กระทรวงเศรษฐการ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ระบุว่า ได้บรรลุเป้าหมายการติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้านอกชายฝั่งต้นที่ 500 เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้กำลังการผลิตสะสมพุ่งทะยานถึง 4.8 กิกะวัตต์ ทั้งนี้ ตามรายงานล่าสุดประจำปี 2569 ของสภาพลังงานลมโลก (Global Wind Energy Council; GWEC) ระบุว่า ในปี 2568 ไต้หวันมีกำลังการผลิตจากกังหันลมผลิตไฟฟ้านอกชายฝั่งเพิ่มขึ้นภายในปีเดียวสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก และมีกำลังการผลิตสะสมรวมเป็นอันดับ 5 ของโลก ซึ่งถือเป็นการสร้างหลักชัยอันสำคัญครั้งใหม่
กรมพลังงาน กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน อธิบายเพิ่มเติมว่า พลังงานลมนอกชายฝั่งของไต้หวันเริ่มต้นจากการติดตั้งกังหันลมสาธิต 2 ต้นแรกในปี 2560 จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการติดตั้งครบ 500 ต้นในปัจจุบัน โดยในช่วงเวลาดังกล่าวต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตโรคระบาด อัตราเงินเฟ้อ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ทำให้ไต้หวันสามารถเดินหน้าทลายขีดจำกัดและสร้างผลงานการติดตั้งได้อย่างโดดเด่น เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศในยุโรปที่ใช้เวลาพัฒนายาวนาน 20-30 ปี แต่ไต้หวันกลับใช้เวลาเพียงเกือบ 10 ปีในการติดตั้งกังหันลมจนครบ 500 ต้น พร้อมกำลังการผลิตรวม 4.8 GW และก้าวสู่อันดับ 5 ของโลก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่ง
นอกจากนี้ กังหันลมผลิตไฟฟ้านอกชายฝั่งของไต้หวันยังได้ผ่านบททดสอบจากพายุไต้ฝุ่นและแผ่นดินไหวมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ปัจจุบันนี้ กังหันลมผลิตไฟฟ้านอกชายฝั่งทั้งหมดยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน เพื่อทำหน้าที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าสีเขียวอย่างเสถียรและต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา ปริมาณการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่งของไต้หวันทะลุ 10,000 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ภายในปีเดียว
กรมพลังงาน กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน เน้นย้ำว่า ภายใต้กระแสการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ทั่วโลก ไต้หวันจะยังคงจับมือกับทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันผลักดันการติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้านอกชายฝั่งต่อไป เพื่อจัดหาพลังงานไฟฟ้าสีเขียวที่มั่นคงให้แก่ประเทศ เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางพลังงาน ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีสากลของภาคอุตสาหกรรมไต้หวัน เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2583