน่ายอาวุธให้แก่ไต้หวันหรือไม่ จั๋วหรงไท่ชี้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวัน-สหรัฐฯ ได้พัฒนาและก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังได้รับฟังคำแถลงจากผู้นำระดับสูงและเจ้าหน้าที่ระดับบริหารของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องว่า ไม่ต้องการและไม่อนุญาตให้มีการเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมของช่องแคบไต้หวันเพียงฝ่ายเดียว ตนเชื่อว่านี่คือความสัมพันธ์บนพื้นฐานความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างไต้หวัน-สหรัฐฯ และรัฐบาลจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายบนพื้นฐานนี้สืบต่อไป