ไล่ซิ่วหรู (賴秀如) ประธานสถานีวิทยุ Rti นำคณะเดินทางไปยังกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ และประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีของ Lviv Media Forum หรือ LMF ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 พ.ค นี้ ที่เมืองลวีฟ ประเทศยูเครน ซึ่งนี่นอกจากจะเป็นครั้งแรกที่ Rti เข้าร่วมการประชุมกับ LMF แล้ว ก็ยังเป็นสื่อแรกของไต้หวันที่ได้เป็นพันธมิตรกับ LMF อย่างเป็นทางการด้วย โดยภายในงานจะมีการจัดเวทีเสวนาพิเศษเกี่ยวกับไต้หวัน จึงเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญด้านสื่อระหว่างประเทศ
สำหรับหัวข้อการประชุม LMF ในปีนี้คือ “Reality Under Attack: Flight, Freeze, or Fight?” ดังนั้นไต้หวันซึ่งต้องเผชิญกับการชี้นำด้านข้อมูลข่าวสารและสงครามทางความคิดของระบอบเผด็จการมาอย่างยาวนาน นี่จึงไม่ใช่แค่หัวข้อการประชุม แต่เป็นปัญหาจริงๆ ที่เผชิญมาตลอดหลายทศวรรษ ไล่ซิ่วหรูกล่าวว่า ไต้หวันและยูเครนยืนอยู่ในแนวหน้าของระบอบประชาธิปไตยเหมือนกัน แม้จะเผชิญกับรูปแบบสถานการณ์ที่แตกต่างกัน แต่โดยเนื้อแท้แล้วทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับการแทรกซึมของข้อมูลข่าวสารจากระบอบเผด็จการ ดังนั้นความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของทั้งสองฝ่ายในการต่อต้านข่าวปลอม โดยความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสื่อสาธารณะ ถือเป็นส่วนสำคัญของการสนับสนุนซึ่งกันและกันในสังคมประชาธิปไตย

หลังจากคณะเดินทางถึงกรุงวอร์ซอ ก็ได้เข้าเยี่ยมสถานี Polskie Radio เป็นแห่งแรกเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสถานีที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1925 โดยความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองฝ่ายทำให้เมื่อปีที่ผ่านมา สถานี Rti ได้จัดโครงการฝึกอบรม “สนับสนุนนักข่าวยูเครน” และเชิญนักข่าวชาวยูเครน 2 คนจากสถานีวิทยุโปแลนด์ เดินทางมาเยือนไต้หวันระหว่างเดือนธันวาคม ค.ศ. 2025 ถึงกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 เพื่อศึกษาทำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์และสภาพแวดล้อมประชาธิปไตยของไต้หวัน

ถัดมาคือช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ค. ก็ได้เดินทางไปเยือนคณะรัฐศาสตร์และนานาชาติศึกษา มหาวิทยาลัยวอร์ซอ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับรองคณบดี ดร.ลูคัส ซาเมคกี้ (Łukasz Zamęcki) และนักวิชาการหลายท่านที่ศึกษาประเด็นเกี่ยวกับไต้หวันและสงครามทางความคิด ส่วนช่วงบ่ายวันเดียวกัน ก็ได้เดินทางเข้าเยี่ยมสถานี TVP (ทีวีสาธารณะโปแลนด์) และพบปะกับทีมงานฝ่ายข่าวต่างประเทศ ภาคภาษาอังกฤษ ซึ่งออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมงผ่านช่อง TVP World และยังพบปะกับทีมข่าวภาษายูเครนด้วย โดยหลังเกิดสงครามรัสเซีย–ยูเครน ทีมบรรณาธิการภาษายูเครนของสถานี TVP ก็ได้เพิ่มจาก 6 คนเป็น 60 คนภายในเวลาเพียงครึ่งปี ซึ่งจะหน้าที่รายงานสถานการณ์สงคราม การฟื้นฟูหลังสงคราม และประเด็นผู้ลี้ภัย จากมุมมองของโปแลนด์ ยุโรปกลางและตะวันออก เพื่อให้บริการแก่ชาวยูเครนพลัดถิ่น

จากนั้นก็ได้เดินทางไปเข้าเยี่ยมสื่อประชาธิปไตยสำคัญของโปแลนด์ “Gazeta Wyborcza” ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1989 ซึ่งเป็นสื่อที่มีบทบาทสำคัญในการบันทึกและสะท้อนกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยของโปแลนด์ นายอดัม มิชนิก (Adam Michnik) ผู้ก่อตั้งวัย 80 ปี ได้ให้การต้อนรับคณะของ Rti พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสงครามรัสเซีย–ยูเครน สถานการณ์ยุโรป รวมถึงการพบปะกันระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยนายอดัมย้ำว่า คุณค่าที่แท้จริงของสื่อไม่ใช่เพียงแค่การส่งต่อข้อมูลข่าวสาร แต่อยู่ที่การรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อความจริงและความเป็นเหตุเป็นผลในช่วงเวลาที่สังคมเกิดความวุ่นวายหรือความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งนี่คือแก่นสำคัญที่สังคมประชาธิปไตยต้องปกป้องในยุคของสงครามข้อมูลข่าวสาร
