Skip to the main content block
::: หน้าแรก| แผนผังเว็บไซต์| Podcasts|
|
Language
ประเด็น (ข่าว) ยอดนิยม
繁體中文 简体中文 English Français Deutsch Indonesian 日本語 한국어 Русский Español ภาษาไทย Tiếng Việt Tagalog Bahasa Melayu Українська แผนผังเว็บไซต์

ผลสำรวจชี้ เด็กชนบทไต้หวันใช้โซเชียลหนักกว่าเด็กเมือง 2 เท่า กว่า 36% เสี่ยงข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล

08/07/2026 00:06
เรียบเรียงโดย : เจนนรี ตันตารา
ผลสำรวจชี้ เด็กชนบทไต้หวันใช้โซเชียลหนักกว่าเด็กเมือง 2 เท่า กว่า 36% เสี่ยงข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล (ภาพประกอบเรื่อง ภาพจาก Freepik )
ผลสำรวจชี้ เด็กชนบทไต้หวันใช้โซเชียลหนักกว่าเด็กเมือง 2 เท่า กว่า 36% เสี่ยงข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล (ภาพประกอบเรื่อง ภาพจาก Freepik )

     มูลนิธิสวัสดิการเด็กไต้หวัน (Child Welfare League Foundation) เปิดเผย “รายงานการสำรวจคุณภาพชีวิตและสวัสดิภาพเด็กไต้หวัน ประจำปี 2569” โดยสำรวจนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 ในพื้นที่ชนบทห่างไกลและเขตเมือง ระหว่างวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ผลการสำรวจพบว่า ผู้ปกครองทั้งในเขตเมืองและชนบทต่างเผชิญกับความท้าทายในการกำกับดูแลการใช้สื่อดิจิทัลอย่างเหมาะสมของบุตรหลาน โดยเด็กไต้หวันทั้งที่อาศัยอยู่ในเมืองและชนบทเกือบ 30% เคยถูกคนแปลกหน้าบนโลกออนไลน์เข้ามาทักทายก่อน สะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงจากการคบเพื่อนผ่านโลกออนไลน์ ไม่ได้จำกัดเฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่พบได้อย่างแพร่หลาย

     มูลนิธิสวัสดิการเด็กวิเคราะห์ว่า เด็กในเมืองมีแนวโน้มเผชิญกับกับดักทางการเงินบนโลกออนไลน์มากกว่า โดยประมาณ 13% เคยถูกชักชวนให้เติมเงินเพื่อซื้อไอเทมในเกม ขณะที่เด็กชนบทเผชิญความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล โดย 36% ไม่เพียงมีพฤติกรรมเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์โดยขาดความระมัดระวัง อีกทั้งยังมีแนวโน้มถูกคนแปลกหน้าขอรูปภาพ หรือขอให้เปิดวิดีโอคอลในสัดส่วนที่สูงกว่า สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านการละเมิดความเป็นส่วนตัวของเด็กที่น่าเป็นห่วง

     อีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจพบว่า เด็กในเมืองและเด็กชนบทมีรูปแบบการใช้ชีวิตในช่วงปิดฤดูร้อนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเด็กในเมืองเกือบ 40–50% มีกิจกรรมช่วงปิดเทอมค่อนข้างแน่น ทั้งการเข้าเรียนในศูนย์ดูแลหลังเลิกเรียน เรียนพิเศษต่าง ๆ รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่เด็กในชนบท นอกจากเข้าร่วมค่ายของโรงเรียนแล้ว เวลาส่วนใหญ่ในช่วงวันหยุดมักต้องใช้ชีวิตโดยขาดผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยเลือกให้อุปกรณ์ดิจิทัล เช่น โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต ทำหน้าที่เสมือน “พี่เลี้ยงอิเล็กทรอนิกส์” จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เด็กชนบทมีเวลาใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยมากกว่า 20.8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งสูงกว่าเด็กในเมืองเกือบ 1 เท่าตัว

     มูลนิธิสวัสดิการเด็กระบุว่า เด็กชนบทมากกว่า 85% มีอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นของตัวเองและใช้สื่อสังคมออนไลน์ แม้ว่าอัตราการเล่นเกมบนมือถือของเด็กในเมืองและชนบทจะใกล้เคียงกัน แต่เด็กชนบทกลับมีอัตราการใช้งานแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น TikTok, Facebook, Instagram, Xiaohongshu และ Threads สูงกว่าเด็กในเมืองประมาณ 2 เท่า ผลสำรวจยังพบว่า เด็กในชนบท 45% ยอมรับว่า "เดิมทีไม่ได้ตั้งใจจะเล่นโทรศัพท์ แต่สุดท้ายก็อดไม่ไหวที่จะหยิบขึ้นมาเลื่อนดู" ทั้งนี้ มีเด็กกว่า 25% ประสบปัญหาปวดตา ตาล้า ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล และมากกว่า 20% ส่งสัญญาณเสี่ยงติดโซเชียล โดยระบุว่า ช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้โซเชียลมีเดีย  จะรู้สึกกระสับกระส่าย ไม่มีสมาธิ และหงุดหงิด

為提供您更好的網站服務,本網站使用cookies。

若您繼續瀏覽網頁即表示您同意我們的cookies政策,進一步了解隱私權政策。 

我了解