จดหมายข่าวจากกองอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นครไทจงระบุว่า เกษตรกรจำนวนมากคุ้นชินกับการเผาฟางข้าวหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ เมื่อไม่นานมานี้ มีเกษตรกรรายหนึ่งถูกร้องเรียนเนื่องจากการเผาขยะในที่โล่งแจ้ง หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ชี้แจงเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องและผลกระทบด้านมลพิษทางอากาศแล้ว เกษตรกรรายดังกล่าวจึงได้เปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ร่วมกับการไถกลบในการจัดการฟางข้าวแทน
กองอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นครไทจงระบุว่า บริษัท TSMC และ บริษัท Dragon Steel Corporation ได้ให้เงินสนับสนุนแก่เกษตรกรในนครไทจงเพื่อใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์มาอย่างยาวนาน ขณะเดียวกัน บริษัท คอร์นนิ่ง ไต้หวัน (Corning Incorporated) และ บริษัท Koryo Electronicsได้ขานรับนโยบายรักษ์โลกและเข้าร่วมสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหาปุ๋ยจุลินทรีย์เพิ่มเติมด้วย จากสถิติพบว่าในปี พ.ศ. 2568 พื้นที่ที่ได้รับเงินอุดหนุนมีมากถึง 8,628 เฮกตาร์ (53,925 ไร่) ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
กองอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนครไทจงชี้ว่า เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการเผาฟางข้าวของเกษตรกรในพื้นที่ จึงได้ล็อกเป้าหมายไปยังจุดที่มีการเผาในที่โล่งแจ้งบ่อยครั้ง พร้อมทั้งนำระบบ AI ตรวจจับควันมาใช้ร่วมกับการลาดตระเวนและการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยในปีนี้จนถึงปัจจุบัน ตรวจพบการกระทำความผิดแล้วทั้งสิ้น 174 ราย
จากสถิติพบว่าการร้องเรียนเกี่ยวกับการเผาในที่โล่งแจ้งลดลงอย่างเห็นได้ชัด จาก 2,998 รายในปี พ.ศ. 2566 ลดลงเหลือ 1,807 รายในปี พ.ศ. 2568 ลดลงประมาณ 40% ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มียอดเงินค่าปรับสะสมสูงถึง 12,637,160 เหรียญไต้หวัน
ทั้งนี้ ตามกฎหมายควบคุมและป้องกันมลพิษทางอากาศ มาตรา 32 กำหนด การกระทำความผิดฐานเผาในที่โล่งแจ้งมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 เหรียญไต้หวัน และหากฝ่าฝืนในช่วงเวลากลางคืน วันหยุด หรือในช่วงที่คุณภาพอากาศย่ำแย่ จะถูกเพิ่มโทษด้วยการปรับหนักขึ้น