เมื่อเร็ว ๆ นี้ ธนาคารยูบีเอส (UBS) เผยแพร่ “รายงานความมั่งคั่งโลกประจำปี 2569” (Global Wealth Report) ระบุว่า จากแรงหนุนของผลประกอบการที่แข็งแกร่งในตลาดการเงินและการปรับตัวเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์ทางการเงิน ส่งผลให้ความมั่งคั่งส่วนบุคคลทั่วโลกโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น ในปีที่ผ่านมาความมั่งคั่งส่วนบุคคลทั่วโลก (คำนวณเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ) เติบโต 10.8% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตในปี พ.ศ. 2567 ที่ 4.6% และปี พ.ศ. 2566 ที่ 4.2% อย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเติบโตในแต่ละภูมิภาค พบว่ายุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) มีอัตราการเติบโตสูงสุดอยู่ที่ 17.5% รองลงมาคือทวีปอเมริกา เติบโต 8.5% และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) เติบโต 5.9% ซึ่งเร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2567
รายงานระบุว่า สวิตเซอร์แลนด์ยังคงเป็นตลาดที่มีความมั่งคั่งเฉลี่ยต่อคนสูงที่สุดในโลก อยู่ที่ 910,382 ดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกา 696,277 ดอลลาร์สหรัฐ และลักเซมเบิร์กที่ 654,732 ดอลลาร์สหรัฐ ฮ่องกงอยู่อันดับที่ 4 ด้วยความมั่งคั่งเฉลี่ย 648,267 ดอลลาร์สหรัฐ สิงคโปร์อันดับที่ 6 ที่ 527,217 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนไต้หวันอันดับที่ 16 อยู่ที่ 332,533 ดอลลาร์สหรัฐ และเกาหลีใต้อันดับที่ 19 อยู่ที่ 311,260 ดอลลาร์สหรัฐ รายงานระบุว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เกาหลีใต้เป็นผู้นำด้านการเติบโตของความมั่งคั่งเฉลี่ยต่อคน โดยเพิ่มขึ้นกว่า 50% ขณะที่ไต้หวันก็เป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตเกิน 25% เช่นกัน
รายงานฉบับนี้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงในกลุ่มผู้มีสินทรัพย์สุทธิสูงเกิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พบว่าอัตราการเติบโตของคนกลุ่มนี้เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในบรรดาประชากรผู้ร่ำรวยทั่วโลกที่มีสินทรัพย์ตั้งแต่ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แนวโน้มนี้เห็นได้ชัดเจนที่สุดในประเทศจีน ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ซึ่งบ่งชี้ว่าอัตราการเติบโตของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งระดับสูงยังคงแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง