เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้กล่าวสุนทรพจน์ ณ ทำเนียบประธานาธิบดี เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปีของการดำรงตำแหน่ง โดยได้เสนอแนวทางการบริหารประเทศ 3 ประการ ประการแรก คือ “การปกป้องวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยและเสรีภาพ” ประการที่สอง คือ “การรักษาสถานะเดิมเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน” ประธานาธิบดีกล่าวว่า ไต้หวันยินดีที่จะดำเนินการแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์และเป็นระเบียบกับจีน บนพื้นฐานของความเสมอภาคและศักดิ์ศรี แต่จะยืนหยัดปฏิเสธความพยายามในการรวมชาติที่แฝงมาในรูปแบบของสันติภาพ โดยย้ำว่า เสรีภาพ อธิปไตย และวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยคือหลักการพื้นฐานที่ไต้หวันยึดถือ ประการที่สาม คือ “การพัฒนาเศรษฐกิจ” เพื่อสร้างไต้หวันที่มีความยืดหยุ่น มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และสามารถดูแลประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อเผชิญกับความท้าทายจากอัตราการเกิดต่ำ ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อประกาศว่า รัฐบาลจะเสนอ “แผนพัฒนาประชากรไต้หวัน” ฉบับใหม่ในเร็ว ๆ นี้ ประธานาธิบดีกล่าวว่า หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการมอบเงินอุดหนุนแก่เด็กอายุ 0–18 ปี คนละ 5,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนในด้านการแต่งงาน การตั้งครรภ์ การเลี้ยงดูบุตร สภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นมิตรต่อครอบครัว และที่อยู่อาศัยสำหรับการสร้างครอบครัว ให้เกิดสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัว เพื่อช่วยให้คนรุ่นใหม่กล้าแต่งงาน มีบุตร เลี้ยงดูบุตร และสามารถใช้ชีวิตตามความสุขที่ตนเองต้องการ
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีไต้หวันยังกล่าวถึงคนรุ่นใหม่ โดยระบุว่า เมื่อ 30 ปีก่อน ชาวไต้หวันได้ใช้ความกล้าหาญเปิดประตูสู่ประชาธิปไตย และในอีก 30 ปีข้างหน้า ท่านหวังว่าคนรุ่นใหม่จะใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความเชี่ยวชาญ และการลงมือทำ เพื่อเปิดอนาคตของไต้หวันในยุคต่อไป ผู้นำไต้หวันกล่าวว่า รัฐบาลจะยังคงลงทุนในด้านการศึกษา เทคโนโลยี วัฒนธรรม กีฬา และการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าจะรับฟังเสียงประชาชนด้วยความถ่อมตน ผลักดันการปฏิรูปด้วยความมุ่งมั่น และปกป้องประเทศด้วยก้าวเดินที่มั่นคงยิ่งขึ้น