เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ตอบรับคำเชิญของมูลนิธิพันธมิตรประชาธิปไตย (Alliance of Democracies Foundation, AoD) เข้าร่วมแสดงปาฐกถาผ่านการบันทึกวิดีทัศน์ล่วงหน้าใน “การประชุมสุดยอดประชาธิปไตยโคเปนเฮเกน” (Copenhagen Democracy Summit) ครั้งที่ 9
ประธานาธิบดีเริ่มต้นด้วยการขอบคุณนายอันเดอร์ส โฟก ราสมุสเซน (Anders Fogh Rasmussen) ประธานมูลนิธิพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยสำหรับคำเชิญให้ท่านได้เป็นตัวแทนประชาชนไต้หวันเข้าร่วมการประชุมสุดยอดประชาธิปไตยโคเปนเฮเกนอีกครั้งในปีนี้ และได้ยืนเคียงข้างมิตรสหายทุกคนที่ยึดมั่นและสนับสนุนคุณค่าแห่งเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ กล่าวว่า ขณะนี้โลกกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญในการแย่งชิงอำนาจระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับระบอบเผด็จการ โดยฝ่ายเผด็จการยังคงรวมตัวและขยายอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุโรป ตะวันออกกลาง ไปจนถึงภูมิภาคอินโดแปซิฟิก พร้อมทั้งใช้การข่มขู่ทางทหาร การกดดันทางเศรษฐกิจ การโจมตีทางไซเบอร์ และปฏิบัติการในพื้นที่สีเทา เป็นเครื่องมือท้าทายสันติภาพ เสถียรภาพของโลกและการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น
ผู้นำไต้หวัน กล่าวว่า เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ท่านจำเป็นต้องระงับกำหนดการเดินทางเยือนประเทศเอสวาตินีอย่างกะทันหัน เนื่องจากจีนกดดันให้ 3 ประเทศยกเลิกสิทธิการบินผ่านน่านฟ้า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาคมประชาธิปไตยทั่วโลกตระหนักยิ่งขึ้นว่า ระบอบเผด็จการพยายามขยายอิทธิพลและบังคับใช้กฎเกณฑ์ของตนต่อประชาคมโลก ถึงขั้นละเมิดบรรทัดฐานระหว่างประเทศ โดยนำประเด็นความปลอดภัยทางการบินและระเบียบการบินพลเรือนมาเป็นเครื่องมือกดดันทางการเมือง เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องย้ำเตือนอีกครั้งว่า ไม่มีประเทศประชาธิปไตยใดสามารถอยู่นอกเหนือแรงกดดันจากการขยายอำนาจของระบอบเผด็จการได้ และมีเพียงการร่วมมือกันอย่างเป็นเอกภาพของประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกเท่านั้น ที่จะสามารถสร้างเกราะป้องกันอันเข้มแข็งยิ่งขึ้นให้แก่โลกเสรี