เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ (賴清德) แห่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้กล่าวคำปราศรัยผ่านบันทึกวีดิทัศน์เนื่องในพิธีเปิดการประชุมเชิงอภิปรายว่าด้วยชินโซ อาเบะ และการศึกษาญี่ปุ่นยุคใหม่ ครั้งที่ 1 โดยระบุว่า ไต้หวันและญี่ปุ่นต่างตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์แนวห่วงโซ่เกาะชั้นที่ 1 และต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงในลักษณะเดียวกัน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตไต้หวันกับญี่ปุ่นจะเดินหน้ากระชับความร่วมมือในด้านต่างๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันปกป้องคุณค่าของระบอบประชาธิปไตยและเสรีภาพ ตลอดจนร่วมส่งเสริมสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรืองและการพัฒนาของภูมิภาค
ประธานาธิบดีไล่ฯ กล่าวว่า เมื่อปีที่ผ่านมาตนได้เข้าร่วมในพิธีจัดตั้งศูนย์วิจัยชินโซ อาเบะ และได้แสดงความคาดหวังว่าศูนย์วิจัยแห่งนี้จะเป็นเวทีสืบสานแนวคิดทางการเมืองและเศรษฐกิจของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ รวมถึงเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับความร่วมมือระหว่างไต้หวันกับญี่ปุ่น สำหรับการประชุมเชิงอภิปรายดังกล่าวได้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ยุทธศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของอาเบะและความสัมพันธ์ไต้หวัน-ญี่ปุ่นในฐานะเสาหลักแห่งอินโด-แปซิฟิก” ซึ่งเปิดโอกาสให้ไต้หวันและญี่ปุ่นที่เป็นหุ้นส่วนประชาธิปไตยที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ได้มาร่วมกันทบทวนประวัติศาสตร์และกำหนดทิศทางในอนาคต ถือว่ามีความหมายพิเศษอย่างยิ่ง
ประธานาธิบดีไล่ฯ ยังชี้ว่า ชินโซ อาเบะ เป็นนักการเมืองที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และยังเป็นกัลยาณมิตรที่อยู่ในความทรงจำและคิดถึงของชาวไต้หวัน นอกจากอาเบะจะเป็นผู้เสนอแนวคิดอินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง ซึ่งส่งผลกระทบที่ลึกซึ้งและยาวนานต่อเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ยังได้กล่าวถ้อยคำที่ว่า “หากไต้หวันเกิดเรื่อง ญี่ปุ่นก็เกิดเรื่องเช่นกัน” เพื่อปลุกกระตุ้นให้ประชาคมโลกหันมาให้ความสำคัญกับสันติภาพและความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพอันจริงใจและแน่วแน่ที่ญี่ปุ่นมีต่อไต้หวัน และความอบอุ่นนี้ยังคงตราตรึงอยู่ในใจของประชาชนชาวไต้หวันเสมอมา